Saturday, 4 July 2026
WORLD

นายกเทศมนตรีหญิงถูกแทง 13 แผล อาการสาหัส ตร.คุมตัวลูกชายสอบ หลังข้างบ้านได้ยินเสียงแม่ลูกทะเลาะกัน

(8 ต.ค. 68) เกิดเหตุสะเทือนขวัญในเมืองแฮร์เดคเค รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ทางตะวันตกของเยอรมนี เมื่อ ไอริส สตัลเซอร์ (Iris Stalzer) วัย 57 ปี นายกเทศมนตรีที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือนกันยายน ถูกพบถูกแทงถึง 13 ครั้งภายในอพาร์ตเมนต์ของตนเอง โดยเจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้ยังอยู่ในอาการวิกฤต

ตำรวจเปิดเผยว่า ลูกชายของผู้บาดเจ็บถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวน หลังมีรายงานว่าอยู่ในที่เกิดเหตุและเป็นผู้โทรแจ้งตำรวจ ส่วนลูกสาววัย 17 ปี ก็อยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุเช่นกัน โดยพยานข้างบ้านระบุว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นานได้ยินเสียงแม่ลูกทะเลาะกันรุนแรง ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่พบหลักฐานชี้ว่าเป็นการโจมตีทางการเมือง และไม่ตัดความเป็นไปได้ของปมภายในครอบครัว

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) กล่าวประณามเหตุการณ์ว่าเป็น “การกระทำอันโหดร้าย” และเรียกร้องให้เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง ขณะที่พรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) ซึ่งสตัลเซอร์สังกัดอยู่ แสดงความเป็นห่วงและภาวนาให้เธอปลอดภัย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่เยอรมนีกำลังเผชิญความกังวลเรื่องความรุนแรงต่อบุคคลสาธารณะ โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่า นักการเมืองกว่า 60% เคยเผชิญเหตุคุกคามหรือทำร้ายร่างกาย สะท้อนบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียดและเสี่ยงอันตรายมากขึ้นในประเทศ

ปธ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาเตือนไทย อย่าเปลี่ยนชายแดนเป็นสนามทดสอบอาวุธ ของมหาอำนาจ

(8 ต.ค. 68) แก้ว เรมี (Keo Remy) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา เตือนผู้นำไทยอย่าบิดเบือนแผนที่หรือดำเนินการใด ๆ ที่อาจทำให้ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นสนามทดลองอาวุธของจีนและสหรัฐฯ พร้อมยกตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน

แก้ว เรมี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า เจ้าหน้าที่ไทยต้องไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์หรือสร้างความตึงเครียดเกินจำเป็น และทุกการตัดสินใจควรคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ชายแดนเป็นที่ทดสอบอาวุธของมหาอำนาจ

ด้านพลตรี เอกสามอึน (Eak Sam Oeun) ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 5 ของกัมพูชา ส่งจดหมายถึงกองทัพภาคที่ 1 ของไทย เมื่อวันที่ 4 ต.ค. เน้นย้ำว่าการเคลื่อนไหวทางทหารต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปและคณะกรรมการชายแดนร่วม ซึ่งมีอำนาจประชุมเพื่อแก้ไขข้อพิพาท

นอกจากนี้ พลตรี เอกสามอึน ระบุด้วยว่าการสังเกตการณ์ในพื้นที่พบว่ามีประชาชนไทยเข้าครอบครองและเพาะปลูกในดินแดนกัมพูชาเกินขอบเขตที่ตกลงไว้ สถานการณ์ที่ชุกเชยและเปรย์ชานจะต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม และกัมพูชากำลังเร่งให้การประชุมเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อหาทางออก

จีนใช้ ‘น้ำทะเล’ หล่อเย็นเครื่องจักร 1.88 แสนล้านตัน ช่วยลดการพึ่งพาน้ำจืดในอุตสาหกรรมชายฝั่ง

(8 ต.ค. 68) รายงานของสำนักงานข้อมูลและข้อมูลทางทะเลแห่งชาติ (NMDIS) และสมาคมกิจการทางทะเลจีน ระบุว่า จีนใช้น้ำทะเลกว่า 188.3 พันล้านตัน สำหรับระบบหล่อเย็นในปี 2024 เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำในทะเลสาบไบคาลถึง 8 เท่า

โดยน้ำทะเลเหล่านี้ถูกใช้ในโรงไฟฟ้า โรงงานปิโตรเคมี และโรงงานเหล็กในพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อช่วยลดการใช้น้ำจืดในภาคอุตสาหกรรม 

ขณะที่ดัชนีพัฒนาทางทะเลของจีนในปี 2024 อยู่ที่ 129.7 จุด เพิ่มขึ้น 2.9% จากปี 2023 สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจทางทะเลของประเทศ

‘ปูติน’ ประกาศ!! รัสเซียคุมเกมรบเหนือยูเครน หลังเข้ายึดดินแดนเพิ่มอีกราว 5,000 ตร.กม.

(8 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวระหว่างการประชุมกับผู้นำกองทัพ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ว่า “กองกำลังรัสเซียยังคงถือครองยุทธศาสตร์เชิงรุกอย่างสมบูรณ์” พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 กองทัพรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ของยูเครนได้แล้วเกือบ 5,000 ตารางกิโลเมตร หรือราว 212 ชุมชน ซึ่งถือเป็นการรุกคืบที่ต่อเนื่องในสมรภูมิที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีครึ่ง

ปูตินระบุว่า แม้กองทัพยูเครนพยายามโจมตีเป้าหมายลึกเข้ามาในดินแดนรัสเซีย เพื่อแสดงผลงานต่อชาติตะวันตก แต่สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความได้เปรียบของมอสโก โดยชี้ว่ากองกำลังยูเครนกำลังล่าถอยในหลายแนวรบ ขณะที่กองทัพรัสเซียเดินหน้าควบคุมพื้นที่ในแคว้นซาโปริซเซียและดนีโปรเปตรอฟสก์ได้มากขึ้น

ด้าน พลเอกวาเลรี การาซิมอฟ (Valery Gerasimov) หัวหน้าคณะเสนาธิการทหารรัสเซีย ยืนยันว่า กองทัพยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีจุดยุทธศาสตร์และฐานการผลิตอาวุธของยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหมในประเทศกำลังเร่งขึ้น เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารให้บรรลุเป้าหมาย “การปลดอาวุธและกำจัดลัทธินาซี” ในยูเครนตามที่เครมลินประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2022

พฤติกรรมทรัมป์ สะท้อน mindset ที่คับแคบ !!

(8 ต.ค. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ระบุว่า พฤติกรรมทรัมป์ สะท้อน mindset ที่คับแคบ !! ถ้าจะให้ทรัมป์บินไปร่วมงาน ASEAN Summit ที่มาเลเซีย ต้องเป็นพระเอกคนเดียว ทรัมป์ตั้งเงื่อนไข ต้องไม่มีจีน ในซีนยุดยิง ไทย-กัมพูชา แกหวังเคลมผลงานคนเดียว ทรัมป์อยากได้รางวัลโนเบลจนเก็บอาการไม่อยู่

3 นักวิทยาศาสตร์ ผู้เปิดประตูแห่งโลกควอนตัม คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2025

(8 ต.ค. 68) คณะกรรมการรางวัลโนเบลประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ว่า ศาสตราจารย์จอห์น คลาร์ก (John Clark ), ดร.มิเชล เดโวเร็ต (Michel Devoret) และ ดร.จอห์น มาร์ตินิส (John Martinis) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2025 จากผลงานการทดลอง “การลอดอุโมงค์ควอนตัมระดับมหภาค” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัมสมัยใหม่ ตั้งแต่ระบบเข้ารหัสความปลอดภัยขั้นสูง ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมอันทรงพลังในอนาคต

ทั้งสามเริ่มต้นการทดลองตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 โดยใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์จากตัวนำ(superconductors) เพื่อพิสูจน์ว่า ปรากฏการณ์ควอนตัมอย่าง “การทะลุกำแพงพลังงาน” (quantum tunnelling) สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับที่ใหญ่ขึ้น หรือระดับมหภาค ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า “โลกควอนตัม” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอะตอมหรืออนุภาคเล็กๆ อีกต่อไป

ศ.จอห์น คลาร์ก วัย 83 ปี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวทางโทรศัพท์หลังทราบข่าวว่า รู้สึก “อึ้งสุดชีวิต” กับรางวัลที่ได้รับ พร้อมยกตัวอย่างว่า โทรศัพท์มือถือที่ทุกคนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็สามารถทำงานได้เพราะอาศัยหลักฟิสิกส์ควอนตัมที่พวกเขาเคยวิจัยไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน

ขณะที่ ดร.เดโวเร็ต ชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเยล และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา และ ดร.มาร์ตินิส อดีตหัวหน้าห้องแล็บปัญญาประดิษฐ์ควอนตัมของ Google เผยว่ารางวัลนี้ถือเป็นการยกย่องการทดลองที่เปลี่ยนทฤษฎีให้กลายเป็นสิ่งจับต้องได้ และเปิดทางสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีควอนตัมอย่างแท้จริง

สื่อจีน ปูด! 'โดนัลด์ ทรัมป์' เสนอตัวเป็นประธานพิธี ลงนามสันติภาพไทย-เขมร แลกเข้าร่วมประชุมผู้นำอาเซียน

(8 ต.ค. 68) สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ ได้ออกมาอ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในรัฐบาลและนักการทูต 4 คน ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร้องขอเป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา ระหว่างที่นายทรัมป์ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงปลายเดือนนี้

ชาติอาเซียนหวังจะใช้การประชุมสุดยอดซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม เพื่อเจรจาขอให้นายทรัมป์ผ่อนปรนมาตรการภาษีที่เข้มงวด ซึ่งสหรัฐฯ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา ในขณะที่นายทรัมป์ก็กำลังเดินหน้าแคมเปญการเป็น ผู้สร้างสันติภาพ เพื่อหวังจะได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 

การปะทะตามแนวชายแดนไทยกับกัมพูชานาน 5 วันเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ศพ ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลงที่จะเริ่มการเจรจาสันติภาพ หลังจากที่นายทรัมป์ขู่ว่าจะยกเลิกการเจรจาเรื่องภาษี หากไม่มีการหยุดยิง จนนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงในที่สุด แต่สถานการณ์ก็เริ่มกลับมาคุกรุ่นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากในรัฐบาลมาเลเซียและนักการทูตจำนวน 4 คนยืนยันว่า ทรัมป์ต้องการจัดพิธีพิเศษนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของการริเริ่มกระบวนการสันติภาพนี้ ซึ่งรวมถึงการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 7 ตุลาคม ซึ่งมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและประธานอาเซียนเป็นตัวกลางเจรจา "ใช่แล้ว นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขามาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์" แหล่งข่าวรายหนึ่งผู้ไม่ขอเปิดเผยนาม กล่าวถึงการมาเยือนของทรัมป์

ทั้งนี้ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามเดินหน้าแคมเปญเพื่อคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ โดยเขาอ้างว่าช่วยยุติสงครามและความขัดแย้งถึง 7 จุดทั่วโลกนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม

ด้านเว็บไซต์ข่าวโพลิติโก ของสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายคนเปิดเผยว่า การจัดพิธีลงนามคือหนึ่งในเงื่อนไขที่นายทรัมป์ตั้งไว้เพื่อแลกกับการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน นอกจากนั้น ผู้จัดการประชุมยังได้รับคำขอให้ตัดเจ้าหน้าที่จีนออกจากการประชุมด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า จะมีพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชาในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยแหล่งข่าวคนหนึ่งยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่พิธีจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย นอกจากนั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไทยจะเห็นด้วยหรือไม่

นอกจากนายทรัมป์แล้ว คาดว่าจะมีบุคคลระดับสูงอีกหลายคนมาเข้าร่วมการประชุมอาเซียนในปีนี้ รวมถึง นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน, นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย, นายลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล และนายไซริล รามาฟอซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

สนามบินฮอลลีวูดเบอร์แบงก์ แคลิฟอร์เนีย กระทบหนัก ไร้เจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน!! จากภาวะปิดทำการของรัฐบาลกลาง

(7 ต.ค. 68) สำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐฯ (FAA) เตือนว่า สนามบินฮอลลีวูด เบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย จะไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศประจำหอบังคับการบินในช่วงค่ำวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ตั้งแต่เวลา 16.15 น. ถึงประมาณ 22.00 น. เนื่องจากผลกระทบจาก “ภาวะชัตดาวน์” หรือการปิดทำการของรัฐบาลกลาง ที่ทำให้เจ้าหน้าที่จำนวนมากต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

เจ้าหน้าที่ FAA ระบุว่าอยู่ระหว่างพยายามเรียกกำลังเสริมเพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาทันเวลา โดยระหว่างนี้หอบังคับการบินจะถูกควบคุมโดยศูนย์ควบคุมการบิน TRACON จากเมืองซานดิเอโก ซึ่งจะดูแลการขึ้น-ลงของเครื่องบินทั้งหมดแทน ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เกวิน นิวซัม (Gavin Newsom) กล่าวโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาจากการปิดรัฐบาล

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ FAA ที่ต่อเนื่องมานานกว่า 6 เดือน โดยขาดแคลนกว่า 3,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน สมาคมการบินต่าง ๆ เตือนว่า “ชัตดาวน์” ยังส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบความปลอดภัยและบำรุงรักษาเครื่องบินทั่วประเทศอีกด้วย

‘ยูเนสโก’ เลือกเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งสถาบันศึกษา STEM ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางวิทย์ฯ-เทคโนโลยีระดับโลก

(7 ต.ค. 68) องค์การยูเนสโก (UNESCO) และรัฐบาลจีนเปิด “สถาบันนานาชาติด้านการศึกษา STEM” อย่างเป็นทางการที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นศูนย์หมวด 1 (Category 1 Center) แห่งแรกของยูเนสโกในจีน และเป็นแห่งแรกนอกยุโรปและอเมริกาเหนือ หลังได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ยูเนสโกเมื่อปี 2566

สถาบันแห่งนี้จะมุ่งส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่ เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

นายห้วย จินเผิง (Huai Jinpeng) รัฐมนตรีศึกษาธิการจีน ระบุว่านี่คือก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่างจีนกับยูเนสโก และเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่เปิดกว้างของจีน พร้อมยืนยันว่าจีนจะสนับสนุนสถาบันนี้ให้เป็นศูนย์กลางนานาชาติด้านนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้านนายกง เจิ้ง (Gong zheng) นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เมืองจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับการเปิดกว้างทางการศึกษา และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ส่วนออเดรย์ อาซูเลย์ (Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ย้ำว่าศูนย์ใหม่นี้สะท้อนความร่วมมืออันยาวนานระหว่างจีนกับยูเนสโก และจะช่วยผลักดันความเท่าเทียมทางการศึกษาในระดับโลก

‘คิมจองอึน’ ส่งข้อความอวยพรวันเกิด ‘ปูติน’ อายุครบ 73 ปี ยกเป็น ‘เพื่อนซี้ที่สนิทที่สุด’

(7 ต.ค. 68) คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งข้อความอวยพรวันเกิดถึงประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มีอายุครบ 73 ปี พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของระบบการเมืองและอำนาจของชาติรัสเซีย โดยมีการเรียกปูตินว่า “เพื่อนร่วมรบที่ดีที่สุด”

คิมจองอึนระบุว่า ความเป็นพันธมิตรระหว่างเปียงยางและมอสโกจะขยายตัวต่อไปบนพื้นฐานของมิตรภาพอันอบอุ่นและความใกล้ชิด ที่จะช่วยกันสร้าง “ระเบียบโลกพหุขั้วและยุติธรรม” ซึ่งปีที่แล้วคิมจองอึนก็ได้ส่งข้อความอวยพรปูตินเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ คิมยังเผยถึงการพบปะกับปูตินที่ปักกิ่งเมื่อเดือนก่อน ยืนยันสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “การต่อสู้ที่ยุติธรรม” ของรัสเซียเพื่อปกป้องอธิปไตย และสัญญาจะรักษาสัญญาทวิภาคีระหว่างสองประเทศ พร้อมย้ำว่า เปียงยางและมอสโกจะยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอ มิตรภาพนี้เป็น “นิรันดร์และไม่สามารถทำลายได้”

นายกฯ จอร์เจีย ประกาศกร้าว ‘ใครยุยงต้องโดน’ หลังเกิดม็อบถือธง EU ประท้วงรัฐบาล ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง

(7 ต.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิรัคลี โคบาคิดเซ (Irakli Kobakhidze) แห่งจอร์เจีย ประกาศว่าจะ “ไม่ปล่อยให้ผู้ใดลอยนวล” หลังเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงทบิลิซีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวหาว่ากลุ่มผู้ชุมนุมพยายามโค่นล้มรัฐบาล และยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด มีรายงานว่ามีการจับกุมผู้จัดการชุมนุมหลายคน รวมถึงนักร้องโอเปร่าชื่อดังและนักเคลื่อนไหว พาอาตา เบิร์ชูลัดเซ (Paata Burchuladze) ที่ขึ้นเวทีประกาศว่า “อำนาจต้องกลับคืนสู่ประชาชน”

สาเหตุของการประท้วงเกิดจากความไม่พอใจผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งพรรค “จอร์เจียน ดรีม” (Georgian Dream) ของนายกรัฐมนตรีโคบาคิดเซ กวาดที่นั่งเสียงข้างมากในสภาเทศบาลทุกแห่งทั่วประเทศ และผู้สมัครของพรรคยังชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีทุกเมืองอย่างถล่มทลาย หลังพรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ประกาศบอยคอตไม่ร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากมองว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสและรัฐบาลขาดความชอบธรรม

การชุมนุมครั้งใหญ่มีประชาชนหลายหมื่นคนออกมารวมตัวกลางกรุงทบิลิซี โดยมีทั้งธงชาติจอร์เจียและธงสหภาพยุโรป (EU) ปรากฏอยู่ทั่วพื้นที่ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาเพื่อสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกทำเนียบประธานาธิบดี ต่อมา หน่วยงานความมั่นคงแห่งรัฐของจอร์เจียเปิดเผยว่าพบอาวุธและวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่งในป่าชานเมือง ซึ่งคาดว่าเตรียมไว้เพื่อ “ก่อเหตุความไม่สงบ” ในวันเลือกตั้ง

ขณะที่ โคบาคิดเซกล่าวหาว่ามีกลุ่มต่างชาติ โดยเฉพาะจากกรุงบรัสเซลส์ (เบลเยียม) หนุนหลังการประท้วง และเรียกร้องให้เอกอัครราชทูตอียูประจำจอร์เจียออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าว ด้านสหภาพยุโรปรีบออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยระบุว่าข้อกล่าวหานี้เป็น “ข้อมูลเท็จ” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจอร์เจียใช้ความอดกลั้น เคารพสิทธิการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน หลังสถานการณ์การเมืองภายในประเทศตึงเครียดต่อเนื่องจากผลเลือกตั้งที่ฝ่ายค้านไม่ยอมรับ

กัมพูชาคุยโว!! หางานให้แรงงานกลับบ้านแล้วกว่า 3 แสนคน ย้ำทำงานในประเทศปลอดภัย-สวัสดิการดีเทียบเท่าต่างแดน

(7 ต.ค. 68) กระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพกัมพูชา (MLVT) เผยว่า แรงงานกัมพูชากว่า 300,000 คนจากทั้งหมด 940,000 คน ที่เดินทางกลับจากประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับการจัดหางานทำในประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่บางส่วนทำงานก่อสร้าง เกษตรกรรม หรือเปิดธุรกิจขนาดเล็ก

โฆษกกระทรวง นายซุน เมซา (Sun Mesa) ระบุว่า จำนวนแรงงานที่ได้งานทำดังกล่าวเป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการในโรงงานและสถานประกอบการที่จดทะเบียนกับกระทรวง แต่ยังมีโอกาสการจ้างงานในภาคไม่เป็นทางการอีกมาก ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในข้อมูลอย่างเป็นทางการ และจากแรงงานทั้งหมดที่กลับมา มีแรงงานวัยทำงานราว 700,000–750,000 คน จึงยังคงมีความพยายามช่วยเหลือแรงงานที่เหลือให้เข้าถึงงานต่อไป

นอกจากนี้ นายซุน เมซายังย้ำข้อดีของการทำงานในกัมพูชา เช่น ความปลอดภัย สวัสดิการที่ครอบคลุมทั้งประกันสุขภาพ เงินสมทบกองทุนบำนาญ และค่าชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งเทียบเท่าหรือดีกว่าการทำงานในต่างประเทศ พร้อมแนะนำให้แรงงานที่กลับมาขอความช่วยเหลือได้ผ่านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือสายด่วนของกระทรวงโดยตรง

‘เซเลนสกี’ รับไม่ได้!! พบชิ้นส่วนในโดรน-ขีปนาวุธรัสเซีย ผลิตโดย ‘อังกฤษ-เยอรมนี-สหรัฐฯ’ ใช้ถล่มยูเครน

(7 ต.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า อาวุธของรัสเซียที่ใช้โจมตียูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศกว่า 100,000 ชิ้น รวมถึงไมโครคอมพิวเตอร์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบควบคุมโดรน โดยเขาเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียให้ “มีประสิทธิภาพมากขึ้น” และปิดช่องโหว่การส่งออกสินค้าทางอ้อมที่ยังเล็ดลอดเข้าสู่อุตสาหกรรมอาวุธรัสเซีย

เซเลนสกีโพสต์ผ่าน X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า “พบไมโครคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการบินของโดรน ผลิตในสหราชอาณาจักร” โดยข้อมูลของยูเครนระบุว่า รัสเซียยังใช้อุปกรณ์จากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเนเธอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน การโจมตีของรัสเซียเมื่อคืนวันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านลาปาอิฟกา 4 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 15 ปี หนึ่งในนั้นด้วย

โฆษกกระทรวงธุรกิจและการค้าของอังกฤษ (DBT) ยืนยันว่ารัฐบาลอังกฤษให้ความสำคัญกับรายงานดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่าได้สั่งห้ามส่งออกสินค้าหลายพันรายการไปยังรัสเซียแล้ว รวมถึงทุกชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาวุธในสนามรบของยูเครน ทั้งนี้ อังกฤษได้คว่ำบาตรธุรกิจกับรัสเซียมูลค่ากว่า 20,000 ล้านปอนด์ และเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอาจถูกลงโทษทางการเงินหรือดำเนินคดีอาญา

นายกฯ เยอรมนี ยกหูหา ‘ทรัมป์’ ชงแผนยึดทรัพย์รัสเซีย จำนวน 1.4 แสนล้านยูโร ปล่อยกู้ ‘ยูเครน’ เสริมกำลังรบ

(6 ต.ค. 68) นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ทซ์ (Friedrich Merz) ของเยอรมนี ได้โทรศัพท์หารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่ออธิบายแผนการใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดในยุโรป มูลค่าประมาณ 140,000 ล้านยูโร มอบให้ยูเครนในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยศูนย์ เพื่อสนับสนุนกองทัพยูเครน โดยก่อนหน้านี้ แมร์ทซ์ได้เผยแพร่ข้อเสนอนี้ผ่านบทความใน Financial Times ของอังกฤษ

โฆษกรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า ผู้นำทั้งสองยังได้หารือถึงสถานการณ์ในยูเครน และเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันหาทางยุติความขัดแย้งต่อไป นอกจากนี้ยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตในฉนวนกาซา โดยย้ำว่าจำเป็นต้องเร่งเจรจาเพื่อปล่อยตัวตัวประกัน ยุติการสู้รบ และปลดอาวุธฮามาสในการประชุมที่อียิปต์เร็ว ๆ นี้

ปัจจุบัน สหภาพยุโรปและชาติกลุ่ม G7 ได้อายัดทรัพย์สินรัสเซียไว้เกือบ 300,000 ล้านยูโร ซึ่งมากกว่า 200,000 ล้านยูโรถูกเก็บในระบบการเงิน Euroclear ของเบลเยียม ขณะเดียวกัน รัสเซียตอบโต้ด้วยการแช่แข็งสินทรัพย์ของนักลงทุนจากประเทศไม่เป็นมิตร และประกาศว่า หากตะวันตกยึดทรัพย์สินรัสเซียจริง มอสโกก็พร้อมใช้มาตรการตอบโต้เช่นกัน

เมื่อปี 2015 ‘ดร.ถู โหย่วโหย่ว’ กลายเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนแรก คว้ารางวัลโนเบล สาขาวิทย์ฯ จากผลงานคิดค้นยารักษามาลาเรีย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2558 องค์การโนเบลที่ประเทศสวีเดน ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ประจำปี 2015 ให้กับ ดร.ถู โหย่วโหย่ว (Tu Youyou) นักเภสัชศาสตร์ชาวจีน พร้อมกับวิลเลียม ซี. แคมป์เบลล์ นักวิทยาศาสตร์ชาวไอริช และซาโตชิ โอมูระ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น จากผลงานวิจัยด้านการรักษาโรคติดเชื้อปรสิต 

สำหรับ ดร.ถู โหย่วโหย่ว ได้รับรางวัลจากการค้นพบยารักษามาลาเรียชนิดใหม่ “อาร์ทีมิซินิน” (Artemisinin) ถือเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ได้รับรางวัลโนเบลด้านวิทยาศาสตร์ สร้างประวัติศาสตร์สำคัญให้กับวงการแพทย์และการแพทย์แผนจีน

โดยในทศวรรษ 1960–1970 ถู โหย่วโหย่วและทีมงานได้แรงบันดาลใจจากตำราแพทย์แผนจีนโบราณ และสามารถพัฒนายาจากสมุนไพรจนกลายเป็นการรักษาที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยมาลาเรียนับร้อยล้านคนทั่วโลก ซึ่งทุกวันนี้องค์การอนามัยโลกได้บรรจุอาร์ทีมิซินินเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานของโลกแล้ว

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานการแพทย์ของจีน แต่ยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาตะวันออกและวิทยาศาสตร์ตะวันตก ดร.ถู โหย่วโหย่ว กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของนักวิจัยหญิง และเป็นแรงบันดาลใจให้วงการแพทย์ทั่วโลกเดินหน้าต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความหวังใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top