Sunday, 23 August 2026
WORLD

รัสเซียเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ จาก ‘มอสโก’ สู่ ‘เปียงยาง’ เตรียมเริ่มให้บริการครั้งแรก 27 กรกฎาคมนี้ รับเฉพาะกรุ๊ปทัวร์

(16 ก.ค. 68) กระทรวงคมนาคมรัสเซียประกาศว่าเที่ยวบินตรงจากกรุงมอสโกไปยังกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ จะเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าให้มีผู้โดยสารเดินทางอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เที่ยวบินดังกล่าวจะให้บริการเดือนละครั้ง ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง โดยสายการบิน Nordwind Airlines ของรัสเซียได้รับอนุญาตให้เปิดเส้นทางนี้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เที่ยวบินใหม่นี้ถือเป็นเส้นทางบินตรงสายที่สองระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ โดยปัจจุบัน Air Koryo ซึ่งเป็นสายการบินของเกาหลีเหนือ มีเที่ยวบินจากวลาดีวอสตอคไปเปียงยางสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ตั๋วเครื่องบินไปเปียงยางไม่สามารถซื้อแยกเดี่ยวได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อตั๋วรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์แบบหมู่คณะเท่านั้น

'ฮุนมาเนต' ประกาศวันเดียว ลุยจับทันทีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบคนเวียดนาม-กัมพูชากว่า 200 ราย ไม่มีชาวจีน

(16 ก.ค. 68) พลเอก สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามประกาศกวาดล้างขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั่วประเทศอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังพบว่าขบวนการเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค และยังมีเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติแฝงตัวอยู่ โดย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก็เคยระบุว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์

ถัดมาไม่นาน เจ้าหน้าที่กรุงพนมเปญเข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัยเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีหลอกลวงทางออนไลน์ได้ถึง 234 ราย เป็นชาวเวียดนาม 149 คน (หญิง 23 คน) และชาวกัมพูชา 85 คน (หญิง 17 คน) โดยบางรายเคยทำอาชีพช่างไฟ, รปภ., พ่อครัว และแม่บ้าน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในขบวนการได้อีกจำนวนมาก และจะดำเนินคดีกับชาวเวียดนามทั้งหมด พร้อมตรวจสอบสถานะการเข้าประเทศว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ 'สมเด็จฮุน เซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา เคยระบุเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของขบวนการที่เริ่มต้นในไทย โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเข้ามาก่อเหตุในกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยหยุดโยนความผิดให้กัมพูชาแต่ฝ่ายเดียว

‘ทรัมป์’ เทหมดหน้าตักให้ขีปนาวุธยูเครน เล็งส่ง Tomahawk ยิงไกลถึงใจกลางมอสโก

(16 ก.ค. 68) มีการเปิดเผยจาก The Washington Post ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี โดยได้ถามตรงๆ ว่าทำไมยูเครนยังไม่โจมตีกรุงมอสโก ซึ่งเซเลนสกีตอบกลับว่า “เราทำได้ ถ้าคุณให้เราใช้ขีปนาวุธ”

ขณะเดียวกัน Financial Times รายงานว่า ทรัมป์ยังสนับสนุนให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียมากขึ้น และกำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ โทมาฮอว์ก (Tomahawk) ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 1,600 กิโลเมตร (1,000 ไมล์) ให้ยูเครน และเป็นอาวุธเดียวกับที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะส่ง Tomahawk อย่างเป็นทางการ แต่อาวุธชนิดนี้สามารถยิงไกลถึงมอสโกได้ และอาจกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ในสงครามยูเครน-รัสเซีย โดยทรัมป์ได้ทุ่มงบอาวุธหลายพันล้านดอลลาร์ให้ยูเครนแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับท่าทีต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินนั้น ทรัมป์กล่าวว่า "ผิดหวังแต่ยังไม่จบ" พร้อมขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากรัสเซียเป็น 100% หากเครมลินไม่ยอมตกลงเจรจาสันติภาพภายใน 50 วันข้างหน้า

‘โคลอมเบีย-แอฟริกาใต้’ เปิดเวทีต้านอิสราเอล 20 ชาติจ่อใช้ “กฎหมายระหว่างประเทศ” เอาผิดยิว

(15 ก.ค. 68) กลุ่มประเทศ 20 ชาติ นำโดยโคลอมเบีย-แอฟริกาใต้ ร่วมจัดงานซัมมิตฉุกเฉินวันที่ 15-16 ก.ค. ที่กรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เพื่อลงมติใช้มาตรการจริงกดดันอิสราเอล หลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจากปฏิบัติการในกาซา โดยมีสมาชิกหลักอย่างมาเลเซีย คิวบา และเซเนกัล ในกลุ่ม “ฮากกรุ๊ป” ที่ก่อตั้งเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เข้าร่วมด้วย

สหรัฐฯ แถลงประณามเวทีนี้ทันที โดยระบุว่าการใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นภัยต่อระเบียบโลก และอาจเปิดทางให้กลุ่มประเทศต่อต้านตะวันตกโจมตีไม่เพียงแต่อิสราเอล แต่รวมถึงสหรัฐฯ และพันธมิตรด้วย

ด้านคณะผู้แทนอิสราเอลประจำยูเอ็นออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า “สิ่งที่หลายประเทศในเวทีนี้ลืม คือจุดเริ่มต้นของสงคราม มาจากการสังหารประชาชนกว่า 1,200 รายเมื่อ 7 ต.ค. 2023 โดยฮามาส และจนถึงวันนี้ ยังมีชาวอิสราเอลอีก 50 คนถูกจับตัวไว้ในกาซา” พร้อมย้ำว่า “สงครามจะไม่ยุติ ตราบใดที่ตัวประกันยังไม่ถูกปล่อย”

เวทีนี้มีผู้แทนจากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม เช่น จีน ตุรกี สเปน ไอร์แลนด์ แอลจีเรีย อินโดนีเซีย รวมถึงผู้แทนปาเลสไตน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น เช่น ฟิลิปป์ ลาซซารินี จาก UNRWA และฟรานเชสกา อัลบาเนเซ นักสิทธิมนุษยชนที่เพิ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ร่วมกล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอด้วย

อดีตพลเมืองสหรัฐฯ ได้รับสัญชาติรัสเซีย หลังช่วยกองกำลังหมีขาว!! ลอบส่งพิกัดโจมตียูเครน

(15 ก.ค. 68) แดเนียล มาร์ตินเดล (Daniel Martindale) ชาวอเมริกันที่ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพรัสเซียในสงครามยูเครน ได้รับสัญชาติรัสเซียในพิธีมอบพาสปอร์ตอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานผู้แทนสาธารณรัฐโดเนตสค์ (DPR) ในกรุงมอสโก เมื่อไม่นานนี้

เดนิส ปูชิลิน (Denis Pushilin) ผู้นำ DPR ระบุว่า สัญชาติรัสเซียที่มาร์ตินเดลได้รับ เป็น “เครื่องหมายแห่งความไว้วางใจระดับสูงสุดจากรัฐ” ซึ่งออกโดย วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อยกย่องความกล้าหาญและความเสียสละในการส่งข้อมูลเป้าหมายทางทหารของยูเครนให้กับรัสเซียนานถึง 2 ปี

โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า มาร์ตินเดลเคยแอบเข้าออกแนวหน้าหลายครั้ง เพื่อตรวจหาตำแหน่งของฝ่ายยูเครนและส่งข้อมูลให้รัสเซีย ซึ่งถูกใช้ในการโจมตีอย่างได้ผล จนในเดือนพฤศจิกายน 2024 รัสเซียลอบพาตัวเขาออกมาจากพื้นที่ที่ยูเครนควบคุมได้สำเร็จ

เจ้าตัวยอมรับว่า “ฝันอยากเป็นพลเมืองรัสเซียมีมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน” พร้อมเผยว่าอยากสร้างครอบครัวและเลี้ยงดูลูกในประเทศที่เขารู้สึกว่า “ไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นครอบครัว” โดยพ่อแม่ของเขาก็มีความตั้งใจจะย้ายจากสหรัฐอเมริกามาอยู่ในรัสเซียด้วยเช่นกัน

นายกฯ สเปนจวกยุโรปนิ่งเฉย ปล่อยอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(15 ก.ค. 68) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ยุโรปยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ว่ากำลังสร้าง “หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของศตวรรษที่ 21” และย้ำว่า “ใครก็ตามที่ใช้ความหิวสงครามเพื่อทำลายรัฐที่มีความชอบธรรม ไม่ควรได้รับสถานะเป็นพันธมิตรของอียู”

ซานเชซกล่าวว่า ภาพเด็กๆ ค้นหาครอบครัวใต้ซากปรักหักพัง หรือค่อยๆ ตายจากความอดอยากในเต็นท์ ไม่ควรแค่ทำให้เราสะเทือนใจ แต่ควรกระตุ้นให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะยุโรป ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยสเปนและไอร์แลนด์ได้ยื่นขอให้อียูตรวจสอบว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงความร่วมมือกับอียูหรือไม่ ซึ่งรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า มี “หลักฐานมากเพียงพอ” ที่บ่งชี้ว่าอิสราเอลละเมิดมาตราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

แม้จนถึงขณะนี้อียูยังไม่ดำเนินมาตรการใดๆ แต่ซานเชซเผยว่าสเปนกำลังผลักดันให้มีการ “ระงับข้อตกลงความร่วมมือ” กับอิสราเอลทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราประณามปูตินในยูเครน เราก็ต้องไม่ยอมให้เนทันยาฮูทำแบบเดียวกันในปาเลสไตน์”

‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอ Nvidia พบ ‘เหลย จวิ้น’ ซีอีโอ Xiaomi ระหว่างทริปเยือนปักกิ่ง พร้อมยกนิ้วชมรถ Xiaomi SU7 ULTRA

(15 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ปรากฏตัวในปักกิ่งเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยสื่อจีนรายงานผ่าน WeChat ว่าเขาได้พบกับเหลย จวิ้น (Lei Jun) ซีอีโอของ Xiaomi พร้อมเผยภาพทั้งสองยืนยิ้มเคียงกันข้างรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 ULTRA ขุมพลัง 1548 แรงม้า ท่ามกลางอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส 

การปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนงาน China International Supply Chain Expo (CISCE) ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม โดย Nvidia จะเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในฐานะหนึ่งในผู้จัดแสดงกว่า 230 ราย จากทั้งในและนอกประเทศ

มีการเปิดเผยว่า Nvidia จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้ ซึ่ง เจนเซ่น หวง ย้ำถึงความตั้งใจระยะยาวในการดำเนินธุรกิจในจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน แต่ Nvidia ยังคงมองจีนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งในปีงบประมาณล่าสุด จีนสร้างรายได้ให้ Nvidia ถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ เจนเซ่น หวง กับเหลย จวิ้น มีความสนิทสนมกันมานาน ย้อนไปเมื่อปี 2013 หวงเคยขึ้นเวทีเปิดตัวชิป Tegra ของ Nvidia แต่ใช้มือถือ Xiaomi Mi 3 เพื่อช่วยโปรโมต และยังพูดติดตลกว่า เขาเป็น “แฟนพันธุ์แท้เสียวหมี่” 

นักยุทธศาสตร์ชี้ “สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว” ‘ยุโรป-อเมริกา’ รุมกำจัด ‘รัสเซีย’ ไม่ใช่แค่คุมยูเครน

(15 ก.ค. 68) ดมิตรี เทรนิน (Dmitri Trenin) นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซีย ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนยุคก่อน ไม่ใช่การบุกแบบยุทธการบาร์บาร็อสซา หรือภาวะตึงเครียดแบบวิกฤตคิวบา แต่เป็นสงครามที่แพร่กระจายหลายมิติ ทั้งการทหาร เศรษฐกิจ และข้อมูล โดยมีคู่ขัดแย้งหลักคือ “ตะวันตก” กับ “รัสเซีย-จีน-อิหร่าน”

เทรนินมองว่า สำหรับรัสเซียสงครามเริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ พยายามทำทุกทางเพื่อสกัดไม่ให้รัสเซียและจีนกลายเป็นมหาอำนาจ ทั้งในเชิงอุดมการณ์และอำนาจระหว่างประเทศ โดยใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ การสร้างความปั่นป่วนภายใน และแม้แต่การลอบสังหาร

นักยุทธศาสตร์ชาวรัสเซียรายนี้ย้ำว่า เป้าหมายของตะวันตกไม่ใช่แค่ชนะในสนามรบ แต่คือการล่มสลายของประเทศรัสเซียจากภายใน ผ่านความไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจทรุด และความแตกแยกในสังคม พร้อมอ้างว่า “ความเป็นมนุษย์” ของชาวรัสเซียถูกลดทอนผ่านการโฆษณาชวนเชื่อในโลกตะวันตก ซึ่งใช้ทั้งสื่อ ข้อมูลเท็จ และการควบคุมความคิดเห็น

โดยเทรนินเสนอว่า รัสเซียต้องตอบโต้ด้วยการระดมทรัพยากรภายในประเทศอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่กำลังทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และประชากร พร้อมขยายพันธมิตร เช่น เบลารุส เกาหลีเหนือ และหาพันธมิตรเพิ่มในภูมิภาคอื่น 

สุดท้าย เขาเตือนว่ารัสเซียไม่ควรกลัวการยกระดับ แม้แต่การใช้อาวุธพิเศษอย่าง “นิวเคลียร์” หากสถานการณ์จำเป็น พร้อมย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีที่ให้กับการประนีประนอมอีกต่อไป และรัสเซียต้องกล้าเดินเกมเชิงรุก หากไม่อยากตกเป็นฝ่ายพ่ายในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังจะถูกกำหนดขึ้น

อินเดียตรวจประวัติสุขภาพจิตกัปตัน Air India หลังเครื่องตก ลือเคยซึมเศร้า!! อาจเป็นคนปิดสวิตช์เชื้อเพลิงทำเครื่องร่วง

(15 ก.ค. 68) ทีมสอบสวนเหตุเครื่องบิน แอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบิน AI-171 รุ่น Boeing 787 Dreamliner ทะเบียน VT-ANB ตกใกล้อาห์เมดาบัดระหว่างบินขึ้น มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 241 คน จากทั้งหมด 242 คนบนเครื่อง ซึ่งล่าสุดอยู่ในขั้นตรวจสอบประวัติสุขภาพจิตของกัปตันซูมีต ซับฮาร์วาล (Sumeet Sabharwal) วัย 56 ปี หลังมีรายงานว่าเขาเคยมีภาวะซึมเศร้า และเคยลาพักงานบ่อยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องการดูแลพ่อที่ชรา หลังจากสูญเสียแม่ในปี 2022

มีการเปิดเผยว่า ซับฮาร์วาลมีประสบการณ์บินกว่า 15,000 ชั่วโมง และผ่านการตรวจสุขภาพชั้น 1 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานเบื้องต้นชี้ว่าเหตุเกิดจาก “การปิดสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิง” ซึ่งทำให้เครื่องสูญเสียแรงขับทันทีหลังเทกออฟ และข้อมูลจากกล่องดำเผยว่า นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมปิดสวิตช์เชื้อเพลิง?” และอีกคนตอบว่า “ไม่ได้ปิด”

แม้ยังไม่สามารถระบุว่าใครเป็นคนปิด แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ควบคุมการบินหลักคือนักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี ส่วนกัปตันซับฮาร์วาลอยู่ในตำแหน่งที่อาจเข้าถึงสวิตช์ดังกล่าวได้ง่าย ขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในมุมไบเล่าว่า กัปตันเป็นคนเงียบ ๆ และรักพ่อมาก มักพาพ่อออกไปเดินเล่นในตอนเย็น และเคยบอกว่าอีกไม่กี่เที่ยวบินจะลาออกมาดูแลพ่อเต็มตัว

ด้าน Air India ปฏิเสธให้ความเห็น แต่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มทาทา (Tata Group) ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน ยืนยันว่ากัปตันไม่ได้ลาป่วยช่วงหลัง และมีการส่งผลตรวจสุขภาพครบถ้วน ขณะที่สมาคมนักบินอินเดียออกแถลงการณ์ค้านแนวทางสอบสวนที่พุ่งเป้าไปที่สุขภาพจิตของนักบินว่า เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตบางรายวิจารณ์รายงานว่า ถือเป็นการตบหน้าและไม่เข้าใจว่าความผิดพลาดเพียงแค่ “ปิดสวิตช์หนึ่งตัว” ทำไมถึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ที่คร่าชีวิตคน 241 คน โดยเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 1 คนเท่านั้น

‘เชอร์นีชอฟ’ คนสนิทเซเลนสกี้ โดนตั้งข้อหาทุจริต ศาลให้ประกันตัว วงเงิน 120 ล้าน สั่งห้ามออกนอกประเทศ

(15 ก.ค. 68) โอเล็กซีย์ เชอร์นีชอฟ (Oleksiy Chernyshov) ตำแหน่งรองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเอกภาพแห่งชาติของยูเครน ถูกศาลต่อต้านคอร์รัปชันตั้งวงเงินประกันตัวสูงถึง 120 ล้านฮรีฟเนีย (ราว 120 ล้านบาท) หลังถูกตั้งข้อหาทุจริตในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาชุมชนฯ ระหว่างปี 2020–2022 โดยอัยการเปิดเผยว่า เชอร์นีชอฟและพวกเกี่ยวข้องกับการรับสินบนมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ ผ่านดีลลับซื้อขายที่ดินในกรุงเคียฟ

ความน่าสนใจไม่ได้จบแค่คดีโกงธรรมดา แต่ลึกลงไปคือความระส่ำระสายภายในรัฐบาลเซเลนสกี้ แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีเคยมีคำสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้และยกฟ้องให้นายอเล็กซี่ แต่ถูก “ขัดคำสั่ง” โดยตรงจากคนใกล้ชิดอย่างนายคิริลล์ บูดานอฟ (Kyrylo Budanov) ผอ.ข่าวกรอง และวาซิลี่ มาริอุค (Marius Vassiliou) ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต่างปฏิเสธให้ความร่วมมือ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการดื้อแพ่งต่อคำสั่งผู้นำยูเครนอย่างเปิดเผย ส่งสัญญาณว่าฐานอำนาจของเซเลนสกี้เริ่มสั่นคลอน แขนขาที่เคยภักดีเริ่มเปลี่ยนขั้ว หรือไม่ก็หันไปนิ่งเฉย ปล่อยให้ผู้นำต้องเผชิญศึกโดดเดี่ยวกลางกระแสต้าน

ทั้งนี้ เชอร์นีชอฟยังยืนยันไม่ลาออก อ้างยังมีงานสำคัญและต้องทำหน้าที่ต่อ แม้ถูกศาลสั่งห้ามเดินทาง ห้ามติดต่อพยาน และต้องรายงานตัวตามนัด หากฝ่าฝืนอาจถูกเปลี่ยนมาตรการเป็นการควบคุมตัว

วิเคราะห์เหตุ ‘พลเรือนไทย’ ชก ‘ทหารกัมพูชา’ ชี้ คนก่อเหตุหวังผลอะไร เพราะไทยมีแต่เสีย

(15 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีคลิปหลุดมาว่ามีคนไทยชกหน้าทหารกัมพูชา ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นกระแสไปทั่วโซเชียลทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา  แต่การกระทำเยี่ยงนี้ในสายตาของคนชายแดนอย่างเอย่าแล้ว เอย่ามองว่านี่คือการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายคนนี้คืออดีตอาสาสมัครทหารพราน  ย่อมต้องรู้ถึงเหตุอันเป็นจุดอ่อนหรือประเด็นที่จะกลายเป็นข้อขัดแย้งบานปลายได้

จะว่าไปทางการไทยควรสอบสวนชายคนนี้อย่างละเอียดจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่ามีทหารที่เป็นคนชายแดนจำนวนมากเป็นพวกที่อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้านแต่มาอยู่อาศัยตามจังหวัดชายแดนไทย ซึ่งนี่แท้จริงแล้วเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปจากคนในพื้นที่ไม่ว่าจะฝั่งกัมพูชา ลาวหรือ เมียนมา ดังนั้นต้องทราบว่าคนเหล่านี้สามารถพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี  จนบางทีก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าสรุปชายคนนี้ถูกว่าจ้างมาจากฝั่งกัมพูชาให้มาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตึงเครียดแล้วป้ายสีกองทัพให้แย่ลงหรือเปล่า เฉกเช่นดังที่เอย่าเคยเห็นมาแล้วในฝั่งเมียนมาที่ลูกหลานชาวกะเหรี่ยงที่เกิดแล้วโตในฝั่งไทยเรียนหนังสือไทย พูดภาษาไทยได้ อ่านภาษาไทยออก เขียนภาษาไทยเป็นแถมเกณฑ์ทหารไทยแต่ไปเสียชีวิตในนามของทหารกองกำลัง KNU เสียอย่างนั้น

ในเมื่อสถานการณ์ที่ชายแดนตรงปราสาทตาเมือนธมเป็นจุดข้อพิพาทแล้ว  เอย่าว่ากองทัพไทยควรจะระวังตัวให้จงหนักเพราะ ณ วันนี้กองทัพไทยไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยทั้งฝ่ายคนข้างนอกอย่างกัมพูชาหรือคนในอย่างรัฐบาลไทยที่กระทำเหมือนพร้อมใจจะยกแผ่นดินให้กัมพูชาอย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น  ไม่นับรวมกลุ่มพรรคการเมืองหลายกลุ่มที่พยายามจะดิสเครดิต ป้ายสีให้ทหารไทยดูแย่และหมดความน่าเชื่อถือลงไปอีก

เอย่าแค่อยากจะบอกว่าไม่มีใครทำให้ประเทศไทยดูแย่  ถ้าไม่ใช่คนไทยทำกันเอง  อย่างตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเอย่าที่มาจากต่างประเทศด้วยกัน  นางเข้ามาที่สุวรรณภูมิเอย่าก็เดินมาที่ตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองของไทยผ่านมาฉลุย  รอเพื่อนเอย่าสักพักออกมานางถามเอย่าว่า  “เธอๆ  เธอไม่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจสนามบินเหรอ เนี่ยทุกคนฝั่งต่างประเทศจ่ายกันหมดเลย  เขาเรียกคนละ 200 บาทไม่มีใบเสร็จ” พูดจบเอย่าก็ได้แต่ยิ้มอ่อน…ก็ไม่ต้องถามนะว่าทำไมต่างชาติไม่มาเที่ยวประเทศไทย

ดังนั้นในกรณีของเรื่องพิพาทชายแดนก็เช่นกัน  เอย่าว่ามันน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่านี้ถ้าเอย่าคิดมากนะคะ  แต่ถ้าไม่งั้นก็เพราะว่าคนไทยนี่แหละที่ทำลายไทยด้วยเหตุการณ์แบบนี้  คนแบบชายในคลิปเขาไม่ใช่ตัวแทนหมู่บ้าน ตัวแทนคนไทยนะคะ  เขาคือตัวแทนที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ประเทศไทยต่างหาก  เราควรใช้สมองคิดมากกว่าอารมณ์นะคะ ว่าไปตอนนี้เอย่าก็มีเรื่องชวนให้คิดว่า เราจะต่อรองภาษีกับอเมริกาโดยยกฐานทัพเรือที่พังงาให้อเมริกาตั้งฐานทัพเรือนี่จริงหรือเปล่า....ว่าแล้วไว้เอย่ามาเล่าให้อ่านกันอีกทีนะคะ

เยอรมนีไม่ส่งขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ให้ยูเครน ห่วงคลังแสงเบอร์ลินไม่พอรับมือภัยคุกคาม

(15 ก.ค. 68) เยอรมนียืนยันจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส (Taurus) ให้ยูเครน แม้ยูเครนจะร้องขอมานาน โดยรัฐมนตรีกลาโหม บอริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) ระบุว่าจะช่วยเหลือด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แทน ซึ่งเป็นของที่เยอรมนีซื้อจากสหรัฐฯ เพราะของที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้เหลือน้อย และยังต้องเก็บไว้ใช้ตามข้อผูกพันกับ NATO

พิสโตริอุสกล่าวว่า เยอรมนีมี Patriot เหลือเพียง 6 ชุดในประเทศ ขณะที่อีก 2 ชุดอยู่ในโปแลนด์ และอีกชุดใช้ในการฝึกหรือต้องซ่อมบำรุง จึงไม่สามารถแบ่งเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังมีบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป และต้องรับผิดชอบต่อแนวป้องกันฝั่งตะวันออกของ NATO

แม้ไม่ส่ง Taurus ซึ่งมีพิสัยยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร แต่เยอรมนีจะยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนยูเครน โดยในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เคียฟจะได้รับอาวุธระยะไกลที่ผลิตในเยอรมนีหลายร้อยระบบ ภายใต้ข้อตกลงการเงินที่เยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเร่งเพิ่มกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งกระสุน โดรน และรถถัง โดยต้องเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซ่อมหรือสั่งซื้อเมื่อหมด” เป็นระบบผลิตต่อเนื่องเพื่อให้กองทัพพร้อมใช้งานเสมอ

‘ทรัมป์’ ขู่รัสเซีย ขีดเส้น 50 วันหยุดสงคราม ไม่งั้นเจอภาษี 100% แถมลากชาติอื่นติดร่างแห

(15 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนรัสเซียว่าหากไม่ยุติสงครามภายใน 50 วัน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารัสเซีย 100% พร้อมเตรียมใช้ “ภาษีลูกโซ่” เล่นงานประเทศที่ยังค้าขายน้ำมันกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์เผยว่าได้ตกลงกับพันธมิตร NATO ในการจัดส่งอาวุธจำนวนมหาศาล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออท (Patriot) ให้ยูเครน โดยเขาย้ำว่า “ดีลนี้ใหญ่มาก” และอาวุธเหล่านี้จะถูกกระจายไปแนวหน้าอย่างรวดเร็ว

ขณะอยู่ร่วมแถลงข่าวกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รุทเต้ (Mark Rutte) ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ทำทีเหมือนจะเจรจาสันติภาพ แต่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนทุกวัน

‘ฮุน มาเนต’ ยื่น 3 เงื่อนไขให้ไทยพิจารณา ยันพร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา หากบรรลุข้อตกลง

‘ฮุน มาเนต’ นายกฯ กัมพูชา ยืนยันพร้อมเปิดจุดผ่อนปรนชายแดน ไทย-กัมพูชา หากบรรลุ 3 เงื่อนไข 

(14 ก.ค. 68) พลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันว่าจะเปิดจุดผ่อนปรนชายแดน ไทย-กัมพูชา อีกครั้ง ก็ต่อเมื่อบรรลุเงื่อนไข 3 ประการ

1.ไทยต้องประกาศเปิดด่านชายแดนโดยฝ่ายเดียวอีกครั้ง และยืนยันว่าจะไม่ปิดด่านฝ่ายเดียวอีก
2.ต้องเปิดจุดผ่านแดนทุกด่านโดยไม่มีเงื่อนไข
3.ควรกำหนดเวลาเปิดด่าน เหมือนช่วงก่อนวันที่ 7 มิถุนายน คือ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น.

นอกจากนี้ยังยืนยันว่า กัมพูชาไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหรือสร้างผลกระทบให้กับการค้าขายของทั้ง 2 ประเทศ แต่จะไม่ยอมรับการที่ไทยขอเปิดด่านบางด่านแล้วปิดด่านบางด่านเองอีก

ขณะเดียวกัน ‘ฮุน มานี’ รองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา กล่าวหาว่า ไทยเจตนาแสดงการกระทำยั่วยุที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงอยากให้ประชาคมโลกจับตาดูพฤติกรรมของฝ่ายไทย และตัดสินเองว่าเป็นการแสดงเจตนายั่วยุจริงหรือไม่ และขอให้ชาวกัมพูชาทุกคน อดทนต่อการยั่วยุของไทยในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยต้าเหลียน ‘ไล่ออก’ นักศึกษาสาวนอกใจแฟน แอบแซ่บนักกีฬาอีสปอร์ตยูเครน ที่แต่งงานมีลูกแล้ว

(14 ก.ค. 68) มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคต้าเหลียน (Dalian Polytechnic University) ของจีน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ประกาศไล่นักศึกษาหญิงวัย 21 ปี นามสกุล “หลี่” พ้นสภาพนักศึกษา ฐานประพฤติตัวไม่เหมาะสม จากกรณีมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักกีฬาอีสปอร์ตชาวยูเครน ที่เดินทางมาแข่งขันในนครเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนธันวาคม 2567

มีการเปิดเผยว่าชายคนดังกล่าวคือ ดานิโล เทสเลนโก (Danylo Teslenko) หรือ Zeus นักแข่งเกม Counter-Strike ชื่อดัง วัย 37 ปี ซึ่งแต่งงานแล้วและมีลูก โดยเจ้าตัวเดินทางมาร่วมแข่งเกม CS2 รอบชิงชนะเลิศ ในรายการ Perfect World Shanghai Major 2024 และมีรายงานว่าเขาได้ใช้เวลาอยู่กับ ‘หลี่’ ซึ่งก็มีแฟนอยู่แล้ว แต่มามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในโรงแรมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม โดยมีภาพถ่ายและวิดีโอในเชิงล่อแหลมหลุดออกมาจากโซเชียลจีน

ภาพหลุดออกมากลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตจีนช่วยกันสืบจนทราบว่าหลี่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในต้าเหลียน แรงกดดันในโลกออนไลน์ทำให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจไล่เธอออก โดยระบุว่า “การกระทำที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวได้สร้างผลกระทบในทางลบต่อชื่อเสียงของสถาบันอย่างรุนแรง”

ในแถลงการณ์เป็นทางการ มหาวิทยาลัยอ้างอิง “ข้อบังคับกระทรวงศึกษาธิการจีน” และ “ระเบียบวินัยภายใน” ในการพิจารณาโทษขั้นสูงสุด ซึ่งแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยยังสามารถสั่งลงโทษได้ 

กรณีดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์ในจีน หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงสิทธิความเป็นส่วนตัว และความเท่าเทียมทางเพศ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่า นักศึกษาควรยึดถือคุณธรรมและไม่ทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นในหรือนอกมหาวิทยาลัยก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top