Sunday, 5 July 2026
LITE

จาก 'มกร' ความทรงจำเลือนลางกาลก่อน สู่ 'มังกร' ผู้ครอบครองความเชื่อปัจจุบัน

แรกเริ่มเดิมทีชื่อเดือน 'มกราคม' มีรากศัพท์มาจากคำว่า 'มกร' ตามความเชื่อแบบฮินดูคติ แต่ทำไมปัจจุบันจึงเพี้ยนเป็น 'มังกร' ซึ่งคือภูมิปัญญาของบูรพาวิถี ไยความเชื่อจากสองรากเหง้าที่ตั้งห่างกันเกินกว่า 7,500 กิโลเมตร จึงเดินทางมาบรรจบรวมกันเป็นหนึ่ง ณ ดินแดนสยามแห่งนี้

ในเรื่องดังกล่าว รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณคดีต่างประเทศ (ตะวันออก) แห่งราชบัณฑิตยสถาน เคยอธิบายไว้ว่า "คนไทยเรามักสับสนระหว่างคำว่า 'มกร' กับ 'มังกร' แม้จนถึงปัจจุบันเราก็ชอบคิดว่า มกร หรือ มังกร เป็นสัตว์ในเทพนิยายชนิดเดียวกัน แต่ถ้าหากดูตามหลักฐานดั้งเดิม คนไทยสมัยโบราณย่อมจะรู้จัก 'มกร' มาก่อน"

มกร (ออกเสียงว่า มะ-กะ-ระ หรือ มะ-กอน) คำจากภาษาสันสกฤต ตามพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้ให้ความหมายว่า "...เป็นสัตว์ตามจินตนาการของช่างอินเดียโบราณ มีลักษณะต่างๆ กันไป เช่น ในสมัยแรกส่วนหัวคล้ายจระเข้ มีจะงอยปากงอไปทางด้านหลังคล้ายงวงช้างขนาดสั้น มีฟันแหลมคม มีขาคล้ายสิงโตหรือสุนัข ท่อนหางทำเป็นอย่างหางปลา"

"คนโบราณจินตนาการกันว่า มกร คือจระเข้มีงวง มีสี่ขา โดยจากหลักฐานพบเห็นได้ตามรูปสลักบนปราสาทหินแถบนี้ บนทับหลังก็พบบ่อย ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ก็มี โดยมกรอาจผสมผสานกับสัตว์ตำนานชนิดอื่น เช่น มกรคายนาคบนศิลปะแบบถาลาบริวัต หรือประทับยืนบนแท่นแล้วคายวงโค้งออกมาจากปาก มกร ยุคถาลาบริวัตนี้ตัวจะกลมๆ ป้อมๆ น่ารัก" รศ.ศานติ กล่าว

ช่างศิลป์โบราณต่างจินตนาการว่าทั้ง มกร และ มังกร คือเทพเจ้าแห่งท้องทะเล (น้ำ) โดยรวมจับเอาลักษณะของสัตว์หลากหลายชนิดมาผสมเข้าด้วยกัน ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดย 'มกร' มีส่วนปากคล้ายจระเข้ มีงวงเหมือนช้าง ลำตัวและหางเหมือนปลา ยุคหลังๆ ยังเพิ่มลักษณะของสัตว์อื่นๆ ปะปนตามมาอีกหลายชนิด ตามแต่จินตนาการของช่าง เช่น สิงโต แพะ กวาง นาค มังกร ฯลฯ ล้วนแต่เป็นสัตว์ซึ่งมีความหมายทางมงคลทั้งสิ้น

ส่วน 'มังกร' ตามปรากฎของพจนานุกรมประเทศจีน (ปัจจุบัน) ให้ความหมายไว้ว่า "...มังกรเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ลักษณะหัวคล้ายหัวอูฐ มีเขาคล้ายเขากวาง ดวงตาคล้ายกับดวงตาของกระต่ายป่า หูคล้ายหูวัว มีปีกเหมือนนกอินทรี มีลำคอยาวคล้ายงู ช่วงท้องมีลักษณะคล้ายกบ รูปร่างของมันคล้ายกับปลาตัวใหญ่ เท้าคล้ายกับเท้าเสือ เสียงของมันคล้ายเสียง (ตี) ฆ้อง เมื่อมันหายใจ ลมหายใจของมันมีลักษณะคล้ายเมฆ ซึ่งบางครั้งก็ออกมาเป็นฝน แต่บางครั้งก็เป็นเปลวไฟ”

3 มกราคม พ.ศ. 2458 ในหลวง ร.6 ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน

วันนี้ครบรอบ 107 ปี พระราชพิธีก่อพระฤกษ์ ตึกบัญชาการ โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาพระฤกษ์ตึกบัญชาการ โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ปัจจุบันคืออาคารมหาจุฬาลงกรณ์) โดยต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็น 'จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย'

ในวันนั้นพระราชดำรัสตอบของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ ผู้ที่มาชุมนุมอยู่ในงานพระราชพิธีวางศิลาพระฤกษ์ ตึกบัญชาการ ในวันจันทร์ที่ 3 มกราคม พระพุทธศักราช 2458 ความว่า

“วันนี้เรายินดีที่ได้รับอัญเชิญให้มาวางศิลาฤกษ์สำหรับมหาวิทยาลัยนี้ เพราะเป็นกิจอันหนึ่งซึ่งเราปรารถนาอยู่นานแล้ว ที่จะยังการให้เป็นผลสำเร็จตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงพระราชปรารถนามานานแล้ว ในเรื่องที่จะให้มีมหาวิทยาลัยขึ้นสำหรับเป็นสถานอุดมศึกษาของชาวสยาม แต่ในรัชสมัยของพระองค์ยังมีเหตุติดขัด"

"ซึ่งการยังจะดำเนินไปไม่ได้ตลอดปลอดโปร่ง ตัวเราเป็นรัชทายาทจึงรู้สึกเป็นหน้าที่อันหนึ่งที่จะต้องทำการนั้นให้สำเร็จตามพระราชประสงค์ โดยรู้ว่าเมื่อได้ทำสำเร็จแล้วจะเป็นเครื่องเพิ่มพูนพระเกียรติยศ เป็นราชานุสาวรีย์ เป็นที่คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราชของชาติไทยเราเป็นการสมควรยิ่งนักที่จะสร้างพระราชานุสาวรีย์ อันใหญ่และถาวรเช่นนี้”

“ทั้งจะได้เป็นเครื่องที่จะทำให้บังเกิดประโยชน์แก่ชาติไทยไม่มีเวลาเสื่อมสูญด้วย เรามีความยินดีที่ได้เห็นการดำเนินล่วงมาได้มากแล้ว ในบัดนี้เราจะได้วางศิลาฤกษ์ด้วยความหวังที่แลเห็นความดีงามในอนาคตกาลแห่งมหาวิทยาลัยนี้ส่วนการที่ดำเนินไปได้จนเป็นรูปถึงเพียงนี้แล้ว ก็ต้องอาศัยความอุตสาหะของกรรมการผู้ได้รับมอบเป็นหน้าที่ผู้อำนวยการ ประกอบกับความอุตสาหะแห่งบรรดาผู้มีหน้าที่เป็นครู อาจารย์สั่งสอนในโรงเรียนนี้ ของกรรมการที่ได้รับมอบหน้าที่ไปจากเราให้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนจงได้รับความขอบใจของเราแล้ว"

‘พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9’ ศูนย์รวมใจแห่งใหม่ที่ในหลวง ร.10 พระราชทานเพื่อปวงชน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 หรือพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 หรือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งอยู่ในอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต มีขนาดความสูงถึง 7.7 เมตร หรือขนาด 4 เท่าครึ่งของพระองค์จริง ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หันพระพักตร์ไปทางพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ถนนศรีอยุธยา หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ฐานพระบรมรูปตั้งอยู่บนลานรูปไข่ ส่วนแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นผังแปดเหลี่ยม ตามคติพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ อันเป็นสัญลักษณ์เบื้องแรกแห่งการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ส่วนแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ทั้ง 8 เหลี่ยมมีแผ่นจารึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อนำพาประเทศชาติอยู่ดีมีสุข อันก่อให้เกิดความผูกพันและความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเอกลักษณ์สำคัญของไทยที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน

ทั้งนี้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต มีชื่อเต็มว่า ‘อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร’ มีพื้นที่ทั้งหมด 297 ไร่ เป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสามแยกนางเลิ้ง ล้อมรอบด้วยถนนสวรรคโลก ถนนศรีอยุธยา ถนนพระรามที่ 5 และถนนพิษณุโลก ในพื้นที่แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต

‘หนึ่งคนว่าย หลายคนให้’ ปันน้ำใจ ‘พี่น้องชาวไทย’ สู่ ‘พี่น้องชาวลาว’

หลายครั้งหลายคราที่เราได้เห็นคนในวงการบันเทิงออกมาทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น ‘บิณฑ์ บันลือฤทธิ์’ ที่อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะไฟไหม้ น้ำท่วม และทุกเรื่องที่ช่วยได้ก็จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง หรือแม้แต่ ‘พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย’ ที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือโรงพยาบาล และยังมีคนในรวมถึงบุคคลในวงการบันเทิงอีกหลายท่านที่ขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่สังคมไทยต่างภาคภูมิใจในจิตอาสาของพวกเขาทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามในปีนี้ ถ้าจะให้พูดถึงจิตอาสาอีกคนในวงการบันเทิงที่สร้างกระแสสะเทือนสังคมได้สุด ๆ ก็คงหนีไม่พ้น ‘โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์’ นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง ที่ได้ออกมาประกาศโครงการว่ายน้ำข้ามโขง เพื่อระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว ภายใต้ชื่อโครงการ ‘One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้’ โดยตั้งเป้ารับยอดบริจาคไว้ที่ 17 ล้านบาท

หลังจากที่ประกาศโครงการออกไป กระแสตอบรับก็มีทั้งดีทั้งร้ายปะปนกันไป มีบางคนที่ไม่สนับสนุนการว่ายน้ำข้ามโขงในครั้งนี้เพราะมองว่าอันตรายเกินไป อีกทั้งจะกลายเป็นภาระให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องระดมคนมาดูแล บางคนก็สนับสนุนเป็นอย่างดีเพราะเชื่อมั่นในฝีมือและความตั้งใจของโตโน่

กราดยิงหนองบัวลำภู โศกนาฏกรรม ทำคนไทยหัวใจสลาย

วันที่ 6 ตุลาคม 2565 ได้ถูกจารึกไว้ให้เป็นอีกหนึ่งวันสุดสลดที่คนไทยทุกคนแทบหัวใจแตกสลาย เมื่อเกิดเหตุเศร้ากราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างน้อยเกือบ 50 ราย ก่อนผู้ก่อเหตุจะยิงตัวตายพร้อมลูกและภรรยาในเวลาต่อมา 

ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ในวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ก็มีรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ไปยังหนองบัวลำภู เพื่อทรงเยี่ยมผู้บาดเจ็บและให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการส่วนพระองค์ 

ทั้ง 2 พระองค์ ทรงทุกข์ใจ กับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็ก ๆ นั่นจึงทำให้ทรงประสงค์ไปเยี่ยมราษฎรทันที พร้อมทั้งรับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

สำหรับลำดับเหตุการณ์โศกนาฏรรมครั้งนี้จะพบว่า คนร้ายเป็นตำรวจนอกราชการ อายุ 34 ปี ตำแหน่งสุดท้ายในทางราชการ คือ ผบ.หมู่ (งานป้องกันและปราบปราม) สภ.นาวัง ก่อนถูกจับกุมตัวพร้อมของกลางยาบ้า ทำให้ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อ 17 มิ.ย. 2565

2 มกราคม พ.ศ. 2551 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์

ครบรอบ 14 ปี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเป็นพระธิดาองค์เดียวในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เสด็จกลับประเทศไทยใน พ.ศ. 2493 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงแนะนำให้ทรงงานเป็นครู จึงทรงเป็นสมเด็จอาจารย์ ทรงสอนภาษาฝรั่งเศสในหลายมหาวิทยาลัย และตามเสด็สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั่วประเทศ ทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ การพยาบาล การสาธารณสุข และการสังคมสงเคราะห์

รถไฟฟ้าจีนแรงเกินต้าน สะเทือนบัลลังก์ ‘ญี่ปุ่น-ตะวันตก’

ค่ายรถยนต์จีนกำลังบุกตลาดโลกต่อเนื่อง หวังต่อกรกับแบรนด์ดังจากค่ายรถยนต์ยุโรป รวมถึงกระโดดเข้ามากวาดตลาดที่กำลังเติบโตอย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบไม่หยุด

ในประเทศไทยเอง ก็เป็นหนึ่งในหมุดหมายของค่ายรถยนต์จีน และพร้อมเข้ามากระชากส่วนแบ่งออกจากอกค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ที่เดิมครองตำแหน่งเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 80% มาช้านาน

โดยเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดจีนค่ายดังอย่าง BYD ประกาศที่จะสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าสาขาต่างประเทศแห่งแรกของบริษัทที่ไทย โดยเลือกที่ทำเลที่จังหวัดระยองในการสร้างโรงงาน เพื่อผลิตรถยนต์ป้อนตลาดในอาเซียน

ด้าน Great Wall Motor ค่ายรถยนต์จากจีนอีกแห่ง ที่มาเปิดโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ในระยองเช่นกันก็เพิ่งบรรลุเป้าหมายผลิตรถยนต์คันที่ 1 หมื่นได้สำเร็จ ส่วน Hozon New Energy ค่ายรถยนต์จากเซี่ยงไฮ้ขอชิมลางด้วยการเปิดโชว์รูมแห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัล พระราม 2

ไม่เพียงแต่ค่ายรถที่เข้ามาเปิดโชว์รูม หรือสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยเท่านั้น!!

ในตลาดเมืองไทยเอง ก็ยังมีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาจำหน่ายด้วย โดยปัจจุบันมียอดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พิจารณาจากตัวเลขล่าสุดพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2565 ไทยนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนแล้วถึง 59,375 คัน ยอดเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 176% และทำให้ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน รองจากเบลเยียม และอังกฤษ

สาเหตุที่ตลาดรถยนต์ของไทยเป็นที่ดึงดูดใจของค่ายรถยนต์จากจีน สืบเนื่องจากที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลกจนได้รับสมญาว่าเป็น ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’
โดยไทยเป็นชาติแรกในภูมิภาคนี้ที่รัฐบาลอนุมัติเงินสนับสนุนสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในวงเงินตั้งแต่ 15,000 - 180,000 บาท รวมกับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแล้ว รวมมูลค่าสูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศมากขึ้นทดแทนรถยนต์น้ำมัน

งานประชุมระดับโลก ที่คนไทยภาคภูมิใจ

นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกอย่าง APEC 2022 เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่าช่วงที่มีการประชุม ประเทศไทยเราได้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เป็นถึงผู้นำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส, จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดา, เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย และผู้นำของเขตเศรษฐกิจอื่น ๆ อีกหลายท่าน

โดยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้ ไทยได้กำหนดหัวข้อหลักการประชุมไว้ว่า Open. Connect. Balance. หรือ ‘เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล’ และมีเป้าหมายที่สำคัญ เรียกว่า ‘เป้าหมายกรุงเทพฯ Bangkok’s Goals’

โดยเป้าหมายกรุงเทพฯ คือ การต่อยอดจากโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG ของประเทศไทยที่วางอยู่บนแนวคิดสำคัญคือ ‘ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง’ และความต้องการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs 2030) ที่ประเทศไทยต้องการเชิญชวนให้ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมกันสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Economies) 

ทั้งนี้ เป้าหมายกรุงทพฯ ต้องการให้ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก มีเป้าหมายร่วมกันใน 4 มิติ ได้แก่
1. ร่วมกันสร้างระบบการค้าและการลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Trade and Investment)
2. ร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
3. ร่วมกันรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นเขตเศรษฐกิจผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
4. ร่วมกันบริหารจัดการของเสียและขยะอย่างยั่งยืน
และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้ง 4 นี้ ประเทศไทยเสนอให้ต้องมีการดำเนินการพร้อมกันใน 4 ด้าน ได้แก่
1. สร้างกรอบการกำกับดูแลทางนโยบาย และบังคับใช้กฎเกณฑ์ในรูปแบบที่ทำได้จริง
2. ร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง
3. สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อไปสู่การบรรลุเป้าหมาย
4. ผลักดันให้เกิดเครือข่ายการทำงานร่วมกันในระดับโลก

จะเห็นได้ว่า เป้าหมายกรุงเทพฯ ที่ประเทศไทยต้องการผลักดัน คือ กลไกสำคัญที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรกว่า 2 พันล้านคน ใน 21 เขตเศรษฐกิจ และต่อเนื่องถึงระดับโลก ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีความรับผิดชอบที่สูงขึ้นของทุกภาคส่วน

รอดปม 8 ปี ‘ลุงตู่’ ได้ไปต่อ ศาลรธน. ชี้ขาด ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯ เริ่มนับปี 60

ข่าวใหญ่ที่สุด ‘การเมืองไทย’ ในรอบปี 2565 คงต้องยกให้ข่าวที่ทุกคนเฝ้าติดตาม เรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ เริ่มนับตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่

ซึ่งกรณีดังกล่าว ทาง ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาส่งถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ตีความว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบกำหนดเวลา ตามมาตรา 170 วรรคสาม และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยฝ่ายค้านเห็นว่า พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค. 2565 นับจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อ 24 ส.ค. 2557 

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นมติเอกฉันท์ รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมกับ มติเสียงข้างมาก 5:4 ให้ผู้ถูกร้อง (พลเอกประยุทธ์) หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2565 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอีกด้วย

1 มกราคม พ.ศ. 2552 ครบรอบ 13 ปี ‘ไฟไหม้ซานติก้าผับ’ โศกนาฏกรรมรับปีใหม่ที่ยากจะลืม

เช้าวันแรกของปีที่ควรจะมีแต่ความสดชื่นและเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่ทว่าในวันนี้เมื่อราว 13 ปีก่อน ได้เกิดโศกนาฏกรรมกลางดึกในคืนวันเคาท์ดาวน์ ต่อเนื่องถึงเช้าวันแรกของปี พ.ศ. 2552

เกิดเหตุเพลิงไหม้ ‘ซานติก้าผับ’ ย่านเอกมัย เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 66 คน ต้นเหตุของโศกนาฎกรรมครั้งนั้น เกิดขึ้นภายหลังการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ได้ไม่กี่นาที เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ลุกลามไปทั่วอย่างรวดเร็ว ชั่วเวลาไม่นาน ภายในร้านกลายเป็นทะเลเพลิง ผู้คนนับร้อยต่างพากันวิ่งหนีเปลวไฟที่โหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว โชคร้ายที่ทางออกของร้านนั้นคับแคบ และมีประตูทางออกไม่กี่ทาง ส่งผลให้มีผู้คนเบียดเสียดเหยียบล้มทับกัน ในที่สุดก็สำลักควัน และเสียชีวิตอยู่ภายในร้านนับได้ในขณะนั้น 66 ชีวิต

สำหรับซานติก้าผับได้เปิดทำการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 เป็นอาคารเดี่ยวในพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตรปลูกอยู่ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ยกระดับ 3 ชั้น เป็น ชั้น1 ชั้น 2 และชั้นใต้ดิน ซานติก้าผับ มีประตูทางออก 4 ประตู โดยแบ่งเป็น ประตูทางออกสำหรับบุคคลสำคัญ และ ประตูทางออกสำหรับออกไปสูบบุหรี่ ประตูทางออกหลัก 2 ประตู

‘บุพเพสันนิวาส 2’ หนังไทยน้ำดี ที่มัดใจ 'ไทย-เทศ' แบบอยู่หมัด

‘ออเจ้า’ เป็นคำพูดยอดฮิตติดปากคนไทยอยู่หลายเดือนหรือเผลอ ๆ อาจจะเป็นปีด้วยซ้ำ เนื่องจากในปี 2561 ละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ไทยที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของ ‘รอมแพง’ เรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ ออกฉาย แสดงนำโดย โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า ราณี แคมเปน ที่พอออนแอร์ไปได้ไม่กี่ตอนก็ดึงดูดคอละครรวมไปถึงคนทุกเพศทุกวัยให้ติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง 

ทั้งนี้ก็ต้องยกเครดิตให้กับทีมเขียนบท ผู้กำกับ รวมไปถึงนักแสดงและทีมงานทุกคน ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกมาให้คนไทยได้รับชม พร้อมยังทำให้คนไทยสนใจประวัติศาสตร์ และหันมาสนใจสวมใส่ชุดไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยรวมไปถึงใช้คำเรียกคู่สนทนาว่า ‘ออเจ้า’ ด้วย

แม้ละครเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ ฉายจบ แต่กระแสไม่จบง่ายๆ หลายคนเรียกร้องให้ทำภาค 2 หรือถึงขั้นทำในรูปแบบภาพยนตร์เลยก็มี และคำเรียกร้องก็เป็นจริงดังที่หวัง เพราะในปี 2565 นี้ ภาพยนตร์เรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส 2’ ที่ร่วมทุนสร้างระหว่างค่าย GDH และบริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด กำกับการแสดงโดย ปิ๊ง-อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม ก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดยมีนักแสดงนำคือ โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ รับบทเป็น ขุนสมบัติบดี, เบลล่า ราณี แคมเปน รับบทเป็นแม่หญิงเกสร และ ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต รับบทเป็นเมธัส

ส่วนเนื้อเรื่องก็สอดแทรกประวัติศาสตร์ไทยเช่นเดิม แต่เปลี่ยนช่วงเวลามาในยุคต้นรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังใส่ความแฟนตาซี มุกตลก มุกหยอดหวาน ๆ น่ารัก ๆ เข้าไว้ให้คนดูได้อมยิ้มขณะดูด้วย

ถือว่ากระแสการรับชม ‘บุพเพสันนิวาส 2’ ดีมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะเข้าฉายวันแรกก็กวาดรายได้ทั่วประเทศไปกว่า 51 ล้านบาท ผ่านไป 3 วัน รายได้ทะยานไปถึง 134 ล้านบาท และเมื่อผ่านไป 14 วันรายได้ก็พุ่งสูงถึง 304 ล้านบาทเลยทีเดียว

งานนี้ทั้งนักแสดงและทีมงานก็ปลาบปลื้มกันไปถ้วนหน้า โดยพระเอกของเรื่องอย่าง ‘โป๊ป - ธนวรรธน์’ ที่ก็ได้ออกมาขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนดีเช่นนี้ ดีใจมากที่ยอดเปิดตัววันแรกเกิน 50 ล้านบาทและประทับใจมาก ๆ ที่ได้เห็นครอบครัว ลูก หลาน พาพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่ป้าน้าอา ออกมาดูหนังในโรงภาพยนตร์ด้วยกัน มันเป็นความสุขของครอบครัวที่ห่างหายกันไปนานมาก

ทางด้านนางเอกของเรื่องอย่าง ‘เบลล่า - ราณี’ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นด้วยเช่นกัน โดยขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผลงาน รู้สึกดีใจมากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทุกคนยิ้ม หัวเราะ และมีความสุขได้ ยินดีจริง ๆ ที่ได้มอบความสุขให้กับทุกครอบครัว

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสด็จสวรรคต

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เสด็จสวรรคตอย่างสงบที่ปราสาทบัลมอรัลในสกอตแลนด์ เมื่อตอนบ่ายของวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565 พระชนม์พรรษา 96 ปี ทรงครองราชย์สมบัตินานที่สุดของราชวงศ์อังกฤษ

บีบีซีได้ประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตามเวลาในประเทศไทยเมื่อ 1 นาฬิกา 18 นาที ในคำแถลงของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่ตรัสว่า...

“การสวรรคตของสมเด็จพระมารดาอันเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้าเป็นเวลาที่เศร้าโศกที่สุดสำหรับข้าพเจ้าและพระราชวงศ์ทุกพระองค์ เราไว้อาลัยกับการจากไปของพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและพระมารดาอันเป็นที่รักยิ่ง ข้าพเจ้ารู้ดีว่าการสวรรคตของพระองค์คงเป็นความรู้สึกของคนทั้งประเทศ ตลอดจนประเทศในเครือจักรภพและคนทั่วโลก”

ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 นั้น ได้มีรายงานข่าวของบีบีซีภาคภาษาอังกฤษออกมาตามเวลาในอังกฤษประมาณบ่าย 5 โมงเย็นของวันที่ 8 กันยายน โดยคำแถลงของสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้อ้างถึงความกังวลของคณะแพทย์ในพระพลานามัยของสมเด็จพระราชินี หลังจากการประเมินผลการตรวจในตอนเช้า จึงขอพระราชทานให้อยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทย์

อย่างไรก็ดี ในคำแถลงของสำนักพระราชวังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “The Queen is comfortable.” หรือสมเด็จพระราชินีทรงสบายดี

ยูเครน VS รัสเซีย สงครามยืดเยื้อ ที่ยังไม่รู้วันจบ

ปี 2565 กำลังจะจากไป ชาวโลกได้เห็นความยืดเยื้อของสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียข้ามปี และยังไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุด ซ้ำยังจะรุนแรงในช่วงปีใหม่ซึ่งยังเป็นฤดูหนาวในสองเดือนแรก ความหนาวเย็นได้เป็นอาวุธของรัสเซีย

เหยื่อของสงครามที่ต้องทนทุกข์อย่างมากคือชาวยูเครนที่ยังติดอยู่ในประเทศและเจอกับความยากลำบากเพราะขาดไฟฟ้า น้ำประปา และความสะดวกด้านสาธารณูปโภคซึ่งถูกทำลายโดยกองทัพรัสเซีย

และผู้นำยูเครนอดีตตัวตลกยังคงโลดแล่น อาบแสงสีเพื่อความโดดเด่นในฐานะเป็นวีรบุรุษสงครามในสายตาของโลกตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ ซึ่งใช้ยูเครนเป็นตัวแทนทำสงครามเพื่อบั่นทอนแสนยานุภาพของรัสเซีย

ยูเครนจึงต้องเป็นสมรภูมิสำหรับอาวุธจากโลกตะวันตกและของรัสเซียซึ่งสร้างความพินาศย่อยยับให้กับหลายเมือง แม้กระทั่งเมืองหลวงกรุงเคียฟก็ยังไม่ปลอดภัย ทั้งยังขาดแคลน ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบขนส่งโทรคมนาคมที่เดี้ยง

โวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ชอบกับการถูกยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษสงครามสวมเสื้อยืดตัวเดียวเป็นผู้นำยูเครนท่ามกลางความพินาศของบ้านเมือง และความทุกข์ยากของชาวยูเครนซึ่งมองไม่เห็นอนาคตว่าสงครามจะสิ้นสุดเมื่อไหร่

โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะทุ่มอาวุธและเงินช่วยเหลือยูเครนรบกับรัสเซียให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เหลือเพียงชาวยูเครนคนสุดท้ายก็จะต้องทำ

และคนสุดท้ายน่าจะเป็นตัวตลก เซเลนสกี้ ที่ถูกมองว่ากำลังกอบโกยความมั่งคั่งจากสงครามร่วมกับพวกพ่อค้าทรงอิทธิพลที่แอบยักยอกเอาอาวุธ จากนาโตไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋า ผู้ก่อการร้ายในแอฟริกาอ้างว่ามีอาวุธสมัยใหม่จากสงครามยูเครน

ถ้าจะประเมินว่าใครอยู่ในสภาพที่ดีกว่าด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตก ต้องบอกว่ายุโรปและอังกฤษกำลังทุกข์ระทมกับวิกฤตที่เกิดจากพลังงานราคาแพง อัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง

ชาวอังกฤษหลายล้านคนกลายเป็นผู้ดีตกยาก ต้องเก็บออมเงินไว้จ่ายค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซ มาตรฐานการครองชีพต่ำลง ต้องอดมื้อกินมื้อ อาหารที่เคยมีคุณภาพต้องงด พวกรายได้น้อยไม่ต้องพูดถึง อยู่ในสภาพทุกข์ยาก โดยรัฐบาลไม่มีทางช่วยเหลือได้

พยาบาล พนักงานองค์กรต่าง ๆ ได้นัดหยุดงานประท้วง เรียกร้องค่าแรงเพิ่ม แต่รัฐบาลไม่มีเงิน ต้องกู้กว่า 2.6 หมื่นล้านปอนด์เพื่อใช้จ่าย

เยอรมนีอยู่ในสภาพที่กำลังจะสิ้นความเป็นชาติอุตสาหกรรม พลังงานจากรัสเซียที่เคยทำให้ประเทศเป็นขุมพลังของยุโรปไม่มีต่อไปอีกแล้ว ท่อก๊าซใต้ทะเลทั้งสองถูกก่อวินาศกรรมโดยฝีมือของสหรัฐฯ และอังกฤษตามหลักฐานที่ไม่เปิดเผยได้

เท่ากับว่าเป็นการตัดหนทางที่จะให้เยอรมนีได้หวนคืนไปรับก๊าซจากรัสเซียในราคาถูก ต้องซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐฯ ในราคาที่แพงกว่า 4 เท่าตัว

กลุ่มประเทศยุโรปต้องขออาวุธไปให้ยูเครน เมื่อคลังแสงพร่อง ต้องสั่งซื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐฯ ที่เป็นผู้นำ และกำหนดมาตรฐานอาวุธของนาโต เท่ากับว่าสหรัฐฯ มีแต่ได้กับได้ จากการขายพลังงานและอาวุธ ยุโรปกลายเป็นเหมือนเมืองขึ้น

ยุโรปไม่มีทางถอนตัวออกจากการนำของสหรัฐฯ เศรษฐกิจมีแต่จะทรุด

เยอรมนีต้องกู้เงินมากกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์เพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยไม่มีโอกาสจะเห็นวันฟื้นตัวจากภาวะถดถอย ตราบใดที่ราคาพลังงานยังแพง ธุรกิจตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงรายย่อยต่างเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ลดการผลิตหรือปิดตัวลง

ฝรั่งเศสและอิตาลีก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกันมากนัก ต้องเร่งหาพลังงานทดแทน ฟื้นโรงงานผลิตไฟฟ้าโดยพลังงานนิวเคลียร์ บางประเทศต้องหันไปใช้ถ่านหิน ทำให้แผนที่จะลดภาวะโลกร้อนต้องชะลอตัว ประเทศยุโรปอื่น ๆ ก็เดือดร้อนเช่นกัน

31 ธันวาคม พ.ศ.2549 เหตุระเบิดป่วนกรุง 9 จุด สร้างความแตกตื่นคืนข้ามปี

ย้อนกลับไปคืนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 ได้เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง ที่สร้างความแตกตื่นให้กับชาวกรุงเทพในคืนข้ามปี

โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีการวางระเบิดในกรุงเทพถึง 9 จุด ประกอบด้วย

จุดที่ 1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เกิดระเบิด 2 ครั้ง เวลาประมาณ 18.00 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน และเสียชีวิต 2 คน โดยระเบิดถูกวางไว้ที่บริเวณป้ายจอดรถประจำทางหน้าห้างเซนเตอร์วัน

จุดที่ 2. แยก ณ ระนอง คลองเตย ระเบิดถูกซุกไว้ในถังขยะใกล้ศาลเจ้าจีน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เสียชีวิต 1 คน

จุดที่ 3. แยกสะพานควาย ระเบิดถูกวางไว้ที่ป้อมตำรวจบริเวณสี่แยก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

จุดที่ 4. ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ เขตประเวศ ระเบิดถูกพบในขณะที่ยังไม่ทำงานบริเวณชั้น 1 ของศูนย์การค้า หลังจากตรวจพบได้ย้ายระเบิดไปยังลานจอดรถและเกิดระเบิดขึ้น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่สั่งปิดห้างฯชั่วคราว

จุดที่ 5. แยกแคราย บริเวณป้อมตำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

‘ความโลภบังตา หายนะบังเกิด’ FOREX 3D สะท้อนแชร์ลูกโซ่ไม่มีวันหมด

การหากินบนความโลภของคน ผ่านรูปแบบที่เรียกว่า ‘แชร์โลกโซ่’ ยังคงเกิดขึ้นมาตลอด แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป คนมีความรู้มากขึ้น แต่ถ้ายังมีความโลภบังตา สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะตกเป็นเหยื่อ

เช่นเดียวกับ ข่าวดังในรอบปี กรณีแชร์ลูกโซ่ Forex 3D ที่สร้างความเสียหายมูลค่ากว่าสามหมื่นล้านบาท ผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อกว่าห้าหมื่นราย และมีดาราดัง คนมีชื่อเสียงเข้าไปพัวพันเป็นจำนวนมาก 

คำว่า Forex (ฟอเร็กซ์) ย่อมาจากคำว่า Foreign Exchange Market แปลให้เข้าใจง่ายคือ ‘ตลาดซื้อขายอัตราเงินตราต่างประเทศ’ เป็นการลงทุนประเภทหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูง เพราะอัตราแลกเปลี่ยนมีการขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนที่จะเล่น Forex ต้องมีความรู้สูงมาก และเข้าใจในภาวะเศรษฐกิจโลก ไม่อย่างนั้นอาจจะเงินหมดบัญชีโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่จุดเริ่มต้นของ Forex 3D เกิดจาก นายอภิรักษ์ โกฎธิ และเพื่อนได้ร่วมกันเปิดบริษัทชื่อ RMS Familia สร้างเว็บไซต์ชื่อ Forex 3D เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยชักชวนคนที่อยากลงทุนในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศหรือที่เรียกว่าการเทรด Forex แต่ไม่กล้าลงทุนเอง เนื่องจากอาจจะกลัวว่าจะขาดทุน สามารถมาฝากเงินไว้กับ Forex 3D ได้เลย แล้ว ทาง Forex 3D จะนำเงินไปลงทุนให้ ด้วย AI อัจฉริยะ และทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ถึง 10% ต่อเดือน

โดยในช่วงแรกที่จ่ายผลตอบแทนได้จริง (เงินที่จ่ายผลตอบแทนก็คือเงินของนักลงทุนเองที่เอามาลงทุน) บวกกับการทำการตลาดผ่าน ดารา นักแสดง ที่มีชื่อเสียง มีการเปิดตัวโชว์รูมรถหรู ชื่อ RKK Auto Car ขายรถหรูอย่าง ลัมบอร์กินี่, ปอร์เช่, เฟอร์รารี่ การสร้าง profile ของทีมผู้บริหารได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมากทุกคนที่มาลงทุนต่างอยากขับรถสปอร์ต อยากใช้ของแบรนด์เนม ตามภาพที่ได้เห็นจึงตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top