Wednesday, 21 February 2024
SPECIAL

'ท่านใหม่' ยก 'บัวขาว' เป็นคนไทยราชภักดี ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงบนเวทีมวย เพราะศรัทธาแรงกล้า ย้ำ มีคุณค่ามากกว่าพวกสามกีบทุกตัวเลย

21 ส.ค.2565 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ‘ท่านใหม่’ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ‘บัวขาว’ ยอดนักชกชาวไทย ย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกที่จะเป็น “คนไทยราชภักดี”

“ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงบนเวทีมวย เพราะศรัทธาแรงกล้า เพราะพระบารมีในหลวงช่วยให้บัวขาวเกิดพลังอัศจรรย์”

(พลังนี้เกิดขึ้นกับนักกีฬาไทยหลายคนแล้ว ลองอ่านเรื่องนี้กัน ชิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เล่าเหตุการณ์ประทับใจที่สุดในชีวิตของเขา

คือ นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลซูซูกิ คัพ 2014 นัดที่ 2 กับทีมชาติมาเลเซีย ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์หลักแสนของเจ้าถิ่น นักฟุตบอลของเราตื่นเต้น จบครึ่งแรกเราถูกนำก่อน 2-0 ตอนนั้นนักเตะไทยเดินกลับเข้าห้องอย่างหมดหวัง ทันใดนั้น พี่เกษม (จริยวัฒน์วงศ์) ผู้จัดการทีม ถือโทรศัพท์มาหาผมแล้วบอกว่า พระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งผ่านราชเลขาธิการมาพระราชทานกำลังใจให้ทุกคนว่า พระองค์ทอดพระเนตรอยู่ ขออวยพรให้มีชัยชนะ อย่าท้อแท้”

ผล คือ ทีมไทยฮึดสู้ ยิงคืนได้ 2 ประตู แม้มาเลเซียจะทำประตู ได้ในวันนั้น 3 ประตูแต่ประตูรวมสองนัด ทีมไทยได้ 4 ประตู จึงชนะครองแชมป์ปีนั้น 4:3 ประตู ชิโก้ เชื่อว่า “พระบารมี”

เพราะอะไรก็อ่านกันเอาเองนะครับ

“เวลาแข่งขัน ผมจะนำสิ่งของ 3 อย่างติดไปด้วยทุกครั้ง 1.พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2.ธงประจำพระองค์ 3.ธงชาติไทย ก่อนลงสนามทุกครั้ง เราทุกคนจะร่วมกันร้องเพลง สดุดีพระมหาราชา เพื่อเป็นขวัญใจเสมือนพระองค์เสมอมาอยู่กับทีมด้วย”)

นายกฯ ยินดีไทยอันดับ 1 ของโลก ด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยสู่มาตรฐานสากล

21 ส.ค. 2565 – นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบและยินดีที่ไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreats) และอันดับที่ 2 ประเทศที่มีกิจกรรมเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุด (Highest-rated wellness activities) พร้อมชื่นชมความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทยสู่มาตรฐานสากล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เว็บไซต์ Travel Daily News เว็บไซต์ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้อ้างอิงจากผลสำรวจของ TripAdvisor และ Slingo ซึ่งคือเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว พบว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreats) โดยสำรวจรีวิวจากนักท่องเที่ยวในเรื่องโรงแรม รีสอร์ท กิจกรรมเชิงสุขภาพ และสปา ซึ่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และไทยยังได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองหลวงของสปาแห่งทวีปเอเชีย รวมถึงเป็นแหล่งยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการใช้สถานบริการเพื่อสุขภาพที่หรูหราและมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ผลสำรวจจากเว็บไซต์ดังกล่าวยังพบว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับในด้านกิจกรรมเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยม (Highest-rated wellness activities) อยู่ในลำดับที่ 2 เป็นรองเพียงประเทศมัลดีฟส์ โดยประเทศไทยมีกิจกรรมเชิงสุขภาพ รวมไปถึงสปาให้นักท่องเที่ยวได้รับบริการจำนวน 2,673 กิจกรรม ซึ่งมีกิจกรรมเชิงสุขภาพที่อยู่ในระดับ 4 ดาวขึ้นไป จำนวน 1,952 กิจกรรม โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงมาจากการเล่นโยคะและพิลาทิส (Pilates)

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม 2565 : หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ทำดีได้ความดี ทำชั่วได้ความชั่ว
ทำเหตุให้เกิดทุกข์ ก็ได้ความทุกข์
ทำเหตุให้เกิดสุข ก็ได้ความสุข
ทำเหตุให้เกิดความเสื่อม เราก็ได้ความเสื่อม
ทำเหตุให้เกิดความเจริญ เราก็ได้ความเจริญ
เราหนีจากผลที่เราทำไว้ไม่ได้

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

'วาโย' อัด สธ. จัดงบให้ รพ.ไม่เป็นธรรม 'บุรีรัมย์' ได้มากกว่าเพื่อน 156 เท่า

'วาโย' อภิปรายการจัดสรรงบประมาณพัฒนาระบบสุขภาพโดยกระทรวงสาธารณสุข ชี้เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำกระจุกตัว พบโรงพยาบาลกลุ่ม 'เฉลิมพระเกียรติ ได้มากกว่าเพื่อน 1.5 เท่า ในลิสต์พบบุรีรัมย์ตามคาด ได้มากกว่าเพื่อน 156 เท่า ถึง 598.5 ล้านบาท

วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วาระ 2 มาตรา 25 กระทรวงสาธารณสุข ได้อภิปรายขอตัดลดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลง 7.5%

โดยวาโยระบุว่างบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข 1.2 แสนล้านบาท แม้จะดูเหมือนเยอะ แต่ก็เป็นงบประมาณบุคลากรไปแล้วราว 1 แสนล้านบาท อีก 2 หมื่นล้านบาทที่เหลือ เป็นงบประมาณที่ใช้ในโครงการพัฒนาระบบสุขภาพประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นงบผูกพัน

ซึ่งในส่วนของงบประมาณโครงการพัฒนาระบบสุขภาพราว 2 หมื่นล้านบาทนี้ ส่วนที่เยอะที่สุดคืองบประมาณค่าดำเนินการ แต่รองลงมาคือค่าก่อสร้าง ที่มีสัดส่วนถึง 32%, การจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ 15% และที่เหลือ 14% เป็นงบประมาณอุดหนุนในส่วนต่างๆ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นต้น

วาโยอภิปรายต่อไปว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกต คือค่าก่อสร้างโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่ม 'เฉลิมพระเกียรติ' ได้งบประมาณมากกว่าโรงพยาบาลที่ไม่มีชื่อต่อท้ายมากกว่ากันถึง 1.5 เท่า

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขมีโครงการพัฒนาระบบสุขภาพโดยแบ่งเป็น 3 ประเภทโครงการ คือ โครงการพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิและเครือข่ายระบบสุขภาพระดับอำเภอ, โครงการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพสู่ความเป็นมืออาชีพ และโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

'สหรัฐฯ-เกาหลีใต้' เดินหน้า 'ซ้อมรบ' ตามแผน เมินเสียงประท้วงเดือดนับหมื่นกลางกรุงโซล

กองกำลังร่วมเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เปิดการซ้อมรบร่วมประจำปีตามกำหนดแผนเดิมเมื่อวันอังคาร (16 ส.ค.) เพียง 3 วันหลังจากที่นักเคลื่อนไหวหัวเสรีนิยมในกรุงโซลออกมาชุมนุมประท้วงนับหมื่นคน เพื่อแสดงออกถึงการ 'ไม่เอาสงคราม'

ปฏิบัติการฝึกร่วมเพื่อจัดการวิกฤต (crisis-management drill) ที่มุ่งตระเตรียมแผนรับมือหากเกิดสถานการณ์ขั้นวิกฤตก่อนที่สงครามจะปะทุ จะกินระยะเวลารวม 4 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะเริ่มการซ้อมรบภายใต้รหัส 'อุลชิ ฟรีดอม ชิลด์' (Ulchi Freedom Shield : UFS) ซึ่งถือเป็นการฝึกในช่วงฤดูร้อนที่จะมีการซ้อมเคลื่อนกำลังพลเข้าโจมตีด้วย (field maneuvers) ด้วย

คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ (JCS) แถลงเมื่อวันอังคาร (16 ส.ค.) ว่า การฝึก UFS นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันตนเอง และเป็นการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ที่จัดเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 ส.ค. ไปจนถึง 1 ก.ย.

เกาหลีเหนือออกมา 'ประณาม' การฝึกยุทธวิธีครั้งนี้ว่าเป็นแผนซ้อมรุกรานโสมแดง

JCS ย้ำในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (16 ส.ค.) ว่า ปฏิบัติการฝึกครั้งนี้จะมีการซ้อมเคลื่อนพลโจมตีด้วย เพื่อประเมินความสามารถในการปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการควบคุมปฏิบัติการของทหารเกาหลีใต้ในช่วงสงคราม (wartime operational control) จากวอชิงตันไปสู่มือโซล

ทั้งนี้ การควบคุมปฏิบัติการของทหารเกาหลีใต้ถูกมอบให้เป็นหน้าที่ของกองบัญชาการยูเอ็นที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ หลังจากที่สงครามเกาหลีปะทุขึ้นเมื่อช่วงปี 1950-53 โดยเกาหลีใต้เพิ่งจะได้รับอำนาจควบคุมปฏิบัติการทางทหารของตนเองในยามสันติ (peacetime operational control) เมื่อปี 1994

นักเคลื่อนไหวเสรีนิยมในเกาหลีใต้หลายพันคนออกมารวมตัวประท้วงที่กรุงโซลเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ส.ค. ก่อนจะถึงวันครบรอบ 77 ปีการปลดปล่อยคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้ประท้วงเหล่านี้ต่างป่าวร้องสโลแกนต่อต้านสหรัฐฯ เช่น 'สลายกลุ่มพันธมิตรเกาหลี-สหรัฐฯ' และ 'แผ่นดินนี้ไม่ใช่ฐานก่อสงครามของอเมริกา'

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยังได้ชูแผ่นป้ายและสัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ เช่น 'ไม่เอาการซ้อมรบ, ไม่เอาสหรัฐฯ' และ 'ไม่เอาความร่วมมือทางทหารเกาหลี-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น'

'สมศักดิ์' มอบรางวัลจับยาเสพติด 13 หน่วยงาน 3.2 ล้านไปแบ่งสายลับ ชวนชาวบ้านร่วมแจ้งเบาะแส 1386 ยันได้เงินจริง หวังทุกคนร่วมด้วยช่วยกันให้ลูกหลานปลอดภัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อไม่ให้ลูกหลานของเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวและทำให้หมดไปจากสังคม เป้าหมายหลักของเรา คือ การยึดทรัพย์ขยายผลจับกุมทั้งเครือข่าย โดยเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2565 ที่จ.ชลบุรี ได้มีพิธีการจ่ายเงินสินบนค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับผู้ค้ายาเสพติด โดยขณะนี้มี 64 หน่วยงานที่ได้รับรางวัล รวมเป็นเงิน 11,833,935 บาท และได้มีหน่วยงานที่เข้ารับเงินสินบนแล้ว 13 หน่วยงาน เป็นเงิน 3,244,904 บาท ซึ่งการจ่ายเงินในครั้งนี้จะมีส่วนของประชาชนที่แจ้งเบาะแสด้วย โดยหน่วยงานที่รับมอบจะนำไปแบ่งให้เอง เนื่องจากต้องรักษาความลับให้กับผู้แจ้งเบาะแส

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรายังได้นำทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติดที่จับกุมและยึดได้มาประมูล ซึ่งในปี 2565 ทาง ป.ป.ส. ได้จัดการขายทอดตลาด 61 ครั้ง 6,339 รายการ มูลค่าการขาย 353 ล้านบาท ส่วนการขายทอดตลาดล่าสุดที่ จ.ชลบุรี มีทรัพย์สิน109 รายการ มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ 2 คัน ทองรูปพรรณ 107 รายการ มูลค่าประมาณ 2.8 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้มาจะใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่และเป็นเงินรางวัลต่อผู้แจ้งเบาะแสต่อไป  

นายกฯ ขอบคุณ ส.ส. ร่วมถกงบ 3.185 ล้านล้าน ยัน!! ใช้งบอย่างรอบคอบ ไม่ยอมให้ทุจริตแน่นอน

'ธนกร' เผย นายกฯ ติดตามประชุมงบฯ ใกล้ชิด ขอบคุณ ส.ส.เสียสละเวลา-ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ลั่นรัฐบาลใช้งบฯ ด้วยความรอบคอบ นายกฯ ไม่ยอมให้เกิดทุจริตแน่นอน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้วว่า เท่าที่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังคงติดตามการทำหน้าที่ของวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นกฎหมายที่สำคัญ และจำเป็นอย่างมากต่อประเทศและประชาชน อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่า ส.ส.บางส่วนอาจจะติดภารกิจสำคัญในพื้นที่ที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งบางท่านไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ ส.ส.ท่านไหนที่สามารถมาร่วมประชุมสภาฯ ได้ ก็ขอให้หารือกันด้วยเหตุผลเพื่อผลักดันให้กฎหมายสำคัญฉบับนี้ผ่านสภาฯ ได้ เพราะการพิจารณากฎหมายงบประมาณนั้นเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้

'ธนกร' เชื่อ!! 'คนละครึ่งเฟส 5' ช่วย ปชช. ได้จริง ปลื้ม!! ผลตอบรับดี 2.3 แสนสิทธิเต็มตั้งแต่วันแรก

'ธนกร' ปลื้ม ประชาชนตอบรับ 'คนละครึ่งเฟส 5' แห่ยืนยันสิทธิ พร้อมลงทะเบียนรายใหม่ 2.3 แสนสิทธิเต็มจำนวนแล้วตั้งแต่วันแรก ขณะที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ แล้วกว่า 2.1 แสนร้านค้า คลังพร้อมโอนเงิน 800 เข้าแอปฯ เป๋าตังเริ่มใช้ 1 กันยายน นี้ ชม 'บิ๊กตู่' เดินมาถูกทาง

(20 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ติดตามโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ที่วานนี้ (19 สิงหาคม ) กระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ประชาชนเคยใช้สิทธิโครงการฯ จำนวน 26.27 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ และประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมหรือไม่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ลงทะเบียนรับสิทธิวันนี้เป็นวันแรก ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งประชาชนตอบรับโครงการฯ ให้ความสนใจเข้าไปยืนยันตัวตนจำนวนมาก ทำให้ในช่วงเช้าแอปฯ เป๋าตังขัดข้อง ซึ่งธนาคารกรุงไทยก็ได้รีบประสานแก้ไขจนใช้งานได้ในที่สุด ถือเป็นโครงการฯ ที่ประชาชนทุกคนรอคอย สามารถบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในช่วงนี้ที่ราคาสินค้าสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์พลังงานและปัจจัยอื่น ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ทุกระดับ ทั้งเจ้าของร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รถเข็น กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก สร้างเม็ดเงินสะพัดในชุมชน 

นายธนกร กล่าวถึงความคืบหน้าของจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2565) ว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 217,261 ร้านค้า แบ่งเป็นผู้ประกอบการร้านค้ารายเดิมจากโครงการฯ เฟส 4 จำนวน 215,735 ร้านค้า และผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่จำนวน 1,526 ร้านค้า ซึ่งในส่วนของร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัคร 

แบบนี้มีสะดุ้ง!! 'จ๊ะ นงผณี' โพสต์ฟาดลอยๆ "หลอกคนอื่นมาแล้วภูมิใจในความรวยของตัวเอง"

ทำเอาหลายคนสะดุ้งและให้ความสนใจ สำหรับโพสต์ล่าสุดของนักร้องดัง 'จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย' ที่ออกมาฟาดแบบลอยๆ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'นงผณี มหาดไทย (จ๊ะ อาร์สยาม)' ว่า ...

"อยากจะมี..ก็ต้องมี ด้วยตัวเอง ทำงานเอง เหนื่อยเอง ดีกว่า ไม่ใช่มี เพราะหลอกคนอื่นมา แล้วภูมิใจในความ ร ว ย ของตัวเอง !!!!!"

และเคลื่อนไหวต่อในคอมเม้นท์อีกว่า "ภูมิใจ กับ ละอาย มันต่างกันนะ คิดให้ได้!!!! อย่าสบาย บนความเดือดร้อนของคนอื่น สงสารคนที่เค้าตั้งใจทำมาหากิน สุดท้าย พวก-ึงก็มาหลอกเค้า…. อย่าโทษแต่คนโดนหลอกว่าโลภเลย โทษ-ีพวกตั้งใจมาหลอก เ ล ว ดีกว่า"

สว.ติดตามการดำเนินงานของส่วนราชการของจังหวัดสุรินทร์ มุ่งผลักดันการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) นำโดย นายสุธี มากบุญ รองประธานกรรมการฯ คนที่สอง ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ของจังหวัดสุรินทร์ นำโดยนางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับทราบข้อมูลการดำเนินงานของจังหวัดในประเด็นต่างๆ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหม การแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิตพอเพียง (TPMAP) การพัฒนาแหล่งน้ำเชิงเขาสวาย และปัญหาที่ดินทำกิน 

นิพนธ์ ชู ปชป.พร้อมบริหารประเทศ ชี้จุดแข็งเป็นสถาบันทางการเมือง ด้วยโครงสร้างบุคลากรพร้อมทุกด้านจากความรู้และประสบการณ์ พร้อมเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 65 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีระดมแสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาเมืองคลองแห โดยพบปะพูดคุยแกนนำ และสมาชิกพรรค ปชป. อสม. และกลุ่มสตรีคลองแหในพื้นที่เขต 3 อำเภอหาดใหญ่ ณ ห้องประชุมโรงแรมหรรษาเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายสมยศ พลานด้วง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคปชป.เขต 3 สงขลา นายนิพัฒน์ อุดมอักษร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคปชป.เขต 2 ประธานสาขาพรรคและคณะกรรมสาขาพรรคเขตเลือกตั้งที่ 3 แกนนำ สมาชิกพรรค กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรีคลองแห และประชาชนเข้าร่วมในเวทีระดมแสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาเมืองคลองแหกว่า 500 คน

ทั้งนี้ นายนิพนธ์ รองหัวหน้าพรรคปชป. ได้กล่าวให้กำลังใจ และให้ความมั่นใจกับผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมในวันนี้ ว่าพรรคปชป.ตลอดเวลากว่า 76 ปีเข้าสู่ปีที่ 77 พรรคปชป.เป็นสถาบันทางการเมืองที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เติบโตมาหลายยุคหลายสมัย และได้ทำนโยบายโครงการต่างๆมากมาย  ตั้งแต่ยุคนายชวน หลีกภัยมาจนถึงปัจจุบัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนมโรงเรียน เงินผู้สูงอายุ เงินอสม. เงินกยศ. หรือการทำถนนสี่เลนทั่วประเทศ นอกจากนี้การดำเนินนโยบายของพรรคยังคำนึงถึงความยั่งยืนและสร้างความมั่นคงในการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน อย่างนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หรือบำนาญประชาชน ที่ตั้งขึ้นสมัยท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ เหล่านี้เกิดจากนโยบายของพรรคปชป.ที่ต่อยอดให้ประเทศเดินไปสู่รัฐสวัสดิการ

ในปัจจุบันปชป.ได้เดินหน้าทำเรื่องของโครงการประกันรายได้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้พี่น้องเกษตรทุกคนมีความพึงพอใจกับนโยบายดังกล่าว เพราะนโยบายประกันรายได้ทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้น ที่สำคัญอีกประการคือการที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถานบันการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ซึ่งคำว่าสถาบันนั้นจะไม่ยึดติดกับตัวบุคคล วันนี้ปชป.ภายใต้การนำของหัวหน้าจุรินทร์ เป็นผู้นำพรรคเพื่อเป็นความหวังของประเทศ และเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน โดยโครงสร้างพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ทุกด้าน อย่างด้านระบบรัฐสภา ก็มีท่านชวน หลีกภัย ด้านการเมืองก็มีท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ด้านเศรษฐกิจ ก็มีท่านดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นต้น เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกๆด้านกับการทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยความรู้และประสบการณ์ และเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ให้เข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคตลอดเวลาและจะเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นเรื่อยๆ

บริษัท จัดหางานบ๊อสส์ดีไล้ท์ แมนพาวเวอร์ จำกัด นำผู้บริหาร บ.ฮุนได เยี่ยมศูนย์ทดสอบฝีมือ การันตีความพร้อมส่งช่างไทยไปทำงานประเทศเกาหลี

วันที่ 20 สิงหาคม 2565 นางสาวอรัญญา สกุลโกศล กรรมการผู้จัดการบริษัท จัดหางานบ๊อสส์ดีไล้ท์ แมนพาวเวอร์ จำกัด ให้การต้อนรับ Mr.SHIN SANG WOON รองประธาน บริษัท ฮุนได เฮฟวี่ อินดัสทรี่ในโอกาสนำคณะผู้บริหารบริษัทในเครือ ฮุนได เฮฟวี่ อินดัสทรี่ทดสอบฝีมือคัดเลือกช่างเชื่อม ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือสาขาช่าง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเภทอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือในประเทศเกาหลีใต้ ณ สถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 

นางสาวอรัญญา สกุลโกศล กรรมการผู้จัดการบริษัท จัดหางานบ๊อสส์ดีไล้ท์ แมนพาวเวอร์ จำกัด  กล่าวว่า วันนี้บริษัทฯ ได้ร่วมกับฮุนได เฮฟวี่ อินดัสทรี่ ในการสอบคัดเลือกคนงานเพื่อไปทำงานในอุตสาหกรรมต่อเรือของเกาหลีใต้ ได้แก่ สาขาช่างเชื่อม 1,000 อัตรา ช่างสีพ่นทราย 200 อัตรา และช่างไฟฟ้า 100 อัตรา รวมทั้งสิ้น 1,300 อัตรา ซึ่งจะดำเนินการทดสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ ความร่วมมือในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้ครั้งนี้ ในนามสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศต้องขอขอบพระคุณท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ท่านได้ไปบุกเบิกเปิดตลาดแรงงาน เพื่อให้แรงงานไทยได้ไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้ในตำแหน่งช่างต่างๆ ในอุตสาหกรรมต่อเรือ ที่สำคัญต้องขอบพระคุณรัฐบาล โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ท่านได้มอบนโยบายให้กระทรวงแรงงานนำร่องเปิดตลาดแรงงานในประเทศต่างๆ เพื่อให้แรงงานไทยได้มีโอกาสไปทำงานนำเม็ดเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัวในประเทศ

ส่อง 10 อันดับข่าวปลอมที่คนสนใจมากที่สุด 9 ใน 10 เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับเรื่องเงิน

กระทรวงดิจิทัลฯ วอนประชาชนหยุดหลงเชื่อเฟกนิวส์ตอบแบบสอบถามแลกเงินหมื่น ส่องสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ล่าสุด พบติด 2 อันดับในท็อป 10 ข่าวปลอมที่คนสนใจมากสุด

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12-18 ส.ค. 65 จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 67 เรื่อง ในจำนวนนี้พบว่าข่าวปลอมที่ติดกระแสความสนใจของคนส่วนใหญ่ เกาะกลุ่มอยู่ที่เรื่องการเงินถึง 9 เรื่อง จากการจัดอันดับข่าวคนสนใจมากสุด 

สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ในรอบสัปดาห์ล่าสุดนี้ ได้แก่ 

อันดับ 1 เรื่อง PTT Company Limited เชิญชวนให้ตอบแบบสอบถามเพื่อได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท 
อันดับ 2 เพจปล่อยเงินกู้ธนาคารกรุงไทย 
อันดับ 3 ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน พร้อมอีก 6 ธนาคารไทย ร่วมมือปล่อยสินเชื่อ Piggybank ให้กู้ 10,000 บาท ผ่อน 660 บาท/เดือน 
อันดับ 4 ไปรษณีย์ไทยเชิญชวนตอบแบบสอบถามเพื่อได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท 
อันดับ 5 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดลงทุนเทรนหุ้น เริ่มต้น 1,000 บาท ได้รับผลตอบแทนสูง 18,000 บาท/เดือน 
อันดับ 6 ธ. กรุงไทย ธ. ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ สูงสุด 500,000 บาท ผ่าน WWW .สินเชื่อเพื่อคุณ. NET และไลน์ 
อันดับ 7 แอปพลิเคชันเป๋าตัง ให้ยืม 45,000 บาท ติดต่อผ่านไลน์ 
อันดับ 8 เพจบน Facebook และ Line เชิญชวนเปิดพอร์ตลงทุน รับปันผลสูง เกี่ยวข้องกับ ก.ล.ต. 
อันดับ 9 ข้าวสุกที่แช่ตู้เย็นส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าข้าวหุงสุกใหม่ 
และอันดับ 10 ออมสินเปิดให้กู้สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ ผ่านไลน์ วงเงิน 5,000 - 300,000 บาท ได้ทุกอาชีพ

ส.ต.ท. ทารุณทหารหญิง มอบตัวแล้ว 'บิ๊กโจ๊ก' ลั่น!! ดำเนินคดีไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม จากกรณีอดีตทหารหญิง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นนายจ้างของตนบังคับใช้แรงงานดูแลรับใช้ และทำร้ายร่างกาย เช่น ถูกตบตีตามร่างกาย ถูกเครื่องชอร์ตไฟฟ้าชอร์ตตามร่างกาย ใช้ไม้หน้าสามตีที่ใบหน้า เป็นต้น ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ตามที่ปรากฏในข่าวและสื่อต่างๆ ไปแล้วนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร/รอง ผอ.ศพดส.ตร. ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงต้องเร่งทำความจริงให้กระจ่าง และกำชับให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี และชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร.ออกสืบสวนคิดตามดีอย่างเร่งด่วน และให้นำผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อพิจารณารายละเอียดพฤติการณ์ให้ครบถ้วน

จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าผู้ก่อเหตุคือ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.1 และจากการสอบสวนปากคำ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ทราบว่าตนเองรู้จักกับผู้ต้องหามาเป็นเวลาหลายปี โดยก่อนหน้านี้ตนได้มาช่วยผู้ต้องหาทำงานที่ร้านกาแฟ ก่อนจะปิดตัวลงในภายหลัง เนื่องจากขายไม่ดี ต่อมาผู้ต้องหาแจ้งว่า จะฝาก น.ส.เอ เข้ารับราชการทหาร โดยเรียกเงินค่าดำเนินการ จำนวน 5 แสนบาท ซึ่งตนนั้นได้จ่ายให้แล้วบางส่วน เหลือยอดหนี้ที่ผู้ต้องหาต้องการอีก 240,000 บาท โดยได้หักออกจากเงินเดือนหลังเข้ารับราชการแล้ว เหลือเพียงเดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน จากนั้นผู้ต้องหาได้ย้าย น.ส.เอ ไปช่วยราชการ และยังบังคับให้ น.ส.เอ มาทำงานอยู่ที่บ้านของผู้ต้องหา

โดยทำหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน ขับรถ ดูแลเรื่องอาหารการกิน และอื่นๆ ตามที่ผู้ต้องหาสั่ง เมื่อ น.ส.เอ ทำสิ่งใดไม่ถูกใจ ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทุบตีตามร่างกาย ใช้ไม้หน้าสามตีตามเนื้อตัว ใช้เครื่องชอร์ตตามร่างกาย ต่อมาผู้ต้องหาได้บังคับให้ น.ส.เอ ลาออกจากทหาร และขู่ว่าถ้าไม่ทำตามจะทำร้ายร่างกายอีก น.ส.เอ จึงยื่นหนังสือลาออกจากราชการ เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา แต่ผู้ต้องหายังบังคับและทำร้ายร่างกาย นส.เอ ต่อมา น.ส.เอ ได้ขอความช่วยเหลือจากทางบ้านเพื่อให้พาเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนถึงที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (20 สิงหาคม) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้เดินทางลงพื้นที่ สภ.เมืองราชบุรี ติดตามคดีดังกล่าว

ขณะที่ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ผู้ต้องหา ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี โดยพนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ผู้ต้องหาว่า เป็นข้าราชการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยการข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นเอง หรือผู้อื่น โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือ ส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อยทางร่างกาย จิตใจ การศึกษา หรือทางอื่นใดโดยมิชอบ

'บิ๊กตู่' สั่งเข้ม!! เอาผิดผู้ขาย 'ยาลิ้นฟ้า' ทางออนไลน์ โทษหนักจำคุก 5-20 ปี ปรับ 100,000-400,000 บาท 

‘บิ๊กตู่’ สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับผู้ลักลอบขายยาผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นภัยต่อเยาวชน โดยเฉพาะโรฮิบนอลหรือยาลิ้นฟ้า ที่กำลังระบาดหนัก  

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 65 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยกรณีที่มีการขายยาผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์จำนวนมาก และมีเยาวชนนำยาไปใช้ในทางที่ผิดทั้งลักษณะใช้ทดแทนสารเสพติด หรือมีผู้ใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดก่ออาชญากรรมรูปแบบต่างๆ เช่น กรณียาโรฮิบนอล (Rohypnol) หรือยาลิ้นฟ้า ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ 

ทั้งนี้ ตามที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาให้ข้อมูลของยาทั้งในแง่การออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และโทษของผู้ลักลอบขายโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วนั้น นายกรัฐมนตรีขอให้มีการประสานงานทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการสืบหาเบาะแสแหล่งผลิต จำหน่ายที่ผิดกฎหมายทุกช่องทางเพื่อกวาดล้างถึงต้นตอ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ทำผิดอย่างเข้มงวด

“การซื้อขายออนไลน์เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เปิดโอกาสให้มีการขายสินค้าที่ผิดกฎหมายมากขึ้น นายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด เป็นตัวอย่างไม่ให้มีการทำผิด” น.ส.ไตรศุลี กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top