Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

‘Apple’ เปิดให้อัปเดต iOS 17.0.3 แก้ปัญหาเครื่องร้อน พร้อมปรับปรุงระบบหวังเสริมความปลอดภัยในการใช้งาน

(5 ต.ค. 66) ‘แอปเปิล’ (Apple) เปิดให้ผู้ใช้ไอโฟน (iPhone) อัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS 17.0.3 แล้ว ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาอุปกรณ์เกิดความร้อนระหว่างใช้งานมากเกินไป

ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ iPhone 15 Pro และ Pro Max บางส่วนได้ออกมาแสดงความเห็นบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการที่ด้านข้างหรือด้านหลังของอุปกรณ์จะร้อนมากขณะเล่นเกม พูดคุยโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอลผ่าน FaceTime ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานหลายรายผิดหวัง

ทั้งนี้ Apple ได้ออกมาชี้แจงว่า สาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์ร้อนมาจากข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์และการทำงานของแอปพลิเคชันในเครื่องที่มากเกินไป โดยอุปกรณ์อาจร้อนขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก เนื่องจากต้องทำงานเพื่อตั้งค่าและกู้คืนข้อมูลของผู้ใช้ อีกทั้งยังไม่เกี่ยวกับการใช้วัสดุไทเทเนียมในการออกแบบอีกด้วย

นอกจากนี้ iOS 17.0.3 ยังได้รับการปรับปรุงด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่จากเคอร์เนลและ WebRTC ด้วย บริษัทจึงแนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันนี้

อย่างไรก็ตาม Apple ยืนยันว่าการอัปเดต iOS 17.0.3 จะไม่ทำให้การทำงานของชิป A17 Pro ขุมพลังสำคัญของ iPhone 15 ซีรีส์ Pro ช้าลง

รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” ต้อนรับ ภาคเอกชน หารือพัฒนาทักษะแรงงาน ป้อนตลาดดิจิทัล

วันที่ 5 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) คุณดนุภณ ศรีเมฆ Head of Government Affairs Garena (ประเทศไทย) และคณะ ในโอกาสเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อเยี่ยมคารวะและปรึกษาหารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลักดันทักษะด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ โดยมี นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นาย พร้อมด้วย นายนิธิภัทร ศรีธัญญา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน     

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท Sea ถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลักดันทักษะด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ในวันนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ท่านเศรษฐา ทีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการ Up Skill กำลังแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ และในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปเทรนน้องๆ นักเรียน นักศึกษาที่จบการศึกษาแล้วต้องการ Up Skill/Re Skill เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่อาชีพและให้ได้ค่าจ้างที่สูงขึ้น เพราะขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวมีความต้องการแรงงานอีกมาก จึงเป็นโอกาสดีในการหารือในวันนี้ เพื่อจะให้มีแนวทางทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่เป้าหมายในการผลิตกำลังคนดิจิทัลโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไปสู่ตลาดแรงงานต่อไป
    
ด้าน ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัท Sea Limited เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์ม สำหรับผู้บริโภค ผู้ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ด้าน คือ การีนา ช้อปปี้ และ ซีมันนี่ โดยบริษัทมี Sea Academy ซึ่งเป็นหน่วยงานที่พัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ 3 ด้าน คือ เกมและอีสปอร์ต อีคอมเมิร์ซ และการเงินดิจิทัล ซึ่งจากการหารือในวันนี้บริษัทขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอย่างยิ่งและยินดีที่จะสนับสนุนความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะแรงงานคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกม ธุรกิจอีสปอร์ต รวมถึงการจัดการการเงินและตลาดออนไลน์ ซึ่งภายหลังจากการหารือในวันนี้จะได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาทักษะแรงงานด้านดิจิทัลให้ตรงกับความต้องการแรงงานต่อไป 

ธปท. สำนักงานภาคเหนือ จับมือ บสย. จัดโครงการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs และเปิดโครงการหลักสูตรความรู้ทางการเงินออนไลน์

นางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร โดยมีผู้แทนร่วมงานได้แก่ นางดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นายอาคม ศุภางค์เผ่า ประธานสมาพันธ์ SMEs ส่วนภูมิภาค และ ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดโครงการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs ภายใต้ความร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม โดย บสย. F.A. Center และ โครงการหลักสูตรความรู้ทางการเงินออนไลน์เพื่อผู้ประกอบการ SME ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย และหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยหลักสูตรดังกล่าวประกอบด้วย หัวข้อการตรวจสุขภาพธุรกิจด้วยงบการเงิน การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ และภัยทางการเงิน ซึ่งเหมาะกับผู้ประกอบการและประชาชน ผู้สนใจสามารถเข้าเรียนผ่านแพลตฟอร์ม FinDi Platform (findi.tbac.or.th) และ CCA Academy

สำหรับหลักสูตรความรู้ทางการเงินออนไลน์เพื่อผู้ประกอบการ SME เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือกันจัดอบรมหลักสูตรออนไลน์ “Fin Lit : SMEs Power up” ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2564 โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมหลักสูตรจำนวนหลายร้อยราย ได้รับความรู้เกี่ยวกับธุรกิจและการเงิน เช่น การดูงบการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อ 

ซึ่งนอกจากการจัดอบรมออนไลน์แล้ว ในวันนี้ ได้มีการเสริมความรู้ด้านการเตรียมพร้อมก่อนกู้เงิน การจัดทำบัญชี CEO  และ PrompBiz: Game Changer ของภาคธุรกิจไทย เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ได้รับความรู้และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

‘ชาติไทยพัฒนา’ รุดลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วย 2 ยายหลาน บ้านพังทรุดโทรมจากฝน-พายุหนัก

เมื่อไม่นานมานี้ นายประวิทย์ สุวรรณสัญญา กรรมการประชาสัมพันธ์ และเทคโนโลยีสาระสนเทศพรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ประสานงานพรรคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทีมงาน ลงพื้นที่ เข้าเยี่ยม นางศิริ อัมวัฒน์ อายุ 84 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 7 ต.หนองน้ำใหญ่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับความเดือดร้อนและประสบภัยธรรมชาติ จากพายุและฝนตกหนัก จนบ้านพังเสียหาย

นางศิริ อาศัยอยู่กับหลานชายอายุ 15 ปี กันเพียง 2 คน รายได้ส่วนใหญ่หลานชายเป็นคนหา โดยรับจ้างทั่วไป วันละ 20-40 บาท เพื่อนำมาเลี้ยงชีพ จึงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เนื่องจากนางศิริ ไม่สามารถหาเงินได้ด้วยโรคชรา โดยตัวบ้านทรุดโทรม ทางเข้าบ้านต้องใช้แผ่นไม้เก่า ๆ ต่อกันเป็นจำนวนมากเพื่อให้เข้าบ้านได้ โดยคนตัวใหญ่ไม่สามารถเดินเข้าไปได้ และภายในบ้านเสียหายหลายจุด พื้นบ้านทรุดเป็นรูจำนวนมาก

นางศิริ เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าเวลาจะไปเข้าห้องน้ำหรือเดินภายในบ้าน ต้องคอยระแวงว่าตรงไหนจะแตกหักแล้วตัวเองจะร่วงลงไป จึงประสานวิงวอน ขอความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน ช่วยเหลือเป็นการด่วนต่อไป

รมช.ไชยา เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 รายงานข่าวแจ้งว่า นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (45th ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Grand Hyatt Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (วันที่ 4 ตุลาคม 2566) โดยการประชุมที่เกี่ยวข้องมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นางสาวลดา ภู่มาศ ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน

ในโอกาสนี้ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวสนับสนุนนโยบายในกรอบอาเซียนด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการเกษตรของไทยที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัวและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินการด้านการเจรจาการเกษตรของ ASEAN Negotiating Group on Agriculture หรือ ANGA ภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ผลักดันความร่วมมือด้าน e-SPS ให้มีการเชื่อมต่อและใช้งานจริงระหว่างกันโดยเร็ว รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้าน traceability และ rapid alert system

ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรและอาหารในภูมิภาค สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนความร่วมมือมิโดริ อาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างระบบการเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน โดยเฉพาะแมลงที่กินได้และโปรตีนจากพืช โดยประเทศไทยหวังว่าจะได้มีความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือกภายใต้แผนความร่วมมือมิโดริ ซึ่งจะส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับโมเดล BCG และแผนความร่วมมือมิโดริด้วย

ร้อยเอ็ด…จังหวัดร้อยเอ็ดมอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้(4 ตุลาคม 2566) เวลา 13.30 น. ณ วัดโพธิ์ศรีวนาราม ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด 

โดยมี นายชูศักดิ์ ราชบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด, พลตรีประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27, พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม 

โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราช ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 1,138 ถุง และถุงยังชีพสำหรับพระภิกษุ จำนวน 56 ถุง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรในพื้นที่ สำหรับการให้ความช่วยเหลือ สืบเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา 

โดยส่งผลทำให้ประชาชนในพื้นที่ ประสบอุทกภัย ทั้งหมด 11 อำเภอ และได้รับผลกระทบหนักสุดคือ อำเภอเสลภูมิ มีจำนวน 13 ตำบล 118 หมู่บ้าน 2,300 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตร กว่า 18,800 ไร่ 

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด 

นายกสมาคมแม่บ้าน นำความห่วงใยจาก ผบ.ตร. พร้อมมอบดอกไม้ และให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงที่สยามพารากอน

วันที่ 4 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน พร้อมมอบดอกไม้ ในนามผู้บัญชาการตำรวจ และนายกสมาคมแม่บ้าน และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้บาดเจ็บ ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 2 ราย 

เบื้องต้น ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เปิดเผยข้อมูลว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งสิ้น 7 คน โดยพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน และผู้บาดเจ็บกระจายส่งโรงพยาบาลตำรวจ 2 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 คน นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 คน และ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน 1 คน ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 2 คน คงรักษาตัวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และยังคงอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ไอซียู)

งานครบรอบ 27 ปี โรงพยาบาลพญาไท 3

เมื่อวานนี้ 4 ตุลาคม 2566โรงพยาบาลพญาไท 3 ครบรอบ 27 ปี นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 เพชรเกษม 19 นำทีมคณะผู้บริหารโดยมี คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายบริหารการตลาดเครือ รพ.พญาไท - เปาโล คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผอ.ฝ่ายการตลาด คุณนิตยา กฤตธนเวท ผอ.ฝ่ายบริหาร นพ.อภิชัย โตวณะบุตร ผช.ผอ.แพทย์ พว.ภาวิณี วัยปัทมะ ผอ.ฝ่ายการพยาบาล พร้อมแพทย์ พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แก่พระภิษุสงฆ์ ตลอดบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล 

เพื่อเป็นศิริมงคลกันทั่วหน้า  เนื่องในโอกาสที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ครบรอบ 27 ปี  ท่ามกลางภาพลักษณ์ใหม่ทุกโซนพื้นที่ ขยายกว้างขวางเพื่อรองรับผู้ใช้บริการอย่างสะดวกสบาย พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย คับคั่งไปด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่คอยให้เอาใจใส่ดูแล

ยกเลิกส่วนต่อขยายสายสีเหลืองเชื่อมเขียว ดับฝัน ‘ชาวลาดพร้าว-รัชดา’ เศรษฐาทบทวนให้ดี

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 นายภูวสิทธิ์ พนมสิงห์ อาจารย์พิเศษ คณะสถาปัตยกรรมและการผังเมือง สาขาสถาปัตยกรรมเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของเพจ ‘ขอบอสัง’ และ TikTok ‘สพีทโรเจอร์’ อดีตทีมพัฒนาธุรกิจและจัดซื้อที่ดินบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ได้ออกมาแสดงมุมมองความคิดเห็น กรณีที่รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ประกาศยกเลิกโครงการส่วนต่อขยายเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยระบุว่า…

“รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ประกาศยกเลิกโครงการส่วนต่อขยายเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเขียว กระทบชีวิตคนกรุงฯ งานนี้ชาวลาดพร้าวโดนหนักสุด”

นายภูวสิทธิ์ กล่าวว่า ‘รถไฟฟ้าสายสีเหลือง’ เป็นสายที่วิ่งรถผ่านตั้งแต่สำโรง เทพารักษ์ ศรีนครินทร์ แยกบางกะปิ-ลำสาลี เข้าเส้นลาดพร้าว และสิ้นสุดการเดินรถอยู่ที่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งจากเดิมรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีแผนจะสร้างส่วนต่อขยายการเดินรถไปจนถึงแยกรัชโยธิน ที่จะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งประชาชนกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการยกเลิกโครงการส่วนต่อขยายครั้งนี้ คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลาดพร้าว ทั้งทางด้านค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทาง

โดยรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ถูกบริหารโดย บริษัท อีสเทิร์น บางกอก โมโนเรล จำกัด (Eastern Bangkok Monorail : EBM) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ ‘BTS’ ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือ ‘MRT’ ถูกบริหารโดย EBM เช่นกัน

ซึ่งในปัจจุบัน หากประชาชนต้องการนั่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไปต่อสายสีเขียว จำเป็นต้องนั่งเพิ่มอีก 1 สถานี เพื่อเดินทางไปส่วนต่อขยายสถานีระหว่างสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มต้นทุนชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และระยะเวลาในการเดินทางที่จะต้องรอต่อขบวนรถไฟในส่วนต่อขยาย อยู่ที่ประมาณ 15-30 นาทีต่อรอบ นับเป็นการสูญเสียที่เปล่าประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

“ในส่วนนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนหลากหลายกลุ่ม ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมด อาทิ สถานศึกษาอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม หน่วยงานราชการอย่างศาลอาญา สำนักการเจ้าหน้าที่ สำนักงานศาลยุติธรรม หรือแม้แต่คอนโดมิเนียมในเส้นทางรัชดา ลาดพร้าว-วังหิน ตลอดจนบริเวณลาดพร้าว-โชคชัย 4 ถึงบางกะปิ ที่ประชาชนจำนวนมากอาศัยอยู่ และมีการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่นอย่างมาก จึงอยากให้รัฐบาลและคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทบทวนในเรื่องนี้ดูอีกครั้ง” ภูวสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

หลีกการกระทำ 'กดขี่-แบะท่าทีความเป็นใหญ่' ของผู้นำครอบครัว ก่อนสร้างรั้วอันตราย ให้คนรอบข้างเข้าสู่กรอบแห่งความซึมเศร้า

(4 ต.ค.66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'ฝายวารี ประภาสะวัต' ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กคนหนึ่งที่ตนเคยสอน ไว้ดังนี้...

เด็กคนหนึ่งที่ครูฝายเคยสอน มีคุณพ่อเป็น ผศ. อยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง 

(บทความนี้ยาว แต่รับรองว่าควรค่าแก่การอ่านให้จบค่ะ)

น้องมักมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจอยู่เสมอ มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่ครูฝายสอนอยู่ น้องลงไปนอนราบกับพื้น เตือนครั้งนึงก็ลุกขึ้นมา จนถึงคำถามที่ครูฝายถามเด็ก ๆ ทุกคนในกลุ่มนั้นด้วยความภูมิใจที่เด็ก ๆ ทำผลงานสำเร็จว่า "โอ้โหหห หนูทำได้ยังไง เล่าให้ครูฟังหน่อยสิคะ" เด็กคนนั้นตอบว่า...

ก็ ค ว ย ง่ะ

ครูฝายหันหน้าไปมอง แล้วถามต่อว่า หมายความว่ายังไงคะ

น้องบอกว่า ก็ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ไง 

ฝายเลยมองหน้า เพื่อให้เขารู้ว่าเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรทำอีก ยังไม่ทันจะเอ่ยปากสอนอะไร 

เด็กคนนั้น ลงไปนอนดิ้นกับพื้น โวยวาย อาละวาดและร้องไห้ ครูฝายงงมาก จนต้องให้ครูผู้ช่วยพาออกไปสงบสติข้างนอก

ครูผู้ช่วย เอาคลิปมาให้ครูฝายดูหลังเลิกคลาส พบว่า เด็กคนนั้นร้องไปพูดไป ประโยคที่เค้าบอกคือ...

"ครูฝายเห็นผมเป็นกิ้งกือ ไส้เดือน เป็นขยะที่อยู่ในถังขยะ"

วินาทีที่ได้ยินนั้นตกใจมาก เพราะสิ่งที่เค้าพูดมา ไม่ใช่สิ่งที่ครูฝายมอง แต่เป็นสิ่งที่เค้า ‘มองตัวเอง’

และนี่คือสัญญาณของเด็กที่ low self-esteem และอาจนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า และฆ่าตัวตายได้ เมื่อโตขึ้น

อะไรทำให้น้องคิดกับตัวเองได้แย่ขนาดนี้นะ!! 

ครูฝายหาข้อมูลต่อ เย็นวันนั้นเลยโทรถามคุณแม่ เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้คุณแม่ฟัง คุณแม่สะอื้นเล็กน้อย พร้อมเล่าว่า คุณพ่อ เป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ดูถูกและกดทุกคนในบ้านว่าโง่ และไม่เก่ง น้องถูกว่าแทบทุกการกระทำ รวมถึงแม่ด้วย

ครูฝายจึงเข้าใจของเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างที่เคยบอกไป คำพูดพ่อแม่ สร้าง ‘self concept’ หรือ ตัวตนของลูก

เคสนี้ น้องไม่ได้เรียนกับครูฝายต่อ เพราะคุณพ่อเป็นคนจ่ายค่าเรียนทั้งหมด เลยฝากคุณแม่ (ที่ก็ low self-esteem เช่นกัน) บอกรักน้อง กอด หอม บอกว่าแม่ภูมิใจในตัวเค้าแค่ไหน และเรื่องอะไรบ้าง❤️❤️

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าพ่อมียศ ตำแหน่งอะไร ทำงานที่ไหน รวยหรือจน ไม่เกี่ยวอะไรเลย อย่างเดียวที่เกี่ยวคือ mindset ของพ่อ ที่มีต่อตัวเอง ต่อครอบครัว จนความคิดนั้นแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมและคำพูด แถมด้วยความเป็นใหญ่ของบ้าน พ่อจึงมีอิทธิพลมากกว่าแม่

คนที่ดูถูกคนอื่น คือคนที่รู้สึกว่าตัวเองต่ำ ไม่เก่ง ไม่มีดีอยู่ตลอดเวลา จึงต้องดูถูกผู้อื่น เพื่อให้ตัวเองสบายใจว่าตัวเองสูงขึ้นแล้ว

ดังนั้นหากเจอคนที่ดูถูกเรา ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร พี่น้อง สามีภรรยา หรือเพื่อนก็แล้วแต่ ขอให้เมตตาและสงสาร ช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทุกข์นั้น หากช่วยไม่ได้ ออกมาให้ไกล เพราะผลที่ตามมาเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะรุนแรงแค่ไหน

แค่ลูกฆ่าตัวตาย หรือจะลามไปถึงฆ่าคนอื่น...เราไม่มีทางรู้เลย

ปล. มีการปรับเนื้อหาตัวละครเล็กน้อย เพื่อความเป็นส่วนตัวนะคะ แต่สาระสำคัญเป็นไปตามเหตุการณ์จริงค่ะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top