Saturday, 4 July 2026
WORLD

สหรัฐฯ ใช้ช่องทาง ‘ไทย-เม็กซิโก’ นำเข้าแร่หายาก หลังจีนสั่งแบนส่งแร่ให้สหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2567

จีนแบนแร่หายากไม่ให้ส่งเข้าสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ กลับหาช่องทางนำเข้าได้ โดยผ่านประเทศที่ 3 อย่างไทย และเม็กซิโก 

(10 ก.ค.68) สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่ามีแร่แอนติโมนี หรือพลวง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ และรถยนต์ นำเข้าสู่สหรัฐฯ มากเป็นผิดปกติ ผ่านประเทศที่ 3 อย่างไทย และเม็กซิโก ตั้งแต่จีนประกาศแบนการส่งชิปให้สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2024

จีนประกาศแบนการส่งแร่เหล่านี้ให้สหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ไปให้จีนแต่บันทึกของศุลกากรสหรัฐฯ และการจัดส่งแสดงข้อมูลว่า มีบริษัทที่จีนเป็นเจ้าอย่างน้อยหนึ่งแห่งที่มีส่วนในการค้ากับสหรัฐฯ 

โดยข้อมูลการค้าแสดงให้เห็นเส้นทางใหม่ในการจัดส่งแร่ไปยังสหรัฐฯ ผ่านประเทศที่ 3 ตั้งแต่จีนแบนการส่งแร่ ทั้งสหรัฐฯ ยังนําเข้าพลวงออกไซด์ 3,834 เมตริกตันจากไทยและเม็กซิโก ในเดือนธันวาคม-เมษายน ซึ่งจำนวนนี้ ถือว่า เกือบมากกว่าการนำเข้าของ 3 ปีรวมกัน ทั้งไทยและเม็กซิโก ยังพุ่งเข้าสู่ 3 อันดับแรก ที่จีนส่งออกแร่พลวง ทั้งที่ในปี 2023 ก่อนการจำกัดการส่งออกนั้น ทั้งสองประเทศไม่ได้อยู่ในลิสต์ท็อป 10 

รอยเตอร์ได้เปิดเผยบริษัทในไทย ที่ชื่อว่าบริษัท Thai Unipet Industries ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Youngsun Chemicals ผู้ผลิตแอนติโมนีของจีนที่ตั้งอยู่ในไทย และเป็นบริษัทที่มียอดการค้าขายกับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลพบว่า Thai Unipet จัดส่งแร่พลวงอย่างน้อย 3,366 ตันจากไทยไปยังสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม - พฤษภาคม ซึ่งเพิ่มถึงกว่า 27 เท่าของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อรอยเตอร์พยายามติดต่อไปยังบริษัทนี้เพื่อสอบถาม ก็ไม่ได้รับการตอบกลับทั้งยังได้รับแจ้งว่าเบอร์โทรนั้นไม่ถูกต้องด้วย 

รายงานของ RFC Ambrian ยังพบว่าประเทศไทยและเม็กซิโกต่างมีโรงหลอมพลวงเพียงแห่งเดียว และโรงงานนั้นได้เปิดตัวอีกครั้งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งยังไม่มีข้อมูลว่า มีประเทศใดขุดโลหะในปริมาณที่มากด้วย 

ทั้งจากสถิติยังพบว่า แม้จะถูกแบนจากจีน แต่การนำเข้าพลวง แกลเลียม และเจอร์เมเนียมของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมานั้นเทียบเท่า หรือมากกว่าก่อนจีนจะแบน แม้ว่าจะซื้อในราคาที่สูงกว่า ซึ่งมีการมองว่า การส่งแร่จากจีน ด้วยการผ่านประเทศที่ 3 นั้น เป็นวิธีหลีกเลี่ยงกฎระเบียบ 

แม้จีนจะแบนการส่งออกแร่หายากอย่าง 'พลวง' ให้สหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายปี 2024 แต่สหรัฐฯ ยังนำเข้าแร่ผ่านประเทศที่ 3 อย่างไทยและเม็กซิโกได้ต่อเนื่อง ข้อมูลชี้ว่าบริษัทลูกของจีนในไทยมีบทบาทสำคัญในการส่งแร่ไปสหรัฐฯ มากขึ้นกว่าปีที่แล้วกว่า 27 เท่า

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนเอง ก็ได้กล่าวในเดือนพฤษภาคมว่ามีการดำเนินการในต่างประเทศที่ "สมรู้ร่วมคิดกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายในประเทศ" เพื่อหลบเลี่ยงข้อจํากัดการส่งออก ทั้งยังเริ่มเรียกร้องให้ต่อต้านการขนส่งและลักลอบขนย้ายแร่ธาตุ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจถูกโทษจำคุก โดยกฎหมายนี้บังคับใช้กับบริษัทจีนที่แม้ทำธุรกรรมในต่างประเทศก็ตาม 

จีน เป็นประเทศที่ครองอุปทานแร่อย่าง พลวง แกลเลียม และเจอร์เมเนียม ที่ใช้ในการผลิตชิป, สื่อสารโทรคมนาคมเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีทางทหาร ซึ่งตั้งแต่กลางปี 2024 จีนเริ่มจำกัดการส่งแร่เหล่านี้ โดยกำหนดให้บริษัทที่ส่งแร่ไปสหรัฐฯ ต้องขอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ก่อนจะห้ามส่งออกอย่างจริงจังในเดือนธันวาคม 

นอกจากการนำเข้าแล้ว ในเดือนเมษายนเอง โดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศอนุมัติโครงการเหมืองแร่ 10 แห่งทั่วสหรัฐฯ หวังเพิ่มการผลิตแร่สำคัญอย่างทองแดง พลวง และแร่อื่น ๆ เพื่อหวังลดการพึ่งพาแร่จากจีนด้วย 

ทรัมป์ลั่น ‘ดอลลาร์คือราชา’ ขู่กลุ่ม BRICS ท้าทายเงินดอลล์!! เตรียมขึ้นภาษีอีก 10%

(9 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร ยืนยันว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องคงสถานะสกุลเงินหลักของโลก พร้อมขู่ว่าหากประเทศใดพยายามลดบทบาทของดอลลาร์ จะถือเป็นภัยร้ายแรงระดับ "สงครามโลก" และสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น

ทรัมป์ระบุชัดว่า หากประเทศใดพยายามหาทางเลี่ยงการใช้ดอลลาร์ในระบบการค้าโลก เช่นกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ที่เคยพูดถึงการสร้างระบบเงินใหม่ เขาพร้อมจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% กับประเทศเหล่านั้น

“ถ้าใครอยากท้าทายดอลลาร์ก็ลองดู แต่ต้องจ่ายราคาแพง และผมไม่คิดว่าจะมีใครกล้าจ่าย” ทรัมป์กล่าว พร้อมเหน็บอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผ่านมาว่า “ถ้าอเมริกามีผู้นำโง่ ๆ เหมือนที่ผ่านมา เราก็คงเสียสถานะดอลลาร์ไปแล้ว เหมือนแพ้สงคราม”

ทรัมป์ยืนยันแนวทางเศรษฐกิจว่า “ดอลลาร์คือราชา และเราจะทำให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป” พร้อมพูดถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ที่จะเริ่มบังคับใช้ภาษีนำเข้าชุดใหม่กับหลายประเทศ โดยบอกว่าหลายชาติต่างยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ หลังจากถูกกดดันหนัก

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ 25% และเตรียมเก็บภาษีใหม่กับอีกกว่า 10 ประเทศภายในต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในมาตรการกดดันการค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของสหรัฐฯ

จีนทุบสถิติมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลปี 2024 ทะลุ 45 ล้านล้าน!! ขนส่ง-ต่อเรือ-ประมง เกินเป้าทุกด้าน

(9 ก.ค. 68) จีนประกาศมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลในปี 2024 สูงเกิน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 45.5 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

เจิ้งซานเจี๋ย (Zheng Shanjie) หัวหน้าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ เผยตัวเลขนี้ระหว่างแถลงความคืบหน้าของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2021 และจะสิ้นสุดในปี 2025

จีนยังคงเป็นผู้นำโลกด้านการขนส่งทางเรือ โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของทั่วโลก รวมถึงครองส่วนแบ่งตลาดเรือและอุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเลมากกว่าร้อยละ 50

นอกจากนี้ จีนยังรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล ด้วยปริมาณผลผลิตที่สูงสุดในโลกติดต่อกันหลายปี สะท้อนบทบาทสำคัญของเศรษฐกิจทางทะเลในการขับเคลื่อนประเทศ

สหรัฐฯ ยืมชื่อยูเครนเสริมแกร่งโรงงานอาวุธในประเทศ ใช้งบ 1.6 พันล้าน!! ปลุกอุตสาหกรรมอาวุธอเมริกัน

(9 ก.ค. 68) เอกสารงบประมาณล่าสุดของกองทัพบกสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลได้ใช้งบช่วยเหลือยูเครนกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 58,400 ล้านบาท) เพื่อขยายฐานการผลิตกระสุนในประเทศ โดยเน้นการผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ซึ่งยูเครนใช้เป็นหลักในแนวรบ แต่กลับประสบภาวะขาดแคลนอย่างหนัก

ในจำนวนนี้กว่า 623 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปสร้างโรงงานผลิตวัตถุระเบิด TNT แห่งใหม่ เพื่อผลิตปีละ 5 ล้านปอนด์ ลดการพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติที่มีความเสี่ยง ขณะที่อีก 600 ล้านดอลลาร์ใช้ขยายการผลิตวัตถุระเบิด IMX 104 ซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่า และเป็นส่วนประกอบหลักของกระสุนรุ่นใหม่

มีการเปิดเผยว่าโรงงานในสหรัฐอเมริกา นำโดย Scranton Army Ammunition ได้รับงบอีก 80 ล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วนโลหะของกระสุนปืนใหญ่ รวมถึง 21 ล้านดอลลาร์ที่มอบให้บริษัท General Dynamics สำหรับติดตั้งเครื่องกดโลหะ เพื่อเร่งการผลิตกระสุนให้ทันกับความต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีงบกว่า 90 ล้านดอลลาร์มอบให้โรงงาน Radford Army Ammunition เพื่อปรับปรุงโรงงานผลิตดินระเบิด และอีก 100 ล้านดอลลาร์ให้โรงงาน Lake City เพื่อผลิตกระสุนขนาดเล็ก 6.8 มม. รุ่นใหม่สำหรับกองทัพ รวมถึงงบเพิ่มเติมสำหรับระบบจัดการขยะอันตรายและผงดินดำ

แม้งบนี้จะระบุว่าเป็น “เงินช่วยเหลือยูเครน” แต่ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างโรงงานและเพิ่มกำลังผลิตอาวุธในสหรัฐฯ ทำให้ผลประโยชน์หลักตกอยู่กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ มากกว่าการช่วยยูเครนโดยตรง

‘ยูเครน’ คว่ำบาตรบริษัทจีน 5 แห่ง กล่าวหาส่งชิ้นส่วนโดรนให้ ‘รัสเซีย’ มาถล่ม

(9 ก.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ลงนามในคำสั่งคว่ำบาตร 5 บริษัทจากจีน หลังพบว่าบริษัทเหล่านี้ส่งชิ้นส่วนที่ใช้ในโดรนรุ่น Shahed ซึ่งรัสเซียใช้โจมตียูเครน โดยคำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากหน่วยความมั่นคงยูเครนตรวจพบชิ้นส่วนจากจีนในซากโดรนที่ถูกยิงตกในกรุงเคียฟเมื่อ 4 กรกฎาคม

บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร ได้แก่ Central Asia Silk Road International Trade, Suzhou Ecod Precision Manufacturing, Shenzhen Royo Technology, Shenzhen Jinduobang Technology และ Ningbo BLIN Machinery โดยรายชื่อทั้งหมดถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของประธานาธิบดี

โดรนรุ่นชาเฮด (Shahed) เป็นอาวุธที่รัสเซียใช้โจมตียูเครน โดยสร้างขึ้นจากแบบของอิหร่าน และประกอบด้วยชิ้นส่วนจากหลายประเทศ ซึ่งยูเครนเตือนว่า ยังมีบางประเทศที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย และปล่อยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ส่งไปถึงรัสเซีย

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า รัสเซียยังผลิตอาวุธต่อไปได้ เพราะได้รับชิ้นส่วนและวัสดุจากจีน ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญของรัสเซียในช่วงสงคราม โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีเคยกล่าวหาว่า “จีนไม่ยอมขายโดรนให้ยูเครน แต่กลับส่งให้รัสเซียแทน”

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีนยังคงแน่นแฟ้น ล่าสุดมีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เตรียมเดินทางเยือนจีนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ทรัมป์ย้ำเส้นตาย!! ขึ้นภาษีนำเข้า 1 ส.ค. ส่งผลกระทบไทย โดนภาษีสหรัฐฯ 36%

(9 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จะไม่มีการขยายเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ สำหรับการบังคับใช้ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นกับหลายประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงท่าทีว่าจะมีความยืดหยุ่นในกำหนดการดังกล่าว

ตั้งแต่เดือนเมษายน สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 10% กับหลายประเทศ แต่มีบางประเทศที่ถูกกำหนดให้เสียภาษีเพิ่มเป็นพิเศษ ซึ่งถูกเลื่อนมาแล้วหลายรอบ แต่ล่าสุดทรัมป์ยืนยันว่าจะเริ่มเก็บจริงวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และจะไม่เลื่อนอีกแล้ว

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “จะไม่มีการต่อเวลาอีก” และระบุว่าประเทศต่าง ๆ จะเริ่มจ่ายภาษีตามหนังสือแจ้งเตือนที่รัฐบาลส่งออกไป โดยบางประเทศจะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ไทย และมาเลเซีย ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะถูกเก็บในอัตรา 25%

ในจดหมายถึงผู้นำประเทศต่าง ๆ ทรัมป์เตือนว่า หากมีการตอบโต้ สหรัฐฯ อาจตอบกลับด้วยมาตรการภาษีที่รุนแรงขึ้น แต่ก็เปิดช่องให้ต่อรอง โดยระบุว่า หากประเทศใดพร้อมปรับนโยบายการค้า สหรัฐฯ “อาจพิจารณาปรับแก้จดหมายนี้”

จนถึงตอนนี้ สหรัฐฯ มีข้อตกลงเกิดขึ้นเพียงกับไม่กี่ประเทศ เช่น อังกฤษ เวียดนาม และการลดภาษีตอบโต้กับจีน โดยทรัมป์ย้ำว่า มาตรการขึ้นภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การค้าระหว่างประเทศเป็นธรรมกับสหรัฐฯ มากขึ้น

เยอรมนีโวยจีนเล็งเลเซอร์ใส่เครื่องบิน ระหว่างภารกิจลาดตระเวนในทะเลแดง

(9 ก.ค. 68) รัฐบาลเยอรมนีเรียกตัวเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบ หลังกล่าวหากองทัพเรือจีนใช้เลเซอร์เล็งเป้าไปยังเครื่องบินเยอรมนี ที่ร่วมภารกิจของสหภาพยุโรป (EU) ในทะเลแดง โดยกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าการกระทำดังกล่าว “ไม่อาจยอมรับได้” เพราะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่และขัดขวางภารกิจ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ขณะเครื่องบินของเยอรมนีกำลังบินลาดตระเวนตามภารกิจปกติในทะเลแดง โดยภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ASPIDES ของสหภาพยุโรป ที่มีหน้าที่คุ้มกันเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องบินที่ถูกรบกวนเป็นเครื่องบินสำรวจแบบพิเศษ เรียกว่า MSP ให้บริการโดยบริษัทเอกชน แต่มีทหารเยอรมันร่วมปฏิบัติการอยู่บนเครื่องด้วย

โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมนีเผยว่า เรือรบจีนที่พบในพื้นที่หลายครั้งก่อนหน้านี้ได้ยิงเลเซอร์ใส่เครื่องบินดังกล่าวโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ต้องยุติภารกิจกลางทางและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ฐานในจิบูตี แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตราย

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้านเยอรมนีได้กลับมาใช้เครื่องบินสำรวจ MSP ปฏิบัติภารกิจตามปกติอีกครั้ง และย้ำว่าข้อมูลที่ได้จากระบบนี้มีความสำคัญต่อการช่วยเหลือพันธมิตรในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นระหว่างประเทศในยุโรปกับจีน

ยูเครนขยายเพดานรับสมัครทหาร ชาย 60 ปีขึ้นไป เข้าเกณฑ์สมัครได้

(9 ก.ค. 68) รัฐสภายูเครนผ่านร่างกฎหมายในวาระแรกเมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา อนุญาตให้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไปสมัครเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ ภายใต้สัญญาระยะเวลา 1 ปี โดยต้องผ่านการตรวจร่างกายและรับรองความเหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับการเสนอโดยนายโรมัน คอสเตงโก้ (Roman Kostenkо) เลขาธิการคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ และข่าวกรองของรัฐสภา ซึ่งระบุว่าผู้ที่เคยปลดประจำการตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป มีสิทธิเข้ารับตำแหน่งในระดับพลทหาร จ่าหรือแม้แต่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้สมัครจะต้องเข้าสู่ช่วงทดลองงานเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งในบทบาทที่ไม่เกี่ยวข้องกับแนวหน้า เช่น พนักงานขับรถ หรือเจ้าหน้าที่รักษาความสงบภายในหน่วย โดยเน้นว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความพร้อมร่วมรับใช้ชาติอย่างสมัครใจ

ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาวาระที่สอง โดยรัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเสริมกำลังพลในตำแหน่งสนับสนุนที่จำเป็น ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อกับรัสเซีย

ทรัมป์เผย!! พร้อมกลับมาส่งอาวุธช่วยยูเครนรบรัสเซีย ชี้เคียฟถูกโจมตีหนัก จำเป็นต้องป้องกันตัวเอง

(8 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า จะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมให้ยูเครน แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลของเขาเพิ่งสั่งระงับการจัดส่งอาวุธบางส่วน โดยเฉพาะระบบป้องกันทางอากาศ เพื่อทบทวนการใช้งบประมาณและนโยบายความมั่นคง

“พวกเขากำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เราจำเป็นต้องส่งอาวุธเพิ่ม เพื่อให้ยูเครนสามารถป้องกันตัวเองได้” ทรัมป์กล่าวก่อนเข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู

การหยุดส่งอาวุธชั่วคราวครั้งนี้ ได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย 'อเมริกาต้องมาก่อน' และเพื่อให้สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในภูมิภาคแปซิฟิก โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเพนตากอนกำลังจับตามองเป็นพิเศษ

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า แม้จะมีการทบทวนยุทธศาสตร์ แต่ยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การส่งอาวุธรอบใหม่จะเป็นอาวุธป้องกัน และอยู่ในกรอบเป้าหมายหลักคือยุติสงครามอย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยสั่งระงับการช่วยเหลือทางทหารทั้งหมดเมื่อเดือนมีนาคม หลังการถกเถียงกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แต่ได้กลับมาสนับสนุนอีกครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยล่าสุด ทรัมป์ยังระบุว่าไม่พอใจปูตินที่ยังไม่แสดงท่าทีหยุดยิง พร้อมเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับผู้นำรัสเซียและยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการเจรจากับเซเลนสกีถือว่า 'ดีที่สุด' เท่าที่เคยมีมา

จีนจำกัดการส่งออกแร่หายาก พร้อมขึ้นบัญชีดำ 20 บริษัทอินเดีย แอบส่งต่อให้สหรัฐฯ

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็ก ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มาตรการนี้ส่งผลให้ยอดส่งออกแม่เหล็กลดลงถึง 75% ภายใน 2 เดือน และทำให้บริษัทรถยนต์หลายแห่งต้องหยุดสายการผลิตบางส่วนชั่วคราว

แม้สหรัฐฯ จะประกาศบรรลุข้อตกลงกับจีนเมื่อปลายเดือนมิถุนายนเพื่อให้แร่หายากกลับมาส่งออกได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ ขณะเดียวกัน โรงงานแม่เหล็กในจีนหลายแห่งเริ่มประสบปัญหาสินค้าล้นคลัง และยอดขายทั้งในและต่างประเทศตกต่ำ

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Jaroensook Limbanchongkit Pone รายงานว่า จีนได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทอินเดียกว่า 20 แห่ง หลังพบความพยายามลักลอบนำเข้าแร่หายากจากจีน เพื่อนำไปส่งออกต่อยังสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของมาตรการควบคุม

ทั้งนี้ ผู้ผลิตแม่เหล็กบางรายในจีนเปิดเผยว่า รายได้จะลดลงในปีนี้ โดยไม่สามารถระบุความเสียหายได้ชัดเจน เนื่องจากยังต้องรอขั้นตอนการขอใบอนุญาตส่งออก ซึ่งเพิ่มภาระด้านต้นทุนและเวลาให้กับอุตสาหกรรมอย่างมาก

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การควบคุมส่งออกอาจนำไปสู่การควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมแม่เหล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ และรัฐบาลจีนอาจไม่คัดค้าน เพราะจะช่วยให้สามารถควบคุมเส้นทางการส่งออกแร่หายากได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ฮูตีถล่มเรือ Magic Seas กลางทะเลแดง ตอบโต้เพราะละเมิดกฎแวะท่าเรืออิสราเอล

(8 ก.ค. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างว่าเป็นผู้โจมตีเรือสินค้า Magic Seas ของกรีซที่จดทะเบียนในไลบีเรีย กลางทะเลแดงเมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่าใช้เรือไร้คนขับ ขีปนาวุธ และโดรนรวม 10 ลูกในการโจมตี จนเรือได้รับความเสียหาย และจมลงในเวลาต่อมา

โฆษกทหารฮูตีเผยว่า เรือดังกล่าวฝ่าฝืนคำเตือนหลายครั้ง และละเมิดคำสั่งห้ามเข้าเทียบท่าเรือในอิสราเอลซึ่งกลุ่มเรียกว่า “ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง” อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทั้งหมด 22 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยโดยทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

ทางการยูเออีระบุว่า ได้ประสานกับองค์กรทางทะเลสากล เช่น UKMTO เพื่อช่วยเหลือลูกเรือภายใต้สถานการณ์ยากลำบาก ขณะเดียวกัน ฮูตียังเดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์ในภูมิภาค เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลกลับมาปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเมื่อเดือนมีนาคม โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 57,000 คน

ทั้งนี้ กลุ่มฮูตียังเดินหน้าปฏิบัติการในน่านน้ำทะเลแดง อ่าวเอเดน และทะเลอาหรับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 โดยมุ่งเป้าทั้งเรือสินค้าทั่วไปและเรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย

จีนใจป้ำขยายฟรีวีซ่า 74 ประเทศทั่วโลก ดันยอดจองโรงแรมพุ่ง นทท.ทะลัก ‘เซี่ยงไฮ้–ปักกิ่ง’

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศขยายสิทธิเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ให้กับพลเมืองจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ สามารถพำนักในจีนได้สูงสุด 30 วัน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีนเปิดเผยว่า ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2023

โดยประเทศที่ได้สิทธิเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าครอบคลุมเกือบทั้งยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี บราซิล และมาเลเซีย โดยล่าสุดจะมีการเพิ่มอาเซอร์ไบจานในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ขณะที่อีก 10 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และแคนาดา แม้ยังไม่มีสิทธิฟรีวีซ่า แต่สามารถเดินทางเข้าจีนได้สูงสุด 10 วัน หากอยู่ในระหว่างเดินทางต่อไปประเทศที่สาม (transit)

ส่วนชาวไทยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา จีนและไทยได้ตกลงยกเว้นวีซ่า ถ้าถือพาสปอร์ตไทยแบบธรรมดา สามารถอยู่จีน สูงสุด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในทุก 180 วัน

นโยบายนี้ส่งผลให้ยอดจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในจีนพุ่งขึ้นสองเท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดย 75% มาจากผู้เดินทางที่ไม่ต้องขอวีซ่า นอกจากนี้นครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศตั้งแต่ปลายปี 2023 โดยหวังฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวที่ซบเซาจากสถานการณ์โควิดนานเกือบสามปี และคาดว่าหากการดำเนินการเป็นไปตามแผน การท่องเที่ยวขาเข้าของจีนอาจขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

‘เนทันยาฮู’ ยันไม่ยอมรับฮามาสในกาซา ต้องกำจัดให้หมด ห้ามคุกคามอิสราเอลอีก

(8 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างพบปะที่ทำเนียบขาว โดยชื่นชมบทบาทของทรัมป์ในการผลักดันสันติภาพในตะวันออกกลาง แม้การพูดคุยครั้งนี้มีประเด็นหลักคือแรงกดดันจากสหรัฐให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิสราเอลและฮามาสเริ่มการเจรจาทางอ้อมอีกครั้งในกาตาร์ หลังหยุดชะงักไปร่วม 6 สัปดาห์ โดยยังติดเงื่อนไขหลักหลายประการ เช่น การรับประกันว่าอิสราเอลจะไม่กลับมาทำสงครามอีก และข้อเรียกร้องของเนทันยาฮูที่ต้องการขับไล่ฮามาสออกจากกาซาให้สิ้น

เนทันยาฮูถูกผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานที่ว่า อิสราเอลอาจมีแผนบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายการ “ล้างเผ่าพันธุ์” เขาตอบว่า ชาวปาเลสไตน์ควรมีสิทธิเลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป ไม่ใช่ถูกบังคับ และระบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาประเทศที่ยินดีรับผู้อพยพเหล่านี้ไปอยู่ต่ออย่างถาวร

ด้านทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่อยากให้สหรัฐต้องโจมตีอิหร่านอีก และเชื่อว่าอิหร่านมีท่าทีอ่อนลงเมื่อเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย พร้อมระบุว่า เขารู้สึกไม่พอใจประธานาธิบดีปูติน ที่ยังคงเดินหน้าทำสงครามในยูเครนต่อไป

เมื่อทรัมป์ถูกถามถึงแนวทางแบบสองรัฐ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เขาเลือกให้เนทันยาฮูเป็นผู้ตอบแทน ซึ่งเนทันยาฮูระบุว่า ปาเลสไตน์ควรมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะคุกคามความมั่นคงของอิสราเอล โดยอิสราเอลจะยังคงดูแลด้านความมั่นคงในกาซาต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่า หากมีทรัมป์เป็นผู้นำ ความสงบในตะวันออกกลางสามารถเกิดขึ้นได้

เลขาฯ NATO เตือนสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มจากจีน-รัสเซีย อดีตปธน.รัสเซีย สวนกลับ!! ‘รุตเต้’ เพ้อเพราะกินเห็ดเมามาก

(8 ก.ค. 68) มาร์ค รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ออกมาเตือนว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจปะทุขึ้น หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเปิดฉากรุกรานพร้อมกัน โดยจีนอาจเริ่มจากการบุกไต้หวัน ส่วนรัสเซียจะใช้โอกาสนี้โจมตีประเทศในกลุ่ม NATO โดยเฉพาะเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

เลขาธิการ NATO ระบุว่า แผนการนี้มีแนวโน้มสูง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น NATO ต้องเร่งเสริมกำลังทหารให้แข็งแกร่ง และสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างสองภูมิภาค

มาร์ค รุตเต้ ยังเผยว่า รัสเซียกำลังผลิตกระสุนปืนได้มากกว่า NATO ถึงสามเท่าในช่วงเวลาเพียงสามเดือน โดยอาศัยการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน 

ด้านรัสเซียตอบโต้คำเตือนของรุตเต้อย่างรุนแรง โดยดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) อดีตประธานาธิบดีรัสเซียและหนึ่งในคนใกล้ชิดของวลาดิเมียร์ ปูติน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) ตำหนิรุตเต้ด้วยถ้อยคำประชดประชันและเสียดสีอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า 

“รุตเตอคงกินเห็ดเมาแบบดัตช์เข้าไปมากเกินไป” พร้อมเหน็บแนมว่าความคิดเรื่องการร่วมมือกันระหว่างจีนและรัสเซียในการบุกไต้หวันและยุโรปเป็นเรื่องเพ้อฝัน

เมดเวเดฟยังต่อว่ารุตเต้ ควรเริ่มเรียนภาษารัสเซียไว้ เพราะอาจได้ใช้หากต้องไปใช้ชีวิตในค่ายแรงงานไซบีเรียในอนาคต เป็นการสื่อถึงความไม่พอใจของเครมลินต่อท่าทีแข็งกร้าวของ NATO และรุตเต้ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ

ทั้งนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรน ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บหลายรายในเคียฟและคาร์คิฟ โดยทาง NATO ยืนยันว่าจะยังสนับสนุนยูเครนต่อไป พร้อมเตือนว่าแม้มีการเจรจากับปูตินแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน

เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ ‘เท็กซัส’ คร่าชีวิตแล้ว 81 ราย แคมป์เยาวชนหญิงถูกซัดพังยับ-สูญหายหลายคน

(7 ก.ค. 68) เกิดน้ำท่วมฉับพลันในรัฐเท็กซัสตอนกลางของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 81 ราย และสูญหายอีก 41 คน โดยจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือค่ายพักแรมเยาวชนหญิง Camp Mystic ริมแม่น้ำกัวดาลูป (Guadalupe River) ในเคอร์เคาน์ตี้ เด็กหลายคนเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า แม่น้ำกัวดาลูปเพิ่มระดับขึ้นถึง 8 เมตรภายในเวลาเพียง 45 นาที ขณะเด็กๆ กำลังหลับ ทำให้บ้านเรือน พื้นที่ตั้งแคมป์ และถนนโดยรอบเสียหายหนัก โดยมีการพบร่างผู้เสียชีวิตลอยไปไกลถึง 8 ไมล์จากจุดตั้งแคมป์ ขณะที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครยังคงค้นหาผู้สูญหายท่ามกลางฝนที่ตกหนัก พบงูมีพิษจำนวนมาก อัลลิเกเตอร์ และซากปรักหักพังขัดขวางการค้นหา

ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส เกร็ก แอ็บบอตต์ (Gregory Wayne Abbott) ระบุว่าเจ้าหน้าที่จะไม่หยุด จนกว่าจะพบผู้สูญหายทุกคน พร้อมเผยความสะเทือนใจหลังพบสิ่งของจากแคมป์กระจัดกระจายไปทั่วลำน้ำ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามประกาศเขตภัยพิบัติรุนแรงเพื่อให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางแก่พื้นที่ประสบเหตุ

ชาวบ้านในพื้นที่และอาสาสมัครจากเมืองใกล้เคียงต่างร่วมแรงช่วยเหลือผู้ประสบภัย บางคนขับรถมาจากเมืองซานอันโตนิโอ เพื่อมาแจกจ่ายอาหารและเสื้อผ้าให้ผู้รอดชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกและน้ำใจที่หลั่งไหลจากทั่วโลก

ขณะที่ โป๊ปลีโอที่ 14 แห่งกรุงโรม ได้กล่าวคำอธิษฐานพิเศษในวันอาทิตย์ เพื่อไว้อาลัยแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยเฉพาะบรรดาบุตรสาวที่อยู่ในค่ายช่วงเกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า “เราขอร่วมอธิษฐานเผื่อพวกเขา”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top