Saturday, 4 July 2026
WORLD

จีนผุดโปรเจกต์ ‘คลองขุดยักษ์’ 1,200 กม. เชื่อมเหนือ-ใต้ ลงทุนกว่า 3.2 แสนล้านหยวน ปั้นเป็นศูนย์กลางคมนาคมใหม่

(1 ก.ค. 68) จีนเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ “คลองขุดยักษ์” มูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) เพื่อเชื่อมแม่น้ำแยงซี (Yangtze River) และแม่น้ำจูเจียง (Pearl River) ตัดผ่าน 3 มณฑลสำคัญ ได้แก่ เจ้อเจียง เจียงซี และกวางตุ้ง รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15

คลองนี้ไม่เพียงเปิดเส้นทางคมนาคมน้ำสายหลักแนวเหนือ-ใต้ของจีน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน โดยเฉพาะมณฑลเจียงซีที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากระยะคลองกว่า 759 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการพัฒนาล้าหลังเมื่อเทียบกับพื้นที่รอบข้าง พร้อมส่งเสริมให้เจียงซีกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภายในประเทศ

ด้วยต้นทุนขนส่งที่ต่ำกว่าทางบกหลายเท่า คลองนี้จะเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินค้า ส่งเสริมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองชายฝั่งกับพื้นที่ชนบท ขณะเดียวกันยังเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งประตูน้ำอัจฉริยะ ระบบนิเวศปลา และการป้องกันตลิ่งพัง

ทั้งนี้ จีนหวังว่าโครงการนี้จะเป็นหมุดหมายใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน โดยอ้างอิงบทเรียนจากเยอรมนีที่ใช้คลองคีล (Kiel Canal) ในการเชื่อมเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการคลองเจ้อเจียง-เจียงซี-กวางตุ้งจึงไม่เพียงเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมระบบขนส่งและการกระจายความเจริญทั่วประเทศอย่างแท้จริง

สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนทะลุ 100 ล้านคน เผยแรงงาน-คนรุ่นใหม่สมัครพุ่ง ปีเดียวเพิ่ม 2.13 ล้าน

(1 ก.ค. 68) ปักกิ่งเผยรายงานล่าสุดระบุว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 100.27 ล้านคน ณ สิ้นปี 2024 เพิ่มขึ้นเกือบ 1.09 ล้านคนจากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันจำนวนองค์กรพรรคระดับปฐมภูมิทั่วประเทศเพิ่มเป็น 5.25 ล้านแห่ง แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและขยายตัวต่อเนื่อง

มีการเปิดเผยว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสมาชิกคุณภาพและพัฒนาองค์กรให้มีความเข้มแข็ง โดยยึดหลักการบริหารแบบจริงจังและเน้นการปฏิรูป เพื่อผลักดันเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยในแบบของจีน โดยในปี 2024 มีคนสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่กว่า 2.13 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคการผลิตและคนรุ่นใหม่วัยทำงาน

ข้อมูลระบุว่า สมาชิกพรรคฯ ร้อยละ 57.6 มีวุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือสูงกว่า และร้อยละ 83.7 มีอายุไม่เกิน 35 ปี ขณะที่สัดส่วนสมาชิกสตรีอยู่ที่ร้อยละ 30.9 และกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยอยู่ที่ร้อยละ 7.7 แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นในพรรคฯ

การเติบโตอย่างมั่นคงของพรรคฯ สะท้อนบทบาทสำคัญในสังคมจีน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยพรรคฯ ยืนยันจะเดินหน้าสร้างบุคลากรคุณภาพสูง เสริมพลังให้โครงสร้างองค์กร และเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายระยะยาว

‘ไอร์แลนด์’ ลุยแบนสินค้าจาก ‘อิสราเอล’ กลายเป็นชาติแรกในยุโรปที่ออกกฎหมายชัดเจน

(30 มิ.ย. 68) ไอร์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่ผ่านร่างกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากพื้นที่ชาวยิวตั้งถิ่นฐาน (settlements) ของอิสราเอลในเขต West Bank และ East Jerusalem ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 

ร่างกฎหมายมีชื่อว่า "Israeli Settlements (Prohibition of Importation of Goods) Bill 2025" ให้ความชัดเจนว่าห้ามนำเข้าสินค้าจากย่านเหล่านั้น เช่น ผลไม้ เครื่องสำอาง และไม้ เฉพาะสินค้าที่ผลิตในพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองเท่านั้น สินค้าที่ผลิตโดยชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เดียวกันจะยังได้รับอนุญาต 

รัฐบาลไอร์แลนด์กล่าวว่า การกระทำนี้สอดคล้องกับคำปรึกษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อปีที่ผ่านมา ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หยุดสนับสนุนเศรษฐกิจจากการยึดครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รองนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ไซมอน แฮร์ริส (Simon Harris) เผยว่าการเป็นผู้นำครั้งนี้จะสร้างแรงกดดันเชิงสากลและเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ปฏิบัติตาม

อิสราเอลตอบโต้ไอร์แลนด์อย่างรวดเร็วด้วยการปิดสถานทูตในกรุงดับลิน โดยให้เหตุผลว่าไอร์แลนด์มีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งจริง ๆ แล้วอิสราเอลได้ดำเนินการปิดสถานทูตไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการจำนวนมากออกมาแสดงการสนับสนุนกฎหมายของไอร์แลนด์ โดยชี้ว่าแนวทางนี้มีฐานทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

เครมลินชี้!! ชาติตะวันตกเริ่มยอมรับความจริง แม้พยายามหนัก แต่ไม่สามารถเอาชนะรัสเซียได้

(30 มิ.ย. 68) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) กล่าวระหว่างเยือนคีร์กีซสถานว่า ชาติตะวันตกเริ่มตระหนักว่า ไม่สามารถเอาชนะรัสเซียในเชิงยุทธศาสตร์ได้ แม้จะพยายามใช้อาวุธและสนับสนุนรัฐบาลยูเครนที่ลาฟรอฟกล่าวหาว่าเป็น “ระบอบนาซี” เพื่อบีบให้รัสเซียพ่ายแพ้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยสำเร็จ และครั้งนี้ก็จะล้มเหลวอีกเช่นกัน

ลาฟรอฟยืนยันว่ารัสเซียพร้อมร่วมมืออย่างจริงใจในการหาทางยุติสงครามในยูเครน แต่จะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของเกมการเมืองที่ผู้นำยุโรปบางรายพยายามกดดันให้รัสเซียเข้าร่วม พร้อมโจมตีผู้นำฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง และนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ทซ์ ว่าไม่มีเหตุผล และกำลังพยายามรื้อฟื้นอิทธิพลเดิมของยุโรปในแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

นอกจากนี้ ลาฟรอฟยังหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศคีร์กีซถึงประเด็นแรงงานข้ามชาติ โดยระบุว่ารัสเซียยินดีต้อนรับแรงงานจากประเทศพันธมิตร แต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมหารือเรื่องสถานการณ์ในยูเครน อิหร่าน และปัญหาปาเลสไตน์

ลาฟรอฟแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลคีร์กีซที่มีท่าทีเป็นกลางและไม่เข้าข้างฝ่ายใดในความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย โดยการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 มิถุนายน และเขายังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศขององค์กรสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (CSTO) อีกด้วย

ศาลอิสราเอลเลื่อนสืบคดี ‘เนทันยาฮู’ อ้างติดภารกิจดูแลเรื่องความมั่นคงชาติ

(30 มิ.ย. 68) ศาลกรุงเยรูซาเลม มีคำสั่งเลื่อนการไต่สวนคดีทุจริตของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งเดิมมีกำหนดในสัปดาห์นี้ หลังเจ้าตัวยื่นคำร้องขอเลื่อน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกคดี พร้อมยกย่องเนทันยาฮูว่าเป็น “วีรบุรุษ”

ทีมกฎหมายของเนทันยาฮูให้เหตุผลว่า นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดในการจัดการปัญหาทางการเมืองและความมั่นคง โดยเฉพาะหลังจากเกิดการสู้รบกับอิหร่านที่เพิ่งยุติลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง และสถานการณ์ในฉนวนกาซาที่ยังมีตัวประกันชาวอิสราเอลถูกจับอยู่

ก่อนหน้านี้ศาลเคยปฏิเสธคำขอเลื่อนการไต่สวนของเนทันยาฮู แต่ภายหลังเปลี่ยนใจเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าตัว รวมถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารและผู้อำนวยการมอสซาด (Mossad) ซึ่งยืนยันว่าเขาจำเป็นต้องทุ่มเทเวลาให้กับภารกิจด้านความมั่นคง จึงเห็นควรให้เลื่อนการไต่สวนออกไปก่อนในช่วงนี้

สำหรับคดีของเนทันยาฮูมีหลายประเด็น โดยหนึ่งในนั้นคือการรับของขวัญหรูมูลค่ากว่า 260,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.49 ล้านบาท) จากนักธุรกิจ แลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่าพยายามต่อรองให้สื่อบางสำนักเสนอข่าวเชิงบวก ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และมองว่าคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยที่ผ่านมาเขาเคยขอเลื่อนการพิจารณาคดีมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2020

‘ทรัมป์’ ยืนกรานเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น 25% เสนอทางรอด!! ซื้อสินค้าอเมริกันแทนโดนภาษีอัตราสูง

(30 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงวิจารณ์การค้ารถยนต์ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นว่าไม่เป็นธรรม โดยระบุว่าสหรัฐฯ รับรถยนต์จากญี่ปุ่นนับล้านคันทุกปี แต่ญี่ปุ่นกลับไม่เปิดตลาดรับรถจากอเมริกาเท่าที่ควร พร้อมขู่ว่าจะยังคงเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 25% ต่อไป

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นก็รู้เรื่องนี้ดี เขายังพูดเชิงประชดว่า “ผมอาจส่งจดหมายถึงญี่ปุ่นว่า คุณต้องจ่ายภาษีนำเข้ารถยนต์ 25%” ซึ่งสื่อว่าเขาจะไม่ยอมลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นตามที่ญี่ปุ่นร้องขอ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า ญี่ปุ่นควรช่วยลดการขาดดุลการค้าด้วยการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ให้มากขึ้น เช่น น้ำมันหรือสินค้าอุตสาหกรรม พร้อมย้ำว่าเขาสามารถประกาศเก็บภาษีได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องพบหรือหารือกับผู้นำประเทศคู่ค้าเหล่านั้นโดยตรงก่อน

ทรัมป์ยังระบุอีกว่า เขาเตรียมส่งจดหมายแบบเดียวกันไปยังประเทศคู่ค้ารายอื่น ๆ ที่ตั้งภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ไว้สูง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของเขาจะเดินหน้านโยบายกดดันด้านการค้าอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นหลัก

เยอรมนีจี้ Apple–Google แบน DeepSeek หวั่นข้อมูลผู้ใช้ถูกส่งกลับจีน!! ชี้ละเมิดกฎหมายคุ้มครอง

(30 มิ.ย. 68) เยอรมนีออกคำเตือนถึง Apple และ Google ให้พิจารณาแบนแอป AI จากจีนชื่อ DeepSeek หลังพบว่ามีการส่งข้อมูลผู้ใช้ในเยอรมนีกลับไปยังจีนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อกำหนดด้านการปกป้องข้อมูลของสหภาพยุโรป (GDPR) โดยสำนักงานคุ้มครองข้อมูลของกรุงเบอร์ลินระบุว่า DeepSeek ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้ชาวเยอรมันจะปลอดภัยเมื่อถูกส่งไปยังจีน

DeepSeek ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังเปิดตัวโมเดล AI ราคาประหยัดที่อ้างว่าพัฒนาได้ด้วยต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง และปล่อยแอปแชตบอตที่มีผู้ดาวน์โหลดหลายล้านครั้งทั่วโลก อย่างไรก็ตาม แอปนี้มีการส่งข้อมูลผู้ใช้งานกลับไปยังจีน ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจีนอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ในยุโรปได้ เรื่องนี้ขัดต่อกฎหมาย GDPR ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเข้มงวดก่อนจะส่งข้อมูลออกนอกยุโรป

ปัจจุบันหน่วยงานกำกับข้อมูลของเยอรมนีได้แจ้ง Apple และ Google ถึงข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว และคาดหวังว่าทั้งสองบริษัทจะรีบดำเนินการตรวจสอบว่าแอปพลิเคชั่น DeepSeek ควรถูกถอดออกจาก App Store และ Play Store หรือไม่ หากทั้งสองบริษัทดำเนินการตามคำแนะนำ ก็เท่ากับเป็นการแบน DeepSeek ทั่วทั้งสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ DeepSeek เคยเผชิญปัญหาลักษณะเดียวกันมาแล้วในยุโรป โดยอิตาลีเคยสั่งระงับแอปดังกล่าวในประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และไอร์แลนด์ก็เคยขอข้อมูลด้านการประมวลผลข้อมูลจากบริษัทในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หากแนวโน้มการตรวจสอบยังดำเนินต่อไป อาจส่งผลให้ DeepSeek สูญเสียตลาดสำคัญในยุโรปและสหราชอาณาจักรในไม่ช้า

จีนปลด ‘พลเรือเอกเมี่ยว ฮัว’ พ้นคณะทหารสูงสุด ปมละเมิดวินัยร้ายแรง เอี่ยวคอร์รัปชันกองทัพ

(30 มิ.ย. 68) รัฐสภาสูงสุดของจีนมีมติปลด “พลเรือเอกเมี่ยว ฮัว” (Miao Hua) เจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสวัย 69 ปี ออกจากตำแหน่งในคณะกรรมาธิการทหารกลาง ซึ่งเป็นองค์กรบัญชาการสูงสุดของกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) หลังมีรายงานว่าเขาถูกสอบสวนเรื่อง “การละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอุดมการณ์ทางการเมืองของ PLA

การปลดพลเรือเอกเมี่ยว ฮัว ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเดินหน้ากวาดล้างคอร์รัปชันภายในกองทัพ โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา มีทั้งนายพลระดับสูงและผู้บริหารในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศหลายรายถูกสอบสวนและถอดถอน ซึ่งเมี่ยวฮัวเองเคยร่วมงานกับสี จิ้นผิง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในมณฑลฝูเจี้ยน และเป็นบุคคลที่สี จิ้นผิงผลักดันให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งระดับสูงในกองทัพ

นอกจากพลเรือเอกรายนี้แล้วยังมีรายงานว่า “หลี่ ฮั่นจวิน” (Li Hanjun) รองผู้บัญชาการกองทัพเรือ ก็ถูกปลดจากสถานะผู้แทนรัฐสภา ขณะที่อีกหนึ่งนายพลระดับสูง “เหอ เว่ยตง” (He Weidong) ซึ่งเป็นอันดับสองในคณะกรรมาธิการทหารกลาง หายตัวไปจากสาธารณะตั้งแต่เดือนมีนาคม และยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาเกี่ยวข้องกับการสอบสวนใด ๆ หรือไม่ แม้โฆษกกลาโหมจีนจะอ้างว่า “ไม่ทราบ” เรื่องข่าวการควบคุมตัว

ทั้งนี้ จีนเคยปลดรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้วสองคนจากกรณีคอร์รัปชัน หนึ่งในนั้นคือ “หลี่ ซางฝู” (Li Shangfu) ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ส่วนรัฐมนตรีกลาโหมคนปัจจุบัน “ตง จวิ้น” (Dong Jun) ยังปรากฏตัวในงานต่าง ๆ และเพิ่งเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้เมื่อไม่นานมานี้ ท่ามกลางกระแสจับตาเกี่ยวกับความโปร่งใสในกองทัพจีนที่ยังคงเป็นปริศนา

วิเคราะห์!! ‘ฮุนเซน’ เพลี่ยงพล้ำ หรือ ตามบท เกิดอะไรขึ้น!! ทำไม?? ถึงทำแบบนี้

(29 มิ.ย. 68) ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายๆคนจะได้เห็นข่าวในสื่อออนไลน์ที่ฮุนเซนออกมา Live รัวๆต่อว่าตระกูลชินวัตรและนายทักษิณต่างๆนานา  วันนี้เอย่าจะมานั่งวิเคราะห์กันชอตต่อชอตถึงสิ่งที่ฮุนเซนทำนั้น  เกิดอะไรขึ้นทำไมฮุนเซนถึงทำแบบนี้

ย้อนรอยกันก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดระหว่างกัมพูชากับไทยเริ่มตั้งแต่คุณแพรทองธารเข้ามาเก้าอี้นายกรัฐมนตรี  ฝั่งกัมพูชาก็เริ่มมีการส่งคนมาที่ปราสามตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย

จนกระทั่งกองทัพกัมพูชาเอากองทัพมาขุดสนามเพาะและนั่นคือจุดที่กองทัพสุดจะทนเพราะรุกล้ำอธิปไตยจนเกินเหตุ  จากนั้นเหตุการณ์เป็นเช่นไรก็อย่างืฝที่ทุกคนได้ตามข่าวมานั่นแล

แต่ที่น่าสงสารคืออาทิตย์ที่ผ่านมานี้ฮุนเซนเปลี่ยนบทออกมา Live  ต่อว่าผู้นำรัฐบาลและครอบครัวอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนจนเหมือนลืมไปว่าเฮ้ยนี่ญาติแกนะ

เอย่าในฐานะที่คลุกคลีตีโมงกับเรื่องพรรค์นี้มาพอสมควรวันนี้ก็จะมาวิเคราะห์ให้อ่านกันนะคะ

เริ่มว่าถ้าหากทะเลาะกันจริงเหตุผลก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาหรือคาสิโนตามริมชายแดน อย่าลืมนะคะว่าฮุนเซนเก็บค่าเช่าที่ อารมณ์เหมือนเจ้าของตึกแถวบรรทัดทองนั่นละคะ ขายดีไหมไม่ใช่ปัญหาของเจ้าของตึกเพราะงั้นเรื่องนี้ที่มีคนบางคนวิเคราะห์ออกมาตีตกไปได้เลย  ส่วนข้ออื่นที่จะทะเลาะกันเอย่าพยายามคิดแล้วคิดอีกก็ยังหาไม่เจอ  ยกเว้นเสียแต่รู้ว่าครอบครัวฝั่งไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำแล้วเลยเล่นบทตัดญาติเสียเลย

แต่อย่าลืมนะคะจนถึงวันนี้ฮุนเซนยังไม่ได้พูดอะไรที่คนไทยไม่รู้เลยออกมา  สิ่งที่ออกจากปากฮุนเซนวันนี้คือทุกเรื่องที่คนไทยทราบมาก่อนแล้ว  แต่เขาเอาทาพูดอีกทีในมุมเขาเองก็แค่นั้น  เพราะฉะนั้นเอย่ามองว่าฮุนเซนกำลังเพลี่ยงพล้ำไหม ไม่ใช่เลยแต่น่าจะเป็นสคริปต์ที่เตี๊ยมกันไว้แล้วกับฝั่งไทยเสียมากกว่า

มา ณ วันนี้เอย่าอยากให้ผู้อ่านลองมองนะคะ  เขาพยายามแซงชั่นไทยทุกอย่าง  แต่อย่าลืมว่าเขาอาจจะมีดีลประเทศอื่น supply ไว้และตระกูลฮุนได้ประโยชน์อยู่แล้วก็เป็นได้  นี่จึงเป็นแค่สถานการณ์เตะหมูเข้าปากหมาแบบเสียมิได้เสียด้วย

ในวันนี้เรื่องที่น่าจับตาก็คือ ผู้ที่พยายามสร้างบทเด่นขึ้นมาในช่วงนี้มากกว่าจนหลายคนอดสงสัยว่ารับงานใครมาหรือเปล่า  เพราะขนาดสงครามอิหร่าน อิสราเอล และอเมริกา ยังกลายเป็นปาหี่กองใหญ่ได้ ไฉนเลยงานนี้อาจจะมีมวยล้มต้มคนดูให้เคลิ้มไปกับสถานการณ์ก็เป็นได้เพราะดูเหมือนพยายามสร้างเงื่อนไขให้กองทัพยึดอำนาจเสียเหลือเกิน

แต่ไม่ต้องห่วงคะจากที่เอย่านำเสนอไปกองทัพก็รับรู้เช่นกันและยังยืนยันคำเดิมว่า

"คนไทยควรได้เรียนรู้และรับผลจากสิ่งที่คุณเลือกมา  เวลานี้ทหารขอทำงานตามขอบเขตของตนพอแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายการเมืองอีก"

หากฉันชนะการเลือกตั้ง จะจับกุม ‘เนทันยาฮู’ เมื่อเดินทางมานิวยอร์ก และขอสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ทุกคน ที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง

(29 มิ.ย. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความ โดยได้ระบุว่า ...

เมื่อ Zohran mamdani ผู้ลงชิงสมัครการเลือกตั้งผู้ว่ารัฐนิวยอร์กที่เป็นมุสลิมจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งและเป็นตัวแทนจากพรรค (รอประกาศผลอย่างเป็นทางการ)

Zohran ประกาศช่วงหาเสียงว่า "หากฉันชนะการเลือกตั้ง จะจับกุมเนทันยาฮู เมื่อเดินทางมานิวยอร์ก และขอสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ทุกคนที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง" (เลือกตั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน) 

การประกาศของ Zohran ทำให้ทรัมป์จากพรรคริพับลิกันไม่พอใจที่จะจับกุมสุดที่รัก

นักวิชาการไทย ในอิหร่าน โพสต์เฟซ!! เผยข้อมูลสำคัญ ชี้!! ‘อิหร่าน’ สนใจจะซื้อระบบป้องกันภัย HQ-16 จากจีน

(28 มิ.ย. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับ HQ-16 ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ (SAM) พิสัยกลางของจีน โดยมีใจความว่า ...

HQ-16 เป็นระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ (SAM) พิสัยกลางของจีน พัฒนาโดย Shanghai Academy of Spaceflight Technology (SAST) สังกัด China Aerospace Science and Technology Corporation (CASC)

ระบบนี้มีพื้นฐานมาจากระบบขีปนาวุธ Buk ของรัสเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันภัยทางอากาศสำหรับกองทัพเรือและกองทัพบกของจีน 
คุณสมบัติและข้อมูลจำเพาะของ HQ-16:

ประเภท: ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ (SAM) พิสัยกลาง ผู้พัฒนา: Shanghai Academy of Spaceflight Technology (SAST)

ผู้ใช้งาน:กองทัพเรือและกองทัพบกของจีน

พื้นฐาน: ระบบขีปนาวุธ Buk ของรัสเซีย

รุ่น:HQ-16A: รุ่นพื้นฐานสำหรับกองทัพบก

HHQ-16: รุ่นสำหรับเรือรบของกองทัพเรือ

HQ-16B: รุ่นที่มีพิสัยการยิงไกลขึ้น

HQ-16C: รุ่นที่อยู่ในช่วงการพัฒนา 

พิสัย: สูงสุด 40 กม. สำหรับ HQ-16A และ 70 กม. สำหรับ HQ-16B ความเร็ว: มากกว่า Mach 3 ระบบนำวิถี: ผสมผสานระหว่างการนำวิถีแบบเฉื่อย การส่องสว่าง และการนำวิถีแบบกึ่งเรดาร์

การใช้งาน:ป้องกันภัยทางอากาศสำหรับเรือรบและฐานทัพของจีน 
ป้องกันภัยทางอากาศสำหรับพื้นที่ทางทหารและอุตสาหกรรม 
สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ เช่น HQ-9B เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศ

HQ-16 มีความสำคัญอย่างไร?
ปกป้องน่านฟ้า:ช่วยปกป้องจีนจากภัยคุกคามทางอากาศ

ความทันสมัย:เป็นระบบ SAM พิสัยกลางที่ทันสมัยของจีน ความหลากหลาย: มีหลายรุ่นที่ปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน

ความน่าเชื่อถือ:มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเป้าหมายทางอากาศหลายประเภท

EU รับยังไม่พร้อมลงศึกสงครามโดรน หวั่นเกรงโดรนรัสเซีย! สยบรถถังเพียง 6 นาที

(27 มิ.ย. 68) อันดรีอุส คูบิลิอุส (Andrius Kubilius) กรรมาธิการฝ่ายกลาโหมแห่งสหภาพยุโรป ให้สัมภาษณ์กับสกายนิวส์ว่า ยุโรปยังไม่มีความพร้อมหากเกิดสงครามโดรนกับรัสเซีย พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นเปิดฉากสู้รบ จำเป็นต้องมีโดรนอย่างน้อย 3 ล้านลำต่อปีเพื่อรับมือ

คูบิลิอุสอ้างข้อมูลว่ารัสเซียอาจมีโดรนถึง 5 ล้านลำ ซึ่งทำให้ยุโรปต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอากาศไร้คนขับ หากหวังจะเอาชนะหรือป้องกันตนเองในกรณีที่เกิดความขัดแย้งทางทหารในอนาคต

ในสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยังดำเนินอยู่ โดรนกลายเป็นอาวุธหลักในสนามรบ สหภาพยุโรปจึงเร่งตอบสนองด้วยการอนุมัติเงินกู้ 150,000 ล้านยูโร (ราว 5.8 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการผลิตอาวุธ โดยเฉพาะโดรนรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันการฝึกกำลังพล และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้ทันสมัยและยืดหยุ่นมากขึ้น

ทั้งนี้ คูบิลิอุสเตือนว่า แม้ยูเครนจะผลิตโดรนได้ถึง 4 ล้านลำในปีนี้ แต่ยุโรปยังห่างไกลจากเป้าหมายดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์แนวหน้าของยูเครนที่ทุกอย่างควบคุมด้วยโดรน และรถถังแบบเดิมอยู่ได้เพียง 6 นาทีเท่านั้นในสงครามสมัยใหม่ จึงเรียกร้องให้นาโตและประเทศสมาชิกเร่งลงทุน ขยายกำลังป้องกันทางอากาศ และพัฒนาเทคโนโลยีต้านโดรนอย่างจริงจัง

ญี่ปุ่นประหารชีวิต ‘ฆาตกรทวิตเตอร์’ ก่อเหตุสังหารเหยื่อ 9 คน ภายใน 2 เดือน

(27 มิ.ย. 68) ญี่ปุ่นกลับมาใช้โทษประหารอีกครั้งในรอบ 3 ปี เมื่อล่าสุดทางการญี่ปุ่นสั่งแขวนคอนายทาคาฮิโระ ชิราอิชิ วัย 34 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญหญิงสาว 8 ราย และชาย 1 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน 

โดยญี่ปุ่นได้ดำเนินการประหารชีวิต ชิราอิชิ ด้วยการแขวนคอเมื่อวันศุกร์ที่เรือนจำโตเกียว ซึ่งการประหารชีวิตในญี่ปุ่นเป็นไปอย่างลับๆ โดยปกติแล้ววันที่ประหารชีวิตจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ จนกว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จ

สำหรับคดีของชิราอิชิ ได้ใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (ปัจจุบันคือ X) ล่อลวงเหยื่อที่โพสต์ว่ามีความคิดอยากปลิดชีพตัวเอง เขาหลอกว่าจะช่วยพวกเธอจบชีวิต หรือพร้อมจบชีวิตไปด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับสังหารเหยื่อและหั่นศพ บางส่วนถูกซ่อนในกล่องและถังในห้องพัก พร้อมใช้ทรายแมวกำจัดกลิ่น

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เคย์สุเกะ ซูซูกิ ระบุว่าอาชญากรรมของชิไรชิในปี 2017 มีทั้งการล่อลวง ข่มขืน ปล้น ฆาตกรรม และอำพรางศพ เหยื่อทั้งหมดถูกตีหรือรัดคอจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปซ่อน บางส่วนถูกทิ้งในถังขยะ พฤติกรรมของเขาถูกอธิบายว่า “เห็นแก่ตัวและสุดโต่งเกินไป” เพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศและเงิน

แม้ทีมทนายความพยายามให้เหตุผลว่าผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มปลิดชีพตัวเองอยู่แล้ว บางรายอาจยินยอม อย่างไรก็ตามศาลญี่ปุ่นปฏิเสธ โดยชี้ว่าชิราอิชิฉวยโอกาสจากผู้เปราะบาง และการกระทำของเขา “โหดเหี้ยมเกินมนุษย์”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังคงมีโทษประหารชีวิตสำหรับคดีรุนแรง เช่น ฆาตกรรมต่อเนื่องหรือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงไม่กี่แห่งที่ยังใช้โทษนี้ การสำรวจชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุน โดยเฉพาะในคดีสะเทือนขวัญที่สังคมเห็นว่าผู้กระทำ “ไม่ควรมีโอกาสแก้ตัว”

อาเซอร์ไบจานย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับอิหร่าน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าร่วมมือกับอิสราเอล

(27 มิ.ย. 68) รัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮาม อาลีเยฟ ได้ปฏิเสธข่าวลือที่ระบุว่าอิสราเอลใช้พื้นที่ทางอากาศของอาเซอร์ไบจาน เพื่อโจมตีอิหร่านในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 13 มิ.ย. และสิ้นสุดด้วยการหยุดยิงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

คำปฏิเสธดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ของอิหร่าน กับประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) ของอาเซอร์ไบจาน โดยเปเซชเคียนได้ขอให้อาเซอร์ไบจานตรวจสอบกรณีที่มีรายงานว่าอิสราเอลใช้โดรนและเครื่องบินเบาโจมตีเป้าหมายในอิหร่านผ่านน่านฟ้าของอาเซอร์ไบจาน

ในบทสรุปการสนทนาจากฝ่ายอิหร่าน ระบุว่า อาลีเยฟปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และยืนยันว่า รัฐบาลอาเซอร์ไบจานจะไม่ยินยอมให้ประเทศใดใช้พื้นที่หรือทรัพยากรของตนเพื่อโจมตีประเทศที่เป็นมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิหร่านที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น

ทั้งนี้ อาเซอร์ไบจานเคยแถลงอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นสงครามว่า จะไม่อนุญาตให้มีการใช้ดินแดนหรืออากาศยานจากประเทศตนในการโจมตีอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลที่สะสมมานานของเตหะรานต่อบทบาทของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านอาวุธรายสำคัญของบากู

ทรัมป์รับประกัน! รัสเซียจะไม่บุกยุโรปในยุคตน สวนทาง ‘นาโต’ ที่เร่งจัดสรรงบเตรียมรับศึกใหม่

(27 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมนาโตที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ว่า รัสเซียจะไม่โจมตีกลุ่มนาโต ตราบใดที่เขายังดำรงตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับว่า รัสเซียอาจต้องการขยายอิทธิพลไปไกลกว่ายูเครนในอนาคต 

แม้จะไม่ปฏิเสธความเสี่ยงจากมอสโก ซึ่งทรัมป์ลดทอนน้ำหนักภัยคุกคามของรัสเซีย โดยระบุว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ไม่ได้ร้ายกาจหรืออันตรายอย่างที่หลายประเทศเชื่อ แต่เป็นแค่คนที่มีมุมมองหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์โลก ซึ่งคำพูดนี้สวนทางกับความกังวลของหลายประเทศในยุโรปที่เริ่มเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ของสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียกับนาโต

ท่าทีที่เบาลงของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับยุโรปเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะไม่นานก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เพิ่งเปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองของยูเครนพบหลักฐานว่ารัสเซียกำลังวางแผนโจมตียุโรปอีกระลอก ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินก็เพิ่งประกาศชัดว่า “ยูเครนทั้งหมดเป็นของรัสเซีย” ยิ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่ารัสเซียอาจไม่หยุดแค่ยูเครน

ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสคุกคามที่เพิ่มขึ้น ประเทศสมาชิกนาโตจึงเห็นพ้องร่วมกันในการเพิ่มงบกลาโหม โดยตั้งเป้าให้แต่ละประเทศจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงอย่างน้อย 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ด้านผู้นำใหม่ของนาโต มาร์ค รุตเต้ (Mark Rutte) ยังเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายมีท่าทีสมจริงต่อภัยจากรัสเซียและจีน ขณะที่เยอรมนีก็เตือนว่า รัสเซียอาจทดสอบความเหนียวแน่นของพันธมิตรนาโตนอกเหนือจากยูเครนในเร็ว ๆ นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top