Monday, 8 August 2022
NEWS

กรมประมงฯ ยันนำเข้ากุ้งจาก 'อินเดีย-เอกวาดอร์' เป็นมติร่วมกันของบอร์ดกุ้งภายใต้แผนพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย

กรมประมง สมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและภาคเอกชนร่วมแถลงยืนยันการนำเข้ากุ้งจากอินเดียและเอกวาดอร์เป็นมติร่วมกันของบอร์ดกุ้งภายใต้แผนพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย มั่นใจไม่กระทบผลผลิตและราคาเพราะมีระบบประกันราคากุ้งโดยภาคเอกชนเป็นโมเดลแรกของประเทศ

(8 ส.ค.65) นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมงแถลงวันนี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ว่า จากการที่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและผู้ประกอบการแปรรูปและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้จับมือร่วมกันเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก โดยตั้งเป้าหมายให้ได้ผลผลิต 400,000 ตัน ในปี 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ หรือ Shrimp board ซึ่งประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ กรมประมง และกรมการค้าภายใน ผู้แทนผู้ประกอบการแปรรูปและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล รวม 21 ท่าน ร่วมกันวางแผนเพื่อบริหารจัดการผลผลิตกุ้งทะเลตลอดห่วงโซ่การผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ การดำเนินงานต้องสร้างความมั่งคงด้านการตลาดตามนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล ซึ่งภายใต้ข้อตกลงร่วมกันของ Shrimp Board ได้มีการดำเนินการรักษาเสถียรภาพราคาของกุ้งขาวแวนนาไม โดยมีระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2565 ทำให้ราคาจำหน่ายกุ้งขาวฯ เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 เป็นต้นมา

พันธกิจที่สำคัญ คือ กรมประมงจัดทำแผนการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเล โดยในปี 2565 มีเป้าหมาย 320,000 ตัน และ ปี 2566 มีเป้าหมาย 400,000 ตัน ภายใต้แนวทางการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทย 11 แนวทาง โดยมีแนวทางหลัก ดังนี้  การบริหารเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ผ่านกลไกคณะทำงานแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งทะเล ระดับพื้นที่ ๓๕ จังหวัด การแก้ไขปัญหาด้านโรคกุ้งทะเล ซึ่งเป็นปัญหาหลักและเป็นต้นทุนแฝงของการเลี้ยงกุ้ง มีการจัดคลินิกเคลื่อนที่ (Mobile clinic) และสายด่วนปรึกษาปัญหาโรคสัตว์น้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที  การจัดการการเลี้ยง มีการถอดบทเรียนและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร ส่งเสริมให้มีปราชญ์เลี้ยงกุ้งหรือฟาร์มเลี้ยงกุ้งต้นแบบในแต่ละพื้นที่ มีการสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์และส่งเสริมให้ชมรมหรือกลุ่มเกษตรกรผลิตจุลินทรีย์ ปม.๒ การปรับปรุงพันธุ์กุ้งทะเล กรมประมงได้พัฒนาพันธุ์กุ้งขาวฯ สายพันธุ์สิชล 1 ผลิตและจำหน่ายเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร  การจัดหาแหล่งทุน โดยการจัดทำโครงการเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ปี 2565 ระยะที่ 1 เพื่อเป็นแหล่งสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยให้กับเกษตรกร ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานข้างต้นมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย กรมประมงจึงกำหนดให้มีการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลเป็นประจำทุกเดือน  

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2565 ประเทศไทยมีผลผลิตกุ้งทะเลจากการเพาะเลี้ยงรวมทั้งสิ้น 138,733.18 ตัน จำแนกเป็นกุ้งขาวแวนนาไม 129,100.44 ตัน (ร้อยละ 93.06) และกุ้งกุลาดำ 9,632.74 ตัน (ร้อยละ 6.94) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค. - ก.ค. 64) ผลผลิตลดลงร้อยละ 3.09 ซึ่งถึงแม้ว่ากรมประมงจะมีนโยบายในการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเล และลงพื้นที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างใกล้ชิด แต่การขาดความเชื่อมั่นด้านราคาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรไม่ปล่อยกุ้งลงเลี้ยงอย่างเต็มศักยภาพ ทำให้ผลผลิตกุ้งทะเลในภาพรวมลดลง ดังนั้น เพื่อรักษาตลาดและผู้ประกอบการส่งออกสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ Shrimp Board จึงมีข้อตกลงร่วมกันในการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งทะเลจากต่างประเทศเฉพาะช่วงเวลาและปริมาณผลผลิตภายในประเทศมีปริมาณน้อย ภายใต้เงื่อนไขที่ห้องเย็นและโรงงานแปรรูปจะรับซื้อผลผลิตกุ้งทะเลจากเกษตรกรโดยประกันราคาซื้อ - ขายขั้นต่ำ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของกุ้งทะเลภายในประเทศไว้ โดยเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ส่งผลให้ราคากุ้งทะเลภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่ปลายปี 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ผลการดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไม่ประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

โดยในปี 2565 Shrimp Board กำหนดแผนการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งทะเลจากสาธารณรัฐเอกวาดอร์และสาธารณรัฐอินเดีย ปริมาณรวม 10,501 ตัน ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการอนุญาตให้นำเข้าฯ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2565 มีการนำเข้ากุ้งขาวฯ จากสาธารณรัฐเอกวาดอร์ในเดือนมิถุนายน 2565 จำนวน 41.95 ตัน คิดเป็นมูลค่า 10.24 ล้านบาท แต่ยังไม่พบการนำเข้ากุ้งขาวฯ จากสาธารณรัฐอินเดีย

ถึงแม้ว่ากรมประมงจะมีการอนุญาตให้นำเข้ากุ้งจากสาธารณรัฐเอกวาดอร์และสาธารณรัฐอินเดีย แต่กรมประมงให้ความสำคัญกับการควบคุมโรค โดยดำเนินการอย่างรัดกุมก่อนการอนุญาตให้นำเข้ากุ้งทะเลจากสาธารณรัฐเอกวาดอร์และสาธารณรัฐอินเดีย โดยได้ประเมินระบบการควบคุมโรคของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งมีข้อกำหนดในการพิจารณาหลายมิติครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลแช่แข็งสำหรับการส่งออกมายังประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อก่อโรคข้ามพรมแดนผ่านการนำเข้ากุ้งทะเลแช่แข็งอย่างเด็ดขาด ซึ่งประเทศต้นทางที่ไทยจะนำเข้าสินค้ากุ้งทะเลนั้นจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมประมงกำหนดอย่างเข้มงวด และและเมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย จะต้องถูกดำเนินการควบคุมโรคภายใต้พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยสินค้าจะต้องเข้าสู่ระบบการกักกันเพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมประมงดำเนินการสุ่มตรวจเชื้อก่อโรคกุ้งทะเลที่สำคัญ ได้แก่ โรคไอเอ็มเอ็น (IMN) โรคตัวแดงดวงขาว (WSD) โรคหัวเหลือง (YHD) โรคทีเอส (TS) โรคไอเอชเอชเอ็น (IHHN) โรคเอ็นเอชพี (NHP) และโรคดีไอวี วัน (DIV 1) ตามบัญชีรายชื่อของ OIE รวมทั้งมีการสุ่มตรวจสารตกค้าง เช่น Chloramphenicol Nitrofurans และ Malachite green ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 โดยการสุ่มตัวอย่างทั้งหมดสอดคล้องตามหลักการสากลตามที่ OIE และ CODEX กำหนดไว้ และหากมีการตรวจพบเชื้อก่อโรคและ/หรือตรวจพบสารตกค้างเกินเกณฑ์มาตรฐาน สินค้าเหล่านั้นจะถูกทำลายหรือตีกลับประเทศต้นทางทันที จึงมั่นใจได้ว่าสินค้ากุ้งทะเลที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในประเทศไทยนั้น ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทั้งจากต้นทางและเมื่อถึงประเทศไทย อีกทั้งสินค้าเหล่านั้นจะถูกนำไปแปรรูปเพื่อการส่งออกเท่านั้น

นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย กล่าวถึง ความร่วมมือของเกษตรกรและผู้แปรรูปผ่านกลไก Shrimp Board ว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลประสบปัญหาทั้งด้านราคาตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่สูง ส่งผลให้ประสบปัญหาภาวะขาดทุน แรงจูงใจที่สำคัญของเกษตรกรในการประกอบอาชีพการเลี้ยงกุ้งทะเล คือ ปัจจัยด้านราคา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เกษตรกรต้องแก้ไขปัญหาด้านราคาตกต่ำด้วยวิธีการของตนเอง ผ่านกลไกการร้องขอจากรัฐบาล ซึ่งการจัดตั้ง Shrimp Board ในครั้งนี้ เป็นการจับมือของเกษตรกรและผู้แปรรูปเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ของอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย

การผลักดันให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ ผลผลิตต้องเพียงพอเพื่อสามารถต่อรองในตลาดโลกได้ จากการหารือร่วมกันใน Shrimp Board การนำเข้ากุ้งขาวฯ เพื่อมาทดแทนในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศมีปริมาณลดน้อยลงเพื่อรักษาตลาดมีความจำเป็น และขณะเดียวกันทำอย่างไรเกษตรกรภายในประเทศต้องไม่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้า Shrimp Board จึงตกลงร่วมกันให้มีการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อไม่ให้เกษตรกรภายในประเทศประสบปัญหาราคาตกต่ำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และยังเป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการเลี้ยงกุ้งทะเลต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นการตอบโจทย์ที่แท้จริง เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าวถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตกุ้งทะเลของเกษตรกรไทย ว่า ปัจจุบันผลผลิตกุ้งทะเลของไทยอยู่ในปริมาณ 250,000 ถึง 350,000 ตัน เท่านั้น ผลผลิตที่ได้ไม่แน่นอน ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีความพร้อมของเกษตรกรไม่เท่ากัน และมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันทั้งภูมิประเทศและภูมิอากาศ ซึ่งจากข้อมูลของกรมประมงพบว่า มีเกษตรกรผู้ประกอบกิจการการเลี้ยงกุ้งทะเลประมาณ 30,000 กว่าราย โดยมีพื้นที่ประมาณ 600,000 กว่าไร่ ซึ่ง Shrimp Board ร่วมกันคิดเพื่อให้แนวทางการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลให้ได้ 400,000 ตัน ในปี 2566 บรรลุเป้าหมาย โดยหลักการที่สำคัญ คือ เกษตรกรสามารถเลี้ยงกุ้งได้ตามศักยภาพของตัวเองในแต่ละพื้นที่ ผ่านกลไกการสร้างปราชญ์ชาวบ้านหรือผู้รู้ในพื้นที่ โดยสรรหาผู้ที่สามารถเลี้ยงกุ้งได้ในภาวะวิกฤตหรือในภาวะที่เกษตรกรรายอื่นเลี้ยงกุ้งไม่ได้

‘ชัยวุฒิ’ เตือน ระวัง มิจฉาชีพ TikTok ย้ำ อย่าเชื่อชวนลงทุนผลตอบแทนสูงเกินจริง

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงปัญหามิจฉาชีพส่งข้อความ SMS ชวนทำงานผ่านแอปพลิเคชัน ติ๊กต๊อก (TikTok) ว่า ฝากเตือนพี่น้องประชาชนช่วงนี้มีมิจฉาชีพใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย รวมถึง SMS ต่าง ๆ เข้ามาหลอกลวงพี่น้องประชาชน ล่าสุดมิจฉาชีพใช้ผ่านช่องทาง TikTok เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าไปลงทุน อ้างว่ามีผลตอบแทนสูงเกินจริง สุดท้ายก็หลอกลวงนำเงินประชาชนไป จึงอยากเตือนให้ระมัดระวัง ผู้ที่มาหลอกลวงมักเป็นคนที่เราไม่รู้จัก การจะลงทุนผ่านโซเชียลมีเดียควรตรวจสอบว่าบุคคลนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ถ้าอ้างถึงหน่วยงานหรือองค์กรต้องตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานหรือองค์กรนั้น ถ้าท่านเอาเงินไปให้กับคนที่ท่านไม่รู้จักผ่านโซเชียลมีเดียโอกาสได้คืนน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงยิ่งถ้ามีผลตอบแทนที่สูงเกินจริงหลายเท่าตัว ขณะเดียวกันก็เตือนประชาชน ให้ระวังการสเเกนผ่านมือถือ ควรตรวจสอบให้ถูกต้อง ศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนกรอกข้อมูล 

ทั้งนี้ ใครที่มีปัญหาการถูกหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชัน TikTok หรือโซเชียลมีเดียอื่น ๆ สามารถร้องเรียนมาได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านสายด่วน 1212 เราจะพยายามแก้ปัญหาให้ทุกท่านให้ดีที่สุดนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

'พล.ต.ต. วาที' เผย พฐก.-ศพฐ. 2 ร่วม ตรวจหาสาเหตุเพลิงไหม้เมาน์เท่น บี ครั้งที่ 2 เตรียมประชุมสรุปผลหาสาเหตุแน่ชัด

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2565 ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.) สำนังานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร โฆษก สพฐ.ตร. กล่าวว่า จากเหตุการณ์เพลิงไหม้เมาน์เทน บี จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 15 รายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 38 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จำนวน 31 คน และสามารถกลับบ้านได้แล้ว 7 คน จากเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.สั่งการให้ พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.)นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) พร้อมศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 (ศพฐ.2) ลงพื้นที่ตรวจหาพยานหลักฐานและหาสาเหตุที่แน่ชัด

พล.ต.ต.วาทีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ มีความห่วงใยและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกำชับให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่อย่างละเอียด เร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

'อีสานโพล' เผย!! ชาวอีสานชื่นชอบ 'ชัชชาติ' ยกให้เป็น 'นักการเมืองแห่งปี'

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ (8 ส.ค. 65) รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน หรือ มข. ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง 'เก็บคะแนนครึ่งปีแรกรางวัลแห่งปีของคนอีสาน ปี 2565' ซึ่งอีสานโพลได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับบุคคล องค์กร และผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งปี ในสาขาต่างๆ 12 รางวัล โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ (28 ก.ค. - 2 ส.ค. 65) จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,109 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล กล่าวว่า การสำรวจนี้ จะให้ชาวอีสานเสนอชื่อ บุคคลหรือองค์กรหรือผลงานที่สมควรได้รับรางวัลแห่งปีในสาขาต่าง ๆ 12 รางวัลแบบปลายเปิดไม่มีตัวเลือกให้ และจะมีการเก็บข้อมูลอีกครั้งช่วงปลายปีเพื่อสรุปคะแนนภาพรวมทั้งปี ซึ่งจากการประมวลผล พบว่า คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก แต่ละรางวัล ประกอบด้วย 

รางวัลนักการเมืองแห่งปี อันดับที่ 1 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คะแนนร้อยละ 20.2 รองลงมาคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย คะแนนร้อยละ 16.2 และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คะแนนร้อยละ 12.6 

รางวัลบริษัทฯ/หน่วยงาน/รัฐวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งปี อันดับที่ 1 คือเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี คะแนนร้อยละ 10.8 รองลงมาคือ ปตท. คะแนนร้อยละ 10.6 และมูลนิธิกระจกเงา คะแนนร้อยละ 5.9

รางวัลนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งปี อันดับที่ 1 คือคุณบุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี คะแนนร้อยละ 7.4 รองลงมาคือ พิมรี่พาย คะแนนร้อยละ 5.1 และเพนกวิน พริษฐ์ ชีวารักษ์ คะแนนร้อยละ 4.8 

รางวัลสถานีโทรทัศน์แห่งปี ครึ่งปีแรก อับดับที่ 1 คือช่อง 3HD คะแนนร้อยละ 23.5 รองลงมาคือ ช่อง 7HD คะแนนร้อยละ 17.6 และช่อง ONE 31 คะแนนร้อยละ 13.1 

รางวัลหนังสือพิมพ์/เว็บไซต์ข่าวแห่งปี อันดับที่ 1 เป็นของไทยรัฐ คะแนนร้อยละ 19.5 รองลงมาคือ เดลินิวส์ คะแนนร้อยละ 11.8 และมติชน คะแนนร้อยละ 8.6 

รางวัลพระเอกแห่งปี อันดับ 1 เป็นของณเดชน์ คูกิมิยะ คะแนนร้อยละ 11.3 รองลงมาคือ โป๊บ ธนวรรธน์ คะแนนร้อยละ 8.4 

รางวัลนางเอกแห่งปี อันดับ 1 เป็นของเบลล่า ราณี คะแนนร้อยละ 15.9 รองลงมา คือญาญ่า อุรัสยา คะแนนร้อยละ 8.9 และใบเฟิร์น พิมพ์ชนก คะแนนร้อยละ 9.3

POLITICS

'ณัฐชา' แง้ม!! เตรียมส.ส. สู้ศึกเลือกตั้ง ชี้!! ฝ่ายประชาธิปไตยต้องร่วมมือกันพลิกขั้วอำนาจ

ณัฐชา ​บุญไชยอินสวัสดิ์​ ส.ส.เขตบางขุนเทียน​ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงแคมเปญ​ก้าวไกล​ Next ว่านี่คือการปรับทัพครั้งใหญ่ของพรรคก้าวไกล เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง​ ตนในฐานะส.ส.เขต​ตอนนี้ได้มีการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ ให้พร้อมสำหรับการทำงานในพื้นที่​ โดยเป้าหมายใหญ่ของพรรคก้าวไกล​อย่างที่เลขาธิการพรรคได้กล่าวไปแล้วว่า​ พรรคก้าวไกลตั้งเป้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​เพราะนี่คือ​ทางรอดเดียวของประเทศไทย​ตลอด 8 ปีที่ประเทศไทยอยู่ใต้ระบอบประยุทธ์ จันทร์โอชา​ พี่น้องประชาชนรับภาระทุกด้าน 

ดังนั้น ทางรอดทางเดียวสำหรับประเทศไทยในอนาคตตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปก่อนที่จะเกินเยียวยา คือฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปพลิกขั้วระบอบประยุทธ์ให้ได้

'โฆษกพท.' ยัน!! พรรคพร้อมแก้วิกฤติให้บ้านเมือง หลัง 'รัฐบาลประยุทธ์' ทำเละเป็นซากมา 8 ปีแล้ว

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายและทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้เพื่อไทยกลับมาแก้วิกฤตบ้านเมือง ด้วยความเชี่ยวชาญของพรรคเพื่อไทยที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เราคิดได้และทำเป็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ‘พร้อมแล้ว’ ที่จะใช้เวลา 6 เดือนแรกหลังเป็นรัฐบาล รื้อถอนซากปรักหักพังของประเทศจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สร้างเอาไว้ให้คนไทยจมทุกข์มาตลอดระยะเวลา 8 ปี

ส่วนกรณีที่นายธนกร หวังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความพยายามพูดย้ำ ซ้ำเรื่องเดิมว่าเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์ เพื่อนำบุคคลสำคัญกลับมานั้น คงเป็นคำพูดที่ไม่มีราคามากนัก เพราะหากต้องการเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องมีการวางแนวนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชน ไม่ละทิ้งคนรากหญ้า กระจายอำนาจมายังประชาชน ดึงศักยภาพคนไทยด้วยการใช้ Soft Power ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตร เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์แม่นยำและผลผลิตสูง ปรับเปลี่ยนภาครัฐและภาคเอกชนด้วยระบบ Digital Transformation ครั้งใหญ่ และเตรียมคนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ทั้งหมดเป็นแนวนโยบายเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจทำเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 

'นิพิฏฐ์' แซะ!! 'เต้น' หวังเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ระวังซ้ำรอย 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' หนีออกนอกประเทศ

วันที่ 8 ส.ค. 65 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวพาดพิง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในการปราศรัยที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า แลนด์สไลด์หรือครับ ระวังมิดจมหัวนะ ตนได้ฟัง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ไปพูดที่ภาคเหนือ บอกให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ถ้าพูดแค่นั้น ตนก็ไม่ว่าไร แต่นายณัฐวุฒิกลับพาดพิงไปถึง ดร.สมคิด, ดร.อุตตม และคุณสนธิรัตน์ ว่า ตอนบุคคลทั้งสามอยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านเหล่านี้เคยพูดว่า จะทำให้คนจนหมดไป ซึ่งที่เขาพูดนั้น ความหมายก็คือ จะทำให้คนไทยพ้นจากเส้นความยากจน และหากได้ทำอย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ แต่บุคคลทั้งสามพูดได้ไม่นานก็ต้องลาออกจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เขาลาออกทำไม ทำไมไม่อยู่ทำนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ถึงเวลาเลือกตั้งเถอะ ตนจะพูดให้ฟัง 

นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า เวลานี้ ดูเหมือนณัฐวุฒิจะ 'คึก' เป็นพิเศษ นั่งดีดลูกคิดรางแก้ว เหมือนว่าก่อนเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ ปากอย่างนี้ ถูกใจเจ้านาย กำลังจะถูกรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น ส่วนเรื่องแลนด์สไลด์ หรือ? เป็นไปได้ ตนไม่ดูแคลนหรอก แต่ณัฐวุฒิ อย่าลืมว่า เวลาฝนตกแล้วแลนด์สไลด์ มันจะมีน้ำ มีดิน มีโคลน ไหลลงมา เขาจึงเรียกว่า 'แลนด์สไลด์' ในทางธรณีวิทยา มวลดินจะฝังกลบทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางที่มันแลนด์สไลด์ลงไป 

TRENDING
ECONBIZ

กรุงเทพฯ เจ๋ง!! ครองอันดับ 1 ในเอเชียแปซิฟิก เมืองที่ดึงงานประชุมนานาชาติเข้าประเทศสูงสุด

กรุงเทพฯ ยืน 1 ในเอเชียแปซิฟิก ในฐานะเมืองที่มีบุคลากรในสมาคมระหว่างประเทศใช้บทบาทช่วยดึงงานประชุมนานาชาติเข้าสู่ประเทศสูงสุด 

บริษัทที่ปรึกษาระหว่างประเทศด้านการจัดประชุม GainingEdge เผยรายงานวิจัยประจำปี “Leveraging Intellectual Capital” เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่า กรุงเทพมหานครมีบุคลากรเข้าเป็นกรรมการบริหารสมาคมระหว่างประเทศ 194 สมาคม แต่สามารถดึงงานประชุมเข้าประเทศได้มากถึง 123 งาน คิดเป็นอัตราการใช้ประโยชน์ (Harnessing Ratio) 63.4% ทำให้กรุงเทพเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียแปซิฟิก

สำหรับ 5 อันดับแรกที่ดึงงานประชุมนานาชาติเข้าประเทศสูงสุด ประกอบด้วย
อันดับ 1 ไทย 63.4%
อันดับ 2 เซี่ยงไฮ้ 51.7%
อันดับ 3 สิงคโปร์ 50.8%
อันดับ 4 ไทเป 45.9%
อันดับ 5 กัวลาลัมเปอร์ 44.3%

GainingEdge จัดอันดับเมืองจุดหมายปลายทางไมซ์ทั่วโลก ด้านการใช้ประโยชน์จากบุคลากรที่เป็นต้นทุนทางปัญญาเพื่อดึงงานประชุมนานาชาติมาจัดในเมืองได้สูงสุด โดยพิจารณาจากจำนวนผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพที่ได้เข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของสมาคมวิชาชีพระหว่างประเทศ

แล้วนำไปเปรียบเทียบกับจำนวนงานประชุมนานาชาติของสมาคมฯ ที่จัดขึ้นระหว่างปี 2561 จนถึงปี 2564 ในเมืองของผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพที่ดำรงตำแหน่งอยู่ และคำนวณค่าออกมาเป็นสัดส่วนร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ เรียกว่า Harnessing Ratio

นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังอยู่ในอันดับ 6 ของโลก รองจากกรุงปราก 95% ดับลิน 81.9% ลิสบอน 81.8% มอนทรีออล 77.2% และเบอร์ลิน 64.7%

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า จากรายงานของ GainingEdge ได้แนะนำให้เมืองต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์การประมูลสิทธิหรือดึงงานโดยเชิญชวนผู้นำองค์ความรู้ หรือผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพที่มีชื่อเสียงให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดึงงาน ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดึงงานของทีเส็บที่ริเริ่มโครงการ Thailand Convention Ambassador Programme หรือผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดประชุมนานาชาติของประเทศไทย

‘กอบศักดิ์’ จับตาสัปดาห์นี้ถึงจุดเปลี่ยนศก.ไทย คาด กนง.จะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สัปดาห์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย จบยุคดอกเบี้ยต่ำของไทยที่เกิดขึ้นมาหลายปี สู่จุดเริ่มต้นของการปรับขึ้นดอกเบี้ยกลับไปสู่ปกติ 

ส่วนอัตราดอกเบี้ยของไทยจะปรับขึ้นเท่าไร ไปจบลงที่ตรงจุดไหนในช่วงต่อไปนั้น คงต้องรอคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจ โดยคาดว่าจะขยับขึ้นราว 0.25% โดยมีปัจจัยหลักที่จะเป็นหัวใจสำคัญกำหนดดอกเบี้ยต่อไป คือ แนวโน้มของเงินเฟ้อ ที่ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องแข่งกันปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา และสำหรับไทยจะเกิดขึ้นในช่วงต่อไปเช่นกัน 

ในประเด็นนี้ ต้องถือว่าเป็น "ข่าวดี" ที่ไทยกำลังจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ในช่วงเงินเฟ้อกำลังแผ่วลงบ้าง หลังจากที่ในเดือนล่าสุด (กรกฎาคม) เป็นครั้งแรกของปี ที่เงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากเคยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างน่ากังวลใจจากเดือนก่อนหน้า (MoM) เฉลี่ยเดือนละ +0.9% มาตลอด เทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) เงินเฟ้อไทยเดือนนี้ก็ลดลงเช่นกัน อยู่ที่ +7.61% จาก +7.66% ในเดือนก่อนหน้า แม้จะลดลงเพียงนิดเดียว แต่ก็ยังน่าดีใจ

เพราะภาพจำของทุกคนสำหรับครึ่งแรกของปีคือ เงินเฟ้อพุ่งทะยาน สูงแล้ว สูงอีก ไม่รู้จะไปจบที่ตรงไหน แต่เดือนนี้ มีข่าวดีเล็ก ๆ เรื่องราคาสินค้าต่าง ๆ พร้อมกันลดหลายจุด 

โดยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
เงินเฟ้อทั่วไป -0.16% 
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) -1.3%
ดัชนีราคาก่อสร้าง -0.7%

จะมีก็เพียงเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังบวกเพิ่มอีก +0.5% จากการที่ราคาของสินค้าต่างๆ เริ่มปรับตัวขึ้น จากราคาหมวดพลังงาน และการขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา 

หากเราไปดูรายละเอียดขององค์ประกอบสำคัญของเงินเฟ้อ จะพบว่า ที่ดีขึ้นคือ 

หมวดที่ไม่ใช่อาหาร +7.6% ลดลงจาก +8.5% 

- พลังงาน +33.8% ลดลงจาก +40.0%

- พาหนะการขนส่ง +10.2% ลดลงจาก 14.8%

สะท้อนราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนหมวดที่แย่ลง ก็คือ 

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ +8.0% เพิ่มขึ้นจาก +6.4% 

- เนื้อสัตว์ เป็นไก่ สัตว์น้ำ +13.7% จาก 13.0%

- ผัก ผลไม้ +5.8% จาก 0.4%

- อาหารบริโภค-ในบ้าน +8.7% จาก +7.3%

- อาหารบริโภค-นอกบ้าน +8.4% จาก 6.5%

สะท้อนถึงภาระต้นทุนที่เพิ่มในช่วงที่ผ่านมา ที่กดดันให้ทุกคนต้องปรับเพิ่มราคาสินค้าต่างๆ เพื่อส่งผ่านภาระบางส่วนให้แก่ผู้บริโภค

ศ.สุชาติ! ไม่เห็นด้วยที่มีผู้เสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยเยอะ ๆ​ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ​ เพราะไทยยังอยู่ในวัฏจักร​เศรษฐกิจ​ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว

ศ​าสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ​ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวว่า

1. เราต้องแยกแยะ​เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นว่า​ เป็นด้านพิมพ์เงินมาใช้มากเกินไป​แบบสหรัฐ​ฯ (Demand​ pull inflation) หรือด้านต้นทุนนำเข้า (Cost push inflation) ออกจากกัน ประเทศไทยเป็น​ Cost push inflation หากขึ้นดอกเบี้ย​ ก็จะลดเงินเฟ้อได้น้อยมาก​ ราคาน้ำมัน, ราคาปุ๋ยก็คงไม่ลดลง​ แต่จะทำเศรษฐกิจ​ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว​กลับไปถดถอย​ ทำให้ประชาชนยากจนลงเพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น​ เศรษฐกิจ​ไทยจะแย่ลง​ คนตกงานและรายได้ประชาชนลดลง​

2. รัฐบาลต้องดูแลประชาชนให้มีงานทำ​ มีรายได้​​เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น​ การแนะนำให้ขึ้นดอกเบี้ยมากๆ​ เพื่อ (ก) เพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของประชาชน​ ลดการบริโภค​ ลดการลงทุน​ ลดรายได้ภาษี​รัฐบาล​ (ข)​ เพื่อทำค่าเงินบาทให้แข็ง​ขึ้น เพื่อลดความสามารถในการส่งออกและในการดึงดูดคนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว​ ทั้ง​ 2 ประการจะทำให้​เศรษฐกิจ​จริง (GDP)​ ลดลง​ ทำให้ประเทศไม่พัฒนา​ ประชาชนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้​ และยากจนลงมากขึ้น

LITE

วันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น ‘วันแมวโลก’ โดยถูกกำหนดขึ้นมาในปี พ.ศ.2545 เพื่อกระตุ้นความเข้าใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับแมวโดยเฉพาะ

โดยวัน International Cat Day หรือวันแมวโลกนั้นถูกกำหนดขึ้นมาโดย International Fund for Animal Welfare หรือ กองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิการสัตว์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 เป้าหมายหลักคือเพื่อกระตุ้นความเข้าใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับเจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้

เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งในยุโรป แมวถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ อีกทั้งถูกมองว่าเป็นพาหะนำโรค จนทำให้แมวจำนวนมากถูกฆ่าตายในยุคนั้น เลยต้องมีการปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง

7 สิงหาคม ของทุกปี ‘วันรพี’ รำลึก ‘พระบิดาแห่งกฎหมายไทย’ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

วันรพี คือวันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปี คือ วันรพี เป็นวันรำลึกถึงคุณงามความดีของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ที่มีต่อวงการกฎหมายไทย

วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น ‘พระบิดาแห่งกฎหมายไทย’ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักนิติศาสตร์ และทรงวางระบบแบบแผนศาลยุติธรรม รวมถึงทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอันเป็นประโยชน์ใหญ่ ยิ่งแก่ประเทศชาติ

มหาอำมาตย์เอก มหาเสวกเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (21 ตุลาคม พ.ศ. 2417 – 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463) พระนามเดิม พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็นต้นราชสกุลรพีพัฒน์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้วางรากฐานด้านกฎหมายในเมืองไทย จนได้รับพระสมัญญานามว่า พระบิดาแห่งกฎหมายไทย สิ้นพระชนม์ ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 สิริพระชันษา 45 ปี

เมื่อพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พระองค์ทรงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิรูปการศาล ซึ่งปัญหาสำคัญสำหรับศาลไทยในเวลานั้น คือ เรื่องของศาลกงสุลต่างชาติ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในยุคนั้น เป็นที่รู้กันว่าชาวต่างชาติเหล่านี้มีอำนาจอิทธิพลมาก เมื่อเกิดคดีความหรือข้อโต้แย้ง ชาวไทยมักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะชาวต่างชาติมักจะอ้างว่ากฎหมายยังล้าหลังไม่ทันสมัยเพื่อเป็นข้ออ้างเอาเปรียบชาวไทยซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลของไทยยังไม่พร้อมที่จะรับข้อกฎหมายใหม่ ๆ ในเวลานั้น

เช็ก 8 อาการคนคลั่งมือถือ!!

เช็ก 8 อาการคนคลั่งมือถือ!!

REGION

สมุทรปราการ- “สมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มฯ” วอนหน่วยงานช่วยสำรวจควบคุมราคาน้ำดื่มตามสถานศึกษา หลังพบว่ามีราคาที่สูงกว่าต้นทุนมาก

นายประสิทธิ์ เจตน์ทรงธรรม นายกสมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มจังหวัดสมุทรปราการ แถลงข่าว มีความเห็นใจนักเรียนรวมถึงเห็นใจผู้ปกครองที่ต้องซื้อน้ำดื่มในราคาที่สูงกว่าต้นทุนมาก อีกทั้ง ได้มีการสำรวจราคาตามสถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากการสำรวจพบว่าภายในสถานศึกษาได้มีการนำน้ำดื่มนำมาจำหน่ายให้กับนักเรียนในราคาที่สูงกว่าต้นทุนมาก

โดย นายประสิทธิ์ เจตน์ทรงธรรม นายกสมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ทางสมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มจังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกสำรวจราคาน้ำดื่มตามโรงเรียนต่างๆ หรือในสถานศึกษาพบว่ามีราคาที่สูงลิ่ว เมื่อเทียบกับราคาต้นทุน ที่ทางสมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มในจังหวัดสมุทรปราการจำหน่ายให้กับทางโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่สมุทรปราการ

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับ โรคโควิด-19 ระบาดส่งผลให้ผู้ปกครองจำนวนมากอยู่ในภาวะที่ลำบาก ขาดเงินหมุนเวียน ต้องพึ่งโรงรับจำนำและแหล่งเงินกู้ที่มีอัตตราดอกเบี้ยที่สูง เพื่อส่งลูกหลานให้ได้เรียนหนังสือและยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเปิดเทอมในปีการศึกษา 2565-2566 ผู้ปกครองหลายท่านต้องมาประสบกับสภาวะน้ำมันแพงซึ่งมีการปรับตัวในราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากสภาวะสงครามต่างประเทศ

ทางสมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มจังหวัดสมุทรปราการ จึงวอนไปยังหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ช่วยสำรวจและช่วยควบคุมราคาน้ำดื่มตามสถานศึกษา เนื่องจาก พบว่าน้ำดื่มบรรจุขวด ขนาด 500-600cc. ได้มีการจำหน่ายให้แก่นักเรียนในราคาที่สูงกว่าต้นทุนมาก โดยทางสมาคมผู้ผลิตน้ำดื่มจังหวัดสมุทรปราการ อ้างว่า ต้นทุนในการผลิตรวมถึงต้นทุนราคาที่ทางสมาคมส่งให้กับตามสถานศึกษาต่างๆ จะอยู่ที่ราคาขวดละ 2.50 บาท 

สมุทรปราการ - “พระพรหมวชิราธิบดี” เททองหล่อพระพุทธรูปทองคำ สูง 9 เมตร ดาราหนุ่ม “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ร่วมในพิธี

ที่บริเวณหน้าพระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะพระภิกษุสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง และไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง ร่วมในพิธีเททองหล่อพระพุทธเมตตาองค์ใหญ่ ขนาดความสูง 9 เมตร 90 เซนติเมตร วาระที่ 2 หล่อพระอุระ (อก) ตรงกับวันวิสาขบูชา 

โดย ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระพรหมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ นางรัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วย ดร.บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง.ผบก.ชลบุรี พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.กตค.บก.กค.ภ.1 พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่  นายสกล สุขพรหม ผอ.รพ.บางพลี ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี ตลอดจนพี่น้องประชาชนร่วมในพิธี 

'ปภ.เขต 3' จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย 

ปราจีนบุรี -​ ที่วัดเนินสูง ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ศูนย์ ปภ. เขต 3 ปราจีนบุรี ร่วมกับอบต.วังตะเคียน จัดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาและลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2565 โดยมีนายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฯ มีจิตอาสาพระราชทานจากส่วนราชการต่างๆ ประกอบด้วย กำลังพลจาก มทบ.12 กำลังพลจาก พล ร.2 รอ. อำภอกบินทร์บุรี อบต.วังตะเคียน และประชาชนทั่วไป จำนวน 200 คน ร่วมทำกิจกรรมช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคในฤดูแล้ง ในพื้นที่ อบต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี ประชาชนได้รับประโยชน์ 37 ครัวเรือน 922 คน

 

 

PODCAST

มรดก | รู้ LAW FOR LIFE EP.11

มรดก
รู้ Law For Life เกิด แก่ เจ็บ ตาย รวมปฐมบทกฎหมายง่ายๆ สำหรับคนไทย

.

.

พินัยกรรม | รู้ LAW FOR LIFE EP.10

พินัยกรรม

รู้ Law For Life
เกิด แก่ เจ็บ ตาย
รวมปฐมบทกฎหมายง่ายๆ สำหรับคนไทย

.

.

น้อมสดุดีพระราชกรณียกิจ'พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว' | THE STATES TIMES STORY เรื่องจริง ฟังเพลิน โดย เจต ณ นคร EP.79

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

แน่นอนว่า ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์ ได้ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย ทั้งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพสกนิกรของพระองค์โดยมิได้ขาด ตามที่พระองค์ได้ตั้งพระปณิธานไว้

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ครบ 70 พรรษา ‘The States Times Story’ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย ขอนำพระราชกรณียกิจบางส่วนมานำเสนอให้ทุกคนได้ฟังกันอีกครั้ง

.

.
 

CLICK ON CLEAR

TOPIC 28 : ไทยเป็นกลาง!! ‘รัสเซีย - จีน - สหรัฐฯ’ เท่ากับมิตร ช่วยไทยรอดพ้น นักล่าอาณานิคม

ไทยเป็นกลาง!!‘รัสเซีย - จีน - สหรัฐฯ’ เท่ากับมิตร ช่วยไทยรอดพ้น นักล่าอาณานิคม

Click on Clear Original

โดย ปริม THE STATES TIMES (กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา)

TOPIC 27 : คำว่าให้ ไม่สิ้นสุด!! รู้จัก ‘จุน วนวิทย์’ ผู้ใหญ่ใจดีแห่งฮาตาริ บริจาค 900 ล้านบาท แก่มูลนิธิรามาธิบดี

คำว่าให้ ไม่สิ้นสุด!! รู้จัก ‘จุน วนวิทย์’ ผู้ใหญ่ใจดีแห่งฮาตาริ บริจาค 900 ล้านบาท แก่มูลนิธิรามาธิบดี

Click on Clear Original
โดย ปริม THE STATES TIMES (กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา)

TOPIC 26 : ปิดบังอะไรรึเปล่า? วิศวกร Google ถูกไล่ออก หลังบอก AI มีความรู้สึกเหมือนคน

ปิดบังอะไรรึเปล่า? วิศวกร Google ถูกไล่ออก หลังบอก AI มีความรู้สึกเหมือนคน

Click on Clear Original
โดย ปริม THE STATES TIMES (กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา)

.

.

THE STUDY TIMES

สพฐ. เปิดกำหนดการรับสมัครนักเรียน ปีการศึกษา 2565 ทุกระดับชั้น

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่มีนายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2565 โดยนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน มีหลักการ ดังนี้

ระดับก่อนประถมศึกษา

•    รับสมัคร 12-15 กุมภาพันธ์ 2565
•    จับสลากและประกาศผล 19 กุมภาพันธ์ 2565
•    รายงานตัว 19 กุมภาพันธ์ 2565
•    มอบตัว 26 กุมภาพันธ์ 2565

เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 12-15 กุมภาพันธ์ 2565
•    ประกาศผล 19 กุมภาพันธ์ 2565
•    มอบตัว 26 มีนาคม 2565

ระดับประถมศึกษาปีที่ 1
•    รับสมัคร 23-27 กุมภาพันธ์ 2565
•    จับสลาก 5 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 5 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 12 มีนาคม 2565

เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 23-27 กุมภาพันธ์ 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 5 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 12 มีนาคม 2565

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1

•    สอบคัดเลือก (ถ้ามี) รับสมัคร 9-13 มีนาคม 2565
•    สอบคัดเลือก 26 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 2 เมษายน 2565

ความสามารถพิเศษ (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 9-10 มีนาคม 2565
•    สอบคัดเลือก 22 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 23 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 2 เมษายน 2565

เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 9-13 มีนาคม 2565
•    สอบคัดเลือก 26 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 30 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 2 เมษายน 2565

จับสลาก (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 9-13 มีนาคม 2565
•    จับสลาก 1 เมษายน 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 1 เมษายน 2565
•    มอบตัว 2 เมษายน 2565

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เปิดสอน ม.ต้น และ ม.ปลาย

นักเรียนที่จบ ม.3 เดิม รับสมัคร ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนด

นักเรียนที่จบ ม.3 จากโรงเรียนเดิม และโรงเรียนอื่น

•    รับสมัคร 9-13 มีนาคม 2565
•    สอบคัดเลือก 27 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 31 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 3 เมษายน 2565

ความสามารถพิเศษ (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 9-10 มีนาคม 2565
•    สอบคัดเลือก 23 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 24 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 3 เมษายน 2565

เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 9-13 มีนาคม 2565
•    สอบคัดเลือก 27 มีนาคม 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 31 มีนาคม 2565
•    มอบตัว 3 เมษายน 2565

จับสลาก (ถ้ามี)

•    รับสมัคร 9-13 มีนาคม 2565
•    จับสลาก 1 เมษายน 2565
•    ประกาศผลและรายงานตัว 1 เมษายน 2565
•    มอบตัว 2 เมษายน 2565

กระทรวงศึกษาฯ เน้นย้ำการเปิดโรงเรียนช่วงโควิดระบาดต้องมี 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับโรงเรีย

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการเสวนา “โอมิครอน ร้ายจริงหรือ? ถึงต้องปิดโรงเรียน” ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยชี้แจงถึงนโยบายความปลอดภัยในโรงเรียน การปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (5 On) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ และการเตรียมความพร้อมที่จะเปิด On-Site ของทุกโรงเรียนอย่างปลอดภัย โดยความร่วมมือระหว่าง ศธ. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

สำหรับโรงเรียนที่ตัดสินใจจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ On-Site จะต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับโรงเรียน 

สำหรับมาตรการความปลอดภัย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) มีดังต่อไปนี้ 

- เว้นระยะห่าง 
- สวมหน้ากาก 
- ล้างมือ 
- คัดกรองวัดไข้ 
- ลดการแออัด 
- ทำความสะอาด 

ว่านหางจระเข้ 5 ยี่ห้อ ใช้แล้วหน้าใส หาซื้อง่ายม๊วก !

เพื่อน ๆ เคยโดนแดดแล้วรู้สึกผิวหน้าของเราหมองลงบ้างไหมเอ่ย วันนี้ THE STUDY TIMES มีตัวช่วยมานำเสนอ
อย่าง “ว่านหางจระเข้” อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในเรื่องลดรอยแดง รอยดำบนใบหน้าและยังทำให้หน้าของเราขาวขึ้นอีกด้วย เราจะมาแนะนำว่านหางจระเข้ 5 ยี่ห้อที่เป็นตัวฮิตที่สุดในยุคนี้ ! 

1.) Smooto Aloe E Snail Bright Gel
ตัวนี้เห็นทีไม่มาบอกต่อไม่ได้เลย คนรีวิวเยอะมาก ๆ โดยตัวนี้เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายสามารถทาทั่วใบหน้าและตามร่างกายได้ด้วย

2.) Cathy Doll karmart Aloe Vera&Snail Serum Soothing Gel
เจลว่านหางจระเข้ผสมเมือกหอยทาเข้มข้น บำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

WEEKLY

ควันหลง ‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวหนองคาย พร้อมประกาศลั่นอีสานจะไม่แห้งแล้งอีกต่อไป แถมพวงยุทธศาสตร์ใหม่ เตรียมผุดโครงสร้างพื้นฐาน ดันพื้นที่ภาคอีสานเชื่อมเศรษฐกิจโลก ผ่านนโยบายสุดเก๋ ‘ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก’

หากใครได้ติดตามการลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นอกจากพล.อ.ประวิตร จะได้ทักทายพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับโชว์ผลงานการบริหารจัดการน้ำ กระทั่งทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาคอีสานแทบจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแล้งเลย

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ พล.อ.ประวิตร ได้ประกาศจะทำให้ภาคอีสานเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจไปทั่วโลก 

โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวในตอนหนึ่งในช่วงปราศรัยว่า ทุกครั้งที่มาภาคอีสาน คนอีสานจะต้อนรับด้วยความอบอุ่น จากการคาดผ้าขาวม้า ทำให้ผู้มาเยือนเกิดความประทับใจทุกครั้ง อยากบอกว่า “ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก” เป็นนโยบายที่ต่อไปนี้ภาคอีสานจะเป็นภาคที่เชื่อมโลก พร้อมกับการกระจายสินค้าต่าง ๆ ไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น 

รอง หน.ประชาธิปัตย์ ประกาศผลักดันจังหวัดหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เจาะตลาดชาวมุสลิมกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ยกระดับคุณภาพชีวิต ปชช.ในพื้นที่ ก้าวข้ามความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2565 ที่จ.ปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะประกาศผลักดันจังหวัดหวัดชายแดนใต้ให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด โดยตั้งใจจะให้ทุกจังหวัดของชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อการบริโภคในพื้นที่บริโภคภายในประเทศ และเป็นครัวของโลก โดยเฉพาะประชากรมุสลิมกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก

นายนิพนธ์ฯ กล่าวว่า จากการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในหลายพื้นที่พบว่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ จึงต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ผลผลิตที่สอดคล้องความต้องการของตลาด อย่างหลากหลาย รวมทั้งด้านปศุสัตว์ พร้อมทั้งการจะพลิกนาร้างให้เป็นนาข้าว ร่วมสามแสนไร่ให้เป็นนาข้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะจัดระบบชลประทานให้เข้าไปถึงที่นาแห่งนี้ และสร้างผล ตอบแทนทางการเกษตรที่เรียกว่านาข้าวเลี้ยงคนในพื้นที่ได้ 

“กระทรวงเกษตรฯ.” เร่งขับเคลื่อน ”สภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอส.” ผนึกทุกเครือข่ายเดินหน้าเกษตรออร์กานิคดันไทยขึ้นแท่นฮับอาเซียน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นประธานพิธีเปิดและปาถกฐาพิเศษ เรื่อง “เกษตรอินทรีย์และเกษตรอินทรีย์พีจีเอส.”ที่รร.อมารี ดอนเมือง ผ่านระบบออนไลน์โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มที่ เป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food)ที่มีโอกาสเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมากจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้านการผลิต การแปรรูป การบริโภค การค้าสินค้า และ การบริการเกษตรอินทรีย์ ที่มีความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลภายใต้”ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560-2564” โดยมีคณะกรรมการเกษตรอินทรีย์แห่งชาติและคณะกรรมบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่มีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานเป็นกลไกระดับนโยบายและมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภายใต้3คณะทำงานได้แก่คณะกรรมการด้านเกษตรอินทรีย์ คณะทำงานด้านเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรผสมผสานและคณะทำงานด้านวนเกษตรและเกษตรธรรมชาติ ได้เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการปี 2564-2565เดินหน้าจัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ 2566-2570 และร่างพรบ.เกษตรกรรมยั่งยืนพร้อมกับเห็นชอบให้มีการจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติรวมทั้งการจัดทำโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง(Urban Farming)และโครงการธนาคารสีเขียว(Green Bank) ประการสำคัญคือการจัดตั้งสภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอส.แห่งประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ19สิงหาคม2564 โดยมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)จัดทำหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS)หรือเกษตรอินทรีย์วิถีชุมชน
   วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่สภาเกษตรอินทรีย์ พีจีเอส.แห่งประเทศไทยได้เห็นชอบธรรมนูญของสภาฯ.และคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นทางการชุดแรกแทนคณะกรรมการบริหารชุดเฉพาะกิจด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะเครือข่ายองค์กรเกษตรอินทรีย์หลักๆเช่น มูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย มูลนิธิ เกษตรกรรมยั่งยืน สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พี จี เอส สหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่ง ประเทศไทย ยังมีกลุ่มเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส ในเครือข่ายอื่นๆ อีกเป็นจํานวนมากที่พร้อมจะร่วมกันขับเคลื่อนสภาเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส และแผนดําเนินงานขับเคลื่อนระบบ พี จี เอส ของประเทศให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ (1) เพิ่มพื้นที่และปริมาณการผลิตเกษตรอินทรีย์ (2) เพิ่มการค้าและการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ (3) เพื่อให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ (4) เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของสินค้าและบริการด้านเกษตรอินทรีย์ในระดับภูมิภาคอาเซียน 


   

CRIMES

กองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการปฏิบัติที่น่าสนใจความผิดต่อชีวิต/ร่างกาย และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ กรณีวันที่ 20 ก.ค.65 เวลา 11.30 น. พล.ต.ท.สำราญ  นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์  แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.น. ได้แถลงผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

คดีที่ 1 จับกุมคนร้ายประสบปัญหาทางการเงิน ใช้อาวุธปืนปลอมชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างสรรพสินค้าย่านพัฒนาการ สน.คลองตัน บก.น.๕ วันที่ 19 ก.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัว นายประภากร หรือ กร อายุ 42 ปี ที่ห้องพักเลขที่ 210 ชั้น 2 ฝันดีแมนชั่น ซอยชยางกูร 38 ถนนชยางกูร อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมได้ตรวจยึดของกลาง

1.สร้อยข้อมือทองคำจี้ รูปหัวใจ พบในขวดโลชั่นทาผิว NIVEA จำนวน 1 เส้น

2.สร้อยข้อมือทองคำจี้ รูปปี่เชี้ยะ พบในขวดโลชั่นทาผิว NIVEA จำนวน 1 เส้น 

3.สร้อยข้อมือทองคำลายลูกคิดพลอย พบในขวดโลชั่นทาผิว NIVEA จำนวน 1 เส้น 

4.สร้อยข้อมือทองคำจี้เลข 8 พบในขวดโลออนครีม NIVEA จำนวน 1 เส้น 

5.สร้อยข้อมือทองคำจี้กุหลาบหัวใจเลข 9 พบในขวดโลออนครีม NIVEA จำนวน 1 เส้น 

6.สร้อยข้อมือทองคำลายดอกพิกุล พบในขวดแป้ง POND'S จำนวน 1 เส้น

7.ตะขอทองคำรูปตัว S พบในขวดแป้ง POND'S จำนวน 1 ชิ้น 

8.ธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับ 500 บาท พบในกระเป๋ากางเกงข้างหน้าซ้าย ตัวที่ผู้ต้องหาสวมใส่อยู่   จำนวน 1 ฉบับ

9. ธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับ 50 บาท พบในกระเป๋ากางเกงข้างหน้าช้ายที่ผู้ต้องหาสวมใส่อยู่    จำนวน 1 ฉบับ

10. ธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับ 1,000 บาท จำนวน 12 ฉบับ

11. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Realme จำนวน 1 เครื่อง 

12. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi จำนวน 1 เครื่อง

13. ชิมโทรศัพท์ AIS พบในกระเป๋ากางเกงข้างหน้าด้านขวาจำนวน 1 เบอร์

โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อพ้นการจับกุม และพาอาวุธเข้าไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”

จากการตรวจสอบประวัติ นายประภากร เคยมีประวัติการต้องโทษ คดีฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน โดยประสบปัญหาการขาดทุนจากร้านที่เปิดและถูกดำเนินคดี กรณีไม่ปิดจุดเสี่ยง สถานบันเทิง ห้าง คลินิก บ่อน อาบ อบนวด

คดีที่ 2  กรณีผู้ก่อเหตุขับรถยนต์ชนเด็กแล้วอุ้มขึ้นรถไปวางทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ สน.บุคคโล บก.น.8 เมื่อวันที่ 19 ก.ค.65 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุคคโล ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ว่ามีชาย อายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อยืดสีฟ้า ได้อุ้มเด็กซึ่งได้รับบาดเจ็บมาวางทิ้งไว้หน้า โรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับข้อมูลจากเด็กที่ถูกวางทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาล อายุประมาณ 4 ปี และถูกรถชนบริเวณลานจอดรถห้างบิ้กซี สาขาดาวคะนองแล้วถูกอุ้มขึ้นรถแล้วนำมาวางทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาลดังกล่าว 

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุคคโล ได้ออกตรวจที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาดาวคะนอง บริเวณทางเข้า – ออก และภายในบริเวณลานจอดรถของห้างฯ พบว่ารถยนต์ที่ขับมาชนเด็กเป็นรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด กะบะด้านหลังติดตั้งตู้ทึบ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ฒฒ 348 กรุงเทพมหานคร โดยขับรถเข้ามาภายในห้างฯ เวลาประมาณ 12.45 น. จากนั้นได้จอดเพื่อนำของมาส่งที่ห้างๆ ต่อมาได้ขับรถเลี้ยวเข้ามาภายในลานจอดรถเพื่อที่จะเดินทางกลับ และเมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. ได้ขับรถชนเด็ก (ตามคำบอกเล่าพยานที่เห็นเหตุการณ์) จากนั้นเวลาประมาณ 13.19 น. ได้ขับรถออกจากห้างฯ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเมื่อเวลาประมาณ 13.21 น. รถยนต์คันดังกล่าวขับมุ่งหน้าผ่านบริเวณแยกดาวคะนอง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพฯ และได้ขับมุ่งหน้าไปทางแยกพระรามที่ 2 ไปตามถนนสุขสวัสดิ์ จากนั้นเวลาประมาณ 13.25 น. ได้ขับผ่านบริเวณห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางปะกอก และได้กลับรถบริเวณแยกราษฎร์พัฒนา แขวงบางปะกอก  เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ต่อมาเวลาประมาณ 13.28 น. ได้เลี้ยวรถจอดบริเวณหน้า โรงพยาบาลสุขสวัสดิ์แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ จากนั้นคนขับรถได้อุ้มเด็กลงมาวางทิ้งไว้ที่หน้าโรงพยาบาลดังกล่าว แล้วขับรถหลบหนีไป มุ่งหน้าแยกพระรามที่ 2 

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้สอบข้อมูลจากทะเบียนรถคันดังกล่าว จึงได้ทราบว่ามีนายอานนท์ฯ อายุ 52 ปี เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว และนำตัวเด็กไปวางทิ้งไว้ที่หน้าโรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ จึงได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

จากการตรวจสอบประวัติ นายอานนท์ ไม่มีประวัติการต้องโทษ ผลการตรวจวัดไม่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย ไม่มียาเสพติดในร่างกาย

คดีที่ 3 191 เปิดแผนวิเคราะห์อาชญากรรมสยบโจรลอบตัดสายไฟเมืองกรุง วันที่ 15 ก.ค.65เวลา 00.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย บริเวณริมถนนราษฎร์รัฐพัฒนา แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ดังนี้

1.นายอณุ (สงวนนามสกุล)  อายุ  29 ปี

2.น.ส.ปารวตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี

พร้อมด้วยของกลาง

1.สายเคเบิ้ล น้ำหนัก 16 กิโลกรัม

2.สายเคเบิ้ล อยู่ภายในท่อพลาสติกสีดำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 ซม. ยาว 6 เมตร    จำนวน    1 เส้น

3.สายเคเบิ้ล อยู่ภายในท่อพลาสติกสีดำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 ซม. ยาว 6.5 เมตร  จำนวน    1 เส้น

4.คีมตัดสายไฟ สีเขียว - ดำ  จำนวน    1 อัน

5.ปลอกหุ้มสายเคเบิ้ลเปล่า จำนวน  13 อัน

6.รถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีขาว หมายเลขทะเบียน XXX-8982 กรุงเทพมหานคร   จำนวน    1 คัน

โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือ การพาทรัพย์นั้นไป”

สืบเนื่องจากในห้วงเดือนมีนาคม – กรกฎาคม 2565 มีผู้เสียหายและประชาชนพลเมืองดี ได้แจ้งเหตุผ่านโทรศัพท์สายด่วน 191 เกี่ยวกับเหตุลักสายไฟในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องจำนวนหลายเหตุ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในวงกว้าง ตามดำริของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล “นครบาลใส่ใจ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน” กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมและพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย เพื่อเฝ้าระวังติดตามป้องกันมิให้คนร้ายสามารถก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำ ตลอดจนสืบสวนติดตามพฤติกรรมกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งในวันที่ 15 ก.ค.65 เวลา 00.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กองกำกับการสายตรวจได้ออกตรวจพื้นที่ตามแผนวิเคราะห์อาชญากรรม ซึ่งมีการวางแผนวิเคราะห์และประเมินพื้นที่กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสในการเกิดอาชญากรรม โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราไปตามเส้นทางที่กำหนดได้พบรถกระบะต้องสงสัยจอดอยู่ในบริเวณ ซอยเคหะร่มเกล้า 78 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร และเมื่อเฝ้าสังเกตการณ์จึงพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวเป็นรถที่อยู่ในกลุ่มต้องสงสัยในการก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟสายเคเบิ้ล โดยมีชายเป็นผู้ขับขี่ ทราบชื่อต่อมาในภายหลังว่า นายอณุ ได้ลงมาจากรถ จากนั้นได้ปีนขึ้นไปบนสายเคเบิ้ลในบริเวณดังกล่าว และมีผู้หญิงคนหนี่งคอยให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทราบชื่อต่อมาในภายหลังว่า น.ส.ปารวตรี เป็นผู้ที่นั่งรถมาด้วยกัน ได้ขนสายเคเบิ้ลที่ถูกตัดกองทิ้งลงมาขึ้นไปที่บริเวณท้ายรถกระบะ และทั้งสองได้ขับรถออกจากบริเวณดังกล่าวไป 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามรถกระบะต้องสงสัย จนกระทั่งพบว่ารถกระบะได้ถูกนำไปจอดที่บริเวณริมถนนราษฎร์รัฐพัฒนา แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบว่าบุคคลทั้งสองกำลังช่วยกันปลอกสายเคเบิ้ลที่เพิ่งจะลักลอบตัดมา และพบสายเคเบิ้ลจำนวนมากอยู่ในบริเวณท้ายรถกระบะ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองให้การ “รับสารภาพ” ว่า ได้นำสายเคเบิ้ลที่ลักลอบตัดมาจากสถานที่ต่างๆมาปลอกเพื่อเอาทองแดงข้างในไปขายต่อในราคากิโลกรัมละ 180-190 บาท โดยก่อนหน้านี้ได้เคยก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟและสายเคเบิ้ลในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาแล้วจำนวนหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมด้วยของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้งสองราย ผลปรากฏดังนี้

1.นายอณุ เคยต้องโทษ คดียาเสพติดเมื่อ ปี 2554 สภ.ห้วยยาง จว.ประจวบคีรีขันธ์

2.น.ส.ปารวตรี มีประวัติ ข้อหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา  

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้เน้นย้ำเพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า จะมุ่งเน้นการป้องกันอาชญากรรม ให้กับพี่น้องประชาชน และเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเร่งทำการ สืบสวน ติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วทุกคดีและจะดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครมีความปลอดภัยมากที่สุด

'เชียงราย' - ช่วยเหลือ 6 คนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในเขตปกครองพิเศษประเทศเมียนมากลับไทย

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1และเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่3 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวและได้เดินทางมายังสะพานมิตรภาพชายแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 

อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายเพื่อมารับตัวเหยื่อทั้ง 6 ราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือโดยทางการเมียนมาได้ส่งตัวกลับมายังประเทศไทยโดยปลอดภัยซึ่งหลังจากนี้จะได้นำเหยื่อทั้ง6รายเข้าสู่กระบวนการตามมาตรการสาธารณสุขและกระบวนการคัดแยกเหยื่อตามลำดับต่อไป 

จากเหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากกรณีที่มีคลิปของกลุ่มหญิงสาวที่ร้องขอความช่วยเหลือปรากกฎตามสื่อและโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาโดยกลุ่มหญิงสาวดังกล่าวถูกเอเจนซี่คนไทยชักชวนไปทำงานเป็นพีอาร์ที่ประเทศเมียนมาร์มีการข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมาร์โดยผิดกฎหมายสุดท้ายถูกบังคับค้าประเวณีที่สถานบริการภายในเมืองป๊อกรัฐฉาน (เขตปกครองพิเศษว้า) ประเทศเมียนมา มีหัวหน้าชาวจีนเป็นคนดูแลผลประโยชน์โดย

ภายในคลิปได้ร้องขอมายังทางการไทยเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐให้ความช่วยเหลือในการนำพาพวกตนกลับมายังประเทศไทยนั้นหลังจากภาพคลิปดังกล่าวปรากฎในสื่อต่างๆนั้นทางการไทยจึงประสานขอความร่วมมือไปยังทางการเมียนมา จนสามารถช่วยเหลือคนไทยทั้ง 6 คนกลับมาได้สำเร็จจากนี้ก็จะให้คนไทยทั้ง 6 คนเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อหากเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์จริง จะได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือในฐานะเหยื่อต่อไป หากพบว่าไม่ได้เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ก็จะให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาดต่อไป

ตร.เตือน วัยคะนองพึงระวัง ชกต่อยหวังเอาเครื่องหมายสถานศึกษา โทษหนัก หมดอนาคต

(1 ก.ค.65) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีเหตุ เด็กนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถูกคนร้ายเป็นชาย 3 ราย ชักอาวุธมีดขึ้นมาข่มขู่ และลงมือชกต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของเด็กนักเรียนที่กำลังเดินกลับบ้าน เพื่อต้องการชิงเข็มพระเกี้ยว ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของสถาบันดังกล่าว นั้น

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนไปยังกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่มีความคิดว่าการแย่งชิงตราสัญลักษณ์ของสถาบันการศึกษาอื่น เป็นเรื่องสนุกของวัยรุ่น ทำให้ได้รับการยอมรับจากเพื่อน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด หากแต่เป็นการกระทำที่ขาดการยั้งคิด และเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้

 

ซึ่งการที่บุคคลใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือ ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น หรือเพื่อเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน จะเป็นความผิดฐาน ชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และหากร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป จะเป็นความผิดฐาน ปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ซึ่งอัตราโทษจะขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการกระทำ ซึ่งสรุปได้ดังนี้...

 

ความผิดฐานชิงทรัพย์ (ผู้กระทำผิด 1 ถึง 2 คน)

- ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 200,000 บาท 

- เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 400,000 บาท

- เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 400,000 บาท

- เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ความผิดฐานปล้นทรัพย์ (ผู้กระทำผิด 3 คน ขึ้นไป)

- ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 300,000 บาท

- ผู้กระทำความผิดคนใดคนหนึ่ง พกอาวุธติดตัวไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 12 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 240,000 บาท ถึง 400,000 บาท

- เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี

- กระทำโดนแสดงความทารุณ เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง วัตถุระเบิด หรือกระทำทรมาน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี

- เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษประหารชีวิต

THE SHOPS TIMES

เลือก ช้อป ที่ ใช่!! เลือก ใช้ ที่ ชอบ!! Click on Goods @THESHOPSTIMES

ปุกาศๆ อัปเดตๆ

ช่วงนี้ทางเพจ THESTATESTIMES (TST) มีการนำเสนอกลุ่มคอนเทนต์เอาใจสายช้อปปิ้งออนไลน์มาแทรกให้กับท่านผู้อ่านเป็นระยะ ๆ ผ่านช่องทางที่ใช้ชื่อว่า ‘THE SHOPS TIMES’

เหตุผลสำคัญที่จะมีการเสริมคอนเทนต์แนวนี้เพิ่มเข้ามา เพราะต้องยอมรับว่าช่วงนี้หลากหลายธุรกิจกำลังเจอปัญหายอดขายหาย รายได้หด กันหนักพอควร แม้จะมีการนำเสนอสินค้าและบริการกันอย่างหนักหน่วง เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าได้เกิดการรับรู้ก็ตาม

ประจวบเหมาะกับเพจของ TST ก็เปิดมาได้ระยะหนึ่ง และก็เริ่มมีจำนวนลูกเพจเพิ่มขึ้นไปตามเวลา พร้อม ๆ กับกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการที่อยากจะให้ช่วยนำเสนอมาเป็นระยะ (ระยะหลังเริ่มเยอะ) ไอเดียนี้เลยบรรเจิด

ว่าแล้วในมุมของทีมงาน ก็เลยมานั่งเขย่าเหล่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เวียนผ่านสายตาเข้ามา พบว่าหลาย ๆ กลุ่มสินค้าก็มีความน่าสนใจและน่านำเสนอผ่านช่องทาง THE SHOPS TIMES เพื่อช่วยกระจายการรับรู้ให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ ในช่วงนี้ไปสู่ผู้บริโภคได้มากขึ้น

อ้อ!! นอกจากนี้ เพื่อให้ THE SHOPS TIMES by TST ไม่เป็นเพียงแค่คอนเทนต์เหงา ๆ ที่ใครอ่านปุ๊บแล้วเกิดคันนิ้วอยาก Click ช้อปปิ้งแบบ Real-time ทาง TST จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมต่อการซื้อการขายแบบ Digital Media Commerce หรือจะเรียกว่าเป็นช้อปปิ้งออนไลน์แพลตฟอร์มกลาย ๆ มาให้ในตัว

สำหรับ THE SHOPS TIMES ภายใต้ไอเดีย Click on Goods จะดีลสินค้าดี โปรเด็ด มาให้แฟนคลับของ TST ได้รับทราบ พร้อมนำเสนอจุดเด่นของสินค้า ที่ทีมงานโอน้อยออกกันแล้วบอกว่าดี!!

ล้อเล่น ๆ!! ทางทีมงานจะมีการเลือกจากคุณภาพของสินค้า เทรนด์ความต้องการของตลาด และโอกาสที่เงินในกระเป๋าของผู้บริโภคที่จะถูกดึงออกไปด้วยความสมเหตุสมผลมากที่สุด

และก็อย่างที่บอก ตอนนี้เราได้มีการพัฒนาระบบการสั่งซื้อแบบครบวงจนผ่านทาง ไลน์แอด @THESHOPSTIMES ถ้าแฟนเพจชอบใจสินค้าแนวไหน ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้เลย เดี๋ยวทีมงานเข้าไปช่วยเคลียร์ให้ (ส่วนทีมงานคนไหนพูดจาไม่ดี เดี๋ยวพี่ตบเอง)

สำหรับก่อนหน้านี้ THE SHOPS TIMES ได้ดีลกับกลุ่มสินค้าในฝันของใครหลาย ๆ คน เช่น กลุ่มรถยนต์หลากแบรนด์มาได้ระยะหนึ่ง

ล่าสุดเราได้ร่วมมือกับ ‘บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด’ นำเสนอ สินค้าประกันภัยรถยนต์ โดยสามารถแวะมาคลิกผ่านระบบสมาชิก @THESHOPTIMES ซึ่งบริหารงานภายใต้เครือข่ายระบบ MGM (Member get Member) ของบริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด กันได้โลด

เพราะเพียงสมัครเป็นสมาชิกกับเราวันนี้ ได้ทันที 4 คุ้ม (ค่าสมัคร 200 บาท)

- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

- ขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเอง

นอกจากนี้ สิ่งที่จะได้รับจากการซื้อประกันภัยผ่าน @THESHOPTIMES ยังมีแบบประกันหลากหลาย สมัครที่เดียว ขายได้เกือบทุกบริษัท โดยไม่บังคับยอดขาย ส่วนเจ้าของรถยนต์สมัครสมาชิก ซื้อใช้เองในราคาถูก เหมือนซื้อในราคาตัวแทนประกันภัย เช็กเบี้ยประกัน และเปรียบเทียบราคาได้ถึง 36 บริษัทประกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยโครงสร้างธุรกิจแบบ MGM ยังช่วยให้คุณสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองแบบไร้ขีดจำกัด จาก 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น...

- รายได้จากการขายเอง มาจากการขายให้กับคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อน หรือคนรู้จัก หรือซื้อให้กับรถตัวคุณเอง

- รายได้จากค่าแนะนำ มาจากการที่คุณแนะนำ ทุกคนที่คุณรู้จัก ให้มาเป็นสมาชิกกับศรีกรุงโบรกเกอร์ บริษัทให้ค่าแนะนำกับคุณ โอนเข้าบัญชี

- รายได้จากค่าสายงาน ซึ่งมาจากคนทีมงานของคุณ ยอดขายของทีมงานคุณคือรายได้ของคุณในอัตราผลตอบแทน 3-7% โดยมีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำแนะนำ แต่จะต้องมีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย

เรียกว่าได้ทั้งความคุ้มครอง และเป็นได้ทั้งอาชีพหลัก อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ช่วยสร้างรายได้ไร้ขีดจำกัด เหมาะกับสถานการณ์วิกฤตที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ที่สำคัญความเสี่ยงต่ำม้ากกกกก เพราะทุกวันนี้ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่ยังเติบโตได้ในขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก และที่สำคัญรหัสสมาชิก ยังเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน นั่นหมายความว่ารายได้จากทีมงานที่คุณสร้างไว้จะตกทอดเป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไปด้วยแหละ...

เอาเป็นว่าแฟนเพจหรือเพื่อน ๆ ที่สนใจ โปรเด็ด ถูกคุ้ม อย่างสมเหตุสมผล ก็สามารถติดตามคอนเทนต์ THE SHOPS TIMES ใน THE STATES TIMES

สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก ???? https://lin.ee/vfTXud9

แล้วเราจะมีสินค้ากลุ่มอื่นมาอัปเดตเรื่อย ๆ จ้า…

ALL NEW MG5 สปอร์ตคูเป้​ สายเท่ห์​ เปย์สบาย!! ในราคาเริ่มต้น 559,000 บาท กับ THE SHOPS TIMES

สิ้นสุดการรอคอย​ สำหรับ ALL NEW MG5 โฉมใหม่​ ที่เปิดตัวด้วยราคาสุดร้อนแรงในกลุ่มซิตี้คาร์​ โดยมีให้เลือ​ 3​ รุ่นย่อย​ ได้แก่...

ALL NEW MG5 รุ่น C ราคา​ 559,000

ALL NEW MG5 รุ่น D ราคา​ 599,000

ALL NEW MG5 รุ่น X ราคา​ 689,000

สีตัวถังมีทั้งหมด 6 สี ได้แก่...

- สีเหลือง (Nuclear Yellow)

- สีขาว (Arctic White)

- สีดำ (Black Knight)

- สีเงิน (Silver Metallic)

- สีแดง (Scarlet Red)

- สีเทา (Metal Ash Grey)

นอกจากนี้​ ยังพ่วงออปชันบริการหลังการขายแบบครบวงจรภายใต้ชื่อ 'แพสชั่น เซอร์วิส'​ (Passion Service) ประกอบไปด้วย...

- การรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร

- การบริการเช็กระยะและตรวจสอบสภาพรถนอกสถานที่ (Mobile Services)

- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance)

- บริการศูนยลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Center) ตลอด 24 ชั่วโมง

อีกทั้งยังมีบริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อม ที่โชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับ​ 'ALL NEW MG5'​ เป็นซิตี้คาร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ 'BEYOND'​ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โฉบเฉี่ยวด้วยรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ บนมิติตัวถังที่ใหญ่กว่ารถยนต์ซิตี้คาร์ในกลุ่ม B-segment รวมไปถึงกลุ่ม Eco-Car ของไทย

โดยพื้นที่ภายห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย มีพื้นที่เหนือศีรษะที่สูงโปร่ง ใครสูงน้อยกว่า​ 180​ ซม.​ นั่งหลังได้ชิล ๆ​

ภายในมีการตกแต่งสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยการออกแบบคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่ให้องศาที่เหมาะกับตำแหน่งคนขับ

พร้อมทีเด็ดหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และโทรศัพท์มือถือระบบ Android, พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่ม PUSH Start

วัสดุภายในเป็นแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft touch) ในหลายตำแหน่ง

ในส่วนของไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ

ด้านฟังก์ชั่น​ MG5​ พ่วงออพชั่นระดับรถยนต์กลุ่ม C-Sedan มาใส่มาเพียบ​ ตั้งแต่​ ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, มาตรวัดอัจฉริยะแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, หลังคาซันรูฟ และเหนือกว่า ด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจีที่โดดเด่นด้วยระบบการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ กุญแจดิจิทัล (Digital Key) ที่เจ้าของรถสามารถส่งผ่านมายังโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ท อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิทัลให้กับผู้อื่น​ เพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอปพลิเคชัน i-SMART ALL NEW MG5

ALL NEW MG5​ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 114 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด รวมไปถึงระบบช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว (Synchronized Protection System) ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น...

ดีสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA / ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง / ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน / ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา / ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ / ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง / ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล / ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดของ​ ALL​ NEWS​ MG5​ เหมาะกับผู้ชื่นชอบรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ต​ แต่ก็ต้องขอแอบบอกว่าบรรดานักเทสต์รถหลายคน​ ยกให้ความนุ่มของช่วงล่าง​ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานแบบรถครอบครัวได้ควบคู่ไปด้วย

***สนใจติดต่อ Line @THE SHOPS TIMES

ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!! ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

จะดีกว่ามะ!! หากเงินที่เราจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไปนั้น จะได้ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น ๆ และแถมยังคืนกลับมาเป็นค่าคอมมิชชั่นอีกต่างหาก

มันดีอยู่แล้ว!! แต่ต้องแวะมาคลิกผ่านระบบสมาชิก @THESHOPTIMES ซึ่งบริหารงานภายใต้เครือข่ายระบบ MGM (Member get Member) ของบริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด กันนะจ๊ะ

เพราะเพียงสมัครเป็นสมาชิกกับเราวันนี้ ได้ทันที 4 คุ้ม (ค่าสมัคร 200 บาท)

- ฟรี!!!ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

- ขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเอง

นอกจากนี้ สิ่งที่จะได้รับจากการซื้อประกันภัยผ่าน @THESHOPTIMES ยังมีแบบประกันหลากหลาย สมัครที่เดียว ขายได้เกือบทุกบริษัท โดยไม่บังคับยอดขาย ส่วนเจ้าของรถยนต์สมัครสมาชิก ซื้อใช้เองในราคาถูก เหมือนซื้อในราคาตัวแทนประกันภัย เช็กเบี้ยประกัน และเปรียบเทียบราคาได้ถึง 36 บริษัทประกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยโครงสร้างธุรกิจแบบ MGM ยังช่วยให้คุณสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองแบบไร้ขีดจำกัด จาก 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น...

- รายได้จากการขายเอง มาจากการขายให้กับคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อน หรือคนรู้จัก หรือซื้อให้กับรถตัวคุณเอง

- รายได้จากค่าแนะนำ มาจากการที่คุณแนะนำ ทุกคนที่คุณรู้จัก ให้มาเป็นสมาชิกกับศรีกรุงโบรกเกอร์ บริษัทให้ค่าแนะนำกับคุณ โอนเข้าบัญชี

- รายได้จากค่าสายงาน ซึ่งมาจากคนทีมงานของคุณ ยอดขายของทีมงานคุณคือรายได้ของคุณในอัตราผลตอบแทน 3-7% โดยมีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำแนะนำ แต่จะต้องมีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย

เรียกว่าได้ทั้งความคุ้มครอง และเป็นได้ทั้งอาชีพหลัก อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ช่วยสร้างรายได้ไร้ขีดจำกัด เหมาะกับสถานการณ์วิกฤตที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ที่สำคัญความเสี่ยงต่ำม้ากกกกก เพราะทุกวันนี้ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่ยังเติบโตได้ในขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก และที่สำคัญรหัสสมาชิก ยังเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน นั่นหมายความว่ารายได้จากทีมงานที่คุณสร้างไว้จะตกทอดเป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไปด้วยแหละ...

????สนใจติดต่อ Line @THESHOPSTIMES

SUMMARY REPORTER
SUMMARY REPORTER

วิกฤตศรีลังกา โดมิโน่เศรษฐกิจลามทั่วเอเชียใต้ | Summary Reporter EP.1

วิกฤตศรีลังกา โดมิโน่เศรษฐกิจลามทั่วเอเชียใต้

© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top