Sunday, 23 August 2026
WORLD

นักวิทย์ฯ เตือน!! ภูเขาไฟในคัมชัตกาเริ่มแสดงสัญญาณผิดปกติ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้ ‘รัสเซีย-ญี่ปุ่น-อะแลสกา’

(21 ก.ค. 68) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 3 ครั้งบริเวณชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย ใกล้เมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 7.4 ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก (PTWC) รายงานว่าอันตรายจากคลื่นสึนามิในคาบสมุทรคัมชัตกาหมดไปแล้ว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งในทะเลใกล้เคียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคคัมชัตกาและมีประชากรกว่า 160,000 คน แผ่นดินไหวสามครั้งเกิดขึ้นในเวลาเพียง 32 นาที ลึกประมาณ 20 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทางการรัสเซียประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง และขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกได้ยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา ส่วนฮาวายเองก็ยกเลิกคำเตือนสึนามิที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพบปรากฏการณ์เมฆเลนติคูลาร์ (Lenticular Clouds) ที่หายากเหนือปล่องภูเขาไฟในคัมชัตกา ซึ่งมีลาวาเรืองแสงอยู่ภายใน นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นที่ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นสูงสุดในยูเรเซีย ซึ่งอาจบ่งชี้การเคลื่อนตัวของแมกมาใต้ดินลึก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การปะทุครั้งใหญ่หรือไม่ 

‘บอริส จอห์นสัน’ ยอมรับเศร้า คนอังกฤษสนใจยูเครนลดลงเรียกร้องยุโรปยึดทรัพย์รัสเซีย ย้ำ!! UK ยังมีบทบาทสำคัญในสงคราม

(21 ก.ค. 68) บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) อดีตนายกฯ อังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ว่ารู้สึก “ค่อนข้างเศร้า” ที่ประชาชนอังกฤษสนใจประเด็นยูเครนน้อยลง ทั้งที่เป็นเรื่อง “อันดับหนึ่ง” สำหรับเขา พร้อมระบุว่า อังกฤษยังมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ใช่ผู้นำเชิงความคิดอย่างที่เคยเป็น

ในงานที่สถานทูตยูเครน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับทหารผ่านศึก จอห์นสันกล่าวว่า แม้ตอนนี้เขายังไม่คิดกลับเข้าสู่การเมือง แต่ก็ยังตั้งใจสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ เขายังเรียกร้องให้ประเทศในยุโรปยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งไว้กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แล้วนำเงินก้อนนั้นส่งต่อให้ยูเครน โดยมองว่าเป็น “เงินงวดแรก” ของค่าชดใช้ที่รัสเซียควรต้องรับผิดชอบ

บอริส จอห์นสัน กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนแนวคิดให้ยึดทรัพย์สินของรัสเซีย แม้บางฝ่ายจะกังวลว่าอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเน้นว่าพรรคการเมืองควรนำเสนอแผนงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้

จอห์นสันยังพูดถึงกรณีข้อมูลลับของชาวอัฟกานิสถานรั่วไหลว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปกป้องชาวอัฟกันซึ่งเคยช่วยเหลืออังกฤษจากการถูกตาลีบันตามล้างแค้น เขายืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับคำสั่งห้ามสื่อรายงานข่าว (super-injunction) ที่ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้

ขณะเดียวกัน พรรคอนุรักษ์นิยมยังเผชิญวิกฤตความนิยมตกต่ำ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก YouGov ชี้ว่า พรรค Reform UK มีคะแนนนำที่ 26% ตามด้วยพรรคแรงงาน 24% ส่วนพรรคอนุรักษ์นิยมรั้งท้ายเพียง 17% ส่งผลให้ เคมิ บาเดอโนก (Kemi Badenoch) ผู้นำพรรคคนใหม่ เตรียมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนจะเปิดตัวนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เปิดปมมูลเหตุสหรัฐฯ อยากได้ฐานทัพเรือที่พังงา ถึงขั้นต้องงัดแผนร้ายโขลกภาษีมาต่อรองกับไทย

(21 ก.ค. 68) คงไม่มีใครคาดคิดว่าการที่สหรัฐ อเมริกา โขลกภาษีนำเข้าไทยถึง 36% นี้เพื่อเป็นการบีบให้ไทยเจรจาต่อรองว่าถ้าอยากค้าขายกับสหรัฐฯ จะต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนและหนึ่งในสิ่งแลกเปลี่ยนนั้นก็คือ การขอตั้งฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ ที่ฐานทัพเรือพังงานั่นเอง

หากย้อนกลับไปดูว่าสหรัฐฯ เคยมาขอตั้งฐานทัพตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามเป็นต้นมาจนจบสงครามไปไทยก็ไม่ได้ให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยอีก ยกเว้นเพียงแต่เป็นท่าจอดเครื่องบินหรือเรือรบเพื่อมาเติมน้ำมันและเจ้าหน้าที่ก็ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ  อันจะสร้างเงินสร้างทองให้กับประเทศไทยตั้งแต่รากหญ้าขึ้นไป 

สุดท้ายข่าวที่ออกมาทางสหรัฐฯ ก็แถลงโต้ทันทีว่าการขึ้นภาษีนำเข้าไทยนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขอตั้งฐานทัพสหรัฐที่ทับละมุที่จังหวัดพังงา  เพราะถูกกระแสประชาชนโต้กลับอย่างทันทีทันควัน  แม้ความจริงเรื่องภาษีกับฐานทัพพังงาจะเป็นเช่นไรก็ตามเอาเป็นว่าเรื่องของเรื่องวันนี้เอย่าจะไม่พูดเรื่องของภาษีแต่จะมาพูดว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงอยากได้ฐานทัพเรือพังงามาตั้งฐานทัพของตนเอง

เรื่องของเรื่องก็คือว่าหลังจากอกหักจากการขอหมู่เกาะโคโค่จากนางอองซาน ซูจีจนทำให้เป็น 1 ในชนวนเหตุของการรัฐประหารของนายพลมินอ่องหล่าย สหรัฐฯ ก็ยังเดินเกมส์เพลี่ยงพล้ำจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้อีก ดได้จากการที่อเมริกาเสือกจะใช้วิธีคว่ำบาตรเมียนมาเพื่อให้เขาไม่มีที่ไปแต่ผลกลับตรงกันข้ามนั่นทำให้กองทัพเมียนมากับจีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งมากขึ้น  ถึงแม้ว่าจีนจะรุกเมียนมาโดยนโยบายเส้นทางสายไหมเส้นใหม่ที่ผ่านทางเมียนมามาออกทะเลที่อ่าวเบงกอลแล้ว  ล่าสุดอยากที่ทราบกันว่ารัสเซียก็เข้ามาให้ความร่วมมมือทั้งด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งนั่นอาจจะพลิกโฉมเมียนมาก็ได้ และนั่นคือสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่ชอบเป็นแน่แท้

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นลูกไล่ของสหรัฐฯ แต่หากเกิดสงครามขึ้นการปิดช่องแคบมะละกาก็ไม่ได้ง่ายนักแต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะสกัดกั้นการขนถ่ายสิ่งของทางทะเลเพราะหากเกิดสงครามขึ้นมาสิงคโปร์สามารถถูกยึดได้ทั้งเกาะได้เพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสิงคโปร์ไม่ได้มีทรัพยากรใด ๆ เลยนอกจากเป็นทางผ่านของเรือเท่านั้น นั่นทำให้การตั้งฐานทัพที่สิงคโปร์ไม่เวิร์คในสายตาของสหรัฐหากเทียบกับพังงาของไทยที่มีเขตติดต่อแผ่นดินอีกทั้งยังขอการสนับสนุนด้านอาหารและเชื้อเพลิงจากไทยได้  ดังนั้นพังงาจึงเป็นหมุดหมายฝั่งตะวันออกในการป้องกันการขยายอำนาจของจีนและรัสเซียในขณะที่ฝั่งตะวันตกนั้นกองทัพสหรัฐมีฐานทัพอยู่แล้วบนเกาะดิเอโก กราเซียซึ่งบนเกาะมีสนามบินขนาดใหญ่ที่สามารถเอาเครื่องบินหลายลำลงจอดได้เพื่อเป็นจุดขนถ่ายเสบียงและยุทโธปกรณ์

มุมมองของเอย่าคงต้องถามว่าไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของจีนและรัสเซียคงต้องถามว่าทำไมเราถึงต้องเอาประเทศเราไปอยู่ในจุดที่เป็นข้อขัดแย้งของใครต่อใครด้วย  เอย่าไม่เห็นถึงประโยชน์ที่อันจะเกิดขึ้นจากการมีกองทัพอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยมากไปกว่าการที่เราอาจจะค้าขายอาหารได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจรากหญ้าอาจจะดีขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจบริการและบันเทิงเริงรมณ์  คงต้องฝากคำถามนี้ไปถึงกองทัพไทยและรัฐบาลไทยว่าท่านได้คำนึงหรือยังว่าหากวันหนึ่งเราต้องถูกผลักไปอยู่ในจุดที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยทั้ง ๆ ที่เขากับเราไม่ได้มีอะไรเกลียดชังกันเลย  เราพร้อมจะรับมือหากวันนั้นมาถึงหรือไม่…

ยูเครนเดินเกมถล่มรัว!! ส่งโดรนโจมตีหลายเมืองใหญ่ในรัสเซีย กระทบ 4 สนามบินต้องปิดชั่วคราว เที่ยวบิน 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก

(21 ก.ค. 68) สนามบินใหญ่ในกรุงมอสโก 4 แห่ง ได้แก่ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo), โดโมเดโดโว (Domodedovo), วนูกอวอ (Vnukovo) และซูโคฟสกี (Zhukovsky) ต้องปิดชั่วคราว หลังรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีโดรนกว่า 230 ลำถูกสกัดทั่วประเทศ รวมถึง 27 ลำเหนือกรุงมอสโก ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก และกว่า 130 ไฟลต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากมอสโก สนามบินในแคว้นคาลูกาทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าสกัดโดรนได้ 45 ลำในพื้นที่นี้ ขณะที่โดรนจากยูเครนยังถูกสอยในเมืองชายแดนอย่างรอสตอฟ บรียานสก์ และเหนือน่านน้ำทะเลดำ

นอกจากนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนทางอากาศต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในหลายภูมิภาค รวมถึงโดเนตสค์ ซูมี คาร์คิฟ และดนีโปรเปตรอฟสค์ ด้านยูเครนระบุว่าสามารถยิงโดรนของรัสเซียตกได้ 18 จากทั้งหมด 57 ลำในคืนวันเสาร์

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัสเซีย พร้อมแสดงความพร้อมพบปูตินแบบตัวต่อตัว ด้านโฆษกเครมลินย้ำว่ารัสเซียยังต้องการสันติภาพ แต่จะไม่หยุดยั้งจนกว่า “เป้าหมาย” จะบรรลุ ขณะที่ทรัมป์ประกาศส่งอาวุธขั้นสูงให้ยูเครน และขู่เก็บภาษีรัสเซียหากไร้ข้อตกลงภายใน 50 วัน

จับตา!! ความร่วมมือทางทหาร ‘อิหร่าน-รัสเซีย’ ผนึกกำลังซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ในทะเลแคสเปียน

(21 ก.ค. 68) อิหร่านและรัสเซียเตรียมจัดซ้อมรบร่วมกันทางทะเลภายใต้ชื่อ “CASAREX 2025” ในทะเลแคสเปียน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทดสอบความพร้อมในการกู้ภัยและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล พร้อมเชิญตัวแทนจากประเทศเพื่อนบ้านรอบทะเลแคสเปียนเข้าร่วมสังเกตการณ์

การฝึกซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทะเลแคสเปียน” โดยกองเรือภาคเหนือของกองทัพเรืออิหร่านเป็นเจ้าภาพ และจะจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อนเพื่อฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานทางเรือ

กำลังหลักในการฝึกมาจากกองทัพเรืออิหร่าน กองทัพเรือ IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ตำรวจทางทะเลอิหร่าน รวมถึงเรือและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือรัสเซีย

สำหรับ CASAREX 2025 มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเลในภูมิภาค สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศรอบทะเลแคสเปียน และตอกย้ำความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอิหร่านกับรัสเซียในภูมิภาคยุทธศาสตร์นี้

‘จีน’ ควบคุม!! แม่น้ำพรหมบุตร ในรัฐอัสสัม ‘อินเดีย’ ถึงคราว!! หายใจติดเขื่อน

(20 ก.ค. 68) ในขณะที่อินเดียเคยข่มปากีสถานด้วย “ก๊อกน้ำอินดัส” เมื่อเมษาฯ ที่ผ่านมา วันนี้ดูเหมือนฟ้าจะหมุนก๊อกคืน เมื่อจีนเริ่มสร้างเขื่อนพลังน้ำใหญ่ที่สุดในโลกบนแม่น้ำยาร์ลุงซางโป – ต้นน้ำของแม่น้ำพรหมบุตร ซึ่งไหลผ่านรัฐอรุณาจัลประเทศของอินเดีย และจบที่บังกลาเทศ จีนเรียกมันว่า “พลังสะอาด” อินเดียเรียกมันว่า “ภัยคุกคามที่สะอาดเกินไป”

โครงการนี้ใช้งบกว่า 264,000 ล้านบาท แซงหน้าเขื่อนสามโตรก และผลิตไฟฟ้าเลี้ยงได้ถึง 300 ล้านคนต่อปี แต่ที่ทำให้เดลีเหงื่อตกไม่ใช่กำลังไฟฟ้า...แต่คือพิกัดเขื่อนที่ห่างพรมแดนอินเดียเพียง 30 กิโลเมตร

อินเดียห่วงว่าจีนจะ “กั๊กน้ำไว้ใช้เอง” หรือร้ายกว่านั้น — “ปล่อยน้ำลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย” ยามมรสุม เพื่อก่อหายนะน้ำท่วมซ้ำในรัฐอัสสัม เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ที่จีนหยุดให้ข้อมูลน้ำระหว่างเผชิญหน้าที่ดอกลัม ผลคือ คนตาย 70 ไร้ที่อยู่ 400,000 คน

จีนจ้องตาอินเดีย พร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนฝาย

Victor Gao นักวิชาการปักกิ่งส่งสารด้วยรอยยิ้มเฉือนคอว่า
> “อย่าขวางน้ำที่คุณควบคุมไม่ได้ – คนกลางน้ำควรก้มศีรษะให้คนต้นน้ำ”
อินเดียเคยคุยโวกับปากีสถานว่าจะ “หยุดน้ำอินดัสถ้าเจอยั่วยุ” วันนี้จีนทำจริง…แต่กับอินเดียเอง
แม่น้ำเดียวกัน สองมาตรฐาน

ตอนอินเดียขู่ปากีสถาน โลกเงียบ — แต่เมื่อจีนสร้างเขื่อน อินเดียเรียกร้อง “สนธิสัญญาแบ่งปันน้ำที่เป็นธรรม” ให้โลกรับรู้ แต่ดูเหมือนใคร ๆ ก็จำได้ดีว่า อินเดียเพิ่งระงับสนธิสัญญาน้ำ IWT กับปากีสถานเมื่อ 3 เดือนก่อน

โพสต์บน X เยาะเย้ยว่า
> “อินเดียหัวเราะปากีสถานเรื่องน้ำ — ตอนนี้ใครเป็นฝ่ายสำลัก?”
อีกโพสต์หนึ่งบอกตรง ๆ ว่า
> “เขื่อนยาร์ลุงซางโป คือมรณะสายน้ำสำหรับความทะเยอทะยานด้านเกษตรของอินเดีย”
เพราะพรหมบุตรเลี้ยงน้ำ 30% ของอินเดีย และหล่อเลี้ยงไฟฟ้ากว่า 44% ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — แม่น้ำสายนี้ไม่ต่างจาก “เส้นเลือดแดงแห่งอารยธรรมฮินดู” ที่ตอนนี้กำลังถูกควบคุมโดยปักกิ่ง
อินเดียดิ้น แต่ยังไม่ทันตัดสาย

เดลียื่นข้อเรียกร้องให้จีนลงนามในสนธิสัญญาน้ำอย่างโปร่งใส และประกาศจะสร้างเขื่อน 12 แห่งในอรุณาจัลเป็น “ยาแรง” ตอบโต้ แต่โลกต่างรู้ดีว่า เขื่อนบนต้นน้ำหนึ่งแห่งที่จีนสร้าง…มักเปลี่ยนภูมิศาสตร์การต่อรองทั้งลุ่มน้ำได้เสมอ

ดินแดนที่เคยข่มคนปลายน้ำ วันนี้อาจต้องคุกเข่าร้องขอน้ำจากเขื่อน

จีนไม่ได้สร้างแค่เขื่อน — เขาสร้างยุทธศาสตร์น้ำที่ลึกเหมือนแคนยอนยาร์ลุงซางโป และอินเดีย…อาจเพิ่งเข้าใจสัจธรรมนี้:
> “อย่าขุดหลุมฝังคนอื่น เพราะบางที...หลุมนั้นอาจกลายเป็นอ่างเก็บน้ำของเขา”

แผนของอิสราเอล ในการครอบครอง 40% ของฉนวนกาซ่า

(20 ก.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ แผนของอิสราเอล โดยมีใจความว่า ...

อิสราเอลเสนอแผนเจรจาหยุดยิงโดยเสนอเรียกร้องที่จะครอบครองประมาณ 40% ของฉนวนกาซ่า รวมถึงเมืองราฟาห์ทั้งหมดด้วย

แผนนี้รวมถึงการตั้งทหารของอิสราเอลในบางส่วนของเมืองกาซ่าตะวันออก ราฟาห์ บีท-ลาเฮีย บีท-ฮานูน ข่าน ยาอูน และพื้นที่ชายแดนลึกถึง 3 กิโลเมตร

ในเขตราฟาห์เป็นการวางแผนเพิ่มความหนาแน่นของประชากรที่เป็นผู้อพยพ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้มีการโยกย้ายเกิดขึ้นในลักษณะบังคับชาวปาเลสไตน์

ซึ่งตามแผนนี้ 40% ของฉนวนกาซ่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของอิสราเอล และชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนจะถูกห้ามกลับบ้านของพวกเขาโดยทันที

อิสราเอลยังต้องการสร้างเขตพื้นที่ลำเลียงและค่ายกักกันซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นแหล่งกักขังและศูนย์เนรเทศที่ใหญ่ที่สุด

‘แมนนี่ ปาเกียว’ ขึ้นสังเวียนเสมอ!! ‘มาริโอ บาร์ริออส’ ทำให้ ‘นักรบแอซแทค’ ป้องกันแชมป์โลก เอาไว้ได้

(20 ก.ค. 68) เมื่อใจสั่ง แต่ร่างกายไม่สามารถพุ่งออกไปดั่งใจนึก

‘แพคแมน’ แมนนี่ ปาเกียว ในวัย 46 ปี สู้เต็มที่แต่เสมอ ‘นักรบแอซแทค’ มาริโอ บาร์ริออส

113-115,114-114,114-114 

ทำให้บาร์ริออส ป้องกันแชมป์โลก WBC รุ่นเวลเทอร์เวทเอาไว้ได้ 

ที่สังเวียน เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ แกรนด์การ์เด่นอารีน่า เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา

สำนักดับเมืองเพลิงเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เลือกใช้ แอร์บัส H160 เสริมศักยภาพ ภารกิจฉุกเฉิน

(20 ก.ค. 68) สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น สั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์แอร์บัสรุ่น เอช160 (H160) เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานด้านการดับเพลิง การค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการตอบสนองต่อภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะการบินสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฌอง-ลุค แอลฟองซี กรรมการผู้จัดการ แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าว “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยา ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญที่ให้ความไว้วางใจเราอย่างต่อเนื่อง ได้เลือกเฮลิคอปเตอร์ H160 สำหรับภารกิจที่มีความสำคัญต่อชุมชน เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ทั้งด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และการออกแบบ ซึ่งตอบโจทย์ภารกิจที่ท้าทายของหน่วยงานฯ ได้อย่างลงตัว” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามั่นใจว่า H160 จะเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน และแอร์บัสยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนภารกิจของสำนักดับเพลิงเมืองนาโกยาอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระยะยาว”

เฮลิคอปเตอร์ H160 ลำใหม่นี้จะถูกปรับแต่งเพื่อภารกิจค้นหาและกู้ภัย รวมถึงภารกิจดับเพลิงทางอากาศ โดยสามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้ทั้งถังน้ำแบบแขวนใต้ลำตัว (firefighting bucket) หรือถังน้ำแบบติดตั้งใต้ท้องเครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนการควบคุมไฟป่าของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน

สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยาเริ่มนำเฮลิคอปเตอร์มาใช้ในการปฏิบัติงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยเริ่มจากเฮลิคอปเตอร์รุ่น อาลูเอ็ตต์ 3 (Allouette III) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนจากทางอากาศ ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์รุ่น เอเอส365เอ็น3 (AS365N3) ประจำการอยู่สองลำ และเมื่อได้รับมอบ H160 ลำใหม่ หนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้จะปลดประจำการ เพื่อเปิดศักราชใหม่ของการสนับสนุนภารกิจทางอากาศของเมืองนาโกยา

H160 ถือเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุดของโลก ได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน พร้อมมอบความสะดวกสบายเหนือระดับเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ในระดับเดียวกัน รองรับภารกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงการขนส่งนอกชายฝั่ง ภารกิจค้นหาและกู้ภัย การบินส่วนบุคคลและธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจุบัน H160 ได้เริ่มปฏิบัติงานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรป

แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานกว่า 65 ปี ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์ราว 380 ลำที่สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจหลากหลายทั่วประเทศ เฮลิคอปเตอร์รุ่น H160 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีใช้งานแล้ว 3 ลำในญี่ปุ่น ได้แก่ 2 ลำสำหรับภารกิจด้านความมั่นคง และอีก 1 ลำสำหรับการรายงานข่าว การสั่งซื้อ H160 เพิ่มในครั้งนี้จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้งานในสมรรถนะและความอเนกประสงค์ของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้

EU คว่ำบาตร!! โรงกลั่นน้ำมัน Vadinar ใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย ‘อินเดีย’ โต้กลับ!! จะซื้อพลังงาน ตามผลประโยชน์ของประเทศ

(19 ก.ค. 68) การเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อสหภาพยุโรปประกาศมาตรการคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมัน Vadinar ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับสองของอินเดีย และเป็นครั้งแรกที่สถานประกอบการในเอเชียใต้แห่งนี้ถูกขึ้นบัญชีเป้าหมายโดยกลุ่มประเทศยุโรป โรงกลั่น Vadinar ตั้งอยู่ที่รัฐคุชราต มีศักยภาพการกลั่นมากถึง 20 ล้านตันต่อปี ดำเนินการโดย Nayara Energy บริษัทร่วมทุนอินเดีย-รัสเซียที่ Rosneft บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียถือหุ้นอยู่ 49% ทั้งนี้ EU ถือเป็นหนึ่งในผู้บริโภคน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ที่ผ่านการกลั่นที่ Vadinar

มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดที่ 18 ของ EU ที่นำมาใช้เพื่อตอบโต้รัสเซียกรณีความขัดแย้งในยูเครน นอกจากนั้นยังมุ่งเป้าไปที่ธนาคารจีนซึ่งถูกกล่าวหาว่าเอื้อให้รัสเซียหลีกเลี่ยงข้อจำกัด Kaja Kallas ผู้แทนด้านนโยบายต่างประเทศของ EU ประกาศบน X ว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่เรากำหนดเป้าหมายไปยัง flag registry และโรงกลั่น Rosneft ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย" คาดว่ามาตรการนี้จะปิดช่องทางสำคัญในการขนส่งและระดมทุนของรัสเซีย รายละเอียดมาตรการครอบคลุมการคว่ำบาตรทะเบียนธงเรืออินเดีย หมายถึงหากเรือใดบินธงอินเดียแล้วขนส่งน้ำมันรัสเซีย อาจถูกลงโทษได้ ชุดคว่ำบาตรนี้ยังรวมไปถึงเรือกลุ่ม shadow fleet กว่า 105 ลำ พร้อมแหล่งสนับสนุน และจำกัดการเข้าถึงเงินทุนของธนาคารรัสเซีย

อินเดียออกแถลงการณ์ชัดเจนผ่านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แรนดีร์ ไจสวาล ว่า การดูแลความมั่นคงและราคาพลังงานสำหรับประชาชนเป็นวาระสูงสุด และท่าทีในการซื้อน้ำมันจะขึ้นกับโอกาสในตลาดโลกและสถานการณ์ร่วมสมัย อินเดียยืนยันว่าพร้อมจะซื้อพลังงานตามผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ว่าตะวันตกจะกดดันเพียงใด ตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนปี 2022 รัสเซียกลายเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อัตราการนำเข้าน้ำมันรัสเซียของอินเดียแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ EU จะยืนยันว่าไม่เคยห้ามประเทศอื่นซื้อน้ำมันรัสเซียอย่างเป็นทางการ แต่มาตรการลงโทษล่าสุดถูกมองว่ามีเป้าหมายปิดช่องทางทางการเงินของรัสเซียและกีดกันตลาดน้ำมันโลกในวงกว้างมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันต่อประเทศพันธมิตรในเอเชียที่มีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงรายได้ของมอสโก 

นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น สร้างความหวังใหม่ ให้วงการแพทย์ หลังตัด!! โครโมโซมต้นเหตุ ‘ดาวน์ซินโดรม’ ได้สำเร็จ

(19 ก.ค. 68) นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นสร้างความหวังใหม่ให้วงการแพทย์และครอบครัวผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมทั่วโลก หลังประสบความสำเร็จในการกำจัดโครโมโซมคู่ที่ 21 ชุดที่สามซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวะดาวน์ซินโดรมในระดับเซลล์ ด้วยเทคโนโลยีการตัดแต่งยีน CRISPR ที่ล้ำสมัย นำโดย ดร.เรียวทาโร ฮาชิซูเมะ จากมหาวิทยาลัยมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของโรคดาวน์ซินโดรมในระดับโครโมโซมโดยตรง โดยทีมวิจัยใช้เทคนิคเฉพาะที่เรียกว่า allele-specific editing ซึ่งออกแบบให้ CRISPR-Cas9 จดจำและตัดเฉพาะโครโมโซมคู่ที่ 21 ส่วนเกินออกอย่างแม่นยำ จากนั้นเมื่อเซลล์แบ่งตัว โครโมโซมที่ไม่เสถียรจะถูกกำจัดออกไปโดยธรรมชาติ ส่งผลให้ในเซลล์เหลือโครโมโซมคู่ที่ 21 เพียงสองชุดซึ่งเป็นจำนวนปกติ

ภาวะดาวน์ซินโดรมเกิดจากการมีโครโมโซมหมายเลข 21 เกินมา 1 แท่ง ส่งผลให้ร่างกายและสมองพัฒนาช้ากว่าปกติ มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน เช่น โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกันต่ำ และภาวะสมองเสื่อมในวัยผู้ใหญ่

ดาวน์ซินโดรมถือเป็นหนึ่งในความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมีอุบัติการณ์ราว 1 ใน 700 คนทั่วโลก ความผิดปกติของโครโมโซมที่เกินมาในเซลล์นี้นำไปสู่พัฒนาการล่าช้า ความบกพร่องทางสติปัญญา ลักษณะทางกายภาพที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรคหัวใจและโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น

งานวิจัยดังกล่าวได้รับการทดลองทั้งใน เซลล์ต้นกำเนิดจากผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม และ เซลล์ผิวหนังโตเต็มวัย ที่นำมาจากผู้ป่วยจริง โดยประสบความสำเร็จในการกำจัดโครโมโซมส่วนเกินได้ถึงร้อยละ 30.6 ของเซลล์ที่ผ่านกระบวนการตัดแต่งยีน และเซลล์ที่ได้รับการแก้ไขเหล่านี้ยังมีการแสดงออกของยีน การสร้างโปรตีน และอัตราการรอดชีวิตเทียบเท่ากับเซลล์ปกติ

ดร.ฮาชิซูเมะ กล่าวว่า “เราหวังว่างานวิจัยนี้จะเป็นก้าวแรกในการพัฒนาแนวทางบำบัดดาวน์ซินโดรมที่ไม่ต้องแก้ไขยีนโดยตรง แต่ใช้กลไกควบคุมการทำงานของยีนแทน”

แม้ว่าการนำไปใช้จริงในทางคลินิกยังคงต้องใช้เวลาวิจัยและทดลองเพิ่มเติมอีกหลายปีเพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพในร่างกายมนุษย์จริง แต่งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของการรักษาดาวน์ซินโดรมจากการรักษาอาการไปสู่การแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง

งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS Nexus เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2025 และได้รับความสนใจจากวงการแพทย์และพันธุศาสตร์ทั่วโลก

‘ลีเซียนลุง’ รมต.สิงคโปร์ ชี้!! เศรษฐกิจที่ดีที่สุด ในโลกยุคปัจจุบัน ลบ!! สหรัฐฯ ออกไป แล้วสร้างมิตรภาพ ความร่วมมือ ในภูมิภาค

(19 ก.ค. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ลีเซียนลุง รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์ เปิดเผยว่ากรอบการทำงานที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันคือ ‘โลกที่ลบหนึ่งชั่วคราว’ ซึ่งตัวเลขที่ลบออกไปหนึ่งนั้นหมายความถึง ‘สหรัฐฯ’

ลีกล่าวระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปี ครั้งที่ 69 ของสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งสิงคโปร์เมื่อไม่นานนี้ว่า อเมริกาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะมองการค้าระหว่างประเทศในมุมที่แคบลง โดยเน้นการเจรจาแบบทวิภาคีและเน้นผลประโยชน์เป็นรายกรณี ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงยึดถือกรอบขององค์การการค้าโลก (WTO)

ลีระบุว่ากรอบการทำงานส่วนใหญ่ยังคงอยู่ ทว่าสหรัฐฯ หวังว่ากฎระเบียบจะแตกต่างออกไปและกำลังพยายามเปลี่ยนแปลง สหรัฐฯ ยังคงต้องการมีส่วนร่วมในการค้าโลก แต่ลีมองว่าสหรัฐฯ อาจกลับเข้าสู่ระบบพหุภาคีหรือไม่ก็ได้

กลุ่มประเทศอื่นๆ สามารถสร้างมิตรภาพกับหุ้นส่วนที่มีแนวคิดเดียวกันได้ภายในภูมิภาค เช่น อาเซียน และภายในขอบเขตที่กว้างขึ้น เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกที่ครอบคลุมและก้าวหน้า (CPTPP)

ลีทิ้งท้ายว่าเมื่อประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใช้แนวทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และแสดงความไม่เห็นด้วยกับระบบองค์การการค้าโลก สิ่งนี้จะส่งผลกระทบตามมาและเราต้องรอดูว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไรในท้ายที่สุด

China Southern Airlines นำร่องบริการใหม่ในจีน ไม่ปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน ยืดหยุ่นได้ 15 นาทีก่อนประตูเครื่องปิด

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.68) ผ่านมา สายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส (China Southern Airlines) ได้สร้างความฮือฮาในวงการการบินด้วยการเปิดตัวบริการใหม่สุดล้ำบนเส้นทางไป-กลับระหว่าง กว่างโจวและปักกิ่ง (สนามบินต้าซิง) โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะ ไม่มีการปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน และสามารถไปถึงประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) ได้ ไม่เกิน 15 นาทีก่อนประตูจะปิด นับเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางทางอากาศให้มีความยืดหยุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

บริการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศจีน ที่เดิมผู้โดยสารต้องเช็กอินก่อนเวลาบินอย่างน้อย 30-40 นาที ซึ่งบ่อยครั้งสร้างความกดดันและไม่ยืดหยุ่น China Southern Airlines ได้นำ เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบที่ยืดหยุ่น มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีแผนการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ผู้ที่เดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการบินในเที่ยวบินเช้าตรู่หรือช่วงดึก ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเร่งรีบ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารที่มีสัมภาระโหลดใต้เครื่อง (checked baggage) ยังคงต้องดำเนินการเช็กอินสัมภาระ ก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที หากพลาดกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้โดยสารมีทางเลือกในการรับสัมภาระจากเที่ยวบินถัดไป หรือใช้บริการ 'ส่งกระเป๋าถึงบ้าน' โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นอกเหนือจากบริการที่กล่าวมา China Southern Airlines ยังคงให้ความสำคัญกับผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กที่เดินทางคนเดียว หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ใช้รถเข็น โดยจัดบริการเฉพาะเพื่อลดเวลารอและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารกลุ่มนี้โดยเฉพาะ บริการใหม่ทั้งหมดนี้เป็นส่วนขยายจากบริการ 'South China Fast Line' ที่มุ่งเน้นความรวดเร็วตั้งแต่เช็กอินจนถึงการขึ้นเครื่อง และทางสายการบินยังมีแผนที่จะขยายบริการลักษณะนี้ไปยังเส้นทางบินอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

รัสเซียเร่งส่งออกก๊าซ LPG ไปจีน 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 67 ส่งกว่า 450,000 ตัน โตราว 66%

(18 ก.ค. 68) รัสเซียเพิ่มการส่งออก 'ก๊าซปิโตรเลียมเหลว' หรือ LPG ไปยังจีนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะส่งได้ถึง 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ส่งไป 450,000 ตัน คิดเป็นการเติบโตราว 66% โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี รัสเซียส่งออกไปทางรถไฟแล้ว 230,000 ตัน และน่าจะเพิ่มเป็น 550,000-600,000 ตันภายในสิ้นปี ส่วนที่เหลือจะส่งทางรถบรรทุก

แม้จีนจะผลิตก๊าซเองได้ถึง 50 ล้านตัน และนำเข้าอีก 35 ล้านตัน แต่ยังต้องการกระจายความเสี่ยงจากปัญหาสงครามภาษี จึงเปิดรับก๊าซจากรัสเซียมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่มีท่าเรือในภาคตะวันออกไกลสำหรับเรือบรรทุกก๊าซ จึงต้องใช้เส้นทางรถไฟและถนนเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยส่งก๊าซแอลพีจีไปยุโรปถึง 4 ล้านตันต่อปี แต่หลังถูกคว่ำบาตรในปี 2023 ก็เหลือไม่ถึง 3 ล้านตัน ทำให้ต้องหาตลาดใหม่ เช่น จีน คาซัคสถาน อัฟกานิสถาน และประเทศในเอเชียกลาง

ทามารา ซาโฟโนวา (Tamara Safonova) ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและก๊าซของรัสเซียชี้ว่า จีนเป็นตลาดสำคัญที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตร แต่รัสเซียยังเจออุปสรรคจากการขาดรถขนส่ง และความล่าช้าที่ด่านชายแดน แต่ความร่วมมือของทั้งสองประเทศยังคงแน่นแฟ้น โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ผู้นำบราซิลเดือด!! ฉะทรัมป์ “ไม่ใช่จักรพรรดิของโลก” หลังขู่เก็บภาษีสินค้า 50% จุ้นคดี อดีต ปธน.ฝ่ายขวา ล้มผลเลือกตั้ง

(18 ก.ค. 68) ลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inacio Lula da Silva) ประธานาธิบดีบราซิล ตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะเก็บภาษีสินค้าจากบราซิล 50% โดยบอกว่าทรัมป์มีหน้าที่ดูแลอเมริกา ไม่ใช่มาสั่งประเทศอื่น พร้อมย้ำว่า “ทรัมป์ไม่ใช่เป็นจักรพรรดิของโลก”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้บราซิลหยุดดำเนินคดีกับอดีตผู้นำฝ่ายขวา ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ที่ถูกฟ้องข้อหาพยายามล้มผลเลือกตั้งปี 2022 โดย ‘ลูลา’ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันออกโรงปกป้องกระบวนการยุติธรรมในประเทศ บอกว่าศาลบราซิลเป็นอิสระ โบลโซนาโรถูกตัดสินจากการกระทำ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขู่เพิ่มมาตรการลงโทษ หากบราซิลยังคงมีบทบาทนำในกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพัฒนาแนวทางเศรษฐกิจทางเลือกนอกเหนือจากระบบที่สหรัฐฯ สนับสนุน โดยทรัมป์กล่าวหากลุ่ม BRICS ว่ามีแนวคิด “ต่อต้านตะวันตก” และไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า

ทั้งนี้ ลูลายืนยัน บราซิลจะไม่ยอมให้ใครมาออกสั่ง แต่พร้อมเจรจา “บราซิลต้องดูแลคนบราซิล ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนอื่น” เขากล่าว พร้อมบอกว่า “ยังหวังจะพูดคุยกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top