Monday, 8 August 2022
HOLIDAY

โครงการ 'คลองสวยน้ำใส ร่วมใจสามัคคี' พื้นที่รับผิดชอบ คลองวัดระฆัง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

โครงการ 'คลองสวยน้ำใส ร่วมใจสามัคคี' พื้นที่รับผิดชอบ คลองวัดระฆัง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสตรีวัดระฆัง พลเรือตรี เทอดเกียรติ จิตต์แก้ว ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชา ฝ่ายอำนวยการ และกำลังพล จำนวน 150 นาย ร่วมกับนางสาว วิมลนาถ บัวแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดระฆัง พร้อมด้วยคณะครู และนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม. เพื่อสืบทอดโบราณประเพณี ที่ทำมาเป็นเวลาช้านาน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั้งปวงต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้จัดทำให้เป็นกุศลพิธีขึ้น 

ส.ส.เหนือเพื่อไทย สุดทน ประยุทธ์เมินทุกข์ชาวสวนลำไย กดให้จนแล้วบดขยี้จนสิ้นอาชีพ ทำราคาดิ่งเหวในรอบ 30 ปี 

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. พะเยา และประธานคณะทำงานด้านการเกษตรพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าส.ส. ภาคเหนือพรรคเพื่อไทยในหลายจังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจความทุกข์ร้อนชาวสวนลำไยภาคเหนือเพราะขณะนี้ราคาลำไยดิ่งเหว ต่ำสุดในรอบ 30 ปี สวนทางราคาสินค้าเกษตรโลกพุ่งสูง แต่สินค้าเกษตรไทยราคาตกต่ำ อนุญาตปุ๋ยขึ้นราคาซ้ำเติมเกษตรกร ถามความล้มเหลวนี้ เพราะรัฐบาลไร้น้ำยา มีของแล้วขายไม่เป็น หรือเพราะห่วงแต่พวกพ้อง จะแก้กติกาเลือกตั้งให้เข้าข้างฝ่ายตนเอง หวังเข้าสภา แต่ไม่คิดแก้ปัญหาประชาชน

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลประยุทธ์ทำลายหัวใจเศรษฐกิจภาคเหนือทั้ง 2 ส่วนลงอย่างย่อยยับ ทั้งภาคการท่องเที่ยวบริหาร และภาคเกษตรกรรม ซึ่งในภาคเกษตรกรรมนั้น ทราบหรือไม่ว่าลำไยก็เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยเป็นผู้ผลิตลำไยอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน มีผลผลิตปีละกว่า 1 ล้านตัน และเราเป็นประเทศที่มีการส่งออกลำไยรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งในรูปผลสด แช่แข็ง และอบแห้ง โดยพื้นที่ปลูกลำไยทั้งประเทศ 1.7 ล้านไร่ อยู่ในภาคเหนือ 1.3 ล้านไร่ สร้างเม็ดเงินให้ประเทศปีละเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตลอดหลายปี หลายเดือนที่ผ่านมา ฝ่ายค้านยื่นกระทู้สด สอบถาม หอบลำไยเข้าสภาแถลงข่าวประท้วง ทำทุกวิธีการ เพื่อส่งสัญญาณถึงรัฐบาลให้เตรียมการรับมือปัญหาลำไยล่วงหน้า แต่สำหรับปีนี้ จนกระทั่งวันนี้ ยังไม่ได้ยินรัฐบาลพูดถึงเรื่องลำไยเลยสักครั้ง 

สิ่งที่ชาวสวนลำไยเผชิญอยู่ตอนนี้มี 3 เรื่องคือ 
1.) ราคาลำไยตกต่ำ ขณะนี้กลางฤดู ลำไยเกรด AA จากที่เคยขายได้ 28 บาท วันนี้เหลือแค่ 10-12 บาท ไม่พอค่าแรงเก็บเกี่ยว และน่าเป็นห่วงปลายฤดูกาลราคาจะยิ่งต่ำกว่านี้ 
2.) ราคาปุ๋ย แพงขึ้นเท่าตัว ซึ่งหมายความว่าชาวสวนลำไยไม่ใช่ขายได้เท่าทุนหรือขาดทุนนิดหน่อย แต่เป็นการขาย ‘ขาดทุน’ ต้นทุนไปกว่าครึ่ง เป็นหนี้สินพอกพูน 
และ 3.) ถูกรัฐบาล ‘โกหก’ ไม่จ่ายค่าชดเชยไร่ละ 2,000 บาท เรื่องนี้ผ่านมาแล้ว 1 ปี ชาวสวนลำไยยังไม่ได้รับเงินชดเชยแบบที่รัฐบาลสัญญาไว้ และยังไม่รู้ว่าจะได้รับการดูแลเหมือนพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นหรือไม่ อยากได้ยินรัฐบาลพูดบ้างว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร

'วราวุธ' เปิดงานวันเสือโคร่งโลก 'เสือโคร่งต้องไปต่อ : TIGERS NEXT GEN' พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำการอนุรักษ์เสือโคร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2565) เวลา 09.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดงานวันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด 'TIGERS NEXT GEN : เสือโคร่งต้องไปต่อ' พร้อมทั้งมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน องค์กร ที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์เสือโคร่งในประเทศไทย อีกทั้งมอบเข็มพิทักษ์ป่าแก่ผู้สนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเยี่ยมชมนิทรรศการ 12 ปี การอนุรักษ์เสือโคร่งตามแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง พ.ศ. 2553-2565 และเยี่ยมชมน้องขวัญ เสือของกลางสายพันธุ์ไซบีเรีย อายุประมาณ 4 เดือน ที่อยู่ในความดูแลและเป็นขวัญใจของประชาชน โดยโอกาสนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการพนักงาน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี

นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงองค์กรพันธมิตร ร่วมกันจัดงานวันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2565 ในครั้งนี้ขึ้น อีกทั้งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทีมนักวิจัย จากองค์กรที่เกี่ยวข้องที่ได้ทุ่มเทการทำงานด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง จนเห็นผลสำเร็จในปัจจุบัน ที่ทำให้ประเทศไทยมีประชากรเสือโคร่งจากการประเมินในธรรมชาติ จำนวน 148-189 ตัว กอปรกับประเทศไทยภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมการอนุรักษ์เสือโคร่งทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ 

'ศูนย์จีโนมฯ' เผยอย่าเหมารวมฝีดาษลิงเป็น ‘โรคชายรักชาย’ ชี้!! ไม่เป็นผลดีต่อการควบคุมโรค และส่งผลลบแก่ LGBTQ+

วันที่ 29 กรกฎาคม 2565 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้เพิ่มเติมและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง (Monkey pox) ว่า... 

โรคฝีดาษลิง เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายผ่านผิวหนังสู่ผิวหนัง จากสารคัดหลั่ง ของเหลว และวัสดุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

ทั้งนี้ ไวรัสฝีดาษลิงนอกทวีปแอฟริกาขณะนี้มีการแพร่ระบาดคล้ายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted diseases : STD) แต่ไม่ใช่โรค STD เพราะพบการติดต่อในเด็กเล็กและสตรีด้วย นอกจากนี้โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคของเกย์ (gay) หรือ ชายรักชาย (Men who have sex with men : MSM) เพราะในแอฟริกานั้น โรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่น ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นสตรีและเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีสาเหตุเกิดจากการสัมผัสกับสัตว์ ถูกสัตว์กัด ข่วน รับประทานเนื้อสัตว์ป่าปรุงไม่สุก

'ชาวเน็ตจีน' เดือดจัด!! รุมจวกวัฒนธรรมโหมงานหนัก หลังมีคนเสียชีวิตจากการทำงานติดกันรวด 5 วัน

โซเชียลมีเดียจีนวิจารณ์วัฒนธรรมการทำงานหนัก '996' อีกครั้ง หลังเกิดเหตุหญิงอายุ 22 ปี เสียชีวิตหลังจากทำงานหนักมาหลายวัน

รายงานระบุว่า 'ฮุ่ยฮุ่ย' พนักงานบริษัทด้านอินเทอร์เน็ตในนครหังโจว มณฑลเจ้อเจียงทำงานล่วงเวลาถึงตี 4 ติดต่อกัน 5 วัน ก่อนจะหมดสติ

แพทย์จากโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เปิดเผยว่า ฮุ่ยฮุ่ยหมดสติไปแล้วเมื่อถูกส่งตัวถึงโรงพยาบาล ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นสีม่วง เนื่องจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

พ่อของเธอได้เผยแพร่วิดีโอออนไลน์เพื่อขอความช่วยเหลือเพื่อให้ลูกสาวได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ โดยระบุว่า ลูกสาวของเขาทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ขณะที่พวกเขากำลังดิ้นรนกับการจ่ายเงินกู้เพื่อเรียนมหาวิทยาลัยของเธอ

ในที่สุดฮุ่ยฮุ่ยก็เสียชีวิตหลังจากรักษาตัวในห้องไอซียูเป็นเวลา 6 วัน

'เสก โลโซ' ถวายพระสังกัจจายน์-เทียนพรรษา เป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวง ร. ๑๐ 

เสก โลโซ (ศิลปินนักร้องดัง) ถวายพระสังกัจจายน์หน้าตัก ๔๐ นิ้ว พร้อมถวายเทียนเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐ )

เมื่อวันที่  ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๗.๓๐ น ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดตระพัง ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ คุณวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ วิภากร พร้อมด้วยนักดนตรีและทีมงานรวมพลพรรคพวกเพื่อนฝูงร่วมถวายพระสังกัจจายน์หน้าตัก ๔๐ นิ้วและถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) 

มีพระปลัดจักรกฤษณ์ ขนฺติโก เจ้าอาวาสวัดตระพัง (เป็นประธานฝ่ายสงฆ์) ส่วนบรรยากาศพิธีถวายพระสังกัจจายน์หน้าตัก ๔๐ นิ้วและถวายเทียนพรรษาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) ก่อนเริ่มพิธีมีทีมงานเสก โลโซ เพื่อนฝูงพี่น้อง ศิษย์ยานุศิษย์ ได้เดินทางมาที่วัดตระพังซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน 

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเปิดประตูผี ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ 'ทำบุญให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้ผู้ยากไร้' ผ่านระบบออนไลน์ 

วันนี้ (วันที่ 29 กรกฎาคม 2565) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ จัดให้มีพิธีเปิดประตูผี เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 โดยคณะศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาหลวงปู่ไต้อง (ไต้ฮงกง) ร่วมกันจัดถวายเครื่องสักการะ และเครื่องเซ่นไหว้ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม - 24 สิงหาคม 2565  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานบุญมหากุศลประจำปี “ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565” สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญชุดข้าวสารให้ผู้ล่วงลับ  พร้อมกับเป็นการสมทบทุนข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นการทำทานให้ผู้ยากไร้ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี นครราชสีมา และ 50 เขต กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 4 จังหวัด (กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19)

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้  เพื่อลดความเสี่ยงและการเพิ่มมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงจัดให้มีช่องทางการร่วมทำบุญทิ้งกระจาดใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ https://pttfny.net/newsh/ ในอีกทางหนึ่ง 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมติดตามงานประเพณีทิ้งกระจาดได้ที่่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สั่งรวบผู้ต้องหาอ้างชื่อ ผู้ช่วย ผบ.ตร. หลอกผู้เสียหายหลายรายจะช่วยเอาทรัพย์สินที่ดินคืน จากกลุ่มนายทุนเงินกู้   เรียกค่าดำเนินการรวมหลักล้านบาท 

คดีนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปน.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. ปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ และ การกู้ยืมเงินที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชน เจรจาไกล่เกลี่ยรับคืนซึ่งทรัพย์สินที่ดิน อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้หาผลประโยชน์แอบอ้างว่าสามารถพาประชาชนผู้เดือดร้อนในพื้นที่ จว.เลย ไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์หักพาล  ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อให้การช่วยเหลือได้ โดยบุคคลดังกล่าว เรียก รับ เงินจากประชาชน อ้างเป็นค่าดำเนินการ 

พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ผบก.ภ.จว.เลย, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติรอง ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.วิโรจน์สีน้ำเงิน รอง ผบก.สส.ภ.4,พ.ต.อ.ภาคภูมิพิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ชาญณรงค์มากพิสุทธิ์ผกก.สืบสวน1 บก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.ตรีกฤช จงวิไล ผกก.สภ.ปากชม จึงสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เลย และ บก.สส.ภ.4 บูรณการสืบสวนสอบสวน ในคดีนี้ 

พฤติการณ์กล่าวคือ ได้มีประชาชนผู้เสียหาย 2 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม จว.เลย แจ้งว่า เมื่อประมาณปี ๒๕๖๒ กลุ่มผู้เสียหาย ทราบว่า หากใครที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถูกนายทุนเงินกู้นอก ระบบยึดทรัพย์สินหรือที่ดินไป สามารถไปขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการเงินกู้นอกระบบในขณะนั้น ซึ่งตัวผู้เสียหายเองก็ได้รับความเดือนร้อนจากการที่ ได้นำที่ดินไปขายฝากกับขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบ จึงประสงค์ที่จะขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ขณะนั้นเองมีคนแนะนำให้ทราบว่า นางสุภัทรา สงวนนามสกุล อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 308 หมู่ 12 ต.นาดินดำ อ.เมืองเลย จ.เลย สามารถพาไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ ผู้เสียหายจึงติดต่อพูดคุยกับ นางสุภัทราฯ ซึ่งนางสุภัทราฯ รับปากว่าจะช่วย แต่จะต้องนำเงินมาให้ก่อนจำนวน 30,000 บาท โดยนางสุภัทราฯ อ้างว่า จะนำไปให้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ ผู้เสียหายทั้งสองราย จึงยินยอมหาเงินมาให้ แต่นางสุภัทราฯ ก็ยังไม่สามารถพาตนไปพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ ตามที่กล่าวอ้างได้ 

จอยักษ์ หนัก 600 กก. หล่นกลางเวทีคอนเสิร์ต ทับแดนเซอร์วง 'มิลเลอร์' บาดเจ็บ 2 ราย

จอยักษ์ หนัก 600 กิโลกรัมบนเวทีคอนเสิร์ตบอยแบนด์ดังของฮ่องกงอย่าง ‘มิลเลอร์’ ตกลงบนกลางเวที ขณะวงกำลังทำการแสดงในฮ่องกงโคลิเซียม ก่อนที่จอจะกระแทกใส่แดนเซอร์ 2 ราย ต่อหน้าแฟนคลับที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวสุดขีด มีการบันทึกภาพขณะจอยักษ์หลุดถล่มลงมาบนเวที เผยนาทีที่จอตกลงใส่แดนเซอร์หนึ่งรายบริเวณศีรษะ ก่อนที่จอจะล้มทับใส่แดนเซอร์อีกราย โดยหลังจากที่จอถล่มลงมา ดนตรีของคอนเสิร์ตถูกหยุดลงในทันที และผู้จัดการวงบอยแบนด์ได้เร่งออกมากล่าวกับแฟนคลับข้างล่างเวที เพื่อขอให้ผู้ชมทั้งหมดเดินทางออกจากบริเวณสนามจัดคอนเสิร์ตในทันที

สำนักข่าว The South China Morning Post รายงานว่า แดนเซอร์ทั้งสองรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน โดยแดนเซอร์รายแรกได้รับบาดเจ็บบริเวณคอ และกำลังอยู่ในอาการวิกฤต ในขณะที่มีรายงานว่าแดนเซอร์อีกรายอยู่ในอาการทรงตัว ทั้งนี้ มีแฟนคลับหญิงอีกหลายรายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากตกอยู่ในอาการช็อกกับเหตุที่เกิดขึ้น

รัฐบาลท้องถิ่นของฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์ เพื่อย้ำเตือนในทัวร์คอนเสิร์ตยังคงรักษาระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในการแสดงครั้งต่อไป ก่อนจะย้ำว่าทางการจะเร่งสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ “ผมรู้สึกตกใจจากเหตุการณ์นี้ ผมขอส่งความปรารถนาดีไปยังผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และหวังว่าเขาจะหายดีในเร็ววัน” จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงระบุ

ในขณะที่ เควิน ยัง เลขาธิการด้านวัฒนธรรมของฮ่องกงออกมาระบุว่า การแสดงของวงมิลเลอร์จะถูกระงับเอาไว้ก่อน จนกว่าโครงสร้างของเวทีจะได้รับการจัดการใหม่เพื่อให้มีความปลอดภัย โดยมิลเลอร์มีแผนการแสดงในฮ่องกงโคลิเซียมอีก 12 โชว์ ก่อนที่จะจัดการแสดงครั้งต่อไปที่ท่าเรือวิกตอเรีย

ด้านชาวฮ่องกงที่เข้าไปชมในคอนเสิร์ตต่างพากันระบุว่าพวกเขารู้สึกแย่มากๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...“ฉันไม่เคยรู้สึกว่าการไปคอนเสิร์ตแย่ขนาดนี้ การเดินออกจากโคลิเซียมให้ความรู้สึกเหมือนเดินออกจากโรงฝังศพ มันอึมครึมไม่มีใครพูด” ผู้ชมคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์บอกวาไรตี้ “ผู้หญิงคนอื่นๆ ในกลุ่มผู้ชมกำลังร้องไห้ เพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของเขาตั้งคำถามว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เลวร้ายและไม่อาจยอมรับได้ในฮ่องกงที่โคลิเซียม”

ตำรวจ PCT ร่วมกับ บูรพา 491 ขยายผลตัดวงจรขบวนการส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่มอีก 2 ราย ได้ค่าจ้าง 1,000 บาทต่อหัว 

วันนี้ (29 ก.ค.65) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร) หรือ PCT  เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 5 ร่วมกับ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 หรือ “บูรพา491” ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งคนไทยไปทำงานในประเทศกัมพูชาได้อีก 2 ราย เผยเคยทำมาแล้วหลายครั้ง ได้ค่าจ้าง 1,000 บาทต่อหัว อาศัยบ้านตนเองเป็นที่พักเหยื่อก่อนพาข้ามแดนไปกัมพูชา 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานปฏิบัติการ คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 65 เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 5 ร่วมกับ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 หรือ 'บูรพา491' จับกุมตัว นายอรรถชัย มีโพธิ์ อายุ 30 ปี ขณะลักลอบนำพาคนไทยไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ที่เรียกกันว่า 'ช่องทางธรรมชาติ คลองบ้านตาโจ๊ย ใกล้กับวัดป่าหนองเอี่ยน' โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ยุทธวิธีเข้าจับกุมแบบฉับพลัน (Car block) หยุดรถคนร้ายไว้ได้ก่อนจะข้ามแดน จากการสืบสวนขยายผลทราบว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย โดยขบวนการนี้ลักลอบพาคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา มาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า วันนี้ (29 ก.ค. 65) ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.บช.ภ.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง, พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ หาญแท้ รอง ผกก.กก.1 บก.ปส.3 พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 และ บูรพา 491 บก.สืบสวน ภ.2 นำกำลังบุกจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย คือ

1.) น.ส.รุ่งฤดี อุดมดี อายุ 38 ปี ที่อยู่ 33 ม.11 ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ จ.415/2565 ลงวันที่ 27 ก.ค. 65 

2.) นายพงษ์ธนา พิมพา อายุ 36 ปี ที่อยู่ 114 ม.2 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ จ.416/2565 ลงวันที่ 27 ก.ค. 65 

ในข้อหา 'ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน'

โดยจับกุม น.ส.รุ่งฤดี ได้ขณะกำลังขับรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน ผอ 3218 ชลบุรี ได้ที่บริเวณ ม.4 ถ.บายพาส ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 125/2565 ลงวันที่ 27 ก.ค. 65 เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 96 ม.1 ต.โนนหมากนุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านที่ น.ส.รุ่งฤดี อุดมดี เคยนำเหยื่อที่ถูกหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาพักไว้ก่อนข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติ ตรวจยึด รถยนต์กระบะคันดังกล่าว ซึ่งใช้เป็นรถในการกระทำความผิด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 7 เล่ม 

ในชั้นจับกุม น.ส.รุ่งฤดี ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า “ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค. 65 เป็นต้นมา ได้เริ่มทำงานรับ-ส่ง ผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามไปทำงานเป็นแอดมิน ที่ประเทศกัมพูชา โดยจะได้รับค่าตอบแทน รายละประมาณ 1,000 บาท เป็นเงินสดจากผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นชายชาวกัมพูชา ในการรับส่งแต่ละครั้ง จะนัดรับบริเวณ ร้านสะดวกซื้อ 7-11 บขส.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปที่บ้านพักของตนแล้วพาเดินข้ามทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณใกล้กับหมู่บ้านที่ตนพักอาศัย ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งจะมีชาวกัมพูชา รอรับอยู่ และในแต่ละครั้ง น.ส.รุ่งฤดี รับว่า ตนใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ ISUZU D-MAX สีขาว หมายเลขทะเบียน ผอ 3218 ชลบุรี ในการรับ-ส่ง” 

นอกจากนี้ได้ตรวจสอบประวัติบุคคลในครอบครัว พบว่านายบุญยัง ศิลศัทธา เป็นแฟนหนุ่มของ น.ส.รุ่งฤดี กับนายศักดิ์ชัย ศิลศัทธา พี่ชายของนายบุญยัง ถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ ในท้องที่ สภ.โคกสูง เมื่อช่วงเดือน พ.ค. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของ น.ส.รุ่งฤดีว่า หลังจากแฟนหนุ่มกับพี่ชายของตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปดำเนินคดี ตนจึงได้มารับงานรับ-ส่ง คนข้ามไปฝั่งกัมพูชาต่อ กระทั่งวันนี้ถูกจับกุมตัว

เวลาเดียวกัน จับกุม นายพงษ์ธนา พิมพา ที่บ้านเลขที่ 166 ซ.อ่อนนุช 17 แยก 18 สวนหลวง สวนหลวง กรุงเทพ ขณะกำลังพักอาศัยอยู่ในบ้าน 

แต่ นายพงษ์ธนาฯ ยังให้การปฏิเสธ ว่า “ตนเองเป็นลูกน้องของ นายอรรถชัย มีโพธิ์ (ถูกจับกุมที่ จ.สระแก้วเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 65) โดยยอมรับว่าเคยส่งคนพาข้ามชายแดนจริง แต่ไม่ทราบว่าคนไทยที่ออกไปนั้นจะไปทำคอลเซ็นเตอร์ โดยได้รับค่าจ้างจาก นายอรรถชัย วันละ 1,000 บาท ในวันที่มีคนข้าม โดยการจ่ายค่าข้าม นายอรรถชัย คิดค่าดำเนินการคนละ 6,500 บาท และยังยอมรับว่าเคยรับโอนเงินจากลูกค้าให้กับ นายอรรถชัย จำนวน 20 กว่าคน โดยการรับส่งจะเดินทางไปรับคนไทยที่จะข้ามแดนที่ บขส.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และนำตัวไปส่งข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติที่ สวนหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 166 ซ.อ่อนนุช 17 แยก 18 สวนหลวง สวนหลวง กรุงเทพ ที่ นายพงษ์ธนา พิมพา หลบหนีมากบดานที่นี่ พบว่าเป็นที่ตั้งของออฟฟิศเว็บพนันออนไลน์กว่า 5 URL คือ betflixvip168, b.e.t.f.l.i.x.9.8.8, megagames168, Boom xo และ slotfun168 และตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง, หน้าจอคอมพิวเตอร์ 6 จอ, โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 4 คน คือ

1.) นายสราวุธ มูลฟู อายุ 20  ปี ที่อยู่ 94 หมู่ที่ 12 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
2.) นายณัฐภัทร ทองใส อายุ 21 ปี ที่อยู่ 367 หมู่ที่ 13 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
3.) น.ส.ทิพวรรณ รวมขุนทด อายุ 23 ปี ที่อยู่ 39/1 หมู่ที่ 14 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว
4.) น.ส.วารุณี ลำภา อายุ 26 ปี ที่อยู่ 26  หมู่ที่ 03 ตำบลโนนหมากเค็ง  อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

โดยกล่าวหาว่า 'ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต' ซึ่งทั้ง 4 ราย ให้การรับสารภาพว่า “มีหน้าที่ในการชักชวนให้บุคคลอื่นๆ เข้าเล่นการพนันออนไลน์ ถาม-ตอบ ให้บริการลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และโปรแกรมสนทนาอื่นๆ ดูแลเรื่องระบบการฝาก-ถอน และปัญหาต่างๆ ของลูกค้า” จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตันดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top