Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

สหรัฐฯ ยกโมเดลรถไฟใต้ดินไทย ต้นแบบตัวอย่างที่น่าศึกษา หลังรถใต้ดินนิวยอร์ก 'อัมพาต' เผชิญ 'ฝนหนัก-น้ำท่วม' เละ

จากกรณีเมื่อวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2566 ได้เกิดฝนทตกหนักข้ามคืนทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในนิวยอร์ก สร้างความเสียหายให้ระบบขนส่งและการจราจร

ท่าอากาศยานลากวาร์เดีย (LaGuardia Airport) ปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารแห่งหนึ่ง เพราะน้ำท่วมขังในพื้นที่

นายกเทศมนตรีเอริก อดัมส์ เรียกร้องประชาชนให้อยู่แต่ในที่พักและอาคาร เนื่องจากมีการปิดถนนหลายสายและสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ทำให้การเดินทางตามปกติเป็นไปได้ยาก

รูปภาพจากทั่วนิวยอร์กที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นรถยนต์จำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำและการจราจรติดขัด โดยถนนหลักบางสายถูกปิดสนิท

ระบบรถไฟใต้ดินในนิวยอร์กซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของชาวเมือง ได้รับผลกระทบไปหลายเส้นทาง เพราะสถานีจำเป็นต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์น้ำท่วมนิวยอร์กเที่ยวนี้ ฟากนักวิชาการในสหรัฐฯ ได้ยกรถไฟใต้ดินของกรุงเทพฯ ขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา ในแง่ของตัวอย่างที่ดีในการสร้างสถานีรถไฟใต้ดิน และอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย

โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค.66 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pui Rattanapas' ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพเกี่ยวเนื่องกับประเด็นข้างต้น ระบุว่า...

เมื่อเช้าก็เสนอข่าวเรื่องทุ่งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำของลุงตู่ขึ้นมาพูดถึง ในแง่นวัตกรรมที่ก้าวหน้าไปอีกหนึ่งขั้นในเรื่องพลังงาน

โว้ะ!! เมืองไทยเริ่มฉายแสงเรืองๆ ในสายตาชาวตาน้ำข้าวบ้างแล้วนะ 😎😉

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ คนใหม่ออกตรวจเยี่ยม ร้านปันรักษ์ ทั้ง 3 สาขา รับฟังปัญหา และหารือ เพื่อพัฒนาต่อยอดร้านปันรักษ์ มุ่งสร้างรายได้ให้ครอบครัวข้าราชการตำรวจ

วันนี้ (3 ตุลาคม 2566) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจคนใหม่ ออกตรวจเยี่ยมร้านปันรักษ์ ทั้ง 3 สาขา เพื่อรับฟังปัญหาและหารือเพื่อพัฒนาต่อยอดร้านปันรักษ์ 

โดยมี คุณรงรอง ภูริเดช ประธานชมรมแม่บ้าน บช.ก. คุณสิริรักษ์ ครูวัฒนเศรษฐ์ ,คุณอรุณี เชาวนาศัย ,คุณสไบนาง ฉัตรธนเดช รองประธานชมรมแม่บ้าน บช.ก. และกรรมการบริหารชมรมฯ ร่วมประชุมและให้การต้อนรับ ณ ร้านปันรักษ์คาเฟ่ สาขากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 

รวมถึง พ.ต.อ.อนันต์ ลำน้ำ ผู้กำกับการฝ่ายสนับสนุน 1 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , คุณปรีชญานันท์ ไชยเสนา ผู้จัดการร้าน ให้การต้อนรับ และร่วมประชุม ณ ร้านกาแฟปันรักษ์ สาขากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  และร้านปันรักษ์ สาขาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ

สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงเรื่องปัญหาต่างๆ อาทิ คุณภาพของเมล็ดกาแฟ ระบบการขายหน้าร้าน ตลอดจนการหาแนวทางการส่งเสริมการขาย เพื่อนำมาเป็นแนวในการพัฒนาต่อยอดร้านกาแฟปันรักษ์ต่อไปเพื่อให้ได้ตามมาตราฐานสากล

โดย คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจคนใหม่ ออกตรวจเยี่ยม ร้านปันรักษ์ ทั้ง 3 สาขา ในครั้งนี้ เตรียมหาแนวทางพัฒนาต่อยอดร้านปันรักษ์ หวังสร้างรายได้ให้ครอบครัวข้าราชการตำรวจอย่างยั่งยืน

‘เพจดัง’ แจง!! ปมไม่ส่งรางวัลที่หนึ่ง 30 ล้าน ให้ลูกค้า อ้าง!! ติดต่อผู้รับไม่ได้ จึงไม่มีการจัดส่งเกิดขึ้น

(2 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี 2 สามีภรรยาชาวจังหวัดอุทัยธานีซื่อลอตเตอรี่จากเพจชื่อดังเพจหนึ่งชุด 5 ใบหมายเลข 727202 และถูกรางวัลที่ 1 คือจำนวนเงิน 30 ล้านบาท แต่กลับไม่ได้รับเงิน โดยทางแอดมินเพจอ้างว่าติดต่อลูกค้าไม่ได้เลยไม่ส่งลอตเตอรี่ให้ 

ต่อมาทางเพจ ‘เฮง เฮง ลอตโต้’ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวผ่านทางคอมเมนต์ซึ่งมีผู้สอบถามเข้าไปเป็นจำนวนมากว่า…

"สวัสดีครับ ทางร้านจัดส่งลอตเตอรี่หลังจากมีการซื้อขายสำเร็จทุกออเดอร์ครับ ถ้าลูกค้าไม่มีการตอบรับยืนยันการซื้อขายจนสำเร็จการสั่งซื้อ ทั้งการชำระแบบโอนผ่านธนาคารหรือการชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทาง ทางร้านจะไม่มีการจัดส่งก่อนครับ ทางร้านติดต่อผู้รับไม่ได้จึงไม่สามารถจัดส่งให้ได้ครับ เพราะบริการเก็บเงินปลายทาง พนักงานจัดส่งต้องโทรหาผู้รับเพื่อนัดวันจัดส่งและเก็บเงินกับผู้รับครับ ซึ่งลูกค้าท่านนี้ไม่ได้ทวงหรือสอบถามก่อนเวลา 16.00 น.ของวันที่ 1 ครับ มีการทักมาเวลา 18.42 น.หลังประกาศผลรางวัลแล้วครับ

ลูกค้าต้องการใช้บริการเก็บเงินปลายทางครับ แต่ทางร้านโทรติดต่อลูกค้าไม่ได้และสอบถามทางลูกค้าไป แต่ไม่มีการตอบกลับมาครับ จึงไม่มีการจัดส่งยังไม่มีการชำระเงินเกิดขึ้นและไม่ตอบกลับในขณะการสั่งซื้อครับ ยังไม่มีการยืนยันการสั่งซื้อครับ"

'สมศักดิ์' เช็ก 'สุโขทัย' สั่งจังหวัดเฝ้าสถานการณ์ใกล้ชิด หวั่นทะลักพื้นที่ ศก. พร้อมเตรียมเสนอ 'นายกฯ' สร้างที่ระบายน้ำฝั่งขวาแม่น้ำยม ช่วยบรรเทา

(2 ต.ค.66) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและแนวทางการแก้ปัญหา โดยมี นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมที่จังหวัดสุโขทัย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมให้เฝ้าระวังพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัยเป็นพิเศษ เพราะในพื้นที่ ตำบลปากแคว อำเภอเมือง ได้เกิดดินสไลด์ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาแล้ว ซึ่งต้องช่วยกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยผู้ว่าฯ สุโขทัย ก็คงหลับไม่ได้ ต้องเฝ้าสถานการณ์ตลอดเวลา เพราะหากดินสไลด์เพิ่ม จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ส่วนหลังสถานการณ์คลี่คลาย ก็ต้องมีการเร่งสร้างเขื่อนกันดินสไลด์ในจุดนี้เพิ่ม นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า แม่น้ำยม เป็นแม่น้ำสายเดียว ที่ไม่มีเขื่อนรองรับ จึงทำให้น้ำเกิดน้ำท่วม เพราะมวลน้ำที่ไหลมา มีจำนวนมากถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

“ผมไม่กล้าหวังที่จะให้มีการสร้างเขื่อน แม้ว่าพี่น้องประชาชน จะบอกว่ามีแนวโน้มที่ประชาชนส่วนใหญ่จะเข้าใจ แต่หลายครั้งที่เราพูดคุยเรื่องเขื่อน ก็จะมีปัญหา ผมจึงไม่อยากพูด แต่เปลี่ยนไปพยายามแก้ปัญหาในวิธีอื่นแทน อย่างในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย และภาคเหนือตอนบน จังหวัดแพร่ เราก็พยายามแก้ปัญหาในพื้นที่ ที่ไม่กระทบกับต้นน้ำแม่น้ำยมก่อน เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะหากย้อนไปดูเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 สร้างความเสียหายถึง 1.42 ล้านล้านบาท เป็นความเสียหายจากทรัพย์สินทางราชการ และของพี่น้องประชาชน รวมถึงเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งในตอนนั้น น้ำมีความสูงถึง 13 เมตร โดยจะเห็นได้ว่า เหตุน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ ประชาชนเริ่มเรียกร้องให้ช่วยเหลือแบบยั่งยืน เพราะจังหวัดสุโขทัย เกิดเหตุน้ำท่วมทุกปี โดยเป็นเรื่องความไม่ปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา เราพยายามแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยฝั่งขวาแม่น้ำยม ขณะนี้ ก็ได้มีการดำเนินการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะนำเรียนท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้รับทราบและพิจารณาถึงแนวทางการแก้ปัญหานี้ เพราะจะสามารถช่วยการระบายน้ำได้เป็นอย่างดี และนอกจากช่วยน้ำท่วมแล้ว เวลาน้ำแล้ง เรายังสามารถปิดประตู เก็บน้ำไว้ใช้ได้อีก เพราะในอีก 3 ปี มีการคาดการณ์ว่า จะเกิดภัยแล้งจากเอลนีโญ ดังนั้น ถ้าเราวางแผนแก้ปัญหาแบบเป็นระบบ ก็จะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ทั้งหมด

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ พบว่า มีพื้นที่ 9 อำเภอได้รับผลกระทบแล้ว และมีประชาชน ได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 2,007 ครัวเรือน เป็นพื้นที่กว่า 62,483 ไร่ นอกจากนี้ ยังพบว่า ที่น่าเป็นห่วงเพิ่มเติมคือ ตำบลปากแคว ตำบลยางซ้าย อำเภอเมือง เกิดคันดินคอสะพานขาด พื้นที่อำเภอศรีสำโรง พนังกั้นน้ำบริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ เกิดแยกตัว และพื้นที่อำเภอสวรรคโลก น้ำเอ่อล้นตลิ่งคันคลอง และบริเวณคอสะพานหลายจุด ตนจึงฝากเตือนพี่น้องประชาชน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ ยังได้ลงพื้นที่จุดเสี่ยงเพิ่มเติม คือ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯ สุโขทัย โดยได้ขึ้นหลังรถกระบะ ถือตลับเมตรปีนขึ้นไปวัดระดับน้ำ พบว่า ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น จากที่พนังกั้นน้ำสามารถรองรับได้ 2.80 เมตร ความหนาของพนังตัวนี้อยู่ที่ 15 เซนติเมตร แต่น้ำขณะนี้ อยู่ที่ระดับ 2.40 เมตรแล้ว มวลน้ำก้อนใหม่ที่มาจากอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ก็กำลังจะไหลมาที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งหากพนังกั้นน้ำได้รับความเสียหายแตกร้าว ก็จะส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมตัวเมือง ที่เป็นแหล่งชุมชน และตลาด รวมถึงเรือนจำสุโขทัยด้วย โดยจุดนี้ นายสมศักดิ์ มีความเป็นห่วงอย่างมาก จึงได้กำชับสั่งผู้ว่าฯ สุโขทัย ให้ดูแลใกล้ชิด เพราะไม่อยากให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด

'ผบ.ทบ.' นำ 211 นายพล ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ขอรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า

(2 ต.ค.66) พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่นายทหารชั้นนายพล สังกัดกองทัพบก ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศสูงขึ้น ประจำปี 2566 โดย ผบ.ทบ. ได้กล่าวแสดงความยินดีพร้อมทั้งให้โอวาท เพื่อเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจแก่นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศสูงขึ้นทุกนาย

พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมว่า การที่ภารกิจของกองทัพบกสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาบันที่เป็นรากฐานด้านความมั่นคงของชาตินั้น มีกำลังพลทุกนายเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนให้สัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรม ด้วยความเสียสละ อุทิศตน ปฏิบัติหน้าที่อย่างประสานสอดคล้องกัน โดยยึดถือเอกราชและอธิปไตยของชาติ รวมถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมาย ส่งผลให้กำลังพลทุกนายได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา จนทำให้ได้เลื่อนยศสูงขึ้นในครั้งนี้ และขอให้กำลังพลทุกนายพัฒนาตนเองให้ทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยี เพื่อนำไปพัฒนาระบบงานให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

จากนั้น พล.อ.เจริญชัย ได้นำคณะนายทหารชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานชั้นยศสูงขึ้น กระทำพิธีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตน เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5

โดยในปีนี้ นายทหารสัญญาบัตรสังกัดกองทัพบกที่ได้รับพระราชทานชั้นยศสูงขึ้น เป็นพลเอก 15 นาย พลโท 55 นาย พลโทหญิง 1 นาย พลตรี 122 นาย และพลตรีหญิง 18 นาย รวมเป็นจำนวน 211 นาย ซึ่งนายทหารทุกนาย ได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ และมีประสิทธิภาพ จนได้รับการเชื่อถือและไว้วางใจ ส่งผลให้ได้ดำรงยศสูงขึ้นในชั้นนี้

พล.อ.เจริญชัย กล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศให้กับนายทหารชั้นนายพลของกองทัพบกนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติยศอันสูงยิ่งของการรับราชการ ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยแห่งนี้ขึ้น ทั้งยังทรงมีพระเมตตาเปิดโอกาสให้ลูกหลานของประชาชนชาวไทยทั่วไป ได้เข้าศึกษาเล่าเรียน โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ เพื่อให้ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ ช่วยกันปกปักรักษาเอกราช อธิปไตย ของประเทศชาติราชอาณาจักรไทยให้อยู่มาจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ปวงข้าพระพุทธเจ้ายังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงพระราชทานกระบี่ และพระราชทานยศนายทหารสัญญาบัตรมาโดยตลอด

“ห้วงเวลาการรับราชการที่ผ่านมาพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่องค์พระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์มีต่อปวงข้าพระพุทธเจ้า ปวงข้าพระพุทธเจ้า จักสำนึกและเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม พร้อมทั้งขอถวายสัตย์ปฏิญาณจักจงรักภักดี จักยอมอุทิศตน พร้อมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศชาติราชอาณาจักรแห่งนี้ และจักเทิดทูนรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดซานุภาพแห่งองค์ พระมหากษัตริย์เจ้าพระบรมราชจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่” ผบ.ทบ. ระบุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งทำความเคารพ และขอให้ทุกคนนั่งคุกเข่าพนมมือ โดย พล.อ.เจริญชัย ได้ให้นายพลกล่าวถวายคำสัตย์ปฏิญาณตน กล่าวคาถาในดวงตรามหาจักรี “ติระตะเน สะกะรัฏเฐ จะ…สัมพังเส จะ มะมายะนัง สะกะราโชชุจิตตัญฺจะ.. สะกะรัฏฐาภิวัฑฒะนังฯ ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า และจักธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร”

หลังจากนั้นทั้งหมดเปล่งเสียงกล่าวปฏิญาณพร้อมกัน 3 ครั้ง ความว่า “ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของท่านไว้ด้วยชีวิต”

‘แพทย์’ เตือน ‘แมลงก้นกระดก’ สัตว์มีพิษหน้าฝน ‘ทำผิวไหม้-แสบร้อน’ ชี้!! หากสัมผัสให้รีบล้าง 'น้ำเปล่า-สบู่-ประคบเย็น' และคอยสังเกตอาการ

(2 ต.ค.66) ในช่วงฤดูฝนสิ่งที่ต้องระวังนอกเหนือจากไข้หวัด คือสัตว์มีพิษต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ ‘แมลงก้นกระดก’ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ถึงความร้ายแรงในพิษของแมลงชนิดนี้ จึงมักกำจัดด้วยการปัดไล่เหมือนแมลงทั่วไป แต่หากพิษถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นคันหรือแผลพุพอง และหากพิษถูกบริเวณดวงตา อาจทำให้ตาบอดได้

แพทย์หญิงภาวดี ศึกษากิจแพทย์ผิวหนังประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม Wellness Center โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า แมลงก้นกระดกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร มีลำตัวสีดำสลับสีส้ม ส่วนปลายหางแหลม จะพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนเนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นและมืดลงในตอนกลางคืน แมลงก้นกระดกจึงมักออกมาหาอาหารและเล่นแสงไฟในบ้านเรือน นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ตามสถานที่ที่มีต้นไม้

แมลงก้นกระดกจะปล่อยสารที่เรียกว่า ‘พิเดอริน’ (Pederin) ออกมา โดยสารชนิดนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังมาก สามารถทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของผู้ที่สัมผัสโดน ทำให้เกิดภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก หรือ Paederus dermatitis ซึ่งจะยังไม่เกิดขึ้นทันทีหลังสัมผัสโดน แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง โดยจะมีอาการ เช่น แสบร้อน พบรอยไหม้และตุ่มน้ำเป็นผื่นที่มีลักษณะคล้ายเป็นเริมหรืองูสวัด แต่จะพบเป็นรอยยาว ไม่เป็นกระจุก มักพบรอยบริเวณนอกเสื้อผ้า ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่สัมผัสโดน ในบางคนที่แพ้พิษอาจมีอาการรุนแรง เช่น พุพอง คลื่นไส้อาเจียน หรือเริ่มมีไข้ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากโดนบริเวณตา หรือเข้าตา อาจทำให้ตาบอดได้

ผื่นที่เกิดจากการสัมผัสแมลงก้นกระดก จะตกสะเก็ดและหายได้เองภายใน 7-10 วัน เมื่อหายแล้วอาจจะทิ้งรอยดำไว้สักระยะหนึ่ง มักไม่เกิดแผลเป็นนอกจากจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำที่บริเวณผื่น ทำให้ผื่นหายช้าลง และอาจลุกลามจนมีโอกาสเกิดเป็นแผลเป็นหลังจากผื่นหายแล้วได้

ทั้งนี้ หากสัมผัสโดนแมลงก้นกระดก ให้รีบล้างน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ และประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสโดน คอยสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้น มีตุ่มน้ำพอง หรือเริ่มหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

“การรักษาอาจให้ครีมสเตียรอยด์ทาในผื่นแดงระยะเริ่มแรก แต่ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำพองเป็นบริเวณกว้างหรือแผลไหม้ควรทำการประคบด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาทีวันละ  3-4 ครั้ง จนแผลแห้ง ร่วมกับพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดรับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำและรับประทานยาแก้คันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยบางราย” แพทย์หญิงภาวดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงการเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดูกชุกชุม เช่น บริเวณพื้นดินที่ชื้น, หากต้องเดินในที่ที่มีแมลงก้นกระดกชุกชุม ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด, ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงเข้ามาในบ้าน เพื่อป้องกันการถูกสารพิษจากแมลงก้นกระดก

'แอฟ ทักษอร' สูญเสียคุณพ่อ 'อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ' จากไปด้วยโรคมะเร็ง หลังรักษาตัวมาหลายปี

ขอแสดงความเสียใจกับนักแสดงสาว 'แอฟ ทักษอร' ที่สูญเสียคุณพ่อ 'อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ' ไปเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วานนี้ (1 ต.ค.66) หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและรักษาตัวมาหลายปี แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่าถึงแม้ที่ผ่านมา 'แอฟ' และครอบครัวจะพยายามทำใจมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่พอเรื่องราวเกิดขึ้นก็ยากที่จะทำใจ พร้อมขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ 'แอฟ' และครอบครัว 

สำหรับงานสวดพระอภิธรรมของ 'คุณพ่ออนุสรณ์' จะจัดขึ้นที่วัดธาตุทอง ศาลา 23 (ศาลาดุรงคพิทยา) โดยจะมีพิธีรดน้ำในวันนี้ (2 ต.ค.66) เวลา 17.00 น. ต่อด้วยพิธีสวดพระอภิธรรม ในเวลา 18.30 น. ไปจนถึงวันที่ 6 ต.ค. นี้ และจะมีพิธีฌาปนกิจในเวลา 16.48 น. วันที่ 7 ต.ค.66.

'อดีตทูตนริศโรจน์' เฉลย!! 'นักวิชาการ-สื่อ' กระพือ 'ลาวามอส' เพื่อ 'กลบเกลื่อน-ปกป้อง' คนหยาบถ่อยละเมิดสิทธิของผู้อื่น

(2 ต.ค.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า กรณีการจุดประเด็น ‘ลาวามอส’ ที่ Iceland เพื่อมุ่งเป้าเอาเป็นเอาตายกับคุณหญิงหมอพรทิพย์ แต่เพียงคนเดียว ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ‘ลาวามอส’ ตรงพื้นที่ที่คุณหมอเข้าไปถ่ายรูปนั้น เป็น ‘จุดขาย’ ของ Iceland ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริษัทโฆษณาสินค้าแบรนด์ระดับโลก Celeb ดาราของ Iceland อย่าง Byork หรือแม้แต่ ดารา นักร้อง รวมถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ด้อมส้ม เองก็เคยเข้าไปถ่ายตรงจุดเดียวกับคุณหมอพรทิพย์ มาแล้ว ดังมีรูปที่ปรากฏใน FB / IG / TikTok เต็มไปหมด

นายนริศโรจน์ ระบุอีกว่า สรุปง่ายๆ คือ การที่นักวิชาการและสื่อเอาจุดนี้มาตีแบบ ‘เล่นใหญ่ผิดปกติ’ ก็คือเพื่อ ‘กลบเกลื่อน ปกป้อง และเบนประเด็น’ ช่วยคนๆนึงที่มีพฤติกรรมหยาบถ่อยละเมิดสิทธิของคนอื่น และมีเจตนาทำร้ายร่างกายคนอื่นให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทำให้แยกแยะได้เห็นถึงความคิดและเจตนาที่บิดเบี้ยว เลือกปฏิบัติที่ออกมาจาก ‘สื่อ’ และ ‘นักวิชาการ’ บางคนที่ไม่มีจริยธรรมเพียงพอในการวางตัวเป็นกลาง ที่น่าอนาถที่สุดคือพฤติกรรมของคนที่เป็นด้อมส้มของพรรคการเมืองนึง ที่ออกมาเมนต์แบบผสมโรงเล่นงานคุณหมอ ทั้งๆ ที่คุณหมอเป็นเหยื่อที่ถูกละเมิดและคุกคาม ชัยชนะทางการเมืองที่ได้มาจากการเสี้ยมผู้คนให้มีความคิดบิดเบี้ยวเยี่ยงนี้ น่าภูมิใจหรือ!?

เปิดใจ ‘ผบ.ตร.’ เคลียร์ใจ ‘บิ๊กโจ๊ก’ มีอะไรให้ใช้สติ บอก "ถ้าขาดพี่ จะหาคนจริงใจอีกไม่ได้แล้ว"

(2 ต.ค.66 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์รายการ ‘เจาะลึกทั่วไป อินไซต์ไทยแลนด์’ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

>> ปัญหาที่เกิดขึ้นใน ตร.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเยียวยาอย่างไร?

“กำลังจัดวางตำแหน่งรอง ผบ.ตร.และการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลให้เป็นระบบคุณธรรม อยากสร้าง ตร.ให้เป็นโฮม ซึ่งอยู่ที่น้องๆ ช่วยกัน ผมใช้คำว่า พี่ น้อง เรื่องนี้ต้องเริ่มจากผู้บังคับบัญชาที่ดี การแต่งตั้งหน้างาน ผมอยากให้รอดู ขณะนี้กำลังจัดวาง ถ้าไม่เอาผู้ช่วยฯ ขึ้นมาด้วย จะไม่พอพิจารณา ทุกระดับต้องมีบอร์ดหมด”

>> การแต่งตั้งครั้งนี้ ทั้งระดับ รอง ผบ.ตร.ถือเป็นการเยียวยาองค์กรใช่หรือไม่?

“ทุกคนเราคุยกันหมด เราทำงานเพื่อ ตร.ผมมีเวลาแค่ 1 ปี ตอนนี้ผ่านไป 2 วันแล้ว จะเอาเวลามาทะเลาะกัน มดงานก็คาดหวังจาก ผบ.ตร.หมด ก็จะเร่งทำ ขอให้เราได้ทำงานก่อน ขอเวลานิดนึง”

>> แสดงว่าการแต่งตั้งรอง ผบ.ตร.จะเป็นการเยียวยา แล้ว พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.จะได้ดูงานเดิมหรือไม่?

“เดิมดูอาวุโส ตอนนี้ให้ทุกคนดูเลยว่าใครอยากได้งานอะไร ให้เลือกตามอาวุโส คือ รองฯ รอยได้เลือกก่อน ตามด้วยรองฯ โจ๊ก (พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล) จากนั้นเป็น ผช.ผบ.ตร.จะเป็นใครขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ จะมอบภาระงานให้เลย เพราะรอไม่ได้ ใครจะมาช่วยรอง ผบ.ตร.คนไหน โดย บก.1 บก.2 บก.3 บก.4 ก็ต้องเลือกคนที่ทำงานได้ด้วย จะต้องคุยกันหมด เพราะไม่ใครจะเก่งทุกเรื่อง กรณีรองฯ โจ๊ก ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่แถลงกันไปมา แล้วคนก็มโนทั้ง 2 ฝ่าย”

>> วันนั้น ใครส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ คอมมานโด หรือพีซีที ไปบ้านบิ๊กโจ๊ก?

“พีซีทีดูแลเรื่องเว็บพนันออนไลน์ เป็นเรื่องของ ตร.ไม่เกี่ยวกับการขอกำลังเข้าค้นทั่วไป ถ้าผมรู้ผมต้องไปแล้ว วันนั้นผมเข้าเวรอยู่ ไม่ได้ไป ท่านรองฯ โจ๊กโทรมา ผมก็ยังงงๆ อยู่ ผมไม่รู้จริงๆ เราอยู่กับพี่น้อง เป็นเรื่องของพีซีที ขึ้นตรงกับ ตร.วันนั้นผมเป็นรอง ผบ.ตร.ไม่ใช่ ผบ.ตร.ผมก็เช็กให้ ไม่ใช่ไม่คุย หรือไม่รับสาย”

>> คืนที่มีภาพกอดเอวถ่ายรูปกับรองฯ โจ๊ก ผบ.ตร.เรียกพบ หรือรองฯ โจ๊กขอเข้าพบ?

“ผมเรียกรองฯ โจ๊กมาพบ ว่ามีเรื่องอะไร ผมรับทราบนโยบายของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน มาด้วย ว่าอยากให้แก้ปัญหาภาพรวมขององค์กร ตร.ถ้า ตร.ทะเลาะกัน เด็กๆ จะมองเราอย่างไร เราอาจจะไม่ได้ทะเลาะกัน แต่อาจมีคนไม่หวังดี ผมก็บอกน้องว่าเราอย่าทะเลาะกัน มีคนไม่หวังดี เรื่องนี้อาจมีคนนอกมองว่าองค์กร ตร.ทะเลาะกันหรือเปล่า อาจเป็นเพราะมีคดีเกิดขึ้นในช่วงนั้นหลายคดี นายกฯ บอกถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ไปแก้ปัญหา เป็น ผบ.ตร.แล้ว ไปแก้ปัญหา”

>> คืนวันนั้นคุยอะไรกัน?

“คืนนั้นคุยกันว่า ในชีวิตผมเคยบอกโจ๊กเสมอว่า ถ้าขาดพี่ไปแล้ว จะหาคนจริงใจแบบผมไม่ได้ ผมเป็นคนไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่ทำใครข้างหลัง ถ้าเอากันก็เอากันซึ่งหน้า ผมก็บอกว่าถ้ามีอะไร ให้ใช้สติ อย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณ์ แต่ทุกวันนี้แก้ปัญหากันด้วยอารมณ์ ผมโดนมาเยอะ แต่ผมนิ่ง ใช้อุเบกขา คิดว่าให้เวลาเป็นตัวเล่าดีกว่า”

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจคนไทย 44% ไม่อยากมีลูก เหตุไม่อยากเพิ่มค่าใช้จ่าย-กังวลต่อสภาพสังคมปัจจุบัน

เมื่อวานนี้ (1 ต.ค.66) นิด้าโพล เผยเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยไม่อยากมีลูก 2 ประการ คือ 1.ไม่อยากเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก และ 2.ความเป็นห่วงว่าลูกจะอยู่อย่างไรในสภาพสังคมปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนเท่ากัน 38.32% สาเหตุรองลงมา 37.72% ไม่อยากมีภาระในการดูแลลูก ตามด้วย 33.23% ต้องการชีวิตที่เป็นอิสระ ขณะที่ 17.66% กลัวจะเลี้ยงลูกไม่ได้ดีเท่าที่ควร ส่วนอีก 13.77% อยากให้ความสำคัญกับงานมากกว่า, 5.39% ตนเองหรือคู่ครองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ, 2.10% กลัวจะเป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ที่ไม่ดี ทำให้ลูกที่เกิดมาไม่ดีตามไปด้วย และ 0.90% กลัวกรรมตามสนองเนื่องจากเคยทำไม่ดีไว้กับพ่อแม่

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีลูก 53.89% ระบุว่าอยากมี รองลงมา 44.00% ระบุว่า ไม่อยากมี ที่เหลืออีก 2.11% ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 50.53% ไม่มีความกังวลต่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ในอนาคตว่าจะมีน้อยมาก รองลงมา 23.13% ไม่ค่อยกังวล ที่เหลืออีก 17.79% ค่อนข้างกังวล และ 8.55% กังวลมาก

มาตรการที่รัฐควรสนับสนุนเพื่อให้คนไทยมีลูก 65.19% โดยสนับสนุนการศึกษาฟรีในประเทศจนถึงขั้นสูงสุดสำหรับคนมีลูก รองลงมา 63.66% ให้อุดหนุนค่าเลี้ยงดูลูกจนถึงอายุ 15 ปี ตามด้วย 30.00% ลดภาษีเงินได้สำหรับคนมีลูก, 29.47% เพิ่มวันลาให้แม่และพ่อในการเลี้ยงดูลูก, 21.91% มีเงินรางวัลจูงใจที่สูงสำหรับเด็กแรกเกิด, 19.92% อุดหนุนทางการเงินแม่-พ่อเลี้ยงเดี่ยว และ 17.18% พัฒนาและอุดหนุนการเงินให้ศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก, 9.85% มีบริการศูนย์ผู้มีบุตรยากฟรี, 7.48% เพิ่มภาษีเงินได้สำหรับคนไม่มีลูก, 5.50% เปิดช่องทางในการอุ้มบุญมากขึ้น, 4.89% มีหน่วยงานจัดหาคู่ให้กับคนไทย, 2.75% รัฐไม่จำเป็นต้องมีมาตรการใดๆ และ 0.76% ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สถานะการแต่งงานและการมีลูกของกลุ่มตัวอย่าง 29.39% เป็นโสดและไม่มีแฟน รองลงมา 26.57% แต่งงานจดทะเบียนสมรสและมีลูกแล้ว ตามด้วย 20.92% เป็นโสดแต่มีแฟนแล้ว, 10.99% แต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีลูกแล้ว, 4.58% แต่งงานจดทะเบียนสมรสแล้วแต่ไม่มีลูก, 2.52% เป็นแม่-พ่อเลี้ยงเดี่ยว (หม้ายที่มีลูกแล้ว โสดและมีลูกแล้ว) , 1.98% แต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่ไม่มีลูก และมีคู่ครองอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงาน และมีลูกแล้ว ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 1.07% มีคู่ครองอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงานและไม่มีลูก

ทั้งนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ‘มีลูกกันเถอะน่า’ ในช่วงวันที่ 26-28 ก.ย.ที่ผ่านมา จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18-40 ปี กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 ราย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top