Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘ทหารผ่านศึกยูเครน’ เดินหน้าประท้วงรัฐ ‘เมินสวัสดิการ’ ไล่พวกคอร์รัปชัน มีแต่คนรวยเพิ่ม ทำทหารเกณฑ์หาย

(26 มิ.ย. 68) เกิดการประท้วงเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงในยูเครน แม้เป็นภาพที่เห็นแทบทุกสัปดาห์ แต่ครั้งนี้กลับไม่ธรรมดา เพราะมีผู้ร่วมประท้วงเกือบพันคน และส่วนใหญ่เป็นทหารอาสาสมัครและอดีตผู้ร่วมรบจากสงครามกับรัสเซีย นี่จึงเป็นปรากฏการณ์ใหญ่กว่าครั้งก่อน ๆ

ผู้ประท้วงยกประเด็นคอร์รัปชันที่รุนแรงและแทรกซึมในระบบระหว่างช่วงสงคราม พวกเขามองว่า เงินงบประมาณถูกใช้ผิดจุด จนเกิดการขาดสวัสดิการและความโปร่งใส โดยเฉพาะในหน่วยทหารที่บาดเจ็บ และขาดการดูแลที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ครอบครัวของทหารที่ถูกบังคับเกณฑ์ ทั้งที่เสียสละชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ยังออกมาเรียกร้องให้ทางการเร่งเจรจาขอแลกเชลยกับรัสเซีย และจัดตั้งระบบดูแลทหารที่ชัดเจน พวกเขาต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่แก้ไขแบบผิวเผิน

ข้อมูลจากสื่อยูเครนยังระบุว่า ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา บรรดามหาเศรษฐีในประเทศเพิ่มจำนวนอย่างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งได้มาจากการจ่ายสินบนเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร หรือจ่ายเพื่อหลีกหนีออกนอกประเทศ นี่จึงสะท้อนให้เห็นภาพของ “สงครามคอร์รัปชัน” ที่เกิดขึ้นควบคู่กับสมรภูมิรบจริง ๆ

‘อิหร่าน’ ในวันที่สูญเสียจาก ‘อิสราเอล’ โจมตี แม้ประเทศเสียหายแต่หัวใจคนอิหร่านกลมเกลียว

หนึ่งประเทศ หนึ่งใจ (One Nation, One Heart) การรุกรานของอิสราเอลทำให้ชาวอิหร่านสามัคคีกันมากขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร?

มุมมองของ Soheila Zarfam จาก Tehran Times

'One Nation, One Heart' เป็นคำขวัญที่ใช้กันในอิหร่าน ซึ่งเน้นย้ำถึงความเป็นเอกภาพและความรักชาติของชาวอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งหรือความตึงเครียดกับอิสราเอล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวอิหร่านที่เกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ภายนอก

เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย. 68) เป็นวันพุธที่น่าประหลาดใจในเตหะราน หนึ่งวันหลังจากการสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลยุติลง ผู้คนออกมาทำงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อน ๆ และทางตอนใต้ ณ สุสานเบเฮชท์-เอ-ซาฮรา ก็มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดในรอบหลายปี

มีการจัดงานศพหลายงานที่นั่น มีทั้งศพของคนหนุ่มสาว คนชรา ชาย และหญิง ห่อด้วยผ้าขาวที่ชาวมุสลิมใช้ฝังศพ บรรยากาศน่าขนลุก มีผู้คนจำนวนมากร้องไห้ แต่ก็มีบางคนที่ดูหนักแน่นละมั่นคง แม้ว่าใบหน้าของพวกเขาจะแสดงออกถึงความเศร้าโศกก็ตาม

ผู้เขียนพูดคุยกับผู้ร่วมไว้อาลัยคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหญิงที่กำลังฝังศพพี่ชายของเธอ เธอสวมชุดคลุมสีดำแบบอิหร่าน ข้าง ๆ เธอมีผู้คนที่แต่งตัวไม่เหมือนเธอเลย พวกเขาสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ และสวมฮิญาบ "ฉันสูญเสียพี่ชายไประหว่างการโจมตีของอิสราเอล เขาเป็นทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพ" ผู้หญิงคนดังกล่าวอธิบาย 'ซาห์รา' ซึ่งเป็นชื่อที่เธอใช้เอง บอกว่าเธอมาจากครอบครัวที่เสียสละสมาชิกจำนวนมากเพื่อประเทศ "ลุงของฉันสองคนเสียชีวิตในสงครามอิหร่าน-อิรัก พ่อของฉันก็เป็นทหารในสงครามนั้นด้วย เราคุ้นเคยกับการได้ยินและพูดคุยเกี่ยวกับผู้พลีชีพ แต่เราไม่เคยคิดว่าเราจะพูดถึงพี่ชายวัย 23 ปีของฉันในลักษณะเดียวกันอีก"

ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างซาห์ราไม่ใช่ญาติกับเธอ พวกเธอมาเมื่อพวกเธอรู้ว่า มีผู้พลีชีพถูกฝัง คนแปลกหน้าอีกหลายสิบคนก็มารวมตัวกันรอบหลุมศพที่เพิ่งขุดใหม่เพื่อแสดงความเสียใจและสวดมนต์ ผู้เขียนถามผู้หญิงคนหนึ่งจากสองคนที่สะดุดตาผู้เขียนเกี่ยวกับการโฆษณาชวนเชื่อที่เราได้ยินจากสื่อเปอร์เซียที่ตั้งอยู่ในตะวันตกว่า สงครามครั้งนี้เป็นสงครามของสาธารณรัฐอิสลาม และคนไม่เคร่งศาสนาควรแยกตัวจากกองทัพ "เราอยู่ที่นี่เพื่อประเทศของเรา ไม่สำคัญว่าเราจะนับถือศาสนาหรือการเมืองแบบใด เมื่อเป็นเรื่องของอิหร่าน เราพร้อมเสมอที่จะต่อสู้เพื่อมันและยอมสละชีวิต" เธอกล่าวขณะที่ใช้มือบังตาจากแสงแดด

การสร้างความแตกแยกและการแบ่งแยกเป็นวาระสำคัญของศัตรูในช่วงสงคราม 12 วันที่พวกเขาทำกับอิหร่าน ชาวอเมริกันและชาวอิสราเอลได้ขอให้ลูกชายของชาห์ผู้ถูกปลดออกจากอำนาจออกมาประกาศว่า เขาพร้อมที่จะเข้ารับตำแหน่ง อดีตมกุฏราชกุมารผู้ตกงานและหลงผิดคนนี้ถูกเรียกในอิหร่านว่า "เด็กโข่ง" ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่นักวิชาการชาวอิหร่านที่มีชื่อเสียงมอบให้กับเขาหลังจากที่เขาสนับสนุนสงครามของอิสราเอลต่อประเทศของเขา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงคราม ความสัมพันธ์ระหว่างชาวอิหร่านกลับแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่าประชาชนควร "อพยพออกจากเตหะราน" ผู้คนนับล้านทั่วประเทศก็ใช้โซเชียลมีเดียประกาศว่าพวกเขาพร้อมที่จะต้อนรับชาวอิหร่านในบ้านของตนเองแล้ว บนท้องถนน ประชาชนออกมาแจกเครื่องดื่มและอาหารแก่กองกำลังรักษาความปลอดภัยที่กำลังตามหาสายลับมอสสาด ส่วนในร้านขายของชำและปั๊มน้ำมัน ผู้คนระมัดระวังไม่ซื้อของมากเกินความจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนสินค้าและเชื้อเพลิง

ในวันอังคารและวันพุธ เจ้าหน้าที่ทหารและการเมืองต่างยกย่องความสามัคคีและความรักชาติว่า เป็นหัวใจสำคัญของชัยชนะของอิหร่านเหนืออิสราเอล ซึ่งเริ่มสงครามกับอิหร่านโดยคิดว่า จะสามารถล้มรัฐบาล โดยการทำลายเสถียรภาพของประเทศ และทำลายกองทัพตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานให้สิ้นซาก

เมื่อผู้เขียนกลับมาถึงบ้านพักในเตหะรานตะวันออก เพื่อนบ้านคนหนึ่งนำ "นาซรี" มาให้ผู้เขียน ซึ่งเป็นอาหารที่ชาวอิหร่านทำและแจกจ่ายให้ผู้อื่นหลังจากที่พวกเขาอธิษฐานขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า "ผู้เขียนขอให้เราสามัคคีกันและเอาชนะศัตรู" เพื่อนบ้านของผู้เขียนกล่าว เธอเป็นผู้หญิงที่ใกล้จะอายุ 70 ปีแล้ว เธอเล่าให้ผู้เขียนฟังว่าความสามัคคีและความสอดคล้องกันที่เธอเห็นในช่วงวันสุดท้ายทำให้เธอหวนนึกถึงช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก "ผู้เขียนคิดว่าตราบใดที่ชาวอิหร่านยังมีชีวิตอยู่ การปกป้องประเทศจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขา ไม่มีใครสามารถพรากสิ่งนี้ไปจากเราได้"

‘ทรัมป์’ เสียงอ่อย รับยุติสงคราม ‘รัสเซีย-ยูเครน’ ไม่ง่าย โบ้ยศึกซับซ้อน ‘ปูติน-เซเลนสกี’ เจรจาด้วยยาก

(26 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธว่า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยุติ แม้เจ้าตัวจะเคยประกาศในเวทีหาเสียงว่าจะสามารถ “ยุติสงครามใน 24 ชั่วโมง” หากได้กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้งก็ตาม โดยยอมรับว่า ทั้งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ต่างก็สร้างความยุ่งยากในเวทีเจรจา

เมื่อถูกถามว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถยุติสงครามได้ ทรัมป์ตอบว่า “เพราะมันยากกว่าที่คนทั่วไปจะจินตนาการ” พร้อมเผยว่าเคยมีปัญหากับเซเลนสกีในบางช่วง แต่การพบกันล่าสุดนั้นเป็นไปด้วยดี และไม่ได้มีการหารือเรื่องหยุดยิงโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่า เซเลนสกีต้องการยุติสงคราม และตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดี ที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า เขากำลังพิจารณาส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" (Patriot) ให้ยูเครน แม้จะยอมรับว่าอาวุธเหล่านี้หายาก เพราะสหรัฐฯ เองก็ต้องการใช้ และบางส่วนได้ส่งให้กับอิสราเอลแล้ว

เมื่อถูกถามว่าสหรัฐฯ จะร่วมจ่ายเงินช่วยเหลือยูเครนในวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ ที่พันธมิตร NATO เสนอหรือไม่ ทรัมป์ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน” ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่ารัฐบาลวอชิงตันจะสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติมหรือไม่

‘เวียดนาม’ เร่งปิดดีลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หวังบรรลุข้อตกลงกับ ‘รัสเซีย’ ภายใน ส.ค. นี้

(26 มิ.ย. 68) รัฐบาลเวียดนามสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสรุปการเจรจากับรัสเซียภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อเตรียมลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความร่วมมือก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นิญถ่วน 1 ในเดือนสิงหาคม โดยโครงการนี้มีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2030 หรืออย่างช้าที่สุดในปี 2031

บุ่ย แทงห์ เซิน รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเจรจากับรัสเซียล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการอนุมัติและดำเนินโครงการ กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงถูกกำชับให้จัดตั้งคณะเจรจาโดยด่วน และต้องระบุความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายในข้อตกลงอย่างชัดเจน

ควบคู่กันนั้น ทางการเวียดนามยังรื้อฟื้นความร่วมมือกับญี่ปุ่นในโครงการนิญถ่วน 2 โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งหารือและรายงานผลภายในเดือนกรกฎาคม ด้านโครงการนิญถ่วน 1 และ 2 ซึ่งอยู่ในจังหวัดนิญถ่วน จะมี การไฟฟ้าแห่งประเทศเวียดนาม (EVN) และ บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเวียดนาม (PVN) เป็นเจ้าของโครงการตามลำดับ

รัฐบาลเวียดนามเน้นย้ำว่า การฟื้นโครงการพลังงานนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เติบโตต่อเนื่อง และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการลงทุนและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและแผนโยกย้ายชุมชนให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาที่กำหนด

ขอปกป้องเต็มที่! ‘ทรัมป์’ พร้อมหนุน ‘เนทันยาฮู’ เรียกร้องยกเลิกคดีทุจริต ชี้เป็นการ ‘ล่าแม่มด’

(26 มิ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงปกป้องนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลยุติการดำเนินคดีทุจริต หรือออกอภัยโทษให้โดยทันที โดยชี้ว่าเป็น ‘การล่าแม่มด’ ต่อผู้นำที่เขายกย่องว่าเป็น ‘วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของรัฐอิสราเอล’

เนทันยาฮูถูกฟ้องในปี 2019 ในข้อหาติดสินบน ฉ้อโกง และละเมิดความไว้วางใจ โดยการไต่สวนเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2020 และยังคงดำเนินอยู่ในศาลกรุงเทลอาวีฟ โดยล่าสุดเริ่มการซักค้านเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงจะเสร็จสิ้น

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “คดีของ Bibi (เนทันยาฮู) ควรถูกยกเลิกทันที หรือไม่ก็ให้อภัยโทษกับวีรบุรุษที่ทำคุณมากมายเพื่อชาติอิสราเอล” พร้อมกล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาเคยช่วยอิสราเอล และตอนนี้จะเป็นฝ่ายช่วย Bibi เนทันยาฮู”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอิสราเอล ไอแซก เฮอร์ซ็อก ได้ยืนยันผ่านสื่อว่า ยังไม่มีการยื่นขออภัยโทษอย่างเป็นทางการ และ ‘เรื่องนี้ยังไม่อยู่บนโต๊ะ’ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่า ทรัมป์หรือรัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของอิสราเอลได้เพียงใด โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งวิจารณ์อิสราเอลกรณีทิ้งระเบิดอิหร่านหลังการหยุดยิงว่า ‘มากเกินไป’ และทำให้เขาไม่พอใจมาก

รวบดาว TikTok เวียดนาม โกงภาษีกว่า 100 ล้าน สรรพากรแฉ! ใช้บัญชีคู่–ตั้งบริษัทซ้อน–โอนเงินผ่านบัญชีม้า

(26 มิ.ย. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ดำเนินคดีอาญากับ Vũ Nam Phương หรือที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ในชื่อ 'Cún Bông' TikToker ชื่อดัง พร้อมสามีและผู้ร่วมขบวนการ ฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีและการเลี่ยงภาษีอย่างมีระบบ โดยมีการจัดทำบัญชีคู่และตั้งบริษัทที่อยู่ตรงกับที่อยู่ของกิจการเพื่อสับเปลี่ยนเอกสารและปกปิดรายได้จริง

จากการสอบสวนพบว่า สามีภรรยาคู่นี้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้ชื่อบริษัท Dược Hoa Kỳ ผ่านช่องทาง Facebook, TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ มียอดผู้ติดตามรวมหลายแสนราย แต่ในเบื้องหลัง กลับจงใจจัดทำบัญชีสองชุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี โดยมีรายได้จริงกว่า 120 พันล้านดอง (ราว 190 ล้านบาท) แต่แจ้งรายได้เพียง 5 พันล้านดอง (7.14 ล้านบาท) ซึ่งจากการกระทำของเธอทำให้รัฐขาดรายได้กว่า 10 พันล้านดอง หรือประมาณ 12 ล้านบาท

นาย Vũ Mạnh Cường ผู้อำนวยการสำนักงานภาษีเขต 1 เปิดเผยว่า นี่เป็นกรณีเลี่ยงภาษีที่มีความซับซ้อนสูง โดยผู้ต้องหาใช้วิธีออกใบเสร็จในนามบริษัทหากลูกค้าขอใบกำกับภาษี แต่หากไม่ขอก็จะขายผ่านชื่อบุคคลธรรมดาเพื่อเลี่ยงการบันทึกรายได้ ซึ่งถือเป็นการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีส่วนตัวของ Phương ที่มียอดเคลื่อนไหวกว่า 500 พันล้านดอง (622.5 ล้านบาท) พร้อมเตือนว่าปัจจุบันมีผู้ค้าหลายรายใช้วิธีรับเงินสดหรือโอนผ่านบัญชีบุคคลใกล้ชิดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามด้วยการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาษี ตำรวจ และธนาคาร พฤติกรรมเลี่ยงภาษีไม่ว่าจะแยบยลเพียงใด ก็สามารถตรวจจับได้ในท้ายที่สุด

ทรัมป์เดือด! ตำหนิสื่อใส่สีอิสราเอลพ่าย ยันแค่ ‘โดนหนักไปหน่อย’ ไม่ได้แพ้อิหร่าน

(26 มิ.ย. 68) ในระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต้ที่จัดขึ้นที่กรุงเฮก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกโรงโจมตีสื่อมวลชนอย่างรุนแรง หลังจากที่หลายสำนักข่าวรายงานว่า อิสราเอลอาจพ่ายแพ้ต่ออิหร่านในการสู้รบที่ใช้เวลาประมาณ 12 วัน ทรัมป์กล่าวว่า “อิสราเอลไม่ได้แพ้ แค่พวกเขาโดนหนักไปหน่อย” และเสริมว่าประชาชนอิสราเอลได้รับผลกระทบมากเกินควร เมื่อเห็นว่าขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านโจมตีอาคารในอิสราเอลจนพังหลายหลัง

ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนอีกว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อต่างชาติและในสหรัฐฯ เช่น CNN, The New York Times, MSNBC ที่วิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการป้องกันของอิสราเอล ซึ่งเขายังเรียกนักข่าวบางคนว่า “พวกคนป่วยและทำลายผลงานทางทหาร” พร้อมเรียกร้องให้มีการปลด นาตาชา เบอร์ทรานด์ (Natasha Bertrand) จาก CNN และเรียกสื่อเหล่านี้ว่า “fake news”

ในช่วงที่เขาออกมาประกาศว่า อิสราเอลและอิหร่านตกลงหยุดยิง (ceasefire) ภายหลัง 'สงคราม 12 วัน' ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนเมื่อเห็นอิสราเอลยังปล่อยขีปนาวุธ แม้ว่าเขาจะประกาศหยุดยิงแล้วก็ตาม ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่าอิสราเอล “โดนหนักไปหน่อย” แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ความล้มเหลว 

‘ฮุน เซน’ นั่งฮ. ลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหลังไทยยกระดับเข้มเปิด-ปิดด่าน

(26 มิ.ย. 68) ฮุน เซน ลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ตรวจเยี่ยมกองทัพ หลังไทยยกระดับเข้มเปิด-ปิดด่าน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน กระทรวงประชาสัมพันธ์กัมพูชา รายงานว่า สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นั่งเฮลิคอปเตอร์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย หรือ อุดดอร์เมียนเจ็ย ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกองทัพและพบปะประชาชน

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของ "สมเด็จฮุน เซน" ซึ่งได้กลับมาเปิดให้คนไทยมองเห็นอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปิดกั้นไอพีประเทศไทยไว้ ทำให้คนไทยไม่สามารถมองเห็นเนื้อหาและได้เข้าโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้

โดย "สมเด็จฮุน เซน" ได้เผยแพร่คลิปเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมกองทัพและประชาชนที่จังหวัดชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งพบว่ามีคนไทยเข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

นายกฯ จีน ชูแนวคิด ‘สร้างสรรค์-ร่วมมือ’ บนเวทีเศรษฐกิจโลก กระตุ้นนานาชาติปกป้องการค้าเสรี-พลิกฟื้นเศรษฐกิจ

(25 มิ.ย. 68) นายหลี่ เฉียง (Li Qiang) นายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวเปิดการประชุม 'ดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน ครั้งที่ 16' ที่จัดขึ้นในนครเทียนจิน ทางตอนเหนือของจีน โดยเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบที่สร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีของจีน อธิบายว่า “การดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์” หมายถึง การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องการค้าเสรีและระบบความร่วมมือระหว่างหลายประเทศ (พหุภาคี) พร้อมทั้งผลักดันให้เศรษฐกิจโลกมีความมั่นคงมากขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายรอบด้านในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายหลี่ เฉียง ยังเน้นถึงความสำคัญของการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าโดยสันติวิธีผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียม โดยชี้ว่าแม้ความขัดแย้งระหว่างประเทศจะเป็นเรื่องปกติในการทำการค้า แต่หากยึดหลักเคารพซึ่งกันและกันก็สามารถหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้

เขายังเน้นย้ำให้ทุกประเทศร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันผ่านความร่วมมือที่เกื้อกูล พร้อมสนับสนุนให้มีการประสานนโยบายมหภาค เพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก

ทั้งนี้ จีนจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับตลาดโลกอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความยืดหยุ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน ภายใต้แนวคิด 'ความเป็นผู้ประกอบการในยุคใหม่' และมีผู้นำจากกว่า 90 ประเทศเข้าร่วมมากกว่า 1,700 คน

ทัพทหารอิสราเอลถังแตก! เรื่องอาวุธ…หลังรบยืดเยื้อ นักวิเคราะห์ชี้ เป็นฝ่ายต้องการหยุดยิงมากกว่าอิหร่าน

(25 มิ.ย. 68) รายงานจาก NBC News อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาวุธ โดยเฉพาะกระสุนและยุทโธปกรณ์หลักหลายชนิด หลังเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา

อิสราเอลกล่าวหาอิหร่านว่าแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จึงเริ่มโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่านก่อน จนนำไปสู่การตอบโต้ทันทีจากอิหร่าน ซึ่งยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพหลายแห่งในอิสราเอลในปฏิบัติการที่ชื่อว่า ‘True Promise 3’

แม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าตนไม่มีโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ได้ร่วมกับอิสราเอลในวันที่ 22 มิถุนายน โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 3 แห่ง ส่งผลให้อิหร่านโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ที่กาตาร์ แต่ไม่เกิดความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ

ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อิสราเอลและอิหร่านตกลงหยุดยิงหลังสู้รบยืดเยื้อ 12 วัน ขณะที่นักวิเคราะห์บางฝ่ายชี้ว่า อิสราเอลน่าจะต้องการหยุดยิงมากกว่า เนื่องจากศักยภาพการรบลดลงอย่างมาก

นาวิกโยธินสหรัฐ​ ถูกศาลญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 7 ปี คดีล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาว ที่โอกินาวา

ศาลในญี่ปุ่นตัดสินจำคุก ส.ท.เจเมล เคลย์ตัน ทหารนาวิกโยธินสหรัฐ อายุ 22 ปี เป็นเวลา 7 ปี หลังพบว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวในโอกินาวาเมื่อปีที่ผ่านมา

เคลย์ตันได้ใช้กำลังทำร้ายหญิงวัย 20 ปีรายหนึ่ง โดยใช้มือรัดคอจากด้านหลังและพยายามบังคับข่มขืนศาลระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง และเหยื่อได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาและใช้เวลารักษานานถึงสองสัปดาห์

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของคดีล่วงละเมิดทางเพศหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับทหารสหรัฐซึ่งประจำการในหมู่เกาะโอกินาวา โดยมีทหารสหรัฐกว่า 54,000 นายในญี่ปุ่น และกว่า 50% ประจำอยู่ที่นี่ ทำให้เกิดความไม่พอใจและการประท้วงของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง

ในปีที่ผ่านมา มีคดีทหารสหรัฐก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศในโอกินาวารวมทั้งหมด 4 คดีด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือคดีของเบรนนอน วอชิงตัน ทหารกองทัพอากาศ ที่ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี จากข้อหาข่มขืนและลักพาตัวเด็กสาว

แม้ว่าเคลย์ตันจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และฝ่ายจำเลยจะชี้ว่าคำให้การของผู้เสียหายมีความไม่ชัดเจน แต่ศาลนครนาฮะกลับเห็นว่าคำให้การของผู้เสียหายมีความน่าเชื่อถือสูง จึงตัดสินลงโทษเคลย์ตันตามคำร้องของอัยการ โดยให้โทษจำคุก 7 ปี ซึ่งน้อยกว่าที่อัยการขอไว้คือ 10 ปี

นอกจากนี้ ปัญหาการมีฐานทัพสหรัฐในโอกินาวายังทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชนท้องถิ่นทั้งเรื่องเสียงดังของเครื่องบินและมลพิษ แม้จะมีความพยายามย้ายฐานทัพไปยังพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการให้ย้ายฐานทัพออกไปโดยถาวร

ตัวแทนทรัมป์เดือด! ข่าวบึ้มฐานนิวเคลียร์อิหร่าน รั่วไหลถึงสื่อ..ซัดแรง ‘คนทรยศชาติ’ ต้องสอบสวนด่วน

(25 มิ.ย. 68) สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steven Charles Witkoff) ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังรายงานข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลการโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านรั่วไหลสู่สื่อ โดยระบุว่า ‘เป็นการทรยศชาติ’ และต้องมีการสอบสวนหาผู้กระทำผิดมารับโทษ

วิทคอฟฟ์ กล่าวในรายการของ Fox News ว่า ตนได้อ่านรายงานการประเมินความเสียหายทั้งหมดแล้ว และยืนยันว่า ‘ไม่มีข้อสงสัยเลย’ ว่าทั้ง 3 ฐานนิวเคลียร์ที่ถูกโจมตีถูกทำลายสิ้นแล้ว โดยเฉพาะฐาน ฟอร์โดว์ (Fordow) ที่เขาย้ำว่า ‘ระเบิดทะลวงเข้าถึงเป้าหมายแน่นอน’ ด้านทรัมป์ยังได้แชร์คลิปคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวบน Truth Social พร้อมย้ำว่า ‘การรายงานข่าวที่บอกว่าเราไม่สำเร็จนั้น ไร้สาระสิ้นดี’

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กลับให้ภาพที่ต่างออกไป โดยระบุว่าการโจมตีด้วยระเบิดทะลวงดิน 12 ลูก แม้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นดินและทางเข้าโรงงาน แต่โครงสร้างใต้ดินที่สำคัญ รวมถึงเครื่องหมุนเหวี่ยงยูเรเนียม (centrifuges) ส่วนใหญ่ยัง ‘อยู่ครบ’ และการโจมตีอาจเพียงแค่ทำให้แผนของอิหร่านล่าช้าไปไม่กี่เดือนเท่านั้น

รายงานยังเปิดเผยอีกว่า อิหร่านได้เคลื่อนย้ายยูเรเนียมบางส่วนออกจากโรงงานก่อนการโจมตี โดยที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าโครงการจะฟื้นกลับมาได้เร็วเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการขุดเจาะและซ่อมแซมความเสียหาย

ด้านสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต แบรด เชอร์แมน แสดงความกังวลว่า คำประกาศชัยชนะของรัฐบาลทรัมป์อาจใช้ถ้อยคำคลุมเครือเกินไป พร้อมระบุว่าอิหร่านยังมีปริมาณยูเรเนียมที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ถึง 9 ลูก และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายเครื่องหมุนเหวี่ยงที่จำเป็นต่อการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเหล่านั้นแล้วจริงหรือไม่

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ แฉเอง!! บึ้มอิหร่านล้มเหลว โครงการนิวเคลียร์ยังไม่ถูกทำลาย แผนยังเดินต่อได้

(25 มิ.ย. 68) รายงานจาก CNN โดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยัง 3 ฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ทั้งหมด แต่เพียงแค่ทำให้แผนงานของอิหร่านล่าช้าออกไปไม่กี่เดือนเท่านั้น จากการประเมินเบื้องต้นของหน่วยข่าวกรองกองทัพสหรัฐฯ (DIA)

แหล่งข่าวระบุว่า อุปกรณ์หมุนเหวี่ยงยูเรเนียม (centrifuges) ‘แทบไม่ได้รับความเสียหาย’ และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงที่อิหร่านครอบครองอยู่ ถูกเคลื่อนย้ายออกก่อนการโจมตี ทำให้เป้าหมายหลักไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะที่โรงงาน ฟอร์โดว์ (Fordow), นาทานซ์ (Natanz) และ อิสฟาฮาน (Isfahan) ซึ่งโครงสร้างใต้ดินยังอยู่รอดเป็นส่วนใหญ่

แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐมนตรีกลาโหมจะยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้ ได้ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านทั้งหมดแล้ว แต่รายงานจากหน่วยข่าวกรองกลับให้ข้อมูลไม่ตรงกัน โดยนักวิเคราะห์ด้านอาวุธจาก Middlebury Institute ชี้ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่สามารถทำลายโครงสร้างใต้ดินลึกที่สำคัญของอิหร่านได้ทั้งหมด

ล่าสุด ทำเนียบขาวยอมรับว่ามีรายงานการประเมินผลการโจมตีจริง แต่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในรายงาน พร้อมระบุว่าคนที่นำข้อมูลมาเปิดเผยเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่ไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังยืนยันผ่าน Truth Social ว่า “ภารกิจนี้เป็นหนึ่งในความสำเร็จทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” 

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาจากทั้งสองพรรควิจารณ์ว่าเขา (ทรัมป์) “พูดเกินจริง” เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการโจมตีจะสามารถหยุดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้จริง

นักวิเคราะห์อิสราเอลชี้สงครามกับอิหร่าน เปลี่ยนมุมมองชาวเทลอาวีฟ

(25 มิ.ย. 68) ผู้ใช้บัญชี X (เดิมคือ Twitter) นามว่า Sanna865 โพสต์ข้อความโดยอ้างถึงนักวิเคราะห์การเมืองชาวอิสราเอล ทิรา โคเฮน (Tira Cohen) ออกมาพูดว่า : “The war with Iran taught Tel Aviv settlers the meaning of what Gaza envelope settlers had been ...”

แปลได้ว่า: “สงครามกับอิหร่านครั้งนี้ ทำให้ผู้ตั้งถิ่นฐานในเทลอาวีฟเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ตั้งถิ่นฐานในฉนวนกาซา ที่เคยประสบมาก่อน…”

สุดท้ายผู้ใช้บัญชี X ชื่อ Sanna865 ซึ่งระบุเพิ่มเติมว่า “And they didn't even experience half of it” หรือ “และพวกเขายังไม่ได้เผชิญแม้แต่ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่กาซาเคยประสบ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับความรุนแรงที่ชาวกาซาต้องอดทนมาตลอดหลายปี

‘อิสราเอล’ โวยเตหะรานละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ‘อิหร่าน’ ย้ำไม่ได้ยิงก่อน!! ขอเตือนจะไม่ทนหากโดนซ้ำ

(24 มิ.ย. 68) กระทรวงกลาโหมอิสราเอลออกแถลงการณ์ กล่าวหาว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิง พร้อมสั่งให้กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างรุนแรงต่อเป้าหมายภายในกรุงเตหะราน โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) ย้ำว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านใช้ความเงียบเป็นโอกาสในการก่อการร้าย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยพลเอกอับโดลราฮิม มูซาวี  (Abdolrahim Mousavi) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านไม่ได้ยิงขีปนาวุธไปยังอิสราเอลในช่วงเวลาที่ผ่านมา และรายงานที่กล่าวหาอิหร่านนั้น ‘ไม่เป็นความจริง’

ในเวลาเดียวกัน สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์เตือนว่า หากอิสราเอลหรือพันธมิตรยังคงดำเนินการเชิงรุก อิหร่านจะตอบโต้ ‘อย่างเด็ดขาดและทันที’ โดยชื่นชมความสามัคคีและความอดทนเชิงยุทธศาสตร์ของชาวอิหร่านที่ทำให้ศัตรูต้องล่าถอย

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหาร หากอิสราเอลหยุดโจมตีเช่นกัน ซึ่งสะท้อนจุดยืนว่าการตอบโต้ของอิหร่านเกิดขึ้นเพื่อป้องกันตัว ไม่ใช่เป็นฝ่ายเริ่มโจมตี

สถานการณ์ล่าสุดยังคงตึงเครียด และมีความเสี่ยงที่จะปะทุเป็นความขัดแย้งครั้งใหม่ในภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีคำชี้แจงร่วมที่ชัดเจน ขณะที่ทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีและความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top