Saturday, 4 July 2026
WORLD

ชาวญี่ปุ่นจวกนโยบายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้นตอปัญหาทำขยะเกลื่อนเมือง และทำสังคมวุ่นวายมากขึ้น

(29 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊กเจแปน - แจนแปล โพสต์ข้อความว่า…ตอนนี้สังคมญี่ปุ่นกำลังถกเถียงร้อนแรงเรื่องการเปิดรับคนต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยหลายคนในโซเชียลแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ถึงขั้นเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “การถูกบังคับให้รับวัฒนธรรมอื่นเข้ามา” เพราะมองว่าทำให้ประเทศที่เคยเป็นระเบียบ สะอาด และปลอดภัย กลายเป็นสังคมที่วุ่นวายมากขึ้น กรณีล่าสุดที่จุดกระแสก็คือภาพ “กองขยะ” ที่ถูกทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง จนถูกนำมาโยงกับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ

นักการเมืองญี่ปุ่น โคซากะ เอจิ ได้โพสต์ภาพกองขยะพร้อมข้อความประชดว่าเป็น “สถานที่ที่ถูกบังคับให้ต้องรับวัฒนธรรมอื่น” ซึ่งยิ่งทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็น หลายคนเล่าว่าเจอปัญหาคล้ายกัน ทั้งการทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่สกปรกจากครอบครัวชาวต่างชาติไม่กี่ครอบครัว จนเกิดความกังวลว่าหากมีผู้อพยพเพิ่มขึ้น สังคมญี่ปุ่นอาจ “พังยับ”

กระแสความโกรธยังพุ่งไปที่นักการเมืองที่ออกนโยบายเปิดรับแรงงานและผู้อพยพ โดยบางคนถึงขั้นกล่าวโทษอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ ว่าเป็นผู้ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศผู้อพยพ ขณะที่อีกกลุ่มกล่าวหา สส.ที่หนุนการย้ายถิ่นว่าเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว และทำลายความมั่นคงของชาติ ทั้งด้านวัฒนธรรม ความปลอดภัย และอัตลักษณ์ของญี่ปุ่นเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ปัญหาขยะหรือระเบียบชุมชน แต่ถูกยกระดับเป็น “วิกฤตประเทศ” มีการยกตัวอย่างยุโรปที่พยายามอยู่ร่วมกับผู้อพยพ แต่กลับเผชิญอาชญากรรมและปัญหาสังคมรุนแรง พร้อมเตือนว่าญี่ปุ่นอาจเดินซ้ำรอยหากยังดึงคนต่างชาติเข้ามาเพิ่มโดยไม่ควบคุม

เสียงสะท้อนเหล่านี้สะท้อนว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึก “ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ” กองขยะที่เห็นไม่ใช่เพียงขยะธรรมดา แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวของรัฐบาล ที่เลือกแลกความสงบเรียบร้อยของประชาชนกับผลประโยชน์จากการเปิดประเทศรับแรงงานต่างชาติ

คุณตาเจ้าของร้านล้างรถ วัย 79 ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ 50 ล้านดอลล์!! อ้างถูก จนท. ICE ทำร้ายซี่โครงหัก-สมองกระเทือน

(29 ก.ย. 68) นายราฟี โอลลาห์ ชูเฮด (Rafie Ollah Shouhed) วัย 79 ปี เจ้าของร้านล้างรถในนครลอสแอนเจลิส ยื่นฟ้องหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (ICE) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ ICE และหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ทำร้ายร่างกายเขาระหว่างการบุกตรวจค้นเมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าถูกผลักล้ม กระแทกพื้น และถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่หลายคน ขณะพยายามสอบสวนธุรกิจของตน

ทนายความของนายชูเฮดระบุว่า กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นการใช้กำลังอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น เจ้าของร้านสูงวัยถูกกักตัวนาน 12 ชั่วโมงโดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาล ก่อนจะถูกปล่อยตัวโดยไม่ตั้งข้อหา ซึ่งเขาอ้างว่าได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ศอกบาดเจ็บ และอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ขณะที่ตนเองยังมีโรคหัวใจและพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกเพิกเฉย

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ชี้แจงว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบุกจับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 5 คนจากกัวเตมาลาและเม็กซิโก โดยระบุว่าเจ้าของร้านเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและถูกจับในข้อหาทำร้ายและขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาถูกปล่อยตัวแล้ว

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องเรื่องการกวาดล้างคนเข้าเมืองในลอสแอนเจลิส ซึ่งจุดชนวนการประท้วงและคดีฟ้องร้องจำนวนมาก ล่าสุดผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยให้เหตุผลว่าเป็นภาพลักษณ์ที่คล้ายหน่วยตำรวจลับในระบอบเผด็จการ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

อดีตรมต.เกษตรจีน รับสินบนพันล้าน ศาลพิพากษาประหารชีวิต!! รอลงอาญา 2 ปี

(29 ก.ย. 68) ศาลชางชุน มณฑลจี๋หลิน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ให้ ถัง เหรินเจียน อดีตรัฐมนตรีเกษตรและกิจการชนบทของจีน รับโทษประหารชีวิต แต่ให้รอลงโทษ 2 ปี ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกปรับเป็นจำคุกตลอดชีวิตในคดีทุจริตรับสินบน มูลค่ารวมกว่า 268 ล้านหยวน (ราว 37.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1,387 ล้านบาท) โดยศาลระบุว่าเขาได้สารภาพและให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายถังรับสินบนเป็นเงินสดและทรัพย์สิน ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2024 ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีคำสั่งขับเขาออกจากพรรคตั้งแต่ปลายปี 2024 หลังถูกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยสอบสวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรณีนี้มีความใกล้เคียงกับคดีของอดีตรัฐมนตรีกลาโหม หลี่ ซางฝู (Li Shangfu) และ เว่ย เฟิงเหอ (Wei Fenghe) ที่ถูกสอบทุจริตเช่นกัน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปี 2020 โดยชี้ว่าการทุจริตคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อพรรคฯ 

‘สหรัฐฯ’ เตรียม!! เพิกถอนวีซ่าผู้นำโคลอมเบีย หลังร่วมประท้วง!! ยุยง!! ทหารไม่เชื่อฟังคำสั่ง

(28 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

Fox News รายงาน กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯเตรียมเพิกถอนวีซ่าของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรแห่งโคลอมเบีย 

อันเนื่องมาจากมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีโคลอมเบียได้เข้าร่วมการประท้วงที่นิวยอร์กซิตี้ "เรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ฝ่าฝืนคำสั่งและยุยงให้เกิดความรุนแรง" หลังจากที่เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ด้าน Reuters รายงาน   ประธานาธิบดีโคลอมเบีย กล่าวสวนทันที: “ข้าฯไม่ต้องการวีซ่าสหรัฐฯ – ข้าฯคืออิสระชนบนโลกใบนี้” ประธานาธิบดีเปโตรแห่งโคลอมเบียกล่าวว่าสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วยการเพิกถอนวีซ่าของเขา หลังจากที่เขาเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ในนิวยอร์ก และเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ไม่เชื่อฟังทรัมป์

เขากล่าวว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว โดยเรียกตัวเองว่าเป็น “อิสระชนบนโลกใบนี้” และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าลงโทษเขาเพียงเพราะ “ประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลโคลอมเบียเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่เปโตรสั่งระงับเที่ยวบินเนรเทศและตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอลในปี 2024

ขณะนี้เขาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธระดับโลกที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐฯ เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์

ด้านมืด!! ‘เมืองผู้ดี’ ที่ ‘BBC’ เลือกที่จะเงียบ ไม่เคยคิดทำสารคดี โสเภณีถูกกฎหมาย!! เสียภาษีรายได้ แต่ตรวจโรค ต้องควักจ่ายเอง

(28 ก.ย. 68) หลังจากมีกระแสตีกลับเรื่องที่ BBC ทำสารคดีเกี่ยวกับด้านมืดของสวรรค์นักท่องเที่ยวในเมืองไทย มาวันนี้เอย่าจะมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ทราบกัน  เรื่องแรกเลยที่ BBC สื่อเมืองผู้ดีควรจะทราบก่อนเลยคือเรื่องโสเภณีในอังกฤษก็มีมาตั้งแต่อดีตที่หลายคนรู้จักในยุคศตวรรษ 70-90  ที่ปรากฏตามภาพยนตร์ก็อย่างเช่นย่าน Soho ที่เป็นย่านบันเทิงมาตั้งแต่ยุควิคตอเรียและ Whitechapel ที่นอกจากจะมีตำนานแจ็ด เดอะริปเปอร์แล้ว ตำนานในย่านนี้ที่คนรู้จักกันดีคือหญิงขายบริการที่ใครจะมาหาซื้อก็ต้องมาในย่านนี้

ในปัจจุบันย่านโคมแดงของลอนดอนนอกจากจะเป็นย่าน Soho  ที่อุดมไปด้วยคลับ บาร์สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ยังมีย่าน Kings Cross และย่าน Camden ที่มีการขายบริการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ในย่านนี้รวมถึงในเมืองใหญ่อื่นๆนอกลอนดอนอย่าง แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล หรือเบอร์มิงแฮม ก็มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่เช่นเดียวกันกระจายไปทั่วไม่ได้แตกต่างอะไรกับประเทศไทย

สิ่งที่ดูแล้วจะทำให้รู้สึกว่าการขายบริการในอังกฤษต่างจากประเทศไทยคือการค้าประเวณีถือเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายและจะต้องเสียภาษีโดยคนที่คิดจะทำอาชีพนี้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าประเวณีกับ HM Revenue & Customs เพื่อให้ได้ Unique taxpayer reference เพื่อใช้สำหรับการยื่นภาษีรายได้โดยผู้ค้าประเวณีจะต้องทำบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายสำหรับยื่นในการเสียภาษีรายได้และ National Insurance โดยการจัดเก็บภาษีจะเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ 20-45% และ National insurance จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มขึ้นกับฐานรายได้ โดยหากรายได้ไม่เกิน 12,570 ปอนด์ต่อปีจะเสียอยู่ที่ 3.45 ปอนด์ต่อสัปดาห์และหากรายได้เกินกว่านี้จะเก็บเป็นขั้นบันไดตามลำดับ

อีกจุดที่ต่างกันคือกฎหมายของอังกฤษห้ามให้มีการประกอบกิจการซ่อง หรือ Brothel โดยถือว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจผิดกฎหมายนั่นเองเพราะในอังกฤษมองว่าการเปิดซ่องนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์นั่นเอง  อย่างไรก็ตามในอังกฤษก็ไม่ได้ต่างจากไทยคือการค้าประเวณีแฝงที่อยู่ในสถานบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะหรือร้านนวด

สุดท้ายเอย่ามองว่าการมองหามุมมืดของทุกประเทศนั้นมีหมดในอังกฤษเองก็ไม่ได้สะอาดหมดจดแถมยังเลือกจะแก้ปัญหาให้มีโสเภณีเสรีเสียอีกด้วยโดยปราศจากการควบคุมการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์นอกจากผู้ค้าสมัครใจตรวจโรคเองและเสียค่าใช้จ่ายเอง  ในขณะที่ประเทศไทยในยุคที่อาบอบนวดเฟื่องฟู มีข้อมูลมาว่าสถานบริการทางเพศที่ถูกต้องตามกฎหมายในไทยจะมีบังคับให้ตรวจโรคทุก 3-4 เดือนและต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจโรคเป็นสวัสดิการจากเจ้าของกิจการแก่พนักงาน

สุดท้ายเอย่าไม่ทราบว่า BBC ทำสารคดีนี้ต้องการอะไรแต่ช่วยกลับไปหาถึงมุมมืดในประเทศตนเองและทำสารคดีออกมาจะดีกว่าไหมว่ากฎหมายที่ตัวเองใช้ควบคุม Sex worker ของตนนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือเปล่ารวมถึงสวัสดิการในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

14 ชาติหนุนมติ ช่วยเหลือและหยุดยิง ‘กาซา’ แต่ ‘สหรัฐฯ’ เพียงชาติเดียว!! เข้าขวางโดยใช้วีโต้ค้าน

(19 ก.ย. 68) สหรัฐฯ ใช้วีโต้ (Veto) เป็นครั้งที่ 6 ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สกัดร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรในฉนวนกาซา และให้ยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะที่มี 14 ประเทศโหวตเห็นชอบร่างมติฉบับนี้ แต่ไม่ผ่านเพราะติดสิทธิ์วีโต้ของสหรัฐฯ

ร่างมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกควบคุมโดยฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ อย่างทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดย เดนมาร์กในฐานะสมาชิกได้เตือนต่อที่ประชุมว่า ตอนนี้ “กาซาเข้าสู่ภาวะทุพภิกขภัยแล้ว ไม่ใช่เพียงคาดการณ์” พร้อมระบุว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายจนไม่อาจเพิกเฉยได้

ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่า ฮามาสเป็นต้นเหตุของสงคราม และกล่าวว่าอิสราเอลยอมรับข้อเสนอเพื่อยุติสู้รบแล้ว แต่ฮามาสยังปฏิเสธ ด้านอิสราเอลเองก็ไม่พอใจกับถ้อยแถลงของคณะมนตรีฯ ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเหตุโจมตีในกาตาร์ แต่ยอมรับว่าระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ สงครามกาซาปะทุจากการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 คร่าชีวิตชาวอิสราเอล 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันราว 251 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาสูงเกิน 64,000 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยคณะมนตรีฯ จะจัดการประชุมพิเศษระดับสูงอีกครั้งสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

‘จีน’ ตอบรับ ‘อนุทิน’ ยินดีสานต่อความร่วมมือ เชิดชูมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 76 ปี สถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน: “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”ได้หยั่งรากลึกในใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น

คำถาม: เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 76 ปีแห่ง การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยจัดขึ้น ท่านได้ยกย่องความสำเร็จด้านการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ของจีน และบทบาทสำคัญของจีนต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของโลกในสุนทรพจน์ ท่านได้ย้ำว่า ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน และยินดีต้อนรับบริษัทจีนเข้าไปลงทุนในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวจีนไปท่องเที่ยวที่ไทย ฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไร

คำตอบ: เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 76 ปีแห่ง การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยจัดขึ้น และกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญมากของรัฐบาลไทยชุดใหม่ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย และได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย และเป็น “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” ภายใต้การชี้นำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีนและไทยได้พัฒนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจิตสำนึก “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันได้หยั่งรากลึกในใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น

‘หญิงเขมร’ ขอโทษ!! หลังโพสต์คลิปอ้าง มีการยิงกันที่ ‘ปราสาทตาเมือนธม’ ทำแตกตื่นกันทั้งโซเชียล!! สุดท้ายแค่เสียงฟ้าร้อง!! ไม่ใช่เสียงปืน ปะทะกัน

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) สื่อกัมพูชา Fresh News ได้โพสต์คลิป "ผู้หญิงชาวเขมรคนหนึ่งที่อ้างว่ามีการยิงกันเกิดขึ้นที่ ปราสาทตาเมือนธม ในวันที่ 26 กันยายน 2025 ได้ออกมาทำวิดีโอขอโทษแล้ว ความจริงแล้วมันคือแค่ เสียงฟ้าร้อง แต่เธอกลับตะโกนว่ามีเสียงระเบิดอาวุธขึ้นอีกแล้ว" จนทำให้ผู้คนแตกตื่น

ในคลิปเธอระบุว่า …

สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ฉันมาขอโทษที่ฉันได้บอกว่ามีการปะทะกันที่ปราสาทตาเมือนธม เขตอำเภอบันเตียเมียนเจย ฉันต้องขอโทษทุกคนด้วย เพราะว่าฉันได้ยินเสียงฟ้าร้อง ก็คิดว่าเสียงลูกปืน ที่เขายิงกัน ฉันเป็นห่วงทุกคน ขอโทษด้วยที่ฉันเข้าใจผิด ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดี มันได้ยินถี่มาก คล้ายเสียงปืน ฉันเข้าใจผิด อภัยให้ฉันด้วย

ทั่วโลกจับตา!! ‘ปาเลสไตน์’ ยกระดับบทบาทบนเวทีนานาชาติ หลังยื่นใบสมัครขอเข้ากลุ่ม BRICS ร่วมกับ ‘รัสเซีย-จีน’

(26 ก.ย. 68) ปาเลสไตน์ประกาศยื่นสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของกลุ่ม BRICS แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิก ส่งผลให้ปาเลสไตน์จึงยังคงเข้าร่วมการประชุมในฐานะแขกรับเชิญ โดยเอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำรัสเซีย ระบุว่าการเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบยังติดเงื่อนไขบางประการที่ต้องรอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม

สำหรับกลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยเริ่มจากบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ต่อมาได้มีการขยายสมาชิกเพิ่ม ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2024 รวมถึงอินโดนีเซียที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในปี 2025 ขณะนี้การสมัครของปาเลสไตน์จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นอีกก้าวสำคัญต่อการยกระดับบทบาทในเวทีโลก

‘อังกฤษ’ เตรียมบังคับแรงงานต้องมีบัตร (Brit card) ยืนยันตัวตน หวังแก้ปัญหาต่างด้าวผิดกฎหมาย…แต่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัว??

(26 ก.ย. 68) รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมผลักดันแผนออกบัตรดิจิทัล (Brit card) สำหรับประชาชนทุกคนที่ทำงานอยู่ในประเทศ โดยนายกฯ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยตรวจสอบสิทธิในการอยู่อาศัยและทำงานอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแผนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง หลังตัวเลขผู้อพยพข้ามช่องแคบอังกฤษพุ่งสูง และคดีขอลี้ภัยยังคั่งค้างกว่า 75,000 คดี

แม้ผลสำรวจชี้ว่าประชาชนมากกว่าครึ่งเห็นด้วยกับการมีระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล แต่กลุ่มสิทธิเสรีภาพ 8 องค์กรออกแถลงการณ์เตือนว่า บัตรดิจิทัลแบบบังคับอาจยิ่งผลักให้เกิดแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และแทบไม่ช่วยแก้ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์หรือการจ้างงานผิดกฎหมาย ขณะที่นักวิจารณ์ด้านสิทธิส่วนบุคคลกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ด้านผู้สนับสนุน เช่น ลอร์ด บลังกิต (Baron Blunkett) อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยของพรรคแรงงาน เห็นว่าถึงเวลาที่สหราชอาณาจักรต้องมีบัตรดิจิทัลแบบครอบคลุม โดยจะช่วยป้องกันการแอบอ้างตัวตน ปัญหาการค้ามนุษย์ และการจ้างงานผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสสู่บริการสาธารณะแบบดิจิทัลที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น สอดคล้องกับตัวอย่างประเทศเอสโตเนียที่ใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งสำเร็จไปได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม แผนนี้ยังต้องผ่านกระบวนการแก้ไขกฎหมายและอาจเผชิญแรงต้านจากฝ่ายค้านและภาคประชาสังคม โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า หากเดินหน้าสำเร็จ Brit card จะกลายเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญด้านนโยบายดิจิทัลของรัฐบาล แต่ก็อาจจุดชนวนถกเถียงครั้งใหญ่ระหว่าง “ความมั่นคงแห่งชาติ” กับ “สิทธิเสรีภาพของประชาชน” ในสังคมอังกฤษยุคใหม่

จีนเสนอจัดตั้ง ‘พันธมิตรระหว่างประเทศ’ ร่วมปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์

(19 ก.ย. 68) จีนเสนอจัดตั้ง “พันธมิตรระหว่างประเทศ” เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและไซเบอร์ ในการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะระดับโลก ปี 2025 ที่เมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง มณฑลเจียงซู เมื่อวันที่ 18 ก.ย. โดยย้ำว่าปัญหาดังกล่าวเป็นความท้าทายระดับโลกที่ต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนระบุว่า การรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์จำเป็นต้องเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างระบบกำกับดูแลที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมย้ำว่าข้อเสนอนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของจีนในการวางแนวทางใหม่เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในระดับโลก

ที่ผ่านมา จีนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงข้ามชาติแล้วกว่า 68,000 คน ผ่านความร่วมมือกับหลายประเทศ เช่น สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมียนมา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว ไทย และกัมพูชา โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 30 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางต้านภัยไซเบอร์ร่วมกัน

‘ทรัมป์’ เซ็นคำสั่งด่วนซื้อ TikTok ดำเนินธุรกิจต่อในสหรัฐฯ มูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลล์!! ดัน Oracle-กลุ่มทุนอาบูดาบี ถือหุ้นใหญ่

(26 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร อนุมัติข้อตกลงที่เปิดทางให้ TikTok ยังดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ต่อไป โดยข้อตกลงนี้ประเมินมูลค่าธุรกิจไว้ที่ 14,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 511,000 ล้านบาท) ตามคำกล่าวของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (James David Vance) ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายความมั่นคงที่บังคับให้ ByteDance บริษัทแม่ในจีน ต้องขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกแบนออกจากประเทศ

ตามข้อตกลง จะมีการตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่เพื่อดูแลกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ โดย ByteDance ถือหุ้นไม่ถึง 20% ขณะที่กลุ่มนักลงทุนหลัก ได้แก่ Oracle, Silver Lake และกองทุน MGX จากอาบูดาบี จะถือหุ้นรวมราว 45% ส่วนที่เหลือเป็นของนักลงทุนรายอื่น โดยข้อตกลงนี้ยังต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลจีน

Oracle จะมีบทบาทหลักในการดูแลความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ พร้อมให้บริการคลาวด์แก่ TikTok สหรัฐฯ โดยมี แลร์รี เอลลิสัน (Larry Ellison) ซีอีโอของ Oracle เข้าร่วมในกลุ่มผู้ถือหุ้นด้วย ทรัมป์ย้ำว่าข้อตกลงนี้ทำให้ TikTok อยู่ในการบริหารของ “นักลงทุนชาวอเมริกัน” และดำเนินงานโดยสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ

แม้ ByteDance จะยังไม่ออกมายืนยันธุรกรรมครั้งนี้ แต่ทรัมป์กล่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้อนุมัติให้เดินหน้าแล้ว โดยคำสั่งของทรัมป์ยังขยายเวลาให้ ByteDance จนถึง 16 ธันวาคม ก่อนที่กฎหมายความมั่นคงจะถูกบังคับใช้ 

‘นิโกลาส์ ซาร์โกซี’ อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดนศาลตัดสินจำคุก 5 ปี!! ฐานรับเงินอดีตผู้นำลิเบีย

(26 ก.ย. 68) อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) วัย 70 ปี ถูกศาลปารีสตัดสินว่ามีความผิดฐาน 'สมคบคิดทางอาญา' โดยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแผนการขอรับเงินสนับสนุนอย่างผิดกฎหมายจากพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี (Muammar Gaddafi) อดีตผู้นำลิเบีย เพื่อใช้หาเสียงเลือกตั้งปี 2007 โดยศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 ยูโร และห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองอีก 5 ปี

คำพิพากษานี้มีผลบังคับใช้ทันที ซาร์โกซีต้องเข้าพบอัยการก่อนวันที่ 13 ตุลาคม เพื่อรับทราบกำหนดวันเริ่มรับโทษ โดยไม่สามารถเลื่อนออกไปได้แม้จะยื่นอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถขอรับการปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไขเนื่องจากอายุเกิน 70 ปี โดยศาลได้ยกฟ้องข้อหาสำคัญหลายข้อ รวมถึงการทุจริตที่กล่าวหาว่าใช้เงินลิเบียหาเสียงโดยตรง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามหลังการตัดสิน ซาร์โกซียืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมประกาศว่าจะอุทธรณ์ และยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม แม้จะต้องเข้าเรือนจำก็ตาม ขณะที่ปฏิกิริยาทางการเมืองแตกเป็นสองขั้ว ฝ่ายซ้ายวิจารณ์อย่างเสียดสี ขณะที่ฝ่ายขวาเห็นว่าบทลงโทษเกินกว่าเหตุ และบางคนเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง พิจารณาอภัยโทษ

สำหรับคดีนี้ยังเกี่ยวพันกับบุคคลสำคัญ 11 ราย รวมถึงอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลซาร์โกซี และคนใกล้ชิดของกัดดาฟี ซึ่งศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานจำนวนมาก ตั้งแต่การเดินทางไปตริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย การโอนเงินต้องสงสัย จนถึงเอกสารที่เชื่อมโยงการส่งเงิน 6.5 ล้านยูโรให้ซาร์โกซี แต่สุดท้ายตัดสินว่าเอกสารดังกล่าวน่าจะเป็นของปลอม

คำตัดสินครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาทางกฎหมายที่รุมเร้าซาร์โกซี ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยถูกตัดสินจำคุกจากคดีการใช้จ่ายเกินวงเงินเลือกตั้งในปี 2012 และคดีติดสินบนผู้พิพากษา ปัจจุบันเขายังมีคำอุทธรณ์ค้างในศาลสูงฝรั่งเศส รวมถึงที่ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป ทำให้ภาพลักษณ์อดีตผู้นำรายนี้เผชิญแรงกดดันทั้งทางการเมืองและกฎหมายอย่างหนักหน่วงที่สุดในชีวิต

‘อาลี คาเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น ‘อิหร่าน’ จะต่อยปากคนห้ามเสริมแร่ยูเรเนียม

(25 ก.ย. 68) อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกมาปราศรัยเมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) ถึงการปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง พร้อมตอบโต้ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในประเทศ โดยคาเมเนอีชี้ว่าเป็น “คำสั่งบังคับ” มากกว่า “การเจรจา” และถือเป็นการดูหมิ่นชาติอิหร่าน

คาเมเนอี กล่าวว่า การเจรจาในเงื่อนไขปัจจุบันจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของชาติ และอาจสร้างความเสียหายร้ายแรง โดยสหรัฐฯ วางเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ผลลัพธ์ที่ยอมรับได้เพียงอย่างเดียว คือการให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์และการห้ามเสริมแร่ยูเรเนียมทั้งหมด ซึ่งคาเมเนอีมองว่าไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการบังคับให้ยอมจำนน

นอกนากนี้ คาเมเนอีระบุชัดว่า ข้อเรียกร้องที่ให้อิหร่านไม่มีสิทธิเสริมแร่ยูเรเนียม เป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ชาติที่มีศักดิ์ศรีจะยอมรับ พร้อมกล่าวเชิงแข็งกร้าวว่า “ประชาชาติอิหร่านจะชกปากคนที่พูดเช่นนี้” และย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมก้มหัวต่อแรงกดดันใด ๆ ทั้งเรื่องยูเรเนียมหรือประเด็นอื่น

พร้อมทั้ง เขายังวิจารณ์สหรัฐฯ ว่าใช้วิธีการข่มขู่ ทั้งการคุกคามทางทหารและการแทรกแซงในหลายประเด็น หากอิหร่านยอมเจรจาภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ จะยิ่งตอกย้ำความอ่อนแอและนำไปสู่การถอยร่นเรื่อย ๆ คาเมเนอีย้ำว่า “ไม่มีชาติที่มีเกียรติใดยอมเจรจาภายใต้การขู่บังคับ” และเตือนว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่อ้างว่าจะให้สิ่งตอบแทนนั้นเป็นเพียงคำโกหกเท่านั้น

ทำเนียบขาวเตือนหน่วยงาน!! เร่งจัดทำแผนลดคน หลังรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เสี่ยง ‘ชัตดาวน์’ อีกระลอก

(25 ก.ย. 68) สํานักงานบริหารและงบประมาณ (OMB) ของทำเนียบขาวสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเตรียมแผนลดกำลังคน หากเกิดการปิดทำการของรัฐบาลกลางในสัปดาห์หน้า อาจนำไปสู่การปลดพนักงานจำนวนมาก 

ในเอกสารบันทึกของ OMB ระบุว่า ให้หน่วยงานระบุโครงการที่จะสูญเสียงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พร้อมร่างแผนที่ครอบคลุมมากกว่าการพักงานชั่วคราว และเตรียมการเลิกจ้างถาวรสำหรับโครงการที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

มาตรการดังกล่าวแตกต่างจากการปิดทำการในอดีต ซึ่งพนักงานมักถูกเรียกกลับมาทำงานเมื่อได้รับงบประมาณ ขณะที่ รัสเซลล์ วอห์ท (Russell Vought) ผู้อำนวยการ OMB เตรียมใช้มาตรการเลิกจ้างถาวรเป็นเครื่องมือต่อรองกับพรรคเดโมแครต

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานที่จำเป็น เช่น ประกันสังคม เมดิแคร์ สวัสดิการทหารผ่านศึก กองทัพ การบังคับใช้กฎหมาย การตรวจคนเข้าเมือง และการควบคุมการจราจรทางอากาศ จะยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่พรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่สามารถตกลงเรื่องงบประมาณได้ ก่อนปีงบประมาณใหม่จะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top