Saturday, 7 November 2026
NEWS FEED

อาจารย์อุ๋ยชี้! ทรัมป์พ่ายยับ เดโมแครตยึดสองสภา!! พิษเศรษฐกิจ–สงครามอิหร่านย้อนศร ทำรีพับลิกันเสียฐานเสียงสำคัญ เตือนนักการเมืองไทยอย่าหลงกระแสนิยม ประชาชนพร้อมเปลี่ยนผู้มีอำนาจ

อาจารย์อุ๋ยชี้! ทรัมป์พ่ายยับ เดโมแครตยึดสองสภา! เศรษฐกิจ–สงครามย้อนศร สะเทือนโลก เตือนนักการเมืองไทยระวังซ้ำรอย!

5 พฤศจิกายน 2569 — นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกาผ่านเฟสบุคว่า 

”ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครต ซึ่งสามารถยึดเสียงข้างมากกลับคืนมาได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลายแห่ง ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน โดยเฉพาะการพลิกชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐเท็กซัส แคนซัส และเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงสำคัญของรีพับลิกัน สะท้อนว่าความไม่พอใจรัฐบาลได้ขยายตัวลึกเข้าไปถึงพื้นที่ที่ทรัมป์เคยได้รับความนิยมสูง

“ผมมองว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงชัยชนะของพรรคเดโมแครต แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนจำนวนมากกำลังลงคะแนนแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลทรัมป์ และเป็นบทเรียนสำคัญว่า แม้ผู้นำจะได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่จากการเลือกตั้ง แต่หากบริหารประเทศไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนได้ ความนิยมก็สามารถพลิกกลับเป็นความไม่พอใจภายในเวลาเพียงสองปี

ย้อนกลับไปในปี 2024 ทรัมป์ได้รับชัยชนะจากคำมั่นสัญญาว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แก้ปัญหาเงินเฟ้อ ลดค่าครองชีพ และหลีกเลี่ยงสงครามที่สร้างภาระให้สหรัฐฯ แต่เมื่อกลับมาบริหารประเทศ นโยบายหลายอย่างกลับสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งแม้มีเป้าหมายปกป้องอุตสาหกรรมอเมริกัน แต่ก็ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าและวัตถุดิบบางประเภทสูงขึ้น ภาระส่วนหนึ่งจึงตกอยู่กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ยิ่งไปกว่านั้น สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน กลายเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมความไม่พอใจของประชาชน เพราะชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งที่เคยคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะลดการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามต่างประเทศ กลับต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งครั้งใหม่

ผลสำรวจผู้ลงคะแนนสะท้อนว่า ปัญหาค่าครองชีพและความกังวลเรื่องการบริหารประเทศเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจ ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งต้องการให้รัฐสภากลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลประธานาธิบดีมากขึ้น นั่นหมายความว่า ผู้ที่เคยสนับสนุนทรัมป์ในปี 2024 บางส่วนอาจไม่ได้เปลี่ยนไปนิยมแนวคิดของเดโมแครตทั้งหมด แต่ต้องการใช้การเลือกตั้งส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลที่ตนเริ่มไม่ไว้วางใจ

ในมิติทางกฎหมาย ผลเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนดุลอำนาจของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อเดโมแครตเข้าควบคุมรัฐสภาทั้งสองสภาในเดือนมกราคม 2027 รัฐบาลทรัมป์จะผลักดันกฎหมายสำคัญได้ยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ การลดภาษี หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในประเทศ ขณะที่วุฒิสภาสามารถสกัดการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ รวมถึงผู้พิพากษาศาลสูงสุดได้

นอกจากนี้ รัฐสภายังสามารถเปิดการสอบสวนการบริหารงานของรัฐบาล ตรวจสอบการใช้งบประมาณและการดำเนินนโยบายต่างประเทศได้เข้มข้นขึ้น แม้กระทั่งกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีก็อาจถูกหยิบยกขึ้นมา แต่การให้ประธานาธิบดีพ้นจากตำแหน่งยังต้องได้รับเสียงสนับสนุนสองในสามของวุฒิสภา จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในฐานะประธานาธิบดี โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศและความมั่นคง รวมถึงอำนาจยับยั้งร่างกฎหมาย ดังนั้น สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติขัดแย้งกันอย่างหนักตลอดสองปีที่เหลือของรัฐบาล

ในมิติภูมิรัฐศาสตร์โลก ผมเห็นว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้นโยบาย America First ของทรัมป์เผชิญข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งบประมาณสนับสนุนสงคราม การออกกฎหมายเกี่ยวกับการค้า และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะยุติการแข่งขันกับจีนหรือยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าทันที เพราะทั้งสองพรรคต่างมีเป้าหมายรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของอเมริกา

ประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทย จึงต้องเตรียมรับความไม่แน่นอนจากนโยบายสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงหรือถูกตรวจสอบมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการภาษี การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศไทย ผมเห็นว่าปรากฏการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพราะประชาชนไม่ได้ผูกพันกับพรรคการเมืองอย่างถาวร พรรคที่เคยได้รับความนิยมสูงอาจสูญเสียคะแนนเสียงอย่างรวดเร็ว หากไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพ รายได้เกษตรกร และความเหลื่อมล้ำได้จริง

แม้ไทยจะใช้ระบบรัฐสภา ต่างจากสหรัฐฯ ที่ใช้ระบบประธานาธิบดี อีกทั้งการเมืองไทยยังมีระบบพรรคร่วมรัฐบาล องค์กรอิสระ และกลไกตามรัฐธรรมนูญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ว่าระบบการเมืองจะแตกต่างกันเพียงใด สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เมื่อรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนได้ กระแสความนิยมที่เคยมีอย่างท่วมท้นก็อาจพลิกกลับเป็นความไม่พอใจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ได้เช่นกัน

บทเรียนสำคัญที่สุดจากความพ่ายแพ้ของทรัมป์ครั้งนี้คือ คะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไม่ใช่เช็คเปล่าให้รัฐบาลใช้อำนาจตามใจชอบ และความนิยมในอดีตไม่ใช่หลักประกันชัยชนะในอนาคต

ผมจึงอยากเตือนนักการเมืองไทยทุกฝ่ายว่า อย่าหลงคิดว่ากระแสความนิยมจะอยู่กับตนตลอดไป เพราะประชาชนเลือกนักการเมืองมาเพื่อแก้ปัญหาชีวิต ไม่ใช่เพื่อฟังคำโฆษณา และเมื่อความหวังกลายเป็นความผิดหวัง ประชาชนก็พร้อมใช้คูหาเลือกตั้งเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา”

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/p/18bkTJcUrV/?mibextid=wwXIfr

ไทม์ไลน์ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล

ไทม์ไลน์ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ถึง นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง(รัฐบาลอนุทิน 1)และภรรยา

จนมาถึงโพสต์ขอโทษว่าข้อมูลไม่เป็นจริง

'สรรเพชญ' จับมือ “ศิริราช” หารือพัฒนาพื้นที่สถานีธนบุรี 21 ไร่ ตั้งคณะทำงานร่วมออกแบบ Medical Park ยกระดับบริการสุขภาพครบวงจร สู่ศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติ

“สรรเพชญ” จับมือ “ศิริราช” หารือพัฒนา Medical Park บนที่ดินรถไฟย่านสถานีธนบุรี 21 ไร่ เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมออกแบบพื้นที่ ยกระดับบริการสุขภาพสู่ระดับนานาชาติ

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมหารือร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดและทิศทางการพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีธนบุรี ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ โดยมุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพครบวงจร (Medical Park) เพื่อขยายศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ

การประชุมครั้งนี้มี นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รศ.ดร.นพ.รัฐพล ตวงทอง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา รศ.นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช และ ดร.รวิศว์ ขันชะลี รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เข้าร่วมหารือ

สำหรับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้เสนอทิศทางการพัฒนา Medical Park ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพและเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Center) ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะ (Wellness Center) และพื้นที่พักอาศัย (Residence) เพื่อสร้างระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสุขภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยมุ่งพัฒนารูปแบบบริการที่สามารถรองรับทั้งประชาชนชาวไทยและผู้รับบริการจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราชมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย เนื่องจากมีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมากและมีการใช้ขีดความสามารถในการให้บริการอย่างเต็มศักยภาพ ขณะที่เครือข่ายบริการหลักของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มีบุคลากรรวมประมาณ 23,000 คน จึงมีความจำเป็นในการวางแผนขยายศักยภาพการให้บริการและพัฒนาพื้นที่รองรับภารกิจด้านการแพทย์ในอนาคต โดยการพัฒนา Medical Park จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการต่อยอดความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของศิริราช สู่การให้บริการสุขภาพแบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยพิจารณาทั้งความต้องการใช้พื้นที่ของศิริราช รูปแบบการพัฒนาโครงการ และแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับภารกิจทางการแพทย์ ตลอดจนสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในระยะต่อไป เตรียมจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันศึกษาและออกแบบแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ย่านสถานีธนบุรี ทั้งในด้านรูปแบบการพัฒนา การจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ ตลอดจนแนวทางบริหารจัดการและการดำเนินโครงการ เพื่อให้ได้ข้อเสนอการพัฒนาที่มีความเหมาะสมและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำศักยภาพของที่ดินรัฐมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อระบบบริการสุขภาพ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน และสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพในระดับนานาชาติต่อไป

มีเพื่อนเล่าว่า ลูกไปเรียนที่ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้

"มีเพื่อนเล่าว่า ลูกไปเรียนที่ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ แล้วเข้าห้องสาย 5 นาที อาจารบอกว่า อย่าเอาวัฒนธรรมประเทศเธอมาใช้ที่นี่ "

ชาวเน็ตท่านนึงโพสต์

อับดุล เอล-ซาเยด สร้างประวัติศาสตร์มุสลิมคนแรกชนะเลือกตั้ง ส.ว. สหรัฐฯ จากมิชิแกนสู่เวทีการเมืองระดับชาติ

อดีตผู้บริหารสาธารณสุขเชื้อสายอียิปต์วัย 42 ปี เอาชนะรีพับลิกัน รักษาเก้าอี้เดโมแครต พร้อมเปิดประวัติชุมชนมุสลิมในรัฐอุตสาหกรรมรถยนต์ของอเมริกา

ข่าวต่างประเทศและบทวิเคราะห์

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า อับดุล เอล-ซาเยด (Abdul El-Sayed) ผู้สมัครพรรคเดโมแครต ชนะไมค์ โรเจอร์ส จากพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากรัฐมิชิแกน กลายเป็นมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่วุฒิสภาในประวัติศาสตร์ประเทศ โดยจะรับตำแหน่งต่อจากแกรี ปีเตอร์ส ซึ่งตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย [1–2]

ชัยชนะของเอล-ซาเยดวัย 42 ปี รักษาเก้าอี้นี้ไว้กับเดโมแครต และทำให้มิชิแกนยังมีสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตทั้งสองคน โดยเขาจะร่วมทำหน้าที่กับเอลิสซา สล็อตกิน ซึ่งชนะเลือกตั้งในปี 2024 ความสำเร็จครั้งนี้ยังเป็นก้าวสำคัญของนักการเมืองสายก้าวหน้าในรัฐสมรภูมิที่ทั้งสองพรรคแข่งขันกันอย่างเข้มข้น [2]

ลูกชายผู้อพยพอียิปต์ผู้เติบโตในมิชิแกน

เอล-ซาเยดเกิดและเติบโตในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมิชิแกน บิดาของเขา โมฮาเหม็ด เป็นผู้อพยพจากอียิปต์ ส่วนแม่เลี้ยง แจ็กกี มีครอบครัวตั้งรกรากอยู่ในรัฐนี้มายาวนาน เขาเรียนในระบบโรงเรียนรัฐบาล และมีส่วนร่วมในกีฬาหลายประเภท ก่อนเข้าสู่ University of Michigan ซึ่งเขาเล่นลาครอสควบคู่กับการเรียนด้วย [3]

ด้านการศึกษา เขาสำเร็จปริญญาตรีสาขาชีววิทยาและรัฐศาสตร์จาก University of Michigan ในปี 2007 ได้รับทุน Rhodes Scholarship ไปศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาเอกด้านสาธารณสุขจาก University of Oxford และได้รับปริญญาแพทยศาสตร์จาก Columbia University เส้นทางดังกล่าวหล่อหลอมให้เขาสนใจทั้งสุขภาพของประชาชนและโครงสร้างนโยบายที่กำหนดคุณภาพชีวิต [4]

แม้สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ แต่เส้นทางอาชีพของเขามุ่งสู่งานวิชาการ ระบาดวิทยา และการบริหารสาธารณสุข เขาไม่ได้เข้าฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านและไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบเวชกรรม ประวัติของเขาเป็นผู้สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์และนักวิชาการสาธารณสุข ซึ่งเลือกทำงานด้านนโยบายสุขภาพของประชากร [5]

จากการฟื้นระบบสุขภาพดีทรอยต์สู่สนามเลือกตั้ง

หลังทำงานวิชาการที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เอล-ซาเยดกลับมิชิแกนในปี 2015 เพื่อบริหารและฟื้นฟูหน่วยงานสาธารณสุขของดีทรอยต์หลังวิกฤตล้มละลายของเมือง งานของเขาครอบคลุมการป้องกันพิษตะกั่วในเด็ก การเข้าถึงแว่นตาสำหรับนักเรียน และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กระทบสุขภาพ ประสบการณ์เหล่านี้เชื่อมงานวิจัยเข้ากับปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง [4]

เขาลาออกจากตำแหน่งในปี 2017 เพื่อลงแข่งขันเป็นผู้สมัครผู้ว่าการรัฐในการเลือกตั้งปี 2018 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาเขายังคงทำงานด้านนโยบายและการเมือง รวมถึงเป็นผู้อำนวยการหน่วยงานสุขภาพ บริการมนุษย์ และกิจการทหารผ่านศึกของเวย์นเคาน์ตี ก่อนเข้าสู่การแข่งขันชิงเก้าอี้วุฒิสภาในปี 2026 [6–7]

ในการหาเสียง เอล-ซาเยดให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพ การลดอิทธิพลเงินทุนบริษัทในการเมือง และข้อเสนอ Medicare for All ซึ่งมุ่งสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐบาลเป็นผู้จ่ายหลัก แนวนโยบายสุขภาพจึงเป็นทั้งจุดยืนทางการเมืองและความต่อเนื่องจากอาชีพเดิมของเขา [1]

มิชิแกนรัฐแห่งเกรตเลกส์และอุตสาหกรรมรถยนต์

มิชิแกนเข้าร่วมสหรัฐอเมริกาเป็นรัฐลำดับที่ 26 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 1837 เมืองดีทรอยต์เคยเป็นเมืองหลวงก่อนย้ายศูนย์กลางการปกครองไปยังแลนซิงในปี 1847 ต่อมาอุตสาหกรรมรถยนต์เติบโตขึ้นจนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจรัฐในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 [8–9]

ดีทรอยต์ก่อตั้งขึ้นในปี 1701 ในฐานะสถานีการค้าของฝรั่งเศส ก่อนพัฒนาสู่ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ โรงงานและระบบสายการประกอบดึงดูดแรงงานจากหลายพื้นที่ ทำให้ประวัติศาสตร์ของเมืองเชื่อมโยงกับการย้ายถิ่น ชุมชนแรงงาน และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแยกไม่ออก [10]

ทำไมมิชิแกนจึงมีชุมชนมุสลิมสำคัญ

รากฐานชุมชนอาหรับในพื้นที่ดีทรอยต์ย้อนกลับไปถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยผู้อพยพระยะแรกจำนวนหนึ่งเป็นชาวคริสต์จากซีเรียและพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือเลบานอน ต่อมาโอกาสทำงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ดึงดูดผู้ย้ายถิ่นเพิ่มขึ้น รวมถึงชาวมุสลิม จนเกิดชุมชนที่ตั้งมั่นในดีทรอยต์และเดียร์บอร์น [11]

เมื่อฟอร์ดขยายฐานการผลิตไปยังโรงงาน River Rouge ในเดียร์บอร์น แรงงานอาหรับจำนวนหนึ่งย้ายตามไปตั้งถิ่นฐาน การเปลี่ยนกฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ในปี 1965 และความขัดแย้งในตะวันออกกลางในช่วงต่อมา มีส่วนทำให้ชุมชนเติบโตและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยมีทั้งผู้มีเชื้อสายเลบานอน เยเมน อิรัก ปาเลสไตน์ และชุมชนจากภูมิภาคอื่นร่วมอยู่ด้วย [12–13]

อย่างไรก็ตาม อาหรับกับมุสลิมเป็นคนละความหมาย อาหรับเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรม ส่วนมุสลิมหมายถึงผู้นับถือศาสนาอิสลาม ชุมชนอาหรับในมิชิแกนมีทั้งคริสต์และมุสลิม ขณะที่ชุมชนมุสลิมก็มีผู้คนหลากหลายเชื้อสาย รวมถึงชาวเอเชียใต้และชาวอเมริกันผิวดำ การอธิบายประชากรสองกลุ่มนี้แทนกันทั้งหมดจึงคลาดเคลื่อน [13–14]

จากชุมชนแรงงานและผู้อพยพ บทบาทของชาวอาหรับและมุสลิมขยายสู่การเมืองท้องถิ่น งานศึกษาของ University of Michigan-Dearborn อธิบายถึงการเติบโตของตัวแทนทางการเมืองในเดียร์บอร์น เดียร์บอร์นไฮต์ส และแฮมแทรมิก ชัยชนะของเอล-ซาเยดจึงเกิดขึ้นบนพื้นฐานประวัติศาสตร์การสร้างชุมชนและการมีส่วนร่วมสาธารณะที่ดำเนินมาหลายรุ่น [15]

มุสลิมคนแรกในวุฒิสภา

ความสำคัญของเอล-ซาเยดอยู่ที่การเป็นมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่วุฒิสภาสหรัฐฯ ส่วนสมาชิกมุสลิมคนแรกของสภาคองเกรสคือคีธ เอลลิสัน ซึ่งชนะเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2006 และเริ่มทำหน้าที่ในปี 2007 ต่อมาราชิดา ทลายบ์ จากมิชิแกน และอิลฮาน โอมาร์ จากมินนิโซตา เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในปี 2019 ในฐานะผู้หญิงมุสลิมสองคนแรกของสภาคองเกรส [16–17]

ในเชิงวิเคราะห์ ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายทั้งต่อความหลากหลายของตัวแทนประชาชนและทิศทางนโยบายของเดโมแครต แต่ไม่ควรอธิบายผลเลือกตั้งด้วยศาสนาของผู้สมัครเพียงอย่างเดียว การหาเสียงของเอล-ซาเยดยังเชื่อมกับความกังวลเรื่องสุขภาพ ค่าครองชีพ และอำนาจเงินทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบประชาชนต่างศาสนาและต่างเชื้อสายร่วมกัน [18]

บททดสอบต่อไปของว่าที่ ส.ว. จากมิชิแกน จึงอยู่ที่การเปลี่ยนความไว้วางใจจากวันเลือกตั้งให้เป็นผลงาน และทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งรัฐ ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อทั้งนโยบายสุขภาพ เศรษฐกิจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่หลากหลาย

เรียบเรียงสำหรับ THESTATESTIMES | ข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สถานะผู้ชนะอ้างอิงรายงานของสื่อ และยังต้องผ่านกระบวนการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

แหล่งอ้างอิง

[1] Reuters — Abdul El-Sayed becomes first Muslim elected to US Senate

https://www.investing.com/.../abdul-elsayed-becomes-first...

[2] WKAR Public Media — Abdul El-Sayed defeats Mike Rogers in Michigan Senate race, making history

https://www.wkar.org/.../abdul-el-sayed-defeats-mike...

[3] Abdul for Senate — Meet Dr Abdul El-Sayed — เว็บไซต์หาเสียง

https://abdulforsenate.com/about/

[4] University of Michigan — Spring Commencement 2017 — ประวัติ Abdul M El-Sayed

https://commencement.umich.edu/.../Spring-Commencment...

[5] PolitiFact — Is Abdul El-Sayed a doctor

https://politifact.com/.../abdul-el-sayed-doctor.../

[6] University of Michigan Ford School — Dr Abdul El-Sayed joins the Ford School faculty

https://fordschool.umich.edu/.../dr-abdul-el-sayed-joins...

[7] Ballotpedia — Abdul El-Sayed

https://ballotpedia.org/Abdul_El-Sayed

[8] Michigan State Capitol — Three Capitols

https://capitol.michigan.gov/history/three-capitols

[9] Library of Congress — Today in History January 26

https://www.loc.gov/item/today-in-history/january-26/

[10] City of Detroit — Detroit History

https://detroitmi.gov/departments/detroit-history

[11] University of Michigan Detroit — Sally Howell’s Halal Metropolis project

https://detroit.umich.edu/.../qa-sally-howells-halal.../

[12] WDET — How Did Detroit Become a Center for Arabs in the United States

https://wdet.org/.../curiosid-how-did-detroit-become-a.../

[13] PBS News — Muslim and Arab Americans are leading political change in Metro Detroit

https://www.pbs.org/.../decades-after-the-arab-problem...

[14] Oxford University Press — Old Islam in Detroit Rediscovering the Muslim American Past

https://academic.oup.com/book/4462

[15] University of Michigan-Dearborn — Arab Detroit enters its worldmaking era

https://umdearborn.edu/.../arab-detroit-enters-its...

[16] Library of Congress — Solemn Oaths January February 2007

https://www.loc.gov/loc/lcib/07012/oath.html

[17] Pew Research Center — Religious affiliation of the 116th Congress

https://www.pewresearch.org/.../01/03/faith-on-the-hill-116/

[18] NPR via WBUR — Democrat Abdul El-Sayed defeats Republican Mike Rogers

https://www.wbur.org/.../michigan-senate-race-abdul-el...

‘เอกนัฏ’ รับลูกม็อบรถบรรทุก!! เดินหน้ารื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ชูผลงานตัดต้นทุนทิพย์ 1.08 หมื่นล้านต่อปี หักส่วนเกินโรงกลั่นเกือบ 3.2 หมื่นล้าน ลั่นลุยแก้ปัญหาราคาพลังงานระยะยาว

“เอกนัฏ” สั่งทีมสุดซอย รับข้อเสนอม็อบรถบรรทุก ทุบโครงสร้าง-ใช้กลไกหักค่าการกลั่นให้แล้ว จะเดินหน้าลดผลกระทบราคาระยะยาวต่อไป

วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2569) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  

พร้อมด้วย นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจากนายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้นำการเคลื่อนไหวของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องเรื่องการลดราคาและการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดย กระทรวงพลังงาน เข้าใจถึงภาระอันหนักอึ้งที่พี่น้องภาคการขนส่งต้องเผชิญท่ามกลางวิกฤตการสู้รบในต่างประเทศที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่าปี 2565 ในช่วงสงครามรัสเซียกับยูเครน ถึง 2-3 เท่า ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและเตรียมนำข้อเสนอเรื่องการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน นำเรียนนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งคาดว่าจะสามารถเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเข้าพบท่านรัฐมนตรีได้ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ได้เผยถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กักตุนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยได้รับหนังสือรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่าได้ส่งฟ้องผู้ต้องสงสัยจำนวน 24 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แล้ว และจะมีการเชิญ DSI มาหารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานในสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะมีการติดตามการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เห็นว่ากระทรวงพลังงานมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหา

ด้าน นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรับทราบและเข้าใจถึงสถานการณ์ความยากลำบากของพี่น้องภาคการขนส่งเป็นอย่างดี เรามองเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยของทุกท่านที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไปแล้วบางส่วน ทั้งการตัด "ต้นทุนทิพย์" ที่มีมากว่า 22 ปี ซึ่งช่วยลดภาระให้พี่น้องประชาชนได้ถึง 10,800 ล้านบาทต่อปี การนำผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นมาลดราคาหน้าโรงกลั่นไปแล้วเกือบ 32,000 ล้านบาท และจะติดตามผลประโยชน์ส่วนเกินอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาลดค่าน้ำมันให้ประชาชน รวมทั้งยังได้ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทั้ง B20 และ E20 เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ

ส่วนข้อเสนอเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตนั้น ทางกระทรวงฯ อาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาระผูกพันในอนาคต แต่ยืนยันว่าจะพยายามดูแลโครงสร้างราคาให้ดีที่สุด 

“กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่า พร้อมเปิดรับฟังทุกข้อเสนอด้วยความจริงใจและเห็นอกเห็นใจ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้พยายามแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งข้อเสนอ 10 ข้อของทางสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ที่ได้มายื่นในวันนี้ บางข้อทางกระทรวงพลังงานก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น การตัดต้นทุนทิพย์ การดำเนินคดีอย่างจริงจังกับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน กระทรวงพลังงานจะจัดการกับความไม่โปร่งใส เพื่อให้โครงสร้างราคามีความยุติธรรมมากที่สุด และจะนำทุกเสียงสะท้อนในวันนี้ไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและช่วยประคับประคองให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายพงศ์พล กล่าวทิ้งท้าย

‘วราวุธ’ สั่งขันนอตโรงงานขยะพิษทั่วประเทศ!! ลั่นอย่าผ่อนปรน–อย่าปล่อยนอตหลวม หลังลุยตรวจ 171 โรงงานใน 2 วัน เดินหน้าชะลอใบอนุญาตใหม่ จ่อใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด

“วราวุธ” ย้ำ ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจตรวจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม 105,106 ขันนอตให้แน่น-อย่าผ่อนปรน  เข้ม กฎหมายเด็ดขาด ยึดความปลอดภัยพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยมี 

นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้ง ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม 

นายวราวุธ กล่าวมอบนโยบายในตอนหนึ่งว่า การเปิดปฏิบัติการ ตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมาย

ขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106  เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น นับเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนี้ ซึ่งไม่ใช่เน้นย้ำเพียงแค่ 5 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี กับสมุทรปราการ เท่านั้น แต่คือทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมต้องควบคู่กันไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างความเดือดร้อนความเสียหายให้ประชาชนและสังคม หากเศรษฐกิจดี GDP ดี แต่เต็มไปด้วยกากอุตสาหกรรม เต็มไปด้วยปัญหาร้องเรียนเข้ามา ถือว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ประสบความสำเร็จ และเรื่องการดูแลเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะผู้ผลิต ผู้ก่อ ผู้สร้างของเสียทั้งหลาย ก็คือผู้ประกอบการและโรงงาน จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยตรง เมื่อผลิตแล้วต้องเก็บกันให้เรียบร้อย

จึงเป็นที่มาของทีมปฏิบัติการพิเศษ ที่ต้องไล่ตรวจโรงงานทั้ง โรงงาน 105 และ 106 ไม่เฉพาะโรงงาน

ที่จดทะเบียนอยู่กับกรมโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น รวมไปถึงโรงงานที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานที่ถูกสั่งระงับแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ต้องพิจารณาในทุกมิติ ซึ่งต้องฝากอุตสาหกรรมจังหวัด ทุกๆ จังหวัด ดำเนินการเข้มงวด และต้องขอเป็นกำลังใจให้แก่ทีมปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นงานไม่ง่าย โดยวันแรกลงตรวจได้ 80 โรงงาน 

วันที่สองตรวจได้ 91 โรงงาน ฉะนั้น ขอให้ทำงานอย่างเข้มงวด ไม่ละเลย พอผ่านไปสัก 2 หรือ 3 สัปดาห์แล้ว อย่าเพิ่งน็อตหลวม อย่าเพิ่งผ่อนปรน ต้องขันน็อตให้แน่น

นายวราวุธ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำนโยบายให้หน่วยงานถือปฏิบัติ

1. ยึดความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม การเกิดผลกระทบในพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ทั้งแหล่งน้ำ พื้นนา การฝังกลบ ต้องดูแลควบคู่ไปด้วย 

2. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เด็ดขาด ต้องมีความเข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้ กฎหมายแต่ละมาตรตรา  มีเงื่อนไขและเงื่อนเวลาอย่างไร ต้องเข้าใจและทำตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด อย่าให้เกิดช่องว่างและขอให้ใช้ความระมัดระวังและเด็ดขาด เวลาที่จะใช้ เช่นมาตรา 37 หรือมาตรา 39 ต้องฝากอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กำหนดเงื่อนเวลาให้เบ็ดเสร็จ จะให้ 60 วัน 80 วัน หรือ 90 วัน ขอให้ครอบคลุมพอดี แต่ไม่มีการต่ออายุ เพราะมักเกิดปัญหาการขอต่ออายุซ้ำๆ จึงต้องกำหนดเวลาให้พอดีตั้งแต่รอบเดียว จบแล้วจบเลย หากไม่เรียบร้อยให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงต่อไป ซึ่งสำหรับกรณีโรงงานเกิดเหตุซ้ำซาก ต้องกำหนดอย่างชัดเจนว่าจะมีมาตรการอย่างไร เช่น 

ผ่านไป 2-3 ปีเมื่อเกิดเหตุซ้ำอีก ถ้าตามกฎหมายต้องไปมาตรา 37 ก่อน แต่ถ้าไม่สำเร็จถึงไปมาตรา 39 และหากแก้ไขแล้วเกิดเหตุอีก จะสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนจึงต้องกำหนดให้ชัดเจน และพิจารณามาตรการที่เด็ดขาดกว่าเดิม  

 3.ตรวจสอบเชิงรุกและการติดตามผลอย่างถึงที่สุด การฟ้องร้อง ตรวจสอบเรื่องกลิ่น เสียง ควัน การปล่อยน้ำเสีย และความเสียหายที่เกิดขึ้น จะต้องตามผลให้ครบถ้วนตามกรอบเวลา  โดยทั้ง 5 ทีมในพื้นที่ A และอีก 71 ทีมในแต่ละจังหวัด ควรมีตาราง แสดงวันที่ออกคำสั่ง และกำหนดการตรวจติดตามที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้คำสั่งกลายเป็น  "ใบไม้ร่วง" หรือไม่มีผลบังคับใช้

4.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม อัยการและศาล ซึ่งส่วนสำคัญคือ ฝ่ายปกครองในระดับท้องถิ่น ทั้งนายอำเภอ นายก อบต. นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากกลุ่มนี้จะรู้ดีที่สุดหากมีคลังสินค้าหรือโรงงานลักลอบนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาตั้งในพื้นที่ โดยนายอำเภอได้เคยคาดโทษไว้แล้วว่าหากมีโรงงานเถื่อนเกิดขึ้น ท้องถิ่นจะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องรับผิดชอบ

5. ปฏิบัติงานต้องเป็นไปด้วยด้วยความโปร่งใส รับผิดชอบ และตรวจสอบได้ โดยในช่วงนี้ขอให้ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานลำดับที่ 105,106 ออกไปก่อน และยังไม่ต้องมีข้อยกเว้นใดๆ เพิ่มเติม 

 ด้านนายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเรา ได้หารือกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพิ่มเติม เกี่ยวกับผลักดันความผิดเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การฝ่าฝืนกฎหมายโรงงานและกฎหมายวัตถุอันตราย ให้เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน 

เพื่อเพิ่มช่องทางในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ และตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิด

ทางด้าน นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไข 

ร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรมว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้นำเสนอรายละเอียด 

ร่างพระราชบัญญัติฯ ให้คณะทำงานพัฒนาปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 69 จากนั้น วันที่ 19 ต.ค. 69 ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเรื่องไปยัง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) พิจารณา โดย สลค. มีหนังสือแจ้งกลับมาให้กระทรวงฯ จัดส่งผลการพิจารณาของกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการนโยบายบริหารทุนหมุนเวียน เพิ่มเติม และวันที่ 28 ต.ค.69 กรอ. ได้มีการหารือกรมบัญชีกลาง เพื่อหาแนวทางการจัดทำข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ไทม์ไลน์ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ถึง นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง(รัฐบาลอนุทิน 1) ​​​​​​​และภรรยา

ไทม์ไลน์ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ถึง นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง(รัฐบาลอนุทิน 1)
และภรรยา

จนมาถึงโพสต์ขอโทษว่าข้อมูลไม่เป็นจริง

ช็อกวงการลูกหนังสเปน!! นักเตะเตเนริเฟ เสียชีวิตหลังปะทะหนักกลางสนาม ตำรวจเปิดสอบสวนปมเสียชีวิตวัย 30 ปี จับตาผู้รักษาประตูคู่กรณีอาจถูกดำเนินคดี ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ตำรวจสเปนเปิดการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ เฆซุส เด มิเกล ดาวเตะ เตเนริเฟ หลังถูก เฆซุส โอโวโน ผู้รักษาประตู อันดอร์รา ปะทะใส่รุนแรง

สำหรับ เด มิเกล โดน โอโวโน ปะทะหนักใส่ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 ของสเปนเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ซึ่ง เตเนริเฟ พบกับ อันดอร์รา จนเจ้าตัวหมดสติในสนามเนื่องจากโดนเข่ากระแทกศีรษะ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีก่อนที่แมตช์จะยุติลงขณะที่ทั้ง 2 ทีมเสมอกัน 2-2

แม้ทีมแพทย์จะพยายามยื้อชีวิตทว่าเมื่อวันที่ 3 พ.ย. เตเนริเฟ ยืนยันข่าวเศร้าว่า เด มิเกล ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 30 ปี

ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติของสเปนออกแถลงว่า ได้เริ่มการสืบสวนคดีการเสียชีวิตของ เด มิเกล ที่อาจเข้าข่ายฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา โดยอัยการจะเข้ามามีส่วนร่วมในคดีนี้ด้วย

ส่วน “อาส” สื่อสเปนระบุถึงบทลงโทษของ โอโวโน ว่า เจ้าตัวจะได้รับบทลงโทษทางวินัยหลังจากถูกไล่ออกจากสนาม โดยระยะเวลาของการห้ามลงแข่งขันจะขึ้นอยู่กับรายงานของผู้ตัดสิน และกฎระเบียบของการแข่งขันรายการนั้นๆ

ส่วนเหตุการณ์นี้จะกลายเป็นคดีอาญาซึ่งจะทำให้เขารับโทษจำคุกถึง 4 ปีได้หรือไม่นั้น ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการกระทำของ โอโวโน เข้าข่าย “ความประมาทเลินเล่อทางอาญา” หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันกันแน่ 

ขณะที่ โอโวโน ได้ปิดบัญชีอินสตาแกรมของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยหลังถูกโจมตีอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10460125


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top