Saturday, 18 May 2024
NEWS FEED

‘ญี่ปุ่น’ มอบเครื่องราชฯ ‘มงกุฎแสงแห่งอาทิตย์’ ให้ ‘อาคม เติมพิทยาไพสิฐ’ ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญ ส่งเสริมการคมนาคมขนส่ง ระหว่าง ‘ญี่ปุ่น-ไทย’

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข่าวการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ. 2567 ให้แก่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ระบุว่า ...

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเครื่องราช ‘The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star’ จากผลสำเร็จ ในประเทศไทย ‘ในฐานะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมด้านคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย’

ทั้งนี้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ในฐานะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้นำในโครงการพัฒนาและความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ บนพื้นฐานความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-ไทย 

อีกทั้งยังมี บทบาทสำคัญในการพัฒนากิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่น โดยเป็นหัวหอกในการประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขัน เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการสนับสนุนของญี่ปุ่นที่มีต่อประเทศไทยจะดําเนินไปอย่างราบรื่นในประเทศไทย

สำหรับเครื่องราชฯ ตระกูลมงกุฎแสงแห่งอาทิตย์ ชั้นที่ 2 เป็นเครื่องราชรองจากสูงสุดที่ให้กับคนต่างชาติ

‘ดีอี’ จับมือหน่วยงานพันธมิตร เร่งปราบ ‘โจรออนไลน์’ ระยะที่ 2 ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี กวาดล้างบัญชีม้าไปแล้ว 1 แสนบัญชีต่อเดือน พร้อมเร่งรัดหาวิธีคืนเงินผู้เสียหายให้เร็วที่สุด

วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าปราบโจรออนไลน์ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อหารือเรื่องการกวาดล้างบัญชีม้าและเร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี ร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 30 วัน (1-30 เมษายน 2567) โดยผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้ 

1. การเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า : ปปง. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ และ ดีอี ได้ร่วมกันดำเนินการขยายผลกวาดล้างบัญชีม้า จากการใช้ข้อมูลรายชื่อเจ้าของบัญชีม้า และรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำการปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลดังกล่าว โดยตั้งเป้าระงับ/ปิด บัญชีม้ามากกว่า 12,000 คนต่อเดือน หรือ 100,000 บัญชีต่อเดือน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปกระทำความผิดโดยเพิ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง Customer Due Diligence หรือ CDD โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารต้องตรวจสอบให้เคร่งครัดมากขึ้นก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว โดยได้มีการเชื่อมระบบข้อมูลของธนาคารทุกธนาคาร มอบหมายให้ กสทช. เป็นผู้ดำเนินการจัดทำระบบรวบรวมข้อมูล ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับการกวาดล้างบัญชีม้า และซิมม้าในระบบ mobile banking ที่ประชุมมอบหมายให้ กสทช.เร่งรัดตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับระบบ mobile banking จำนวนประมาณ 106 ล้านเลขหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 120 วัน 

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับผลการกวาดล้างบัญชีม้าถึง 30 เมษายน 2567 ได้ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 700,000 บัญชี แบ่งเป็น ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี AOC ระงับ 101,375 บัญชี ปปง.ปิด 325,586 บัญชี ในส่วนของตำรวจดำเนินการการจับกุมคดี บัญชีม้า-ซิมม้า เม.ย. 67 มีจำนวน 361 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567

2. การแก้กฎหมายพิเศษเป็นการเร่งด่วน : เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนช่วยเหลือคืนเงินให้ผู้เสียหาย ได้มีการหารือเรื่องการแก้กฎหมายในประเด็น ดังนี้ 2.1 การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมาการคืนเงินให้ผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ ต้องใช้เวลานาน หลายๆ กรณีใช้เวลาหลายปี กว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ ประกอบกับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทาง AOC 1441 โดย ดีอี ตำรวจ สมาคมธนาคาร ได้ร่วมมือ เร่งการระงับ/อายัด บัญชีม้าได้รวดเร็วเฉลี่ยภายใน 10 นาที และมีเงินที่ถูกอายัดได้จำนวนมาก ซึ่งในวันนี้จึงได้ประชุมพิจารณาถึงการหาวิธีคืนเงินให้รวดเร็วขึ้น โดยพิจารณาการออกกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งการคืนเงิน 

2.2 การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี  นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลทฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฏหมาย 

“วันนี้เราประชุมเพื่อหามาตรการเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า และ หาวิธีคืนเงินให้ผู้เสียหายรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้หารือถึงการออกพระราชกำหนด เป็นกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายและเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ และช่วยลดความเดือนร้อนของประชาชน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าว 

‘รมว.ดีอี’ เผย ศาลมีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซด์ ‘ลอตเตอรี่พลัส’ แล้ว แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนระมัดระวังการเข้าไปยุ่งเกี่ยว

วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า วันนี้ (17 พฤษภาคม 2567) ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ ลอตเตอรี่พลัส.com และ lotteryplus.co.th ตามคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 โดยศาลเห็นว่า  แพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการเล่นการพนันและเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีเนื้อหาอันเข้าข่ายเป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดอาญาตามกฎหมาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามคำร้องของพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  มาตรา 20

“กระทรวงดีอี ขอแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนประชาชน ดาราและผู้มีชื่อเสียง ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงและอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บไซต์ลอตเตอรี่ออนไลน์ผิดกฎหมาย เพราะอาจทำให้สูญเสียเงิน และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ หากต้องการซื้อลอตเตอรี่ ขอให้ซื้อกับแพลตฟอร์มของรัฐ หรือแพลตฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวย้ำ 

'พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ' ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการจราจรหน้าสถานีขนส่งหมอชิต และหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พบปัญหารถแท็กซี่รุกล้ำช่องทางเดินรถ สั่งการ สน.ที่รับผิดชอบหาแนวทางแก้ไขปัญหาภายใน 1 สัปดาห์

วันนี้ (17 พ.ค.67) เวลา 12.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการจราจรที่มีสาเหตุจากการบริการของรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก บริเวณ 2 จุด ได้แก่ บริเวณ ถ.กำแพงเพชร 2 หน้าสถานีขนส่งหมอชิต และสถานีขนส่งรถโดยสารขนาดเล็ก จตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ สน.บางซื่อ และจุดที่ 2 บริเวณ ถ.ราชดำริ หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และบริเวณหน้าห้าง Big C ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ สน.ลุมพินี สน.ปทุมวัน และ สน. พญาไท 

โดยทั้ง 2 จุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ได้เรียกผู้กำกับการ , รองผู้กำกับการฝ่ายจราจร และสารวัตรฝ่ายจราจร มาดูปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน พบว่ามีรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก เช่น Taxi จำนวนหลายคัน จอดรถรอรับและส่งผู้โดยสาร รุกล้ำช่องทางเดินรถหลายช่องทาง ส่งผลทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ได้รับความสะดวก และเกิดปัญหาการจราจรติดขัดสะสม สะท้อนให้เห็นถึงขาดการจัดระเบียบ และเคารพต่อกฎหมายการจราจรอย่างมาก 

ภายหลังการลงพื้นที่ดูสภาพปัญหา และพูดคุย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ได้ให้ข้อแนะนำวิธีการแก้ปัญหาและการปฏิบัติ พร้อมสั่งการให้ผู้กำกับการและทีมงานจราจรของ สน. นำไปศึกษา ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อรับทราบและร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยให้เวลา 1 สัปดาห์ และภายในสัปดาห์หน้า วันที่ 20-24 พฤษภาคมนี้ จะเชิญผู้รับผิดขอบงานจราจรของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งระดับกองบัญชาการ , กองบังคับการ และสถานีตำรวจนครบาล รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากสำนักขนส่ง และผู้แทนผู้ประกอบการ มาประชุมหารือแนวทางการจัดระเบียบ การแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อกำหนดรูปแบบการปฏิบัติทั้งของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ ที่จะลดปัญหาการจราจร โดยจะมีการประเมินผลและแก้ไขเป็นระยะต่อไป

สมุทรปราการ- 'พระครูแจ้' เปิดอาคารเรือนพยาบาล หลังมอบเงิน 700,000 บาท สมทบทุนจัดสร้างอาคารเรือนพยาบาล โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม

ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ประธานเปิดอาคารเรือนพยาบาลศีลคุณ ณ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม

เมื่อเวลา 08.29 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 คณะผู้บริหาร คณะครูโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เปิดอาคารเรือนพยาบาลศีลคุณ (พระครูแจ้) หลังใหม่ อีกทั้งเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ครบรอบ 55 ปี โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานในพิธีกดปุ่มเปิดผ้าคลุมป้ายอาคารเรือนพยาบาลศีลคุณ ณ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ 

โดยมี พลอากาศโท ณรงค์ศักดิ์ พิชิตชโลธร ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารอากาศ นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมี นายวิโรจน์ จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ครูครวญคำนึง รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม คณะกรรมการมูลนิธิวันแม่โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ชมรมครูเก่าโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

เนื่องด้วยเรือนพยาบาลเดิมมีขนาดเล็กและมีสภาพเก่าตามอายุการใช้งาน ไม่สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น จึงได้จัดสร้างเรือนพยาบาล ขนาด 10 เตียง เพื่อคุณภาพชีวิตของนักเรียน ในราคา 1.9 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างเรือนพยาบาล ได้จากการที่โรงเรียน ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าฯ จัดกิจกรรม BBW fun run 2003 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 มีการเดินวิ่งช่วงเช้า มุทิตาจิตในช่วงบ่าย และงานเลี้ยงแสด-ดำ ในช่วงค่ำ จนมีรายได้สำหรับจัดสร้างอาคารเรือนพยาบาล เป็นจำนวน 440,000 บาท และมีศิษย์เก่า หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนแต่เนื่องจากจำนวนเงินยังไม่เพียงพอต่อการก่อสร้างอาคารเรือนพยาบาล

กระทั่งได้รับความเมตตาจากท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้มอบเงินจำนวน 600,000 บาท สำหรับจัดสร้างเรือนพยาบาลหลังนี้ และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้มอบเงินเพิ่มเติมอีก จำนวน 100,000 บาท สำหรับจัดซื้อเตียงพยาบาลพร้อมที่นอนจำนวน 10 เตียง รวมเป็นเงิน 700,000 บาท ทางโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม และสมาคมศิษย์เก่า ได้มีมติเอกฉันท์ให้ตั้งชื่ออาคารว่า เรือนพยาบาลศีลคุณ (พระครูแจ้) เพื่อเป็นเกียรติและแสดงถึงความกตัญญูแก่ท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ที่เมตตาสนับสนุนการก่อสร้างเรือนพยาบาลแห่งนี้

เตรียมดำเนินคดี เจ้าของหมา ‘โกลเดินรีทรีฟเวอร์’ หลังนำมาปล่อยทิ้ง ล่าสุด!! ขอรับ ‘น้องจิว’ คืนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ฯ ยังไม่ไว้ใจ กลัวนำไปปล่อยที่อื่น

(18 พ.ค. 67) ความคืบหน้าของกรณีที่มีผู้นำสุนัขเพศผู้สายพันธุ์โกลเดินรีทรีฟเวอร์ มาปล่อยทิ้งไว้กลางชุมชน ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดนั้น 

นายภาวิต บุญชละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามจากภาพของกล้องวงจรปิดของเทศบาล และหาหลักฐานจากกล้องหน้ารถ จนได้ภาพจากกล้องหน้ารถที่สวนทางกับรถกระบะที่นำหมามาปล่อย ซึ่งพบว่าน้องหมานั่งอยู่ท้ายกระบะโผล่หน้าออกมาทางด้านซ้ายฝั่งคนขับ รถคันดังกล่าวขับเข้ามาในซอยถนนสันผีเสื้อ บริเวณที่รกร้างด้านหน้าของเทศบาลสันผีเสื้อ และเลี้ยวเข้าไปในซอยประมาณ 100 เมตร และหลังจากนั้นก็ได้รับการยืนยันจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่ามี พบเห็นชายสูงวัยลงมาเปิดกระบะท้ายและปล่อยหมาลงมาจากรถทิ้งไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะขึ้นรถขับหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไป

หนึ่งในผู้พบเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตนนั้นขายอาหารอยู่บริเวณปากซอยพบเห็นรถกระบะคันดังกล่าวท่าทางมีพิรุธพยายามจอดรถและเลี้ยวเข้าซอย ซึ่งมีการขับรถวนเวียนอยู่แถวบริเวณจุดที่จะนำน้องหมามาปล่อยอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นก็เลี้ยวเข้าซอยก่อนนำน้องหมาลงจากรถแล้วก็ขับรถออกไปโดยไม่มีการจอดรับน้องหมาแต่อย่างใดซึ่งตามปกติ บริเวณซอยนี้จะไม่มีคนเข้าเพราะมีบ้านคนข้างในเพียงหลังเดียวเท่านั้น หลังจากขับรถออกไปน้องหมาก็วิ่งตามและรถก็ไม่จอดแต่อย่างใดจนทำให้น้องหมานั้นวิ่งหลบเข้าไปที่อยู่ข้างสวนและพนักงานของเทศบาลก็เข้ามาพบแล้วก็แจ้งเทศบาลต่อไป

นายภาวิต บุญชละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ เปิดเผยว่า หมาตัวนี้น้องกู้ชีพของเทศบาลตำบลสันผีเสื้อได้ไปพบเห็นกำลังวิ่งตามรถกระบะอยู่หน้าเทศบาลซึ่งดูจากภาพแล้วเจ้าของนั้นไม่หยุดรถให้น้องหมาขึ้นรถซึ่งสันนิษฐานได้ว่าเป็นการนำหมามาปล่อย ทางเทศบาลจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดกล้องรถต่าง ๆ จากผู้หวังดีเพื่อเช็กทะเบียนรถแล้วก็ติดต่อไปยังเจ้าของแล้วก็เช็กรูปพรรณสัณฐานว่ามีการเลี้ยงหมาลักษณะดังกล่าวจริงหรือไม่

ซึ่งต่อมาได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับเจ้าของหมาซึ่งถือว่ากรณีนำหมามาปล่อยนั้นมีความผิดตามกฎหมายซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีส่วนตัวน้องหมานั้นอยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลสันผีเสื้อในช่วงบ่ายทางปศุสัตว์อำเภอก็จะมาดูแลเรื่องสุขภาพของน้องแต่จากการประเมินเบื้องต้นสุขภาพแข็งแรงดีซึ่งจากการสอบถามและทราบชื่อน้อง ‘จิว’ และมีการเรียกชื่อก็ทำให้มีปฏิกิริยาที่ดีขึ้นรับประทานอาหารได้สุขภาพร่าเริงแจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ล่าสุดได้มีเจ้าของ น้องหมาเข้ามาติดต่อกับเทศบาลยืนยันที่จะรับตัวน้องกลับไปเลี้ยงและยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีการนำมาปล่อยแต่จากการตรวจสอบพยานหลักฐานแวดล้อมซึ่งประเมินได้ว่าเป็นการนำมาปล่อยอย่างชัดเจน ทางเทศบาลจึงไม่มั่นใจว่าจะคืนน้องหมาให้เจ้าของหรือไม่ เพราะเกรงว่าหากปล่อยคืนให้กับเจ้าของก็จะนำมีการไปปล่อยยังพื้นที่อื่นอีก โดยหลังจากนี้ก็จะมีการประสานมูลนิธิเกี่ยวกับการดูแลสัตว์ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

นักวิชาการ เจ้าของเพจดัง เผย ‘ชุดนักเรียนไทย’ ขายดีมากที่ ‘จีน’ ชี้!! เป็นกระแสจากสื่อบันเทิง ที่ตัวละครหลัก มักเป็น ‘นักเรียน’

(18 พ.ค. 67) อาจารย์ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจอ้ายจง ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับเรื่องที่ชุดนักเรียนของไทย กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยได้ระบุว่า ...

เมื่อช่วงมีนาคมปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ให้สัมภาษณ์ทางสื่อที่ไทย เกี่ยวกับการวิเคราะห์กระแสชุดนักเรียนไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน และก็เริ่มเห็นใส่ในเมืองจีนมากขึ้น ซึ่งผมเคยเขียนวิเคราะห์ไว้แล้ว แต่อยากจะขอรีรันวิเคราะห์อีกครั้ง 

1. ทำไมกระแส 'ชุดนักเรียนไทย' ถึงจุดติดในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนขนาดนี้? 
นอกจากเรื่องที่ดาราใส่แล้ว มีประเด็นอื่น ๆ เช่น ปัจจัยด้านสังคม วัฒนธรรม อะไรพวกนี้หรือไม่?

ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา คนจีนไม่น้อยมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของไทยเป็นอย่างมาก ทั้งผ่านสื่อบันเทิงพวกภาพยนตร์ละครที่เข้าไปตีตลาดในจีน โดยเฉพาะภาพยนตร์ละครซีรีส์วัยรุ่น โดยถ้ายุคบุกเบิกเลย ก็อย่างเช่น รักแห่งสยาม สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก ซึ่งล้วนแต่ปรากฏชุดนักเรียนไทยอยู่ในเรื่อง 

โดยเฉพาะหนังไทยเรื่อง 'สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก' ที่ในสื่อและโลกออนไลน์จีน เมื่อนำเสนอกระแสชุดนักเรียนไทย ก็จะมีการอ้างอิงถึงภาพยนตร์เรื่องนี้

โดยบันเทิงไทยในยุคหลังจากยุคบุกเบิกในจีน ตามที่ผมระบุไปข้างต้น ก็มีอีกหลายเรื่องที่มีตัวละครหลักเป็นวัยเรียน วัยมัธยม อย่างเช่น ฉลาดเกมส์โกง 

และต้องยอมรับว่าซีรีส์วายหลายเรื่องที่เป็นที่นิยมในจีน ณ ปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องราวของวัยรุ่น ทั้งระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย ซึ่งปรากฏชุดนักเรียน ชุดนักศึกษา ทำให้คนจีนได้เห็นและรับรู้ว่า นี่คือชุดนักเรียน นักศึกษาของในไทยนะ 

2. ชุดนักเรียนไทย มีความแตกต่างจากในจีนพอสมควร เนื่องจากถ้าในระดับโรงเรียนประถมและมัธยมจีนจะเป็นลักษณะของชุดวอร์ม ภายในชุดวอร์มนั้นจะใส่เป็นเสื้ออะไรก็ได้ทั่ว ๆ ไป 

ส่วนถ้าเป็นมหาวิทยาลัย จะใส่ชุดอะไรก็ได้แบบที่บ้านเราเรียกว่า 'ไปรเวท' ความแตกต่างตรงนี้จึงทำให้เกิดความสนใจ และกลายเป็นภาพจำไปแล้วว่า นั่นคือเครื่องแต่งกายของนักเรียนนักศึกษาไทย

3. หากดูแคปชัน และความคิดเห็นของคนจีนที่โพสต์เรื่องราวชุดนักเรียนไทย ในแพลตฟอร์มโซเชียลจีนหลัก ๆ ที่เป็นกระแส ก็คือ โต่วอิน (Douyin เป็นชื่อ TikTok เวอร์ชันจีน) และรวมถึงใน Xiaohongshu (เทียบเคียงได้กับ Instagram) อีกหนึ่งโซเชียลที่คนจีนนิยม ซึ่งเป็นโซเชียลไลฟ์สไตล์ คนจีนชอบโพสต์แชร์ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ชีวิตไปเที่ยว อะไรต่าง ๆ 

จะพบว่า แคปชันไม่น้อย จะมีอ้างถึงคำว่า JK ซึ่งมาจาก Joshi Kousei ภาษาญี่ปุ่น อันหมายถึง นักเรียนหญิงมัธยมปลาย ซึ่งคำนี้ว่ากันตามตรง ก็ใช้ได้ทั้งแบบกลาง ๆ และด้านมืด 

4. แต่ในความหมายที่คนจีนใช้คู่กับประเด็นชุดนักเรียนไทย ก็คือ เป็นJK เวอร์ชันไทย หมายถึง ชุดนักเรียนไทย นั่นเอง 

สื่อให้เห็นว่า ความเป็นจริงแล้ว "คนจีนรับรู้เกี่ยวกับชุดนักเรียนของประเทศอื่น โดยให้ความสนใจของชุดนักเรียนญี่ปุ่นมาก ในลักษณะของเอามาใส่เป็นชุดทั่วไป ชุดใส่เที่ยว ชุดแฟชั่น หรือชุดคอสเพลย์ (Cosplay)" แม้แต่ในไทยเอง 

"ทำให้พอชุดนักเรียนไทยเป็นกระแส ก็อยากจะใส่ตาม ซึ่งคิดว่าใส่ได้ เหมือนกับชุดนักเรียนญี่ปุ่น"

5. อ้ายจงยังได้วิเคราะห์ข้อมูลจากปริมาณการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องบน Baidu ซึ่งยังคงเป็นแพลตฟอร์มค้นหาข้อมูล (ลักษณะเดียวกับ Google) ที่คนจีนยังนิยมใช้เป็นหลัก ก็พบว่า เมื่อเทียบเวลาเดียวกัน คนจีนค้นหาคำว่า ชุดนักเรียนญี่ปุ่น มากกว่า ชุดนักเรียนไทย ประมาณเท่าตัว และถ้าเทียบกับคำว่า JK制服 ซึ่งหมายถึง ชุดยูนิฟอร์มนักเรียนหญิง มัธยมปลายญี่ปุ่น ที่มีขายทั่วไปบนโลกออนไลน์จีน พบว่าต่างกันหลายสิบเท่า โดยชุดนักเรียนไทย จะค้นหาเพียงหลักร้อยต่อวัน ในขณะที่ JK制服 ค้นหาหลายพันต่อวัน

6. เมื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมไปอีก ทำให้พบอีกว่า จริง ๆ แล้วคำว่า ชุดนักเรียนไทย มีปริมาณการค้นหาใน Baidu ในหลักหลายพันใน1วัน ในช่วงปลายเดือนตุลาคมปี 2555 (2012) ซึ่งมากที่สุด นับตั้งแต่มีการค้นหาคำนี้ใน Baidu และ มากกว่า ณ ตอนนี้ที่กำลังเป็นกระแสเสียอีก 

เมื่อไล่ตามไปดูข้อมูลที่ปรากฏบน Baidu ในช่วงเวลาดังกล่าว ปี 2555 พบว่า มีคอนเทนต์ที่รีวิวเกี่ยวกับชุดนักเรียนประเทศต่าง ๆ และระบุว่า ชุดนักเรียนชุดนักศึกษาไทยเป็นหนึ่งในชุดที่มีความน่าสนใจที่สุด และยังเป็นช่วงที่หนัง LOST IN THAILAND หนังที่มีการถ่ายทำในไทย ถ่ายทอดเรื่องราวในไทย ที่ดังเป็นพลุแตกในจีน จนเกิดการเที่ยวตามรอยของคนจีนในประเทศไทย 

7. ในช่วงปี 2566 ผมได้ถามทางเพื่อนคนจีน และ นศ.จีน พบว่า จำนวนไม่น้อย รู้สึกว่าเป็นกระแสในโลกออนไลน์เท่านั้น ยังไม่เห็นคนใกล้ตัว หมายถึงในประเทศจีนเอง ในเมืองของที่พวกเขาอยู่มีการเอามาใส่จริงจัง ถ้าเทียบกับชุดนักเรียนหญิงญี่ปุ่น โดยชุดนักเรียนไทย พวกเขาบอกว่า เห็นแต่ในโลกโซเชียล ที่คนจีนไปไทยแล้วไปใส่

แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน 2567 ระยะเวลา 1 ปี ได้เห็นคนจีนในมหาวิทยาลัย และคนใกล้ตัวผม เริ่มใส่ชุดนักเรียนไทยมากขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมไปปักกิ่ง และหนานจิง ก็เห็นมีคนใส่

8. อ้ายจงได้ตรวจสอบบน E-commerce ภายใต้คำถามที่ว่า "ในจีนมีการขายและเริ่มมีการใส่ชุดนักเรียนไทยในจีนบ้างหรือไม่? หรือเกิดขึ้นแค่ในไทย ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ไปไทย"

เมื่อค้นหาคำว่า 泰国 (ไทย) ใน Taobao (เถาเป่า) E-commerce จีน และเลือกเรียงลำดับตามจำนวนยอดขาย

สินค้าชุดนักเรียนไทยของร้านหนึ่ง อยู่ในอันดับต้น ๆ โดยบางร้านที่ขายระบุว่ามียอดขายรายเดือน มากกว่า 8000 ออร์เดอร์ และเริ่มมีรีวิวบนเถาเป่า ว่าซื้อแล้วนำไปใส่ถ่ายรูปตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในจีน แต่ก็ยังไม่ถือกับเป็นกระแสหลักวงกว้าง สำหรับกรณีใส่ในจีนนะครับ

9. ขอย้ำตามที่เขียนไปข้างบน ๆ แล้วว่า การใส่ชุดนักเรียนไทย หรือชุดนักเรียนของต่างประเทศ สำหรับคนจีนมองเป็นการใส่แบบคอสเพลย์ ใส่แบบแฟชั่น ดังนั้น โดยทั่วไปจึงอาจไม่ถูกระเบียบแบบที่ใส่จริง ๆ ในไทยครับ

‘เศรษฐา’ หารือ ‘มาครง’ เดินหน้าในระดับโลก แลก ‘Whatapp’ คุยตรง เรียกร้อง ‘อิสราเอล’ ให้หยุดยิง หนุนเจรจาใน ‘เมียนมา’ ฟรี ‘วีซ่าเชงเกน’

(18 พ.ค. 67) เพจเฟซบุ๊กของ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี (เนเน่) รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ การที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เข้าพบกับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญในระดับโลก และมีผลกระทบต่อประเทศไทย โดยได้ระบุว่า ...

ไทยพบ ปธน.มาครง ครั้งนี้ การเมืองระหว่างประเทศของไทย ก้าวไปอีกหลายก้าว... เรียกร้องอิสราเอลหยุดยิง เมียนมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียว ไทย-ฝรั่งเศส-กัมพูชา และ ฟรีวีซ่าเชงเกน!

ประเด็น #ฮามาส - #อิสราเอล ฝรั่งเศสมีบทบาทในเรื่องนี้อย่างแข็งขัน ไทยยังคงมีตัวประกันอยู่ ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งทางประธานาธิบดีมาครงเห็นใจและพร้อมให้การสนับสนุนให้มีการหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งทางประธานาธิบดีมาครงมีไอเดียที่จะใช้โอกาสจากการที่ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2024 ณ กรุงปารีส ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม 2567 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ Olympic Ceasefire เชื่อว่ากีฬาเป็นสิ่งที่ทำให้ลืมความขัดแย้ง รวมถึงขอให้ประเทศไทยเข้าร่วมสนับสนุน เพื่อแสดงเจตจำนงเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อโอลิมปิกในช่วงเวลาดังกล่าว 

เรื่อง #เมียนมา นายกฯ ได้มอบหมายให้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปร่วมพูดคุยว่าไทยสนับสนุนให้มีการเจรจา เพื่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเมียนมา และเกิดความสงบ ซึ่งทางประธานาธิบดีมาครงพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ

#ฟรีวีซ่าเชงเกน เดินหน้าผลักดันการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าเขตเชงเกนสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย ซึ่งอาจจะเดินหน้าดำเนินการได้ช่วงเดือนสิงหาคม หลังการเลือกตั้งสภายุโรปในเดือนมิถุนายน 2567 และสำหรับเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันยังคงไม่เท่ากับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันผลักดันการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกัน

#ไทยฝรั่งเศสกัมพูชา สื่อสารกันใกล้ชิดมากขึ้น สองผู้นำ ไทย-ฝรั่งเศส แลก Whatapp กัน และจะมีการสร้างกลุ่ม 3 คน โดยดึง นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้ามาด้วย เพื่อที่จะได้สามารถพูดคุยหารือกันได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย

‘กองทัพเรือ’ ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อชาติ ภายใต้กรอบการลดกำลังพล ตามที่สังคมอยากเห็น

ทหารเรือ มีไว้ทำไม?...‘พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม’ ผบ.ทร.คนที่ 57 จะมาเผยถึงภารกิจกองทัพเรือ ที่สังคม ‘ไม่ค่อยได้เห็น’ เพราะชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนผืนน้ำ

“ทหารเรือต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา“

“ป้องกันประเทศ / เฝ้าระวังคนหลบหนีเข้าเมือง / สกัดลักลอบขนยาเสพติด สินค้าเถื่อน / ป้องปราบการทำประมงผิดกฎหมาย ขบวนการทำลายทรัพยากรใต้น้ำ / ป้องกันฐานขุดเจาะพลังงาน / ช่วยเหลือภัยพิบัติ ฯลฯ.”

รับชมภารกิจส่วนหนึ่งของทหารเรือ จากคำบอกเล่า ผบ.ทร. ได้ที่: https://youtu.be/ci6kC3rjTjU?si=ulLRjwUGryy5bM6X 

'คนไทยในสวีเดน' เผย!! 'เศรษฐกิจเริ่มแย่-ของแพง-บ.ล้มละลายเพียบ' สวนทางภาพลักษณ์ 'ใช้ชีวิต-ใช้จ่าย' สุขสบายในสายตาชาวโลก

ไม่นานมานี้ ช่องยูทูบ 'New Story' โดยคุณนิวคนไทยในสวีเดน ได้นำเสนอเนื้อหาในประเด็น 'สวีเดนเข้าสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนัก' ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้...

ตอนนี้ประเทศสวีเดนได้เริ่มเข้าสู่สภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจแล้ว หลาย ๆ บริษัทไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือบริษัทใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวกับงานรับเหมาก่อสร้าง มีการแจ้งล้มละลายกว่า 50 บริษัทจากทั่วทั้งประเทศแล้ว และก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีเพิ่มมากขึ้นอีก

ส่วนสาเหตุ มาจากค่าเงิน-การเงินสะสม ปัญหาที่กระทบมาตั้งแต่ช่วงโควิดที่ผ่านมา และก็สงครามด้วย ซึ่งเหล่านี้กระทบมาสู่ราคาน้ำมันและราคาสินค้าต่าง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คนในสวีเดนก็ตกงานกันเยอะมาก ตอนนี้ถึงขั้นหลายจุดมีการรอต่อคิวในการสมัครงานกันเลย โดยสวีเดนจะมีสํานักงานให้เราไปลงสมัครงานได้ จึงทำให้เห็นการต่อแถวยาวของผู้ว่างงานที่ไปสมัครงานทิ้งไว้ งานเริ่มหายากมากแล้ว

นอกจากนี้ หลายคนที่เคยกู้เงินซื้อบ้านไว้ ก็เอาบ้านเข้าไปวางประเมินราคา เพื่อกู้เงินเพิ่ม เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย หนักเข้าบางรายก็ยอมให้ธนาคารยึดไปเลย เพราะสู้ราคาดอกเบี้ยไม่ไหว

ภาพที่เกิดขึ้นเหล่านี้ กำลังกระทบกับกลุ่มคนทำงานที่มีรายได้ขั้นต่ำในสวีเดน ซึ่งเป็นกลุ่มจำนวนไม่น้อย ขณะเดียวกันกลุ่มคนที่ทำธุรกิจก็ได้รับผลกระทบในแง่ของการล้มละลายหรือยอมถูกแบล็กลิสต์

แน่นอนว่า ภาพโดยรวม เหมือนทุกคนยังใช้ชีวิตปกติ ยังดูชิล ๆ สามารถออกไปข้างนอก ไปดื่ม ไปเที่ยว ไปกินได้ แต่ว่าลึก ๆ แล้ว ทุกคนเริ่มรับรู้ถึงภัยเงียบทางเศรษฐกิจ 

สังเกตได้จากการใช้เงินรูดบัตรเครดิต ซึ่งดิฉันเอง ทํางานเกี่ยวกับตรงนี้โดยตรง จึงพอเห็นพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต (การใช้จ่าย-การจ่ายหนี้) ที่ดูแล้วมีผลกระทบต่อผู้คนค่อนข้างที่จะเยอะมาก

อย่างในส่วนของบริษัทที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับงานก่อสร้าง ก็พบว่ามีการแจ้งล้มละลายเข้ามาเยอะมากและบางรายก็เอาสินค้าที่ตัวเองมีอยู่ไปขายประมูลในราคาถูก เพียงเพื่อต้องการที่จะโละสต็อกแล้วเงินมาใช้หนี้

ทําไมในส่วนนี้ดิฉันถึงรู้ เพราะไม่นานมานี้ที่บ้านกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงจากผลกระทบที่มีหิมะละลาย แล้วพนักงานเขตมาเกลี่ยหิมะไม่ดี จนทำให้เกิดน้ำที่ละลายจากหิมะไหลเข้ามาบ้าน จนต้องเปลี่ยนใหม่หมดเลย แต่ดีตรงที่ว่าประกันของเค้ารับผิดชอบทั้งหมด แต่บางส่วนเราก็อยากจัดการเอง จึงไปหาซื้ออุปกรณ์เครื่องมือที่จะมาซ่อมแซม พอไปข้อมูลก็พบบริษัทที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับก่อสร้างแจ้งล้มละลายและขายประมูลเยอะมากขายแบบในราคาถูกมาก แล้วพอเราไปซื้อมา ก็ได้ราคาถูกแบบครึ่งต่อครึ่งจริง ๆ

จุดนี้จึงทำให้เริ่มรู้แล้วว่า ภัยเงียบทางเศรษฐกิจที่สวีเดนเริ่มก่อตัวแล้ว

ก็อยากจะเตือนคนที่มาทำงานหรือใช้ชีวิตในสวีเดน ถ้ามีงานอยู่ ต้องอดทน อย่าพยายามออกจากงาน พยายามอย่าเลือกงาน ถ้ามีงานไหนเข้ามา ก็รับทําไว้ก่อน เพราะถ้าตกงานตอนนี้ จะหางานยากมาก เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ จะเลือกคนที่คุณสมบัติพร้อมที่สุดจริง ๆ

เช่นเดียวกับสิ่งของ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ได้ซื้อ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็อย่าเปลี่ยน เช่น รถยนต์ ส่วนเงินควรใช้เท่าที่มี และต้องเก็บเงินออมไว้ให้มาก เพราะภัยเงียบเกี่ยวกับเศรษฐกิจจะมีออกมาเรื่อย ๆ ผ่านราคาสินค้าที่จะแพงมากขึ้นกว่านี้

เพราะเราต้องยอมรับไว้เลยว่า ความสมดุลทางเศรษฐกิจมันเริ่มหาย บางคนมีเงินไม่ยอมจ่าย เลือกเก็บเพราะกังวลในอนาคต ทำให้ความสมดุลของการเงินในเชิงเศรษฐกิจการเงินเริ่มขาดความสมดุล ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ไม่จำเป็นก็จะไม่จ้างพนักงาน เป็นต้น

เชื่อว่าภาพที่เกิดขึ้นในสวีเดนตอนนี้ ก็คงคล้าย ๆ กับที่เมืองไทย อย่าเพิ่งใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินไป มีรายได้ก็เก็บไว้ โดยเฉพาะกับคนไทยที่นี่ อย่าถึงกับส่งเงินกลับบ้านจนหมด เพราะเกิดเราล้มอยู่ที่นี่ สุดท้ายทางบ้านก็จะเดือดร้อนล้มตามไปด้วย ทำตัวเราให้แข็งแรงก่อน ใช้จ่ายอย่างประหยัดแล้วหมั่นเก็บเงินเก็บทองไว้เพื่ออนาคต

ขอเป็นกำลังใจให้กับคนไทยในสวีเดนทุกท่าน


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top