Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

‘กทม.’ เปิดประชาพิจารณ์ ร่างข้อบัญญัติฯ ค่าขยะใหม่ ต.ค.นี้ หมู่บ้าน-ชุมชนจ่าย 60 บ. หากแยกขยะแล้ว จ่าย 20 บ. เท่าเดิม

(2 ต.ค. 66) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของกรุงเทพมหานครอัตราใหม่ ว่า หลังจากสภากรุงเทพมหานครได้เห็นชอบขยายเวลาจัดเก็บออกไปอีก 1 ปี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประกาศประชาพิจารณ์ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. ... ในเว็บไซต์กรุงเทพมหานคร ในเดือนตุลาคม 2566 เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาดูรายละเอียดของร่างข้อบัญญัติฯ แสดงข้อคิดเห็น จะมีความคิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็วิพากษ์วิจารณ์ได้ เนื่องจากข้อบัญญัติฯ นี้เป็นร่างกฎหมายที่กระทบกับประชาชนทั่วไป ถ้าประชาพิจารณ์ประชาชนเห็นด้วยไม่มีปัญหาอะไร ผู้บริหารกรุงเทพมหานครจะนำเข้าสภากรุงเทพมหานครพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ นี้ เมื่อสภาเห็นชอบแล้วจึงจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกรุงเทพมหานครจะออกข้อบังคับระเบียบรองรับ น่าจะใช้บังคับได้ในปี 2567 

“ร่างข้อบัญญัติฯ ฉบับใหม่นี้โดยหลักการค่าขยะจะลดลง จากข้อบัญญัติฯ เดิมที่ออกมาปี 2562 ที่อัตราขึ้นไปเยอะ (80 บาท) ซึ่งได้มีการขยายเวลาออกไปมาหลายปี ร่างใหม่นี้ราคาจะต่ำลงทั้งการเก็บขนและการกำจัด ขณะเดียวกันกรณีประชาชนได้ลงทะเบียนเพื่อแยกขยะ ก็จะเสียค่าขยะต่ำลงไปอีก ทั้งนี้ หากประชาพิจารณ์ผ่านประชาชนเห็นด้วย ไม่มีปัญหาอะไร ก็น่าจะนำเข้าสภากทม.พิจารณาได้เดือนพฤศจิกายน เมื่อสภาฯ เห็นชอบ ก็จะประกาศใช้ข้อบัญญัติฉบับใหม่ ยกเลิกของปี’62 ไป” นายจักกพันธ์ุกล่าว

สำหรับร่างข้อบัญญัติฯ ใหม่มีอัตราค่าธรรมเนียมในส่วน ค่าเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป แยกเป็น 

1. ค่าเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป เป็นรายเดือน กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตรเดือนละ 30 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกําหนด เดือนละ 10 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตรในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 60 บาทและกรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 1 ลูกบาศก์เมตร ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 1 ลบ.ม. ในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 3,250 บาท 

2. ค่าเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป เป็นครั้งคราว กรณีที่มีปริมาณไม่เกิน 500 ลิตร ครั้งละ 125 บาท, กรณีที่มีปริมาณเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. ครั้งละ 180 บาท และกรณีที่มีปริมาณเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วย ทุก ๆ 1 ลบ.ม. อัตราหน่วยละ 245 บาท

ส่วนค่ากําจัดมูลฝอยทั่วไป แยกเป็น 

1. ค่ากําจัดมูลฝอยทั่วไป เป็นรายเดือน กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร เดือนละ 30 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกําหนด เดือนละ 10 บาท, กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตร ในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 60 บาท และ กรณีที่มีปริมาณวันหนึ่งเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 1 ลบ.ม. ในอัตราต่อหน่วย หน่วยละ 4,750 บาท 

2. ค่ากําจัดมูลฝอยทั่วไป เป็นครั้งคราว กรณีที่มีปริมาณไม่เกิน 500 ลิตร หน่วยละ 130 บาท, กรณีที่มีปริมาณเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลบ.ม. หน่วยละ 190 บาท และ กรณีที่มีปริมาณเกิน 1 ลบ.ม. ให้คิดเป็นหน่วย ทุกๆ 1 ลบ.ม. หน่วยละ 250 บาท 

รองผู้ว่าฯ จักกพันธ์ุกล่าวสรุปว่า บ้านเรือนทั่วไป หรือ หมู่บ้านจัดสรร/ชุมชนต่าง ๆ จะคิดค่าธรรมเนียมใน 2 รูปแบบ คือ คิดค่าเก็บขน 30 บาท และค่ากำจัด 30 บาท รวม 60 บาท แต่หากบ้านเรือนมีการคัดแยกขยะ หมู่บ้าน/ชุมชน มีที่พักรวมและคัดแยกขยะตามเงื่อนไข จะคิดเท่าเดิมคือ 20 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติฯปี’62 ที่คิดค่าเก็บขน 40 และค่ากำจัด 40 รวม 80 บาท ก็จะลดลงแต่หากประชาชนร่วมกันคัดแยกขยะบ้านไหนหมู่บ้านชุมชนไหนทำตามเงื่อนไข กรุงเทพมหานครก็เก็บอัตราเดิม 20 บาท โดยจะต้องมีการลงทะเบียนถูกต้องกับสำนักงานเขตทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดร่างข้อบัญญัติฯ ใหม่ได้ในเดือนตุลาคม 2566

‘สว.สมชาย’ รับไม่ได้!! พนง.ร้านอาหารที่ไอซ์แลนด์ไล่ ‘หมอพรทิพย์’ ทั้งที่ ‘คนยุโรป-ทั่วโลก’ ต่างนับถือชื่นชม สมัยลงไปลุยช่วยสึนามิ

(1 ต.ค. 66) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตผู้อำนวยการร่วมด้วยช่วยกัน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

ภาพและข้อความนี้มีความหมายยิ่งครับ

ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยรู้จัก ‘คุณหญิงหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์’ เป็นการส่วนตัวมาก่อน เพิ่งพบเจอกันครั้งแรกเมื่อช่วงเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547

คุณหญิงหมอพรทิพย์ ลงไปลุยทำงานสึนามิ ระดมสรรพกำลังช่วยตรวจสอบพิสูจน์อัตลักษณ์ ศพนิรนามทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมากมาย หลายพันศพ

คนยุโรปและทั่วโลกนับถือคุณหมอ ซึ่งเป็นทั้งญาติผู้สูญหายและในระดับรัฐบาลขอบคุณและชื่นชมในความทุ่มเทเสียสละของคุณหญิงหมออย่างยิ่ง

ผมจำเหตุการณ์สึนามิในครั้งนั้นได้ดี เพราะเป็นผู้นำทีมร่วมด้วยช่วยกันลงไปร่วมช่วยผู้ประสบภัย ค้นหาศพ และร่วมสร้างบ้านน็อกดาวน์ ฯลฯ

จึงได้พบและรู้จักกับคุณหมอครั้งแรกที่นั่น ที่วัดย่านยาว ซึ่งคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นศพนิรนามที่ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์หลายร้อยหลายพันศพ

ช่วงนั้นทราบข่าวจากสื่อว่า คุณหมอและทีมพิสูจน์อัตลักษณ์ ต้องการกล้องถ่ายรูปความคมชัดสูง10 หรือ 20 ล้านพิกเซล (ในสมัยนั้น)

ผมจึงได้ประสานกับผู้บริหารยูคอมและร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อจัดหาและร่วมส่งมอบให้ทีมงานนิติวิทยาศาสตร์ของคุณหมอ ร่วมสนับสนุนงานดังกล่าวด้วยความศรัทธาในทันที

วันนี้เห็นสิ่งที่คุณหมอเสียสละทำงานเพื่อประเทศชาติและโลกแล้ว ถูกกระทำเช่นนี้แล้ว รับไม่ได้ครับ

เพราะเทียบชั้นกันไม่ได้เลยกับเด็กทำครัวคนหนึ่งที่ไอซ์แลนด์ ไม่เคยสร้างผลงานใดๆ ให้ประเทศชาติ กลับมีพฤติกรรมต่ำๆ ออกมาในคลิปที่คุกคามขับไล่ออกจากร้าน ด้วยความคลั่งไคล้การเมืองสุดโต่งแบบนั้น

ส่วนตัวผมถือว่าหยาบคายต่ำชั้นมากครับ
เพราะถ้านับคุณค่าคนกันแล้ว  
คนละระดับ คนละโลกกันเลยครับ

เปิดประวัติ ‘โฟร์ท นฤมล’ อดีตนักร้องดังจากยุค 90  สู่นายแบงก์หญิงคนแรกของ ‘ธนาคารซิตี้แบงก์’

(1 ต.ค. 66) หากพูดถึงชื่อ ‘โฟร์ท-นฤมล จิวังกูร’ หลายคนอาจคุ้นเคยในฐานะนักร้องหญิงแห่งค่ายอาร์เอส เจ้าของผลงานเพลงต่าง ๆ ในยุค 90

แต่อีกบทบาทหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบาทหลัก คือ การเป็น ‘นายธนาคารหญิง (Banker)’ และเป็นหนึ่งในผู้บริหารธนาคาร กับชั่วโมงบินบนเส้นทางสายการเงินที่เข้าใกล้ 3 ทศวรรษแล้ว

และล่าสุด ธนาคารซิตี้แบงก์ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวนฤมล จิวังกูร ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย (Citi Country Officer for Thailand) ดูแลรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจภายในประเทศไทย

วันนี้ทางเราได้รวบรวมเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้บริหารคนเก่ง ให้ทำความรู้จักกัน

จบปริญญาโทด้านการเงิน ทำงานกับแบงก์ระดับโลก
‘นฤมล จิวังกูร’ หรือ ‘โฟร์ท’ เกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2515 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะศิลปศาสตร์ (เอกภาษาอังกฤษ) และปริญญาโทจาก California State University คณะบริหารธุรกิจ (เอกบริหารการเงิน)

เริ่มต้นการทำงาน ด้วยการเป็นนักร้องจากการรวมกลุ่มกับเพื่อนนักร้องหญิง 3 คนคือ โฟร์ท นฤมล จิวังกูร, อัยย์ พรรณี วีรานุกูล และอ๊อด พิรุณ ยิ้มพงษ์ ออกอัลบั้มในนามวง ‘เอ็กซิท (Exit)’ ชื่อชุด ‘ทางออกของความรู้สึก’ ออกวางจำหน่ายเมื่อ เมษายน พ.ศ. 2536

ในปี พ.ศ. 2539 ได้ออกอัลบั้มร่วมกับ ‘ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว’ และสามารถ สุขกนิษฐ อัลบั้ม ‘Something in R & B’ ออกวางจำหน่ายเมื่อ กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ก่อนที่จะยุบไปหลังจากนั้น

หลังจากยุบวงก็มีผลงานเพลงประกอบละคร ภาพยนตร์ และงานร้องประสานเสียงให้กับศิลปินมากมายหลายคน

และในปีเดียวกัน โฟร์ท นฤมล เริ่มต้นทำงานในสายงานธนาคารในปี 2539 ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ในสายงานห้องค้า (Global Markets) ในส่วน Trading ทำให้เธอได้เห็นสภาพการทำงานของตลาดการเงินที่ผันผวนท่ามกลางวิกฤตนั้นที่ต้องการการวิเคราะห์และการตัดสินใจฉับไวในตลาดเงิน

โฟร์ท นฤมล เล่าว่า ความท้าทายในการทำงานช่วงแรก ๆ คือผู้ร่วมงานรอบตัวซึ่งล้วนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เธอต้องใช้ความอดทน ความตั้งใจ พร้อมเรียนรู้และวิ่งเข้าหาโอกาส เพราะเวลาทุกนาทีมีค่าและสำคัญ

จากนั้นได้ย้ายไปทำงานในสายงานอื่น ๆ ใน Global Markets ไม่ว่าจะเป็น Corporate Sale ทำหน้าที่หลักดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ของลูกค้าองค์กรต่าง ๆ รวมถึงการคิด Solution ในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนทางตลาดเงินโดยใช้ด้านตราสารอนุพันธ์

ทำหน้าที่ดูแล หา Solution และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านการเงินและการลงทุนให้ลูกค้าองค์กรและสถาบันการเงิน ทำให้ได้ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ยึดเป็นหลักในการทำงานคือต้องทำให้ดีเพราะนี่คืองานที่ได้รับมอบหมาย

นายแบงก์หญิงคนนี้ เคยเล่าว่า “ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร แล้วขับเคลื่อนตัวเองไปหาสิ่ง ๆ นั้น การเปิดรับความท้าทายใหม่ ๆ จะทำให้เราเรียนรู้ ได้ประสบการณ์ และค้นพบว่าอะไรคือสิ่งที่เราสนใจมากที่สุด”

เส้นทางการเป็นนายแบงก์หญิง ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 2558 โฟร์ท นฤมล เข้ารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดเงินตลาดทุน และหลักทรัพย์บริการ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ซึ่งคือตำแหน่งปัจจุบัน และเป็นผู้หญิงคนแรกในสายงานนี้ขององค์กรในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ช่วงที่รับตำแหน่งใหม่ ๆ มีคนกล่าวกับเธอว่า “ยินดีต้อนรับสู่เกมของผู้ชาย” แม้จะเป็นคำกล่าวทักทายที่ทำให้ตกใจในครั้งแรกที่ได้ยิน แต่นั่นถือเป็นคำแนะนำและนำมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะการดึงเอาจุดเด่นและข้อดีของการเป็นผู้หญิงเข้ามาเติมเต็มในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

กระทั่งล่าสุด ‘ธนาคารซิตี้แบงก์’ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวนฤมล จิวังกูร ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย (Citi Country Officer for Thailand) ดูแลรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจภายในประเทศไทย โดยขึ้นตรงต่อ นายอมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ธนาคารซิตี้แบงก์ ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน (Head of South Asia and Asean for Citi) และมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

‘นายแบงก์’ คืองานหลัก ‘นักร้อง’ คืองานอดิเรก
หลังจากงานหลักของ โฟร์ท นฤมล เปลี่ยนเป็น นายธนาคาร ตามสายที่จบการศึกษามา แต่เส้นทางการเป็นศิลปิน นักร้อง ยังไม่ได้หายไปไหน

โฟร์ท นฤมล ตัดสินใจทำงานเป็นนายธนาคารควบคู่ไปกับการเป็นศิลปิน โดยใช้วันหยุดจากการทำงานที่ธนาคารไปทำงานอดิเรกที่รักคือการร้องเพลงโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสององค์กรเข้าใจและให้โอกาส

เส้นทางการเป็นศิลปินเดี่ยว เริ่มต้นขึ้นในสังกัด อาร์.เอส.โปรโมชั่น หลังเซ็นสัญญาออกอัลบั้มเมื่อปี 2541 โดยได้มีผลงานอัลบั้มออกมาจำนวนมากในช่วงระหว่างปี 2542-2548 ดังนี้

ปี 2536 : อัลบั้ม Exit
ปี 2539 : อัลบั้ม Something in R&B
ปี 2542 : อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘แตก 4 รัก โลภ โกรธ เลว’
ปี 2542 : อัลบั้ม Fourth
ปี 2543 : อัลบั้ม ธรรพ์ณธร-โฟร์ท Fire&Ice
ปี 2543 : อัลบั้ม Magic Love
ปี 2544 : อัลบั้มพิเศษ ‘The Celebration’
ปี 2544 : อัลบั้มพิเศษ ‘Impression’
ปี 2544 : อัลบั้มพิเศษ ‘Zodiac’
ปี 2545 : อัลบั้ม Fourth Secret
ปี 2545 : อัลบั้มพิเศษ ‘Inspiration’
ปี 2546 : อัลบั้ม ธรรพ์ณธร-โฟร์ท แสงและเงา
ปี 2547 : อัลบั้มพิเศษ ‘DREAMS by Parn Fourth Piano’
ปี 2547 : อัลบั้มพิเศษ ‘Unforgettable’
ปี 2548 : อัลบั้ม Real Me
ปี 2548 : อัลบั้มพิเศษ ‘คิดถึงแม่ เรียงความเรื่องแม่’
ปี 2548 : อัลบั้มพิเศษ ‘All My Life’

โดยผลงานเพลงที่เป็นที่รู้จักอย่างมากมาย อาทิ นาฬิกาทราย, คนที่ใช่ (ในวันที่ผิด), ไม่มีฉันคนนั้นอีกแล้ว, หมายความว่ายังไง และเพลง เหตุผล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากออกอัลบั้มพิเศษ ‘All My Life’ โฟร์ท นฤมล ก็หันหลังให้กับวงการบันเทิง ก่อนจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง เมื่อปี 2562 ในเพลง ‘เจ็บเพื่อรัก’ ซึ่งเป็นเพลงประกอบละคร เพลิงรักเพลิงแค้น ทางช่อง 3

ความสำเร็จของการเป็น ‘นายแบงก์หญิง’
ตลอดช่วงที่ ‘โฟร์ท นฤมล’ ทำหน้าที่เป็นนายแบงก์หญิง เคยได้รับรางวัล Best Secondary Market Contribution จากกระทรวงการคลัง ในงาน Ministry of Finance Award 2019 (MOF Award) รางวัลที่มอบให้สถาบันการเงินคู่ค้าพันธบัตรของกระทรวงการคลังที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมสภาพคล่องของพันธบัตรรัฐบาล โดยมีมูลค่าธุรกรรม ซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรองสูงสุดในปี 2019 ถือเป็นรางวัลสำคัญต่อสายงานที่เธอกำลังทำอยู่ อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนในองค์กรต้องเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดอยู่กับที่ พร้อมพัฒนา ทุกอย่างให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ให้ความสำคัญกับทุกคนในองค์กร
ตลอดระยะเวลาการทำงาน เธอเผยว่าจะให้ความสำคัญกับบุคลากรหรือทีมงาน เพราะองค์กรไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพียงแค่คนเดียว เนื่องจากโลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากมีบุคลากรที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าก็จะสามารถนำพาทุกคนและองค์กรไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

และไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไร ทุกคนต้องช่วยกันเติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายขาด พร้อมเลือกใช้ข้อดีของแต่ละฝ่ายที่มี เพื่อให้เกิดความสมดุล การทำงานต้องไม่กลัวที่จะกล่าวคำปฏิเสธ ต้องกล้าบอกสิ่งที่คิด สิ่งที่รู้สึก หรือความตั้งใจที่จะทำ องค์กรเปิดกว้างและเห็นความสำคัญของบุคลากร สนับสนุนให้พนักงานแสดงความสามารถและมีโอกาสเติบโตในสายงาน

‘ณัยณพ’ มั่นใจ!! ‘กรีฑาไทย’ เตรียมสร้างชื่อ ศึก ‘เอเชียนพาราเกมส์’ ด้าน ‘โค้ชสุพรต’ เผย ‘ทีมวีลแชร์เรสซิ่ง’ ฟิตเต็มร้อย พร้อมสู้เพื่อชาติ

(1 ต.ค. 66) ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นว่านักกรีฑาพาราไทย ทั้งประเภทแขน-ขา และ ‘วีลแชร์เรซซิ่ง’ จะสร้างผลงานได้ดีในการแข่งขัน ‘เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4’ ระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม 2566 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา

‘ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี’ ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวหลังเดินทางไปดูการฝึกซ้อมของนักกรีฑาพาราไทยว่า “ขณะนี้นักกีฬาของเรามีความพร้อม รวมถึงมีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่านักกีฬากรีฑาของเราจะสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของความสำเร็จ และสถิติที่นักกีฬาจะทำได้ สิ่งสำคัญคือการทำสถิติให้ดีหากเราทำได้ตามเป้าหมายเชื่อว่าเราจะสามารถประสบความสำเร็จรายการนี้ เพื่อการต่อยอดไปสู่พาราลิมปิกเกมส์ในปีหน้าซึ่งเป้าหมายใหญ่ของพวกเรา”

โดย ‘นายสุพรต เพ็งพุ่ม’ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวีลแชร์เรสซิ่งทีมชาติไทย กล่าวว่า สำหรับความพร้อมของทีมวีลแชร์เรสซิ่งทีมชาติไทยในเวลานี้ถือว่ามีความพร้อมแบบเต็มที่แล้วหลังจากที่เรามีการเก็บตัวมาอย่างต่อเนื่อง และนักกีฬาของเราได้ออกไปแข่งขันรายการระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกคนมีความพร้อมและมีความมั่นใจเพื่อลงทำศึกรายการนี้

“ส่วนนักกีฬาหน้าใหม่นั้นก็จะมีนักกีฬาวีลแชร์หญิงซึ่งในครั้งนี้เราหวังจะเป็นรายการที่สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อการต่อยอดไปสู่อนาคต เพราะการได้แข่งขันกับนักกีฬาระดับโลกที่มีประสบการณ์สูงก็ทำให้เขามีพัฒนาการที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งครั้งเป็นโอกาสที่ดีที่นักกีฬาหน้าใหม่จะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่” 

ด้าน ‘พนม พุดซา’ โค้ชกีฬากรีฑาพาราไทย เปิดเผยว่า สำหรับทีมกรีฑาพาราไทยมีความพร้อม เพราะมีการเก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่จบศึกอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งนักกีฬาหลายคนก็มีผลงานที่ดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นและกระหายที่จะไปแข่งขันในเอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้แบบเต็มที่

“ส่วนความหวังของเราในครั้งนี้คงจะเป็นประเภทลู่ วิ่งระยะสั้น อย่าง 200 ม.หญิง อย่าง ‘อุ้ม ศศิราวรรณ อินทโชติ’ ซึ่งเพิ่งไปคว้าเหรียญทองแดง เวิลด์ พารา แอธเลติกส์ แชมเปี้ยนชิป” กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มาได้เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้สูง เพราะเราหวังว่าเพียงแค่ให้เขาทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่เท่านั้นเพื่อให้เป็นการกดดันนักกีฬา”

“ส่วนประเภทในประเภทลาน อยากให้โฟกัสเพียงแค่การทำสถิติของตนเองให้ดี และหากนักกีฬาทุกคนทำได้แบบที่ฝึกซ้อมเราก็มีโอกาสที่จะคว้าเหรียญรางวัลได้ ซึ่งนักกีฬาทุกคนมุ่งมั่นที่ทำผลงานให้ดีเพื่อคว้าเหรียญรางวัลมาฝากพี่น้องชาวไทยให้ได้ สุดท้ายอยากขอกำลังใจจากคนไทยช่วยเป็นกำลังใจให้นักกีฬาทุกคนด้วยและเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เช่นกัน”

สำหรับนักกีฬาพาราไทยรวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมทั้งหมด 491 คน จะลงชิงชัยใน ‘เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4’ ทั้งสิ้น 22 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, บอคเซีย, เรือแคนู, หมากรุก, จักรยาน, ฟุตบอล 5 คน, หมากล้อม, โกลบอล, ยูโด, ลอนโบวล์ส, ยกน้ำหนัก, เรือพาย, ยิงปืน, วอลเลย์บอลนั่ง, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ และวีลแชร์เทนนิส

ทั้งนี้ ผลงานทัพนักกีฬาพาราไทยในการแข่งขัน ‘เอเชียนพาราเกมส์ 2018’ ครั้งที่ผ่านมา ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำผลงาน 23 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน 50 เหรียญทองแดง จบการแข่งขันในอับดับที่ 7

‘ปารีณา’ ซัด!! ‘หมอพรทิพย์’ ดันทุรัง ร้านอาหารมีสิทธิที่จะไล่ ชี้ เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับผลการกระทำของตนเอง

หลังเกิดดรามา ‘คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์’ สว. ถูกชายไทยคนหนึ่งอ้างเป็นเจ้าของร้านอาหารในประเทศไอซ์แลนด์ ไล่ออกจากร้านขณะจะเข้าไปรับประทานอาหาร งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว

ในจำนวนนี้มีอดีตนักการเมืองคนดัง ‘น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์’ อดีต สส.ราชบุรี ที่โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า…

“#หมอพรทิพย์ #ดันทุรังเอง มันเป็นสิทธิของร้านอาหารนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดคือ… ไม่ต้อนรับ ไม่ให้บริการ ถ้าครั้งแรกเขาไล่ ก็ควรรีบไป ชัดเจนว่า…หมอพรทิพย์ดันทุรังอยู่ต่อ จึงต้องรับสภาพ”

“เห็นภาพ ไม่ได้รู้สึกเห็นใจท่าน สว. หรือ สส. เลย รู้สึกแต่เสียดายเงินภาษีประชาชน เมื่อช่วงที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาต้องแก้ไขเยอะ ช่วงที่มีประชุมสภา สส. สว. ยังจะมีอารมณ์มาเล่นดนตรีไทยที่ไอซ์แลนด์ได้อย่างไรคะ”

“สุดท้าย บุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับผลของการกระทำตนเอง เปรียบเมื่อเจ้าฟ้าชายชาวล์เฉยเมย เมื่อรัฐบาลอังกฤษขึ้นค่าเทอมนักเรียน ถูกปาก้อนหินใส่รถ ทั้งที่ท่านไม่มีหน้าที่อะไรในรัฐบาล หรือโจ ไบเดน ถูกชาวบ้านตะโกนใส่ว่า ฟั..ก ไบเดน สาเหตุจากไบเด้รบริหารประเทศชาติได้พังพินาศ”

เปิดประวัติ ‘เทพบิว ภูริพล’ แชมป์โลกนักวิ่ง 100 เมตรชาย วัย 17 ปี ผู้ที่จะมาสร้างตำนานให้วงการกรีฑาไทย ในศึกเอเชียนเกมส์ 2022

เมื่อไม่นานนี้ ‘เทพบิว ภูริพล บุญสอน’ ถือเป็นอีกหนึ่งขวัญใจของคนไทย หลังจากที่สร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักกีฬาที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก 100 เมตรชาย ด้วยวัยต่ำกว่า 18 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากทำผลงานในการแข่งขันกรีฑาเยาวชนชิงแชมป์โลก และเวลานี้จะลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2022 เป็นครั้งแรก

เปิดประวัติของ ‘ภูริพล บุญสอน’ ก่อนที่จะมาเป็น ‘เทพบิว’ แบบทุกวันนี้

นายภูริพล บุญสอน ชื่อเล่น ‘บิว’ เกิดวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2549 ปัจจุบันอายุ 17 ปี สูง 183 เซนติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม เริ่มต้นวิ่งตั้งแต่อายุได้เพียง 8 ขวบเท่านั้น โดยปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ก้าวสำคัญที่ทำให้กลายเป็น ‘เทพบิว’ คือในการลงเล่นในนามทีมชาติไทยการแข่งขันซีเกมส์ 2022 ที่ประเทศเวียดนามที่ผ่านมา และสามารถคว้าเหรีญญทองได้ถึง 3 เหรียญทอง (100 ม., 200 ม. และ 4x100 ) ที่สำคัญ สหพันธ์กรีฑาโลกยังยกสถิติการวิ่ง 200 ม. ที่ ‘บิว ภูริพล’ ทำเวลาเอาไว้ 20.37 วินาที ในซีเกมส์ครั้งที่ 31  นี้ว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยม

โดยสถิติดังกล่าวถือเป็นสถิติที่ดีกว่า 2 ลมกรดชื่อดัง อย่าง ‘ยูเซน โบลต์’ และ ‘เอร์ริยอน เจ ไนต์ตัน’ ในช่วงอายุเดียวกัน ซึ่งสถิติดังกล่าวยังเป็นการทำลายสถิติซีเกมส์รอบ 23 ปี ของ ‘เหรียญชัย สีหะวงษ์’ รุ่นพี่ตำนานทีมชาติไทยลงได้สำเร็จด้วย

สำหรับ ‘บิว ภูริพล บุญสอน’ สร้างชื่อมาจากกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 47 ที่จังหวัดศรีสะเกษ หลังคว้าเหรียญทอง พร้อมทำลายสถิติประเทศไทยที่อยู่มายาวนานกว่า 20 ปี ในการ วิ่ง 100 ม. และ 200 ม.เมื่อเดือนมีนาคม 2565

ในซีเกมส์ 2021 กัมพูชา ในประเภทวิ่งระยะสั้น 100, 200 เมตรชาย และผลัด 4×100 เมตร  สามารถพาตัวเองและทีมคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 3 เหรียญ โดยในการวิ่ง 100 เมตร  ทำเวลา 10.44 วินาที  ส่งผลให้ ‘เทพบิว’ ภูริพล สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกรีฑาระยะสปริ้นต์ (ระยะสั้น) ที่คว้าคนเดียว 3 เหรียญทอง ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งเดียว น่าเสียดายที่ซีเกมส์ ครั้งล่าสุด ที่กัมพูชา เทพบิวได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อกระตุก ระหว่างแข่งหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์

ส่วนในการแข่งขัน กรีฑาเยาวชนชิงแชมป์โลก 2022 วิ่ง 100 เมตรชาย เทพบิวนั้นวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 10.09 วินาที เข้าเป็นอันดับ 1 ของฮีต พร้อมกับทำลายสถิติประเทศไทยของตัวเองที่ทำไว้ 10.19 วินาที ส่วนในรอบชิงชนะเลิศ บิว ภูริพล บุญสอน วิ่งเข้าเส้นชัย ด้วยเวลา 10.12 วินาที คว้าอันดับที่ 4 ของการแข่งขัน กรีฑาเยาวชนชิงแชมป์โลก 2022 รุ่นอายุไม่กิน 20 ปี

โดยหลังหายจากอาการบาดเจ็บซีเกมส์ ที่กัมพูชา ‘เทพบิว’ สามารถคว้าเหรียญทอง 4x100 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนกรกฎาคม ด้วยเวลา

38.55 วินาที พร้อมทำลายสถิติกรีฑาชิงแชมป์เอเชียที่ไทยเป็นเจ้าของสถิติ โดยเคยทำเอาไว้ 38.72 วินาที ในศึกกรีฑาเอเชีย 2019 ที่กาตาร์ และทำลายสถิติประเทศไทย 38.56 วินาที

ขณะที่ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2022 ซึ่งเป็นเอเชียนเกมส์ ครั้งแรกในชีวิต ‘เทพบิว’ จะลงแข่งขันทั้งหมด 3 รายการคือ 100 เมตร, 200 เมตร และ 4×100 เมตร

‘หมอพรทิพย์’ ถึงไทยแล้ว พร้อมขอโทษ ปมถ่ายภาพบน ‘ลาวามอส’ แจง ไม่มีป้ายเตือน-ไม่ได้ศึกษากฎให้ดี ต่อไปจะระวังให้มากขึ้น

(1 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอ ชายเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นคนไทย ได้ไลฟ์สดขับไล่ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ หรือ ‘หมอพรทิพย์’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีคณะติดตามไปด้วย ออกจากร้านของตัวเอง

ล่าสุด แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Porntip Rojanasunan’ ระบุว่า…

“กลับถึงไทยแล้ว ขออนุญาตเรียนตามทีบอกไว้เรื่องทริปนี้ ส่วนเรื่องการถูกไล่ออกจากร้านอาหารที่ไอซ์แลนด์ ได้เป็นบททดสอบธรรมะในตน ทันทีที่ทราบว่าเขาเกลียดมากจนชี้หน้าด่า หมอกลับรู้สึกเฉยและมองไปข้างหลังและข้างหน้าของเขาที่จะเป็นเช่นไร ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำ แต่ขออนุญาตเลือกที่จะใช้ธรรมะจัดการมากกว่าใช้กฎหมายจัดการ”

“ส่วนเรื่องการถ่ายภาพบนลาวามอส ก็ถือเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ศึกษากฎระเบียบให้ชัดเจน ในบริเวณที่ลงถ่ายไม่มีป้ายจึงทำไม่ถูกระเบียบ แจ้งมาก็เพื่อให้รู้ว่าหมอผิดพลาดเอง และแก้ไขทันทีที่ทราบทันที จึงลบออกตั้งแต่ยังไม่กลับมา แต่ก็ไม่ทันสำหรับคนที่เกลียดชังนำไปขยายผล ขอบคุณอีกครั้ง”

‘ชัยวุฒิ’ ยก ‘บิ๊กต่อ’ คนตรงแห่งสีกากี ทำงานซื่อสัตย์ ไม่เกรงใจใคร เชื่อ!! พลิกภาพวงการตำรวจไทย คืนศรัทธาครั้งใหญ่สู่ประชาชน

(30 ก.ย.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยถึง บทบาทในการเป็นนายตำรวจที่มีความซื่อตรง และมีความตั้งใจในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนล่าสุด (14) ในช่วงเวลาที่ตนเคยได้ร่วมงานและรู้จัก ว่า...

“ผมในฐานะ คนที่เคยทำงาน กับ ‘พี่ต่อ’ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ขอชื่นชม ว่าท่านเป็นคนจิตใจดี อาจจะพูดจาไม่หวาน และพีอาร์ไม่เก่ง เเต่มีความจริงใจ ที่สำคัญเป็นนายตำรวจที่มีความตั้งใจในการทำงานสูงมากครับ”

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า “ดังนั้น ผมจึงเชื่อมั่นว่าท่าน จะเป็น ผบ.ตร.ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทย และเชื่อว่าท่าน คือ ผู้ที่เหมาะสม กับ สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้”

เมื่อถามว่า ภาพลักษณ์ของ ‘บิ๊กต่อ’ จะช่วยฉุดภาพรวมที่ดีคืนแก่วงการตำรวจไทยได้มากน้อยแค่ไหน? นายชัยวุฒิ มองว่า “พื้นฐานของ ‘บิ๊กต่อ’ เป็นผู้มีความเมตตาสูง ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีคุณธรรมอย่างมาก ตรงนี้จะทำให้ท่านเป็น ผบ.ตร.ที่ทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างเเท้จริง เเละท้ายที่สุดแล้ว ด้วยสิ่งที่ท่านจะขับเคลื่อนต่อจากนี้ จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนกลับมาสู่องค์กรตำรวจได้อีกครั้ง”

นายชัยวุฒิ ทิ้งท้าย อีกด้วยว่า “ในจังหวะที่บ้านเมืองไทยยังเต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรมมากมาย จนเกิดความเดือดร้อนในหลายส่วน ของประชาชน ความตรงไปตรงมา จริงจัง จริงใจ ของท่าน จะทำให้สามารถเเก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้เเน่นอน”

‘บิ๊กต่อ’ ประเดิม ผบ.ทบ.วันแรก สั่งเด้ง ‘เจ้ากรมสรรพาวุธ’ เซ่นปม ‘น้ำมัน’ ค่ายทหารที่สระบุรีสูญหายกว่า 2 แสนลิตร

(1 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีกองทัพบก (ทบ.) สั่งตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงของค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี สูญหายจากคลังกองโรงงานซ่อมสร้างรถยนต์ทหาร ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กองทัพบก กว่า 2 แสนลิตร เมื่อปี 2565 โดยล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยเจ้ากรมจเรทหารบกเป็นประธานตรวจสอบในรายละเอียดซ้ำอีกครั้ง

ล่าสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ออกคำสั่งให้ พล.ท.สุธา อดุลย์ฐานานุศักดิ์ เจ้ากรมสรรพาวุธ ไปช่วยราชการสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก เพื่ออำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบกรณีน้ำมันหาย

ก่อนหน้านี้ กองทัพบก ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า ปัจจุบันคณะกรรมการกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและยังไม่ได้สรุปผล หากผลสอบสวนปรากฏว่า มีผู้ที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ก็จะเสนอให้พิจารณาลงโทษต่อไป ขอเรียนว่า เมื่อกองทัพบกได้รับรายงานว่า อาจมีความไม่เรียบร้อยในการเบิกจ่ายและเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ดังกล่าว

กองทัพบกได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทันที พร้อมกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสอบสวนด้วยความรอบคอบ ครอบคลุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง และรายงานสรุปผลสอบสวนให้ทราบโดยเร็ว

ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วย ต้องบริหารจัดการสิ่งอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ กรณีนี้กองทัพบกให้ความสำคัญในการตรวจสอบทุกข้อมูลข้อเท็จจริง และจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

วันนี้ (1 ต.ค. 66) เวลา 09.09 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 4 เพื่อเสริมสร้างสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 14 โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ร่วมพิธีบูชาศาลพระภูมิ พิธีบูชาพระนิรันตราย พิธีบูชาหลวงพ่อโสธร พิธีบูชาพระนารายณ์ พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และพิธีสักการะ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ฯ มีคติในการทำงานในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คือ “เทิดทูน จงรักภักดี พัฒนางานตำรวจในทุกมิติ เป็นตำรวจของประชาชน มีมาตรฐานสากล ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ขวัญกำลังใจ ศักดิ์ศรี สวัสดิการ ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top