Sunday, 8 November 2026
NEWS

‘จีน’ ยัน มาถูกทาง ตั้งการ์ดสูงคุมโควิด ชี้ หากรีบเปิดพรมแดน เสี่ยงติดเชื้อ 6 แสนคน/วัน

คิดถูกแล้วที่ยังไม่เปิดประเทศ จีนยันนโยบาย Zero-Covid มาถูกทางแล้ว หากรีบเปิดพรมแดนมีสิทธิ์เจอการระบาดระลอกใหญ่มากกว่า 6 แสนคนต่อวัน 

นักคณิตศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งเตือนว่า จีนยังไม่พร้อมที่จะเปิดประเทศในเวลานี้ หากฝืนเปิดพรมแดนอาจเสี่ยงที่จะเจอการระบาดระลอกยักษ์ ที่มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 6.3 แสนคนต่อวันได้

ข้อสันนิษฐานนี้ มีการรับรองและตีพิมพ์ในวารสาร China CDC Weekly โดยกรมควบคุมโรคของจีน จากการศึกษาข้อมูลของทีมอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการเริ่มผ่อนคลายมาตรการสกัดการระบาด Covid-19 ให้เป็นศูนย์ หรือ Zero-Covid Policy และพิจารณาแผนการเปิดเมือง เปิดประเทศตามชาติตะวันตก

หากจีนจะเปิดประเทศได้อีกครั้ง ต้องแน่ใจว่าฉีดวัคซีนครบโดส ครอบคลุมประชากรเป้าหมายเรียบร้อย และมีการเตรียมพร้อมด้านการแพทย์อย่างเหมาะสมแล้วเท่านั้น เพื่อรับมือหากเกิดคลื่นการระบาดระลอกใหม่หลังเปิดประเทศอย่างในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สเปน หรือฝรั่งเศส

เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว ตั้งแต่จีนพบการระบาดของเชื้อ Covid-19 เป็นที่แรกของโลกที่เมืองอู่ฮั่น ก็ได้ใช้นโยบาย Zero-Covid Policy ปิดเมืองเข้มทุกที่ที่พบการระบาดมาตลอด จนสามารถสกัดการระบาดได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ก็กลับมาเปิดเมืองได้อีกครั้ง และเชื่อมั่นว่าเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการสกัดการระบาดเพิ่มเป็นวงกว้างได้ 

แต่โมเดลการควบคุมโรคของจีน ไม่สามารถใช้ได้กับทุกที่ในโลก อย่างกลุ่มประเทศเสรีนิยมตะวันตก ที่การจำกัดการเดินทาง หรือกักบริเวณถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จึงมักพบข่าวการประท้วงอย่างรุนแรงเมื่อรัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์อยู่บ่อย ๆ

Apple ซุ่มเงียบ พัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ตั้งเป้าเปิดตัวเต็มรูปแบบภายในปี 2025

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Apple นั้นกำลังเร่งมือกับโปรเจกต์รถยนต์อย่างเต็มที่ และเล็งไปที่ก้าวต่อไปอย่าง ยานยนต์ไร้คนขับ แบบเต็มรูปแบบ (Fully Autonomous Vehicle) โดยมีแผนจะเปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติ ภายในปี 2025

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือหนาหูมากว่า Apple ให้ความสนใจที่จะผลิต ยานยนต์ไร้คนขับ แบบจริงจัง โดยมีข้อมูลเป็นจำนวนมากที่ระบุว่า Apple ได้เริ่มเดินหน้าคุยกับทางผู้ผลิตรถยนต์หลายยี่ห้อ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีจากแบรนด์รถยนต์ต่าง ๆ มาพัฒนาและต่อยอด Project Titan และยานยนต์ของบริษัท

ปัจจุบัน Apple ได้แต่งตั้งและมอบหมายงานด้านยานยนต์และรถยนต์ไร้คนขับให้กับทาง Kevin Lynch ผู้บริหารด้านซอฟต์แวร์ของ Apple Watch เป็นผู้ดูแล โดยวางแผนว่าโปรเจกต์จะสำเร็จภายในเวลา 4 ปี

คอนเซปต์ยานยนต์ไร้คนขับที่ Apple ตั้งใจจะพัฒนานั้น มีประมาณนี้

เป็นรถที่ไม่มีพวงมาลัย

ไม่มีคันเร่ง

ภายในจะถูกออกแบบให้ผู้นั่งได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด คล้ายกับรถของ Canoo Inc.

มาพร้อมแผงหน้าจอสัมผัส คล้ายกับมี iPad ขนาดใหญ่ อยู่ที่แผงคอนโซลของรถ ใช้แทนพวงมาลัยและคันเร่ง

ที่นั่งโค้ง นั่งสบายสไตร์รถลีมูซีน

มาพร้อมกับโหมดฉุกเฉิน ให้ผู้นั่งสามารถดึงการควบคุมคืนจาก AI ได้ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

ไทยรักษา แจงภาพ ‘ร้านราดหน้า’ ไม่รับสลิ่ม ยันภาพหลานเจ้าของร้าน โดนตัดแปะข้อความ

เพจ ‘ไทยรักษา’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า จากที่มีภาพข้อความ ของร้านราดหน้า ที่ศรีราชา ชลบุรี ประกาศว่าไม่รับลูกค้าสลิ่ม พร้อมกับชู "สามนิ้ว" ด่าสลิ่มอย่างหยาบคาย ที่ถูกแชร์อยู่ตามกลุ่มต่าง ๆ อยู่ในตอนนี้นั้น 

ตอนนี้เราได้ทราบแล้วว่า เป็นภาพของหลานเจ้าของร้านราดหน้านั้นเอง แต่อาศัยอยู่คนละบ้าน ซึ่งเจ้าของร้านเป็นคุณลุง มีอายุมากแล้ว และทางร้านไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อความในภาพ 

โดยทางเจ้าของร้าน ได้แจ้งกับไทยรักษาว่า ภาพที่มีการชู "สามนิ้ว" เป็นภาพของหลานเจ้าของร้านจริง แต่ข้อความที่ประกาศไม่รับลูกค้าสลิ่มนั้น เป็นข้อความตัดแปะ แล้วมีคนนำไปลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก ทำให้ตอนนี้ร้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ตอนนี้คุณลุงเครียดมาก เลยได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะในภาพตัดต่อมีข้อความพาดพิงถึงชื่อร้าน และถูกแชร์ให้เข้าใจผิดไปไกลแล้ว แม้แต่ลูกค้าประจำยังเข้าไปทักในเพจว่าจะแบนร้าน 

ขอออกตัวก่อนว่า โพสต์นี้ เราไม่ได้ต้องการมาแก้ตัวให้คนที่ชู "สามนิ้ว" ในภาพ เพราะเราไม่แคร์คนพวกนี้อยู่แล้ว ถึงจะเป็นการตัดต่อข้อความ แต่ภาพชูสามนิ้วก็คือภาพจริง 

Omicron อ่านยังไง?

Omicron อ่านยังไง?

เท่าที่ฟังข่าวต่างประเทศมา สรุปได้ว่าโควิดสายพันธุ์ใหม่ Omicron อ่านว่า...

ที่ยุโรป = "อ้อม-มิ-ครอน"
ที่อเมริกา = "อ้อม-เมอะ-ครอน"

ไม่ใช่ โอ-ไม-คร่อน (แต่ตอนแรกนักข่าวต่างประเทศหลายคนก็อ่านแบบนี้)

'สธ.' ยัน!! Omicron ยังไม่หลุดเข้าไทย แต่หาวิธีตรวจจับแบบเร็วที่สุดไว้แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอมีครอน (Omicron) ว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีมาตรการป้องกันในระดับแรกแล้ว ส่วนการตรวจจับค้นหาเชื้อโอมีครอนจะเดินทางเข้ามาในประเทศจะต้องทำเต็มที่ รัดกุม และทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ที่มีการปรับแผนอนุญาตให้ตรวจแบบ ATK แล้วสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้แทนการตรวจ RT-PCR ในประเทศกลุ่มเสี่ยงที่เข้ามาในไทย ขณะนี้จะต้องมีการทบทวนขยายเวลายังคงใช้ RT-PCR เหมือนเดิม ซึ่งเป็นมาตรการเข้มข้นเพื่อการตรวจจับค้นหาโอมีครอนที่จะมาจากต่างประเทศ

ส่วนที่มีการเสนอในหลาย ๆ รูปแบบจะต้องมีการติดตามข้อมูลให้มีความชัดเจนมากที่สุด ตนได้สั่งการไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทุกศูนย์ของกรมวิทย์ฯ รวมทั้งภาคีเครือข่ายจะต้องมีวิธีตรวจจับหาโอมีครอนให้ได้ดีที่สุด แต่ขณะนี้โดยเทคนิคมีการประเมินว่า ถ้าเชื้อเป็นเดลตาบางส่วนและอัลฟาบางส่วน ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นโอมีครอน และในสเตปต่อไปจะมีน้ำยาตรวจจับโอมีครอนโดยตรง

‘พระมหาไพรวัลย์’ โพสต์ใกล้หมดเวลาแล้ว ล่าสุดตอบแชต ‘หมอแล็บฯ’ เตรียมสึกเร็วๆ นี้

โซเชียลฯ แห่ให้กำลังใจ หลังพระมหาไพรวัลย์ พระลูกวัดสร้อยทองโพสต์ใกล้หมดเวลา ฉันคงต้องไป พร้อมขอบคุณพระศาสนาที่มอบทุกอย่างให้กับเด็กบ้านนอกคนหนึ่งคนนี้ ตลอดเวลา 18 ปีที่ผ่านมา

(28 พ.ย.) เพจ "ไพรวัลย์ วรวัณโณ" หรือพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระลูกวัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า "ขอบคุณพระศาสนาที่มอบทุกอย่างให้กับเด็กบ้านนอกคนหนึ่งคนนี้ ตลอดเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณข้าวน้ำจากศรัทธาของญาติโยมทุกคน..."

นอกจากนี้พระมหาไพรวัลย์ ยังได้ระบุข้อความในคอมเมนต์ด้วยว่า "หมดเวลาแล้วว ฉันคงต้องไป"

และช่วงเช้าที่ผ่านมา พระมหาไพรวัลย์ ได้แชร์ข้อความประเด็นเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งในวงการสงฆ์ โดยพระมหาไพรวัลย์ระบุข้อความว่า "ใกล้จะได้สลัดปลอกคอแล้วสินะ"

เจาะโลกอนาคต รถเหาะได้!! “AIR CAR” พร้อมทะยานสู่ท้องฟ้า ปี 2024!! | Knowledge Times EP.40

???? Knowledge Times BizView
???? เจาะโลกอนาคต รถเหาะได้!! “AIR CAR” พร้อมทะยานสู่ท้องฟ้า ปี 2024!! 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่วงการ ‘รถบินได้’ คึกคักมากเป็นพิเศษ เริ่มต้นจากการที่บริษัททางการเงินและการลงทุนระดับโลกอย่าง Morgan Stanley ออกมาบอกว่าอุตสาหกรรม ‘รถบินได้’ จะทำรายได้มหาศาลและมีเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้านบาทในปี 2040 หรืออีกแค่ 20 ปีข้างหน้า! ซึ่งจุดชนวนให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาแข่งขันและพัฒนานวัตกรรมนี้ เพื่อเป็นคนแรกในตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง ขณะที่บนท้องฟ้ายังเปิดกว้างและเป็นตลาดใหม่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ!  

อย่างเช่น เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท Klein Vision ในประเทศสโลวาเกีย ได้ทดลองรถต้นแบบ Air car ที่ใช้เวลาพัฒนายาวนานตั้งแต่ยุค 1980 โดยใช้เวลาทดลองบินบนฟ้าราว 35 นาที รวมระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร 

สำหรับรถต้นแบบ Air car ของ Klein Vision เป็นรถที่มีรูปทรงสปอร์ต สามารถวิ่งบนถนน พับปีกเข้าหาลำตัวได้ ใช้เวลาแปลงร่างจากรถยนต์ธรรมดาให้มีปีกออกมา 2 นาที 15 วินาที 

และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์อย่าง Honda ก็ประกาศแผนพัฒนาและผลิต ‘Honda Jet’ ตัวต้นแบบในอีก 2 ปีข้างหน้า และกำหนดที่จะเข้าสู่วงจรการผลิตแบบเต็มรูปแบบในปี 2030 ซึ่งจะสามารถบินได้ไกลกว่าที่โลกเคยผลิตออกมากว่า 4 เท่า หรือสามารถบินได้ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร

ดูเหมือนว่าปี 2030 จะเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่มหานครลอสแอนเจลิสได้กลายเป็นเมืองอันดับต้น ๆ ของโลกที่จะมีบริการแท็กซี่ Urban Air Mobility หรือ ‘บริการแท็กซี่ทางอากาศส่วนบุคคล’ ซึ่งมีแผนการที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 เช่นกัน ภายใต้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่างฮุนได ซึ่งนอกจากจะเอาจินตนาการมาจากรถบินได้ ที่ถูกปรับให้เป็น Vertical Takeoff and Landing มีลักษณะเป็นเครื่องบินแท็กซี่ขนาดเล็กแล้ว ยังออกแบบ Hub สำหรับการจอดรวมไปถึงรถ Shuttle bus รับส่งผู้คนเรียกได้ว่าครบวงจร ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การพูดคุยและทำงานร่วมกันกับสภาเมืองลอสแอนเจลิส 

และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง ‘เอแอลไอ เทคโนโลยี’ (A.L.I Technologies) บริษัทสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโดรน ได้เปิดตัวโฮเวอร์ไบค์ มอเตอร์ไซค์บินได้รุ่นเอ็กซ์ทูริสโม ลิมิเต็ด อิดิชั่น ในราคาคันละ 77.7 ล้านเยน (หรือราว 22.6 ล้านบาท) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมและมอเตอร์พลังงานแบตเตอรี่ 4 ตัว ซึ่งทำให้บินได้นานถึง 40 นาทีที่ความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

‘ไดสุเกะ คาตาโนะ’ ซีอีโอของ เอแอลไอ เทคโนโลยี เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ‘โฮเวอร์ไบค์’ มีลักษณะเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งอยู่ด้านบนของใบพัดและมีฐานจอดอยู่ด้านล่าง บริษัทของเขา ซึ่งมีบริษัทมิตซูบิชิ อิเล็กทริคและเคียวเซรา สองบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นผู้สนับสนุน ได้สาธิตการนำโฮเวอร์ไบค์ขึ้นบินเป็นช่วงระยะทางสั้น ๆ เพียงไม่กี่เมตรที่สนามแข่งรถแห่งหนึ่งใกล้ภูเขาฟูจิ และยังระบุว่า ในช่วงแรก ๆ โฮเวอร์ไบค์จะถูกจำกัดการใช้งานในสถานที่บางแห่งเท่านั้น และจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปบินเหนือท้องถนนทั่วไปในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี คาดว่าโฮเวอร์ไบค์อาจเป็นประโยชน์ต่อทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่จำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. นี้เอง แบรนด์รถ EV สัญชาติจีน ก็ได้รุกตลาดยุโรป เปิดตัวนวัตกรรมสุดว้าวอย่างรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ โดย HT Aero บริษัทผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศในเขตเมือง หรือ (UAM : Urban air mobility) บริษัทในเครือ XPENG (เสี่ยวเผิง) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ได้นำโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ไปนำเสนอในงาน EUROPEAN ROTOR 2021 ที่จัดขึ้นในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นที่แรกที่เปิดตัวรถยนต์ดังกล่าว

โดย HT Aero ได้เริ่มพัฒนา "X2" ยานยนต์ 2 ที่นั่งที่สามารถเดินทางทั้งบนบกและอากาศตั้งแต่ปี 2013 ผ่านการทดสอบมาแล้วมากกว่า 15,000 ครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีการอัปเกรดคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ รวมถึงระบบควบคุมการบิน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบร่มชูชีพ ภายนอกมีลักษณะคล้ายรถซูเปอร์คาร์ แต่มีการติดตั้งใบพัดขนาดใหญ่ข้างตัวรถ ซึ่งสามารถพับเก็บได้โดยอัตโนมัติ และมีการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา บริษัทเผยว่ายานยนต์ดังกล่าวมีน้ำหนักอยู่ที่ 560 กิโลกรัม ยาว 4.97 เมตร กว้าง 4.78 เมตร สูง 1.36 เมตร สามารถทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บินได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร

โดยขณะนี้ X2 ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่วางจำหน่าย แต่คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024 นับว่าเป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของบริษัท XPENG ในยุโรป 

มาถึงวันนี้ รถบินได้ คงไม่ใช่นวัตกรรมที่ไกลเกินเอื้อมของมนุษย์อีกต่อไป เราเดินทางมากับจินตนาการที่จะมี ‘รถเหาะได้’ มานานนับศตวรรษ และคงเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะจินตนาการของมนุษย์นั้น มีพลังมหาศาลที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้เสมอ 

ซึ่งไม่ว่ามันจะล้ำหน้าขนาดไหน แต่หัวใจสำคัญของนวัตกรรมที่ดี คือ นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม และทำให้สังคมเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงตอบสนองต่อประโยชน์แค่กับคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใด ทรัพยากรที่ใช้ก็คือทรัพยากรที่เราใช้ร่วมกัน

ตามรอยพระบาทยาตรา ‘อีสานม่วนซื่น รื่นเริงลมหนาว’ | MEET THE STATES TIMES EP.42

???? ตามรอยพระบาทยาตรา!! “อีสานม่วนซื่น รื่นเริงลมหนาว เคล้าคลอเสียงแคน”
???? จากฟ้า สู่ดิน!! ถิ่นอีสานมีสุข...ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

‘คุณสมบัติ’ ประธาน กลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ มอบรางวัลชนะเลิศ การแข่งขัน Cabling Contest ปีที่ 5

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน Cabling & Networking Contest #9 (การแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9) ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางมาถึงรอบสุดท้าย มุ่งหน้าสู่เส้นชัย โดยได้ค้นหาตัวแทนจากทั่วทุกภาค เพื่อเป็นการยกระดับและต่อยอดทักษะ เสริมสร้างความรู้ให้ก้าวไปสู่ระดับภูมิภาค

โดยผลการแข่งขัน ผู้ชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และรองชนะเลิศ ได้รับถ้วยเกียรติยศจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี / รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ / รมว.กระทรวงอุดมศึกษาฯ / รมว.กระทรวงศึกษา และรมว.กระทรวงแรงงาน พร้อมเงินรางวัล 

 

‘แอมเนสตี้’ ชื่อนี้มีอะไร?! | MEET THE STATES TIMES EP.41

????‘แอมเนสตี้’ ชื่อนี้มีอะไร?!
????ล้วงลึก ‘แอมเนสตี้’ องค์กรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือ ประโยชน์ส่วนตน?

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

ชมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนใหม่ จ่อประมูลเฟส 2

นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. ผู้บริหารโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เปิดเผยว่า ธพส. ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟส และได้มีการเตรียมตัวเพื่อเปิดประมูลงานก่อสร้างในเฟสที่ 2 โดยใช้ TOR ฉบับเดียวกันกับเฟสที่ 1 และคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลการก่อสร้างจำนวนมากเช่นเดียวกันกับในเฟสที่ 1 


 
สำหรับโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่ 81 ไร่ ประกอบด้วย 4 อาคาร บนฐานรากเดียวกัน มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมด 660,000 ตารางเมตร ซึ่งจะมีหน่วยงานราชการจำนวน 12 หน่วยงานย้ายเข้ามาใช้พื้นที่ เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และศาลปกครองสูงสุด เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับวัดเทพศิรินทราวาส  จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ  น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร  รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการ “ อุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ  เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาและวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๔  ณ วัดเทพศิรินทราวาส” ระหว่างวันที่ ๒๖ พ.ย.ถึง ๑๕ ธ.ค. ๒๕๖๔  โดยมีข้าราชตำรวจจากทั่วประเทศเข้าร่วมอุปสมบทในโครงการ ฯ  จำนวน ๙๖ นาย 

ทั้งนี้  ในวันที่ ๑ ธ.ค.๒๕๖๔  ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ ถึง ๑๗.๓๐ น. จะมีการประกอบพิธีถวายราชสักการะและเจริญพระพุทธมนต์สมโภชนาคพิธีมอบบาตรและผ้าไตร ณ มณฑลพิธีลานพระศรีมหาโพธิ์ และพิธีบรรพชาและอุปสมบท  ณ พระอุโบสถวัดเทพศิรินทราวาส ภายหลังการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วจะศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรม ณ วัดโบสถ์  อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี    

การจัดโครงการอุปสมบทหมู่ ฯ ในครั้งนี้  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  มุ่งหวังเพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙  รวมถึงเพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้บำเพ็ญคุณงามความดี  ถือเป็นโอกาส ที่จะได้สร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาจิตใจ  อันจะก่อประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคมต่อไป

ฉีดครบก็ไม่รอด! ‘สหรัฐฯ' วิกฤตยอด ‘ป่วยหนัก-ตาย’ พุ่ง เล็งหาทางออกด้วย ‘เข็มบูสเตอร์’!! | Knowledge Times EP.39

????รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
????ฉีดครบก็ไม่รอด! ‘สหรัฐฯ' วิกฤตยอด ‘ป่วยหนัก-ตาย’ พุ่ง เล็งหาทางออกด้วย ‘เข็มบูสเตอร์’!!

ในช่วงที่ผ่านสหรัฐอเมริกา ได้ประสบปัญหายอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นรวมไปถึงผู้ที่ป่วยหนักและผู้เสียชีวิต ซึ่งจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ็อปกินส์ ได้ระบุว่า มีจำนวนผู้สังเวยชีวิตให้กับโควิด-19 ในปี 2021 แซงหน้าปี 2020 ไปเป็นที่เรียบร้อย และจะยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

โดยก่อนหน้านี้ นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ ได้กล่าวโทษประชาชนราว 60 ล้านคน ที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีนแต่ไม่เข้ารับวัคซีนว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น 

และได้อ้างถึงข้อมูลของอิสราเอลที่บ่งชี้ว่า วัคซีนป้องกันโควิดเข็มบูสเตอร์ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อและป่วยหนัก ซึ่งทางนักวิจัยในอิสราเอลได้เปิดเผยผลการศึกษาผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ / ไบออนเทคแล้วเกือบ 4.8 ล้านคน

พบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนลดน้อยลงเรื่อย ๆ โดยคนทุกกลุ่มอายุที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าคนที่ได้รับวัคซีนครบโดสในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็สอดคล้องกับเคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐฯ 

โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนว่า กำลังพบจำนวนคนที่ฉีดวัคซีนครบเข็มแล้ว แต่ยังป่วยหนักถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือต้องเข้าห้องฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันลดลงในการป้องกันการติดเชื้ออาการรุนแรง 

ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่สำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ (เอฟดีเอ) ถูกคาดหมายว่าจะอนุมัติฉีดเข็มกระตุ้นวัคซีนไฟเซอร์ / ไบออนเทค สำหรับบุคคลอายุ 18 ปีขึ้นไป

โดยแพทย์หญิงโรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (ซีดีซี) รายงานพบประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงในหมู่คนชราและผู้พักอาศัยในสถานดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ซึ่งจำนวนมากเป็น กลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว

โดยเธอได้กล่าวว่า "แม้ความเสี่ยงสูงสุดคือคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน แต่เรากำลังพบเห็นคนชราอายุ 65 ปีขึ้นไป ถูกส่งเข้าแผนกฉุกเฉินเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้กลับมาสูงกว่ากลุ่มคนอายุต่ำกว่าอีกครั้ง”

และเธอได้ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลเปรียบเทียบ จากอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างคนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มกับคนที่ฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว โดยกล่าวว่า "อัตราการติดเชื้อต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดสำหรับคนที่ฉีดเข็มกระตุ้น แสดงให้เห็นว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นของเรากำลังได้ผล" 

อย่างไรก็ตาม แม้เคสฉีดวัคซีนครบเข็มแล้วแต่ยังป่วยหนักถึงเข้าโรงพยาบาล แต่ทั้งเฟาซีและวาเลนสกี เน้นย้ำว่าผู้ป่วยหนักเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่แล้วยังคงเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

โดยจากข้อมูลของทางซีดีซีระบุว่าจนถึงตอนนี้มีประชาชนชาวสหรัฐฯ อย่างน้อย 31 ล้านคนที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นของไฟเซอร์ โมเดอร์นาและจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน แม้อัตราคนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ แต่ เฟาซีคาดหมายว่าจะมีคนฉีดวัคซีนแล้วเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น เนื่องจากวัคซีนไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100% ในการป้องกันการป่วยหนัก

โดยล่าสุดคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบสหรัฐฯ ได้ขยายขอบเขตผู้มีสิทธิ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น แก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคน เปิดทางให้ชาวอเมริกันอีกหลายล้านคนได้รับภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม เพื่อต้านทานไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ท่ามกลางเคสผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์/ไบออนเทค หรือ โมเดอร์นา ครบ 2 เข็ม มาเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

หลังจากก่อนหน้านี้คณะผู้ควบคุมกฎระเบียบสหรัฐฯ ได้อนุมัติฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นวัคซีนเข็มเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 2 เดือนหลังฉีดเข็มแรกไปแล้ว 

และที่ผ่านมา สหรัฐฯ อนุมัติฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแก่บุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ กลุ่มคนชราอายุ 65 ปีขึ้นไปและบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ ที่ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงสูงติดเชื้ออาการรุนแรง รวมไปถึงคนที่มีอาชีพหรือสภาพความเป็นอยู่เสี่ยงติดเชื้อไวรัส ซึ่งจนถึงตอนนี้มีชาวอเมริกันเข้าฉีดเข็มกระตุ้นแล้วมากกว่า 32 ล้านคน

ในขณะที่ ปัจจุบันมีชาวสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนครบเข็มแล้วคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ซึ่งหมายถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทคหรือโมเดอร์นา ครบ 2 เข็ม และฉีดวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเข็มเดียว 

ดังนั้นปัญหายอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐฯ ที่สวนทางกับยอดผู้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ลดลงของวัคซีน ทำให้ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ตระหนักถึงปัญหาและได้ออกนโยบายให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อหวังให้ยอดผู้ติดเชื้อและป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลนั้นลดลง ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป ว่าสหรัฐฯ จะสามารถก้าวพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้หรือไม่

พบ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ที่แอฟริกาใต้ กลายพันธุ์ 30 ขั้น!! คาดอาจร้ายกาจกว่าเดิม

นักไวรัสวิทยาในประเทศแอฟริกาใต้ค้นพบไวรัส Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ผ่านวิวัฒนาการกลายพันธุ์มาแล้วหลายขั้น และน่าจะเป็นตัวการที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในประเทศ

ทูลิโอ เดอ โอลิเวียรา นักไวรัสวิทยาได้แถลงว่าไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ที่พบใหม่นี้มีรหัส B.1.1.529 ที่ผ่านกระบวนการกลายพันธุ์มาแล้วมากกว่า 30 ขั้น ทำให้มันกลายเป็น Covid สายพันธุ์ที่แตกต่างกว่าทุกตัวที่เรารู้จัก และอาจโจมตีภูมิคุ้มกันในร่างกายเราได้ดียิ่งกว่าเดิม 

แอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 มากที่สุดในทวีปแอฟริกา มีผู้ติดเชื้อสะสมรวมถึง 2.9 ล้านคน และยังเป็นประเทศที่ค้นพบ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ Beta ที่มีรหัส B.1.351 เป็นครั้งแรกช่วงเดือนตุลาคม 2020 ก่อนที่จะกระจายไปทั่วโลก 

นายกฯ ให้ทำวัคซีนพาสปอร์ตฟรี มอบ เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

ผอ.ศบค. ให้ทำวัคซีนพาสปอร์ตฟรี มอบ เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย - สั่งเพิ่มช่องทางเข้าประเทศ บก-เรือ แต่เข้มมาตรการ - มอบ รมว.แรงงาน ถก ผู้ประกอบการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ หาทางเยียวยาก่อนยืดผ่อนคลาย

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวตอนหนึ่ง ว่า ในที่ประชุมศบค. นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค. ได้ให้กระทรวงแรงงานไปสำรวจ ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ผู้ประกอบการผับ บาร์ คาราโอเกะ ว่ามีอยู่จำนวนเท่าไหร่ มีผลกระทบที่เกิดขึ้น หากยังไม่มีการเปิดผ่อนคลายของกิจการกิจกรรมนี้ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลัง สภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้พิจารณาเยียวยากันต่อไปทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ได้ขอนัดที่ประชุมกับผู้ที่ประกอบการ ทางด้านกิจการและกิจกรรมดังกล่าว เพื่อปรึกษาหารือหาทางออก ในการดำเนินงานนี้ด้วยกัน 

ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในช่วงปีใหม่นี้ มีความสำคัญสูงมาก ถ้าเราประคับประคองดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้การฉลองปีใหม่เกิดเป็นภาพระดับประเทศ สามารถดำเนินการได้ก็จะส่งเสริมอีกหลาย ๆ ธุรกิจ อีกหลาย ๆ ด้านที่จะทำให้ประเทศไทยมีชื่อชั้นว่ามีศักยภาพในการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี นี่คือเหตุผลของที่ประชุม

อีกเรื่องหนึ่งคือการปรับมาตรการ ป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยผอ.ศบค. มีนโยบายให้มีแซนด์บอกซ์ ให้มีการเข้ามาในประเทศ เกิดชุดพฤติกรรมทำให้ง่าย นำไปสู่การปฏิบัติโดย ศปก.ศบค., อีโอซีสาธารณสุข นำไปสู่การปฏิบัติร่วมกันกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปรากฏผลออกมาว่าผู้ที่เดินทาง เข้าโปรแกรมเทสแอนด์โก เข้ามาแล้วไม่ต้องกักตัว และเดินทางต่อไปได้ ซึ่งปรากฏว่ามีการติดเชื้อน้อยมาก ค่าเฉลี่ย 0.08% จากจำนวนคนเดินทางเข้ากว่าแสนคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top