Saturday, 4 July 2026
WORLD

เปิดแผลสังคมชายแดน แรงงานไทย ‘บ่อน-แก๊งสแกมเมอร์-ค้าบริการ’ เสี่ยงตาย ไร้รัฐปกป้อง!! วงจรอุบาทว์คนไทย ในธุรกิจมืดต่างแดน

ดูข่าวไม่กี่วันมานี้มีแต่ข่าวปั่นโดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่พยายามจะเล่นสื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามอย่างล่าสุดเรื่องที่ทูตจีนออกมากล่าวเรื่องรักษาอธิปไตยของกัมพูชา เอย่านี่ซูดปากบอกแหมเล่นใหญ่สไลเดอร์แต่อเมริกาบอกเป็นกลางแต่ให้เงินสนับสนุนเขาที่เป็นตัวเลขบนกระดาน 20 กว่าล้านบาท ไม่รู้เงินใต้โต๊ะอีกเท่าไร ทีอย่างนี้ไม่เห็นสื่อไหนออกมาบอกว่าอเมริกาสนับสนุนกัมพูชาเลยสักคำ สื่อไทยใจขี้ข้าอเมริกาหรือเปล่าก็ไม่รู้ก็งับข่าวไปแปลหรือไม่ก็เขาแปลมาให้แล้ว แค่เอาข่าวไปลง เอาเป็นว่าเรื่องนี้เอย่าจะไม่พูดดีกว่า มาคุยเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องกันคือไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวอดีตเชฟหนุ่มไทยเสียชีวิตในปอยเปต ประเด็นคือทำไมโรงพยาบาลในปอยเปตจึงไม่ทำการรักษา โดยจนถึงวันนี้ที่เอย่าเขียนบทความนี้ก็ได้ความว่า โดยทั่วไปหากใครก็ตามที่ไม่มีเอกสารอะไรติดตัวเลย ส่วนใหญ่โรงพยาบาลก็จะไม่รับรักษายกเว้นมีการส่งตัวจากเจ้าหน้าที่หรือมีใครที่สามารถการันตีหรือสื่อสารได้ว่าเขาคือใครเป็นอะไรมาจากไหนจึงจะสามารถรับรักษาได้ ธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาคนไข้นี้เป็นเหมือนกันทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยเรายึดถือธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยแบบนี้มาช้านานแล้ว

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจคือ ทำไมผู้เสียชีวิตไม่มีเอกสารติดตัวเลย โดยทั่วไปการที่คนสักคนจะไปอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะชายแดนไทยโดยที่ไม่มีเอกสารอะไรเลยมีอยู่ไม่กี่สาเหตุ สาเหตุหลักๆ อาจจะมาจากการที่เข้าไปทำงานกับกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศนั้นซึ่งเมื่อเข้าไปทางพวกสแกมเมอร์จะยึดพาสปอร์ตดังนั้นต่อให้หนีออกมาก็จะไม่ได้เอกสารการเดินทางต่างๆ ออกมาด้วยนั่นเอง

แต่จากนี้มีประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ คนไทยที่ไปทำธุรกิจตามชายแดน มีใครข้ามไปทำอะไรกันบ้าง เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาขยายเรื่องนี้ให้ทราบกัน

อาชีพแรกที่เรารู้ว่าจะต้องข้ามไปทำงานบริเวณชายแดนไทยกับชายแดนเพื่อนบ้านเป็นประจำก็คือนักธุรกิจชายแดนที่ค้าขายสินค้ากับพ่อค้าคนกลางหรือนักธุรกิจเพื่อนบ้านต่างชาติที่อาจจะต้องข้ามฝั่งไปเยี่ยมเยียนหากันบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อสานสัมพันธ์การค้าไม่ว่าธุรกิจสีขาว สีเทา หรือ สีดำก็ตาม อาชีพต่อมาคนที่ทำงานในบ่อน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือดีลเลอร์คนแจกไพ่บ่อน รวมถึงเชฟ และพนักงานในส่วนของโรงแรมที่พักหรือพนักงานในส่วนอื่นๆ ที่เอนเตอร์เทนเมนต์นั้นๆ ต้องการ ส่วนอาชีพที่ดูแล้วเหมือนจะสมัครใจหรือโดนหลอกไปที่บริเวณชายแดนก็คือกลุ่มที่ไปทำงานสแกมเมอร์และขายบริการนั่นเอง ถามว่าทำไมถึงมีการโฟกัสที่กลุ่มนี้นั่นก็เพราะว่ากลุ่มที่ทำงานสแกมเมอร์ที่เป็นคนไทยเองถึงแม้ว่าจะมีการประกาศเอย มีลงข่าวอย่างต่อเนื่องเรื่องการทำงานในประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีคนไทยจำนวนมากหลงเชื่อว่าไปทำงานแอดมินเพจในประเทศเพื่อนบ้าน รายได้ดี ทั้งๆ ที่หากทำงานแอดมินเพจจริงๆ นั้น สามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ  

จากข้อมูลของอดีตแอดมินเพจมองพม่าได้ให้ข้อมูลกับเอย่าไว้ว่าในแต่ละปีมีคนจำนวนไม่น้อยเดินทางแบบเต็มใจก็ดี ไม่เต็มใจก็ดีเข้ามาทำงานในระบบสแกมเมอร์เพียงเพื่อหวังงานสบายรายได้ดี แต่ส่วนใหญ่คนที่ทำงานสแกมเมอร์ เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกมาทำงานและได้รับการช่วยเหลือจนกลับไปไทยได้จะไม่กลับมาอีก ซึ่งต่างจากกลุ่มค้าบริการทางเพศที่แม้ว่าจะโดนทำร้าย หน่วงเหนี่ยว กักขังจนสุดท้ายสามารถช่วยเหลือจนเดินทางกลับประเทศไทยได้ แต่ไม่นานก็เดินทางกลับมายังชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอีก โดยหลายรายอ้างว่าคิดถึงแฟน (คนที่หน่วงเหนี่ยว กักขัง ทำร้าย) จนเป็นที่มาที่ต้องไปช่วยเหลือนั่นเอง

ประเด็นสำคัญคือเราควรไปเสียเวลาช่วยคนกลุ่มนี้ไหม ซึ่งหลายครั้งคนกลุ่มนี้พยายามติดต่อใครก็ตามที่สามารถช่วยเหลือพวกเขาออกมาได้ แต่ความจริงแล้วคนที่ควรติดต่อนั่นคือเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เสียมากกว่า แต่ถ้าหากเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้นๆ แบบไม่ถูกต้องแล้วทางเอย่าก็คงตอบได้แค่เพียงว่าค่าใช้จ่ายในการออกจากประเทศนั้นๆ แพงกว่าการเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้น 10-20 เท่า หรือบางคนอาจจะต้องยอมเป็นทาสอารมณ์ปรนเปรอกามให้แก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ก่อนจะได้เดินทางกลับมาจริงซึ่งสุดท้ายจากข้อมูลที่ทางเพจมองพม่าให้มาบอกว่า หลายคนไปแต่ตัวก็กลับมาแต่ตัว หลายคนบอกว่ามีชีวิตกลับมาก็ดีแล้วแต่อีกหลายคนเลือกที่จะกลับไปเพราะเงินมันหอมจนคนพวกนั้นไม่คิดจะหาเงินโดยวิธีอื่น ซึ่งนั่นก็คือราคาที่คนเหล่านั้นต้องจ่ายเพราะการขายบริการทางเพศนั้นส่วนใหญ่ไม่มีกฎเรื่องการใส่ถุงยางป้องกัน รวมถึงหลายคนมีรสนิยมทางเพศที่ผิดธรรมชาติรวมถึงการเสพยาที่มีมากมายหาง่ายในกลุ่มจีนเทาที่อยู่ตามขอบชายแดน แหล่งข่าวของเอย่าที่ชายแดนอีกท่านให้ความเห็นว่าบางทีเราอาจจะควรต้องดำเนินคดีสำหรับคนที่ไปทำงานเป็นสแกมเมอร์และกลุ่มค้าบริการในประเทศเพื่อนบ้านเพราะคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่สร้างปัญหาไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย ยาเสพติดและฉ้อโกงประชาชน เพราะทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีการประชาสัมพันธ์ ออกข่าว รณรงค์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้แต่สุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็ยังเลือกที่จะเดินทางไปแต่พออยากกลับไทยก็หงายการ์ดว่าโดนหลอกไปทุกที

‘เชน ค็อปลัน’ แห่ง Polymarket จุดไฟวงการคริปโต ขึ้นแท่นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยสุดในโลก หลังดีลกับ NYSE

(10 ต.ค. 68) เชน ค็อปลัน (Shayne Coplan) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Polymarket แพลตฟอร์มทำนายเหตุการณ์บนบล็อกเชนชื่อดัง กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก ในวัยเพียง 27 ปี หลังจาก Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) เข้าลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดันมูลค่า Polymarket พุ่งแตะระดับ 9 พันล้านดอลลาร์ พร้อมขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปคริปโตที่เติบโตเร็วที่สุดในรอบทศวรรษ

สำหรับ Polymarket เปิดให้ผู้คนทั่วโลกสามารถ “เดิมพันเชิงทำนาย” เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งการเลือกตั้ง ราคาคริปโต หรือแม้แต่ประเด็นในโลกออนไลน์ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1.3 ล้านราย และมูลค่าการเทรดเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ ‘ค็อปลัน’ กลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการคริปโตตามรอย ชางเพ็ง เจา “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance และ ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) CEO ของแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล Coinbase

ทั้งนี้ เส้นทางของค็อปลันไม่ง่าย เขาเริ่มสร้าง Polymarket จากห้องน้ำเล็ก ๆ มีพนักงานเพียงคนเดียว ก่อนจะถูก FBI จับกุมหลังแพลตฟอร์มโด่งดังจากการทำนายผลเลือกตั้งปี 2024 มูลค่าเดิมพันสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากรอดวิกฤต เขากลับพลิกเกมได้สำเร็จ โดยมีผู้สนับสนุนระดับโลกอย่าง ปีเตอร์ ทีล (Peter Thiel) นักธุรกิจและนักลงทุน ชาวเยอรมัน-อเมริกัน, วิทาลิก บูเทอริน (Vitalik Buterin) โปรแกรมเมอร์ชาวแคนาดาและเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum Buterin 

นอกจากนี้ยังมี บริษัท 1789 Capital ที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นที่ปรึกษา ซึ่ง ‘ค็อปลัน’ เคยกล่าวไว้ว่า “ไอเดียที่เปลี่ยนโลกมักอยู่ตรงหน้าเราเสมอ แค่ต้องบ้าพอที่จะลงมือทำ”

‘ทรัมป์’ ฉลองข้อตกลงหยุดยิงกาซา แต่ยังไม่รับประกันอิสราเอลจะไม่โจมตีอีก

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงฉลองความสำเร็จหลังมีการปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอล 20 คน จากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยทรัมป์ย้ำว่า “สิ่งแรกที่เราต้องทำคือพาตัวประกันกลับบ้านให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยดูต่อไป” พร้อมเปิดเผยแผนเดินทางไปอียิปต์วันอาทิตย์นี้ เพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ และกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาอิสราเอล

ทรัมป์กล่าวว่า แผนสันติภาพ 20 ข้อที่ตนเป็นผู้ผลักดัน จะนำไปสู่การถอนทหารอิสราเอลออกจากเขตกาซาเป็นขั้นตอน และจัดตั้ง “กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยมีประเทศอาหรับที่ร่ำรวยร่วมสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ “พวกเขารวยมาก และอยากช่วยสร้างกาซาใหม่ให้เป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ” ทรัมป์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเขามั่นใจหรือไม่ว่าอิสราเอลจะไม่กลับไปโจมตีกาซาอีก ทรัมป์ตอบเพียงว่า “เราจะดูอีกทีหลังจากนี้” พร้อมยืนยันว่าขณะนี้เป้าหมายหลักคือการช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์และสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง เขายังย้ำว่า “ผมไม่ได้ทำเพื่อรางวัลโนเบล ผมทำเพราะผมต้องการช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก”

‘ชาวเขมร’ ตั้งแถวโบกธงรับเรือรบจีน 2 ลำ ขณะเข้าเทียบท่าสีหนุวิลล์ในภารกิจเชื่อมสัมพันธ์ 2 ประเทศ

(10 ต.ค.68) สื่อกัมพูชารายงานว่าเรือของกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน 2 ลำ เดินทางถึงกัมพูชาในเช้าวันนี้ เพื่อเริ่มภารกิจการเยือนประเทศเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-14 ต.ค. ที่ระบุว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางทะเลระหว่างสองประเทศ

เรือรบจีน 2 ลำ ที่ประกอบด้วยเรือฉี จี้กวง (Qi Jiguang) และเรืออี้ เหมิงซาน (Yi Mengshan) ได้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ จ.พระสีหนุ ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพลเรือเอก อิน สุเขมรา รองเสนาธิการประจำฐานทัพเรือเรียม พร้อมด้วยนายทหารอาวุโสอื่นๆ

ฐานทัพเรือเรียมระบุว่า เรือฉี จี้กวง (PLAN 83) ที่มีนาวาเอกซวี เจี้ยนกัว เป็นผู้บังคับบัญชา มีความยาว 165 เมตร กว้าง 22.2 เมตร และมีระยะกินน้ำลึก 6.5 เมตร และมีระวางขับน้ำ 10,907 ตัน ส่วนเรืออี้ เหมิงซาน (PLAN 988) มีนาวาเอกฟู่ เซียนเว่ย เป็นผู้บังคับบัญชา มีความยาว 210 เมตร กว้าง 28 เมตร และมีระยะกินน้ำลึก 7.5 เมตร ระวางขับน้ำ 26,040 ตัน

รายงานของสื่อกัมพูชาระบุว่า การเยือนเป็นเวลา 5 วันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างกองทัพเรือกัมพูชาและกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน

‘รัสเซีย’ โชว์ตัวเลขการค้ากับแอฟริกาโตพุ่ง ตั้งเป้ากระจายตลาด ดันเศรษฐกิจภูมิภาคเติบโต

(10 ต.ค. 68) รัสเซียเผยการค้ากับประเทศในทวีปแอฟริกาเติบโตอย่างรวดเร็ว มีมูลค่ารวมเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามคำกล่าวของนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งระบุว่ามีประเทศคู่ค้าหลักราว 8 แห่ง หรือคิดเป็นกว่า 70% ของการค้าทั้งหมด พร้อมย้ำว่ามอสโกจะเดินหน้ากระจายตลาดและเพิ่มความร่วมมือในภูมิภาค

ลาฟรอฟให้สัมภาษณ์กับสถานี RT ว่า แม้รัสเซียยังมีมูลค่าการค้ากับแอฟริกาน้อยกว่าจีนหรือชาติตะวันตก แต่แนวโน้มเติบโตเร็วอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกของการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของรัสเซียในภูมิภาคที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติและตลาดเกิดใหม่

นอกจากนี้ ลาฟรอฟยังกล่าวว่ารัสเซียพร้อมทำงานร่วมกับจีนภายใต้ “ข้อริเริ่มด้านธรรมาภิบาลโลก” ที่เสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อส่งเสริมระบบโลกที่เป็นธรรม ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในกระบวนการตัดสินใจระดับโลก

‘มาเรีย โครีนา มาชาโด’ ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ผงาดคว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 2025

(10 ต.ค. 68) มาเรีย โครีนา มาชาโด (Maria Corina Machado) นักการเมืองฝ่ายค้านเวเนซุเอลา คว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพประจำปี 2025 จากคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ ณ กรุงออสโล ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของสัปดาห์แห่งการประกาศรางวัลโนเบล ระหว่างวันที่ 6–13 ตุลาคม โดยปีนี้มีผู้ถูกเสนอชื่อรวม 338 ราย แบ่งเป็นบุคคล 244 ราย และองค์กร 94 แห่ง

คณะกรรมการโนเบลระบุว่า มาชาโดเป็นสัญลักษณ์ของ “ความกล้าหาญในการต่อสู้กับการกดขี่” และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนในประเทศยังคงมีความหวังต่อเสรีภาพ แม้ต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนจากภัยคุกคามทางการเมือง ซึ่งเธอยังคงอยู่ในเวเนซุเอลาและยืนหยัดต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า มาชาโด “เป็นผู้รวมพลังฝ่ายค้านให้เป็นหนึ่งเดียว ต่อต้านการใช้กำลังทหารในสังคม และยึดมั่นในแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ” ซึ่งทำให้เธอเป็นผู้ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) ทั้งสามข้ออย่างแท้จริง

‘เนทันยาฮู’ โพสต์ชม ‘ทรัมป์’ ย้ำสมควรได้รับรางวัลโนเบล จากแผนสันติภาพ 20 ข้อ ช่วยยุติสงคราม ‘อิสราเอล-ฮามาส’

(10 ต.ค. 68) นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยกเหตุผลว่าแผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์มีส่วนสำคัญในการยุติสงครามกาซาที่ดำเนินมานานสองปี ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

เนทันยาฮูโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “มอบรางวัลโนเบลสันติภาพให้ @realDonaldTrump — เขาสมควรได้รับมัน!” พร้อมภาพที่สร้างด้วย AI แสดงให้เห็นทรัมป์ยิ้มรับเสียงปรบมือจากผู้คน ขณะเขาสวมเหรียญโนเบลไว้ที่คอ และมีแบนเนอร์ด้านหลังเขียนว่า “สันติภาพผ่านพลัง”

ด้านทรัมป์ประกาศเมื่อวันพุธว่า อิสราเอลและฮามาสได้ลงนามใน “ระยะที่หนึ่ง” ของแผนสันติภาพแล้ว โดยจะเริ่มจากการปล่อยเชลยทั้งหมดและถอนทหารอิสราเอลไปยังแนวเส้นที่ตกลงกันไว้ เพื่อมุ่งสู่ “สันติภาพที่ยั่งยืนและถาวร” พร้อมระบุว่าอาจเดินทางไปตะวันออกกลางในสุดสัปดาห์นี้เพื่อติดตามข้อตกลงหยุดยิงด้วยตนเอง

นอกจากเนทันยาฮูแล้ว ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มีเล (Javier Milei) ของอาร์เจนตินาก็ร่วมสนับสนุนการเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงโนเบล โดยกล่าวว่า “ผู้นำคนอื่นที่สร้างสันติภาพระดับนี้ คงได้รับรางวัลไปนานแล้ว” ทั้งนี้ ทรัมป์เคยได้รับการเสนอชื่อจากเนทันยาฮูมาก่อนเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังมีบทบาทในการผลักดัน “ข้อตกลงอับราฮัม” ระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับหลายประเทศ

‘มาครง’ หนุนแผนสหรัฐฯ ยุติสงครามกาซา จี้อิสราเอลหยุดขยายนิคมยิว!! ชี้ทำลายหนทางรัฐปาเลสไตน์

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประกาศสนับสนุนแผนของสหรัฐฯ ในการยุติสงครามอิสราเอล–กาซา โดยเรียกร้องให้มี “การหยุดยิงถาวร” และปล่อยตัวเชลยทั้งหมด พร้อมตำหนิการขยายนิคมยิวในเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอลว่าเป็นอุปสรรคต่อการสร้างรัฐปาเลสไตน์และสันติภาพในภูมิภาค

มาครงกล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจากกลุ่มประเทศอาหรับและยุโรปที่กรุงปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าฝรั่งเศส “พร้อมมีบทบาทในกองกำลังรักษาเสถียรภาพกาซา” หลังสงครามสิ้นสุด โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือประชาชนในกาซาที่ถูกทำลายอย่างหนักจากสงคราม และเตรียมแผนรับมือวันหลังสงคราม

การหารือเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังอิสราเอลและฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เพื่อแลกกับการปล่อยเชลยอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามที่คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนและก่อวิกฤตมนุษยธรรมรุนแรง ข้อตกลงนี้มีอียิปต์เป็นตัวกลาง และสอดคล้องกับแผนสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แม้อิสราเอลแสดงความไม่พอใจที่ฝรั่งเศสจัดประชุมดังกล่าวโดยไม่ปรึกษาไว้ก่อน แต่มาครงยืนยันว่าการสนับสนุนรัฐปาเลสไตน์และผลักดันแนวทางสองรัฐยังเป็นหนทางเดียวสู่สันติภาพถาวร พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือฟื้นฟูเสถียรภาพและสร้างอนาคตใหม่ให้กับกาซา

‘เซเลนสกี’ ประกาศพร้อมเสนอชื่อ ‘ทรัมป์’ ชิงโนเบล สาขาสันติภาพ หากส่งขีปนาวุธ ‘โทมาฮอว์ก’ ให้ยูเครน และช่วยสงบศึกกับรัสเซีย

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งขีปนาวุธพิสัยไกล 'โทมาฮอว์ก' ให้ยูเครน และช่วยเจรจาหยุดยิงกับรัสเซีย ยูเครนพร้อมจะเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 

เซเลนสกีเผยว่า ระหว่างการพบทรัมป์ที่นครนิวยอร์กเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เขาไม่ได้ยินคำว่า “ไม่” จากผู้นำสหรัฐฯ แต่ได้รับสัญญาณว่าจะมีการพิจารณา โดยเขามองว่าการหยุดสงครามแม้ไม่ง่าย แต่เป็นหนทางที่เกิดขึ้นได้ และหากทรัมป์ช่วยให้เกิดสันติภาพได้จริง “เขาควรได้รับรางวัลโนเบล”

ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า “เกือบตัดสินใจแล้ว” แต่ต้องการทราบก่อนว่าจรวดจะถูกนำไปใช้อย่างไร ด้านรัสเซียเตือนว่า หากสหรัฐฯ ส่งโทมาฮอว์กให้ยูเครน จะยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์รัสเซีย–อเมริกา

‘ปูติน’ ยอมรับ ‘รัสเซีย’ ยิงขีปนาวุธพลาด ทำเครื่องบินอาเซอร์ไบจานตก ดับ 38 ศพ

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียเป็นต้นเหตุที่ทำให้เครื่องบินโดยสารของสายการบินอาเซอร์ไบจานตกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 38 คน ถือเป็นครั้งแรกที่มอสโกยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

ปูตินระบุว่า ขีปนาวุธของรัสเซียถูกยิงขึ้นเพื่อสกัดโดรนของยูเครน แต่เกิดระเบิดใกล้เครื่องบิน Embraer 190 ของอาเซอร์ไบจานซึ่งกำลังจะลงจอดที่เมืองกรอซนี ในแคว้นเชชเนีย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2024 ทำให้เครื่องบินพยายามหันหัวไปลงจอดในคาซัคสถานแต่ตกกลางทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 38 จาก 67 คนบนเครื่อง

โดยผู้นำรัสเซียกล่าวระหว่างการพบกับประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) แห่งอาเซอร์ไบจาน ที่กรุงดูชานเบ ประเทศทาจิกิสถาน ว่าจะลงโทษผู้เกี่ยวข้องและจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่าเป็น “ความผิดพลาดทางเทคนิค” ที่ทำให้ขีปนาวุธระเบิดห่างจากเครื่องบินเพียง 10 เมตร ด้านอาลีเยฟกล่าวขอบคุณรัสเซียที่เปิดเผยข้อเท็จจริงและติดตามคดีด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและบากูที่เคยแน่นแฟ้นเริ่มตึงเครียดหลังเหตุเครื่องบินตก โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุคนเชื้อสายอาเซอร์ไบจานถูกตำรวจรัสเซียจับกุมหลายรายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองผู้นำยืนยันต้องการฟื้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และพลังงานระหว่างสองประเทศให้กลับมาดังเดิม

‘จีน’ เผยเอกสารจุดยืน!! มติ UN 2758 คือหลักฐานสากล มีเพียงจีนเดียวในโลก ‘ไต้หวัน’ จะไม่มีวันถูกแยกออกจากจีน

(9 ต.ค. 68) รัฐบาลจีนเผย 'เอกสารจุดยืน' เกี่ยวกับมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 2758 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1971 ย้ำชัดว่ามติฉบับนี้คือหลักฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่รับรองว่า “มีเพียงจีนเดียวในโลก” และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนคือผู้แทนโดยชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของประเทศจีนในองค์การสหประชาชาติ พร้อมระบุว่า มติ 2758 ได้แก้ไขปัญหาการเป็นตัวแทนของจีนอย่างสมบูรณ์ รวมถึงดินแดนไต้หวันด้วย

จีนชี้ว่ามติ 2758 เป็นการยืนยันหลักการ 'จีนเดียว' อย่างเป็นทางการ โดยไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'สองจีน' หรือ 'จีนหนึ่ง ไต้หวันหนึ่ง' ทั้งยังระบุว่าการที่รัฐบาลปักกิ่งเข้ามาแทนที่รัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ROC) ในปี 1949 เป็นเพียงการเปลี่ยนรัฐบาลภายในประเทศเดียวกัน ไม่ได้กระทบต่ออธิปไตยหรือเขตแดนของจีน และไต้หวันจึงเป็นส่วนหนึ่งของจีนในทางกฎหมายและข้อเท็จจริง

จีนยังกล่าวถึงความพยายามของบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เคยพยายามขัดขวางไม่ให้จีนแผ่นดินใหญ่กลับเข้าสู่สหประชาชาติในช่วงก่อนปี 1971 แต่ในที่สุดมติ 2758 ก็ผ่านด้วยเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น ซึ่งเป็น “ชัยชนะของประชาชนทั่วโลกในการต่อต้านลัทธิเฮเกะโมนีและการเมืองอำนาจ” พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันกว่า 180 ประเทศได้สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนบนพื้นฐานของหลักการจีนเดียว

ทั้งนี้ จีนเตือนว่า การบิดเบือนมติ 2758 หรืออ้างว่า “สถานะของไต้หวันยังไม่ชัดเจน” ถือเป็นการท้าทายระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นภัยต่ออำนาจของสหประชาชาติ ปักกิ่งย้ำว่า ไต้หวันไม่เคยเป็นประเทศอิสระในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต และจะไม่มีวันถูกแยกออกจากจีนอีกครั้ง เพราะ “อธิปไตยและดินแดนของจีนไม่อาจแบ่งแยกได้”

ลาวจับมือเวียดนาม เปิดช่องทางนำเข้า ‘เชื้อเพลิง’ เส้นทางใหม่ งีเซิน-เชียงขวาง-หัวพัน ดันเศรษฐกิจภูมิภาค

(9 ต.ค. 68) บริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงลาว (Lao State Fuel Company) เปิดเส้นทางนำเข้าเชื้อเพลิงสายใหม่ผ่านท่าเรืองีเซินของเวียดนาม เพื่อเสริมแกร่งความมั่นคงด้านพลังงานและรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องในลาว

เส้นทางใหม่นี้เชื่อมต่อท่าเรือในเขตเศรษฐกิจพิเศษงีเซิน จังหวัดทัญฮว้าของเวียดนาม มายังลาว โดยผ่านด่านตรวจระหว่างประเทศน้ำคัง ในแขวงเชียงขวางตอนเหนือของลาว และด่านตรวจระหว่างประเทศน้ำโสยในแขวงหัวพันทางตอนเหนือ ซึ่งเชื้อเพลิงที่นำเข้าจะถูกเก็บไว้ที่คลังนาทองในแขวงหัวพัน

เส้นทางข้างต้นช่วยสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลลาวในการรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงที่มั่นคงทั่วประเทศ และตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมในตอนเหนือของลาว

โครงการนี้ยังไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดหาเชื้อเพลิงมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างลาวและเวียดนาม การเปิดเส้นทางใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

อนึ่ง ปัจจุบันลาวนำเข้าเชื้อเพลิงส่วนใหญ่จากไทย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์

‘ทรัมป์’ อ้างสหรัฐฯ ถล่มโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เพื่อหยุดสงคราม ช่วยปูทางทำให้ดีลระหว่าง ‘อิสราเอล–ฮามาส’ สงบศึกเกิดขึ้น

(9 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้เกิดข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยระบุว่า “ขณะนั้น อิหร่านกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ภายใน 1-2 เดือน หากผมปล่อยให้เกิดขึ้น ข้อตกลงนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้”

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากการโจมตีดังกล่าว อิหร่านยอมรับและสนับสนุนข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับฮามาส พร้อมย้ำว่าการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของเตหะรานช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางไม่มั่นคง

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเมื่อ 13 มิถุนายน โดยกล่าวหาอิหร่านว่ามีโครงการนิวเคลียร์ลับ ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันด้วยการยิงข้ามแดนต่อเนื่อง 12 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้าร่วมโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อ 22 มิถุนายน และในวันถัดมา ทรัมป์ประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านได้ตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงคราม

จีนประกาศใช้ระเบียบการขนส่งทางทะเลฉบับใหม่ ตอบโต้ชาติที่กีดกันเรือ และผู้ประกอบการจีน

(9 ต.ค. 68) หลี่ เฉียง (Li Qiang) นายกรัฐมนตรีจีน ได้ลงนามในคำสั่งของคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขระเบียบว่าด้วยการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ

ภายใต้กฎระเบียบฉบับใหม่นี้ จีนจะใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็นต่อประเทศหรือภูมิภาคที่กำหนดหรือสนับสนุนข้อห้าม ข้อจำกัด หรือมาตรการเลือกปฏิบัติใดๆ ที่มุ่งเป้าไปยังผู้ประกอบการ เรือ หรือลูกเรือชาวจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศและบริการที่เกี่ยวข้อง

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะถูกนำมาบังคับใช้ เว้นแต่กรณีที่สนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลไว้

คำสั่งดังกล่าว ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มการค้าการขนส่งระหว่างประเทศต้องยื่นรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานด้านการขนส่งของจีน

ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา

‘นักร้องดังกัมพูชา’ ออกมาขอขมายกใหญ่ หลังเจอดราม่ากิน!! ‘พิซซ่าสัญชาติไทย’

(9 ต.ค. 68) เกิดกระแสดราม่าบนโซเชียลกัมพูชา หลังแฟนคลับพบภาพ นักร้องสาว 'ซูออส วีซ่า' และสามี ซึ่งเป็นนักร้องหนุ่มชื่อดังของประเทศ เดินทางไปรับประทานอาหารในร้าน พิซซ่าสัญชาติไทย ที่เปิดสาขาในกัมพูชา ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเป็นการไม่เหมาะสม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางอารมณ์ระหว่างประชาชนสองประเทศในโลกออนไลน์ช่วงนี้

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งคู่ได้ออกมาโพสต์วิดีโอขอโทษต่อแฟน ๆ และประชาชน โดยฝ่ายชายกล่าวว่า “ผมลืมตัวจริง ๆ พอเห็นซอสพริกและตัวอักษรไทยก็รีบลุกออกทันที” พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่าไม่ได้ตั้งใจสนับสนุนสินค้าสัญชาติไทย แค่แวะซื้อของและเข้าร้านโดยไม่ทันคิด ส่วนซูออส วีซ่า ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ฝรั่งเศส ก็ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผ่านสื่อ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาใด ๆ ทางการเมือง

กระแสดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในโซเชียลกัมพูชาอย่างกว้างขวาง หลายคนเรียกร้องให้ลดการดราม่ากับศิลปิน และแยกเรื่องอาหารออกจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะที่บางส่วนยังคงแสดงความไม่พอใจต่อการเลือกใช้บริการร้านอาหารจากแบรนด์ไทยในช่วงเวลานี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top