Saturday, 7 November 2026
NEWS FEED

กฟผ. ทดสอบโรงไฟฟ้าเสมือนสำเร็จ!! สาธิตระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมศูนย์ควบคุมกับแพลตฟอร์ม ENZY เพิ่มเสถียรภาพด้วยพลังงานกระจายตัว รองรับนโยบาย Smart Grid อย่างครบวงจร

กฟผ. โชว์ความสำเร็จทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” รองรับระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่

กฟผ. เดินหน้ายกระดับระบบไฟฟ้าไทยสู่อนาคต ประสบความสำเร็จในการทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” เชื่อมโยงศูนย์ควบคุมตอบสนองด้านโหลดกับ ENZY Platform สั่งการแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวโดยอัตโนมัติ เพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ รองรับนโยบาย Smart Grid

นายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ประสบความสำเร็จในการทดสอบเชื่อมต่อและสั่งการพลังงานแบบอัตโนมัติในรูปแบบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant : VPP) โดยเชื่อมโยงศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Control Center : DRCC) เข้ากับ ENZY Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น เพื่อบริหารจัดการและควบคุมแหล่งพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources: DERs) หลายประเภทให้สามารถทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ ตอบสนองต่อความต้องการของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของการทดสอบครั้งนี้ คือ การบูรณาการและสั่งการทรัพยากรพลังงาน 3 รูปแบบให้ทำงานประสานกันโดยอัตโนมัติ ประกอบด้วย การตอบสนองด้านโหลด (Demand Response: DR) การปรับลดหรือบริหารการใช้ไฟฟ้าของอาคารและโรงงานตามคำสั่ง ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) ช่วยกักเก็บและจ่ายพลังงานเพื่อรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถนำมาบริหารจัดการร่วมกับทรัพยากรอื่นได้อย่างเหมาะสม

เมื่อศูนย์ควบคุม DRCC ส่งคำสั่งมายัง ENZY Platform ระบบจะประมวลผลข้อมูลจากทรัพยากรพลังงานในพื้นที่ ก่อนสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ในช่วงที่ระบบไฟฟ้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ENZY Platform จะสั่งลดการใช้ไฟฟ้าในส่วนที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการจ่ายพลังงานจากแบตเตอรี่ และบริหารการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าหลักได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่วนในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบต่ำ ENZY Platform สามารถบริหารจัดการให้กักเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ทรัพยากรพลังงานที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ สามารถทำงานประสานกันและตอบสนองต่อคำสั่งจากศูนย์ DRCC ได้เสมือนเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียว

ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ กฟผ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านพลังงาน เพื่อยกระดับสู่ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบไฟฟ้า รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้า อาคาร โรงงาน รวมถึงเจ้าของแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

‘วิว กุลวุฒิ’ สร้างประวัติศาสตร์!! คว้าเหรียญชายเดี่ยวเอเชียนเกมส์ คนแรกของแบดมินตันไทย เผยเหมือนฝัน หลังคว้าเหรียญเอเชียนเกมส์ มอบชัยชนะให้คนไทยสู้ภัยน้ำท่วม

วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย รับเหมือนฝัน คว้าเหรียญ แบดมินตัน ชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โลห์ เคียน ยิว นักตบสิงคโปร์ ในรอบชิงฯ 2-0 เกม กลายเป็นนักแบดมินตันคนแรกในประวัติศาสตร์กีฬาไทยที่ทำได้สำเร็จ

“แทบจะตบหน้าตัวเองเลย ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เป็นอะไรที่ผมพูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะก่อนหน้าจะมาฟอร์มก็ไม่ได้ดีมาก คู่แข่งทุกคนที่มาแข่งในมหกรรมใหญ่แบบนี้ทุกคนก็เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี แต่ว่าวันนี้มันดีใจมากๆจนเหมือนผมฝันไปหรือเปล่า แต่ว่ารู้สึกดีใจมาก”

“เหรียญนี้มอบให้คนไทยทุกคนที่เจออุทกภัยอยู่ คนไทยต่อสู้มากกว่าผมอีก ผมมีหน้าที่แค่ต่อสู้ในสนาม แต่ว่าบางคนต้องเดินน้ำท่วมออกไปซื้อของ เหนื่อยและลำบากกว่าผมอีก ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ผู้สนับสนุนทุกคน ครอบครัวผม โค้ชทุกคนของผม ผมอยากมอบเหรียญนี้ให้ทุกคน”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10418775

‘อาจารย์สุริยะใส’ คณบดีนวัตกรรมสังคม นำทีม ม.รังสิต!! นำเจ้าหน้าที่–นักศึกษา ลงพื้นที่ แจกข้าวกล่องและยาช่วยผู้ประสบภัย ครัวรังสิตเคลื่อนที่ถึงชุมชนหลักหก ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม 4 วัน

ครัวรังสิตส่งข้าว ไปรษณีย์ไทยส่งพัสดุ ทุกคนส่งต่อความห่วงใย

วันนี้ผมพร้อมด้วยทีมงาน เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต นำ “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ลงพื้นที่แจกจ่ายข้าวกล่องและยาให้พี่น้องชุมชนนครไทย ในเขตเทศบาลตำบลหลักหก ย่านเมืองเอก–รังสิต ซึ่งเผชิญน้ำท่วมมา 4 วันแล้ว ระหว่างทางได้พบภาพที่น่าประทับใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยเดินเท้าลุยน้ำเกือบ 1 กิโลเมตรเพื่อนำพัสดุไปส่งให้ชาวบ้าน เพราะระดับน้ำสูงจนรถเข้าไม่ได้ ผมจึงเข้าไปจับมือขอบคุณและให้กำลังใจด้วยความชื่นชมครับ

ในวันที่ชาวบ้านเดินทางลำบาก ข้าวหนึ่งกล่อง ยาที่จำเป็น หรือพัสดุที่กำลังรอ ล้วนมีความหมายต่อชีวิตและความรู้สึกของผู้รับ การได้เห็นคนทำงานตั้งใจทำหน้าที่จนถึงมือประชาชน เป็นกำลังใจให้พวกเราที่ลงพื้นที่เช่นกัน ทุกก้าวที่เดินเข้าไปหาชุมชนคือการบอกพี่น้องว่า ยังมีคนห่วงใยและพร้อมอยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากลำบาก

ขอชื่นชมบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ทุ่มเททำหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัย และขอบคุณทีมงาน เจ้าหน้าที่ นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ตลอดจนทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมกันทำให้ “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ส่งต่ออาหาร ยา และน้ำใจไปถึงชุมชน ขอให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านปลอดภัย และขอให้พี่น้องผู้ประสบภัยผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้โดยเร็วครับ

ที่มา :https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1682484599913951&id=100044572801418&rdid=O2j99JrAobQP64xI#

“พรรครักชาติ” ลงพื้นที่เคหะคลองจั่น!! “อ็อม–โฟล์ค” นำทีมพรรครักชาติลุยน้ำ แจกเสบียงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาหาร 300 กล่อง–สแน็คบ็อกซ์ 300 ชุด ย้ำพร้อมเคียงข้างประชาชน

“พรรครักชาติ” ลุยช่วยน้ำท่วม "อ็อม-โฟล์ค" นำทีมคนรุ่นใหม่ ลงเรือแจกเสบียง เคหะคลองจั่น

[กรุงเทพฯ] -สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. "พรรครักชาติ" ได้ส่งทีมคนรุ่นใหม่ลงพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดย นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรครักชาติ พร้อมด้วย นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) รองโฆษกพรรครักชาติ และ นางสาวพัชรวณัน เบ็ญจวิทย์วิไล สมาชิกพรรครักชาติ ลุยน้ำนำเสบียงและเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ชุมชนเคหะคลองจั่น กรุงเทพมหานคร

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเซอร์ไพรส์ เนื่องจากเป็นการลงพื้นที่แบบ "ซุ่มเงียบ" ไม่ได้มีการตั้งขบวนหรือแจ้งล่วงหน้า ซึ่งทีม พรรครักชาติได้นั่งเรือเข้าไปยังจุดที่น้ำท่วมขังตามซอกซอยต่าง ๆ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อนำอาหารกล่องปรุงสุกจำนวน 300 กล่อง, สแน็คบ็อกซ์ 300 ชุด และโดนัทคริสปี้ครีม 250 ชิ้น ไปส่งมอบถึงมือพี่น้องประชาชนถึงหน้าประตูบ้าน

งานนี้เรียกทั้งรอยยิ้มจากชาวชุมชนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยจากภาวะน้ำท่วมได้เป็นอย่างมาก ชาวบ้านหลายคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนแซวด้วยความดีใจว่า "ทีมงานพรรคนี้ทั้งหล่อทั้งสวย ใจถึงพึ่งได้ลุยน้ำมาหาถึงที่!"

ด้าน นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรครักชาติ ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า "พรรครักชาติมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมอย่างมากครับ วันนี้พวกเราตั้งใจนำอาหารและขนมมามอบให้ แม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ก็หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและเติมพลังกายให้ทุกคนได้ ที่สำคัญที่สุดคือเราอยากนำ 'กำลังใจ' มาส่งให้ถึงมือ ขอให้พี่น้องชาวเคหะคลองจั่นและผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็ง พวกเราพรรครักชาติพร้อมยืนหยัดเคียงข้าง และเราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ"

​ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันและภาพความประทับใจของการเมืองยุคใหม่ ที่เน้นการลงมือทำ เข้าถึงพื้นที่ และเข้าอกเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

อาลัย 'ร.ต.ท.สุมิตร' เสียชีวิตขณะตรวจน้ำ ชาวบ้าน–เพื่อนตำรวจร่วมอาลัย เสียชีวิตกลางภารกิจดูแลประชาชน ครอบครัวเผย ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคความดันสูง รอผลแพทย์ชี้สาเหตุเสียชีวิตแน่ชัด

วันที่ 29 กันยายน 2569 ครอบครัวของ ร.ต.ท.สุมิตร อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่ ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ หลังเสียชีวิตกะทันหันขณะปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้อง ชาวบ้าน รวมถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจ เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนอะราง ขณะที่ ร.ต.ท.สุมิตร ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ก่อนเกิดอาการวูบและล้มลงจนศีรษะกระแทกพื้น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางจิตรตา อายุ 60 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สามีเพิ่งโทรศัพท์มาชวนให้ตนไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของตำรวจที่โรงพัก แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากต้องเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัด จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 28 กันยายน ได้รับโทรศัพท์จาก สภ.หนองกี่ แจ้งว่าสามีล้มและเสียชีวิต ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นทั้งคู่ยังพูดคุยและชวนกันไปร่วมงานตามปกติ
ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร ยังเล่าว่า ระยะนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังประสบสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้สามีซึ่งทำหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง ต้องออกตรวจพื้นที่และรายงานสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ สามีแต่งเครื่องแบบออกไปตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนจะเกิดอาการวูบล้มลงบริเวณหน้าบ้านเช่า จนศีรษะกระแทกพื้น

ทั้งนี้ ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง โดยครอบครัวคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังต้องรอผลการตรวจจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ที่มา : https://www.mumkhao.com/news/social1/27345

'วราวุธ' ย้ำน้ำท่วมนิคมฯ ยังไม่กระทบสายการผลิต!! น้ำท่วมในนิคมส่วนกลางยังไม่ถึงโรงงาน เน้นเร่งสูบน้ำออกเป็นหัวใจหลัก คำนึงผลกระทบต่อน้ำท่วมรอบนิคม พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

“วราวุธ” เผย น้ำท่วม ไม่กระทบสายการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม บอก น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ได้เข้าภายในโรงงาน ชี้ หัวใจสำคัญคือเร่งสูบน้ำออก

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงผลกระทบเหตุการณ์น้ำท่วมในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อสายการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคหรือไม่ ว่า วันนี้ต้องบอกว่าสถานการณ์ในทุกนิคมอุตสาหกรรม น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางยังไม่ได้เข้าภายในโรงงาน แต่อาจจะมีเข้าบ้างเล็กน้อย แต่ไม่กระทบกับสายการผลิต

สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา อย่างในปี 54 น้ำเหนือลงมา ทำให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมทำคันดินกั้นล้อมเอาไว้ แต่รอบนี้น้ำไม่ได้มาจากข้างนอก แต่เกิดจากฝนตก ฉะนั้นศักยภาพในการสูบน้ำและการระบายออกแต่ละนิคมอุตสาหกรรมคือหัวใจที่สำคัญ และต้องดูอีกว่าเมื่อสูบแล้วออกไปยังคลองที่ไหน จะทำให้ประชาชนที่อยู่รอบนิคมอุตสาหกรรมมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นหรือไม่ จึงอยากให้ทางนิคมอุตสาหกรรมคำนึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อน นิคมอุตสาหกรรมก็จะต้องออกไปช่วยเยียวยาและประสานงานกับกรุงเทพมหานคร ว่าคลองที่สูบออกไปสามารถส่งออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้สะดวกหรือไม่ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม หากประชาชนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้รับความเดือดร้อน สามารถโทรศัพท์มาแจ้งได้ที่หมายเลข 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเร่งดำเนินการแก้ไขให้ทันที

‘อาจารย์อุ๋ย’ ซัดรัฐล้มเหลว!! หยุดเอาเงินภาษีอุ้มคนห่วย ชี้ช่องกฎหมายไล่เบี้ยเงินผิด น้ำท่วมกทม.ไม่ใช่ภัยธรรมชาติล้วน เรียกร้องความรับผิดชอบหนักหน่วง

“หยุดเอาเงินภาษีอุ้มคนห่วย!” อาจารย์อุ๋ย ซัดรัฐล้มเหลวพา กทม.จมน้ำ ชี้ช่องกฎหมายไล่เบี้ยเงินส่วนตัว หากเจ้าหน้าที่–ฝ่ายการเมืองจงใจหรือประมาทร้ายแรง

29 กันยายน 2569 - จากวิกฤติน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และการทำมาหากินของประชาชนเป็นวงกว้าง กระแสสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงประเด็น “ความรับผิด” ว่าหากความเสียหายไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มีความบกพร่องของการบริหารจัดการรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ?

อาจารย์อุ๋ย – ประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระทุ้งประเด็นดังกล่าว โดยหยิบกลไกตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาชี้ว่า น้ำท่วมไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็น “ภัยธรรมชาติ” แล้วปิดประตูความรับผิดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจสอบว่า ความเสียหายส่วนใดเกิดจากธรรมชาติ และส่วนใดอาจเกิดจากการละเลยหรือความผิดพลาดของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ

“ประชาชนไม่ควรต้องถูกซ้ำเติมด้วยการนำเงินภาษีของตัวเองมาจ่ายชดเชยความผิดพลาด หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่ามีเจ้าหน้าที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” อาจารย์อุ๋ยยํ้า

เปิดกลไกฟ้องรัฐ–ไล่เบี้ยคนทำผิด

อาจารย์อุ๋ยอธิบายว่า ตาม มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก “หน่วยงานของรัฐ” ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่บริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอำนาจหน้าที่และเหตุแห่งความเสียหายในแต่ละพื้นที่

สำหรับคดีละเมิดที่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง โดยทั่วไป มาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กำหนดกรอบการฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี

แต่จุดสำคัญไม่ได้จบอยู่ที่รัฐจ่ายเงินชดเชย เพราะ มาตรา 8 เปิดทางให้หน่วยงานของรัฐเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้คืนเป็นการส่วนตัว หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่กระทำโดย “จงใจ” หรือ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

“ประชาชนเรียกร้องจากหน่วยงานรัฐเพื่อให้ได้รับการชดเชย แต่หลังจากนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีใครจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กฎหมายก็มีกลไกให้เรียกเงินคืนจากผู้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ไม่ควรจบด้วยการเอาเงินงบประมาณ ซึ่งก็คือเงินภาษีประชาชน มาล้างความผิดพลาดให้ใคร”

อย่างไรก็ตาม การเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับผิดเต็มจำนวนทุกกรณี เพราะมาตรา 8 กำหนดให้พิจารณาระดับความร้ายแรง ความเป็นธรรม ตลอดจนความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานและระบบการดำเนินงานประกอบด้วย

จากเจ้าหน้าที่หน้างานถึงฝ่ายการเมือง ต้องตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่

อาจารย์อุ๋ยมองว่า การตรวจสอบไม่ควรหยุดอยู่เพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่ควรไล่ตรวจสอบตามสายอำนาจและความรับผิดชอบ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำ วิศวกรควบคุมประตูน้ำ ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีหลักฐานว่าละทิ้งหน้าที่ ปล่อยปละละเลย หรือรู้ถึงปัญหาร้ายแรงแต่ไม่ดำเนินการแก้ไขตามสมควร

รวมถึง ฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ก็ไม่ควรถูกตัดออกจากการตรวจสอบเพียงเพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย

หากพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงได้ว่า บุคคลใดมีการกระทำหรือสั่งการที่เข้าองค์ประกอบการกระทำละเมิด และถึงระดับจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็อาจเกิดประเด็นความรับผิดเป็นการส่วนตัวตามกฎหมายได้เช่นกัน โดยต้องพิสูจน์อำนาจหน้าที่ การกระทำ และความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำนั้นกับความเสียหายเป็นรายกรณี ไม่ใช่ถือว่าฝ่ายการเมืองต้องรับผิดโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม

คําว่า “ภัยธรรมชาติ” ต้องไม่กลายเป็นยันต์กันผี

อาจารย์อุ๋ยระบุว่า ฝนตกหนักหรือน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องรับผิดทุกกรณี แต่ในทางกลับกัน คำว่า “ภัยธรรมชาติ” ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นเกราะป้องกันความรับผิดโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ ภัยดังกล่าวสามารถคาดการณ์ได้เพียงใด หน่วยงานได้รับข้อมูลเตือนล่วงหน้าหรือไม่ มีเครื่องมือ งบประมาณ และอำนาจหน้าที่เพียงพอหรือไม่ และได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขตามสมควรแล้วหรือยัง

หากเป็นภัยพิบัติรุนแรงเกินกว่าจะป้องกันได้ แม้รัฐดำเนินการตามหน้าที่อย่างเหมาะสมแล้ว ย่อมเป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่หากเป็นปัญหาเกิดซ้ำ มีข้อมูลเตือนล่วงหน้า มีงบประมาณและเครื่องมือ แต่กลับมีการละเลยหรือบริหารจัดการผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก็ต้องตรวจสอบว่าความเสียหายนั้นเข้าข่ายการกระทำละเมิดหรือไม่

อาจารย์อุ๋ยจึงเรียกร้องให้ประชาชนผู้เสียหายเก็บ ภาพถ่าย ภาพวิดีโอ ใบเสร็จค่าซ่อม หลักฐานความเสียหาย รวมถึงหลักฐานรายได้หรือความเสียหายทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้ เพื่อรักษาสิทธิของตน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังว่า น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หรือมีความผิดพลาดในการบริหารจัดการของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“เงินภาษีประชาชนมีไว้บริหารประเทศ ไม่ใช่มีไว้เป็นกองทุนล้างความรับผิดให้คนที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หากใครทำผิดจนประชาชนเสียหาย กฎหมายต้องถูกใช้ตรวจสอบไปให้ถึงตัวผู้รับผิดชอบ” อาจารย์อุ๋ยกล่าวทิ้งท้าย

https://www.facebook.com/share/p/1Hap8Vt86z/?mibextid=wwXIfr

บ้านค่ายอ่วม น้ำท่วมตลาด–ชุมชน!! ระยองเร่งช่วยน้ำท่วมบ้านค่าย หลังคลองใหญ่เอ่อล้น รถเล็กผ่านไม่ได้ “ซิน เคอ หยวน” ส่งรถบรรทุกแจกอาหารกว่า 1,000 ชุด น้ำสูงบางจุดเกิน 1.20 เมตร ทางการเร่งช่วยเหลือต่อเนื่อง

บ้านค่ายอ่วม! น้ำท่วมตลาด–ชุมชน รถเล็กผ่านไม่ได้ “ซินเคอหยวน” ส่งรถบรรทุกลุยแจกอาหารกว่า1,000 ชุด บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย 

ระยอง — น้ำจากคลองใหญ่เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนและบ้านเรือนในอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง หลังฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ถนนบริเวณตลาดไผ่ล้อมและย่านเทศบาลมีน้ำท่วมขัง รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านบางเส้นทางได้ ชาวบ้านต้องลุยน้ำออกมาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น ขณะที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ 3 คัน พร้อมที่ปรึกษาและพนักงาน นำข้าวกล่อง น้ำ และขนมรวมกว่า 1,000 ชุด เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ของอำเภอบ้านค่าย พบว่าน้ำจากคลองใหญ่เอ่อล้นเข้าท่วมหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอและชุมชนตลาดบ้านค่าย ส่วนรายงานจากพื้นที่ตลาดไผ่ล้อมระบุว่า บางจุดใกล้เทศบาลและโรงพยาบาลบ้านค่ายมีน้ำสูงกว่า 1.20 เมตร ชาวบ้านบางส่วนต้องย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและออกมาหาเสบียงหลังน้ำเข้าบ้าน ทั้งนี้ ระดับ 1.20 เมตรเป็นระดับที่รายงาน เฉพาะจุด ไม่ใช่ระดับน้ำทั่วอำเภอ 

ท่ามกลางข้อจำกัดในการเดินทาง ซิน เคอ หยวน สตีล นำรถบรรทุกสิบล้อเข้าลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นไปแจกให้ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านค่าย เทศบาลตำบลชากบก พื้นที่ตำบลตาขัน และเทศบาลตำบลบ้านค่ายพัฒนา โดยที่ปรึกษาและพนักงานบริษัทช่วยกันนำสิ่งของเข้าถึงชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ 

สำหรับสถานการณ์บ้านค่ายเป็นส่วนหนึ่งของอุทกภัยที่ขยายวงในจังหวัดระยอง โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนในหลายอำเภอ รวมถึงบ้านค่าย พร้อมให้แต่ละพื้นที่แจ้งความต้องการด้านอาหาร สิ่งของ และอุปกรณ์ผ่านนายอำเภอ เพื่อจัดความช่วยเหลือให้ตรงกับสภาพปัญหา 

ข้อมูลสถานการณ์ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองรายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายน ระบุว่าพบจุดน้ำท่วมทั่วจังหวัด 17 จุด และประเมินว่ามีครัวเรือนได้รับผลกระทบในตำบลบ้านค่ายประมาณ 200 ครัวเรือน ตำบลตาขัน 150 ครัวเรือน และตำบลชากบก 100 ครัวเรือน ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องติดตามระดับน้ำและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ทีมไต้ฝุ่นชายไทยทำเต็มที่!! จบอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 4×100 เมตร แม้ลุ้นประท้วงจีนแต่ไม่สำเร็จ ชี้ทุกคนทำดีที่สุดแล้วในรอบชิง 4×100 เมตร ทีมผลัดชายไทยยืนยันทำเต็มที่เพื่อแฟนกีฬาไทย

ทีมไต้ฝุ่นชายไทย ระบุทำเต็มที่แล้ว และดีใจที่ได้ลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์หนนี้ พร้อมเผยเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนนักวิ่ง 2 คนในรอบชิงชนะเลิศ

โดยทีมไต้ฝุ่นชายไทย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ในการแข่งขันกรีฑา 4×100 เมตร รอบชิงชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ที่นาโกยา ซิตี้ มิซึโฮธ ปาร์ก แอธเลติก สเตเดียม เมื่อวันที่ 28 ก.ย.69

แม้จะมีการประท้วงว่า จีน ทีมเหรียญทองส่งไม้นอกเขต ในจังหวะของ เจิ้ง เค่อ หลี ไม้ 2 ไป หวัง เจิง เจีย ไม้ 3 และหากประท้วงสำเร็จ ไต้หวัน จะกลายเป็นเหรียญทอง เกาหลีใต้ เหรียญเงิน และไทย จะกลับมาได้เหรียญทองแดง

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วมีการยืนยันว่า เกาหลีใต้ คือทีมที่ได้เหรียญทองแดง และไทย จบอันดับ 4 เช่นเดิม

หลังการแข่งขัน บิว ภูริพล บุญสอน กล่าวว่า “ก็เสียดายนิดหน่อยครับ ทุกคนก็ทำผลงานได้ดีที่สุดแล้วครับ เราก็ดีใจที่ได้ลงแข่งขัน ทุกคนทำดีแล้ว”

ขณะที่ เฉาก๊วย ชยุตม์ คงประสิทธิ์ ซึ่งลงมาวิ่งแทน ชุติทัศน์ พฤกษ์สรนันท์ เผยเหตุผลที่ตัวเองเข้ามาชิงชัยว่า ชุติทัศน์ นั้นได้รับบาดเจ็บกะทันหัน “ก็รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่ได้ลงทำการแข่งขันหลังจากวิ่งผลัดผสม 4X100 เพราะน้องตาต้า (ชุติทัศน์) เจ็บ ต้องเซฟร่างกายน้อง โค้ชมาบอกตรงสนามวอร์ม ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ก็พยายามทำอย่างเต็มที่ และก็ทำผลงานให้พี่น้องชาวไทยได้รับชม”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10417605

เคหะร่มเกล้า–คลองจั่นยังวิกฤต!! ประชาชนติดค้างกว่า 8 หมื่นชีวิต ลาดกระบังยังต้องการน้ำดื่ม–อาหาร–ยา ขณะคลองจั่นขอกระสอบทรายกันน้ำเข้าบ่อพัก เร่งขอน้ำดื่ม อาหาร ยา และกระสอบทราย ช่วยชาวบ้านนับหมื่น

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กล่าว

วันนี้ผมจะเข้าที่เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง

เท่าที่สอบถาม สิ่งที่ชาวบ้านที่ลาดกระบังยังต้องการมากที่นั่นคือน้ำดื่ม อาหาร ยาลดไข้ ยาน้ำกัดเท้า  ถ้ามีผู้สนับสนุนได้เร่งด่วนจะดีมากครับ

ที่จริงเรื่องยาน้ำกัดเท้า ยาโรคกระเพาะ ก็เป็นที่ต้องการที่คลองจั่นด้วยเช่นกัน

ที่เคหะร่มเกล่า คนติดข้างในอย่างน้อย4หมื่นคน

ส่วนที่เคหะคลองจั่นที่ไปมา คนติดอีกสี่หมื่นคน

สิ่งที่ชาวบ้านที่เคหะคลองจั่นต้องการคือกระสอบทรายจำนวนมากสำหรับบล้อคน้ำไม่ให้ท่วมบ่อพักน้ำประปา ของแต่ละตึก 

ถ้าแต่ละตึกบล้อคน้ำเข้าบ่อพักหน้าตึกได้สำเร็จ ทั้งตึกจึงจะมีน้ำประปาใช้ส่งเข้าห้องทุกห้องได้เหมือนปกติ

ตอนนี้ทั้งตึกมีเพียงสายยางต่อมาจากภายนอกเพียงสายยางเดียว

เป็นแบบนี้ทั้ง30ตึกในเคหะคลองจั่นครับ

ถ้าเราแก้จุดอย่างนี้ได้ เสียงเฮจะลั่นที่สุดครับ

เช้านี้ ทีมการเคหะแห่งชาติ ร่วมกับทีมครัวพระราชทานเพื่อนพึ่งภาฯ และทีมจิตอาสา904 สถาปนาครัวพระราชทานเพื่อนพึ่งภาฯกันที่วัดบางเตย เพื่อผลิตอาหารส่งเข้าเคหะคลองจั่น

พอชาวบ้านทราบว่าเป็นทีมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯ นำความช่วยเหลือมาส่ง

ต่างก็ร่วมกันร้องออกเสียงกันว่า "ทรงพระเจริญ"

แสดงออกถึงความมีกำลังใจที่เห็นการทำภารกิจตามพระปณิธานยังมาถึงพวกเขา  แม้ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว

พวกเราขนลุก น้อมกายทำงานถวายหัวเลยครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top