Saturday, 15 August 2026
Hard News Team

'รีพับลิกัน' แบะท่าจำกัดความช่วยเหลือ หากชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ยูเครนถึงกับช็อก หลังรีพับลิกันออกมาบ่งชี้ว่า “ความช่วยเหลือใด ๆ ในอนาคตที่จะมอบแก่เคียฟ อาจเป็นไปอย่างจำกัด หากว่าพรรคคว้าชัยชนะในสภาล่างในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน” เรียกร้องขอทั้ง 2 พรรคการเมืองเดินหน้าให้การสนับสนุนยูเครนต่อไป

ไม่นานมานี้ เควิน แมคคาร์ธี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากรีพับลิกัน ได้กล่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ โดยเผยว่า การอนุมัติเงินช่วยเหลือใด ๆ ที่จะมอบให้แก่ยูเครนในอนาคตจะเป็นเรื่องยากลำบากกว่าเดิม หากว่าพรรคของเขาครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ซึ่งจากผลสำรวจจากโพลต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนั้น

“ผมคิดว่าประชาชนกำลังนั่งอยู่บนขอบเหวของภาวะถดถอย และพวกเขาจะไม่มีทางเขียนเช็คเปล่าให้ยูเครนอีกต่อไป” แมคคาร์ธี กล่าว

ขณะที่ ไมเคิล แม็คคอล สมาชิกระดับสูงของรีพับลิกัน ในคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก ว่า รีพับลิกันยังคงสนับสนุนช่วยเหลือยูเครน แต่ต้องการให้ยกระดับกำกับดูแลเข้มข้นกว่าที่เป็นอยู่ “ผมคิดว่าความพยายามนี้ยังคงได้รับการสนับสนุนจากทั้ง 2 พรรค แต่เราต้องการรับประกันว่าพันธมิตรนาโตของเราจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง และช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่าย”

ส่วน จอช ฮอว์ลีย์ วุฒิสมาชิกจากมิสซูรี กล่าวในถ้อยแถลงเมื่อวันพุธ (19 ต.ค.) ว่า สหรัฐฯ ใช้เงินในการให้ความช่วยเหลือยูเครน มากกว่าพันธมิตรยุโรปทั้งหมดของเรารวมกันเสียอีก และไม่มีการกำกับดูแลอย่างมีนัยสำคัญ นี่มันโง่เขลามาก และไม่ยั่งยืนเลย

“รัฐบาลไบเดนกล่าวว่า แม้พวกเขาคาดหมายว่าความขัดแย้งในที่สุดจะจบลงบนโต๊ะเจรจา แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่เห็นแนวโน้มของการพูดคุยหารือใด ๆ มีแต่จะเดินหน้ามอบความช่วยเหลือทำลายล้างเสริมอำนาจต่อรองแก่ยูเครนต่อไป” ฮอว์ลีย์ กล่าว

ทันทีที่ข้อความนี้จากรีพับลิกันปรากฎ เดวิด อาราคาเมีย หัวหน้าพรรคของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในรัฐสภา ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์ส เมื่อวันพุธ (19 ต.ค.) ว่า “เราช็อกมากที่ได้ยินความคิดเห็นนี้จากมิสเตอร์แมคคาร์ธี ด้วยความสัตย์จริง”

อาราคาเมีย กล่าวต่อว่า เขาเพิ่งมีโอกาสพบปะกับแมคคาร์ธี ระหว่างเดินทางเยือนวอชิงตันเมื่อเร็ว ๆ นี้ และในตอนนั้น ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะยังคงให้การสนับสนุนเคียฟต่อไป 

“ไม่กี่สัปดาห์ก่อน คณะผู้แทนของเราเพิ่งเดินทางเยือนสหรัฐฯ และพบปะกับแมคคาร์ธี เราเชื่อมั่นว่าแม้พวกเขาชนะเลือกตั้ง ทั้ง 2 พรรคก็จะยังให้ความสำคัญลำดับต้น ๆ กับการให้แรงสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย” อาราคาเมีย กล่าว

ทั้งนี้ร่องรอยความเห็นต่างระหว่าง 2 พรรคใหญ่แห่งสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นนี้ เริ่มปรากฏออกมาชัดขึ้น โดยในเดือนมิถุนายน วุฒิสภาจากรีพับลิกัน 11 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรีพับลิกัน 57 คน คัดค้านคำร้องขอเงินช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครน 40,000 ล้านดอลลาร์ และบรรดา ส.ส.กับพวกนักวิเคราะห์คาดหมายว่าแรงขัดขืนจากรีพับลิกันจะหนักหน่วงยิ่งขึ้นในสภาคองเกรสชุดถัดไป โดยเฉพาะศึกเลือกตั้งทั่วไปจะมาถึงในปี 2024

'นริศ' ย้ำ!! 'สร้างอนาคตไทย' ยังไม่มีดีลรวมกับพรรคไหนทั้งสิ้น

วันที่ (21 ต.ค. 2565) ที่พรรคสร้างอนาคตไทย นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการรวมพรรคสร้างอนาคตไทยกับพรรคอื่น ๆ ว่า พรรคสร้างอนาคตไทยยืนยันว่าพรรคไม่มีแนวคิดเช่นนั้นแต่อย่างใดตามที่ผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทยได้เคยชี้แจงไปแล้ว หากพรรคจะร่วมมือกับใคร จะต้องให้เกิดพลังทางการเมืองเพื่อประโยชน์ในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากจะมีการรวมกันก็จำเป็นต้องเห็นตรงกันในอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน รวมถึงแนวทางการทำงาน ขอเรียนยืนยันว่าขณะนี้พรรคยังไม่มีข้อตกลงที่จะรวมพรรคกับพรรคใด ๆ ทั้งสิ้น 

นายนริศ กล่าวย้ำว่า ขณะนี้พรรคกำลังทำงานในการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และนำพาประเทศออกจากวิกฤติทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่นี้ไปให้ได้

'อลงกรณ์' พอใจ 62 จว.คืบหน้าพัฒนาเกษตรฯยั่งยืน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ทั้งในเมือง - ชนบท

'อลงกรณ์' พอใจ 62 จังหวัดเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองคืบหน้ากว่า 500 โครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในชนบท 7,255 ตำบลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ (20 ต.ค. 65) ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองเป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานผ่านระบบทางไกลออนไลน์ ZOOM Cloud Meeting โดยมี นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ระดับชุมชนและท้องถิ่น (Green Community) นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนำชัย แสนสุภา นายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ พร้อมทั้งหน่วยงานทั้งภาคราชการ ภาคสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมี นายจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นเลขานุการการประชุม

โดยที่ประชุมรับทราบรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองระดับจังหวัด ซึ่งได้มีการขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการ โดย ณ วันที่ 25 ก.ย. 2565 มีจำนวน 591 แห่ง ใน 62 จังหวัดประกอบด้วย (1) พื้นที่วัด จำนวน ๑๙ แห่ง (2) พื้นที่โรงเรียน สถานศึกษาและมหาวิทยาลัย จำนวน 372 แห่ง (3) พื้นที่โรงพยาบาล จำนวน 13 แห่ง (4) พื้นที่ชุมชน จำนวน 90 แห่ง และ (5) พื้นที่อื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ของหน่วยงานราชการและพื้นที่เอกชน จำนวน 97 แห่ง

นายอลงกรณ์ได้แสดงความพอใจต่อความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองระดับจังหวัดโดยยกตัวอย่างรายงานการดำเนินงานของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งได้นำเสนอผลงานการขับเคลื่อนโครงการต่อที่ประชุมดังนี้ 1.โครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) มีแปลงปฏิบัติการวิจัยพืชสวน พืชไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ และสิ่งแวดล้อม รวม 74 ไร่ และฐานการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเป็น “แหล่งเรียนรู้ สร้างรายได้เสริม พัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน” 

2. โครงการโรงเรียนสีเขียว (Green School) “เก่ง ดี มีทักษะ (ทักษะอาชีพและทักษะชีวิต) มีสุขภาพดี” โดยฝึกการทำปุ๋ยชีวภาพเพื่อการเกษตรกรรมสำหรับการปลูกผักปลอดสารพิษ การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ น้ำนิ่ง หรือการปลูกพืชแบบไร้ดิน เป็นการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืช การเลี้ยงปลาดุก และกบในวงบ่อ รวมถึงการเลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งผลผลิตที่ได้ทั้งในส่วนของพืชผัก ปลาดุก กบและไข่ไก่นำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในโรงเรียน และนำส่วนที่เหลือจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้กับนักเรียนและเป็นการสร้างนิสัยในการออมทรัพย์โดยฝากไว้กับธนาคารของโรงเรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างทักษะอาชีพแก่นักเรียนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งและเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนที่สนใจได้มาเรียนรู้

เปิดมาตรการเข้มคุ้มครองผู้บริโภค หลัง 'กสทช.' มีมติรับทราบควบรวมทรู-ดีแทค

(21 ต.ค. 65) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดเงื่อนไขและมาตรการเฉพาะ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและการพัฒนากิจการโทรคมนาคม หลังมีมติเสียงข้างมากรับทราบการควบรวม ทรู-ดีแทค โดยที่ประชุมมีข้อกังวล 5 ข้อและเห็นชอบ เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะดังนี้

ข้อกังวลเรื่องอัตราค่าบริการและสัญญาการให้บริการ มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ดังนี้

1) การกำหนดเพดานราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ย

ก. อัตราค่าบริการเฉลี่ยลดลงร้อยละ 12 โดยใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละรายการส่งเสริมการขาย (WEIGHTED AVERAGE) ภายใน 90 วันหลังจากมีการควบรวม)

ข. ให้มีทางเลือกของราคาที่แยกรายบริการเพื่อให้เป็นทางเลือก

ค. ให้นำส่งข้อมูลต้นทุนและข้อมูลที่จำเป็นโดยให้มีหน่วยงานตรวจสอบ

ง. ให้ผู้แจ้งการรวมธุรกิจประกาศให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อมีการตรวจสอบและมีบทลงโทษกรณีทำไม่ได้ เช่น ปรับเป็นจำนวนร้อยละของรายได้ หรือปรับเป็นขั้นบันได และเพิกถอนใบอนุญาต

2) การกำหนดราคาค่าบริการ โดยใช้ราคาเฉลี่ยทางเศรษฐศาสตร์ (Average Cost Pricing)

ก.ให้นำส่งข้อมูลตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรายงานบัญชีแยกประเภทในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2564 ให้ครบถ้วน โดยให้แยกรายละเอียดเป็นรายเดือน และนำส่งสำนักงาน กสทช. ทุก 3 เดือน หรือเมื่อ กสทช. ร้องขอ เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนรวมเฉลี่ย ซึ่งเป็นราคาในตลาดที่มีการแข่งขัน (Average Cost Pricing) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่เป็นปัจจุบันและถูกต้อง

ข. จัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญด้านการสอบทาน (Verify) ข้อมูลโครงสร้างต้นทุน อัตราค่าบริการ หรือข้อมูลด้านอัตราต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในต่างประเทศมาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยให้ กสทช. เป็นผู้กำหนด และให้ผู้ยื่นคำร้องรวมธุรกิจเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการจัดหาและจัดจ้างที่ปรึกษา ทั้งนี้ ที่ปรึกษาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับผู้ยื่นคำร้องขอรวมธุรกิจ เพื่อสอบทาน (Verify) ความถูกต้องของข้อมูลตามข้อ (ก) ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนเฉลี่ย (AC) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่ถูกต้องของแต่ละรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น เมื่อมีการรวมธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ค. จัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเช่นเดียวกับข้อ (ข) เพื่อทำหน้าที่สอบทาน (Verify) ความถูกต้องของข้อมูลตามข้อ (ก) ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนเฉลี่ย (AC) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของแต่ละรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น ปีละ 4 ครั้ง (รายไตรมาส) โดยต้องจัดให้มีที่ปรึกษาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือตลอดระยะเวลาอายุใบอนุญาตสิ้นสุดลงในกรณีที่อายุใบอนุญาตน้อยกว่า 10  ปี โดยให้ กสทช. เป็นผู้กำหนด และให้ผู้ยื่นคำร้องรวมธุรกิจเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการจัดหาและจัดจ้างที่ปรึกษา ทั้งนี้ ที่ปรึกษาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับผู้ยื่นคำร้องขอรวมธุรกิจ

ง. จะต้องมีการกำหนดและแสดงอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แยกตามรายบริการ (Unbundle)  เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น หรือการส่งเสริม การขายแบบแยกรายบริการ (Unbundle Package) เพื่อให้ผู้ใช้บริการปลายทางได้รับทราบก่อน โดยให้กำหนดอัตราค่าบริการตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ (Average Cost Pricing) โดยคิดราคาตามที่มีการใช้งานจริง โดยจะต้องไม่มีการกำหนดการซื้อบริการขั้นต่ำไว้ ทั้งนี้ การกำหนดอัตราตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ (Average Cost Pricing) ให้นำไปใช้กับกรณีค่าบริการส่วนเกินที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการรายการส่งเสริมการขายแบบแยกรายบริการ (Unbundle Package) และการส่งเสริมการขายแบบรวมรายบริการ (Bundle Package) ด้วย

จ. จะต้องจัดช่องทางการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ครอบคลุมและง่ายต่อการเลือกซื้อ เปลี่ยนแปลง (เพิ่ม ลด) การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ตามความต้องการของผู้ใช้บริการปลายทาง โดยปราศจากข้อจำกัด ทั้งนี้ ต้องแสดงรายละเอียดของบริการ อัตราค่าบริการแยกตามรายบริการ หรืออัตราค่าบริการแบบส่งเสริมการขาย ตลอดจนวิธีการ เงื่อนไขการเลือกรับบริการไว้โดยชัดแจ้ง และเป็นปัจจุบัน

3) การคงทางเลือกของผู้บริโภค  การกำหนดให้บริษัท TUC และ บริษัท DTN ยังคงแบรนด์การให้บริการแยกจากกัน เป็นระยะเวลา 3 ปี

4) สัญญาการให้บริการ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องคงไว้ซึ่งเงื่อนไขของสัญญาและข้อตกลงระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ รวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับตามที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์และได้รับการยินยอมจากผู้ใช้บริการแล้ว

5) การประชาสัมพันธ์การให้บริการเพื่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ภายหลังการรวมธุรกิจ บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการคงไว้ซึ่งคุณภาพในการให้บริการและค่าบริการที่เป็นธรรม และจะต้องกำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการรวมธุรกิจ โดยสำนักงาน กสทช. อาจกำหนดแนวทางและระยะเวลาการดำเนินการ รวมถึงเงื่อนไขในการปฏิบัติในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้บริษัท TUC และบริษัท DTN ดำเนินการต่อไป

2.2 ข้อกังวล อุปสรรคการเข้าสู่ตลาด – ขาดประสิทธิภาพการแข่งขัน และการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย มีเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ดังนี้ 

ยอดบริจาค 'หนึ่งคนว่าย หลายคนให้' ทะลุ 14 ล้าน ด้าน 'โตโน่' เตรียมว่ายน้ำข้ามโขง 22 ต.ค. 65

(21 ต.ค. 65) โครงการ 'หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ONE MAN AND THE RIVER' ล่าสุดยอดบริจาคอยู่ที่ 14.1 ล้านบาท จากเป้าประมาณ 17 ล้านบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว ขณะที่ 'โตโน่' เตรียมลงมือว่ายน้ำข้ามโขงพรุ่งนี้ (22 ต.ค. 65) เป็นระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ทุกคนสามารถร่วมบริจาค โครงการ One Man And The River ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ตุลาคม 2565 ช่องทางรับบริจาค บัญชี ธนาคารกรุงศรี สาขาถนนเพชรบุรีใหม่ 034-0-04773-2 ชื่อบัญชี : มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เพื่อโครงการเทใจ 

‘ทิพานัน’ ยก ‘บิ๊กตู่’ สร้างแต่ความเจริญ ซัด ‘หนี้โกงจำนำข้าว’ ต่างหากคือมรดกบาป

‘ทิพานัน’ ยกผลงาน ‘พล.อ.ประยุทธ์’ มีแต่ ‘มรดกแห่งความเจริญ’ ตอกเพื่อไทย ‘มรดกบาป’ คือหนี้โกงจำนำข้าวและอดีตนายกฯคอร์รัปชันสร้างตำนานถุงขนม 2 ล้าน ทำลายกระบวนการยุติธรรม 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความกังวล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกพระราชกำหนดกู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาทเพื่อการเมือง ไม่เกิดประโยชน์และทิ้งมรดกบาปให้กับประชาชนว่า พรรคเพื่อไทยอาจเข้าใจผิด เพราะสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์สร้างไว้ มีแต่ ‘มรดกแห่งความเจริญรุ่งเรือง’ ให้กับประเทศไทยและเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เห็นได้ชัดโครงการรถไฟฟ้าหลายสายที่กำลังทยอยเปิดใช้บริการ โครงการรถไฟความเร็วสูง-ทางคู่ การยกระดับคมนาคมทางถนน-ทางราง ยกระดับสนามบินภูมิภาค และปรับปรุงคมนาคมทางน้ำ จนเกิดเป็นศูนย์กลางการเชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อของภูมิภาค 

มีการขยายการลงทุนเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยกระดับสวัสดิการสังคมด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอย่างยั่งยืนทำให้สหภาพยุโรปปลดล็อกใบเหลือง IUU ประมงไทย รวมทั้งแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ปรับภูมิทัศน์ริมคลองเน่าหลายสายและสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน นอกจากนี้ในเวทีระดับนานาชาติ ประเทศไทยยังได้รับการยอมรับติดอันดับโลกในหลายด้านหลากมิติ ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index - HDI) ของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน

“ที่สำคัญคือสามารถกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือหลายด้าน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และเพิ่มรายได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างมรดกความเจริญที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงมือทำไว้” น.ส.ทิพานัน กล่าว

'เพื่อไทย' จับตา!! 'ประยุทธ์' กู้เงินช่วงใกล้หมดวาระฯ หวั่น!! ใช้เงินเล่นเกมการเมือง มากกว่าทำเพื่อปชช.

(21 ต.ค. 65) ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็จะหมดวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่สิ่งที่นายกฯ จะทำต่อจากนี้คือการออกพระราชกำหนดเงินกู้อีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาใช้จ่าย โดยมีสาเหตุมาจากรัฐบาลเองบริหารเศรษฐกิจล่มสลาย เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมาย เลยทำให้ตลอด 8 ปีของตำแหน่งนายกฯ ต้องกู้เงินมาใช้โดยตลอด

ไม่ว่าพลเอกประยุทธ์ จะเล่นการเมืองหรือไม่ต่อไป แต่สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ทิ้งไว้ คือหนี้ก้อนโตมหาศาล เป็นมรดกหนี้บาปให้ประชาชน ทิ้งไว้ชั่วลูกชั่วหลานให้ใช้หนี้แทนไม่สิ้นสุด ที่สำคัญคือ หนี้ที่กู้มาแล้วใช้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้ หวั่นใจว่าเงินกู้ที่จะกู้มาเพื่อให้พรรคพวกของพลเอกประยุทธ์ได้ประโยชน์จากเงินกู้ประชาชน

'มดดำ' แก้ต่าง!! ไม่ลาออกจากพิธีกรรายการแฉ ยอมรับว่าเบลอ-สับสน ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป

(21 ต.ค. 65) จากกรณีที่ 'มดดำ คชาภา ตันเจริญ' ได้ประกาศกลางรายการแฉ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า จะยุติบทบาทพิธีกรรายการแฉ และเดือนนี้จะทำเป็นเดือนสุดท้าย ก่อนจะขอหยุดงาน 1 เดือน เพราะจะมีรายการใหม่ และอาจต้องยุติบทบาทรายการนี้เร็ว ๆ นี้ ขอทำช่วงนี้ เพื่อให้พิธีกรคนอื่นแข็งแรง ฝากพิธีกรที่เหลือด้วย 

คำประกาศนี้ทำเอา 'เอมมี่ มรกต แสงทวีป' และ 'ดีเจดาด้า วรินดา ดำรงผล' พิธีกรดำเนินรายการร่วมกันช็อกกลางรายการ ซึ่งเอมมี่และดีเจดาด้า มีอาการตกใจ และอึ้งๆ ไป แต่ก็เหมือนไม่เชื่อสิ่งที่มดดำพูด เผยว่ารู้พร้อมทุกคน เป็นการเซอร์ไพรส์ในรายการ เพราะมดดำไม่ได้พูดมาก่อน ซึ่งมดดำเผยว่าอยากให้พิธีกรที่เหลือ ฝึกอ่านข่าวแน่น ๆ หน่อยหลังจากนี้

นโยบายศก.ล้มเหลว ชนวนเหตุนายกฯ อังกฤษลาออก บทเรียนราคาแพง ที่ไทยต้อง 'เรียนรู้-เฝ้าระวัง'

3 วันก่อน ผมได้แสดงความเห็นว่านายกรัฐมนตรีอังกฤษท่าจะอยู่ยาก เพราะหนีความรับผิดชอบความผิดพลาดในนโยบายเศรษฐกิจที่ประกาศออกไปไม่ได้ 

วันนี้นายกฯ อังกฤษได้ประกาศลาออกแล้ว! ไม่สามารถทนต่อกระแสความไม่พอใจทั้งในพรรค และในสังคมได้ หลังจากที่อยู่ในตำแหน่งเพียง 45 วัน 

มองในมุมหนึ่งคือ ความเละเทะต่อเนื่องในการเมือง และเศรษฐกิจอังกฤษ นับแต่การลงคะแนน Brexit เมื่อ 6 ปีก่อน

แต่มองอีกมุมหนึ่ง อังกฤษยังมีวัฒนธรรมการเมืองที่ยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวต่อกระแสความรู้สึกของประชาชน

ประเทศไทยเรา ก็เคยมีการตัดสินใจลักษณะนี้เช่นกัน ตอน นายกฯ ชวลิต ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นกรณีเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ถือได้ว่าการเสียสละโดยผู้มีอำนาจ คือการให้โอกาสบ้านเมือง

มีคนขอให้อธิบายสั้น ๆ ว่า...นโยบายอะไรที่ Liz Truss ประกาศออกมาที่ทำให้ต้องลาออกหลังเป็นนายกฯ เพียง 45 วัน?

‘บิ๊กพลังงาน’ ผนึก TCNN พาไทยสู่ Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์

กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ยกระดับลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมขับเคลื่อนประเทศมุ่งสู่ Net Zero 

ไม่นานมานี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network หรือ TCNN) ได้เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรรมการเครือข่ายฯ (Council Board) ประจำปี 2565 

โดยในงานนี้มี นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กรและความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรรมการเครือข่ายฯ และผู้บริหารกลุ่ม ปตท. เข้าร่วมการประชุม เพื่อสรุปผลความสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการฯ ยังได้หารือถึงแผนการดำเนินงานให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ TCNN ในการเป็น ‘เครือข่ายแกนนำของประเทศไทยสู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero’ อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top