Friday, 7 August 2026
Hard News Team

‘ไฟเซอร์’ ยอมรับ วัคซีนโควิดเข็ม 4 มีความจำเป็น หลังพบเข็ม 3 ประสิทธิภาพลด เมื่อเผชิญเชื้อกลายพันธุ์

เพื่อขจัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีกระลอก ประชาชนจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 จากความเห็นของอัลเบิร์ต บูร์ลา ซีอีโอของไฟเซอร์ ที่ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ (13 มี.ค.)

"ตัวกลายพันธุ์มากมายกำลังมา และโอมิครอนเป็นตัวแรกที่สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันที่วัคซีนของเรามอบให้ ในแนวทางที่เฉลียวฉลาด" บูร์ลากล่าวกับรายการ "Face the Nation" ของซีบีเอส

"การปกป้องที่เราได้รับจากวัคซีนเข็ม 3 ดีเพียงพอ ดีมากในแง่ของการป้องกันติดเชื้อถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิต" บูร์ลากล่าว แต่ประสิทธิภาพการป้องกันหลังจากฉีดเข็ม 3 "ไม่ดีพอในการป้องกันการติดเชื้อและอยู่ได้ไม่นานนักยามต้องเผชิญกับตัวกลายพันธุ์หนึ่งๆ อย่างเช่นโอมิครอน มันมีความจำเป็นเข็มที่ 4 สำหรับตอนนี้"

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (ซีดีซี) ปัจจุบัน ทุกคนที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 ของไฟเซอร์มาอย่างน้อยๆ 5 เดือน ควรเข้ารับเข็ม 3 ส่วนบุคคลที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาครบ 2 เข็ม ควรเข้ารับเข็มกระตุ้นราว 6 เดือนหลังจากฉีดเข็ม 2 ขณะที่บุคคลที่ฉีดวัคซีนเข็มเดียวของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ควรเข้ารับเข็มกระตุ้น หลังผ่านไป 2 เดือน

นอกจากนี้ ข้อมูลของซีดีซีพบว่าบุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเล็กน้อยหรือรุนแรง ที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทค หรือโมเดอร์นา ไปแล้ว 3 เข็ม ได้รับอนุญาตให้เข้ารับวัคซีนเข็ม 4 ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ (เอฟดีเอ) จะอนุมัติฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 4 สำหรับเยาวชนและประชากรวัยผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงหรือไม่และเมื่อไหร่ "เราเพิ่งยื่นข้อมูลเหล่านั้นแก่เอฟดีเอ และจากนั้นเราจะรอดูว่าพวกผู้เชี่ยวชาญวงนอกไฟเซอร์จะตัดสินใจอย่างไร" บูร์ลาบอกกับซีบีเอส

ปัจจุบัน เด็กอายุ 5 ถึง 11 ขวบมีสิทธิเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ ในปริมาณสำหรับเด็ก จำนวน 2 เข็ม แต่ยังไม่มีสิทธิเข้ารับเข็มกระตุ้น และเวลานี้ไฟเซอร์กำลังอยู่ระหว่างทดสอบเข็ม 3 กับกลุ่มอายุดังกล่าว

ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ยังไม่มีสิทธิฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ บูร์ลา บอกว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้

ข้อมูลการทดลองในเบื้องต้น ในกลุ่มเด็กอายุ 2 ถึง 5 ขวบ แสดงให้เห็นว่าการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ในปริมาณที่ลดลง วัคซีนขนาดเด็กไม่สามารถมอบภูมิคุ้มกันได้ตามความคาดหมายในเด็กอายุ 2 ถึง 5 ขวบ แม้มันจะมอบประสิทธิภาพการป้องกันได้ตามความคาดหมายกับเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบก็ตาม

‘ฉีดไข่ฝ่อ’ บทลงโทษ ‘นักโทษข่มขืน’ แก้ปัญหาได้จริงหรือ!? | Click on Clear THE TOPIC EP.167

📌 บทลงโทษ ‘นักโทษข่มขืน’ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ?! หาคำตอบไปกับ ‘ดร.นัทธี จิตสว่าง’ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และที่ปรึกษาพิเศษ TIJ!
📌ใน Topic : ‘ฉีดไข่ฝ่อ’ บทลงโทษ ‘นักโทษข่มขืน’ แก้ปัญหาได้จริงหรือ!?

ในรายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้

🕗 เวลา 2 ทุ่มตรง รับชมไปพร้อมกัน !!

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

🎥 ช่องทางรับชม LIVE 
Facebook: THE STATES TIMES
YouTube: THE STATES TIMES
TikTok: THE STATES TIMES

WHO แนะยูเครน ทำลายเชื้อโรคในแล็บ ป้องกันรัสเซียโจมตีแล้วเชื้อรั่วไหล

อนามัยโลกแนะนำยูเครน ให้ทำลายเชื้อก่อโรคต่างๆ ในแล็บของประเทศ เช่น โควิด-19 เพื่อป้องกันการรั่วไหลหากแล็บถูกโจมตี

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ยูเครนทำลายเชื้อโรคที่มีภัยคุกคามสูงซึ่งอยู่ในห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุขของประเทศ เพื่อป้องกัน “การรั่วไหลที่อาจเกิดขึ้น” จากผลพวงการโจมตีของรัสเซีย

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางชีวภาพกล่าวว่า การเคลื่อนพลของรัสเซียเข้าไปในยูเครนและการทิ้งระเบิดในเมืองต่างๆ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อก่อโรคต่างๆ หลุดรอดออกมา หากห้องปฏิบัติการเหล่านั้นได้รับความเสียหาย

เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ยูเครนมีห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บด้านสาธารณสุขที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับวิธีบรรเทาการคุกคามของโรคอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสัตว์และมนุษย์ รวมถึงล่าสุดคือโควิด-19 ห้องปฏิบัติการในยูเครนได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และองค์การอนามัยโลก

โฆษกรัฐบาล เผย 'นายกฯ' เตรียมเป็นประธานการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ 18 มีนาคม นี้   ขณะที่ สธ. เตรียมเสนอผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม เพื่อพร้อมเข้าสู่โรคประจำถิ่น 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  จะเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรีอ ศบค.  ชุดใหญ่ ในวันศุกร์ที่  18  มีนาคม  นี้  โดยคาดว่า กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเสนอปรับมาตรการต่างๆ ทั้งการควบคุม เฝ้าระวัง และป้องกันโควิด-19 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด  รวมทั้งอาจมีการพิจารณาคลายล๊อคกิจกรรมต่าง ๆ  เพื่อให้ประชาชนเดินหน้าใช้ชีวิตได้อย่างปกติ  

ในขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแผน เปลี่ยนจากการระบาด (Pandemic) เป็นระยะเข้าสู่โรคประจำถิ่น (Endemic approach) โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ (4 เดือน) หรือเรียกว่า 3 บวก 1 ดังนี้  ระยะที่ 1 (12 มี.ค.-ต้น เม.ย.65) เรียกว่า Combatting เป็นระยะต่อสู้ ต้องกดตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงกว่านี้ เพื่อลดการระบาด ลดความรุนแรงลง โดยจะมีมาตรการต่างๆ ออกไป ระยะที่ 2 (เม.ย.-พ.ค.65) เรียกว่า Plateau คือ การคงระดับผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงขึ้น ให้เป็นระนาบจนลดลงเรื่อย ระยะที่ 3 (ปลาย พ.ค.-30 มิ.ย.65) เรียกว่า Declining คือ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงให้เหลือ 1,000 - 2,000พันราย  และ ระยะ 4 (บวก 1) ตั้งแต่ 1 ก.ค.2565 เป็นต้นไป เรียกว่า Post pandemic คือ ออกจากโรคระบาดเข้าสู่โรคประจำถิ่น  สิ่งที่เราจะทำคือ การปรับเป้าหมาย โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อ เนื่องจากสถานการณ์ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่ยังเน้นเป้าหมายการฉีดวัคซีนป้องให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 เพื่อปรับอัตราเสียชีวิตให้ลดลงและเน้นการรักษาในกลุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

'บิ๊กตู่' รับทราบ 'Fitch' คาดการณ์ ผลประกอบการไทยฟื้นตัวต่อเนื่องตลอดปี 65 

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบผลการรายงานผ่านงานสัมมนาแนวโน้มธุรกิจไทย ปี 2565 (2022 Thailand Corporate Credit Outlook) และยินดีผลการคาดการณ์ของบริษัท Fitch Ratings (ประเทศไทย) จำกัด ว่าผลประกอบการของบริษัทในประเทศไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการเริ่มเปิดประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้บางภาคธุรกิจจะยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่อันดับเครดิตของบริษัทไทยส่วนใหญ่ยังมีเสถียรภาพ  บริษัทในประเทศไทยที่ Fitch จัดอันดับเครดิตส่วนใหญ่ มีการบริหารจัดการกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ ซึ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและการลงทุนในด้านต่างๆ มากขึ้น 

นายกฯ ยินดี “บาส-ปอป้อ” คว้าแชมป์การแข่งขันแบดมินตันคู่ผสม - วิว กุลวุฒิ คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ใน Yonex Gainward German Open 2022

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความยินดีที่ บาส เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มืออันดับ 1 ของโลก ชนะ Ou Xuan Yi และ Huang Ya Qiong จากจีน ด้วยคะแนน 21-11 และ 21-9 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันคู่ผสม รายการ โยเน็กซ์ เกนวอร์ด เยอรมัน โอเพน 2022 (Yonex Gainward German Open 2022) ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ 300 ที่เมืองมูลไฮม์อันแดร์รูร์ ประเทศเยอรมนี 
 
นายธนกร กล่าวว่า การได้แชมป์รายการนี้ส่งผลให้บาสและปอป้อได้แชมป์เวิลด์ทัวร์เป็นรายการที่ 6 ติดต่อกัน ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักแบดมินตันประเภทคู่ผสมของไทย 

นายธนกร กล่าวว่า ด้านประเภทชายเดี่ยว วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันดาวรุ่งมือ 20 ของไทย ในรอบชิงชนะเลิศ พบกับ Sen Lakshya ของอินเดีย ที่ชนะ Viktor Axelsen มือ 1 ของโลก จากเดนมาร์ก มาในรอบก่อนชิงชนะเลิศ โดยในรอบชิงชนะเลิศ วิวสามารถเอาชนะไปได้ทั้ง 2 เซต ด้วยคะแนน 21-18 และ 21-15

‘บิ๊กตู่’ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สนามบินเบตง รองรับตลาดท่องเที่ยว - พาณิชย์

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD6260 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิด “เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จังหวัดยะลา” พร้อมคณะ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนออกเดินทางนายกฯ ได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร และรับมอบภาพวาดสีน้ำรูปเครื่องบินเที่ยวปฐมฤกษ์

สำหรับกำหนดการในเวลา 12.00 น. นายกฯ จะเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง รับฟังภาพรวมการดำเนินงาน และเยี่ยมนิทรรศการ OTOP จังหวัดยะลา พร้อมมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัย และพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.45 น. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ

“รัชดา” เผย รัฐบาล ไม่ทิ้งชาวสวนทุเรียน ชี้ เจรจาจีน ส่งออกผลไม้-ขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง เชื่อ สินค้าเกษตรปี65 โตขึ้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งออกผลไม้ไทยไปประเทศจีน ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย Zero-Covid ของจีน ว่า การตรวจตราที่ด่านโหย่วอี้กวาน ผิงเสียง ตงซิง และโมฮ่าน ที่เข้มงวด ทำให้จราจรติดขัดและส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของทุกประเทศ ทำให้รัฐบาลบูรณาการการทำงานหลายกระทรวง และหารือฝ่ายจีนมาต่อเนื่อง เพื่อให้การขนส่งสินค้าไทยมีความคล่องตัว ไม่เกิดความเสียหาย นอกจากนั้นเร่งขยายตลาดสู่ประเทศตะวันออกกลางมากขึ้น จึงมั่นใจว่าปีนี้การส่งออกสินค้าเกษตรโตแน่นอน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อการแก้ปัญหาการส่งสินค้าข้ามพรมแดนไปจีน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้บูรณาการการทำงาน ประสานกับทางการจีนตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด19 และแก้ปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้น จนทำให้การส่งออกผลไม้ปี 2563 มีมูลค่า 91,000 ล้านบาท ปี 2564 เพิ่มเป็น 160,000 ล้านบาท โดยเฉพาะทุเรียนมูลค่ากว่า1แสนล้านบาท และรัฐบาลได้หารือกับทางจีนในหลายประเด็น โดยขอให้ล้งไทยที่ผ่านกระบวนการอบรมหลักสูตร “ล้งปลอดโควิด-19” มี GMP Plus รับรอง กว่า 400 แห่ง สามารถผ่านด่านจีนได้โดยไม่ต้องเปิดทุกตู้ , การขนส่งบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว โดยการปิดตู้ที่ประเทศลาว ส่งไปคุนหมิงโดยไม่ต้องแวะตรวจที่ด่านโมฮ่าน เพื่อให้ส่งทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจอื่นทางรางได้ตั้งแต่เดือน มี.ค.นี้,เสนอให้มีการประชุมหารือกับประเทศจีน ลาวและเวียดนามเพื่อตกลงมาตรการร่วมกันเรื่อง protocol ในการเปิด-ปิดด่านชายแดน,เสนอให้ด่านมี Green Lane สำหรับผลไม้ไทยเป็นการเฉพาะ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯสั่งการให้มีมาตรการรองรับปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบปี 2565 ได้แก่ การรองรับเหตุการณ์ไม่ปกติ,การช่วยเหลือในการกระจายสินค้า ควบคุมคุณภาพ และกระตุ้นการบริโภคผลไม้,การช่วยเหลือสนับสนุนการส่งออกผลไม้ไทย,การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มผลไม้ ,การช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่ปกติ สำหรับตลาดใหม่ที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯเร่งทำการตลาด คือ ตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีความต้องการผลไม้สดจากไทยจำนวนมากและหลากหลายชนิด เช่น เงาะ มังคุด ลำไย มะม่วง ทุเรียน เป็นต้น 

บริษัทจีนเปิดตัว 'ประกันภัยผมร่วง' หลังคนหนุ่มสาวเสี่ยงหัวล้านเร็วขึ้น

จ้งอัน (Zhong An) บริษัทประกันภัยออนไลน์ของจีน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับผู้มีปัญหาผมร่วง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของจีนที่มีประกันภัยลักษณะนี้ เหตุเพราะชาวจีนในปัจจุบันมีความเสี่ยงหัวล้านเร็วกว่าเดิมมาก

โดยสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่าเมื่อวันศุกร์ (11 มี.ค.) บริษัท จ้งอัน ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยออนไลน์ของจีน ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ “ประกันภัยป้องกันผมร่วง” ด้วยการเสนอมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับปัญหาหนังศีรษะและเส้นผม ตลอดจนการปลูกผมแบบปลูกถ่ายหน่วยรูขุมขน (follicular unit transplantation)

ศีรษะล้านเคยเป็นสภาวะที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุหรือชายวัยกลางคนในจีน ทว่าคนรุ่นใหม่เผชิญปัญหาดังกล่าวกันมากขึ้น

“จุรินทร์” โชว์วิชั่น กทม. เปิด 3 นวัตกรรม บริหาร ทั้ง ครม.กรุงเทพฯ-กรอ.กรุงเทพฯ​ และเกรทเตอร์ แบงค็อก

13​ มี.ค.65​ ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงทิศทางแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อนำพากรุงเทพมหานครไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ในงาน The 2 Leaders’ Visions “เศรษฐกิจประเทศ - เศรษฐกิจเมือง” ที่จัดขึ้นที่พรรคฯ โดยได้กล่าวว่า 

ภายหลังการเลือกตั้งปี 2562 ก่อนที่ตนมาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ไม่ได้รับเลือกตั้งเลย แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่ประชาธิปัตย์ได้ผ่านจุดนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งที่รุ่งเรืองจนได้รับเลือกตั้งเกือบยกทีมก็มี หรือได้รับเลือกคนเดียวก็มี หลายคนปรามาสประชาธิปัตย์คงจะสูญพันธุ์ แต่ตนยังมั่นใจว่ามาถึงวันนี้เรากำลังเดินขึ้นและมั่นใจว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะต้อนรับประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง เพราะประชาธิปัตย์กับชาวกรุงเทพฯ ผูกพันกันมายาวนานนับตั้งแต่ก่อตั้งพรรค คนกรุงเทพฯ มีส่วนสำคัญในการก่อตั้งประชาธิปัตย์ มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ตั้งแต่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ ท่านพิชัย รัตตกุล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายคนล้วนเป็นคนกรุงเทพฯ ดังนั้น คนกรุงเทพฯ กับประชาธิปัตย์จึงผูกพันกันมาเนิ่นนาน 

เมื่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กำลังจะมาถึง ก็มีคนตั้งคำถามใหม่ว่า ประชาธิปัตย์จะส่งผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ตนเป็นคนหนึ่งที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าประชาธิปัตย์ต้องส่ง ประชาธิปัตย์ไม่ส่งไม่ได้ เพราะเราผูกพันกับชาวกรุงเทพฯ และคนกรุงเทพฯ เลือกเรามาต่อเนื่องยาวนาน เพราะฉะนั้นเราต้องรับผิดชอบต่อคนกรุงเทพฯ การไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร รวมทั้งผู้สมัคร ส.ก. คือการตัดทางเลือกของคนกรุงเทพฯ ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่ประชาธิปัตย์มีมติส่ง ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ รวมกับเพื่อนผู้สมัคร ส.ก. 50 คน 50 เขต ซึ่งเป็นการนับ 1 ที่ถือว่าประชาธิปัตย์ได้ส่งทางเลือกที่ดีที่สุดทางเลือกหนึ่งให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้พิจารณา 

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวอีกว่า... 

ประการที่ 1 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นั้น ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามผู้สมัครอิสระ แต่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจึงหมายความว่า ในการเลือกตั้งรณรงค์หาเสียง รวมทั้งไปถึงภายหลังหากได้รับเลือกตั้ง “ดร.เอ้” ก็ไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีหลังพิงสำคัญที่จะคอยทำงานร่วมกันและขับเคลื่อนกรุงเทพฯไปสู่ความสำเร็จ นั่นการมีหลังพิงที่เป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศ ที่ชื่อว่าประชาธิปัตย์ 

“ก่อนตัดสินใจเลือก ดร.เอ้ ผมกับ ดร.เอ้ ได้นั่งคุยกัน และท่านองอาจด้วยในฐานะรองหัวหน้าพรรค ได้คุยกันบอกว่าถ้าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องทำงานร่วมกัน และต้องไม่บริหารราชการกรุงเทพมหานครโดยความรับผิดชอบเฉพาะกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ แต่ต้องรับผิดชอบต่อพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเพราะประชาธิปัตย์จะต้องรับผิดชอบต่อการบริหารงานราชการกรุงเทพฯ ของ ดร.เอ้ ต่อไปในอนาคต นี่คือความแตกต่างของผู้สมัครอิสระกับผู้สมัครที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมือง โดยเฉพาะสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนที่ชื่อว่าประชาธิปัตย์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

ประการที่ 2 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของประชาธิปัตย์นับตั้งแต่นี้ต่อไป ต้องไม่คิดแค่บริหารเมืองหลวงของประเทศและต้องไม่คิดแค่บริหารหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และต้องไม่คิดแค่การบริหารอภิมหานครกรุงเทพ หรือ กทม. เท่านั้น แต่จะต้องไปไกลไปกว่านั้น 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ภารกิจของคนเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่ต้องบริหารกรุงเทพฯ แบบ “Mini Thailand” จึงมี 3 ประการ 

ประการที่ 1 ประชากรคนไทยทั้งประเทศมี 65 ล้านคน เป็นคนกรุงเทพฯ ตัวจริงที่มีทะเบียนบ้าน 5.5 ล้านคน ทำให้กรุงเทพฯ มีขนาดประชากร คิดเป็น 1 ใน 12 ส่วนของประชากรทั้งประเทศที่มีรวมกัน 77 จังหวัด 

ประการที่ 2 ด้วยขนาดประชากรดังกล่าว ทำให้มีปัญหาหลายเรื่องที่ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องแก้ปัญหา และต้องบริหารจัดการในฐานะผู้ว่าฯ Mini Thailand ซึ่งเมื่อดูขนาดเศรษฐกิจของ กทม. จังหวัดเดียว คิดเป็นร้อยละ 24 ของ GDP ประเทศ  หมายความว่าขนาด GDP ประเทศ อยู่ที่กรุงเทพฯ ถึง 1 ใน 4 และอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP ของกรุงเทพฯ ก็เติบโตมากกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศอีกด้วย  

เมื่อไปดูสัดส่วน GDP ของกรุงเทพฯ ก็พบว่าการที่เศรษฐกิจกรุงเทพขับเคลื่อนอยู่ได้ทุกวันนี้ ขึ้นอยู๋กับ...

อันดับ 1 การค้า คิดเป็น 87 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ดังนั้นการค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งตั้งแต่คนตัวใหญ่จนถึงคนตัวเล็ก 

อันดับ 2 อุตสาหกรรม 13% มีเรื่องเกษตรไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ 

ดังนั้นจากข้อมูลพื้นฐานดังกล่าว จึงถือว่าลมหายใจของเศรษฐกิจกรุงเทพฯ จึงเรียกได้ว่าขึ้นอยู่กับการค้า 87% อุตสาหกรรม 13% ขณะที่เมื่อไปดู ตัวเลข Per Capita income หรืออัตรารายได้เฉลี่ยต่อหัว จะเห็นได้ชัดขึ้นว่ารายได้ของคนกรุงเทพฯ เฉลี่ย มากกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประเทศ 3 เท่า แม้จะฟังแล้วเหมือนดีว่าคนกรุงเทพฯ รวย แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเป็นตัวเลขถัวเฉลี่ย แต่เมื่อดูตัวเลขลึกลงไปพบว่า คนกรุงเทพฯ ตัวจริงที่เป็นคนจน มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี ที่ต้องรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีมากกว่า 5 แสนคน ตรงนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ว่าฯ กทม. นอกจากรัฐบาลที่ต้องแก้ไข ผู้ว่าฯ กทม. ก็ต้องคิดเป็นภาระของตัวเองด้วยเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ดังนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ประชาธิปัตย์จากนี้ไป จึงต้องคิดเรื่องการบริหารกรุงเทพมหานคร ให้เป็นการบริหารแบบ Mini Thailand 

ประการที่ 3 การบริหารกรุงเทพมหานครของยุคประชาธิปัตย์ ยุค “ดร.เอ้” จากนี้ไป จึงต้องเกิดนวัตกรรมใหม่ทางการบริหารต้องขึ้นอย่างน้อย 3 นวัตกรรม 

นวัตกรรมตัวที่ 1 ครม. กรุงเทพฯ ต้องเกิด ไม่ใช่การบริหารแบบเดิมที่มี ผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ด้านบริหาร ด้านโยธา ด้านสาธารณสุข ด้านศึกษา ยุทธศาสตร์ และที่ปรึกษา แต่กรุงเทพมหานคร ยุคอุดมการณ์ทันสมัย ต้องมี ครม. กรุงเทพ เกิดขึ้น เพื่อบริหาร Mini Thailand ที่ชื่อว่ากรุงเทพมหานคร ที่ประกอบด้วย รัฐมนตรีเศรษฐกิจกรุงเทพมหานครต้องเกิด เพื่อรับผิดชอบเศรษฐกิจของชาวกรุงเทพฯ ตั้งแต่คนตัวใหญ่ที่ทำธุรกิจค้าขาย 87 % ของ GDP คนตัวกลางอุตสาหกรรม 13% ไปจนถึงคนตัวเล็ก 5 แสนกว่าคนที่รายได้ต่ำกว่าแสนต่อปี การที่ ดร.เอ้ ประกาศวิสัยทัศน์ให้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองสวัสดิการต้นแบบของอาเซียน ดังนั้น รัฐมนตรีสวัสดิการกรุงเทพฯ ต้องเกิด เพื่อขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ที่มีความชัดเจน กว่าการมีแค่รองผู้ว่าฯ ด้านโยธา ด้านศึกษา ด้านสาธารณสุข 

นวัตกรรมตัวที่ 2 ต้องเกิด กรอ. กรุงเทพฯ เนื่องจากเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่คิดเป็น 1 ใน 4 ของ GDP ประเทศ และขับเคลื่อนด้วยการค้ากับอุตสาหกรรม ดังนั้นเอกชนจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร  ซึ่ง กรอ. กรุงเทพฯ จะเป็นเวทีให้ผู้ว่าฯ กทม. ครม.กรุงเทพฯ ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ร่วมกับเอกชน ตั้งแต่คนตัวใหญ่ถึงคนตัวเล็กไม่เว้นแม้แต่คนจนเมือง 

นวัตกรรมตัวที่ 3 คนเป็นผู้ว่ากทมในยุคอุดมการณ์ทันสมัยของประชาธิปัตย์ที่มีตนเป็นหัวหน้าพรรคต้องไม่มองแค่ในกรุงเทพมหานคร เพราะกรุงเทพฯ วันนี้ได้เชื่อมต่อเหมือนเป็นเนื้อเดียวกับปริมณฑล มีประชากรที่เคลื่อนเช้าเย็นกลับมาจากนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ มีโครงสร้างพื้นฐานทั้งสาธารณูปโภค สาธารณูปการ มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปถึงปริมณฑล เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน ทั้งไฟฟ้า-ประปาต่อข้ามเขตได้โดยไม่รู้ตัว 

เพราะฉะนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องทำงานร่วมกัน ทั้งรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และต้องทำงานร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และกลไกภาครัฐ ไฟฟ้า ประปาในปริมณฑลด้วย ทั้งหมดต้องสอดประสานกัน ต้องคิดวางแผนขุดทีเดียวไม่ต้องขุด 3 รอบ 4 หน่วยงาน ขุด 4 รอบ เพื่อไม่ให้สุดท้ายแล้วกรรมมาตกกับคนกรุงเทพฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top