Saturday, 22 August 2026
NEWS

22 สิงหาคม 2407 วันก่อตั้ง 'กาชาดสากล' 12 ชาติยุโรปลงนามในอนุสัญญาเจนีวา มุ่งหวังเป็นองค์กรกลาง ช่วยดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม

วันนี้เมื่ออดีต เป็นวันที่ ‘สภากาชาดสากล’ ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากประเทศในยุโรป 12 ชาติ ลงนามในอนุสัญญาเจนีวา

โดยหากย้อนกลับไป ซึ่งก็คือวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2407 อองรี ดูนังต์ (Henri Dunant) นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทำการร่างสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมา เพื่อร่วมลงนามกับประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปเป็นจำนวน 12 ประเทศ เพื่อเสนอให้มีการก่อตั้งองค์กรกลางเพื่อดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม ซึ่งถูกเรียกว่า อนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) ฉบับที่ 1 และเกิดเป็นการก่อตั้ง ‘กาชาดสากล’ ขึ้น
โดยสัญลักษณ์ที่หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คือจะใช้เป็นรูปกากบาทสีแดงบนพื้นที่มีสีขาว ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของธงประจำชาติสวิตเซอร์แลนด์นั่นเอง นอกจากนี้ ยังถือเป็นกฎหมายมนุษยธรรมฉบับแรกของโลกอีกด้วย

และด้วยการทำงานขององค์กรกาชาดนี้ ที่เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างดี ส่งผลให้ นายอังรี ดูนังต์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพครั้งแรกของโลกในปี พ.ศ. 2444 อีกด้วย

ที่มา : Wikipedia / สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย
https://www.facebook.com/share/p/ZdETNDna3vsPSiJZ/

ส.อ.ท. เสริมแกร่งอุตฯ พลังงาน!! จับมือ JBIC ญี่ปุ่น เสริมความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน ตั้งกรอบสนับสนุนพลังงานสะอาด เสริมเทคโนโลยี-เงินทุน สู่การแข่งขัน ร่วมผลักดันอุตฯ ลดก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change พร้อมด้วยนายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. และคณะกรรมการ ส.อ.ท. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Japan Bank for International Cooperation (JBIC) นำโดย Mr. SHIRAISHI Takanori, Chief Representative และ Mr. SHIMATANI Tokuro, Representative สำนักงานผู้แทน JBIC กรุงเทพฯ ณ ห้องประชุม 801 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

การหารือครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานไทย-ญี่ปุ่น โดยเฉพาะโอกาสในการใช้ประโยชน์จากกลไกการสนับสนุนทางการเงิน “POWERR Asia FAST Window” (Partnership on Wide Energy and Resources Resilience Asia Finance for Agile and Secure Trade Window) ซึ่ง JBIC จัดตั้งขึ้นภายใต้ Japan Strategic Investment Facility เพื่อเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

กรอบการสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ การช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่บริษัทในห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่น รวมถึงการส่งเสริมการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานผ่านโครงการพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเชื้อเพลิงทางเลือกคาร์บอนต่ำ ตลอดจนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่มุ่งสู่เป้าหมายการลดคาร์บอน (Decarbonization) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทย

นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change กล่าวว่า "จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบทั่วโลก ส.อ.ท. เล็งเห็นว่าการสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงานเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ การร่วมมือกับ JBIC ในวันนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมไทยกับแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain ของทั้งไทยและญี่ปุ่น”

ในโอกาสนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอทิศทางและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงาน ภายใต้แนวคิด "Thailand Pragmatic Energy Transition" ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพพลังงานสะอาดภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของ JBIC ที่มุ่งส่งเสริม Energy Efficiency, Renewable Energyการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และส่งเสริมการลงทุนด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงานภายใต้ AZEC-SAVE ในประเทศไทย

ด้าน นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. กล่าวว่า “การเพิ่มศักยภาพพลังงานสะอาดของไทย โดยเฉพาะการยกระดับพลังงานชีวภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งจะช่วยทั้งลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการใน Supply Chain ของญี่ปุ่นในประเทศไทยสามารถปรับตัวและเดินหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ ส.อ.ท. เห็นว่า POWERR Asia FAST Window เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดย ส.อ.ท. เตรียมนำข้อมูลจากการหารือไปประเมินร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการสมาชิก เพื่อสำรวจความต้องการและโครงการที่มีศักยภาพ และพัฒนาแนวทางการเข้าถึงช่องทางการขอรับการสนับสนุนจาก JBIC ในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศไทย

‘จุลพันธ์’ เผยแรงงานไทยเจ็บในอิสราเอลอาการดีขึ้น 6 แรงงานไทยบาดเจ็บจากระเบิด 2 รายอาการคงที่และดีขึ้น 3 รายหายดีออกจากโรงพยาบาล ติดตามใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

“จุลพันธ์”เผย ความคืบหน้า 6 แรงงานไทยบาดเจ็บในอิสราเอล 2 รายอาการคงที่ ภาพรวมดีขึ้น อีก 1 รายอาการดีขึ้นมาก ขณะที่ 3 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว กำชับฝ่ายแรงงานฯ ติดตามใกล้ชิด

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการแรงงานไทยจำนวน 6 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดตกค้างในเมืองเมทูลา ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กระทรวงแรงงานยังคงติดตามสถานการณ์และอาการของแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศอิสราเอล เพื่อให้แรงงานได้รับการรักษาและความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม โดยขอให้แรงงานและครอบครัวมั่นใจว่ากระทรวงแรงงานจะติดตามและดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ฝ่ายแรงงานและฝ่ายกงสุล ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปยัง Ziv Medical Center เมือง Safed เพื่อหารือและรับฟังรายละเอียดการรักษาจากคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล พร้อมเยี่ยมแรงงานที่อยู่ระหว่างการรักษา โดยโรงพยาบาลยืนยันว่าจะให้การรักษาอย่างดีที่สุดโดยทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ

สำหรับความคืบหน้าอาการของแรงงานทั้ง 6 ราย พบว่า แรงงาน 2 ราย ได้แก่ นายวีรวุฒิ แวงวงษ์ และนายอารี ปัญญาทอง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาการคงที่ ภาพรวมดีขึ้น และยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
โดยนายวีรวุฒิอยู่ระหว่างการวางแผนผ่าตัดเพิ่มเติมตามแนวทางการรักษาของแพทย์ ขณะที่คณะแพทย์แจ้งว่าการบาดเจ็บไม่กระทบต่อระบบประสาทไขสันหลังและสมอง ซึ่งถือเป็นข่าวดี

แรงงานอีก 1 ราย คือ นายทรงฤทธิ์ เชิดรำ ซึ่งได้รับบาดเจ็บปานกลาง มีอาการดีขึ้นค่อนข้างมาก สามารถสื่อสารได้ตามปกติ ไม่มีประเด็นน่าเป็นห่วง และมีอาการปวดบริเวณแผลเล็กน้อยเวลาขยับตัว ส่วนแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายธนวัตน์ แสงกลาง นายทิศวรเวช สามารถกิจ และนายจิระพงษ์ สวัสดิ์รักษ์ แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและกลับที่พักแล้ว โดยไม่มีประเด็นที่ต้องกังวล

ด้าน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดในพื้นที่
ที่แรงงานผู้ได้รับบาดเจ็บมีภูมิลำเนาอยู่ ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว พร้อมติดตามสถานการณ์และประสานให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจว่ากระทรวงแรงงานไม่ทอดทิ้งแรงงานไทยและครอบครัว โดยจะประสานข้อมูลกับฝ่ายแรงงานและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบครัวได้รับทราบความคืบหน้าอาการและการรักษาของแรงงานอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และฝ่ายแรงงานฯ ได้ประสานแจ้งความคืบหน้าอาการของแรงงานให้ญาติรับทราบแล้ว และจะติดตามอาการของแรงงานทั้ง 6 รายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการรักษา เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดต่อไป

“เมย์” รัชนก เปิดใจหลังถอนตัวชิงแชมป์โลก!! เจ็บหลังฝืนต่อไม่ไหว ต้องพักยาวหลังแพ้คู่แข่ง ยอมรับเสียใจแต่ไม่ยอมแพ้ เตรียมตัวเต็มที่เพื่อเหรียญรางวัล

“เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวชาวไทย โพสต์ข้อความหลังจากได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันรายการชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอินเดีย

นักแบดมินตันวัย 31 ปี ต้องตัดสินใจถอนตัวทั้งน้ำตา ระหว่างเกมในรอบสอง ที่พบกับ อิชิกา ไจสวัล จากสหรัฐอเมริกา หลังจากมีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ได้ในเกมที่สอง

หลังการถอนตัว เมย์ รัชนก ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “เมย์ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังส่วนล่างด้านซ้ายอย่างกะทันหันระหว่างเกมแรก และเมย์พยายามฝืนทุกอย่างต่อไป แต่ก็กลัวว่าอาการจะยิ่งแย่ลง ดังนั้นเมย์จึงปรึกษากับโค้ช และเราตัดสินใจว่าการพักสักระยะอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

สิ่งที่เมย์เสียดายที่สุดคือ เมย์รู้สึกว่าตัวเองเตรียมพร้อมมาอย่างเต็มที่เพื่อคว้าเหรียญรางวัล มันอาจฟังดูตลกนะ แต่เมย์ไม่เคยคิดที่จะทรยศต่อตัวเองเลย

ทุกอย่างจบลงภายในเสี้ยววินาที แต่นี่แหละคือสิ่งที่การเป็นนักกีฬาต้องเผชิญ นอกจากคู่แข่งในสนามแล้ว เรายังต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วย มันเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นกับเมย์มาโดยตลอด แต่เมย์จะไม่ยอมแพ้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10367485

ย้อนความหมาย “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”!! เพลงปลุกใจสะท้อนจิตวิญญาณทหาร เนื้อเพลงมาจากภาษิตโบราณ ต้องมีศรัทธาและจงรักภักดี เกียรติและครอบครัวคือหัวใจสำคัญ

พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง โพสลงเฟสบุ๊ค

วันนี้มีเพลงหนึ่งปรากฏขึ้น timeline บน YouTube ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในอดีต สมัยที่เป็นนักเรียนนายร้อย ที่เราจะร้องเพลงนี้ตอนเวลาวิ่งกัน ซึ่งเพลงนี้คือ เพลง “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”

มโนมอบพระผู้ สถิตอยู่ยอดสวรรค์
แขนถวายให้ทรงธรรม์​ พระผ่านเผ้าเจ้าชีวา
ดวงใจให้ขวัญจิต ยอดชีวิตและมารดา
เกียรติศักดิ์รักของข้า​​ ชาติชายแท้แก่ตนเอง
มโนมอบพระผู้​​ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ​ และแม่
เกียรติศักดิ์รักข้า​​ มอบไว้แก่ตัว

ความจริงแล้ว เนื้อหาของเพลงนี้มาจาก ภาษิตนักรบฝรั่งเศสโบราณ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงชื่นชม เลย นำโคลงนี้ไปตีพิมพ์ ในหนังสือ ดุสิตสมิต เมื่อ พ.ศ. 2461
ในตอนเป็นนักเรียนนายร้อยนั้น ผมวิ่งร้องเพลงนี้ไปก็ไม่คิดอะไรที่ลึกซึ้งมาก นอกจากวิ่งแล้วฮึกเหิม เพราะเป็นเพลงปลุกใจ แต่พอรับราชการทหารมาจนใกล้เกษียณแล้ว กลับมาดูเนื้อเพลงนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง พบว่า เนื้อหามีความลึกซึ้ง สะท้อนถึงจิตวิญญาณ การเป็นทหาร อย่างแท้จริง ที่มีมาตั้งแต่โบราณ

เนื้อหาของ เพลงทั้ง 2 ท่อนมี 4 ส่วนที่้ซ้ำกันดังนี้
1) กล่าวถึงความเชื่อความศรัทธา ที่มีต่อศาสนา หรือความเชื่อ
2) กล่าวถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ หรือการทำหน้าที่เพื่อรับใช้แผ่นดิน
3) ความยึดมั่นในคนที่เรารักและครอบครัวของเรา
4) ส่วนเกียรติและความซื่อสัตย์ คือสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาจากตัวของเราเอง

สามารถสรุปได้ว่า สิ่งที่นักรบ หรือ ทหารอาชีพจะต้องมี 4 เรื่อง คือ
ทหารอาชีพ = ผู้มีศรัทธา + ผู้รับใช้ พระเจ้าแผ่นดิน/แผ่นดิน + ผู้ที่รักสมาชิกครอบครัว + ผู้ที่มีศักดิ์ศรี
ปัจจุบัน ทหารเป็นอาชีพที่อาจจะมีคนอยากเป็นน้อยลง เพราะวิถีในการดำเนินชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้น โลกมีภาวะความขัดแย้งในรูปแบบของการสู้รบที่น้อยลง อย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างไร จิตวิญญาณในการเป็นทหารปัจจุบัน ก็ยังคงมีความเหมือน กับคนที่เป็นทหารสมัยก่อน ตั้งแต่โบราณกาล ที่ผ่านมาหลายพันปี ทหาร หรือ นักรบในอดีต นั้นจะต้องยึดมั่นกับอุดมการณ์ความเชื่อของตนเอง ต้องเสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ต้องปกป้องคนของตัวเอง (ครอบครัว) และ ต้องเป็นคนที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี

นั่นก็หมายความว่า คนที่เป็นทหารนั้น ไม่ได้ดูจากความชอบความชอบความสมัครใจแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูจากความยึดมั่นจงรักภักดีใน ค่านิยมหลักของชาตินั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครอบครัว และ ความมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในตัวเอง เพราะ ทหารเป็นอาชีพจับถืออาวุธ การที่ทหารแต่ละนายมีมิติต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ทหารห่างไกล จากการเป็นเครื่องจักรสงคราม หรือ เครื่องจักรสังหาร เพราะกระบวนการหล่อหลอม บุคคลพลเรือน เข้ามาเป็นทหารนั้น จะต้องสร้างให้ทหารนั้นมีความเสียสละ ยึดมั่นในอุดมการณ์ สามารถเดินไปตายแทนคนที่อยู่ข้างหลังได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า อุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ สรุปก็คือ เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง และจบลงที่ความหมายสะท้อน ถึงอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ ครับ ….Hooah!!!

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=27533070409727312&id=100003531711329&post_id=100003531711329_27533070409727312&rdid=kP4McPscY3goVUec#

น้อย วงพรู โพสต์ถึง เรย์ แม็คโดนัลด์

ก่อนที่จะเป็น น้อย วงพรู เคยดูทีวีแล้วคิดว่า
“ผู้ชายคนนี้คือใคร เท่ชิบหาย ฉลาดด้วย แสดงก็เก่ง”
20 ปีถัดไปคนๆนั้นมาช่วนน้อยมาออกรายการของเขา
น้อยมัวแต่ชมเขาไม่หยุด จนเขาตอบว่า
“พี่ผมทนไม่ไหวแล้ว พี่จะเอาลายเซ็นผมมั้ย”
เรย์เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ
หลังจากนั้นเราคุยกันว่าสักวันนึงเราจะต้องร่วมงานด้วยกัน
มันไม่เกิดขึ้น แต่สักวันนึงในสวรรค์ one day in heaven bro…seeyou
RIP Ray Mcdonal

น้อย วงพรู โพสต์ถึง เรย์ แม็คโดนัลด์

ที่มา : https://www.facebook.com/100044341333467/posts/1624831212338241/?rdid=4QdmKZQHLQZplwhk#

เครือข่ายภาฯ เตรียมรับน้ำ!! ร่วมวางแผนรับน้ำล้น ยกของขึ้นสูงเตือนชาวบ้าน อพยพพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินแพร่

เครือข่ายศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ และเครือข่ายศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ร่วมกันวางแผนการเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่คาดการณ์ว่าจะเข้าพื้นที่ในเวลาเที่ยงคืนนี้

โดยทีมเครือข่ายฯ ดำเนินการ แจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง และทีมเครือข่วยๆ ช่วยเหลืออพยพประชาชนในพื้นที่ พร้อมสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

อาลัย ‘เรย์ แม็คโดนัลด์’ หลังเสียชีวิตกะทันหันที่บ้านพักย่านพัฒนาการ โดยแพทย์สันนิษฐานหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ครอบครัว–เพื่อนสนิท รับร่างที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ท่ามกลางความเศร้า ทิ้งความทรงจำให้แฟนยุค 90

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสริญญา หรือ แหม่ม แม๊คโดแนลด์  ภรรยาของเร พร้อมครอบครัว และเพื่อนสนิท เช่น ลีโอ พุฒ และชาคริต แย้มนาม เดินทางมารับศพของ เร แม๊คโดแนลด์ วัย 49 ปี อดีตดาราและพิธีกรชื่อดัง ที่วูบหมดสติจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือ สันนิษฐานว่าหัวใจขาดเลือด จากเส้นเลือดหัวใจตีบ

ลีโอ พุฒ เปิดเผยว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์คือเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ส่งผลให้หัวใจขาดเลือด จากไปอย่างสงบไม่ได้เจ็บอะไร คุณหมอแจ้งว่าอาการนี้เหมือนกับหลับไปเฉย ๆ เหมือนเครื่องปั๊มมันหยุดทำงาน คิดว่าคงคล้ายกับหัวใจวาย เลือดไม่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแล้วหยุดเต้น สาเหตุเกิดจากเรื่องของการใช้ชีวิต อาหารการกิน ไขมันเลว ทานอาหารที่ไม่ดี ทำให้เส้นเลือดมีไขมันและแคลเซียมไปเกาะ ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก ตนมีประสบการณ์ตรงและเคยมีสัญญาณเตือนคือจะแน่นที่ช่วงบริเวณลิ้นปี่เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง ซึ่งอาการแบบนี้หลายคนมักสับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน มันแยกกันลำบาก สำหรับเคสนี้จึงอยากฝากเตือนไว้ หากใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ จะมีวิธีการตรวจเบื้องต้น เช่น อัลตร้าซาวด์ หรือเดินลู่แปะอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าก่อนหน้านี้เรเคยมีอาการเหนื่อยหอบหรือไม่ ลีโอ พุฒ ตอบว่า เรเป็นคนไม่บ่น แต่ตนสังเกตว่าเรจะดูเหนื่อยกว่าคนอื่นถ้าไปทำกิจกรรมหนัก ๆ ตอนแรกไม่ได้เอะใจเพราะรู้ว่าเรเป็นคนความคิดจะวิ่งอยู่ในหัวตลอดเรื่องงาน ซึ่งอาจจะนอนไม่เพียงพอ ปกติเคยบอกให้เรไปตรวจสุขภาพตอนที่ตนไปตรวจ และแนะนำให้เรไป แต่เรค่อนข้างดื้อไม่ค่อยชอบหมอ ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเรื่องดื่มเหล้า เรเลิกเหล้ามาแล้ว 30 ปี ยืนยันว่าไม่ดื่มเลย กินแต่ขนม โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวต่างๆในร้านสะดวกซื้อ ดื่มโค๊ก ซีโร่ ส่วนเรื่องบริษัทใครจะทำต่อ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูด ต้องให้เกียรติภรรยาของเรและยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น

ด้าน นางสริญญา ภรรยาของเร และ ชาคริต แย้มนาม เปิดเผยว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90,90และ70 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉย ๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรเป็นคนทำงานเต็มที่พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ที่ดี เรเป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุก ๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุข วันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 ส.ค. โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัว

นางสริญญา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริง ๆ แล้วเรได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนท์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรแกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรเป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับให้ไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ตนต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรทำไว้มากมายและขอบคุณมาก ๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อน ๆ มองว่าต้องมีเร อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไป

ทั้งนี้ ร่างของนายเรถูกบรรจุในโลงศพสีขาวลายดอกไม้ และนำขึ้นรถตู้สีขาวของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หมายเลขทะเบียน 3ฒฎ 2488 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรมที่วัดยาง พระอารามหลวง อ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมายเลขใต้ฝาโลงศพของนายเรคือเลข 769

จากนั้นครอบครัว ภรรยา และเพื่อนสนิท ได้ขึ้นรถคันเดียวกันเพื่อเดินทางไปยังวัดยาง พระอารามหลวง โดยมีคุณแม่ของ “เร แม๊คโดแนลด์” ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วน ภรรยาของเร ถือกระถางธูปขึ้นรถด้วยอาการโศกเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลามีอาการคล้ายจะเป็นลม โดยเพื่อนและครอบครัวต้องประคองเดิน

ทั้งนี้ก่อนขบวนรถจะออกเดินทาง “นายชาคริต แย้มนาม” ได้เคาะรถมูลนิธิฯพร้อมพูดว่า “ขึ้นรถมานะ แม๊ก ตามมานะเพื่อน” ก่อนขึ้นรถเดินทางไปยังวัดยางฯเพื่อเตรียมพิธีรดน้ำศพเย็นนี้ต่อไป

นิทรรศการชวนหยุด เชิญร่วมสัมผัสงานศิลป์ ANAPANA SATI เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทางผ่านสติด้วยศิลปะหลากมิติ ย้ำให้เห็นความสำคัญของการอยู่กับตัวเอง

ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัส
ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
นิทรรศการศิลปะเชิงประสบการณ์ ที่ชวนให้เราหยุดจากความเร่งรีบ และกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

ภายในงานจะได้สัมผัสการเดินทางผ่านศิลปะ ประติมากรรม แสง เสียง กลิ่น และกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องของ “สติ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการทำสมาธิมาก่อน

มาลองให้เวลาตัวเองได้หยุด หายใจ และสังเกตว่า เมื่อโลกภายนอกค่อย ๆ เงียบลง เราได้ยินอะไรจากข้างในบ้าง

ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
Immersive Mindfulness Exhibition by ARTWELL®

🗓 วันที่ 10 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569
📍 Gallery 3 ชั้น 2, River City Bangkok

จัดโดย ARTWELL® และ Command N Design Center
ริเริ่มและออกแบบโดย ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล

สามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมภายในงานได้ที่
Facebook: www.facebook.com/artwellofficial
Instagram: www.instagram.com/artwellexhibition
LineOA: https://lin.ee/rilOEzy

ลงทะเบียนเข้างาน เพียง 101บาท
ฟรี เครื่องดื่ม 115 บาท
อยากให้ทุกคน มา “ใส่บาท” กัน
Website: www.artwellexhibition.com

ไม่คิดว่าพี่เรย์ ออกเดินกลางไกลเร็วขนาดนี้ ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล โพสต์ถึงเรย์ แม็คโดนัลด์

ไม่คิดว่าพี่เรย์ ออกเดินกลางไกลเร็วขนาดนี้
สู่ภพภูมิที่ดีหลับให้สบายเดินทางปลอดภัย
ขอบคุณที่พี่เรย์ช่วยน้องเสมอ ตอนที่น้องลำบาก
ตอนหาพระเอกหนังเรื่องแรกของน้องเป็นผู้กำกับ หนังปายอินเลิฟ
น้องเรียนกำกับต้องส่งงานส่งอาจารย์
แทบไม่มีพระเอกคนไหนรับเล่นให้น้องเลย
พอโทรหาพี่เรย์รับปากช่วยน้องเลย
ขอบคุณพี่และพี่แหม่ม
จำได้พี่ไม่ถามถึงค่าตัวสักคำว่าได้เท่าไร
จะจดจำระลึกถึงพี่เสมอ
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยนะคะ
และขอป็นกำลังใจให้พี่แหม่มด้วยนะคะ

ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล โพสต์ถึงเรย์ แม็คโดนัลด์ ที่เคยช่วยแสดงหนังเรื่องปายอินเลิฟ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1592048192276822&id=100044149703751&post_id=100044149703751_1592048192276822&rdid=lsEndK82q5wyru6t#

“กาชาด” เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม!! ระดมอาสาสมัครจัดถุงยังชีพ 300 ชุด ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ขอบคุณอาสาสมัครและเครือข่ายทุกฝ่าย ส่งกำลังใจผ่านวิกฤติภัยน้ำท่วม

เร่งระดมกำลังอาสาสมัครกาชาด ร่วมบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากเหตุน้ำท่วม จำนวน 300 ชุด ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน

ขอขอบคุณอาสาสมัครกาชาด และภาคีเครือข่ายสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน
ร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

ตำรวจไทยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต!! ของหญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่า ถูกชายชาวออสเตรเลียฆาตกรรม ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจย้ำเดินหน้าความยุติธรรมทั้งคนไทยและต่างชาติ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ตำรวจไทยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่าถูกชายชาวออสเตรเลียฆาตกรรมในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพของตำรวจที่สำนักข่าว ABC ได้รับมา ระบุว่า ธัญชนก ดอนหอมหล้า วัยรุ่นสาวชาวไทย ถูกทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต

ตำรวจไทยแจ้งกับสำนักข่าวเอพีว่า จากหลักฐานที่รวบรวมได้ พวกเขาเชื่อว่าการสืบสวนใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

กรณีชายชาวออสเตรเลียวัย 65 ปี ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงไทยวัย 17 ปี หรือ “น้องเค้ก” ธัญชนก ดอนหอมหล้า ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ยังคงเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนคดี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อนายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน เป็นชายชาวออสเตรเลียอายุ 45 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ขณะกำลังซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินเจ็ตสตาร์ เพื่อเดินทางกลับมายังนครเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย ว่า จากพยานแวดล้อมและหลักฐานที่ตำรวจมีในขณะนี้ เชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “ไม่มีคนอื่นเข้าไป [ในห้อง] นอกเหนือจากคุณไซมอนและน้องเค้ก” ขณะที่ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าได้บีบคอผู้เสียหายจนแน่นิ่ง ก่อนนำร่างไปไว้ในห้องน้ำ และภายหลังนำศพใส่กระเป๋าเพื่อนำไปทิ้ง
สำหรับบาดแผลรอยข่วนที่พบบนร่างของผู้ต้องหา ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการต่อสู้ของผู้เสียชีวิตระหว่างถูกทำร้าย โดย พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า

“น้องอาจจะมีการต่อสู้ระหว่างที่อาจจะถูกบีบคอ ก็อาจจะดิ้นหรืออะไรต่าง ๆ มือก็คงไปข่วนที่ตัวของคุณไซมอน”

ในประเด็นแรงจูงใจของคดี ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากการทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าหน้าที่ขอสงวนความเห็นในส่วนนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่สามารถชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้

จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ถึงเพื่อน โดยแจ้งว่าได้เดินทางมาถึงห้องพักของผู้ต้องหาแล้ว และกล่าวว่าห้องพักมีสภาพรก แต่ไม่มีข้อความใดที่บ่งชี้ว่าผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือคาดว่าจะเกิดอันตรายขึ้น

ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อพนักงานสอบสวนและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ในช่วงแรกของการสืบสวน ตำรวจรับแจ้งเพียงว่ามีเยาวชนสูญหายและไม่สามารถติดต่อได้ จึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไว้ก่อน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่พบศพของผู้เสียชีวิตและยังไม่พบกระเป๋าที่ใช้ซ่อนศพ

สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง โดยหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษสูงสุดตามกฎหมายไทยคือประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม การกำหนดโทษจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ คำให้การของผู้ต้องหา และดุลพินิจของศาล

ในฐานะที่ผู้ต้องหาเป็นชาวออสเตรเลีย พ.ต.อ.เอนก ระบุว่า สถานทูตออสเตรเลียได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดของคดีแล้ว และตำรวจพร้อมรับฟังข้อสงสัยหรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีของผู้ต้องหา ทั้งนี้ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เจ้าหน้าที่ได้จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวนตามกระบวนการกฎหมายไทย

ผู้กำกับการตำรวจยังยอมรับว่า ในพื้นที่พัทยาเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายระหว่างชาวต่างชาติกับผู้หญิงไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากความเข้าใจผิดหรือการโต้เถียงกัน แต่โดยทั่วไปไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเช่นคดีนี้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและการอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่กระทำผิด เราพยายามจะทำให้ความยุติธรรมทุกฝ่ายอยู่แล้ว” พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่คาดคิดและไม่สะท้อนภาพรวมด้านความปลอดภัยของเมืองพัทยา

ที่มา : https://www.sbs.com.au/language/thai/th/podcast-episode/pattaya-police-australian-man-charged-for-murder/dzvdgn6m4?fbclid=IwY2xjawTzT4VwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMWUxMXVLQ2xnQVp3TGtYV2NzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeJSwe8zhWSBqgOBXC42Q0T6tV2Uh3SdCzSU7yu-qGf4-oYyAdKF1uVZxDTH4_aem_XL5UyI11zOZqUsKG24n6zA

ปปง.แจงคดี ‘เล่าต๋า แสนลี่’!! จากคดียาเสพติดสู่คดีฟอกเงิน ไม่จบแค่โทษจำคุก ศาลสั่งทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตกเป็นของแผ่นดินกว่า 131 ล้านบาท

สำนักงาน ปปง. ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน คดี “เล่าต๋า แสนลี่ กับพวก” เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน กว่า 131 ล้านบาท

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่า นายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจากเรือนจำแล้ว นั้น

วันนี้ (19 ส.ค.) สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด นอกจากนายเล่าต๋า แสนลี่ กับพวก จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอีกด้วย

โดยสำนักงาน ปปง. ได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคลดังกล่าวและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดต่อเนื่องหลายคดี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึง พ.ศ. 2563 และศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 131 ล้านบาท และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9690000081829

สาวไทย เล่าถูกเนรเทศ!! เล่าชีวิตที่ “ซานดิเอโก้” กักตัวในศูนย์โอเทย์เมซ่า เตือนระวังอยู่เกินวีซ่า แม้แต่งงานแล้วก็ถูกจับได้

สาวไทยซานดิเอโก้ เปิดใจหลังถูก “เนรเทศ”

“คุณบี” สาวไทยในซานดิเอโก้ เล่าประสบการณ์หลังถูก “ไอซ์” จับส่งเข้าศูนย์กักกันนานสองสัปดาห์ ก่อนเนรเทศ พร้อมเตือนคนอยู่เกินวีซ่า ต้องระวังแม้แต่งงานกับซิติเซ่นแล้วและอยู่ระหว่างรอใบเขียวก็ตาม
“คุณบี” อดีตคนไทยในเมืองซานดิเอโก้ ซึ่งเพิ่งถูกเนรเทศกลับประเทศไทย ให้สัมภาษณ์รายการเก้าอี้รับแขก ของสยามทาวน์ยูเอส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ถึงประสบการณ์ตั้งแต่วินาทีที่ถูกควบคุมตัว การใช้ชีวิตในศูนย์กักกันโอเทย์เมซ่า ไปจนถึงขั้นตอนการส่งตัวออกจากสหรัฐฯ

คุณบี เล่าว่าเธอเดินทางมาอเมริกาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 เพราะตกงานในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยใช้พาสปอร์ตอิตาลี (เธอได้สัญชาติอิตาลีจากอดีตสามี) ซึ่งไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้ 90 วัน
“เคยไปเที่ยว (อเมริกา) หลายครั้งแล้ว แต่ช่วงโควิด ตอนนั้นเราตกงานนะ เพื่อนก็ชวนว่าไปทำงานที่โน่นไหม ก็คิดว่าดีกว่าอยู่บ้าน เพราะไม่มีอะไรทำ ก็เลยไป ไปทำงานร้านอาหาร พอครบ 90 วันต้องกลับ แต่เรากลับไม่ได้ กลับเมืองไทยก็ต้องกักตัว แล้วเงินทองช่วงนั้นก็ติดขัด เพื่อนก็เลยบอกงั้นก็อยู่เถอะ เอ้าอยู่ก็อยู่ แป๊บๆ ห้าปีแล้ว…”

ตลอดห้าปีท่ีผ่านมา คุณบีทำงานที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง มีสภาพชีวิตที่ดี มีเพื่อนฝูงที่สนิทสนมหลายคน ไม่เคยมีประวัติเสียหาย อีกทั้งยังขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ITIN หรือ Individual Taxpayer Identification Number) เพื่อเสียภาษีต่อเนื่องกันสองปี ก่อนจะต้องยุติเพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คุณบีรับคำชวนจากเพื่อนที่เป็นภรรยาทหารอเมริกัน ให้เข้าไปช้อปปิ้งแบบไม่เสียแท็กซ์ที่ Pacific Views MCX ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในค่ายนาวิกโยธินเพนเดลตัน (Marine Corps Base Camp Pendleton) ซึ่งผู้ผ่านเข้าออก จะต้องแสดงเอกสารประจำตัวที่ด่านตรวจ

“ก็ยื่นพาสปอร์ตอิตาลีให้เขา สักพักเขาก็เรียกลงจากรถเลย” คุณบีเล่า และว่าเธอถูกนำตัวไปสแกนนิ้วมือ และกักตัวเพื่อรอเจ้าหน้าที่ไอซ์

“แต่ถามว่ากลัวไหม เราทำใจไว้อยู่แล้ว อายุอานามเราก็ไม่ใช่น้อยๆ เราไม่ใช่เด็ก เป็นคนเข้มแข็ง บอกตรงๆ ว่าเข้มแข็งมาก ก็เลยรับสถานการณ์ได้ มันก็มีนิดหนึ่งแหละที่เสียใจว่า เราอาจยังไม่พร้อม หรือ “โดนแล้วเหรอ” ประมาณนี้ แต่ก็ทำใจได้ หลังจากนั้นสองวันก็ทำใจได้ค่ะ”

จากนั้น คุณบีถูกเจ้าหน้าที่ไอซ์ นำตัวไปส่งฟ้องที่ศาลอิมมิเกรชั่นในซานดิเอโก้ และถูกคุมตัวที่นั้นสองคืน

ระหว่างอยู่ที่ศาล คุณบีบอกว่าเห็นเจ้าหน้าที่ไอซ์ รอจับผู้อยู่เกินวีซ่าที่ศาลเป็นจำนวนมาก
“ก่อนนั้นได้ยินว่าไอซ์จับๆ แต่ไม่เคยเห็น ไม่รู้จับกันที่ไหน แต่พอเข้าไปข้างในศาล โห แต่ละวันมากันเป็นสิบ มาทุกวัน ถึงรู้ว่าเขาจับกันจริงๆ และเยอะมาก” เธอกล่าว และเตือนผู้ที่อยู่ระหว่างรอใบเขียวว่า หากถูกเรียกไปศาลหรือสำนักงานอิมมิเกรชั่นในระยะนี้ ควรเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงควรปรึกษาทนายความก่อนทุกครั้ง

คุณบีเล่าว่าต้องนอนอยู่ในห้องควบคุมของศาลเป็นเวลาสองคืน โดยยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ซึ่งบางมาก แม้จะมีผ้าห่มฉุกเฉินลักษณะคล้ายแผ่นฟอยล์ให้ แต่ก็ยัง “หนาวมากจนแทบไม่ได้นอน”
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาล คุณบีถูกใส่กุญแจมือและกุญแจเท้า นำตัวส่งไปยังศูนย์กักกันโอเทย์เมซ่า (Otay Mesa Detention Center) ในซานดิเอโก้

“เรารับได้ว่าเราทำผิดกฎหมายจริง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือใส่กุญแจมือไม่พอ ยังใส่ที่เท้าด้วย มันเยอะเกินไป” เธอเล่า

เมื่อเดินทางถึงศูนย์กักกัน เจ้าหน้าที่ถ่ายรูป ทำเอกสาร และให้เปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งหมดเป็นชุดของศูนย์ รวมถึงชุดชั้นใน ก่อนนำตัวเข้าไปรวมกับผู้ถูกกักกันคนอื่นๆ

คุณบีถูกจัดให้อยู่ในห้องพัก หรือ “พอดเอ” ซึ่งมีผู้ถูกกักกันประมาณ 128 คน ภายในเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีเตียงสองชั้นวางเรียงอยู่หลายมุม

แม้พื้นที่จะค่อนข้างแออัด แต่สะอาดและมีระเบียบ มีอาหารวันละสามมื้อ รวมถึงบริการซักเสื้อผ้า โดยผู้ถูกกักกันบางคนรับหน้าที่ทำความสะอาดแลกกับค่าตอบแทนวันละประมาณหนึ่งดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปใช้โทรศัพท์หาครอบครัวหรือซื้อของใช้จำเป็น

ในจำนวนผู้ถูกกักกันร่วมกับเธอทั้ง 128 คน คุณบีบอกว่ามีคนไทยอยู่เพียงสองคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเม็กซิกัน ขณะที่ผู้ถูกกักกันชาวเอเชียส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเวียดนาม

คุณบีเล่าถึงเพื่อนผู้หญิงไทยที่ถูกกักตัวอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งถูกไอซ์จับกุมก่อนวันแต่งงานกับชาวอเมริกันไม่กี่วัน เพราะขับรถของแฟนที่ทะเบียนรถมีปัญหา เมื่อถูกเรียกหยุดจึงถูกจับเพราะอยู่เกินวีซ่า
“จากสิ่งที่เห็น คนที่แต่งงานกับชาวอเมริกันแล้ว หรืออยู่ระหว่างยื่นเรื่องขอปรับสถานะ ก็ยังมีโอกาสถูกควบคุมตัว หากโอเวอร์สเตย์แล้ว อาจไม่ต้องกลับออกไป แต่ก็ต้องไปต่อสู้คดี หรือชี้แจงต่อศาลเอา” คุณบีเล่า

คุณบีตัดสินใจไม่ต่อสู้คดีและแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรกว่ายินยอมเดินทางออกจากสหรัฐฯ
“เรารู้ตัวดี คนที่สู้คดีส่วนมากเขามีแฟน มีลูก แต่เราไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ จะเอาข้อไหนไปอ้าง จะอยู่ทำงานก็ไม่ได้ เราเตรียมใจไว้แล้วว่าโดนเมื่อไรก็กลับ” เธอกล่าว

แม้แจ้งว่าไม่ต่อสู้คดี คุณบียังต้องอยู่ในศูนย์กักกันรวมประมาณสองสัปดาห์ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ออกค่าตั๋วส่งเธอไปประเทศอิตาลี ส่วนค่าตั๋วจากอิตาลีกลับประเทศไทย เธอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง

คุณบีถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 10 ปี โดยก่อนแยกจากเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน เธอบอกกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษว่า “See you in ten years” ทำให้เจ้าหน้าที่หัวเราะ
แม้ถูกควบคุมตัวและเนรเทศ คุณบียืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไอซ์และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเดินทางปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ

“เขาพูดดี เขาให้เกียรติ ไม่ได้ทำอะไรกับเราเลย แม้แต่คนที่มาส่งขึ้นเครื่อง ทุกคนนิสัยดีหมด” เธอกล่าว เธอเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะตนเองไม่ขัดขืน ไม่โต้เถียง และยอมรับว่าทำผิดกฎหมาย

เมื่อถูกถามถึงกระแสที่ว่าการจับกุมแรงงานที่ไม่มีสถานะอาจทำให้นายจ้างถูกตรวจสอบหรือเดือดร้อนด้วย คุณบีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่เคยถามว่าเธอทำงานที่ใดหรือเคยทำงานกับใคร
“เขาไม่ถามเลยว่าอยู่มาห้าปีแล้วทำอะไร ไม่ถามเรื่องนายจ้างแม้แต่คำเดียว” เธอกล่าว
จากประสบการณ์ตรง คุณบีเตือนผู้ที่อยู่เกินวีซ่าให้ระมัดระวังการเดินทางเข้าใกล้ค่ายทหาร สนามบิน สถานที่ของรัฐบาลกลาง และพื้นที่ชายแดน เพราะอาจถูกตรวจบัตรประจำตัวหรือสถานะการพำนัก
เธอเล่าว่า มีชายชาวอังกฤษที่ถือพาสปอร์ตอิตาลี ซึ่งถูกส่งตัวกลับอิตาลีพร้อมกัน เล่าให้เธอฟังว่าถูกควบคุมตัว หลังระบบนำทางพาขับรถหลงเข้าไปในเขตค่ายทหาร

“ตอนนี้ถ้ารู้ว่าตัวเองอยู่ผิด ก็ต้องระวังตัว ไม่ต้องไปไหนมาไหนโดยไม่จำเป็น เจอตำรวจก็อย่าเข้าไปใกล้ เพราะถ้าเขาสงสัย เขาก็ตรวจได้” เธอกล่าว

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1540836564742031&id=100064471068542&post_id=100064471068542_1540836564742031&rdid=fIrWKkarnO5d3Vvz#

'ซีเค' เดือด!! ประกาศตัดขาดรายการดัง โควตคำพูดบิดเบือน ย้ำรักชาติ เชื่อคนเข้าใจผิด เตรียมชัดเจนในจุดยืนเพื่อประเทศ

"ซีเค" เดือด! ประกาศตัดขาดรายการดัง หลังโควตคำพูดบิดเบือน "ต่อให้ไทยต้องเลียเท้า อีลอน มัสก์ ก็ต้องยอม" เพื่อแลกลงทุน ลั่น! เสียใจที่สุดตรงที่ทำให้คนเข้าใจผิด เหมือนเป็นคนขายชาติ ทั้งที่รู้จักกันดีว่าตนรักประเทศไทยมากแค่ไหน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1377501857871504/?rdid=vbFK4JTGqicA3Q1b#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top