Sunday, 23 August 2026
WORLD

จีนทุบสถิติมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลปี 2024 ทะลุ 45 ล้านล้าน!! ขนส่ง-ต่อเรือ-ประมง เกินเป้าทุกด้าน

(9 ก.ค. 68) จีนประกาศมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลในปี 2024 สูงเกิน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 45.5 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

เจิ้งซานเจี๋ย (Zheng Shanjie) หัวหน้าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ เผยตัวเลขนี้ระหว่างแถลงความคืบหน้าของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2021 และจะสิ้นสุดในปี 2025

จีนยังคงเป็นผู้นำโลกด้านการขนส่งทางเรือ โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของทั่วโลก รวมถึงครองส่วนแบ่งตลาดเรือและอุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเลมากกว่าร้อยละ 50

นอกจากนี้ จีนยังรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล ด้วยปริมาณผลผลิตที่สูงสุดในโลกติดต่อกันหลายปี สะท้อนบทบาทสำคัญของเศรษฐกิจทางทะเลในการขับเคลื่อนประเทศ

สหรัฐฯ ยืมชื่อยูเครนเสริมแกร่งโรงงานอาวุธในประเทศ ใช้งบ 1.6 พันล้าน!! ปลุกอุตสาหกรรมอาวุธอเมริกัน

(9 ก.ค. 68) เอกสารงบประมาณล่าสุดของกองทัพบกสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลได้ใช้งบช่วยเหลือยูเครนกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 58,400 ล้านบาท) เพื่อขยายฐานการผลิตกระสุนในประเทศ โดยเน้นการผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ซึ่งยูเครนใช้เป็นหลักในแนวรบ แต่กลับประสบภาวะขาดแคลนอย่างหนัก

ในจำนวนนี้กว่า 623 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปสร้างโรงงานผลิตวัตถุระเบิด TNT แห่งใหม่ เพื่อผลิตปีละ 5 ล้านปอนด์ ลดการพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติที่มีความเสี่ยง ขณะที่อีก 600 ล้านดอลลาร์ใช้ขยายการผลิตวัตถุระเบิด IMX 104 ซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่า และเป็นส่วนประกอบหลักของกระสุนรุ่นใหม่

มีการเปิดเผยว่าโรงงานในสหรัฐอเมริกา นำโดย Scranton Army Ammunition ได้รับงบอีก 80 ล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วนโลหะของกระสุนปืนใหญ่ รวมถึง 21 ล้านดอลลาร์ที่มอบให้บริษัท General Dynamics สำหรับติดตั้งเครื่องกดโลหะ เพื่อเร่งการผลิตกระสุนให้ทันกับความต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีงบกว่า 90 ล้านดอลลาร์มอบให้โรงงาน Radford Army Ammunition เพื่อปรับปรุงโรงงานผลิตดินระเบิด และอีก 100 ล้านดอลลาร์ให้โรงงาน Lake City เพื่อผลิตกระสุนขนาดเล็ก 6.8 มม. รุ่นใหม่สำหรับกองทัพ รวมถึงงบเพิ่มเติมสำหรับระบบจัดการขยะอันตรายและผงดินดำ

แม้งบนี้จะระบุว่าเป็น “เงินช่วยเหลือยูเครน” แต่ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างโรงงานและเพิ่มกำลังผลิตอาวุธในสหรัฐฯ ทำให้ผลประโยชน์หลักตกอยู่กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ มากกว่าการช่วยยูเครนโดยตรง

‘ยูเครน’ คว่ำบาตรบริษัทจีน 5 แห่ง กล่าวหาส่งชิ้นส่วนโดรนให้ ‘รัสเซีย’ มาถล่ม

(9 ก.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ลงนามในคำสั่งคว่ำบาตร 5 บริษัทจากจีน หลังพบว่าบริษัทเหล่านี้ส่งชิ้นส่วนที่ใช้ในโดรนรุ่น Shahed ซึ่งรัสเซียใช้โจมตียูเครน โดยคำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากหน่วยความมั่นคงยูเครนตรวจพบชิ้นส่วนจากจีนในซากโดรนที่ถูกยิงตกในกรุงเคียฟเมื่อ 4 กรกฎาคม

บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ได้แก่ Central Asia Silk Road International Trade, Suzhou Ecod Precision Manufacturing, Shenzhen Royo Technology, Shenzhen Jinduobang Technology และ Ningbo BLIN Machinery โดยรายชื่อทั้งหมดถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของประธานาธิบดี

โดรนรุ่นชาเฮด (Shahed) เป็นอาวุธที่รัสเซียใช้โจมตียูเครน โดยสร้างขึ้นจากแบบของอิหร่าน และประกอบด้วยชิ้นส่วนจากหลายประเทศ ซึ่งยูเครนเตือนว่า ยังมีบางประเทศที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย และปล่อยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ส่งไปถึงรัสเซีย

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า รัสเซียยังผลิตอาวุธต่อไปได้ เพราะได้รับชิ้นส่วนและวัสดุจากจีน ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญของรัสเซียในช่วงสงคราม โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีเคยกล่าวหาว่า “จีนไม่ยอมขายโดรนให้ยูเครน แต่กลับส่งให้รัสเซียแทน”

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีนยังคงแน่นแฟ้น ล่าสุดมีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เตรียมเดินทางเยือนจีนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ทรัมป์ย้ำเส้นตาย!! ขึ้นภาษีนำเข้า 1 ส.ค. ส่งผลกระทบไทย โดนภาษีสหรัฐฯ 36%

(9 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จะไม่มีการขยายเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ สำหรับการบังคับใช้ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นกับหลายประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงท่าทีว่าจะมีความยืดหยุ่นในกำหนดการดังกล่าว

ตั้งแต่เดือนเมษายน สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 10% กับหลายประเทศ แต่มีบางประเทศที่ถูกกำหนดให้เสียภาษีเพิ่มเป็นพิเศษ ซึ่งถูกเลื่อนมาแล้วหลายรอบ แต่ล่าสุดทรัมป์ยืนยันว่าจะเริ่มเก็บจริงวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และจะไม่เลื่อนอีกแล้ว

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “จะไม่มีการต่อเวลาอีก” และระบุว่าประเทศต่าง ๆ จะเริ่มจ่ายภาษีตามหนังสือแจ้งเตือนที่รัฐบาลส่งออกไป โดยบางประเทศจะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ไทย และมาเลเซีย ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะถูกเก็บในอัตรา 25%

ในจดหมายถึงผู้นำประเทศต่าง ๆ ทรัมป์เตือนว่า หากมีการตอบโต้ สหรัฐฯ อาจตอบกลับด้วยมาตรการภาษีที่รุนแรงขึ้น แต่ก็เปิดช่องให้ต่อรอง โดยระบุว่า หากประเทศใดพร้อมปรับนโยบายการค้า สหรัฐฯ “อาจพิจารณาปรับแก้จดหมายนี้”

จนถึงตอนนี้ สหรัฐฯ มีข้อตกลงเกิดขึ้นเพียงกับไม่กี่ประเทศ เช่น อังกฤษ เวียดนาม และการลดภาษีตอบโต้กับจีน โดยทรัมป์ย้ำว่า มาตรการขึ้นภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การค้าระหว่างประเทศเป็นธรรมกับสหรัฐฯ มากขึ้น

เยอรมนีโวยจีนเล็งเลเซอร์ใส่เครื่องบิน ระหว่างภารกิจลาดตระเวนในทะเลแดง

(9 ก.ค. 68) รัฐบาลเยอรมนีเรียกตัวเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบ หลังกล่าวหากองทัพเรือจีนใช้เลเซอร์เล็งเป้าไปยังเครื่องบินเยอรมนี ที่ร่วมภารกิจของสหภาพยุโรป (EU) ในทะเลแดง โดยกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าการกระทำดังกล่าว “ไม่อาจยอมรับได้” เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่และขัดขวางภารกิจ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ขณะเครื่องบินของเยอรมนีกำลังบินลาดตระเวนตามภารกิจปกติในทะเลแดง โดยภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ASPIDES ของสหภาพยุโรป ที่มีหน้าที่คุ้มกันเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องบินที่ถูกรบกวนเป็นเครื่องบินสำรวจแบบพิเศษ เรียกว่า MSP ให้บริการโดยบริษัทเอกชน แต่มีทหารเยอรมันร่วมปฏิบัติการอยู่บนเครื่องด้วย

โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนีเผยว่า เรือรบจีนที่พบในพื้นที่หลายครั้งก่อนหน้านี้ได้ยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินดังกล่าวโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ต้องยุติภารกิจกลางทางและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ฐานในจิบูตี แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตราย

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้านเยอรมนีได้กลับมาใช้เครื่องบินสำรวจ MSP ปฏิบัติภารกิจตามปกติอีกครั้ง และย้ำว่าข้อมูลที่ได้จากระบบนี้มีความสำคัญต่อการช่วยเหลือพันธมิตรในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นระหว่างประเทศในยุโรปกับจีน

ยูเครนขยายเพดานรับสมัครทหาร ชาย 60 ปีขึ้นไป เข้าเกณฑ์สมัครได้

(9 ก.ค. 68) รัฐสภายูเครนผ่านร่างกฎหมายในวาระแรกเมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา อนุญาตให้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไปสมัครเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ ภายใต้สัญญาระยะเวลา 1 ปี โดยต้องผ่านการตรวจร่างกายและรับรองความเหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับการเสนอโดยนายโรมัน คอสเตงโก้ (Roman Kostenkо) เลขาธิการคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ และข่าวกรองของรัฐสภา ซึ่งระบุว่าผู้ที่เคยปลดประจำการตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป มีสิทธิเข้ารับตำแหน่งในระดับพลทหาร จ่าหรือแม้แต่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้สมัครจะต้องเข้าสู่ช่วงทดลองงานเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งในบทบาทที่ไม่เกี่ยวข้องกับแนวหน้า เช่น พนักงานขับรถ หรือเจ้าหน้าที่รักษาความสงบภายในหน่วย โดยเน้นว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความพร้อมร่วมรับใช้ชาติอย่างสมัครใจ

ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาวาระที่สอง โดยรัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเสริมกำลังพลในตำแหน่งสนับสนุนที่จำเป็น ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อกับรัสเซีย

ทรัมป์เผย!! พร้อมกลับมาส่งอาวุธช่วยยูเครนรบรัสเซีย ชี้เคียฟถูกโจมตีหนัก จำเป็นต้องป้องกันตัวเอง

(8 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า จะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมให้ยูเครน แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลของเขาเพิ่งสั่งระงับการจัดส่งอาวุธบางส่วน โดยเฉพาะระบบป้องกันทางอากาศ เพื่อทบทวนการใช้งบประมาณและนโยบายความมั่นคง

“พวกเขากำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เราจำเป็นต้องส่งอาวุธเพิ่ม เพื่อให้ยูเครนสามารถป้องกันตัวเองได้” ทรัมป์กล่าวก่อนเข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู

การหยุดส่งอาวุธชั่วคราวครั้งนี้ ได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย 'อเมริกาต้องมาก่อน' และเพื่อให้สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในภูมิภาคแปซิฟิก โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเพนตากอนกำลังจับตามองเป็นพิเศษ

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า แม้จะมีการทบทวนยุทธศาสตร์ แต่ยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การส่งอาวุธรอบใหม่จะเป็นอาวุธป้องกัน และอยู่ในกรอบเป้าหมายหลักคือยุติสงครามอย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยสั่งระงับการช่วยเหลือทางทหารทั้งหมดเมื่อเดือนมีนาคม หลังการถกเถียงกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แต่ได้กลับมาสนับสนุนอีกครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยล่าสุด ทรัมป์ยังระบุว่าไม่พอใจปูตินที่ยังไม่แสดงท่าทีหยุดยิง พร้อมเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับผู้นำรัสเซียและยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการเจรจากับเซเลนสกีถือว่า 'ดีที่สุด' เท่าที่เคยมีมา

จีนจำกัดการส่งออกแร่หายาก พร้อมขึ้นบัญชีดำ 20 บริษัทอินเดีย แอบส่งต่อให้สหรัฐฯ

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็ก ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มาตรการนี้ส่งผลให้ยอดส่งออกแม่เหล็กลดลงถึง 75% ภายใน 2 เดือน และทำให้บริษัทรถยนต์หลายแห่งต้องหยุดสายการผลิตบางส่วนชั่วคราว

แม้สหรัฐฯ จะประกาศบรรลุข้อตกลงกับจีนเมื่อปลายเดือนมิถุนายนเพื่อให้แร่หายากกลับมาส่งออกได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ ขณะเดียวกัน โรงงานแม่เหล็กในจีนหลายแห่งเริ่มประสบปัญหาสินค้าล้นคลัง และยอดขายทั้งในและต่างประเทศตกต่ำ

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Jaroensook Limbanchongkit Pone รายงานว่า จีนได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทอินเดียกว่า 20 แห่ง หลังพบความพยายามลักลอบนำเข้าแร่หายากจากจีน เพื่อนำไปส่งออกต่อยังสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของมาตรการควบคุม

ทั้งนี้ ผู้ผลิตแม่เหล็กบางรายในจีนเปิดเผยว่า รายได้จะลดลงในปีนี้ โดยไม่สามารถระบุความเสียหายได้ชัดเจน เนื่องจากยังต้องรอขั้นตอนการขอใบอนุญาตส่งออก ซึ่งเพิ่มภาระด้านต้นทุนและเวลาให้กับอุตสาหกรรมอย่างมาก

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การควบคุมส่งออกอาจนำไปสู่การควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมแม่เหล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ และรัฐบาลจีนอาจไม่คัดค้าน เพราะจะช่วยให้สามารถควบคุมเส้นทางการส่งออกแร่หายากได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ฮูตีถล่มเรือ Magic Seas กลางทะเลแดง ตอบโต้เพราะละเมิดกฎแวะท่าเรืออิสราเอล

(8 ก.ค. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างว่าเป็นผู้โจมตีเรือสินค้า Magic Seas ของกรีซที่จดทะเบียนในไลบีเรีย กลางทะเลแดงเมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่าใช้เรือไร้คนขับ ขีปนาวุธ และโดรนรวม 10 ลูกในการโจมตี จนเรือได้รับความเสียหาย และจมลงในเวลาต่อมา

โฆษกทหารฮูตีเผยว่า เรือดังกล่าวฝ่าฝืนคำเตือนหลายครั้ง และละเมิดคำสั่งห้ามเข้าเทียบท่าเรือในอิสราเอลซึ่งกลุ่มเรียกว่า “ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง” อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทั้งหมด 22 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยโดยทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

ทางการยูเออีระบุว่า ได้ประสานกับองค์กรทางทะเลสากล เช่น UKMTO เพื่อช่วยเหลือลูกเรือภายใต้สถานการณ์ยากลำบาก ขณะเดียวกัน ฮูตียังเดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์ในภูมิภาค เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลกลับมาปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเมื่อเดือนมีนาคม โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 57,000 คน

ทั้งนี้ กลุ่มฮูตียังเดินหน้าปฏิบัติการในน่านน้ำทะเลแดง อ่าวเอเดน และทะเลอาหรับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 โดยมุ่งเป้าทั้งเรือสินค้าทั่วไปและเรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย

จีนใจป้ำขยายฟรีวีซ่า 74 ประเทศทั่วโลก ดันยอดจองโรงแรมพุ่ง นทท.ทะลัก ‘เซี่ยงไฮ้–ปักกิ่ง’

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศขยายสิทธิเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ให้กับพลเมืองจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ สามารถพำนักในจีนได้สูงสุด 30 วัน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีนเปิดเผยว่า ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2023

โดยประเทศที่ได้สิทธิเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าครอบคลุมเกือบทั้งยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี บราซิล และมาเลเซีย โดยล่าสุดจะมีการเพิ่มอาเซอร์ไบจานในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ขณะที่อีก 10 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และแคนาดา แม้ยังไม่มีสิทธิฟรีวีซ่า แต่สามารถเดินทางเข้าจีนได้สูงสุด 10 วัน หากอยู่ในระหว่างเดินทางต่อไปประเทศที่สาม (transit)

ส่วนชาวไทยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา จีนและไทยได้ตกลงยกเว้นวีซ่า ถ้าถือพาสปอร์ตไทยแบบธรรมดา สามารถอยู่จีน สูงสุด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในทุก 180 วัน

นโยบายนี้ส่งผลให้ยอดจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในจีนพุ่งขึ้นสองเท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดย 75% มาจากผู้เดินทางที่ไม่ต้องขอวีซ่า นอกจากนี้นครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศตั้งแต่ปลายปี 2023 โดยหวังฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวที่ซบเซาจากสถานการณ์โควิดนานเกือบสามปี และคาดว่าหากการดำเนินการเป็นไปตามแผน การท่องเที่ยวขาเข้าของจีนอาจขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

‘เนทันยาฮู’ ยันไม่ยอมรับฮามาสในกาซา ต้องกำจัดให้หมด ห้ามคุกคามอิสราเอลอีก

(8 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างพบปะที่ทำเนียบขาว โดยชื่นชมบทบาทของทรัมป์ในการผลักดันสันติภาพในตะวันออกกลาง แม้การพูดคุยครั้งนี้มีประเด็นหลักคือแรงกดดันจากสหรัฐให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิสราเอลและฮามาสเริ่มการเจรจาทางอ้อมอีกครั้งในกาตาร์ หลังหยุดชะงักไปร่วม 6 สัปดาห์ โดยยังติดเงื่อนไขหลักหลายประการ เช่น การรับประกันว่าอิสราเอลจะไม่กลับมาทำสงครามอีก และข้อเรียกร้องของเนทันยาฮูที่ต้องการขับไล่ฮามาสออกจากกาซาให้สิ้น

เนทันยาฮูถูกผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานที่ว่า อิสราเอลอาจมีแผนบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายการ “ล้างเผ่าพันธุ์” เขาตอบว่า ชาวปาเลสไตน์ควรมีสิทธิเลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป ไม่ใช่ถูกบังคับ และระบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาประเทศที่ยินดีรับผู้อพยพเหล่านี้ไปอยู่ต่ออย่างถาวร

ด้านทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่อยากให้สหรัฐต้องโจมตีอิหร่านอีก และเชื่อว่าอิหร่านมีท่าทีอ่อนลงเมื่อเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย พร้อมระบุว่า เขารู้สึกไม่พอใจประธานาธิบดีปูติน ที่ยังคงเดินหน้าทำสงครามในยูเครนต่อไป

เมื่อทรัมป์ถูกถามถึงแนวทางแบบสองรัฐ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เขาเลือกให้เนทันยาฮูเป็นผู้ตอบแทน ซึ่งเนทันยาฮูระบุว่า ปาเลสไตน์ควรมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะคุกคามความมั่นคงของอิสราเอล โดยอิสราเอลจะยังคงดูแลด้านความมั่นคงในกาซาต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่า หากมีทรัมป์เป็นผู้นำ ความสงบในตะวันออกกลางสามารถเกิดขึ้นได้

เลขาฯ NATO เตือนสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มจากจีน-รัสเซีย อดีตปธน.รัสเซีย สวนกลับ!! ‘รุตเต้’ เพ้อเพราะกินเห็ดเมามาก

(8 ก.ค. 68) มาร์ค รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ออกมาเตือนว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจปะทุขึ้น หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเปิดฉากรุกรานพร้อมกัน โดยจีนอาจเริ่มจากการบุกไต้หวัน ส่วนรัสเซียจะใช้โอกาสนี้โจมตีประเทศในกลุ่ม NATO โดยเฉพาะเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

เลขาธิการ NATO ระบุว่า แผนการนี้มีแนวโน้มสูง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น NATO ต้องเร่งเสริมกำลังทหารให้แข็งแกร่ง และสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างสองภูมิภาค

มาร์ค รุตเต้ ยังเผยว่า รัสเซียกำลังผลิตกระสุนปืนได้มากกว่า NATO ถึงสามเท่าในช่วงเวลาเพียงสามเดือน โดยอาศัยการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน 

ด้านรัสเซียตอบโต้คำเตือนของรุตเต้อย่างรุนแรง โดยดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) อดีตประธานาธิบดีรัสเซียและหนึ่งในคนใกล้ชิดของวลาดิเมียร์ ปูติน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) ตำหนิรุตเต้ด้วยถ้อยคำประชดประชันและเสียดสีอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า 

“รุตเตอคงกินเห็ดเมาแบบดัตช์เข้าไปมากเกินไป” พร้อมเหน็บแนมว่าความคิดเรื่องการร่วมมือกันระหว่างจีนและรัสเซียในการบุกไต้หวันและยุโรปเป็นเรื่องเพ้อฝัน

เมดเวเดฟยังต่อว่ารุตเต้ ควรเริ่มเรียนภาษารัสเซียไว้ เพราะอาจได้ใช้หากต้องไปใช้ชีวิตในค่ายแรงงานไซบีเรียในอนาคต เป็นการสื่อถึงความไม่พอใจของเครมลินต่อท่าทีแข็งกร้าวของ NATO และรุตเต้ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ

ทั้งนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรน ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บหลายรายในเคียฟและคาร์คิฟ โดยทาง NATO ยืนยันว่าจะยังสนับสนุนยูเครนต่อไป พร้อมเตือนว่าแม้มีการเจรจากับปูตินแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน

เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ ‘เท็กซัส’ คร่าชีวิตแล้ว 81 ราย แคมป์เยาวชนหญิงถูกซัดพังยับ-สูญหายหลายคน

(7 ก.ค. 68) เกิดน้ำท่วมฉับพลันในรัฐเท็กซัสตอนกลางของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 81 ราย และสูญหายอีก 41 คน โดยจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือค่ายพักแรมเยาวชนหญิง Camp Mystic ริมแม่น้ำกัวดาลูป (Guadalupe River) ในเคอร์เคาน์ตี้ เด็กหลายคนเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า แม่น้ำกัวดาลูปเพิ่มระดับขึ้นถึง 8 เมตรภายในเวลาเพียง 45 นาที ขณะเด็กๆ กำลังหลับ ทำให้บ้านเรือน พื้นที่ตั้งแคมป์ และถนนโดยรอบเสียหายหนัก โดยมีการพบร่างผู้เสียชีวิตลอยไปไกลถึง 8 ไมล์จากจุดตั้งแคมป์ ขณะที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครยังคงค้นหาผู้สูญหายท่ามกลางฝนที่ตกหนัก พบงูมีพิษจำนวนมาก อัลลิเกเตอร์ และซากปรักหักพังขัดขวางการค้นหา

ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส เกร็ก แอ็บบอตต์ (Gregory Wayne Abbott) ระบุว่าเจ้าหน้าที่จะไม่หยุด จนกว่าจะพบผู้สูญหายทุกคน พร้อมเผยความสะเทือนใจหลังพบสิ่งของจากแคมป์กระจัดกระจายไปทั่วลำน้ำ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามประกาศเขตภัยพิบัติรุนแรงเพื่อให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางแก่พื้นที่ประสบเหตุ

ชาวบ้านในพื้นที่และอาสาสมัครจากเมืองใกล้เคียงต่างร่วมแรงช่วยเหลือผู้ประสบภัย บางคนขับรถมาจากเมืองซานอันโตนิโอ เพื่อมาแจกจ่ายอาหารและเสื้อผ้าให้ผู้รอดชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกและน้ำใจที่หลั่งไหลจากทั่วโลก

ขณะที่ โป๊ปลีโอที่ 14 แห่งกรุงโรม ได้กล่าวคำอธิษฐานพิเศษในวันอาทิตย์ เพื่อไว้อาลัยแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยเฉพาะบรรดาบุตรสาวที่อยู่ในค่ายช่วงเกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า “เราขอร่วมอธิษฐานเผื่อพวกเขา”

WeChat–TikTok เปิดศึกมินิเกม ทำรายได้หมื่นล้านหยวน!! โต 100% ในปีเดียว

(7 ก.ค. 68) การแข่งขันมินิเกมระหว่าง Tencent เจ้าของ WeChat และ ByteDance ผู้พัฒนา Douyin (TikTok เวอร์ชันจีน) กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังทั้งสองบริษัทจัดงานสัมมนาใหญ่พร้อมกันเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สะท้อนความดุเดือดในสมรภูมิ “เกมขนาดเล็ก” ที่กลายเป็นตลาดทองคำใหม่ของวงการเกมจีน

แม้ตลาดเกมมือถือจีนโตเพียง 5% ในปีที่ผ่านมา แต่มินิเกมกลับโตพุ่งเกือบ 100% ด้วยข้อดีอย่างต้นทุนต่ำ พัฒนาไว และเข้าถึงง่าย ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากหันมาใช้เวลาบนเกมเล็กที่เปิดเล่นได้ทันที โดย WeChat มีผู้เล่นประจำเกิน 500 ล้านคน ขณะที่ Douyin โตเร็วกว่า 300% ภายในปีเดียว

สถิติยังเผยว่า ผู้ใช้มินิเกมเล่นเฉลี่ย 6 เกมต่อเดือน และ 95% กลับมาเล่นซ้ำทุกเดือน แถมกว่า 300 เกมใน WeChat ทำรายได้ทะลุ 10 ล้านหยวนต่อไตรมาส แม้จะพัฒนาโดยทีมเล็กไม่เกิน 30 คน ขณะที่ Douyin ก็มีผู้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นถึง 2,500%

มินิเกมมีโมเดลรายได้หลัก 3 แบบ ได้แก่ การดูโฆษณาเพื่อแลกของรางวัล (IAA), การซื้อไอเทมหรือด่านในเกม (IAP) และรูปแบบลูกผสม (IAAP) ที่เน้นซื้อลูกค้าแล้วสร้างรายได้ระยะยาว โดยนักพัฒนาจำนวนมากพบว่า ROI จากมินิเกมสูงกว่าแอปพลิเคชั่นเกมทั่วไปชัดเจน

ข้อมูลยังพบว่า 45% ของผู้เล่นมินิเกมบน WeChat เป็นผู้หญิง และครึ่งหนึ่งของผู้ใช้มาจากเมืองเล็กหรือนอกเมืองใหญ่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตอีกมาก โดย Tencent และ ByteDance ต่างลงทุนพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนนักพัฒนา พร้อมขยายแพลตฟอร์มไปยัง PC และวิดีโอสตรีมมิ่ง

นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดมินิเกมในจีนจะมีมูลค่าทะลุ 61,000 ล้านหยวน (ราว 2.8 แสนล้านบาท) ภายในปี 2025 กลายเป็น “พรมแดนใหม่” ของอุตสาหกรรมเกม ที่ยักษ์เทคโนโลยีจีนไม่อาจมองข้าม

ทรัมป์ วิจารณ์ มัสก์ ‘เพี้ยน’ กับแผนตั้งพรรคใหม่ ชี้!! พรรคที่สามในสหรัฐฯ มักนำไปสู่ความวุ่นวาย

(7 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่ออีลอน มัสก์ อดีตพันธมิตรคนสำคัญ หลังมัสก์ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อ “พรรคอเมริกา” (America Party) โดยทรัมป์กล่าวว่า “เศร้าใจที่เห็นมัสก์ทำตัวเพี้ยนไป” พร้อมชี้ว่าพรรคการเมืองที่สามไม่เคยประสบความสำเร็จในสหรัฐฯ และมักนำไปสู่ความวุ่นวายและความโกลาหล

ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเดโมแครตฝั่งซ้ายกำลังขาดความมั่นใจและเริ่มไร้เหตุผล พร้อมทั้งวิจารณ์ จาเร็ด ไอแซ็กแมน (Jared Isaacman) ผู้ที่เคยถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้บริหารนาซา และเป็นเพื่อนสนิทของมัสก์ ว่าเป็น “เดโมแครตโดยสายเลือด” เพราะไม่เคยบริจาคเงินให้กับพรรครีพับลิกันเลย

ทรัมป์ยังวิจารณ์ว่า การเสนอชื่อเพื่อนของมัสก์ให้มาบริหารองค์การนาซาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะบริษัท SpaceX ของมัสก์มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลายโครงการของนาซา ซึ่งอาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังไม่พอใจที่มัสก์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายลดงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มัสก์เองก็ได้รับอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศถอนชื่อจาเร็ด ไอแซ็กแมนออกจากการเสนอเป็นผู้บริหารองค์การนาซา โดยสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า สาเหตุหลักมาจากไอแซ็กแมนเคยบริจาคเงินสนับสนุนนักการเมืองจากพรรคเดโมแครตหลายคนในอดีต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top