Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

ผู้นำอิสราเอลเคร่งเครียด หลังขีปนาวุธอิหร่านตกใกล้สถาบันวิจัยยิว

(1 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงท่าทีเคร่งเครียดอย่างยิ่ง ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบซากขีปนาวุธอิหร่านที่ตกใกล้สถาบันวิจัย Weizmann ใกล้เมืองเรโฮโวท เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเป็นเวลาหลายวัน

แม้อิสราเอลและสหรัฐฯ จะร่วมกันโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านไปแล้ว แต่เนทันยาฮูเผยว่าสถานการณ์ยังไม่สงบ เพราะอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธตอบโต้ต่อเนื่อง ฝ่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ขณะที่เนทันยาฮูไปตรวจสอบซากขีปนาวุธที่ตกใกล้สถาบัน Weizmann พบความเสียหายชัดเจน อาคารพัง หน้าต่างแตก และเศษซากกระจายเต็มพื้นที่ ทำให้เขาตัดสินใจลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังรายงานจากทีมกู้ภัยและนักวิจัยที่เข้าตรวจสอบสถานที่

เนทันยาฮูกล่าวว่า การตรวจสอบสภาพซากขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความพร้อมป้องกันภัยคุกคาม และเตือนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้ฝ่ายอิหร่านสร้างระบบอาวุธขีปนาวุธ-นิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์รอบนี้เปิดทางเลือกใหม่ ในการกู้ตัวชาวอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา

จีนผุดโปรเจกต์ ‘คลองขุดยักษ์’ 1,200 กม. เชื่อมเหนือ-ใต้ ลงทุนกว่า 3.2 แสนล้านหยวน ปั้นเป็นศูนย์กลางคมนาคมใหม่

(1 ก.ค. 68) จีนเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ “คลองขุดยักษ์” มูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) เพื่อเชื่อมแม่น้ำแยงซี (Yangtze River) และแม่น้ำจูเจียง (Pearl River) ตัดผ่าน 3 มณฑลสำคัญ ได้แก่ เจ้อเจียง เจียงซี และกวางตุ้ง รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15

คลองนี้ไม่เพียงเปิดเส้นทางคมนาคมน้ำสายหลักแนวเหนือ-ใต้ของจีน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน โดยเฉพาะมณฑลเจียงซีที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากระยะคลองกว่า 759 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการพัฒนาล้าหลังเมื่อเทียบกับพื้นที่รอบข้าง พร้อมส่งเสริมให้เจียงซีกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภายในประเทศ

ด้วยต้นทุนขนส่งที่ต่ำกว่าทางบกหลายเท่า คลองนี้จะเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินค้า ส่งเสริมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองชายฝั่งกับพื้นที่ชนบท ขณะเดียวกันยังเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งประตูน้ำอัจฉริยะ ระบบนิเวศปลา และการป้องกันตลิ่งพัง

ทั้งนี้ จีนหวังว่าโครงการนี้จะเป็นหมุดหมายใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน โดยอ้างอิงบทเรียนจากเยอรมนีที่ใช้คลองคีล (Kiel Canal) ในการเชื่อมเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการคลองเจ้อเจียง-เจียงซี-กวางตุ้งจึงไม่เพียงเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมระบบขนส่งและการกระจายความเจริญทั่วประเทศอย่างแท้จริง

‘เอกนัฏ’ เดินหน้าจัดการ ‘ซิน เคอ หยวน’ ต่อ แม้ผลสอบตึก สตง.ถล่ม ระบุไม่เกี่ยวกับเหล็ก

วันนี้ (30 มิ.ย. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กถึงกรณีผลตรวจตึก สตง.ของกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า ไม่ว่า ‘เหล็กตํ่ามาตรฐาน’ จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตึกถล่มลงมาหรือไม่ก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของประชาชนคนไทย

ซึ่งผมได้ดำเนินการตรวจสอบ จัดการกับผู้ผลิตเหล็กที่ตัวโรงงานและผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานมาตั้งแต่ ธ.ค. 2567 เริ่มต้นตั้งแต่การเข้าตรวจและปิด บริษัท BNSS สตีล กรุ๊ป ต่อด้วย บริษัท ซิน เคอ หยวน และบริษัทอื่นๆตามมาอีกรวม 10 บริษัท

กรณี บริษัท ซิน เคอ หยวน ที่ผลิตเหล็กไปใช้ในตึกสตง.นั้น จนถึงปัจจุบันโรงงานก็ยังปิด การผลิตเหล็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานถูกส่งให้ DSI ดำเนินคดี

ต่อจากนั้น ซิน เคอ หยวน ก็ถูกเพิกถอน BOI และ ดำเนินคดีในเรื่องอื่นๆที่สำคัญไม่น้อยกว่าตัวเหล็ก เช่น เรื่องฝุ่น ที่มีครอบครองเกือบ 60,000 ตัน โดยที่ไม่ได้มีการแจ้ง มีการขนย้ายที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดตั้งข้อหากับ ซิน เคอ หยวน และบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งให้ DSI ดำเนินคดี ทั้งหมด 1,016 ข้อหา 

ผมและทีม #สุดซอย ไม่หวั่นไหว ยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายไทย เพื่อรักษามาตรฐาน ผดุงความเชื่อมั่น เซฟอุตสาหกรรมเหล็ก และชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยเป็นสำคัญ

สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนทะลุ 100 ล้านคน เผยแรงงาน-คนรุ่นใหม่สมัครพุ่ง ปีเดียวเพิ่ม 2.13 ล้าน

(1 ก.ค. 68) ปักกิ่งเผยรายงานล่าสุดระบุว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 100.27 ล้านคน ณ สิ้นปี 2024 เพิ่มขึ้นเกือบ 1.09 ล้านคนจากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันจำนวนองค์กรพรรคระดับปฐมภูมิทั่วประเทศเพิ่มเป็น 5.25 ล้านแห่ง แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและขยายตัวต่อเนื่อง

มีการเปิดเผยว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสมาชิกคุณภาพและพัฒนาองค์กรให้มีความเข้มแข็ง โดยยึดหลักการบริหารแบบจริงจังและเน้นการปฏิรูป เพื่อผลักดันเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยในแบบของจีน โดยในปี 2024 มีคนสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่กว่า 2.13 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคการผลิตและคนรุ่นใหม่วัยทำงาน

ข้อมูลระบุว่า สมาชิกพรรคฯ ร้อยละ 57.6 มีวุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือสูงกว่า และร้อยละ 83.7 มีอายุไม่เกิน 35 ปี ขณะที่สัดส่วนสมาชิกสตรีอยู่ที่ร้อยละ 30.9 และกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยอยู่ที่ร้อยละ 7.7 แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นในพรรคฯ

การเติบโตอย่างมั่นคงของพรรคฯ สะท้อนบทบาทสำคัญในสังคมจีน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยพรรคฯ ยืนยันจะเดินหน้าสร้างบุคลากรคุณภาพสูง เสริมพลังให้โครงสร้างองค์กร และเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายระยะยาว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงผลการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(1 มิ.ย. 68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สส1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการสูญเสียของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ถล่มลงมา ในขณะเกิดเหตุยังมีเจ้าหน้าที่ บุคคลากรที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายปฏิบัติงานอยู่ จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตหลายราย หลังมีการรายงานเหตุอาคารถล่ม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ        ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งรุดเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือสนับสนุนในทันที พร้อมสั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาขึ้น 

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ     ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ , กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ , กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และกลุ่มงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ มีภารกิจเป็นศูนย์อำนวยการและสั่งการในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การจัดการศพ การติดตามผู้สูญหายและการส่งกลับ รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถส่งกลับคืนศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ ยังได้ร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายใต้สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานราชการอื่น อาทิ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย , กรมการปกครองเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ถือสัญชาติไทย ,สำนักงานเขตจตุจักรและสำนักงานเขตปทุมวัน เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการออกใบมรณบัตร ณ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ เป็นต้น

ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล สามารถกระทำได้หลัก ๆ 3 วิธี คือ การตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม (DNA) , การตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และการตรวจข้อมูลทันตกรรม ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้ถูกนำมาใช้ร่วมกันในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ โดยการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในการตรวจสารพันธุกรรมจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลสารพันธุกรรมจากศพหรือชิ้นส่วนศพ และข้อมูลสารพันธุกรรมจากญาติร่วมสายโลหิต เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับศพหรือชิ้นส่วนศพ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานความร่วมมือกับศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการเก็บสารพันธุกรรม และจัดส่งตัวอย่างสารพันธุกรรมมาตรวจเปรียบเทียบที่สถาบันนิติเวชวิทยา โดยที่ญาติไม่ต้องเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาด้วยตัวเอง อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการเดินทางของญาติ

จากระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลการปฏิบัติงาน มีดังนี้

1. รายงานศพและชิ้นส่วนศพที่รับเข้าระบบนิติเวชวิทยาเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แบ่งเป็น ศพ จำนวน 80 ราย และชิ้นส่วนศพ จำนวน 316 ชิ้น

2. DNA ที่เก็บจากญาติของผู้เสียชีวิต/ผู้สูญหายเพื่อตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 95 ราย

3. ผลการยืนยันตัวบุคคลจากการตรวจเปรียบเทียบ DNA และลายนิ้วมือ สามารถยืนยันตัวบุคคลและส่งให้ญาติแล้ว จำนวน 93 ราย เหลือไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ จำนวน 2 ราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท อุตสาหะ ในการดำเนินงานเพื่อประชาชน ขอขอบคุณหน่วยงานจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการเพื่อประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผู้ได้รับความสูญเสีย พร้อมนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่บัดนี้

กอ.รมน. เดินหน้าขับเคลื่อนงานมวลชนจับมือ ทรภ.1 ศรชล.ภาค 1 กปช.จต. และมวลชน เสริมแนวร่วมความมั่นคงชายฝั่งทะเลตะวันออก

กอ.รมน. โดย พลตรี ธนาธิป สว่างแสง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออก และหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานมวลชนร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเล

การประชุมในครั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1), ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค1 (ศรชล.ภาค1), กองบัญชาการกองพลนาวิกโยธิน, กองกำลังป้องกันชายแดน จังหวัดจันทบุรี -ตราด (กปช.จต), กอ.รมน. จังหวัดชลบุรี ,กอ.รมน. จังหวัดระยอง  และผู้แทนมวลชน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการด้านความมั่นคง เสริมสร้างและขยายเครือข่ายมวลชนในพื้นที่ พร้อมทั้งผลักดันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นในการดูแลผลประโยชน์ของชาติทั้งทางบกและทางทะเล

ในที่ประชุม ยังได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยการส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนให้ร่วมมือกับภาครัฐในการแจ้งเตือนภัย เฝ้าระวัง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงและภัยคุกคาม

นอกจากนี้ ได้มีการรายงานผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1 และมวลชน ทสปช. โดยเฉพาะการลักลอบขนยาเสพติด การขนถ่ายน้ำมันโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมเรือผิดกฎหมายได้หลายลำ พร้อมของกลางน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร และผู้ต้องหาหลายสิบรายในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ อาทิ ปากแม่น้ำประแสร์ จ.ระยอง, ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ, เกาะสีชัง จ.ชลบุรี และชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จาก ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1, และ กปช.จต. แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล ในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน ควบคุมและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมทั้งรักษาอธิปไตยของชาติ โดยใช้กลไกสันติวิธีควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ความสัมพันธ์อันดี และผลประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ชายแดน

จากความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน., ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1 , กปช.จต. และภาคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเสริมสร้างเครือข่ายมวลชน และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในทุกมิติ อันจะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่งอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

‘ไอร์แลนด์’ ลุยแบนสินค้าจาก ‘อิสราเอล’ กลายเป็นชาติแรกในยุโรปที่ออกกฎหมายชัดเจน

(30 มิ.ย. 68) ไอร์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่ผ่านร่างกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากพื้นที่ชาวยิวตั้งถิ่นฐาน (settlements) ของอิสราเอลในเขต West Bank และ East Jerusalem ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 

ร่างกฎหมายมีชื่อว่า "Israeli Settlements (Prohibition of Importation of Goods) Bill 2025" ให้ความชัดเจนว่าห้ามนำเข้าสินค้าจากย่านเหล่านั้น เช่น ผลไม้ เครื่องสำอาง และไม้ เฉพาะสินค้าที่ผลิตในพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองเท่านั้น สินค้าที่ผลิตโดยชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เดียวกันจะยังได้รับอนุญาต 

รัฐบาลไอร์แลนด์กล่าวว่า การกระทำนี้สอดคล้องกับคำปรึกษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อปีที่ผ่านมา ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หยุดสนับสนุนเศรษฐกิจจากการยึดครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รองนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ไซมอน แฮร์ริส (Simon Harris) เผยว่าการเป็นผู้นำครั้งนี้จะสร้างแรงกดดันเชิงสากลและเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ปฏิบัติตาม

อิสราเอลตอบโต้ไอร์แลนด์อย่างรวดเร็วด้วยการปิดสถานทูตในกรุงดับลิน โดยให้เหตุผลว่าไอร์แลนด์มีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งจริง ๆ แล้วอิสราเอลได้ดำเนินการปิดสถานทูตไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการจำนวนมากออกมาแสดงการสนับสนุนกฎหมายของไอร์แลนด์ โดยชี้ว่าแนวทางนี้มีฐานทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

เมื่อ ‘ผู้นำเขมรผยอง’ สั่งหยุดนำเข้าน้ำมันจากไทย ราคาหน้าปั๊มดีดจาก 30 -31 บาท/ลิตร แตะ 39–45 บาท/ลิตร

หลังจากรัฐบาลกัมพูชาประกาศระงับการนำเข้าน้ำมันจากไทยตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2568 ราคาน้ำมันในประเทศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เคยอยู่ในช่วงประมาณ 30–31 บาทไทยต่อลิตร กลายเป็นแตะระดับกว่า 39–45 บาทในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยล่าสุด ราคาหน้าปั๊มในเมืองชายแดนอย่างปอยเปตแสดงว่าดีเซลอยู่ที่ 4,800 เรียล (ประมาณ 39.00 บาท) และเบนซินพรีเมียมสูงถึง 5,550 เรียล หรือประมาณ 45.05 บาทไทย

โดยในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ตามป้ายราคาหน้าปั๊มน้ำมัน PTT Station และ L.H.R ที่ปรากฏในพื้นที่ชายแดนใกล้ตลาดปอยเปต ปรากฏราคาน้ำมันดังนี้:

ประเภทน้ำมัน ราคากัมพูชา (KHR) คำนวณเป็นบาทไทย (ประมาณ)
ดีเซล (Diesel) 4,800 ~39.00 บาท
เบนซิน Regular 4,950 ~40.20 บาท
เบนซิน Super 5,550 ~45.05 บาท

แม้รัฐบาลกัมพูชาจะอ้างว่ามีแหล่งพลังงานสำรองจากประเทศเพื่อนบ้านและไม่จำเป็นต้องพึ่งไทย แต่โครงสร้างการค้าระหว่างประเทศที่พึ่งพาชายแดนตะวันตกเป็นหลักกลับสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่ง เมื่อขาดซัพพลายจากฝั่งไทย ตลาดน้ำมันภายในจึงเกิดภาวะชะงักงันทันที ราคาจึงดีดตัวตามกลไกและความกังวลของผู้บริโภคที่เร่งกักตุน

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ชัดเจนว่า การใช้น้ำมันเป็นเครื่องมือในการตอบโต้ทางการเมือง อาจสร้างภาพลักษณ์เข้มแข็งให้กับรัฐบาลในระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ระยะยาวกลับเป็นภาระหนักอึ้งที่ตกอยู่กับประชาชนโดยตรง ซึ่งต้องแบกรับราคาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในทุกมิติของชีวิตประจำวัน

เครมลินชี้!! ชาติตะวันตกเริ่มยอมรับความจริง แม้พยายามหนัก แต่ไม่สามารถเอาชนะรัสเซียได้

(30 มิ.ย. 68) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) กล่าวระหว่างเยือนคีร์กีซสถานว่า ชาติตะวันตกเริ่มตระหนักว่า ไม่สามารถเอาชนะรัสเซียในเชิงยุทธศาสตร์ได้ แม้จะพยายามใช้อาวุธและสนับสนุนรัฐบาลยูเครนที่ลาฟรอฟกล่าวหาว่าเป็น “ระบอบนาซี” เพื่อบีบให้รัสเซียพ่ายแพ้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยสำเร็จ และครั้งนี้ก็จะล้มเหลวอีกเช่นกัน

ลาฟรอฟยืนยันว่ารัสเซียพร้อมร่วมมืออย่างจริงใจในการหาทางยุติสงครามในยูเครน แต่จะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของเกมการเมืองที่ผู้นำยุโรปบางรายพยายามกดดันให้รัสเซียเข้าร่วม พร้อมโจมตีผู้นำฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง และนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ทซ์ ว่าไม่มีเหตุผล และกำลังพยายามรื้อฟื้นอิทธิพลเดิมของยุโรปในแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

นอกจากนี้ ลาฟรอฟยังหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศคีร์กีซถึงประเด็นแรงงานข้ามชาติ โดยระบุว่ารัสเซียยินดีต้อนรับแรงงานจากประเทศพันธมิตร แต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมหารือเรื่องสถานการณ์ในยูเครน อิหร่าน และปัญหาปาเลสไตน์

ลาฟรอฟแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลคีร์กีซที่มีท่าทีเป็นกลางและไม่เข้าข้างฝ่ายใดในความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย โดยการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 มิถุนายน และเขายังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศขององค์กรสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (CSTO) อีกด้วย

นายกฯ เปิดผลสอบ ตึกสตง.ถล่ม หลังครบ 90 วัน ชี้ผิดทั้งออกแบบ-วิธีก่อสร้าง เล็งชงดีเอสไอ-ตร.ฟันคนผิด

(30 มิ.ย. 68) ที่ห้องสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามผลการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีอาคารที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อันเนื่องมาจากแผ่นดินไหว โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายพิศุทธ์ สุขุม วิศวกรใหญ่กรมโยธาและผังเมือง นายนิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย ผอ.สำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ นายธนิต ใจสอาด ผอ.สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย รศ.ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรศ.อเนก ศิริพานิชกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย  เข้าร่วมประชุม

จากนั้นเวลา 12.15 น. นายกฯ แถลงว่า จากการประชุมเนื่องจากเหตุการณ์พังถล่มของอาคาร สตง. ที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 เราได้รับความร่วมมือจากกรมโยธาธิการและผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเอกภาพ โดยจากทุกสถาบันมีข้อมูลที่สอดคล้องกันดังนี้ 1. พบว่ามีการบกพร่องในการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคในการก่อสร้าง ในส่วนของผนังช่องลิฟท์ ผนังบันไดหรือที่เรียกว่า ผนังรับแรงเฉือน เป็นสิ่งที่เกิดปัญหา

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของวัสดุไม่ว่าจะเหล็กหรือคอนกรีตเป็นวัสดุปกติที่ได้มาตรฐานทั่วไป แต่การนำมาใช้ในโครงการนี้และเกิดปัญหา เป็นเรื่องของคอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐานและวิธีการสร้างของโครงการนี้ที่มีปัญหา ก็เป็นสิ่งที่หลายภาคส่วนมีความกังวล อาคารอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานมา มีการก่อสร้างหลายๆ จุดที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง ทั้งในการวิจัยออกมาและมีการทำจำลองตัวตึก ระบุว่าถ้าปฏิบัติตามกฎหมายจะสร้างความแข็งแรงให้ตึกเพิ่มมากขึ้นและจะสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่านี้แน่นอน โดยเราใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นในการดำเนินการ

นายกฯ กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าโครงการอื่น ๆ ได้มีการตรวจสอบในด้านวัสดุก่อสร้าง อย่างเคร่งครัดไม่ได้มีปัญหาใด ๆ และอยากให้ประชาชนสบายใจในเรื่องนี้ ต่อจากนี้เราก็จะนำข้อมูลที่ได้ทำเป็นรูปเล่มให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ และส่งต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อ ทั้งนี้ขอตอบปัญหาประชาชนเบื้องต้นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการออกแบบและการก่อสร้างของโครงการนี้ที่มีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า สรุปได้หรือยังว่าความเสียหายอาคาร สตง. ถล่มใครจะเป็นคนรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการออกแบบและโครงสร้างการก่อสร้างที่มีปัญหา เรื่องที่ว่าใครผิดหรือไม่ ต้องให้ตำรวจทำงานร่วมกับดีเอสไอเป็นคน ซึ่งเราทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ใครที่ไม่เกี่ยวข้องหรือว่าอย่างไรก็ว่าไปตามกฎหมาย ตามกระบวนการ

เมื่อมาถามว่า ตัวเหล็กไม่มีปัญหาแต่มีปัญหาที่คอนกรีตใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตัวเหล็กไม่มีปัญหาอะไร แต่มีปัญหาพวกวัสดุอื่น ๆ ซึ่งเอามาไม่ผิด แต่พอมาสร้างในโครงการนี้มีการเฉือนให้บางลงซึ่งไม่เป็นไปตามกฎ ตอนแรกตนก็กังวลใจในเรื่องของที่ไม่มีคุณภาพกับโครงการอื่น แต่เป็นการมาบิดในโครงการนี้

เมื่อถามว่า ถ้าปัญหาเป็นเรื่องของการออกแบบ ทาง สตง.ที่เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง ต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้ทางดีเอสไอกับตำรวจช่วยดูว่าอย่างไรบ้าง ใครต้องรับผิดชอบส่วนไหนบ้าง เราต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งเราได้ให้ทางผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี 90 วัน ในการหาสาเหตุของแผ่นดินไหว และยื่นข้อมูลให้ดีเอสไอกับตำรวจดำเนินการต่อ

เมื่อถามว่า น้ำหนักที่จะเอาผิดอยู่ที่ผู้ออกแบบและผู้ที่ทำเรื่องของโครงสร้างใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ข้อมูลที่ออกไปคนก็จะมองต่างมุมว่า แบบไหนผิดหรือถูก ฉะนั้นก็อยากให้เป็นไปตามกระบวนการที่เป็นกลางมากที่สุด ทำแบบนี้ใครผิด ซึ่งก็ไม่ได้มีหน้าที่ว่าใครชี้ว่าใครผิด แต่ตอนนี้ทราบว่าดำเนินการผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า กระบวนการการตรวจสอบ สตง. จะไม่เงียบ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เงียบแน่นอนเดี๋ยวอีก 2 สัปดาห์ก็จะมีรายงานที่เป็นรูปเล่ม และส่งให้ดีเอสไอกับตำรวจทำงานต่อ และเรารู้ว่าประชาชนไม่ได้ลืม และรออยู่ว่าตึกสตง. ถล่มเกิดขึ้นจากคืออะไร จริงวันนี้เราได้คำตอบแล้วและดีมาก ๆ หลังจากนั้นก็ให้ว่าไปตามกระบวนการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top