เมื่อ AI เลิกเลียนแบบมนุษย์
‘Tiangong Omni’ หุ่นยนต์จีนผู้คิดค้นท่าวิ่งของตัวเอง จนคว้าแชมป์ 400 เมตร
คลิปหุ่นยนต์ตัวเล็กวิ่งด้วยท่าทางประหลาด ก้มตัวไปข้างหน้า พร้อมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นใกล้ใบหน้า จนชาวเน็ตพากันแซวว่าเป็นการวิ่งแบบ “ขี้อาย” หรือ Shy Run กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งภาพไวรัลจากประเทศจีน
แต่เบื้องหลังท่าวิ่งที่ดูน่าขำนี้ กลับซ่อนเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของ Artificial Intelligence เอาไว้
เพราะสิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่เพียงหุ่นยนต์ตัวนี้ “วิ่งเร็ว” แต่มันคือการที่ AI ค้นพบท่าวิ่งนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง
หุ่นยนต์ดังกล่าวคือ Tiangong Omni หรือ Tien Kung Omni หุ่นยนต์ Humanoid ขนาดเล็กที่พัฒนาโดย Beijing Humanoid Robot Innovation Center หรือ X-Humanoid ของจีน
ในการแข่งขัน World Humanoid Robot Games ครั้งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่ง Tiangong Omni ลงแข่งขันวิ่ง 400 เมตร ประเภทหุ่นยนต์ขนาดเล็ก ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งด้วยเวลา 45.66 วินาที
สิ่งที่ทำให้คนสนใจกลับไม่ใช่เพียงเวลา 45.66 วินาที แต่เป็นคำถามว่า “ทำไมมันต้องวิ่งท่านี้?”
ตอนแรกมนุษย์ก็สอนให้มันวิ่งเหมือนมนุษย์ โดยปกติ เมื่อเราสร้างหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเหมือนคน แนวคิดพื้นฐานก็คือพยายามสอนให้มันเคลื่อนไหวเหมือนคน มนุษย์วิ่งด้วยการแกว่งแขนซ้าย-ขวาสลับกับขา เพื่อช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ในช่วงแรก ทีมพัฒนา Tiangong ก็ใช้แนวคิดในลักษณะเดียวกัน
แต่เมื่อหุ่นถูกนำไปฝึกในระบบจำลองด้วยวิธีที่เรียกว่า Reinforcement Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก สิ่งที่เกิดขึ้นกลับน่าสนใจมาก
ทีมวิศวกรไม่ได้กำหนดว่า “เวลาวิ่ง แขนต้องอยู่ตรงนี้” หรือ “ต้องวิ่งให้เหมือนนักกีฬามนุษย์” แต่กำหนด “เป้าหมาย” ให้ระบบเรียนรู้ เช่น วิ่งให้เร็ว รักษาสมดุล และจัดการข้อจำกัดของตัวหุ่นเอง จากนั้นปล่อยให้ AI ทดลองการเคลื่อนไหวซ้ำแล้วซ้ำอีกใน Simulation ท้ายที่สุด AI กลับค้นพบว่า สำหรับ “ร่างกายของมัน” การวิ่งแบบมนุษย์อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
CGTN รายงานโดยอ้างคำอธิบายของ Han Gang ผู้เชี่ยวชาญด้าน Motion Control ว่า ท่าวิ่งที่เห็นไม่ได้ถูกโปรแกรมไว้ล่วงหน้า แต่เกิดขึ้นจาก Reinforcement Learning และการปรับปรุงการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์เอง
เพราะหุ่นยนต์ไม่ได้มีร่างกายเหมือนมนุษย์ นี่คือหัวใจสำคัญ แม้ Tiangong Omni จะมีหัว แขน ขา และลำตัวคล้ายมนุษย์ แต่ระบบภายในไม่ได้เหมือนเรา มนุษย์มีกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อต่อ และระบบประสาท แต่หุ่นยนต์ใช้มอเตอร์ ชุดขับเคลื่อน เซนเซอร์ และระบบควบคุม ดังนั้น “ท่าที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์” จึงไม่จำเป็นต้องเป็น “ท่าที่ดีที่สุดสำหรับหุ่นยนต์”
ข้อมูลจากผู้พัฒนาระบุว่า Tiangong Omni สูงประมาณ 135 เซนติเมตร หนัก 39.5 กิโลกรัม และในรุ่น Flagship มีข้อต่อที่ควบคุมได้ถึง 31 Degrees of Freedom พร้อมความสามารถด้านการเดิน วิ่ง การเคลื่อนไหวแบบไดนามิก และการหลบสิ่งกีดขวาง
ระหว่างการฝึก AI พบว่าการแกว่งแขนแบบมนุษย์สร้างภาระกับระบบบริเวณหัวไหล่มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อหุ่นต้องวิ่งต่อเนื่องในระยะ 400 เมตร มอเตอร์ที่ต้องทำงานหนักจะเกิดความร้อน ใช้พลังงาน และอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง ระบบจึงค่อย ๆ พัฒนาวิธีของตัวเองขึ้นมา แทนที่จะใช้แขนแกว่งหน้า-หลังแรง ๆ มันยกแขนขึ้นใกล้ใบหน้า ลดภาระบางส่วนของหัวไหล่ แล้วใช้การหมุนของเอวและสะโพกเข้ามาช่วยควบคุมโมเมนตัมและรักษาสมดุลของร่างกายแทน นี่จึงเป็นที่มาของท่าวิ่งประหลาดที่คนทั่วโลกกำลังเห็นอยู่
ที่เห็นเหมือน “ท่าวิ่งตลก” ความจริงคือผลลัพธ์ของ Optimization
ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเราบอกมนุษย์คนหนึ่งว่า “นี่คือวิธีวิ่งที่ถูกต้อง เพราะทุกคนวิ่งแบบนี้” มนุษย์อาจทำตาม แต่ถ้าเราบอก AI เพียงว่า “ไปถึงเส้นชัยให้เร็วที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดของร่างกายที่มี” AI ไม่ได้สนใจว่าท่าของมันจะดูสวย ดูเหมือนมนุษย์ หรือถูกคนหัวเราะ มันสนใจเพียงว่าวิธีไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Emergent Behavior หรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ของระบบ โดยไม่ได้ถูกมนุษย์กำหนดรายละเอียดของพฤติกรรมนั้นเอาไว้ตั้งแต่แรกและนี่อาจเป็นส่วนที่สำคัญกว่าเรื่องการแข่งขันเสียอีก
ผู้สร้าง Tiangong ไม่ใช่บริษัทหุ่นยนต์ธรรมดา
Beijing Humanoid Robot Innovation Center ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2023 ก่อนจะได้รับสถานะเป็นศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ Embodied Intelligence ที่ร่วมสร้างโดยรัฐบาลกลางและกรุงปักกิ่งในปี 2024 เบื้องหลังยังมีบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมรายใหญ่ของจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง
ข้อมูลจาก UBTECH ระบุว่า ศูนย์ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของ Beijing Yizhuang Investment Holdings, UBTECH Robotics, Xiaomi และ Beijing Jingcheng Machinery Electric นั่นทำให้เรื่องของ Tiangong ไม่ใช่เพียงเรื่องของ “หุ่นยนต์หนึ่งตัว” แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนที่กำลังเร่งสร้างอุตสาหกรรม Humanoid Robot + Embodied AI อย่างจริงจังและการแข่งขันหุ่นยนต์ก็กลายเป็นหนึ่งในสนามทดลองเทคโนโลยีเหล่านั้น
แต่มนุษย์ไม่ควรเลียนแบบท่าวิ่งนี้ เมื่อคลิปแพร่กระจาย มีการตีความไปถึงขั้นว่า “มนุษย์อาจวิ่งผิดมาตลอด” ข้อสรุปนี้ต้องระมัดระวังอย่างมาก Tiangong Omni พบวิธีที่เหมาะกับ โครงสร้างทางกลของ Tiangong Omni
ไม่ได้หมายความว่ามันค้นพบท่าวิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์
มนุษย์กับหุ่นยนต์มีระบบการสร้างแรง การเก็บและคืนพลังงาน การควบคุมสมดุล ตลอดจนข้อจำกัดของข้อต่อแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากหุ่นตัวนี้จึงไม่ใช่ “เราควรวิ่งเหมือนหุ่นยนต์หรือไม่?”
แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า
“เมื่อ AI ไม่ถูกบังคับให้คิดเหมือนมนุษย์ มันจะค้นพบอะไรที่มนุษย์ไม่เคยคิดถึงอีก?”
วันนี้คำตอบคือ “ท่าวิ่ง”
วันข้างหน้าอาจเป็นวิธีออกแบบโรงงาน วิธีจัดการ Logistics วิธีใช้พลังงาน วิธีสร้างเครื่องจักร หรือแม้กระทั่งวิธีแก้ปัญหาบางอย่างที่มนุษย์ทำแบบเดิมกันมานับร้อยปี
เรื่องของ Tiangong Omni จึงอาจเป็นภาพเล็ก ๆ ของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่ามาก เพราะที่ผ่านมา เราพยายามสร้าง AI ให้ “คิดและทำเหมือนมนุษย์” แต่ยุคต่อไปอาจเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มถามว่า ถ้าเราไม่บอก AI ว่าคำตอบควรหน้าตาเป็นอย่างไรมันจะหาคำตอบที่ดีกว่าของเราเจอหรือไม่? และบางที… ท่าวิ่งแปลก ๆ ของหุ่นยนต์ตัวนี้
อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
THE STATES TIMES