Thursday, 6 August 2026
Hard News Team

‘หนุ่ย พงศ์สุข’ ตั้งคำถามถึงความปลอดภัย หลังคนบ้าก่อเหตุ แต่จนท.บอกไม่ต้องโดนคดีอาญา 

นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือ "หนุ่ย พงศ์สุข" พิธีกรชื่อดังโพสต์ Facebook ส่วนตัว โดยตั้งคำถามถึงการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ว่า

คนเพี้ยนที่ไปตะโกนลั่นห้างหรู ลั่นสนามบินนานาชาติ ลั่นหน้าถนนใจกลางเมือง ปล่อยงูหลายตัวออกมายั้วเยี้ย และเหวี่ยงขวดแก้วกระเด็นโดนคน ทำลายความสงบสุขของผู้คน… 

….ซึ่งหลายคนคงเห็นคลิปแล้ว และเขาทำหลายครั้ง ทำอย่างสุด ๆ 

รู้ทันภัยออนไลน์ “ตัดสาย - บล็อกเบอร์” ลดโอกาสเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยความห่วงใยจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(15 ก.พ.65)​ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ในห้วงปัจจุบันมิจฉาชีพได้มีการเปลี่ยนแปลงกลโกงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงการปลอมตัวเป็นคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร หรือบริษัทต่าง ๆ บ้างก็ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือปลอมเป็นพนักงานบริษัทรับส่งพัสดุ อ้างว่าพี่น้องประชาชนที่รับสายนั้นมีการส่งของผิดกฎหมาย จนนำไปสู่การโน้มน้าวหลอกลวงให้โอนเงินจนสูญเสียทรัพย์สิน นั้น

ขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ว่าหากมีเบอร์โทรศัพท์ที่ท่านไม่รู้จัก ติดต่อเข้ามาหาท่าน แล้วอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือพนักงานจากบริษัทต่าง ๆ แล้วโน้มน้าวให้ท่านโอนเงินให้ ด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ และขอให้ท่านตัดสายเลิกสนทนาทันที หลังจากนั้นขอแนะนำให้บล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้โทรเข้ามาหาท่าน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียทรัพย์สินได้ เพราะการคุยกับมิจฉาชีพต่อไป อาจทำให้เกิดความเสียหาย เนื่องจาก 

มิจฉาชีพจะใช้กลยุทธ์ "ร้อยเรียงเรื่องราว" พูดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อ เคลิบเคลิ้มไปตามคำพูด จนยอมบอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลด้านการเงิน อันเป็นความลับ จนกระทั่งถูกหลอกให้โอนเงินไปในที่สุด

ยังไม่ถึงฆาต!! หนุ่มวัย 33 โพสต์คลิปวินาทีเฉียดตาย หลังกินแซลมอนจิ้มวาซาบิ แล้วสำลักจนหมดสติ

นาทีชวนช็อก หนุ่มกินปลาดิบที่ทาวาซาบิเยอะ จนเกิดอาการสำลัก ไอ ก่อนจะหงายหลังคาโต๊ะ โชคดีได้ภรรยาเจ้าของร้านเข้าปฐมพยาบาล ก่อนเตือนอย่าใส่วาซาบิเยอะ มันจะทำให้น็อกเอาได้

วานนี้ (14 ก.พ.) เฟซบุ๊ก “พ่อน้องเก้า อิอิ” ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ขณะตนเองนั่งรับประทานอาหารอยู่กับภรรยา แต่ปรากฏว่าหลังจากกินปลาดิบที่ทาวาซาบิเข้าไปเยอะ เกิดอาการสำลัก ไอ ก่อนจะหงายหลังคาโต๊ะ จนภรรยาและเจ้าของร้านต้องรีบวิ่งเข้ามาช่วย ทั้งทุบหลัง และประคองให้นั่งตัวตรง ก่อนที่เริ่มกลับมาเป็นปกติในที่สุด

‘เบลล์-ขอบสนาม’ เผย ‘เดียร์ลอง’ เตรียมย้ายไปเนเธอร์แลนด์ พร้อม ‘เปลี่ยนชื่อ - สัญชาติ’ คาดไม่กลับมาเมืองไทยอีก

หลังจากที่เป็นกระแสในโลกโซเชียลเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาสำหรับ ‘เดียร์ลอง’ หรือ ‘กวาง อริศรา’ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง และ เจ้าของฉายาเจ้าหญิงดิสนีย์ เมืองไทย หลังจากถูกมือดีดูดคลิปจาก OnlyFans มาเผยแพร่ต่อในช่องทางออนไลน์ต่างๆ

ล่าสุด ‘เบลล์-ขอบสนาม’ ได้แจ้งข่าวผ่านเพจส่วนตัวถึงความเคลื่อนไหวของ เดียร์ลอง โดยระบุว่าเธอจะย้ายไปอยู่ที่เนเธอร์แลนด์แบบถาวร เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสัญชาติ เริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่กลับมาเมืองไทยอีก ซึ่ง ‘เบลล์-ขอบสนาม’ ได้กล่าวอวยพร เดียร์ลอง พร้อมกลับบอกว่าเสียดายที่จะไม่ได้เจอน้องที่เมืองไทยอีก ก่อนจะปิดท้ายว่าจะไปเยี่ยมบ่อยๆ ขอเก็บเงินอีก 2 ปีจะตามไปเปิดร้านกัญชา

ทบ.แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทธโธปกรณ์ และยานพาหนะ ใน 16 - 21 ก.พ. 65 

กองทัพบก โดย กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน  แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และ ยานพาหนะ ของ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1, กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1, กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1, กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 และ กองสรรพาวุธเบา กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อจัดแสดงและสาธิตอำนาจการยิงเหล่าทหารปืนใหญ่ ประจำปี 2565 ในวันที่ 21 ก.พ. 65 ณ พื้นที่ฝึก ศูนย์การทหารปืนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 

“นายกฯ” สั่ง สุ่มตรวจเอทีเคปลอม หากพบให้ดำเนินคดี-คุมราคา ลดภาระปชช. ย้ำ สธ.เร่ง ฉีดวัคซีนเข็ม 2-บูสเตอร์  พร้อม เร่ง สาง “หนี้ครู-หนี้ครัวเรือน” 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าอย่าประมาท ต้องคอยเตือนให้ป้องกันตัวเอง แม้วโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน จะมีอันตรายน้อย อัตราการเสียชีวิตต่ำ และย้ำกระทรวงสาธาณสุข รณรงค์การฉีดวัคซีนให้ครบ2เข็ม และเร่งฉีดเข็มบูสเตอร์ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปสุ่มตรวจการจำหน่ายเอทีเค ตามท้องตลาด หากพบเอทีเค ที่เป็นของปลอม ให้ดำเนินการจับกุม และสั่งให้ควบคุมราคาเอทีเคให้เหมาะสม เพื่อลดภาระของประชาชน

“สมศักดิ์ พันธ์เกษม” มาแล้ว!! สมัครสมาชิกภูมิใจไทยเรียบร้อย  “อนุทิน” พร้อมคณะผู้บริหารต้อนรับสุดชื่นมื่น เชื่อ ส.ส.ไหลเข้าพรรคเยอะช่วยเพิ่มเสถียรภาพ “ลุงตู่” ด้าน “สมศักดิ์” ปัดตอบเคลียร์ใจกลุ่ม “ธรรมนัส” ชี้ เลือกซบภท. เหตุนโยบายตรงกัน

ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ซึ่งนายอนุทินได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตพรรคให้กับนายสมศักดิ์ เพื่อต้อนรับเข้าสู่พรรคอย่างเป็นทางการด้วย ทำให้ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยมีส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งสิ้นในขณะนี้จำนวน 62 คน

จากนั้นนายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้ให้การต้อนรับนายสมศักดิ์ ในฐานะที่ได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตัวนายสมศักดิ์และตนมีความสัมพันธ์กันมานับเป็นเวลา 20 กว่าปี เนื่องจากนายสมศักดิ์เคยเป็นผู้ช่วยลขานุการรมว.คลังสมัยที่พ่อของตนคือนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรมช.คลัง  ถือว่าไม่ใช่คนอื่นไกลกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตลอด เมื่อมาในครั้งนี้นายสมศักดิ์ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องบัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องหาพรรคใหม่สังกัดในระยะเวลาที่กำหนด และวันนี้นายสมศักดิ์ได้มาหาพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับสัญญาว่าจะทำงานเพื่อบ้านเมืองไปด้วยกัน เช่นเดียวกับนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ที่ได้ยื่นใบสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) ที่ จ.ขอนแก่น โดยพรรคได้ตรวจคุณสมบัติต่างๆและสอบถามเจตนารมณ์ความตั้งใจความมุ่งมั่นที่จะทำงาน รับใช้ชาติ บ้านเมืองตามนโยบายพรรคภูมิใจไทยและตามหลักการทางการเมืองที่เราได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งนายสมศักดิ์ยินดีที่จะมาร่วมงาน และทำงานด้วยกัน นี่เป็นที่มาของข้อสรุปที่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เมื่อขั้นตอนตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว นายสมศักดิ์ก็เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สามารถไปประชุมสภาฯในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้ พรรคเรายินดีต้อนรับนายสมศักดิ์มาอยู่ชายคาเดียวกัน และเดินไปด้วยกัน

เมื่อถามว่า ส.ส.เข้ามาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยเยอะ ช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองให้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วยนายกฯเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว ต่อให้ไม่เอ่ยปากเราก็ต้องนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่เราต้องมีบุคลากรที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทุกคนเป็นส.ส. หลายสมัย เป็นที่นิยมของประชาชนในพื้นที่ ทำประโยชน์รับใช้พี่น้องประชาชน บ้านเกิดเมืองนอนมากมาย ทุกท่านล้วนมีผลงาน การที่ท่านเหล่านี้เข้ามาร่วมงานกับพรรค จะยิ่งทำให้นโยบายต่างๆ เกิดผลสำเร็จรวดเร็วมากเท่าที่เราจะผลักดันได้ และการที่มีตัวแทนปวนชนชาวไทยทำหน้าที่ในสภา และรัฐบาล จะยิ่งทำให้การทำงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วตามสโลแกนลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เราได้เข้ามาเพิ่มอำนาจให้ประชาชนจริง 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญคือเชื่อว่านายสมศักดิ์มั่นใจในจุดยืนของพรรค ที่จะใช้เป็นนโยบายสร้างความมั่นใจให้ประชาชน คือพรรคพูดแล้วทำ ไม่ว่าเราพูดอะไร เราจะทำในสิ่งที่พูดทุกประการ เชื่อว่านี่คือสาเหตุที่หากบรรดาผู้แทนมีโอกาสพูดคุยกัน เขาจะพิจารณาพรรคภูมิใจไทย เพื่อเข้ามารับใช้บ้านเมืองได้ ซึ่งอะไรที่ทำแล้วดีก็ทำ 

เมื่อถามว่า การที่มีกลุ่มส.ส.อดีตพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นการลดแรงเสียดทานเพื่อช่วยนายกฯ ลดจำนวนของกลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าอะไรที่ทำแล้วดีเราก็ทำ การที่เรามีส.ส.มาอยู่ในพรรคเพิ่มขึ้น เท่ากับเพิ่มเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาล เวลาที่เหลือจากนั้นรัฐบาลจะได้บริหารบ้านเมืองอย่างมีเสถียรภาพ กำหนดงบประมาณได้ และวาระสำคัญการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ถ้าอะไรที่สนับสนุนนายกฯให้ทำสำเร็จ เราก็พร้อมจะทำ

ตร.แจ้ง 2 ข้อหา ‘เค ร้อยล้าน’ คลั่งอีก วอน สังคมเห็นใจ เหตุเป็นผู้ป่วยโรคจิตฯ

บช.น.เผย สน.ปทุมวัน ปรับ 2 ข้อหา “เค ร้อยล้าน” คลั่งอีกแล้ว ปาขวดในห้างย่านปทุมวัน พบก่อเหตุที่สนามบินด้วย ชี้ เป็นความผิดลหุโทษ วอน ครอบครัวดูแลใกล้ชิด ปล่อยปละละเลยมีความผิด วอนสังคมอย่าดูหมิ่น อยากให้เห็นใจ

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวถึงกรณี “เค ร้อยล้าน” ชายคลั่งอาละวาดปาขวดแก้วในห้างย่านปทุมวัน เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) ว่า จากการตรวจสอบเป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุทำร้ายตนเองและปล่อยงู ที่แยกราชประสงค์ เมื่อเดือน เม.ย. 62 และกลางถนนราชดำริ หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พื้นที่ สน.ลุมพินี ส่วนกรณีล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เปรียบเทียบปรับข้อหา “ก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ, ทำให้เกิดเสียง หรือกระทำความอื้ออึงฯ” ยังพบก่อเหตุ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พื้นที่ บช.ภ.1

ตำรวจจึงนำตัวส่งรักษา รพ.สมเด็จเจ้าพระยา แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นโรคจิตอารมณ์แปรปรวน มีการรักษาตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.- 7 พ.ค. 62 รวมถึงรอผลตรวจหาสารเสพติด แอลกอฮอล์ และสภาพจิตจาก รพ.ตำรวจ เมื่อเป็นผู้ป่วยภายใน รพ.จึงเห็นว่า ควรรักษาเหมือนผู้ป่วยภายนอกมารับยาประจำ ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ไปรับยาจนถึงวันก่อเหตุ 1 ก.พ. ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นลหุโทษ อาทิ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบก โทษเปรียบเทียบปรับ จบในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ต้องฟ้องศาล ส่วนความผิดซ้ำๆ สามารถส่งให้ศาลปรับได้หรือไม่ เนื่องจากคดีเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนปรับและจบในชั้นสอบสวน

ครม.ไฟเขียวร่างแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ วงเงิน 498 ล้านบาท 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการ ด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565-2570 ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนปฏิบัติการไปดำเนินการต่อไป โดยวัตถุประสงค์ของแผนปฏิบัติการฯ เพื่อลดความต้องการบริโภคยาสูบที่สูงของประชากรและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากอันตรายของควันบุหรี่ ให้ดำเนินการภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์ วงเงิน 498.039 ล้านบาท ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถการควบคุมยาสูบของประเทศ วงเงิน 138.800 ล้านบาท ให้ผลักดันนโยบาย ปรับปรุงกฎหมาย ระบบการบังคับใช้กฎหมาย ตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบ WHO FCTC เฝ้าระวัง วิจัย จัดการความรู้ กำกับ ติดตามประเมินผลการควบคุมยาสูบในทุกระดับ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพยาสูบรายใหม่ และเฝ้าระวังธุรกิจยาสูบ วงเงิน 99.186 ล้านบาท เช่น การให้ความรู้ โทษ พิษภัย ของยาสูบ กับเด็ก เยาวชนและนักสูบหน้าใหม่ เฝ้าระวังแาะบังคับใช้กฎหมาย การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบ การโฆษณา และรู้เท่าทันกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบ ยุทธศาสตร์ที่ 3 บำบัดผู้เสพให้เลิกใช้ยาสูบ วงเงิน 51.832 ล้านบาท เช่น สร้างเสริมพลังชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อบำบัดผู้เสพยาสูบ พัฒนาระบบบริการเลิกยาสูบ และสายด่วนเลิกบุหรี่

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การควบคุม ตรวจสอบ เฝ้าระวังและเปิดเผยรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ วงเงิน 12.5ล้านบาท เช่น ปรับปรุงกฎหมาย แนวทางการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก สร้างกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อวัดสารที่อยู่ในยาสูบและสารที่ปล่อยออกมา ยุทธศาสตร์ที่ 5 ทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ วงเงิน 165.721 ล้านบาท เช่น การออกประกาศกฎกระทรวง กฎ ระเบียบ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้สถานที่สาธารณะและสถานที่ทำงานทุกแห่งปลอดควันบุหรี่

การปรับเปลี่ยน ทัศนคติ พฤติกรรมและค่านิยมของการเสพยาสูบ เพื่อให้การไม่สูบบุหรี่ในบ้าน สถานที่ทำงานและสถานที่สาธารณะเป็นบรรทัดฐานของสังคมไทย และยุทธศาสตร์ที่ 6 มาตรการภาษี การป้องกันและปราบปรามเพื่อควบคุมยาสูบ วงเงิน 30 ล้านบาท เช่น ปรับปรุงโครงสร้างภาษียาสูบ และระบบการบริหารการจัดเก็บภาษียาสูบ การป้องกัน ปราบปรามยาสูบที่ผิดกฎหมาย การดำเนินการสำหรับผู้กระทำความผิด และมาตรการลดผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบอันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ

ครม.ไฟเขียว! ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงข้อริเริ่มการใช้พลังงานสะอาด ไทย-บริษัทเอกชนสหรัฐ สร้างเม็ดลงทุนกว่า 2.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ว่า ครม.เห็นชอบร่างหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) สำหรับข้อริเริ่มความต้องการใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy Demand Initiative: CEDI) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและภาคเอกชนของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีพิธีลงนามในการประชุม The 2nd United States -Thailand Energy Policy Dialogue (2nd UTEPD) โดยกระทรวงพลังงานไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 หนังสือแสดงเจตจำนงฉบับนี้ เป็นการแสดงความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา ในการส่งเสริมการลงทุนสำหรับธุรกิจที่สนใจและมีศักยภาพในการจัดหาและใช้พลังงานสะอาด

โดยฝ่ายสหรัฐจะชักชวนนักลงทุนมาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และฝ่ายไทยจะอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการจัดหาพลังงานสะอาดสำหรับการดำเนินธุรกิจของสหรัฐภายใต้เงื่อนไขและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนาทางเลือกอื่นๆ ที่มีความเหมาะสม ผ่านแนวทางการจัดหาพลังงานสะอาดที่ฝ่ายไทยจะดำเนินการในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย 1)การผลักดันให้เกิดตลาดพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพและสามารถแข่งขันด้านราคาได้ 2)การกำหนดนโยบายด้านพลังงานสะอาดให้มีความเหมาะสม 3)การส่งเสริมระบบการรับรองสถานะด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการซื้อขายพลังงานสะอาด 4)การสนับสนุนการพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐานของด้านไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดได้

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมีภาคเอกชนของสหรัฐประสงค์ที่จะร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงค์ทั้งหมด 19 บริษัท โดยจะนำเงินมาลงทุนคิดเป็นมูลค่าอาจสูงถึง 2,384 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งมีรายชื่อบริษัทดังนี้ 1)HP Inc. 2)Apple 3)Akamai 4)Meta Platforms, Inc. 5)Johnson & Johnson 6)Nike 7)Dow Inc. 8)Iron Mountain 9)Inter IKEA Group 10)Lululemon 11)Spiber Inc. 12)Ralph Lauren  Corporation 13)Unilever 14)TAL Apparel 15)Amer Sports 16)RIFE International 17)Amazon 18)WeWork และ 19)TCI Co., LTD


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top