Friday, 7 August 2026
Hard News Team

คลังออกเกณฑ์เบิกค่ารักษาพยาบาลติดโควิดรักษาตัวที่บ้าน

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง ได้กำหนดให้สถานพยาบาลของทางราชการนำหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่าย กรณีการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกและการแยกกักตัวที่บ้าน (Self Isolation) ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนด มาใช้กับการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัว ให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 โดยมีอัตราการจ่ายค่าใช้จ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ดังนี้

1. ค่าบริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยโควิด 19 ที่ไม่มีภาวะเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแบบบริการผู้ป่วยนอก จ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตรา 1,000 บาทต่อราย โดยครอบคลุมรายการดังนี้ (1) ค่าบริการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการแยกกักตัวที่บ้าน (2) การให้ยาที่เป็นการรักษาโรคโควิด 19 ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร หรือ Favipiravir (เบิกจากกระทรวงสาธารณสุข) ตามแนวทางกรมการแพทย์ และหรือยารักษาตามอาการรวมค่าจัดส่ง (3) การประสานติดตามอาการเมื่อให้การดูแลครบ 48 ชั่วโมง (4) การจัดระบบส่งต่อเมื่อผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องส่งต่อ

‘บิ๊กตู่’ ยันเสถียรภาพรัฐบาล-พรรคร่วมฯ แน่นปึ้ก ลั่น พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาให้ปชช.เต็มที่

‘บิ๊กตู่’ ยันเสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ้ก ลั่นไม่ใช่เวลามาบิดเบือน วอนคนไทยร่วมรักสามัคคีผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้ ลั่นแผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ทรยศไม่ได้เด็ดขาด ขออย่าให้ร้ายประเทศตัวเอง ย้ำ ครม. รัฐบาล พรรคร่วมฯ จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนแผ่นดิน

วันที่ 14 มี.ค.ที่ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังจังหวัดยะลา เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ดอนเมือง - เบตง อย่างเป็นทางการ ซึ่งคณะของนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง ในเวลา 10.00 น. ด้วยเครื่องบินแบบ Q400 ของสายการบินนกแอร์ จำนวน 86 ที่นั่ง และถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึง เบตง ในเวลา 11.45 น.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาส เดินทางมาที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งมีความคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ. ร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มาดไทย โดยคาดหวังว่าจะมีวันนี้ รัฐบาลพยายามผลักดันให้เมืองเบตงเป็นเมืองต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ตามนโยบายสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืน โดยการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น อำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพทางด้านการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจทางด้านการค้า ประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีธรรมชาติที่สวยงาม นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง 

รัฐบาลพยายามพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ด้านการคมนาคมครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ วันนี้ได้มีสนามบินแห่งใหม่ในลำดับที่ 29 ของประเทศ สามารถรองรับประชาชนทั้งเรื่องการขนส่งและการเดินทาง รวมทั้งท่าอากาศยานเบตงจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เป็นการสนับสนุนขนส่งทางอากาศ และจะเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคจังหวัดชายแดนพักใต้ เป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายมาอย่างต่อเนื่องในการสร้างและสนับสนุนการเชื่อมโยง ระหว่างประเทศในภูมิภาค ซึ่งนอกจากการพัฒนาทางด้านการคมนาคมขนส่ง ให้มีมาตรฐานสากลแล้วจะต้องมีการพัฒนาด่านศุลกากรชายแดน ศูนย์เศรษฐกิจชายแดนและการอำนวยความสะดวกผ่านแดนให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการผลักดันการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศเพื่อให้เกิดการขนส่งต่อเนื่องในหลายรูปแบบเพื่อรองรับการค้าการลงทุนในอนาคต รัฐบาลไม่เคยหยุดการพัฒนาประเทศในทุกภาค

“ผมยอมรับมีความกังวลในพื้นที่ภาคใต้มานานพอสมควร ทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดพัฒนาในพื้นที่เท่าเทียมกับภาคอื่น เพราะฉะนั้นทุกอย่าง สนามบินเบตง เริ่มศึกษาและก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 และใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะสำเร็จในวันนี้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา และสร้างความเข้าใจ ชี้แจงในประเด็นต่างให้ถี่ถ้วนจนสามารถอนุมัติงบประมาณออกมาได้ ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งรัฐบาล ซึ่งผ่านมา 2 รัฐบาลโดยมีผมเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้ได้ แล้วคาดว่าในอนาคตจะทำหลายๆ อย่างให้เกิดขึ้นมากกว่านี้อีก เพื่อให้การพัฒนาภาคใต้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญคือความรักความสามัคคี วันนี้เราได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในหลายประเทศ ล่าสุดนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เดินทางไปเยือนประเทศไทยและพบปะรวมทั้งได้มีการหารืออย่างเป็นทางการทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งมีหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในการเปิดประเทศมาเลเซียในการเชื่อมโยงทางด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพราะเรามีชายแดนที่ติดกัน ต้นได้รับคำชื่นชมจากองค์กรสันนิบาตโลกว่าประเทศไทยถือเป็นประเทศตัวอย่างประเทศหนึ่งที่ทำได้ดีมาก ในเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างพหุวัฒนธรรม แม้จะมีศาสนาที่แตกต่างกันอยู่บ้างแต่ทุกคนก็อยู่กันด้วยความรักความสามัคคี 

ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เป็นศักยภาพของเราซึ่งจะนำพาไปสู่การพัฒนาทุกอย่างให้ดีขึ้น รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ในการแก้ปัญหาอาจจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา แต่ถ้าทุกคนเข้าใจทุกอย่างทำได้ทั้งหมดบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรยากเกินไปกว่าที่เราจะทำได้ ขอให้เรารัก สามัคคี และเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือความรักความสามัคคี พร้อมกับยอมรับว่า วันนี้อยู่ท่ามกลางปัญหา ที่ค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะสถานการณ์ต่างประเทศ สถานการณ์ในภูมิภาค ทุกคนทราบดี แน่นอนว่าประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน สิ่งที่รัฐบาลพยายามคือจะทำอย่างไรให้ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด แต่จะบอกว่าไม่ให้เกิดเลยคงยาก เนื่องจากประเทศอื่นก็พบกับปัญหาเช่นเดียวกับประเทศเรา

"สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือ ความเข้าใจ การบิดเบือนอะไรต่างๆ ผมคิดว่าไม่ใช่เวลานี้ที่ต้องมาทำให้ประเทศชาติแตกความรัก ความสามัคคี ผมยืนยันว่ารัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพ ผมขอประกาศไว้ตรงนี้ วันนี้ก็มากับรองนายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน และข้าราชการระดับสูงทุกกระทรวง ผมยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้กับประชาชนทุกคนในประเทศนี้ให้ได้ ฉะนั้นทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะเราทำทั้งอดีต แก้ไข ทำปัจจุบันให้ดีขึ้นและสร้างเพื่ออนาคตไว้ คือเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด เน้นการลงทุนจากต่างประเทศและในประเทศรวมทั้งอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มรายได้และจีดีพีของประเทศให้สูงขึ้น ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางซึ่งไม่สามารถจะดูแลประชาชนทุกคนได้เพียงพอ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

'อลงกรณ์'​ เตือน 'ไพศาล'​ อย่าบั่นทอนมิตรภาพ 'ไทย-จีน'​ กรณีโยงการส่งออกทุเรียนไทยกับนาโต้

'อลงกรณ์'​ เตือน​ 'ไพศาล'​ อย่าบั่นทอนมิตรภาพไทย-จีนกรณีโยงการส่งออกทุเรียนไทยกับนาโต้ ชี้!! เป็นปัญหาโควิดไม่ใช่การเมืองระหว่างประเทศ​ ยืนยันสัมพันธ์ไทย-จีนแนบแน่นนำเข้าผลไม้ไทยอันดับ1จนครองมาร์เก็ตแชร์ตลาดผลไม้จีนกว่า​ 40% ทิ้งห่างชิลีและเวียดนามหลายเท่าตัว

กรณีนายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณเขียนเฟซบุ๊กเรื่อง การส่งออกผลไม้ไทยนับล้านตันไปจีนส่อเดี้ยงโดยโยงเรื่องการเมืองระหว่างประเทศกรณีนาโต้ทำให้จีนกีดกันทุเรียนไทยนั้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้​ (Fruit Board) เขียนเฟซบุ๊กส่วนตัววันนี้ว่า ข้อเขียนของนายไพศาลที่โยงการเมืองระหว่างประเทศเรื่องนาโต้กับไทยเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้จีนกีดกันการส่งออกทุเรียนไทยนั้น ไม่เป็นความจริงและเป็นประเด็นที่จะส่งผลร้ายผลลบกระทบความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างจีนกับไทย เพราะคุณไพศาลพยายามทำให้คนไทยเชื่อว่าจีนกีดกันหรือกลั่นแกล้งการส่งออกทุเรียนและผลไม้ไทยซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีระหว่างประขาชนของ​ 2​ ประเทศ

“เรื่องด่านจีนและการขนส่งเป็นปัญหาโควิดไม่ใช่ปัญหานาโต้ และมาตรการซีโร่โควิดของจีนใช้กับทุกเมืองทุกมณฑลในประเทศจีนและทุกด่านทั้งทางบกทางน้ำทางอากาศรอบประเทศจีนไม่ใช่เฉพาะด่านลาวด่านเวียดนามที่ไทยต้องขนส่งผลไม้ผ่านด่านเหล่านั้น ทุกประเทศกระทบหมดทั้งพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา ทั้งสมาชิกนาโต้และไม่ใช่นาโต้ ไม่มีประเทศใดได้สิทธิพิเศษ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนเวียดนามที่มีโควิดแพร่ระบาดมากขึ้นในช่วงนี้ ทางจีนก็ออกมาตรการเพิ่มจากเดิมที่ด่านจีน-เวียดนามเพื่อป้องกันโควิด”

นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่าข้อพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับไทยโดยเฉพาะด้านการค้าและการส่งออกผลไม้รวมถึงทุเรียนไทย คือในปี​ 2564 จีนซื้อผลไม้ไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมากว่าแสนล้านบาทและคนจีนนิยมผลไม้ไทยมากกว่าทุกประเทศในโลก ทำให้ไทยเป็นแชมป์ส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีนได้มากที่สุดกว่าทุกประเทศสามารถครองส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ในตลาดจีนได้กว่า​ 40% อันดับ​ 2​ คือ​ ชิลี 10%  เศษ​ และอันดับ​ 3 เวียดนาม 6% ถ้าโควิดไม่ระบาดหนักเหมือน​ 2​ ปีที่ผ่านมา​ การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนจะขยายตัวมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ยิ่งกว่านั้นเมื่อปลายปี​ 2564​ ทั้ง​ 2​ ประเทศโดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรและรัฐมนตรี​ GACC ของจีนได้ลงนามในพิธีสารเปิดด่านผลไม้เพิ่มอีกเป็น​ 16​ ด่านมากที่สุดเป็นประวัติการณ์จากเดิมที่มีเพียง​ 6​ ด่าน 

ข้อมูลเช่นนี้ตรงข้ามกับที่คุณไพศาลบอกว่าจีนไม่พอใจไทยหรือกลั่นแกล้งไทยเพราะปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ

“คุณไพศาลมีสิทธิ์วิจารณ์ทุกเรื่อง​ แต่ต้องแม่นยำตรวจสอบข้อมูลให้ชัดแจ้งโดยเฉพาะประเด็นที่จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีน รวมทั้งข้อมูลเรื่องระบบโลจิสติกส์ผลไม้ทั้งทางบกทางน้ำก็ให้ข้อมูลผิดๆเช่นสถานีรถไฟดังดงของเวียดนามอยู่ห่างด่านรถไฟผิงเสียงเพียง​ 17​ กิโลเมตร ไม่ใช่อยู่กลางประเทศเวียดนามห่างไกลพรมแดนกว่างสีตามที่คุณไพศาลบอก 

ส่วนการขนส่งทางรถไฟสายใหม่จีน-ลาวนั้นประเทศไทยเริ่มขนส่งข้าวเหนียว​ 20​ ตู้คอนเทนเนอร์ไปมหานครฉงฉิ่งเมื่อ​ 27​ มกราคมที่ผ่านมา ไม่ใช่ขนส่งไม่ได้ตามข้อเขียนของคุณไพศาล และการขนส่งทางรถไฟสายใหม่นี้จะสามารถบรรทุกผลไม้ตามพิธีสารที่เพิ่งลงนามได้ทันทีที่ด่านตรวจพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่านเสร็จและด่านนี้อยู่ห่างจากสถานีเวียงจันทน์กว่า​ 400​ กิโลเมตร​ ไม่ใช่​ 100​ กิโลเมตรตามที่คุณไพศาลเขียน ก็ขอให้คุณไพศาลทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ต่อไปภายหน้าจะได้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป”

ชื่นมื่น! 'เอกชนไทย - ซาอุฯ' เจรจากรอบความร่วมมือระบบอิเล็กทรอนิกส์ จัดหาแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นประธานการประชุมรับฟังการนำเสนอระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจ้างงานและการออกวีซ่าของซาอุดีอาระเบีย และประชุมหารือระหว่างสำนักงาน/บริษัทจัดหางานไทยและซาอุดีอาระเบีย ณ ห้องประชุมเทียนอัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน โดยมี นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากท่านสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้เป็นประธานการประชุมรับฟังการนำเสนอระบบอิเล็กทรอนิกส์ของซาอุดีอาระเบีย และประชุมหารือระหว่างสำนักงาน/บริษัทจัดหางานไทยและซาอุดีอาระเบีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และร่วมหารือเกี่ยวกับกระบวนการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในชาอุดีอาระเบียให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ตระหนักถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันให้แรงงานไทยไปทำงานยังต่างประเทศอย่างมีศักดิ์ศรี ได้รับการคุ้มครองตามหลักสากลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี 

โดยได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมคนหางานก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการพัฒนาทักษะฝีมือให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายให้คนงานไทยที่เดินทางไปทำงานยังต่างประเทศได้ยกระดับเป็น Smart Labour ตลอดจนส่งเสริมให้คนงานได้รับการคุ้มครองการทำงานระหว่างที่ทำงานในต่างประเทศตามหลักสากลได้รับค่าตอบแทนในการทำงานที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้มีรายได้กลับเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ 

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของนายจ้างเนื่องจากเป็นแรงงานที่มีทักษะฝีมือ มีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะไปทำงานไปทำงานต่างประเทศในสาขาอาชีพต่าง ๆ ได้แก่ สาขาช่างฝีมือในภาคก่อสร้างขนาดใหญ่ งานช่าง งานบริการ และการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสของแรงงานไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานซาอุดีอาระเบีย

สั่งปลด-ถอดยศ ‘ทหารมหาดเล็ก’ เมากร่าง ชี้ผิดวินัยร้ายแรง หลังขับรถหลวงคุกคามปชช.

ลงโทษสั่งปลด ถอดยศ 3 ทหารเมากร่างใส่ประชาชน หลังพบคลิปแชร์ว่อนเน็ต ชี้ผิดวินัยทหาร ประพฤติชั่วร้ายแรง พร้อมขอโทษประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

จากกรณีมีคลิปว่อนโซเชียลแพร่ภาพทหารใส่เสื้อยืดคอแพง ขับรถหลวง เมากร่างคุกคามใส่ประชาชน ด้วยวาจาไม่สุภาพ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างมาก เมื่อคืนวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 มี.ค. เว็บไซต์ หน่วยราชการในพระองค์ ได้มีประกาศเรื่อง ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่ามีบุคคลแต่งกายเครื่องแบบทหาร มีอาการมึนเมา ขับขี่ยานพาหนะของทางราชการ มีการโต้เถียงกับประชาชนที่ใช้ยานพาหนะบริเวณถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นเส้นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจร เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2565 เวลากลางคืนนั้น กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.รอ.) ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลดังกล่าว เป็นนายทหารชั้นประทวนในสังกัด ชื่อ จ.ส.ต.นิเวศน์ ฤทธิธรรม ตำแหน่ง ผู้ช่วยนายสิบถวายความปลอดภัย แผนกถวายความปลอดภัย จึงได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยทันที

ซึ่งผลการสอบสวนพบว่าได้กระทำผิดวินัยทหาร ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กล่าวคือ นำรถยนต์ทางราชการไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ดื่มสุรา และขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรทั่วไป และแต่งกายไม่เรียบร้อยถูกต้องตามระเบียบ ใช้กิริยาวาจาไม่สมควรกับประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรร่วมกัน สร้างความเสื่อมเสียต่อหน่วยงาน

กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จึงมีคำสั่งลงโทษปลด จ.ส.ต.นิเวศน์ ฤทธิธรรม ออกจากราชการ และถอดออกจากยศทหาร โดยไม่มีบำเหน็จบำนาญ ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2565 และส่งตัวดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญาต่อศาลทหารเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

สยบดรามา! สูทดำ ‘โตโน่ ภาคิน’ แฟนคลับตัวยง แจงเสื้อตัวนี้ แตงโมซื้อให้โตโน่

เรียกว่า เป็นดรามาเล็กๆ กรณี ‘โตโน่ ภาคิน’ อดีตคู่ชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา (นิดา) แต่งกายด้วยสูทสีดำ มาร่วมในพิธีไว้อาลัย ‘แตงโม’ เป็นครั้งสุดท้าย แม้เจ้าตัว จะมาด้วยอาการเศร้าเสียใจไม่แพ้ใคร กับการสูญเสียในครั้งนี้ ถึงขั้นกลั้นน้ำตาไม่ไว้อยู่ แต่บรรดาชาวเน็ตบางกลุ่ม กลับไปโฟกัส สงสัยเกี่ยวกับสูทสีดำที่โตโน่สวมใส่ ว่า ไม่ได้อยู่ในธีมที่เจ้าภาพกำหนด ว่า เป็นโทน สีขาว ชมพู และโอลด์โรส ซึ่งเป็นสีที่ดาราสาวชื่นชอบ และใช้เนรมิตสถานที่จัดงานทั้งหมดด้วย

แต่ที่สุดแล้ว ความจริงก็ถูกเปิดเผย ที่รู้แล้ว หลายคนกลับรู้สึกซาบซึ้งในมิตรภาพของคนทั้งคู่ เพราะมีแฟนคลับตัวยงหลายคน ออกมาระบุว่า “ถ้าจำไม่ผิด เสื้อตัวนี้พี่โม ซื้อให้พี่โน่นะ” “เสื้อนี้แตงโมซื้อให้โตโน่ลองย้อนไอจีโตโน่ดูครับ” “สีเสื้อไม่สำคัญ เขามาด้วยความผูกพัน แค่นั้นพอ” เป็นต้น

แต่ทว่า ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้เล่าโมเมนต์ที่ได้เจอ โตโน่ มาร่วมพิธีไว้อาลัย แตงโม ผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 บอกว่า ตอนแรกไม่เห็น โตโน่ ผมสะดุดเห็นผู้ชายใส่เสื้อสีดำ พยายามมอง เห็นแต่ด้านข้างผู้ชายคนนี้ทำไมมองรูปแตงโมที่อยู่ข้างบนนานมาก จนผมไปคุยกับ อ.ธงชัย ไปคุยกับคุณแม่ ยังเห็นผู้ชายคนนี้นั่งมองภาพแตงโมนานมากเกือบ 10 นาที ผมสงสัยจึงชะโงกไปดู ก็เป็นโตโน่

“ทิพานัน” มั่นใจ ปี65 ตลาดท่องเที่ยวบูม ดัน “Phuket Metaverse City” ท่องเที่ยวดิจิทัล เผย นายกฯสั่ง เกาะติดทุกปัญหา พร้อมรับกลุ่มธุรกิจท่อง ดักคอ ฝ่ายค้าน อย่าเอามือราน้ำ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว ที่ลดน้อยลงจากผลกระทบสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมัน และการแพร่ระบาดของโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอน ว่า นายกฯมอบหมายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ติดตามผลกระทบด้านต่างๆและประเมินสถานการณ์รอบด้านอย่างใกล้ชิด และให้เตรียมแผนรองรับ

โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญ ได้กำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและการเยียวยา ทั้งมาตรการเยียวยามัคคุเทศก์ มาตรการชดเชยรายได้ แก่แรงงาน ลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ มาตรการเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด มาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว มาตรการช่วยเหลือลูกจ้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมาตรฐาน SHA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและรักษาความเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ จะพิจารณาปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรให้สอดรับกับมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยจะดูขีดความสามารถการแข่งขันในการเปิดประเทศบนพื้นฐานความปลอดภัยของคนไทย หลังจากหลายประเทศมีนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น และเมื่อประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 ก.ค.นี้ อาจนำไปสู่การยกเลิกไทยแลนด์พาส และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรป อาเซียน และอินเดีย เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือนมี.ค.นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะนำภาคเอกชนไปโรดโชว์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อเปิดตลาดใหม่ โดยตั้งเป้าดึงท่องเที่ยวเข้าไทยในเบื้องต้น 2 แสนคน สร้างรายได้ 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เมื่อ 25 ก.พ. ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MoC) ร่วมกับสายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวสู่ประเทศไทย ผ่านเครือข่ายตัวแทนในตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญกว่า 130 ประเทศทั่วโลก พร้อมจัดโปรแกรมเจาะกลุ่มลูกค้าในแต่ละประเภท นอกจากนั้นนายกฯย้ำให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Phuket Metaverse City ที่จะเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล มาต่อยอดเพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่นอกเหนือการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบเดิมและเป็นแรงกระตุ้นให้เดินทางมาท่องเที่ยวสถานที่จริงได้มากขึ้น 

 

จีน สั่งล็อกดาวน์ ‘เซินเจิ้น’ สกัดโควิดลาม ศูนย์กลางบ.เทคฯ จีน โดนกระทบทั้งการผลิต-ขนส่ง

รัฐบาลจีนประกาศล็อกดาวน์เมืองเซินเจิ้นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมาตรการล็อกดาวน์อาจส่งผลให้เกิดภาวะติดขัดด้านการขนส่งและการผลิตในเมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนและมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 17.5 ล้านคน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนพบผู้ติดชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นเกือบ 3,400 รายในวันอาทิตย์ (13 มี.ค.) ซึ่งสูงกว่าวันก่อนถึง 2 เท่า ส่งผลให้รัฐบาลจีนตัดสินใจล็อกดาวน์หลายพื้นที่ รวมถึงเมืองเซินเจิ้นซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีน ขณะที่เมืองจี๋หลินประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นบางส่วน ส่วนเมืองหยานจี๋ซึ่งติดกับเกาหลีเหนือได้ล็อกดาวน์แล้วทั้งเมือง

เปิดฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 65  COPE TIGER 2022

นาวาอากาศเอก สิทธิพล ป้อมตรี ผู้อำนวยการสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมโคปไทเกอร์ 2022 ฝ่ายกองทัพอากาศ พร้อมด้วย Col David kok (นาวาอากาศเอก เดวิด ก๊อก) ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมฯ ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ Lt Col Christopher High (นาวาอากาศโท คริสโตเฟอร์ ไฮจ์) ผู้แทน ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม ฝ่ายกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกผสมโคปไทเกอร์2022 
ณ ห้องประชุมจันทรุเบกษา กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

การฝึกผสมโคปไทเกอร์ (Multi-Lateral Exercise Cope Tiger) ถือได้ว่าเป็นการฝึกผสมทางอากาศ ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำกำลังทางอากาศ จาก 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมการฝึก มีการพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน จะมีการสมมติสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากกอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธีโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ สำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบิน และหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

การฝึกผสมโคปไทเกอร์ ในครั้งนี้ กองทัพอากาศ และกองทัพอากาศมิตรประเทศ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบในการปรับลดจำนวนผู้เข้าร่วมการฝึกผสม ฯ พร้อมทั้งจัดทำแนวทางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19 ) ในระหว่างการฝึกผสม ฯ

“ประวิตร” ถก กนช. เร่ง ขับเคลื่อนการจัดการน้ำ โครงการ ปก.น้ำเค็มรุก-ผลิตน้ำจืดจากทะเล ไฟเขียว 13 มาตรการ รับมือฤดูฝนปี65 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.)ครั้งที่1/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

โดยที่ประชุมเห็นชอบมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564/2565 ประกอบด้วย 13 มาตรการ เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)ได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในฤดูฝนปี65 และกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งปี65/66

นอกจากนั้นเห็นชอบโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2 ที่สามารถบำบัดน้ำเสียได้มากถึง 42,000 ลบ.ม.ต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่บริการ 15.39 ตาราง ก.ม.ในเขตมีนบุรี,คลองสามวา ,สะพานสูง และเขตคันนายาว โดยให้กทม.จัดทำแผนการใช้ประโยชน์จากน้ำหลังการบำบัดแล้วให้ชัดเจน และเห็นชอบ กรอบการศึกษานวัตกรรมเชิงระบบ โครงสร้าง กลไก ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีแนวทางที่ชัดเจน ไม่ทับซ้อน และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำพ.ศ.2561 โดยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการใช้น้ำจากทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมเต็มที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top