Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘ทรัมป์’ ประกาศลดภาษีนำเข้าเวียดนามจาก 46% เหลือ 20% พร้อมลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท ผุด Trump Tower ในโฮจิมินห์

(3 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับเวียดนาม โดยจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอัตรา 20% แทนการเก็บภาษี 46% ที่เดิมมีกำหนดบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า ตามนโยบาย 'ภาษีตอบโต้' ที่ทรัมป์ประกาศไว้เมื่อเดือนเมษายน

ข้อตกลงนี้ยังเปิดโอกาสให้สินค้าจากสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดเวียดนามโดยไม่มีการเก็บภาษี ขณะที่สินค้าที่ผ่านเวียดนามโดยไม่ได้ผลิตในประเทศ (trans-shipping) จะถูกเก็บภาษีสูงถึง 40% เพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีจากประเทศอื่น โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่ถูกส่งผ่านเวียดนาม

ทรัมป์กล่าวว่า เวียดนามจะเปิดตลาดอย่างเต็มที่ ให้กับสหรัฐฯ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับเป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือที่เขาเรียกว่า “ข้อตกลงแห่งความร่วมมืออันยิ่งใหญ่” พร้อมทั้งย้ำว่าสหรัฐฯ จะสามารถส่งออกสินค้าไปยังเวียดนามโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

ข้อตกลงใหม่นี้ส่งผลให้หุ้นของบริษัทที่ผลิตสินค้าในเวียดนามปรับตัวสูงขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลับปรับลดลงภายหลังมีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าสินค้าจะยังคงถูกเก็บภาษี 20% ด้านผู้บริหารหอการค้าอเมริกันในฮานอยแสดงความเชื่อมั่นว่า ข้อตกลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเวียดนามในระยะยาว แม้ยังมีข้อกังขาเรื่องการบังคับใช้กฎเกี่ยวกับ trans-shipping

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ทรัมป์และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โทรศัพท์พูดคุยกันในวันเดียวกัน โดยเวียดนามได้เชิญทรัมป์เยือนประเทศอีกครั้ง ขณะเดียวกัน องค์กรทรัมป์ยังเตรียมลงทุนกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 54,750 ล้านบาท) ในเวียดนาม และมีแผนสร้างตึก Trump Tower แห่งใหม่ในโฮจิมินห์ซิตี้อีกด้วย

‘ฮุนเซน’ ไม่ปล่อยโอกาสพูดกรอกหูนายกฯ สิงคโปร์ อ้างทหารไทยยิงทหารเขมรตาย แล้วปิดด่าน -คุกคามสารพัด

‘ฮุนเซน’ ตอนรับนายกฯ สิงคโปร์ที่ไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ไม่วายพูดถึงปัญหาชายแดน อ้างไทยยิงทหารกัมพูชาตายแล้วปิดด่านแถมข่มขู่คุกคามหลายเรื่อง อ้างเขมรไม่อยากทำสงครามกับเพื่อนบ้าน อยากแก้ปัญหาโดยสันติ

(2 ก.ค. 68) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ให้การต้อนรับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ณ ทำเนียบวุฒิสภา ในโอกาสที่คณะเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ

นายเจีย ธีริธ โฆษกวุฒิสภากัมพูชา กล่าวภายหลังการพบปะของผู้นำทั้งสองว่า ในโอกาสดังกล่าวนี้นายฮุนเซนแสดงความยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และคณะ ถือว่าการเยือนกัมพูชาครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและสิงคโปร์ให้ดียิ่งขึ้นและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

นายฮุนเซนกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและสิงคโปร์มีความเจริญรุ่งเรืองมายาวนานตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ เมื่อ 60 ปีก่อน โดยเริ่มมีความสัมพันธ์กับนายลี กวน ยู นายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ และจนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้แสดงความขอบคุณนายฮุนเซนสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และยังแสดงความยินดีกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

นายฮุนเซนยังได้กล่าวถึงการขยายความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการค้า เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ นายฮุนเซนต้องการให้มีเที่ยวบินจากสิงคโปร์ไปยังกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกัมพูชาเปิดตัวสนามบินเตโช สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้

นายฮุนเซนยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยระบุถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เริ่มจากทหารไทยยิงทหารกัมพูชาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 พ.ค. และไทยปิดชายแดนฝ่ายเดียวและข่มขู่คุกคามอื่น ๆ

นายฮุนเซนกล่าวอีกว่ากัมพูชา ทั้งนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และนายฮุนเซนเองไม่ต้องการทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชาต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยสันติและยึดตามกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากไทยยังคงละเมิดและรุกรานกัมพูชาต่อไป เราต้องใช้สิทธิของเราในการปกป้องตนเอง

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวขอบคุณนายฮุนเซนที่ได้อธิบายปัญหาชายแดนและการตัดสินใจของกัมพูชา และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ไขปัญหานี้โดยสันติและยึดตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สะพานโค้ง 90 องศาอินเดีย กลายเป็นเรื่องขำไม่ออก รัฐสั่งฟันวิศวกร 7 คน แบล็กลิสต์ 2 บริษัทผู้รับเหมา

(2 ก.ค. 68) สะพานแห่งใหม่ในเมืองโภปาล ประเทศอินเดีย กำลังเป็นที่วิจารณ์อย่างหนัก หลังออกแบบให้มีทางโค้งเกือบ 90 องศา เสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้รถ โดยสื่อจากนิวเดลีเผยงบก่อสร้างกว่า 200 ล้านรูปี (ราว 95 ล้านบาท) แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้เพราะปัญหาด้านความปลอดภัย

ภาพจากมุมสูงเปิดเผยให้เห็นว่า ผู้ขับขี่ที่ขับรถยนต์ขึ้นมาบนสะพานต้องเบรกกะทันหันเพื่อเลี้ยวเข้าโค้งที่แคบอย่างอันตราย ซึ่งวิศวกรผู้ออกแบบอ้างว่าพื้นที่จำกัดใกล้สถานีรถไฟฟ้าทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น แต่กลายเป็นยิ่งจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้นในสังคมออนไลน์

ล่าสุด รัฐบาลอินเดียสั่งพักงานวิศวกร 7 ราย และขึ้นบัญชีดำบริษัทรับเหมา 2 แห่ง พร้อมเปิดเผยผลสอบสวนว่าโครงการนี้ “มีความประมาทร้ายแรงทั้งในขั้นวางแผนและก่อสร้าง” แม้เสนอจำกัดการใช้เฉพาะรถยนต์และลดความเร็ว ก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลของประชาชนได้

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาด้านการก่อสร้างในอินเดียที่ยังแก้ไม่ตก ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดกรณีสะพานในเมืองบอมเบย์ที่สร้างแล้วแต่ปลายทั้งสองฝั่งกลับไม่เชื่อมต่อกัน ส่วนที่แคว้นพิหาร มีสะพานอีกแห่งที่จากเดิมที่มีกำหนดว่าจะสร้างเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ แต่โครงการกลับไม่แล้วเสร็จตามแผน จึงมีการขอเลื่อนกำหนดสร้างเสร็จออกไปหลายครั้ง รวมทั้งหมดถึง 8 ครั้ง แม้จะเลื่อนมาแล้วหลายรอบ สุดท้ายสะพานก็ยังพังถล่มลงมาอยู่ดีในปี 2023

‘สนามบินปักกิ่งต้าซิง’ สุดคึกคักรับฤดูร้อน คาดผู้โดยสารพุ่งทะลุ 9.5 ล้านคนใน 2 เดือน

(2 ก.ค. 68) ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง ซึ่งเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดในกรุงปักกิ่ง คาดว่าช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ จะมีผู้โดยสารหมุนเวียนมากกว่า 9.52 ล้านคน รองรับเที่ยวบินรวมราว 60,400 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร

คาดว่าการเดินทางจะคึกคักที่สุดในวันที่ 5 สิงหาคม โดยมีเที่ยวบินสูงสุดถึง 1,031 เที่ยว และผู้โดยสารหมุนเวียนถึง 170,500 คน สะท้อนถึงความต้องการเดินทางในช่วงวันหยุดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับการเดินทางภายในประเทศจีนยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะปลายทางที่มีอากาศเย็นสบายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ขณะที่เส้นทางต่างประเทศที่ได้รับความสนใจคือจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออก รวมถึงยุโรป เช่น ลอนดอน มอสโก และอัมสเตอร์ดัม

นโยบายผ่อนคลายด้านวีซ่าของจีนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเดินทางระหว่างประเทศ โดยช่วงฤดูร้อนนี้คาดว่าจะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศเฉลี่ยเกือบ 100 เที่ยวต่อวัน และผู้โดยสารข้ามพรมแดนเฉลี่ย 17,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ท่าอากาศยานฯ ต้าซิงได้ให้บริการผู้โดยสารระหว่างประเทศไปแล้วมากกว่า 2.7 ล้านคน ตอกย้ำบทบาทสำคัญของสนามบินแห่งนี้ในฐานะประตูเชื่อมต่อจีนกับนานาประเทศ

เครื่องบิน MC-21 ของรัสเซีย จ่อเทคออฟ ส.ค. นี้ เผยบินด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทุกชิ้นส่วนผลิตเองไม่ง้อนำเข้า

(2 ก.ค. 68) รัสเซียเตรียมเดินหน้าทดสอบการบินของเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ MC-21 ที่ใช้ชิ้นส่วนและระบบทั้งหมดที่ผลิตภายในประเทศ โดยจะมีกำหนดบินครั้งแรกในเดือนสิงหาคมนี้ ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย แอนตอน อลิคานอฟ (Anton Andreyevich Alikhanov)

MC-21 เป็นเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ของรัสเซีย ที่ออกแบบมาให้บินในระยะทางกลางๆ เช่น เส้นทางภายในประเทศหรือระหว่างประเทศใกล้เคียง พัฒนาโดยบริษัท United Aircraft Corporation (UAC) โดยใช้เครื่องยนต์ PD-14 ที่ผลิตในประเทศทั้งหมด ขณะนี้เครื่องบินลำนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย และเริ่มทดสอบการบินที่เมืองชูคอฟสกี ใกล้กรุงมอสโกแล้ว

สำหรับโครงการ MC-21 มุ่งตอบสนองตลาดเดินทางทางอากาศที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและการพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าที่น้อยลง โดยเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การทดแทนการนำเข้าของรัสเซียภายใต้แรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร

บริษัท Rostec ระบุว่าการส่งมอบเครื่องบินรุ่นนี้ให้สายการบินจะเริ่มภายในปี 2026 ขณะนี้มีเครื่องบินกว่า 20 ลำอยู่ในขั้นตอนการผลิต โดยกลุ่มแอโรฟลอต (Aeroflot) สายการบินประจำชาติและสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย มีแผนจัดซื้อ MC-21 จำนวน 108 ลำภายในปี 2030 และขยายฝูงบินรวมเป็น 200 ลำภายในปี 2033

สหรัฐฯ ขอกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ปลดอาวุธ แลกถอนทหารอิสราเอล ให้คำมั่นช่วยฟื้นฟูประเทศ

(2 ก.ค. 68) รัฐบาลเลบานอนกำลังร่างคำตอบต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้กลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์วางอาวุธทั่วประเทศภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อแลกกับการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน ตามรายงานของแหล่งข่าววงในเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งถึงเบรุตเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน โดยโธมัส บารัค (Thomas Barrack) ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ประจำซีเรียและทูตประจำตุรกี ซึ่งได้นำเสนอแผนความร่วมมือ 6 หน้ากระดาษ ครอบคลุมการปลดอาวุธของเฮซบอลเลาะห์ การฟื้นฟูสัมพันธ์กับซีเรีย และการปฏิรูประบบการเงิน โดยการวางอาวุธจะเป็นไปแบบเป็นขั้นตอน และสหรัฐฯ ย้ำว่าจะไม่มีการช่วยเหลือฟื้นฟูประเทศ หากเฮซบอลเลาะห์ยังถืออาวุธ

ภายใต้แผนดังกล่าว ยังมีข้อเสนอให้สหประชาชาติดูแลกลไกการเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างอิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ โดยบารัคย้ำว่าโอกาสนี้ “อาจไม่หวนกลับมาอีก” แม้ยังไม่ได้รับการรับรองจากอิสราเอล ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่มีถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการต่อข้อเสนอนี้

เลบานอนได้ตั้งคณะกรรมการร่วมจากทำเนียบนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี และประธานรัฐสภา เพื่อร่างคำตอบเบื้องต้น โดยมีการหารือกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์อย่างใกล้ชิด แหล่งข่าวเผยว่าเฮซบอลเลาะห์ส่งสัญญาณพร้อมร่วมพูดคุย แต่ยังไม่ให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธ ด้านเลขาธิการกลุ่ม นายม์ กอซเซ็ม (Naim Qassem) กล่าวผ่านโทรทัศน์ว่า “เรามีสิทธิ์ที่จะพูดว่า 'ไม่' กับทั้งอเมริกาและอิสราเอล”

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง หลังสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในเดือนตุลาคม 2023 ทำให้พันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค รวมถึงเฮซบอลเลาะห์ เสียความได้เปรียบอย่างมาก อาวุธบางส่วนของกลุ่มถูกทำลายในการโจมตีทางอากาศ และคลังแสงบางแห่งถูกส่งมอบให้กองทัพเลบานอนตามข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้

สหรัฐฯ สั่งเพิกถอนวีซ่า Bob Vylan ปมตะโกน ‘Free Palestine’ ตำรวจอังกฤษเปิดสอบสวนทางการ ฐานยุยงเกลียดชัง

(2 ก.ค. 68) แร็ปเปอร์แนวพังก์สัญชาติอังกฤษ บ็อบ ไวแลน (Bob Vylan) จุดกระแสร้อนกลางเวที Glastonbury Festival หลังตะโกนคำว่า “Free Palestine” (ปลดปล่อยปาเลสไตน์) และ “Death to the IDF” (ความตายจงมีแก่กองทัพอิสราเอล) ระหว่างการแสดงสดที่ถ่ายทอดผ่านช่อง BBC โดยคำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการปลุกปั่นเกลียดชัง กระทบต่อความมั่นคงและอาจเข้าข่ายยุยงให้เกิดความรุนแรง

แม้กองทัพอิสราเอล (IDF) จะปฏิเสธให้ความเห็นโดยกล่าวสั้น ๆ ว่า "ไม่มีความเห็นในเรื่องนี้" แต่สถานทูตอิสราเอลในลอนดอนออกแถลงการณ์ว่า “รู้สึกกังวลอย่างลึกซึ้ง” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเพิกถอนวีซ่าของศิลปินโดยทันที พร้อมระบุว่า “ผู้ที่ยกย่องความรุนแรงและความเกลียดชังไม่ควรได้รับการต้อนรับในอเมริกา”

ตำรวจท้องถิ่นเอวอน (Avon) และ ซอมเมอร์เซ็ท (Somerset) ได้เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการในข้อหาละเมิดกฎหมายด้านความสงบเรียบร้อย โดยย้ำว่า “ไม่มีที่ว่างในสังคมสำหรับถ้อยคำแห่งความเกลียดชัง” ขณะที่ BBC ซึ่งออกอากาศสดในเหตุการณ์ดังกล่าว ยอมรับว่ามีเนื้อหา “รุนแรงและไม่เหมาะสม” พร้อมถอดคลิปการแสดงออกจากแพลตฟอร์ม iPlayer และเริ่มทบทวนขั้นตอนการควบคุมเนื้อหา

ด้านนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Sir Keir Rodney Starmer) และรัฐมนตรีหลายคน ออกมาประณามการกระทำว่าเป็น “วาจาแห่งความเกลียดชังที่น่ารังเกียจ” และเรียกร้องให้ BBC แสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่ามีความผิดชัดเจนจากการเผยแพร่เนื้อหาที่ยุยงปลุกปั่น

อย่างไรก็ตาม บ็อบ ไวแลน ยังคงยืนยันจุดยืน โดยโพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมว่า “ผมพูดในสิ่งที่ผมเชื่อ” และเรียกร้องให้เยาวชนกล้าลุกขึ้นพูดความจริงเพื่อการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ทีมผู้จัดเทศกาล Glastonbury แถลงว่า “คำพูดของ Bob Vylan ข้ามเส้นความเหมาะสมไปไกลมาก” พร้อมย้ำว่าทางเทศกาลต่อต้านการยกย่องความรุนแรง การเหยียดเชื้อชาติ และการยุยงให้เกิดความเกลียดชังในทุกรูปแบบ

อังกฤษเตรียมรับอากาศร้อนจัด 40°C เป็นเรื่องปกติ นักอุตุฯ ชี้โลกถึงจุดเดือด!! เด็กยุคหน้าเสี่ยงเจอ 50°C

(2 ก.ค. 68) สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญคลื่นความร้อนอย่างรุนแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะ 34°C ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในเดือนมิถุนายน นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโส จิม เดล (Jim Dale) เตือนว่าอากาศร้อนจัดระดับ 40°C จะกลายเป็นเรื่องปกติในอังกฤษ และเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรง

จิม เดล ชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ อุณหภูมิที่สูงผิดปกติไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในอากาศ แต่รวมถึงอุณหภูมิทางทะเลด้วย โดยเฉพาะทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในเดือนมิถุนายน ขณะที่ไฟป่าและน้ำท่วมในหลายประเทศ เช่น ตุรกี ฝรั่งเศส และสเปน ต่างเป็นผลกระทบที่ปฏิเสธไม่ได้ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เขาเปรียบสถานการณ์ปัจจุบันเหมือน “หม้อที่เดือดปุดๆ” ซึ่งอุณหภูมิกำลังสะสมและจะล้นในไม่ช้า โดยระบุว่าในช่วงปี 2022-2024 ทั่วทวีปยุโรปมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเกิน 160,000 ราย และปีนี้อาจจะเพิ่มตัวเลขนั้นอีก โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่กำลังจะมาถึง

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษและหน่วยงานสาธารณสุขได้ประกาศเตือนภัยความร้อนระดับสีส้มใน 7 พื้นที่ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าคลื่นความร้อนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่หลีกเลี่ยงได้หากไม่มีภาวะอุณหภูมิสูงติดต่อกันหลายวัน โดยจิม เดล เรียกร้องให้มีการปรับตัวในหลายมิติ ทั้งที่อยู่อาศัย อาหาร และการออกแบบเมืองให้พร้อมรับภูมิอากาศแบบใหม่

นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสรายนี้ย้ำว่า การปฏิเสธสภาวะโลกร้อนว่าไม่ได้เกิดจากมนุษย์นั้นไม่เป็นความจริง พร้อมเตือนว่าอนาคตของเด็กและในเจเนอเรชั่นต่อไป อาจต้องเผชิญอุณหภูมิ 50°C ซึ่งเป็นหายนะต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต พร้อมทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เขาเคยเตือนเมื่อ 40 ปีก่อนว่าเกาะบริเตนจะกลายเป็นภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน กำลังเป็นจริงในวันนี้ และเราต้องเร่งลงมือก่อนจะสายเกินไป

‘เยเมน-กาซา’ กระหน่ำยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล สหรัฐฯ ขู่ใช้ B-2 ทิ้งบอมบ์เยเมน ตอบโต้กลุ่มฮูตี

(2 ก.ค. 68) อิสราเอลสกัดขีปนาวุธที่ยิงจากเยเมนได้สำเร็จ พร้อมประกาศตอบโต้ทันที ขณะที่ไมค์ ฮักคาบี (Mike Huckabee) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล แถลงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ไปโจมตีเยเมน เช่นเดียวกับที่เคยใช้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดวของอิหร่านเมื่อไม่นานนี้

เสียงไซเรนแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศดังทั่วเทลอาวีฟ เยรูซาเลม และภาคกลางของอิสราเอล ประชาชนพากันหลบในที่ปลอดภัย ท่ามกลางความตื่นตระหนก ด้านรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัทซ์ (Israel Katz) กล่าวอย่างแข็งกร้าวว่า “เยเมนจะพบจุดจบเช่นเดียวกับเตหะราน” พร้อมระบุว่า “ใครยกมือทำร้ายอิสราเอล มือคนนั้นจะถูกตัดทิ้ง”

รายงานจากสถานีวิทยุกองทัพอิสราเอลระบุว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธ Arrow ของอิสราเอลสามารถยิงสกัดขีปนาวุธจากเยเมนได้สำเร็จในอากาศ นอกจากนี้ ทางการได้สั่งปิดน่านฟ้าบางส่วนเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย โดยนับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการถล่มกาซาอีกครั้ง กลุ่มอันซารุลเลาะห์ในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลแล้ว 53 ลูก

ขณะเดียวกัน ทางภาคใต้ของอิสราเอล กองทัพประกาศว่าสามารถสกัดจรวด 2 ลูกที่ยิงจากฉนวนกาซาได้สำเร็จ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยมีรายงานเสียงไซเรนดังในหลายจุดใกล้ชายแดนกาซา ขณะที่กลุ่มอัลกอซซามของฮามาสอ้างความรับผิดชอบ พร้อมระบุว่าได้ยิงจรวด Q20 จากพื้นที่ทางเหนือของคานยูนิสใส่เป้าหมายของอิสราเอลที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

‘ทรัมป์’ ขู่ตัดเงินอุดหนุนบริษัท ‘อีลอน มัสก์’ เย้ย!! ถ้าไม่มีรัฐช่วย อีลอนคงกลับบ้านที่แอฟริกาใต้

(1 ก.ค. 68) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ออกมาร้องเรียนอย่างรุนแรงต่อกฎหมายภาษีและงบประมาณขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "One Big Beautiful Bill" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่าเป็น “ร่างกฎหมายที่เลวร้ายที่สุด” และเรียกร้องให้จัดตั้ง “พรรคใหม่เพื่อประชาชน” พร้อมสาบานว่าจะโค่นนักการเมืองที่สนับสนุนงบประมาณสูงเกินจำเป็น

ต่อมาในวันอังคาร ทรัมป์ตอบโต้มัสก์อย่างเผ็ดร้อนบน Truth Social โดยเสนอให้ DOGE (กรมประสิทธิภาพรัฐบาล) ตรวจสอบ “เงินอุดหนุนมหาศาล” ที่มัสก์ได้รับจากรัฐบาล และระบุว่า “หากไม่มีเงินอุดหนุน มัสก์คงต้องเลิกกิจการและกลับแอฟริกาใต้”

แต่มัสก์ไม่ยอมจำนน เขาตอบกลับในแพลตฟอร์ม X ว่า “ผมพร้อมให้ยกเลิกทุกอย่าง ตอนนี้เลย” และย้ำว่าการลดเงินอุดหนุนให้ได้ทั้งหมดจะต้องดำเนินการทันที ขณะเดียวกัน เขากำลังจะรวมตัวสร้างพรรคการเมืองใหม่เพื่อต่อต้านพรรคที่ใช้จ่ายงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งเขามองว่ามีอิทธิพลมากเกินกว่าจะตรวจสอบได้ 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ เตือนว่า การปะทะทางโซเชียลครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความแตกแยกภายในพรรคขยายวงกว้างมากขึ้น

‘คิม จองอึน’ ผู้นำเกาหลีเหนือกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จัดพิธีไว้อาลัยทหารกล้า!! สู้เคียงข้างรัสเซีย

(1 ก.ค. 68) คิม จองอึน แสดงความอาลัยต่อทหารเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตในยูเครน โดยสื่อทางการเกาหลีเหนือเผยภาพผู้นำสูงสุดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ระหว่างวางธงชาติเกาหลีเหนือบนโลงศพทหารในพิธีไว้อาลัย ณ กรุงเปียงยาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีวัฒนธรรมรัสเซีย โอลกา ลูบิโมวา ร่วมพิธีและแสดงความโศกเศร้าเช่นกัน ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบ 1 ปี ข้อตกลงทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย

เกาหลีเหนือยกย่องทหารของตนที่ร่วมรบกับรัสเซียในสมรภูมิเคิร์สก์ โดยระบุว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อมาตุภูมิ และ “เป็นดั่งดวงดาวที่ส่องสว่าง” ขณะเดียวกัน ฝ่ายเกาหลีใต้เปิดเผยว่า มีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตแล้วกว่า 600 นาย และบาดเจ็บอีกหลายพันคนจากการสู้รบในสงครามยูเครน

ในพิธีไว้อาลัย มีการเผยเอกสารที่เชื่อว่าเป็นคำสั่งจากคิม จองอึน อนุมัติแผนปฏิบัติการ “ปลดปล่อยเคิร์สก์” พร้อมสั่งให้หน่วยรบพิเศษลงมือโจมตีในช่วงปลายปี 2024 ขณะเดียวกัน บุตรสาวของเขา “คิม จูแอ” ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าอาจถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำ ก็ปรากฏตัวร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ

แม้จะมีรายงานว่าเกาหลีเหนืออาจส่งทหารไปเสริมแนวรบในยูเครนเร็ว ๆ นี้ แต่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุเมื่อวันอังคารว่า ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าจะมีการส่งกำลังเพิ่ม เนื่องจากกองทัพเกาหลีเหนือกำลังอยู่ในช่วงฝึกซ้อมประจำฤดูร้อนตามแผนปกติ

จีนหวังไทย มีเสถียรภาพ หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องสว. พร้อมสั่ง ‘แพทองธาร’ หยุดปฏิบัติหน้าที่

(1 ก.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนออกมาแสดงความหวังว่าไทยจะยังคงมีเสถียรภาพ ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ 36 สว.พิจารณาให้ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว และมีมติ 7 ต่อ 2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากปมคลิปเสียงพูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา โดยนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่กรุงปักกิ่งว่า “นี่เป็นกิจการภายในของประเทศไทยและข้าพเจ้าจะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน เราหวังว่าไทยจะรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาไว้ได้”

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายอาวุธให้ยิว 510 ล้านดอลล์ หลังใช้ระเบิดจำนวนมากในสงครามกับอิหร่าน

(1 ก.ค. 68) สหรัฐฯ อนุมัติขายอุปกรณ์ระเบิดนำวิถีให้อิสราเอล มูลค่า 510 ล้านดอลลาร์ (ราว 18,700 ล้านบาท) หลังจากอิสราเอลใช้ระเบิดไปจำนวนมากในสงครามกับอิหร่าน โดยชุดอุปกรณ์นี้จะช่วยให้อิสราเอลสามารถโจมตีเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น

หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ระบุว่า การขายอาวุธครั้งนี้จะช่วยให้อิสราเอลมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามในตอนนี้และในอนาคต รวมถึงปกป้องพรมแดน สิ่งก่อสร้างสำคัญ และพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น

รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า ความมั่นคงของอิสราเอลเป็นเรื่องสำคัญต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และการสนับสนุนให้อิสราเอลมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองอย่างแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องทำ

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้กับอิสราเอลในขั้นต้นแล้ว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งยังต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายก่อนจะเริ่มดำเนินการซื้อขายจริงได้

ตร.อาเซอร์ไบจาน บุกสำนักข่าวสปุตนิก จับ 2 พนักงาน เครมลินเดือด!! ชี้จงใจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

(1 ก.ค. 68) กระทรวงมหาดไทยอาเซอร์ไบจาน และตำรวจ เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่สปุตนิกในกรุงบากู ก่อนจะทำการจับกุมอิกอร์ คาร์ตาวิช ผู้อำนวยการบริหาร และเยฟเกนี เบลูซอฟ บรรณาธิการบริหาร โดยทั้งสองถูกกล่าวหาว่าทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งทางสำนักข่าว Caliber ของอาเซอร์ไบจานอ้างว่า เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับการแฮ็กเว็บไซต์รัฐบาลอาเซอร์ไบจาน ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีต้นตอมาจากรัสเซียและกลุ่มที่สนับสนุนโดย IRGC ของอิหร่าน

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แสดงความกังวลหลังไม่สามารถติดต่อนักข่าวสปุตนิกได้เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ขณะที่ดมิทรี คิลิซอฟ หัวหน้าสถานีข่าวสปุตนิก ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของสำนักข่าวเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย และเชื่อว่าการกักขังครั้งนี้มีเจตนาเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจานปฏิเสธเข้าร่วมขบวนพาเหรดวันแห่งชัยชนะที่มอสโกว์ เนื่องจากความไม่พอใจที่รัสเซียไม่แสดงความเคารพต่ออาเซอร์ไบจาน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินขอโทษอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบิน Azerbaijan Airlines (AZAL) flight J2-8243 ตกที่เมืองอักเตา ประเทศคาซัคสถาน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวน 38 คน ซึ่งอ้างว่าเครื่องบินลำนี้อาจถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย (SAM Pantsir) 

นอกจากนี้ ในช่วงสงคราม 12 วันที่ผ่านมา อิหร่านมีหลักฐานแน่ชัดว่าอาเซอร์ไบจานมีส่วนช่วยอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน และกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ส่งหนังสือขอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้สถานการณ์ระหว่างประเทศทั้งสามยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง

ผู้นำอิสราเอลเคร่งเครียด หลังขีปนาวุธอิหร่านตกใกล้สถาบันวิจัยยิว

(1 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงท่าทีเคร่งเครียดอย่างยิ่ง ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบซากขีปนาวุธอิหร่านที่ตกใกล้สถาบันวิจัย Weizmann ใกล้เมืองเรโฮโวท เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเป็นเวลาหลายวัน

แม้อิสราเอลและสหรัฐฯ จะร่วมกันโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านไปแล้ว แต่เนทันยาฮูเผยว่าสถานการณ์ยังไม่สงบ เพราะอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธตอบโต้ต่อเนื่อง ฝ่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ขณะที่เนทันยาฮูไปตรวจสอบซากขีปนาวุธที่ตกใกล้สถาบัน Weizmann พบความเสียหายชัดเจน อาคารพัง หน้าต่างแตก และเศษซากกระจายเต็มพื้นที่ ทำให้เขาตัดสินใจลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังรายงานจากทีมกู้ภัยและนักวิจัยที่เข้าตรวจสอบสถานที่

เนทันยาฮูกล่าวว่า การตรวจสอบสภาพซากขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความพร้อมป้องกันภัยคุกคาม และเตือนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้ฝ่ายอิหร่านสร้างระบบอาวุธขีปนาวุธ-นิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์รอบนี้เปิดทางเลือกใหม่ ในการกู้ตัวชาวอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top