Friday, 19 July 2024
SPECIAL

นายกฯ ปทุมธานี แนะ!! ปชช. ให้เลือก ส.ส. ที่ผลงาน ความสามารถ

เมื่อไม่นานมานี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้แนะนำประชาชนเลือก ส.ส. ที่ผลงาน ผ่านช่อง SCTVCHANNEL โดยระบุว่า...

'ลุงหนู' มั่นใจ!! ได้ ส.ส.พื้นที่ กทม. แน่นอน โว!! 'ภูมิใจไทย' มีทีมงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด

(5 ก.พ.66) เมื่อเวลา 17.05 น. ที่ศูนย์เยาวชนคลองเตย กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งพื้นที่ กทม. ว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะทีมงานพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่กทม. ตอนนี้ถือว่าสมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่มีพรรคมา นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. และทีม ส.ส.กทม. ที่มาลงในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งก็ต้องมั่นใจ เพราะเราได้มีการพูดคุยถึงนโยบาย และวิธีการทำงานจนทำให้ได้ ส.ส.เหล่านั้นมาร่วมงาน ตนเชื่อว่าจะทำให้มีความต่อเนื่องในการทำงานของ ส.ส. เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าทีม กทม.เป็นหัวใจสำคัญของพรรค และตลอดเวลา 4 ปี เราไม่มีส.ส.ใน กทม. แต่ก็ทำประโยชน์ได้มาก ในส่วนนี้ก็อยากจะทำให้ได้มากขึ้นไปอีก พร้อมเปิดเผยว่าตั้งใจจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบทุกเขตทั่วประเทศ

เมื่อถามว่า เขตคลองเตย ถือว่ายากหรือไม่ เพราะมีนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายพงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. ลงสมัครด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ยากทุกเขต ไม่ใช่เฉพาะกทม. แต่ยากทุกเขต ทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้น คนที่สมัครจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่างรวมกัน ทั้งขยัน เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ต้องอยู่กับพรรคที่มีนโยบายเป็นประโยชน์กับประชาชน และสนองนโยบายเหล่านั้นได้ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมมากๆ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ 

'อุ๊งอิ๊ง' แจง 'สุรเกียรติ์ เสถียรไทย' ไม่เคยดีลกับเพื่อไทย ย้อนถามคนให้ข่าว แคนดิเดตนายกฯ ตัวย่อ 'ส.' คือใคร?

(5 ก.พ.66) เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ จ.ภูเก็ต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ออกมาระบุว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีตัวย่อ 'ส.' ส่วน น.ส.แพทองธาร และ นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจชื่อดัง เป็นตัวหลอก ว่า เขาคือใคร และฝากขออักษรตัวต่อไปด้วย เพราะตนไม่ทราบจริง ๆ และตนก็เพิ่งได้ยินเรื่องนี้ ส่วนที่ระบุว่าเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลไทยรักไทย (ทรท.) ซึ่งมีคนทายว่าเป็น นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.ต่างประเทศ นั้น ไม่ใช่ เพราะไม่ได้มีการพูดคุยด้วย ขณะนี้เขาไม่ได้มีการเข้ามาพูดคุยกับพรรค เพื่อไทยเลย

เมื่อถามว่า การเมืองลักษณะนี้เป็นการบอนไซพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนเรื่องแคนดิเดต 2 คนแล้ว และมีการคาดว่าคนที่ 3 จะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ความจริงเกิดกระแสในทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะหาเสียงแบบแลนด์สไลด์หรือจับมือกับใครก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีจุดยืนที่มั่นคง และยังเดินหน้าหาเสียงกับประชาชนต่อไป ยื่นนโยบายสู่มือประชาชน และสัญญาว่าจะทำได้ และที่สำคัญพรรคเพื่อไทยจะเลือกคนที่มีคุณภาพให้กับประชาชนอย่างแน่นอน ส่วนแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 จะเป็นคนในพรรคหรือนอกพรรคนั้น เมื่อถึงเวลาจะบอกอย่างแน่นอน

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้ไม่เป็นการบอนไซที่มีการปล่อยตัวย่อ 'ส.' ออกมา เพราะกระบวนการพิจารณาแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยมีคณะกรรมการ มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกอย่างเพื่อประชาชน ตนในฐานะที่ป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ไม่จำเป็น เพราะไม่มีข้อบังคับใดที่เขียนไว้ หรือกฎหมายใดที่บันทึกไว้ เช่นพรรคอื่นที่มีการระบุว่าหัวหน้าพรรคต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ของพรรคเพื่อไทยเปิดกว้าง ดังนั้นจึงไม่ถือว่าเป็นการบอนไซ แต่จะเป็นการหาเสียงที่ดีที่สุด

'เทมส์ ชาติพัฒนากล้า' ชู 'เศรษฐกิจสีรุ้ง' โอกาสของ ศก.ไทย ชี้!! สังคมเปิดกว้าง-ยอมรับ ดึงดูด นทท.LGBTQ+ มหาศาล

(5 ก.พ.66) นายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยว ที่เป็นกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เมื่อเปรียบเทียบกับคนในวัยเดียวกัน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์ แบบ Work hard, Play hard มีแนวโน้มในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากและบ่อยกว่าคนทั่วไป มีค่านิยมการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเฟ้นหาสิ่งดีมีระดับผ่านสินค้าและบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลงทุนกับเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี ของแบรนด์คุณภาพดีราคาสูง เป็นต้น ที่สำคัญคือ ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายทางครอบครัวมากเท่ากับครอบครัวพ่อแม่ลูก ฯลฯ 

“พรรคเราเห็นโอกาสนี้และพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น จึงเสนอยุทธศาสตร์ Rainbow Economy (เรนโบว์อีโคโนมี) หรือเศรษฐกิจสีรุ้ง ที่ส่งเสริมและเปิดกว้างสำหรับการสร้างเศรษฐกิจรองรับ LGBTQ+ ทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ ทั่วโลก 1 ล้านล้านบาท การดึงคนเหล่านี้ให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ สร้างกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจและเทศกาลอย่างที่ทั่วโลกนิยมกัน โดยภาครัฐเป็นแกนใหญ่สนับสนุน ไม่ปล่อยแค่ให้เอกชนทำกันอย่างที่ผ่านมา และไม่เพียงแต่มิติในด้านความเท่าเทียมของความหลากหลายทางเพศ รัฐจะต้องส่งเสริมจริงจังสร้างสภาพแวดล้อมทุกด้านรองรับเศรษฐกิจสีรุ้งด้วย” นายเทมส์ กล่าว 

‘อารี ไกรนรา’ ถกแกนนำชาวบ้าน 4 ตำบล ในอำเภอหัวไทร อ้อน!! หากยังไม่มีพรรคในใจ ‘ภูมิใจไทย’ คือคำตอบ

เมื่อวานนี้ (4 ก.พ. 66) นายอารี ไกรนรา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประธานยุทธศาสตร์พรรคภูมิใจไทย นครศรีธรรมราช นัดประชุมแกนนำชาวบ้านทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ในสี่ตำบลของอำเภอหัวไทร ประกอบด้วยตำบลแหลม ต.บ้านราม ต.เขาพังไกร และ ต.ควนชะลิก ประมาณ 30 คน

นายอารี ได้เล่าประวัติตัวเองให้ฟังตั้งแต่การทำงานในรั้วรามคำแหง ความผูกพันกับอดีตนักศึกษากิจกรรม การช่วยเหลือน้องๆ (เด็กใต้) ในบางครั้ง ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องเงินลงทะเบียน ตลอดจนการตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัยมาทำงานการเมือง พร้อมกับตำแหน่งต่างๆ ทางการเมืองที่เคยทำมา

นายอารี กล่าวว่า ตนได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อชาติ และลาออกจาก ส.ส.เพื่อมาร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย

'พิธา' ลั่น!! คืนที่ดินนายทุนให้ประชาชน พร้อมปฏิรูปที่ดิน ภายใต้รัฐบาลก้าวไกล

(5 ก.พ.66) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ร่วมเปิดเวทีนำเสนอนโยบายของพรรคก้าวไกลและรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่วัดแม่ตืน อ.ลี้ จ.ลำพูน และที่บ้านห้วยงิ้ว อ.จุน จ.พะเยา โดยผู้สนใจเข้าร่วมเวทีส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินทำกิน ในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ป.ก. ซึ่งมีข้อจำกัดในการทำกินที่ทำให้ไม่สามารถต่อยอดได้

พิธา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีปัญหา '3 ท.' คือ ทัศนคติ, เทคโนโลยี และทุน การแก้ปัญหาทั้ง 3 ท. นี้ จะเกิดขึ้นได้ภายใต้รัฐบาลก้าวไกล เพราะเรามีทัศนคติที่ต่างออกไป ว่าเราต้องปลูกคนไปปลูกป่า ให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่า ทำกินกับป่า และรักษาป่าไปพร้อมกันได้ ให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการสนับสนุนการกระจายที่ดิน เช่น การข้อบัญญัติท้องถิ่นแบบในต่างประเทศ ที่อนุญาตให้ประชาชนตัดไม้ได้ แต่ต้องปลูกทดแทน เช่น ตัด 1 ต้นต้องปลูก 3 ต้นมาทดแทน เป็นต้น

ในเรื่องของเทคโนโลยี วันนี้เรามีเครื่องมือในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ นั่นคือเทคโนโลยี One Map ที่มีอัตราส่วนละเอียดขึ้นเป็น 1 : 4,000 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ถูกนำมาใช้เนื่องจากหน่วยงานรัฐทั้ง 8 กระทรวงต่างคนต่างไม่ยอม แต่ถ้าตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ ตนจะบูรณาการนำเทคโนโลยี One Map ที่มีอยู่แล้วมาใช้ทันที

สุดท้ายคือเรื่องของทุน รัฐบาลก้าวไกลจะเพิ่มงบประมาณในการพิสูจน์สิทธิจาก 300 ล้านบาทเป็น 10,000 ล้านบาท ให้เกิดการพิสูจน์ได้ทันทีทั่วประเทศ

พิธากล่าวอีกว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราจะทำการปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เพื่อจบปัญหาคาราคาซังด้านที่ดินที่ตกอยู่ในมือของนายทุนขุนศึกศักดินามาเป็นเวลานานเกินไปแล้ว โดยจะดำเนินการทั้งหมด 5 ข้อ อันประกอบด้วย...

'โรม' ปราศรัย 'นครพนม' ชูนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า วอน 'อีสาน' กาก้าวไกลให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

'โรม' ปราศรัยนครพนม ชูนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า-แก้ปัญหาเกษตร-คืนที่ดินให้ประชาชน ยกย่องคนอีสานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ขอกาก้าวไกลให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

(4 ก.พ.66) ที่วัดโพธิ์ศรี อ.บ้านแพง จ.นครพนม รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ปราศรัยแนะนำ เทิดศักดิ์ แพงสาร หรือ ‘ทนายเก๋’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 1 (อ.บ้านแพง, อ.ศรีสงคราม, อ.นาทม, อ.นาหว้า) พรรคก้าวไกล พร้อมนำเสนอนโยบายพรรค มีประชาชนร่วมรับฟังราว 300 คน

รังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศในทุกด้าน และยืนยันว่าทุกนโยบายทำได้จริง ด้านการเมือง เริ่มต้นที่การปฏิรูปกองทัพ จัดการงบประมาณที่ใช้ไม่ถูกจุด นำมาจัดสรรใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกพื้นที่และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้านเศรษฐกิจ เราต้องการยุติทุนผูกขาดเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถแข่งขันและเติบโตได้ สร้างสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร ทั้งเงินเด็กเล็กเดือนละ 1,200 บาทต่อเดือน เงินผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน ค่าแรงงานขั้นต่ำ 450 บาททันทีพร้อมระบบปรับขึ้นทุกปี ช่วยค่าเช่าบ้านหรือค่าเช่าห้องพักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย จึงขอให้พี่น้องประชาชนกาพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม

“การจะแก้ปัญหาของประเทศ ต้องชนกับผู้มีอำนาจ พรรคก้าวไกลพร้อมเคียงข้างประชาชนและพร้อมชนกับโครงสร้างอำนาจเหล่านั้น ตั้งแต่อดีตพี่น้องคนอีสานเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เช่นยุค 4 รัฐมนตรีอีสาน ที่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการและความอยุติธรรม ผมชื่นชมยกย่องการต่อสู้ของพวกเขาและยึดเป็นแบบอย่าง ทำให้การอภิปรายมีลักษณะทะลุฟ้าทะลุแผ่นดินอย่างที่ผ่านมา และพร้อมจะทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมาต่อไป” รังสิมันต์กล่าว

ระหว่างการปราศรัย ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มารับฟังปราศรัยถามคำถาม ส่วนมากเกี่ยวกับปัญหาการเกษตร ปัญหาปากท้องและที่ดินทำกิน โฆษกพรรคก้าวไกลจึงกล่าวถึงแนวทางการลดต้นทุนและการเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเกษตร เช่น จะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยราคาถูก หรือการนำผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตกมาเพิ่มมูลค่าด้วยการผลิตสุรา กลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องปลดล็อกการแข่งขันให้มีความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งพรรคก้าวไกลเคยเสนอร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ

'กรณ์' นำทีมพรรคชาติพัฒนากล้า บุก 'ฉะเชิงเทรา' ซูมแนวทางปั้นรายได้เข้าจังหวัดปีละ 3,000 ล้านบาท

(4 ก.พ.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค, นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือนายกอุ๊ ที่ปรึกษาพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้า เดินทางไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดูต้นแบบเศรษฐกิจสายมู ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคชาติพัฒนากล้า 

โดยนายกอุ๊ ได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวสายมู ของ จ.ฉะเชิงเทรา เชื่อมต่อจากวัดหลวงพ่อโสธร และวัดสมานรัตนาราม โดยได้จัดสร้างพระพิฆเนศ องค์ยืน และ ตลาดชุมชน ขึ้น ณ อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน  

นายกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธามากมาย หากมีการฟื้นฟูหรือสร้างสตอรี่เรื่องเล่า จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มากมาย นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า คือ 1 จังหวัด 1 พันล้านบาท โดยการสร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดไหนไม่มีสถานที่ที่ดึงความน่าสนใจได้เพียงพอ ก็สร้างขึ้นใหม่ได้ เช่น ที่ จ.ฉะเชิงเทรานี้ เป็นต้นแบบสำคัญ และสามารถขยายผลต่อไปทั่วประเทศได้ สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนปีละหลายพันล้านบาท 

'คิง ก่อนบ่าย' ลั่น!! พร้อมเป็นผู้แทนฯ เพื่อทำงานให้คนประจวบฯ

(4 ก.พ. 66) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ ประจวบคีรีขันธ์ ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้สัมภาษณ์ นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ 'คิง ก่อนบ่าย' ก่อนที่จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ในนามว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ประจวบคีรีขันธ์ พรรคพลังประชารัฐ ว่ามีการเตรียมพร้อมอย่างไร 

'รทสช.' พร้อม!! จ่อเข็นนโยบายแรกเดือนนี้ ยัน!! ไม่มุ่งโกยแต่คะแนน จนกระทบงบประมาณ

(4 ก.พ.66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายของ รทสช.จะมีออกมาหรือยัง เพราะขณะนีัหลายพรรคเริ่มเปิดกันออกมาแล้ว ว่า รทสช.จะเริ่มทยอยเปิดนโยบายออกมาในเดือนนี้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงมากว่านโยบายอะไรที่ออกไปแล้ว ไม่ใช่คิดแต่ว่าจะได้คะแนน แต่เป็นห่วงว่าจะกระทบกับงบประมาณหรือไม่ ดังนั้น รทสช.จะต้องคำนึงถึงตรงนี้ให้มาก 

‘เพื่อไทย’ ติวเข้ม ว่าที่ผู้สมัครฯ สู้ศึกเลือกตั้ง 66 ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’

(3 ก.พ. 66) ที่ รร.เซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จ.เชียงใหม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และประธานยุทธศาสตร์ด้านการเลือกตั้ง ภาคเหนือตอนบน พรรคเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบายพรรคเพื่อไทย และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ร่วมโครงการสัมมนาเตรียมความพร้อมผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือตอนบนพรรคเพื่อไทย โดยมีผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย และทีมทำงาน เข้าร่วมงานอย้างพร้อมเพรียง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวว่า จุดประสงค์การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งให้กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบนทั้ง 8 จังหวัดคือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่และน่าน ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ผู้ประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.ครบถ้วนแล้วทั้งหมด 36 เขต 

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวเปิดงานสัมมนาพร้อมทั้งแสดงความชื่นชมว่าที่ผู้สมัครและคณะทำงานทุกเขต ที่ได้แสดงพลังเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง พูดได้เต็มปากว่า เพื่อไทยพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นแน่นอนในเดือนพ.ค. โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยต้องการชัยชนะอย่างถล่มทลายเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน ชูธงขายนโยบายที่ทำได้จริง โดยผู้แทนที่ใกล้ชิดประชาชนและแคนดิเดตนายกฯ ที่บริหารเป็น พร้อมนำนโยบายของพรรคไปผลักดันให้เกิดขึ้นจริง

DSI ลงพื้นที่ท่าใหม่ จันทบุรี ตรวจยึด/อายัดทรัพย์คดี Forex 3-D เพิ่มเติม

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566)  พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ  ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งการให้ ร้อยตำรวจโท เสฎฐวุฒิ สายป้อง ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 3 และ นางสาวนันท์นภัส  เกยุราพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 1 พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 36/2563 สนธิกำลังกับ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 และกองปฏิบัติการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหมายค้นศาลจังหวัดจันทบุรี เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 14/2 ถนนศรีนวดิตถ์ ตำบลท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี    

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 36/2563 ซึ่งเป็นความผิดฐานฐานฟอกเงิน ในกรณี “การชักชวนให้ลงทุนนำเงินไป ซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่าง ๆ (Forex)  โดยเสนอผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 60-80 ของเงินผลกำไรที่ได้จากการเทรดฟอเร็กซ์ และประกันเงินต้นที่ร่วมลงทุนร้อยละ 100 โดยมีการชักชวนผ่านทางเฟสบุ๊คชื่อ Forex-3D และบัญชี เฟสบุ๊คชื่อ Apirak Krub (นายอภิรักษ์ โกฎธิ)” ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้เพื่อตรวจสอบไว้ก่อนแล้วหลายรายการ ซึ่งต่อมาจากการสืบสวนขยายผล คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบทรัพย์สิน ของนางสาวชนกวนันท์ โกฎธิ หรือ ภคมน สีลุน อดีตภรรยาของนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 60/2564 เป็นบ้านพักและที่ดินมีโฉนด ในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และยังไม่มีการยึดอายัดไว้ ซึ่งเชื่อว่าได้มาในช่วงเกิดเหตุคดี Forex 3-D และคาดว่าจะมีทรัพย์สินอื่นๆ ซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าวด้วย

'เชียงราย' ยิงสนั่นกลางป่าชายแดนแม่ฟ้าหลวง ทัพเจ้าตาก ปะทะ กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดวิสามัญ 2 ศพ

หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ตามแนวชายแดน จัดกำลังเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปรากฎข่าวสารว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านชายแดนเข้ามายังประเทศไทย จนกระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 19.15 นาฬิกา ชุดปฏิบัติการของกองร้อย

ทหารพรานที่ 3107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ซึ่งปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจชายแดน บริเวณช่องทางสันมะเค็ด บ้านห้วยกระ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 5 – 7 คน แบกเป้สัมภาระเข้ามายังพื้นที่เฝ้าตรวจ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงได้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย   เนื่องจากอยู่ในยามวิกาล

'พิธา' เสนอแก้ฝุ่น PM 2.5 ต้องยกเครื่องโครงสร้างอำนาจ ออก กม.ใหม่-ให้อำนาจท้องถิ่น-ปั้นขนส่งพลังงานไฟฟ้า

'ก้าวไกล' เปิดเวทีพบชาวน่าน ย้ำนโยบายรัฐสวัสดิการทำได้ทันที พร้อมปรับเบี้ยคนแก่เป็น 3,000 บาท ด้าน 'พิธา' เสนอแก้ฝุ่น PM 2.5 ต้องยกเครื่องโครงสร้างอำนาจ ออกกฎหมายใหม่-กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น-ปรับขนส่งสาธารณะใช้พลังงานไฟฟ้า

(3 ก.พ. 66) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำ และ ส.ส. พรรคก้าวไกล อาทิ อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน ร่วมจัดเวทีพบปะประชาชนที่จังหวัดน่าน พร้อมนำเสนอนโยบายและตอบคำถามของประชาชนในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นที่สนใจของประชาชน เช่น เรื่องปากท้องเศรษฐกิจ และปัญหาฝุ่นควัน pm 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น

ณัฐชา ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ได้นำเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการของพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะเรื่องเงินผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่จะปรับจาก 600 บาทต่อเดือน ให้เป็น 3,000 บาทต่อเดือน โดยณัฐชาระบุว่านี่คือสิ่งที่พรรคก้าวไกลได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว ศึกษาลงไปถึงรายละเอียดว่าแหล่งรายได้ที่จะนำมาใช้ทำนโยบายดังกล่าวมาจากไหน และสามารถทำได้ทันที หากพรรคก้าวไกลได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ผลที่จะเกิดขึ้นคือพี่น้องไม่ต้องมารอลุ้นให้ได้รับเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามอายุของตัวเองอีกแล้ว ขอเพียงมีอายุ 60 ปีขึ้นไปและเป็นคนไทย จะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องลงทะเบียนด้วย

จากนั้น มีหนึ่งในคำถามสำคัญจากวงพูดคุย เกี่ยวกับปัญหาฝุ่น pm 2.5 ที่นับวันสถานการณ์มีแต่จะเลวร้ายลง ทางพรรคก้าวไกลมีนโยบายอย่างไร พิธาได้ตอบคำถามนี้โดยระบุว่าปัญหาฝุ่น pm 2.5 เป็นปัญหาที่มีต้นตอจากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ หากเป็นเขตเมือง ก็มักเกิดจากรถยนต์ โรงงาน และการก่อสร้าง ส่วนในพื้นที่ชนบทมักเกิดจากการเผาไหม้จากภาคเกษตร การใช้พลังงานถ่านหิน หรือการเผาป่าที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ สาเหตุเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันมายาวนาน แต่การแก้ไขปัญหาไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะโครงสร้างอำนาจที่มีปัญหา

กล่าวคือปัญหาของฝุ่น pm 2.5 เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แต่ความรับผิดชอบที่อธิบดีมีอยู่นั้น ไม่ได้มาพร้อมกับอำนาจ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษไม่สามารถไปสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษออกมาตรการเพื่อระงับฝุ่น pm 2.5 ได้ ผลก็คือที่ผ่านมามีเพียงการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งส่วนมากก็มักไม่ได้รับความร่วมมือกลับมา

'พปชร.' ปลื้ม ปชช. ขานรับนโยบาย 'ประชารัฐ 700' แถมดัน 'บิ๊กป้อม' ฟีเวอร์!! จ่อเปิดนโยบายที่เหลือต่อ

(3 ก.พ. 66) น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสตอบรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลังเดินสายลงพื้นที่เปิดนโยบายเพิ่งเงิน บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน ทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่แสดงความชื่นชม บางคนถามว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตว่าต้องทำอย่างไรให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ได้ เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่ผ่านมาพรรคพปชร.ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีผลงานเป็นรูปธรรม เรื่องสวัสดิการประชารัฐ การบริหารจัดการน้ำ จัดที่ดินทำกิน ปราบปรามการค้ามนุษย์ อุตสาหกรรมประมง และมีนโยบายที่รอเปิดตัว จึงมั่นใจว่าทุกนโยบายจะถูกใจประชาชนอย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top