Wednesday, 21 February 2024
SPECIAL

3 กันยายน 2565 งานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคม ครบรอบ 32 ปี

วันที่ 3 กันยายน 2565 สำนักงานประกันสังคม (สปส.) (สำนักงานใหญ่) ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคมครบรอบ 32 ปี โดยในเวลา 09.30 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงานประกันสังคม และรางวัลสถานพยาบาลในดวงใจ โดยมีนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ “นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมถึงพัฒนาการของสำนักงานประกันสังคมที่พัฒนางานให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นที่พึ่งและหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิต แก่แรงงานมาตลอด 32 ปี พร้อมก้าวสู่ปีที่ 33 เพื่อสร้างสรรค์ หลักประกันชีวิต ให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า กระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการตามนโยบายของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะการเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลายลง รวมทั้งบูรณาการ การทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนและมุ่งเน้นทำงานเชิงรุก โดยยึดกฎหมายและข้อบังคับ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ตรงจุด ทันท่วงที และมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายด้านแรงงานต่างๆ ทั้งการให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าถึงระบบหลักประกันทางสังคม การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน การปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการเชิงรุกให้ความช่วยเหลือลูกจ้าง ผู้ประกันตน อย่างทันท่วงที ส่งเสริมการให้บริการภาครัฐไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสร้างเครือข่ายประกันสังคมทั่วประเทศในการให้บริการกับนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ได้มอบนโยบายในปี 2566 เพื่อเป็นของขวัญและช่วยเหลือผู้ประกันตน ลูกจ้างและนายจ้าง สำนักงานประกันสังคมมีแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้

1. เพิ่มสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม โดยการปรับปรุง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับที่ ... พ.ศ. ... ได้แก่ การขยายความคุ้มครองให้กับผู้ประกันตน เพื่อรองรับผู้สูงอายุ โดยขยายอายุขั้นสูงของ ผู้ประกันตน มาตรา 33 ให้ผู้รับเงินบำนาญชราภาพและสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ ให้ผู้รับเงินบำนาญชราภาพ สามารถขอรับเงินบำนาญจ่ายล่วงหน้าได้ การแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ อันเกิดจากข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน 3 ขอ (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) การแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์อื่นๆ ได้แก่ เงินสงเคราะห์การหยุดงาน เพื่อการคลอดบุตร จากเดิมจ่าย 90 วัน เป็น 98 วัน เงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพ จากเดิมจ่าย ร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 กรณีสงเคราะห์บุตรให้ได้รับการคุ้มครองต่อไปอีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน ปรับปรุงเงื่อนไขในการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 และกำหนดให้เงินเพิ่มของผู้ประกันตน มาตรา 39 จะต้องไม่เกินเงินสมทบที่ต้องจ่าย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้มีหลักประกันทางสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ผู้ประกันตน สูงอายุได้รับโอกาสในการทำงานที่เหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

2. ยกระดับการบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุก โดยปรับปรุงรายการสุขภาพ ได้แก่ ขยายช่วงอายุ เพิ่มความถี่ในการตรวจ เพิ่มรายการตรวจ สุขภาพ เช่น การซักประวัติ การประเมินวัยทำงาน (คัดกรองโรคซึมเศร้า ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด) การคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี (Anti HCV Rapid) การทำงานของตับ (SGOT, SGPT) เพิ่มการให้คำแนะนำและปรับพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพรายบุคคล ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเชิงรุกและสามารถพิสูจน์ตัวบุคคล ที่มีสิทธิได้อย่างถูกต้องและเชื่อมโยงข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำสมุดสุขภาพของผู้ประกันตน รวมถึงการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

3. พัฒนาและเพิ่มช่องทางรับเงินสมทบ – จ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้นายจ้างและผู้ประกันตน ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ผ่าน Mobile Application กับธนาคารและหน่วยบริการอื่นๆ เพิ่มช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน ผ่านคิวอาร์โค้ด โดยการสแกนจ่าย ด้วยMobile Banking Application ของธนาคารต่างๆ โดยมีธนาคารกรุงไทย เป็นตัวกลางในการรวบรวมและนำส่งข้อมูลการชำระเงินและเงินที่รับชำระจากนายจ้าง/ ผู้ประกันตน ส่งให้กับสำนักงานประกันสังคม อีกทั้งเพิ่มธนาคาร ธ.ก.ส. เป็นหน่วยบริการในการรับชำระเงินสมทบของนายจ้าง และ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ผ่านระบบ e-Payment จากเดิม 13 แห่ง เป็น 14 แห่ง ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนาระบบเพื่อให้ผู้ประกันตน และนายจ้างสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หากดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนได้เข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา และได้รับประโยชน์ทดแทนที่ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นต้น

ในโอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ประกันสังคม รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ทุ่มเทเสียสละ ร่วมมือร่วมใจในการขับเคลื่อนพัฒนาระบบประกันสังคมให้เป็นที่ “ยอมรับ เชื่อมั่น และไว้วางใจ” ภายใต้ “ครอบครัวประกันสังคม” และอยู่เคียงข้างเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตของสังคมไทย ตลอดไป

ด้านนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมมีภารกิจในการสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ลูกจ้างและผู้ประกันตน จวบจนวันนี้เป็นเวลา 32 ปีแล้ว ปัจจุบันมีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจำนวน 24.03 ล้านคน และเงินกองทุนเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2.23 ล้านล้านบาท “ผมให้ความสำคัญกับเรื่อง “SSO TRUST” ในการขับเคลื่อนสำนักงานประกันสังคมไปสู่ความสำเร็จ และเป็นที่ “ยอมรับ เชื่อมั่น และไว้วางใจ” ในการสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้กับผู้ประกันตน” ซึ่งใน ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน และภาคีเครือข่าย “ครอบครัวประกันสังคม” เพื่อแก้ไขปัญหาภายใต้แนวทาง “แรงงาน.. เราสู้ด้วยกัน” เพื่อก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ ไปด้วยกัน โดยได้ดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ลดภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งพัฒนาสิทธิประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เพื่อขับเคลื่อนงานประกันสังคมให้เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่น ไว้วางใจ นำสู่ความสำเร็จ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนางานประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลงานในปี 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมได้ลดอัตราเงินสมทบตามพระราชกฤษฎีกาประกาศลดอัตราเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เหลือร้อยละ 60 ของเงินสมทบ เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 มกราคม 2565 และในงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2565 พร้อมดำเนินการจ่ายคืนเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่นำส่งเงินไว้เกินจำนวนที่ต้องชำระ พร้อมได้ดำเนินการคืนเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่นำส่งเงินสมทบไว้เกินจำนวนที่ต้องชำระ โดยวิธีการโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน รอบแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยโอนเงินคืนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ผู้ประกันตนมาตรา 40 ไปแล้ว จำนวน 2,884,909 ราย โอนเงินสำเร็จ คิดเป็นเงินจำนวน 402,289,546 และจะโอนเงิน อีกในรอบ 2 ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2565

เพิ่มช่องทางการให้บริการจ่ายเงินประโยชน์ทดแทนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย และว่างงาน ผ่านบริการพร้อมเพย์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีความโปร่งใส ลดความผิดพลาด โดยผู้ประกันตนไม่ต้องยื่นสำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคารกับสำนักงานประกันสังคมในการขอรับประโยชน์ทดแทนดังกล่าว อีกทั้งเป็นการลดการใช้กระดาษ (Paperless) ตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วย ทั้งนี้ผู้ประกันตนดำเนินการลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารที่ผู้ประกันตนเปิดบัญชีไว้ได้ทุกธนาคาร และติดต่อขอรับประโยชน์ทดแทนได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ เริ่มให้บริการภายในเดือนกันยายน 2565 เป็นต้นไป

การปรับปรุงพัฒนาสิทธิประโยชน์มาตรา 40 สำนักงานประกันสังคมได้ศึกษาแนวทางการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ กรณีทุพพลภาพ สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 จากเดิมอัตราเดือนละ 500-1,000 บาท เป็นอัตราเดือนละ 1,000-2,000 บาท และทางเลือกที่ 3 จากเดิมอัตราเดือนละ 500-1,000 บาท เป็นอัตราเดือนละ 1500-หรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้น โดยมีระยะเวลาความคุ้มครองตลอดชีวิตสำหรับทุกทางเลือก โดยส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานให้แก่เครือข่ายประกันสังคมตามมาตรา 40 เพื่อเป็นสื่อกลางในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเชิญชวนแรงงานภาคอิสระเข้าสู่ระบบประกันสังคม รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้เข้าใจสิทธิประโยชน์อันพึงได้รับตามกฎหมาย เพื่อส่งเสริมให้มีการนำส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่องและยกระดับเครือข่ายงานประกันสังคมมาตรา 40 ในฐานะผู้นำหมู่บ้าน-ชุมชน ที่เป็นตัวแทนเครือข่ายภายใต้โครงการ เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ประกันสังคมให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นับเป็นการสร้างหลักประกัน ทางสังคม และยกระดับแรงงานนอกระบบให้ดียิ่งขึ้น

'เฉลิมชัย' พอใจผลการเจรจาความร่วมมือยกระดับราคาข้าวระหว่างไทยกับเวียดนาม สั่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเดินหน้าต่อทันที

'เฉลิมชัย' พอใจผลการเจรจาความร่วมมือยกระดับราคาข้าวระหว่างไทยกับเวียดนาม สั่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเดินหน้าต่อทันที พร้อมระดมพลครั้งใหญ่จัดประชุมสมาคมชาวนาสันนิบาตสหกรณ์สมาคมโรงสีสมาคมผู้ส่งออกข้าวสภาธุรกิจไทย-เวียดนามหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมฯ เป็นการด่วน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ว่า พอใจกับผลการเจรจาขยายความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามโดยเฉพาะความตกลงในการยกระดับราคาข้าวในตลาดโลกที่มีความคืบหน้าสามารถตกลงกันได้อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกโดยจะเดินหน้าต่อทันที ทั้งนี้จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจระดับสูงที่มีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เป็นประธานทำหน้าที่ประสานงานการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวและตนได้สั่งการให้จัดประชุมระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสมาคมชาวนา ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร สันนิบาตสหกรณ์ สมาคมโรงสีข้าว สมาคมผู้ค้าข้าว สมาคมผู้ส่งออกข้าว สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงและรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับถึงความตกลงระหว่างไทยกับเวียดนามรวมทั้งปรึกษาหารือถึงก้าวต่อไปทั้งเรื่องแนวทางและแผนดำเนินการในส่วนของฝ่ายไทยซึ่งทุกภาคีภาคส่วนจะต้องมาผนึกกำลังทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชาวนาและประเทศชาติ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่สุด

ถือเป็นบันไดขั้นแรกของความพยายามร่วมกันระหว่างไทยและเวียดนามที่จะช่วยเหลือชาวนาให้ได้ราคาข้าวที่เป็นธรรมจากกลไกการค้าข้าวในตลาดโลกโดยเฉพาะในภาวะที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเช่นราคาปุ๋ย ราคายาและราคาน้ำมันรวมทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์จากผลกระทบของวิกฤติซ้อนวิกฤติคือวิกฤติโควิด19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนแต่ราคาข้าวปรับตัวน้อยมากไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตข้าว

'อนุสรณ์' แซะ 'บิ๊กตู่' ลงพื้นที่แบบคนหิวแสง แนะ!! คืนรถแล้ว คืนตำแหน่งนายกฯ ให้ปชช.ด้วย

(3 ก.ย. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ว่า ประเทศไทยไม่ควรอยู่ในสภาพเหมือนมีนายกรัฐมนตรีพร้อมกัน 2 คน แต่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ นานทีปีหน ประชาชนไม่ค่อยได้เห็นพล.อ.ประยุทธ์ ออกจากบ้าน ลงพื้นที่ทำงานในวันเสาร์อาทิตย์ สถานการณ์โควิดก็เป็นนายกฯ เวิร์กฟอร์มโฮม ทำงานจากบ้านในค่ายทหารมาแล้ว

"ถ้าไม่คับขันเข้าตาจน กลัวประชาชนลืม อาจไม่ได้เห็นพล.อ.ประยุทธ์พยายามหนักขนาดนี้ นักข่าวไม่มาก็ลงทุนถ่ายภาพส่งแจกให้นักข่าว อำนวยความสะดวกให้เต็มเหนี่ยว เพื่อส่งรูป ขอมีซีน เหมือนคนหิวแสง" นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า แต่คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด ลงพื้นที่ยังถูกชาวบ้านด่า เหตุไม่เปิดกระจกรถทักทายกองเชียร์ จนต้องรีบออกมาขอโทษ อ้างนั่งรถกันกระสุนเลยลดกระจกลงไม่ได้ ทำชาวบ้านย้ายค่าย จากกองเชียร์ เปลี่ยนเป็นกองแช่ง ถ้ามีปัญหามาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหยุดนั่งรถกันกระสุน แล้วนั่งลงฟังกระแสประชาชน แบบไม่สร้างภาพจัดฉาก จะได้รู้ว่าชาวบ้านอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯ มากขนาดไหน ประชาชนไม่อยากเห็นสภาพการประลองกำลังวัดบารมี ลงพื้นที่ช่วงชิงพื้นที่สื่อ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ 
 

‘Tesla’ ประกาศรับสมัครงาน 6 ตำแหน่ง ประจำสำนักงานในกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก บริษัท เทสลา ยักษ์ใหญ่ในวงการผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง สัญชาติอเมริกัน ที่มี อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีระดับโลกเป็นซีอีโอ ได้เข้ามาจดทะเบียนบริษัทลูกในไทยตั้งวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา 

โดยใช้ชื่อว่า 'บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด' หมายเลขทะเบียนนิติบุคคล 0105565069229 สถานที่ตั้งออฟฟิศ เลขที่ 87 อาคารเอ็มไทย ทาวเวอร์ ออล ซีซั่นส์ เพลส ห้องเลขที่ 2319 ชั้นที่ 23 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์การจดทะเบียน เพื่อประกอบกิจการขายรถยนต์ไฟฟ้า ระบบเก็บพลังงานแบบติดตั้ง และอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบเก็บพลังงานแบบติดตั้ง ระบบผลิตพลังงานและอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบพลังงาน

'ครูแก้ว' เปิดม่านสัมมนา รับฟังทุกความคิดเห็น "พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ......"

นครพนม จัดสัมมนา "รับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญ้ติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ......" ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

(3 กันยายน 2565) ที่ห้องประชุม สหกรณ์ ออมทรัพย์ครูนครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานเปิดการสัมมนา "การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ......" ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..... โดยมี ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา วุฒิสภา ร่วมนำเสนอข้อคิดเห็น

สำหรับ งานในครั้งนี้มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งระดับผู้บริหาร ข้าราชการครูในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา นครพนม เขต 1-2 และผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานมัธยมศึกษาเขต 22 (สพม.22) กว่า 300 คน ที่ตั้งใจมาร่วมรับฟังนำเสนอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ "พระราชบัญญัติการศึกษา การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ......" ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
 

'โรม' สงสัยเหตุใดสุขภาพ 'บิ๊กป้อม' ดีขึ้นอย่างชัดเจน หรือเพราะ 'บิ๊กตู่' ไม่ได้อยู่ในบทบาทสำคัญแบบเดิม 

(3 ก.ย. 65) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาปมนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยืนยันว่าไม่นับเริ่มการเป็นนายกฯ ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557 ว่า การเขียนคำชี้แจงเช่นนี้ หมายความว่าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการอยู่ยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดต่อภาพลักษณ์ที่ต้องการบอกกับสังคมว่าไม่อยากอยู่ยาว เพราะตอนนี้เกิดสภาวะเสพติดอำนาจไปเสียแล้ว ถ้าเรามองอย่างใจเป็นธรรม กฎหมายเขียนเพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ 

ดังนั้นจึงต้องนับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 โดยนับวันโปรดเกล้าฯ เป็นวันแรก การที่พล.อ.ประยุทธ์ ส่งทีมกฎหมายเขียนคำชี้แจงเช่นนี้ก็กล้าเสียเหลือเกิน สรุปแล้วช่วงปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอะไร โจร หรือคนยึดอำนาจ ตนไม่เข้าใจว่าจะต้องเล่นแร่แปรธาตุตีความกฎหมายเป็นอื่นเพื่อให้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงไปเพื่ออะไร

'ทิพานัน' ชี้ 'รัฐบาล' ห่วงนักลงทุนดิจิทัล กำชับทุกหน่วยงานให้ความรู้สกัดการสูญเสีย

(3 ก.ย. 65) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนพี่น้องประชาชนศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งบิตคอยน์ และคริปโทเคอร์เรนซี อาจถูกหลอกลวงสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกให้ลงทุนซื้อขายเหรียญคริปโตฯ สูญเงินไปกว่าหลายล้านบาท

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่าว่า นักลงทุนควรศึกษาให้รอบคอบก่อนการลงทุนและตรวจสอบว่าผู้ขายอยู่ในข่ายที่ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชัน 'SEC Check First' หากมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาได้ที่ ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร. 1207 ที่สำคัญควรตรวจสอบชื่อเว็บไซต์และรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจให้ครบถ้วนทุกตัวอักษร เพื่อป้องกันมิจฉาชีพปลอมแปลง และสามารถแจ้งความในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านทางศูนย์ฯ ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารของทางการเกี่ยวกับการหลอกลวงลงทุน

‘ชัยวุฒิ’ เยือนตรัง เข้าคารวะ ‘ชวน หลีกภัย’ ได้คำชี้แนะ 'ต้องทำเพื่อบ้านเมืองอย่างซื่อสัตย์สุจริต'

วันนี้ (3 ก.ย. 65) เวลา 09.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ เข้าคารวะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพัก ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติราชการตรวจเยี่ยมความสำเร็จโครงการ 'โดรนอนุรักษ์พะยูน' เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง วานนี้

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาเยี่ยม นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้าน จังหวัดตรัง ส่วนตัวยกนายชวน เป็นต้นเเบบทางการเมือง ตนลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในนามพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีท่านชวนเป็นบุคคลต้นแบบทางการเมือง ขอบคุณที่ท่านชวนให้ความรู้และให้การสนับสนุนมาโดยตลอดจนมีโอกาสได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ขณะที่ ตรังเป็นจังหวัดแรกในภาคใต้ที่ดำเนินการเรื่องสายไฟลงดิน ทำสำเร็จไปแล้วหลายส่วน โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2545

'บิ๊กโจ๊ก' แถลงข่าวจัดงานบุญสารทเดือนสิบ ยันสืบทอดต่อเจตนารมณ์ผู้ก่อตั้ง 90 ปีสมาคมชาวปักษ์ใต้

(3 ก.ย. 65) ที่สมาคมปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ เพื่ออุทิศกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสมาคมฯ โดยมี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ เป็นประธาน 

ด้านนายอารี ไกรนรา ส.ส.พรรคเพื่อชาติ กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า สมาคมปักษ์ใต้ฯ จดทะเบียนก่อตั้งเป็นสมาคมฯ ที่สองของประเทศไทย หลังจากผู้อาวุโสชาวปักษ์ใต้ได้นั่งปรึกษาหารือกัน ถามสารทุกข์สุกดิบ ก็ตกลงปลงใจกันว่า ชาวใต้ในกรุงเทพมหานคร จะร่วมกันจัดตั้งสมาคมขึ้น ใช้ชื่อว่าสมาคมปักษ์ใต้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับไว้ในพระบรมราชูถัมภ์

ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จะสืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งสมาคมปักษ์ใต้ฯ ต่อไปอย่างไร้รอยต่อ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจให้สมาคมปักษ์ใต้ฯ เป็นศูนย์รวม ศูนย์กลางของพี่น้องชาวปักษ์ใต้สืบไป

'จุรินทร์' โชว์ 10 ความสำเร็จทริปซาอุฯ ปลื้ม!! ยอดขายสินค้าทะลุ 2,200 ล้านบาท

วันที่ 3 กันยายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยถึงข้อสรุปในการเดินทางนำเอกชน 138 รายไปเยือนซาอุดีอาระเบียว่า ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย เพราะนอกจากจะมีโอกาสได้พบกับรัฐมนตรีถึง 5 ท่านพร้อมกันแล้ว ยังสามารถทำยอดขายสินค้าได้ทันทีถึง 2,200 ล้านบาท 

โดยผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมประกอบด้วย 

1.) ขายสินค้าไทยให้ผู้นำเข้าซาอุฯ ทั้งที่ 'ริยาดและเจดดาห์' ได้ยอดขายทันทีถึง 2,200 ล้านบาท 

2.) ซูเปอร์มาร์เก็ตห้าง Manuel จะนำเข้าอาหารไทยมากขึ้นจาก 750 เป็น 1,000 ล้านบาท ในปี 65 นี้ 

3.) ลงนามร่วมจัดตั้ง 'สภาธุรกิจ ไทย-ซาอุ' ขึ้นเป็นครั้งแรก ตั้งเป้าร่วมกันว่าจะทำให้ตัวเลขส่งออกสินค้าไทยมาซาอุฯจะเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาทใน 1 ปี 

4.) หลังรองนายกและรมว.พาณิชย์ไทย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือกับ รมว.พาณิชย์ชาอุ อัล คาซาบี้ ร่วมกับอีก 4 รมต.ซาอุ คือ รมต.ท่องเที่ยว รมต.อุตสาหกรรมและเหมืองแร่ รมต.การลงทุน รมต.แรงงาน รมว.พาณิชย์ซาอุฯ เห็นชอบตามที่ไทยเสนอ คือ จะสนับสนุนให้มีการจัดทำ FTA ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ (GCC) ประกอบด้วย ซาอุดิอาระเบีย คูเวต การ์ตา โอมาน บาเรน และยูเออี โดยซาอุฯ จะช่วยประสานกับอีก 5 ประเทศให้ต่อไป 

ปิดดีลสวย!! INTERLINK ขนสินค้าคุณภาพ ราคาดีเวอร์ จัดโปร ลดแรง ส่งท้ายครบทั่วไทย

(3 ส.ค. 65) คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดงาน “MID YEAR SALES 2022 ระเบิดความคุ้ม ลดยกใหญ่ จัดให้ปีละครั้ง” ขนกองทัพสินค้าไปลดราคาเดือดกันจังหวัดสุดท้ายที่ภาคอีสาน นับเป็นการผลักดันธุรกิจให้เติบโต โดยการนำสินค้าที่มีมาตรฐานในราคาสุดคุ้ม การันตีด้วยคุณภาพ และการรับประกันที่ยาวนานสุดในตลาดถึง 30 ปี 

'สมคิด' ลาออกจากประธานกลุ่มสหพัฒน์ เตรียมเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคสร้างสอท.

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และผู้อำนวยการพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมพร้อมเปิดตัวเป็นว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสอท. ในช่วงเดือนก.ย.นี้ ใช่หรือไม่ ว่า ใช่ เพราะพรรคสอท. เตรียมความพร้อมให้นายสมคิด มาอย่างต่อเนื่อง และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนก.ย.นี้แน่นอน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคสอท. เตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มตัว ใช่หรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยจะส่งส.ส.ครบทั้ง 400 เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เมื่อเราเสนอผู้ที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ก็ต้องพร้อมส่งผู้สมัคร 

เมื่อถามว่าจะเปิดตัวนโยบายหลักของพรรค พร้อมกับการเปิดตัวนายสมคิด ด้วยหรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า พรรคจะทยอยเปิดตัวนโยบาย เพื่อรณรงค์หาเสียงเป็นช่วงเวลา ตามสถานการณ์ทางการเมือง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค หากเปิดตัวนายสมคิด แล้ว คาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจมากขึ้น 

เมื่อถามว่าพรรคสอท. จะไม่ไปควบรวมกับพรรคการเมืองอื่น เพื่อลดผลกระทบจากการใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 หรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า หลักการที่พรรคสอท. เสนอบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ และมีเป้าหมายว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต ดังนั้นจะไปผสมรวมกับใครเพื่อให้ตัวใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องคิด ตอนนี้เป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมของเราโดยนำเสนอว่าปัญหาของประเทศ คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ และมีความสามารถเข้าไปดูแลเรื่องนี้ 

'ผู้นำฝ่ายบริหาร' ตอกย้ำทัศนคติ 'ข้าราชการ' เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของปชช. 

บทความจากหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 3 กันยายน 2565 ได้นำเสนอหัวข้อ 'ไม่ใช่นายประชาชน' ซึ่งเขียนถึงการทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังเข้ารับตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 65 โดยระบุว่า...

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ทำหน้าที่รักษาการรองนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งพักการทำหน้าที่นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หลังจาก พล.อ.ประวิตรเข้าทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม. การเสนอความช่วยเหลือแก่ กทม.ในการป้องกันน้ำท่วม การสั่งการในปัญหาที่ประชาชนสนใจ อาทิ กรณีครูลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถตู้จนเสียชีวิต 

และล่าสุด ได้ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา มอบนโยบายสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกง การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคและบริโภค ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงปัญหาของฉะเชิงเทราคือน้ำเค็มที่เข้าพื้นที่ และป้องกันไม่ให้น้ำเค็มเข้า จ.ปราจีนบุรี โดยจะอนุมัติงบ 100 กว่าล้านบาท เพื่อศึกษาการทำประตูน้ำป้องกันน้ำเค็ม รวมถึงสำรองน้ำดิบไว้ผลิตถึงปี 2580 และกล่าวด้วยว่า ถ้าประชาชนไม่มีน้ำก็จะด่ารัฐบาล ประชาชนมีอย่างเดียวคือต้องด่ารัฐบาล แต่ขอความเห็นใจให้ข้าราชการทุกคนที่พยายามทำงานให้พวกเราได้อยู่ดีกินดีขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และเข้าใจน้ำเค็มที่ทะลักเข้ามาจะมีผล โดยเฉพาะน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในฉะเชิงเทรา จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งหาแนวทางเพื่อให้เป็นระบบในระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทุกปี 

ผอ. PCT เตือนภัย คนร้ายเหยื่ออ้างเป็นสรรพากร ส่งลิงค์ปลอม คลิ๊กเดียวสูญเงินหมดบัญชี

วันนี้ (3 ก.ย. 65) เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผย คนร้ายใช้วิธีโทรศัพท์หาผู้เสียหายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร หลอกส่งลิงค์เว็บไซต์ปลอม ถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า วิธีการของคนร้ายจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร บอกเหยื่อว่าไม่ได้ยื่นชำระภาษีประจำปี 2564 เมื่อพูดคุยสอบถามรายละเอียด ถ้าเหยื่อมีรายได้ไม่ถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท สรรพากรจะดำเนินการคืนภาษีให้ โดยได้ส่งลิงค์ http://acgd6.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์ของสรรพากรจริงๆ ให้ผู้เสียหายเข้าไปลงทะเบียน และเมื่อผู้เสียหายกดขอคืนเงินภาษีในเว็บไซต์ดังกล่าว จะส่งเลขรหัส OTP 6 ตัวแจ้งเข้ามาในเครื่องโทรศัพท์ของเหยื่อ จากนั้นคนร้ายจะขอรหัสไป และจะสามารถเข้าควบคุมเครื่องโทรศัพท์ของผู้เสียหาย และถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายไปจนหมดบัญชี   นอกจากนั้นยังได้ข่มขู่เอาเงินเพิ่มจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่ามีภาพหรือข้อมูลลับที่ได้จากเครื่องผู้เสียหายไป

หลักสูตร สสสส.12 สถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีสาธารณะเสวนา 'สันติภาพเชิงสร้างสรรค์ สัมพันธภาพใหม่ ที่ยั่งยืน' หนุนวิชาการสู่การปฏิบัติจริง

เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2565 นักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 (สสสส.12) สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดการเผยแพร่ผลงานวิชาการในรูปแบบเวทีสาธารณะภายใต้หัวข้อ 'สันติภาพเชิงสร้างสรรค์ สัมพันธภาพใหม่ ที่ยั่งยืน' (Sustainability in Inventive Peace and Brand-New Relationships) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข การปฏิบัติงานในพื้นที่จริง และการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอด 9 เดือนสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ที่ครอบคลุมมิติซึ่งมีผลต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน

โดยได้รับเกียรติจาก นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และรับฟังปาฐกถาพิเศษเรื่อง 'สัมพันธภาพใหม่ของการพัฒนาคน เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน' โดย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นเป็นการเสวนานำเสนอผลงานวิชาการของนักศึกษาหลักสูตร สสสส.12 'เสียงสะท้อนจากผู้คน งานและการเดินทาง สู่ข้อเสนอเพื่อสันติภาพอย่างยั้งยืน' โดยผู้แทนนักศึกษา 5 ท่าน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มการเมือง 1,2 กลุ่มภาคใต้ กลุ่มสิ่งแวดล้อม และกลุ่มพหุวัฒนธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top