Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘รัสเซีย’ โต้ ‘ยูเครน’ กล่าวหาส่งศพปลอมยันเอกสารตรง เชื่อจัดฉากหวังทำลายภาพลักษณ์

เมื่อวันที่ (19 มิ.ย. 68) ที่ผ่านมา รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน อีฮอร์ คลีเมนโก (Ihor Klymenko) กล่าวหาฝ่ายรัสเซียผ่านช่องทาง Telegram ว่ามีการ ‘ปลอมแปลง’ ศพในการส่งมอบร่างทหารยูเครน โดยอ้างว่ารัสเซียใส่ศพทหารตนเองลงในถุงหมายเลข 192/25 พร้อมแนบหลักฐานเป็นบัตรประจำตัวและป้ายชื่อของทหารรัสเซียชื่อ เอ.วี. บูกาเยฟ (A.V. Bugayev)

อย่างไรก็ตาม เอกสารการส่งมอบระบุว่า ถุงหมายเลข 192/25 นั้น เป็นศพของทหารยูเครนชื่อ มิโคลา ดิดิก (Mykola Ivanovych Didyk) ซึ่งเสียชีวิตในการสู้รบเมื่อ 6 พฤษภาคม 2024 ที่เขตบัคมุต แคว้นดอแนตสก์ ประเทศยูเครน โดยในศพมีชุดเครื่องแบบทหารยูเครนและสำเนาบัตรทหารครบถ้วน และถูกฝังอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2025 ตามประกาศของสภาเมืองโอบูคอฟ

ส่วนศพของนายบูกาเยฟ ซึ่งยูเครนกล่าวอ้างนั้น เดิมทีถูกส่งจากรัสเซียในถุงหมายเลข 567 โดยไม่มีเอกสาร ป้ายชื่อ หรือสิ่งของระบุตัวตนใด ๆ แต่หลังจากยูเครนส่งถุงใบเดิมกลับคืนในภายหลัง กลับพบว่ามีเอกสาร ป้ายชื่อ และโทรศัพท์มือถือของบูกาเยฟอยู่ในถุง ทำให้รัสเซียสงสัยว่า ยูเครนอาจใส่หลักฐานเพิ่มเติมเข้าไปทีหลัง เพื่อสร้างเรื่องหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง

แหล่งข่าวจากรัสเซียระบุว่า ตอนนี้รัสเซียพร้อมจะส่งคืนศพทหารยูเครนอีกกว่า 3,000 ราย แต่ทางการยูเครนยังไม่ยอมรับกลับไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การกล่าวหารัสเซียในครั้งนี้ อาจเป็นความพยายามของยูเครนในการโจมตีด้านข้อมูล ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่ยูเครนเปลี่ยนผู้รับผิดชอบเรื่องการรับศพจากหน่วยข่าวกรองทหาร (GUR) มาเป็นหน่วยความมั่นคง (SBU) ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้ประเด็นเหล่านี้เพื่อบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของภารกิจมนุษยธรรมที่รัสเซียดำเนินการอยู่

ปากีสถานเสนอ ‘ทรัมป์’ ชิงโนเบลฯ หลังช่วยหยุดยิงอินเดีย-ปากีสถาน

(24 มิ.ย. 68) รัฐบาลปากีสถานประกาศแผนเสนอชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยชี้ว่าเขามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางช่วยยุติความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านการเจรจาทางการทูตที่เร่งด่วนและการใช้การค้าเป็นแรงผลักดัน

แม้อินเดียจะปฏิเสธว่าไม่มีการแทรกแซงจากสหรัฐฯ แต่ทางปากีสถานยืนยันว่า ทรัมป์มีส่วนช่วยเจรจาหยุดยิงที่เกิดขึ้นหลังการสู้รบต่อเนื่อง 4 วัน ซึ่งรัฐบาลปากีสถานยกย่องว่าทรัมป์แสดงความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด และมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดความรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้กลับถูกวิจารณ์จากบางฝ่าย เช่น มาลีฮา โลธี (Maleeha Lodhi) อดีตเอกอัครราชทูตปากีสถานประจำสหรัฐฯ ที่มองว่าการสนับสนุนผู้นำที่เคยสนับสนุนการโจมตีในกาซาเป็นเรื่อง “บั่นทอนศักดิ์ศรีของชาติ” ขณะที่ทรัมป์เองก็ระบุผ่าน Truth Social ว่า แม้จะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหลายกรณี แต่เขา “จะไม่ได้รับรางวัลโนเบล ไม่ว่าจะทำอะไร”

ทรัมป์เคยประกาศว่าจะยุติสงครามในยูเครนและกาซาอย่างรวดเร็ว หากได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง และมักวิจารณ์รางวัลโนเบลของโอบามาในปี 2009 ว่าได้มาเร็วเกินควร ทั้งนี้ รางวัลโนเบลประจำปีนี้จะมีการประกาศผลในเดือนตุลาคม โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่อจริงหรือไม่

‘คาเมเนอี’ โพสต์ชัด ‘อิหร่านไม่ยอมจำนน’ หลังยิงขีปนาวุธตอบโต้สหรัฐฯ ในกาตาร์

(24 มิ.ย. 68) อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แสดงท่าทีแข็งกร้าวหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพอัลอูเดดของสหรัฐฯ ในกาตาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง 

คาเมเนอีโพสต์ข้อความบน X (เดิมคือ Twitter) ว่า “ประชาชนอิหร่านไม่ใช่ชาติที่ยอมจำนน” และยังระบุอย่างชัดเจนว่า “เรามิได้เริ่มโจมตีใคร และเราไม่มีวันยอมรับการถูกโจมตีจากใครเช่นกัน รวมถึงจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานใด ๆ ทั้งสิ้น นี่คือหลักการของชาติอิหร่าน” 

แหล่งข่าวเผยว่า คาเมเนอี วัย 86 ปี รับรู้ถึงความเสี่ยงที่จะถูกลอบสังหารจากอิสราเอลหรือสหรัฐฯ จึงได้หลบภัยอยู่ในบังเกอร์ พร้อมพูดคุยกับผู้บัญชาการผ่านคนใกล้ชิด และระงับการติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยเตรียมกระบวนการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ไว้แล้ว โดยเสนอชื่อผู้สมัคร 3 รายให้สภาผู้เชี่ยวชาญคัดเลือก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าอิหร่านและอิสราเอลตกลงหยุดยิงภายใน 6 ชั่วโมง และจะยุติสงครามที่ยืดเยื้อ 12 วันอย่างเป็นทางการภายใน 24 ชั่วโมง หากทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด 

แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่หลายประเทศทั่วโลกยังจับตามองอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้นำสูงสุดในอนาคต และโครงการนิวเคลียร์ที่ยังเป็นประเด็นร้อน องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ออกมาเตือนว่า อิหร่านกำลังเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินระดับที่ใช้ในทางสันติอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้นำอิหร่าน คาเมเนอี ก็ยืนยันชัดว่า เขาจะไม่ยอมเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ เพราะเชื่อว่าจะไม่ช่วยให้การคว่ำบาตรถูกยกเลิก

‘ทรัมป์’ เผยข่าวดี ‘อิสราเอล-อิหร่าน’ ตกลงหยุดยิงชั่วคราว หากเป็นไปตามแผน สงครามเตรียมยุติภายใน 24 ชม.

(24 มิ.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า อิสราเอลและอิหร่านตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานาน 12 วัน โดยแผนหยุดยิงนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคืออิหร่านจะหยุดยิงก่อนเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนตามเวลา EDT (เวลาท้องถิ่นฝั่งสหรัฐฯ) จากนั้นเมื่อครบ 12 ชั่วโมง อิสราเอลจะหยุดยิงตามอีก 12 ชั่วโมง หากทั้งสองฝ่ายทำตามแผนได้ครบ สงครามครั้งนี้ก็จะถือว่าสิ้นสุดลงภายใน 24 ชั่วโมง

ด้าน รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน อับบาส อารักจี (Abbas Araghchi) ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ถ้าอิสราเอลหยุดโจมตีภายในเวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิหร่าน อิหร่านก็จะไม่ยิงตอบโต้เพิ่มเติม และจะพิจารณาว่าจะหยุดปฏิบัติการทางทหารอย่างถาวรหรือไม่ในภายหลัง

ข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความขัดแย้ง โดยสงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน จากการที่อิสราเอลกล่าวหาอิหร่านว่ากำลังเข้าใกล้การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และเปิดฉากโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า ซึ่งอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพอัลอูเดดในกาตาร์ ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค แม้การโจมตีจะถูกสกัดได้ด้วยความช่วยเหลือจากกาตาร์ แต่นำมาซึ่งความกังวลว่าจะเกิดการขยายวงของสงคราม ทรัมป์เรียกการตอบโต้ของอิหร่านว่า “อ่อนแอ” พร้อมแสดงท่าทีต้องการลดความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์

อดีตผู้นำอิสราเอลเตือน! สหรัฐฯ คิดผิดถ้าหวังให้อิหร่านยอมแพ้

(23 มิ.ย. 68) เอฮุด โอลเมิร์ต อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ชี้ว่าการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ อาจแค่ชะลอ ภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์อิหร่านช่วงสั้น ๆ แต่ผลข้างเคียงทางภูมิรัฐศาสตร์จะลุกลามไกลกว่าที่วอชิงตันคาดคิด

โอลเมิร์ต วิจารณ์ว่า การโจมตีเชิงป้องกันที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน เป็นความคิดที่หยิ่งทะนงและไม่สอดคล้องความจริง เพราะอิหร่านมีประชากรราว 90 ล้านคน มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี (ชาวเปอร์เซีย) ยากจะกดราบด้วยกำลังทหารเพียงครั้งเดียว

เขาย้ำว่ามาตรการทางการทหารแบบนี้ อาจสร้างวงจรความขัดแย้งใหม่ในตะวันออกกลาง เสี่ยงดึงชาติมหาอำนาจและพันธมิตรต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวพัน ทำให้เสถียรภาพของภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญความไม่แน่นอนยิ่งกว่าเดิม

อดีตทูตอิหร่านแฉ! สหรัฐฯ ลงมือเพราะอิสราเอลใกล้แพ้ เชื่อ ‘เนทันยาฮู’ บงการเบื้องหลัง ทำเนียบขาวแค่หุ่นเชิด

(23 มิ.ย. 68) เซย์เยด ฮุสเซน มูซาเวียน (Seyed Hossein Mousavian) อดีตเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA Novosti ว่าสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เพราะอิสราเอลใกล้พ่ายแพ้ในการรบกับอิหร่าน โดยระบุว่า “หากอิสราเอลไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤต สหรัฐฯ ก็คงไม่แทรกแซง”

เซย์เยด มูซาเวียน ยอมรับว่าอิหร่านได้รับความเสียหายรุนแรงจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ แต่เตือนว่า ผลสะท้อนจากการโจมตีกลับจะย้อนเล่นงานสหรัฐฯ เอง ทั้งด้านความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้กำลังเสี่ยงลุกลาม

อดีตทูตอิหร่านตั้งข้อสังเกตว่า ทีมที่ปรึกษาความมั่นคงของประธานาธิบดีทรัมป์อาจคาดการณ์ผลลัพธ์ของการโจมตีอิหร่านผิด หรือไม่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านคำสั่งของทรัมป์เลย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่าที่หลายฝ่ายคิด

โดยเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี 3 จุดสำคัญของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ได้แก่ นาทานซ์ ฟอร์โดว์ และอิสฟาฮาน โดยทรัมป์ยืนยันว่า เป้าหมายเพื่อ “ทำลายนิวเคลียร์ของอิหร่าน” พร้อมขู่จะใช้มาตรการที่รุนแรงยิ่งกว่านี้ หากเตหะรานไม่ยอมถอย

อย่างไรก็ดี อิหร่านปฏิเสธว่าตนไม่มีโครงการอาวุธนิวเคลียร์ โดยผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA ระบุเมื่อ 18 มิ.ย. ว่ายังไม่พบหลักฐานชัดเจนใด ๆ ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และรายงาน CNN ก็สอดคล้องกันว่าอิหร่านไม่มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ด้านอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอุซเบกิสถานกล่าวเสริมว่า อิหร่านได้แสดงความอดทนและสันติอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ถูกยั่วยุโดยอิสราเอลก็ตาม

กลัวแล้ว! สหรัฐฯ วอนจีนช่วยคุยอิหร่าน หวั่นปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เขย่าน้ำมันโลกพุ่ง

(23 มิ.ย. 68) วอชิงตันส่งสัญญาณตรงถึงปักกิ่ง เมื่อมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลจีนใช้อิทธิพลเกลี้ยกล่อมอิหร่านไม่ให้ปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” หลังสื่อ Press TV รายงานว่ารัฐสภาเตหะรานลงมติหนุนแผนดังกล่าว แม้คำตัดสินสุดท้ายยังอยู่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน

รูบิโอเตือนว่าการปิดช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันราว 20 % ของโลกจะเขย่าตลาดพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งนำเข้าน้ำมันอิหร่านมากที่สุดในโลก “ถ้าเตหะรานทำจริงก็เท่ากับฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ” เขากล่าว พร้อมกระตุ้นชาติอื่นให้จับตาเพราะจะเจอผลกระทบจะรุนแรงยิ่งกว่าสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ผลพวงมาจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์หลักของอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งแตะ 78.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,865 บาท สูงสุดในรอบห้าเดือน ธนาคารเพื่อการลงทุน ‘โกลด์แมน แซคส์’ เตือนว่าหากการขนส่งในฮอร์มุซหยุดชะงัก ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านพลังงานมองว่าอิหร่าน “มีอะไรต้องเสียมากกว่าจะได้” เพราะการปิดช่องแคบอาจทำให้ชาติผู้ผลิตน้ำมันอ่าวเปอร์เซียกลายเป็นศัตรู และยังเสี่ยงทำให้จีน และลูกค้าหลักต้องออกมาคัดค้าน

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ตำหนิสหรัฐฯ ว่าเสียความน่าเชื่อถือจากการใช้กำลัง และเรียกร้องให้ทุกฝ่าย “ยับยั้งการใช้กำลังที่รุนแรง และอย่าซ้ำเติมไฟสงคราม” บทบรรณาธิการ Global Times ยังระบุว่าการโจมตีของวอชิงตันทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลาง “ส่อเค้าเลวร้ายจนควบคุมไม่ได้” 

‘ทหารไทย’ รับศึกรอบด้านปกป้องอธิปไตยชาติ หมดยุคพูดถึงการยึดอำนาจรัฐประหาร

(23 มิ.ย. 68) ในขณะที่ข่าวการเมืองของพรรคเพื่อเขมรกำลังร้อนแรงฝั่งพรรคประชาชนพม่าก็ไม่น้อยหน้า  เดินหน้าสร้างคอนเนคชั่นร่วมกับพวกอินฟลูสายรักประชาชนพม่าแถวแม่สอดจนชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่ดีๆโทรมาบ่นกับเอย่าว่ามาทำไมก็ไม่รู้มาแล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับกลุ่มพม่า กะเหรี่ยงที่เขาทำมาหากินอย่างสงบให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก

แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดของเอย่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ 2 พรรคนั้นแต่เป็นการได้ไปสัมภาษณ์กลุ่มนายทหารใหญ่ของไทยถึงสภาวะการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ว่าจนถึงวันนี้ทหารมีแนวคิดจะยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลไหม 

ทราบหรือไม่นายทหารทุกท่านส่ายหัวบอกเป็นประโยคและเหตุผลเดียวกันว่า จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

เอย่าจึงถามต่อว่าทำไม

1 ในนายทหารใหญ่กล่าวว่าจากที่ผ่านมาคนไทยคิดมาตลอดว่าทหารมากอบโกย โกงกิน  และโยนความผิดอะไรก็ตามให้ทหาร  ขนาดเรื่องตึก สตง. ถล่มยังบอกทหารโกงทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับทหารเลย ทำไมประชาชนไม่โทษวิศวกรโครงสร้างตอนตรวจรับว่าให้สร้างต่อได้  สมมุติตอนนี้ปฏิวัติไปเศรษฐกิจตกต่ำก็โทษทหารอีก ไม่โทษว่ามันเป็นมาก่อนแล้วละ  ทหารเข้ามาช่วยแก้อะไรแบบนี้

ท่านบอกว่า ความคิดแบบนี้แสดงถึงความอคติที่ไม่ได้แยกแยะแล้ว จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรอีก ก็ในเมื่ออำนาจอยู่ในมือประชาชน เลือกมาเอง..จะสุข...จะทุกข์ จะขัดแย้งก็ดีกันเองละกัน  ทหารจะไม่ยุ่งอีก  แค่งานรักษาอธิปไตยที่ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของทหาร  ฝ่ายกลาโหมก็ลำบากอยู่แล้ว  แต่ที่ไม่เคยมีข่าวออกเพราะพวกเราเป็นทหารไง  เราคือผู้กระทำไม่ใช่ผู้พูด ดังนั้นทหารจึงเลือกจะทำมากกว่าจะพูด

ทหารอีกท่านกล่าวต่อแค่ปัญหารอบประเทศตอนนี้ก็เยอะมากแล้วไหนจะยา จะผู้อพยพผิดกฎหมาย ไหนจะก่อการร้ายขอแบ่งแยกดินแดน ไหนจะเรื่องสิ่งแวดล้อมสารพิษที่มาจากเหมืองในจีนและพม่า กองทัพเข้าไปช่วยคุยระหว่างประเทศ ช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่เคยมีใครรู้ นี่อีกไม่กี่เดือนน้ำเหนือก็จะบ่าแล้วทหารเราก็เตรียมการเหมือนทุกครั้งถามว่ามีใครเคยเห็นไหม  เห็นว่ามันคือหน้าที่

ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้พูดแต่ถูกฝึกมาให้รับคำสั่งเพื่อปฏิบัติเพื่อชาติ  นายทหารอีกท่านกล่าวเสริม

เอย่าก็หวังว่าคนไทยคงตาสว่างขึ้นนะคะหลังจากคิดแต่ว่ากลัวทหารมาเล่นการเมือง  สิ่งที่พวกพรรคการเมืองกลัวทหารมาเล่นการเมือง ไม่ใช่กลัวทหารโกงกินหรอกเอย่าว่า เพราะต่อให้ไม่ใช่ทหารพวกเขาก็ทำกันอยู่แล้วเผลอๆหนักกว่ายุคทหารด้วย  แต่ที่กลัวทหารมาเล่นการเมืองเพราะคนพวกนั้นสั่งทหารไม่ได้ตะหากเพราะทหารถูกฝึกมาให้รับคำสั่งและทำเพื่อบ้านเมืองให้ดีที่สุดนั่นเอง

ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซจี้ถามโลกตะวันตก เหตุใดสันติภาพต้องมากับการใช้ความรุนแรง

(23 มิ.ย. 68) อิบราฮิม ตราโอเร (Ibrahim Traoré) วัย 37 ปี ประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งบูร์กินาฟาโซ กล่าวตั้งคำถามต่อโลกว่า ทำไมบางประเทศจึงใช้ความรุนแรง เช่น การทิ้งระเบิดใส่ชาติอื่น แล้วอ้างว่ากระทำเพื่อสันติภาพ ซึ่งเขามองว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่ชอบธรรม และเป็นการเชิดชูการใช้อาวุธรุนแรงอย่างผิดหลักมนุษยธรรม

เขาระบุว่าในโลกปัจจุบันมีบทเรียนสำคัญที่สอนให้รู้ว่า ความเป็นมหาอำนาจทางทหารอาจต้องพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็น “เครื่องมือที่ต้องมีไว้ในครอบครอง” เพื่อสร้างความเคารพและความมั่นคงให้แก่ประเทศ

ก่อนหน้านี้ หลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนในปี 2022 ตราโอเรพยายามยกระดับความร่วมมือทางทหาร ทั้งกับรัสเซียและชาติชั้นนำระดับภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กองทัพบูร์กินาฟาโซ ซึ่งถือเป็นการปรับนโยบายด้านความมั่นคงให้มุ่งเน้นอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง และการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์

แนวทางของตราโอเรไม่เพียงสะท้อนถึงความไม่พอใจต่ออิทธิพลตะวันตก แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการพลิกบทบาทของชาติแอฟริกาที่พร้อมพึ่งพาอำนาจทางทหารระดับสูงเพื่อรักษาเอกราช 

โฆษกทรัมป์ฉะสื่อ อย่าใส่ร้ายสหรัฐฯ ลั่นไม่เคยรุกรานประเทศไหน สร้างแต่สันติภาพเท่านั้น

(23 มิ.ย. 68) คาโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ตำหนิสื่อมวลชน หลัง CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมสงครามเคียงข้างอิสราเอลเพื่อ “รุกรานอิหร่าน” โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่เคยรุกรานประเทศใด และการกระทำทั้งหมดเป็นไปเพื่อสันติภาพ

ลีวิตต์เตือนสื่อว่า “อย่าใช้คำว่ารุกรานกับประธานาธิบดีทรัมป์ หรือแม้แต่ประเทศของเรา” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ และมีกองทัพที่ไม่มีใครเทียบได้ในโลก

โฆษกสาวของทำเนียบขาววัย 27 ปี ระบุว่า แม้สหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรุกราน เพราะสหรัฐฯ ไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นเส้นแดงสำคัญด้านความมั่นคง

คาโรไลน์ ลีวิตต์ ทิ้งท้ายว่าทรัมป์ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่าน และยังคงหวังว่าเตหะรานจะเลือกการเจรจา พร้อมกล่าวว่า “ขอพระเจ้าอวยพรโลกใบนี้”

กลุ่มฮูตีในเยเมนเดือด!!..จ่อเปิดศึกกับสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตีอิหร่าน ลั่นรอวันเอาคืน

(23 มิ.ย. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาเตือนว่า พวกเขาจะตอบโต้สหรัฐฯ จากเหตุโจมตีอิหร่านอย่างแน่นอน โดยระบุว่า “เป็นเพียงเรื่องของเวลา” เท่านั้น

โมฮัมเหม็ด อัล-บุคไฮติ (Mohammed Al-Bukhaiti) แกนนำทางการเมืองของฮูตี ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นั้นเกิดขึ้นก่อนที่ความขัดแยกระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะรุนแรงขึ้น

ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือสินค้าตามเส้นทางเดินเรือ และยิงอาวุธใส่อิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ท่ามกลางสงครามกับอิสราเอล

โดยในเดือนพฤษภาคม ฮูตีเคยตอบตกลงหยุดโจมตีเรือของสหรัฐฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่เหตุการณ์ล่าสุดกับอิหร่านอาจทำให้ข้อตกลงนั้นเปลี่ยนไป

‘จีน’ รุกสร้างคนรุ่นใหม่ผ่านระบบการศึกษา เด็กเก่งวิทย์-คณิต + คิดสร้างสรรค์ คือเป้าหมายของรัฐ

(22 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘สะใภ้จีนbyฮูหยินปักกิ่ง’ ได้โพสต์ข้อความว่า ชนชั้นกลางจีนจะพาลูก “รอด” จากระบบการศึกษาใหม่ได้อย่างไร?

หลังสอบ Gaokao (高考) หรือ “เอนทรานซ์จีน” ปี 2025 เพิ่งจบ
ตามด้วยการสอบ Zhongkao (中考) หรือสอบ ม.3 ขึ้น ม.4 กำลังสิ้นสุด
ลูกฮูหยินเองที่อยู่ประถมก็กำลังจะสอบวันศุกร์นี้เหมือนกัน

สิ่งที่เรามองเห็นชัดขึ้นคือ…
ระบบการศึกษาจีน กำลัง “เปลี่ยนครั้งใหญ่”
จีนยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อสอบ แต่เป็นการปั้น “สมองของชาติ”
เพราะการศึกษาไม่ใช่แค่นโยบาย…แต่มันคือ “ยุทธศาสตร์ชาติ”
จีนจึงออกนโยบาย 教育强国 (การศึกษาพัฒนาชาติ) ปี 2024-2035
ที่ปีนี้เริ่มนำ AI เข้ามาสู่ห้องเรียนเด็กประถมและมัธยมแล้ว

การศึกษาในจีนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
 • ลืมคำว่า “双减” (ลดการบ้าน ลดติวเตอร์) ไปได้เลย
 • รัฐบาลอนุญาตให้กลับมาเปิดสถาบันกวดวิชาอีกครั้ง
 • วิชาภาษาอังกฤษกลับมาเป็นที่สำคัญ
 • ข้อสอบยากขึ้น 20% เพื่อ “คัดกรองเพชร” ออกจาก “ก้อนกรวด”
รัฐจีนต้องการเด็ก “อัจฉริยะ” มารับใช้ชาติ
ส่วนคนธรรมดา… ก็ไปเป็นแรงงาน มีหน้าที่ต่างกันไป
ฟังดูโหด แต่ “ความจริง” ก็โหดกว่า

แล้วพ่อแม่ชนชั้นกลางอย่างเรา…จะช่วยลูกยังไง?
 1. การวางแผน คือ อาวุธสำคัญของครอบครัวยุคใหม่
เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทุกอย่างเปลี่ยนหมด – ระบบสอบ การคัดเลือกที่นั่ง
กีฬา ศิลปะ การประเมินแบบองค์รวมล้วนถูกนำมาใช้
ใครวางแผนได้ไว เข้าถึงข้อมูลได้ก่อน ย่อมได้เปรียบ
เพราะ “การขึ้นรถถูกคัน” สำคัญกว่าการ “วิ่งให้เร็ว”

2. ข้อสอบใหม่ ไม่ใช่แค่ท่องได้ แต่ต้อง “คิดให้ลึก”
 • ลดการใช้สูตรสำเร็จ
 • ลดการท่องจำ
 • ลดการคิดแบบเส้นตรง
เด็กต้องอ่านให้เยอะ คิดให้ลึก และเชื่อมโยงเป็น
แม้แต่วิชาที่เคยเปิดตำราหาคำตอบได้ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้อีกแล้ว

3. วิทย์-คณิต กลับมาอย่างสง่างาม
ตอนนี้ “เด็กเก่งวิทย์-คณิต + คิดสร้างสรรค์” คือเป้าหมายของรัฐ
โจทย์ไม่ใช่แค่คิดเลขเก่ง แต่ต้องอ่านบทความ เข้าใจและวิเคราะห์
แม้แต่เด็กสายภาษาก็หนีไม่พ้น เพราะทุกอย่างต้องเริ่มจาก “การอ่าน”

เด็กจีนต้อง “อ่าน” เพื่อรอด
ไม่ใช่แค่ภาษาจีนหรืออังกฤษ…
แต่ต้องอ่าน วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ทั้งสองภาษาได้ด้วย
อ่านให้เข้าใจลึก
อ่านแล้ววิเคราะห์
อ่านแล้วประยุกต์ใช้ได้

จีนกำลังสร้างคนรุ่นใหม่แบบ “รอบด้าน”
เด็กเรียนกฎหมาย ก็ต้องเรียนคอมพิวเตอร์
เด็กสายวิทย์ ก็ต้องมีมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยจีนชั้นนำเริ่มผสม “สายวิชา” เพื่อสร้างเด็กที่แข็งแกร่งรอบด้าน

สรุปสุดท้าย: 
เด็กสมัยนี้“แค่ขยันอย่างเดียว ไม่พอแล้ว”แต่ต้อง “ขยันให้ถูกทาง” เดินให้ตรงจุดแล้วลูกเราจะไปได้ไกลกว่าใคร

เตือนภัยแดงทั่วอิสราเอล!! ไซเรนดังสนั่นลั่นเทลอาวีฟ – ระเบิดถล่มเยรูซาเลม หลังอิหร่านปฏิบัติการตอบโต้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล

เตือนภัยแดงทั่วอิสราเอล!! ไซเรนดังสนั่นลั่นเทลอาวีฟ – ระเบิดถล่มเยรูซาเลม หลังอิหร่านปฏิบัติการตอบโต้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล

ทำความรู้จัก ‘Northrop B-2 Spirit’ เครื่องบินทิ้งระเบิดราคาแพงลิบของสหรัฐฯ

(22 มิ.ย. 68) เมื่อพูดถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก หนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวถึงเสมอคือ Northrop B-2 Spirit เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการข่มขวัญในระดับโลกของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้าน “ความลับ” และ “ความล่องหน”

เปิดตัวพร้อมเปลี่ยนสมรภูมิ 

Northrop B-2 Spirit เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 ท่ามกลางยุคสงครามเย็น ด้วยภารกิจเฉพาะคือการเจาะทะลวงพื้นที่เป้าหมายภายใต้การป้องกันทางอากาศที่แน่นหนา ด้วยคุณสมบัติ Stealth Bomber ที่ออกแบบมาเพื่อลดการตรวจจับจากเรดาร์ได้อย่างน่าทึ่ง โดยแต่ละลำมีราคาสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 66,000 ล้านบาท

Northrop B-2 Spirit คือ เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่มีสมรรถนะทะลุทะลวงเรดาร์ พร้อมขนระเบิดได้ถึง 18 ตัน รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์และ GBU-57 ที่ใช้ถล่มฐานใต้ดินลึก เปิดตัวตั้งแต่ปี 1989 B-2 ถูกใช้งานในหลายสงครามทั่วโลก และไม่เคยถูกยิงตกแม้แต่ครั้งเดียว ปัจจุบันยังคงประจำการอยู่ 19 ลำ

สมรรถนะที่ยากจะเทียบเคียง
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ General Electric F118-GE จำนวน 4 เครื่อง ทำให้ B-2 Spirit สามารถบินได้ที่ระดับความสูงถึง 12,000 เมตร และทำความเร็วสูงสุดกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมพิสัยการบินไกลถึง 11,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ

ความลับที่มองไม่เห็น
หัวใจของ B-2 คือ ความสามารถในการล่องหน (Stealth) ที่ออกแบบมาให้ตรวจจับได้ยากมาก ตัวเครื่องมีโครงสร้างแบบปีกบิน (flying wing) ที่แปลกตา ไม่มีหางแนวตั้งหรือแนวนอน พร้อมวัสดุดูดซับคลื่นเรดาร์ และมีค่าตัดขวางเรดาร์ (Radar Cross-Section) เพียง 0.1 ตารางเมตร ซึ่งเล็กพอ ๆ กับนกตัวหนึ่ง

ขุมพลังทำลายล้างในระยะลึก
B-2 Spirit มีช่องเก็บระเบิดภายใน 2 ช่องหลัก รองรับน้ำหนักรวมได้ถึง 18,000 กิโลกรัม โดยสามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลาย เช่น GBU-38 (ระเบิดนำวิถีขนาดเล็ก), GBU-31 (ระเบิดนำวิถีขนาดกลาง), AGM-154, AGM-158 (จรวดนำวิถีระยะไกล) และระเบิดนิวเคลียร์ GBU-57A/B MOP (Massive Ordnance Penetrator) ซึ่งมีศักยภาพทะลวงเป้าหมายใต้ดินได้ลึกถึง 60–90 เมตร

สำหรับระเบิด GBU-57 นี้เองที่ตกเป็นข่าวในกรณีที่อิสราเอลต้องการใช้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ Fordow ของอิหร่านซึ่งตั้งอยู่ในภูเขาลึกใกล้กรุงเตหะราน

ปัจจุบันเหลือใช้งานเพียง 19 ลำ
แม้เคยมีการผลิต B-2 Spirit ทั้งหมด 21 ลำ แต่เกิดอุบัติเหตุเครื่องตก 2 ครั้งในดินแดนสหรัฐฯ เอง ทำให้กองทัพอากาศต้องปลดประจำการบางลำลง ปัจจุบันมี B-2 ประจำการเหลืออยู่เพียง 19 ลำ และยังคงเป็นกำลังสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ จนกว่ารุ่นใหม่อย่าง B-21 Raider จะเข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์ในทศวรรษหน้า

‘อิหร่าน’ ซัดเดือดปมสหรัฐฯโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ ยันทั้ง 3 แห่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA

(22 มิ.ย. 68) สำนักงานพลังงานปรมาณูของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังสหรัฐ อเมริกา โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่ง โดยระบุว่า

หลังจากการโจมตีอันสกปรกของศัตรูไซออนิสต์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เช้าวันนี้ โรงงานนิวเคลียร์ของประเทศอิหร่าน ฟอร์โด นาทานซ์ และอิสฟาฮาน ถูกโจมตี ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสนธิสัญญาห้ามเผยแพร่อาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ที่ศัตรูของอิหร่านได้ละเมิด

การกระทำดังกล่าว ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นความอัปยศที่เกิดขึ้นภายใต้เงามืดของความเพิกเฉยและเป็นความร่วมมือขององค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

ศัตรูได้ยอมรับผ่านทางโลกออนไลน์โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ดังกล่าว และเป็นโรงงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องตามข้อตกลงการตรวจสอบและสนธิสัญญา NPT ของ IAEA

หวังว่าประชาคมโลกจะประณามการกระทำผิดและจะดำเนินกฎหมายตามกฎบัตรสากลและจะสนับสนุนอิหร่านในการเรียกร้องสิทธิที่ชอบธรรมของตน

สำนักงานพลังงานปรมาณูของอิหร่านขอยืนยันต่อประชาชนชาวอิหร่านว่า แม้จะมีการสมรู้ร่วมคิดชั่วร้ายของศัตรู ด้วยความมุ่งมั่นของนักวิทยาศาสตร์นักปฏิวัติและผู้เชี่ยวชาญหลายพันคนจะเป็นแรงจูงใจ จะไม่ยอมให้เส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์แห่งชาติที่เกิดจากเลือดของผู้เสียชีวิตต้องหยุดชะงักเป็นอันขาด

สำนักงานปรมาณูจะดำเนินการปกป้องสิทธิของประชาชนอันทรงเกียรติของอิหร่าน รวมถึงการติดตามทางกฎหมายอย่างจริงจัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top