Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราโชวาท ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2565

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'ศุกลภัทร์ มะรินทร์' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ... เมื่อวันนี้ของวันศุกร์ที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ เป็นวันที่ ๒

โดยวันนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย รวม ๓,๖๔๔ คน ประกอบด้วย คณะวิทยาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับปี ๒๕๖๖ นี้ พระราชทานพระราโชวาท ความตอนหนึ่งว่า 

คำว่าอิสระทางความคิด ต้องมีอิสระทางความคิด เป็นที่นิยมใช้กันหลายวงการ จนเข้าใจกันไปว่า ไม่ต้องฟังความคิดผู้อื่น ถือความคิดของตนเป็นใหญ่ จริงอยู่ คำว่าอิสระ แปลว่า เป็นใหญ่ เป็นไทแก่ตัว ไม่ขึ้นแก่ใครๆ แต่ความเป็นใหญ่ทางความคิด ไม่สามารถเกิดขึ้นลอยๆ ได้ ความคิดอ่าน ต้องมีพื้นฐานของความรู้ความคิดรอบด้าน จะเป็นใหญ่ทางความคิดได้ ต้องอาศัยการสะสมความรู้ กลั่นกรอง ไตร่ตรองให้ถูกต้องแจ่มชัด จึงจะสามารถเป็นใหญ่ทางความคิด นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แก่ตนเอง และส่วนรวมได้ เช่นนี้ จึงนับว่า เป็นใหญ่เหนือความคิด บังคับบัญชาความคิดได้ การดื้อดึงถือความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ที่ไม่มีรากฐาน ไม่ฟังความคิดผู้อื่น ไม่หาความรู้เพื่อตรวจสอบว่า คิดถูกต้อง สมควรเป็นประโยชน์หรือไม่ เรียกได้ว่า เป็นทาสของความคิด ถูกความคิดอันไม่ได้ไตร่ตรอง ให้ถูกต้องครอบงำ เมื่อนำไปใช้ จึงเกิดความเสียหายเดือดร้อน อาจจะรุนแรงถึงเป็นภัยฆ่าฟันกัน บัณฑิตทั้งหลาย เป็นผู้เล่าเรียนมาก จึงเป็นความหวังของบ้านเมืองว่า จะได้รู้จักใช้ความคิด รู้จักไตร่ตรอง ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้จักเสาะแสวงหาความรู้ มาพิจารณา ให้ทราบตระหนักว่า ความคิดอ่านของตนถูกต้อง เป็นประโยชน์รอบด้าน เป็นคุณต่อบ้านเมือง

‘วินทร์’ ชี้ ‘สังคมปัจจุบัน’ กำลังหล่อหลอม ‘เด็ก’ ให้กลายเป็นปีศาจ ‘ความรู้-จริยธรรม’ จึงเป็นธุระของคนทั้งชาติ ที่ต้องคอยช่วยกันปลูกฝัง

เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.66) วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และนักเขียนเจ้าของรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า…

ข่าวเด็กวัย 14 ก่อเรื่องร้ายสร้างความสะเทือนใจแก่ทุกคน แม้ว่าเรายังไม่ได้รับรายงานสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นปัญหาทางจิต เช่น โรคจิตเภท หรือปัญหาครอบครัว หรืออะไร เราก็น่าจะฉวยโอกาสนี้สำรวจสถานการณ์เด็กบ้านเราในภาพรวม

หลายปีนี้ผมเจอเรื่องเด็กหลงทางหลายคนที่เป็นลูกหลานของเพื่อน ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวบ้าง ปัญหายาเสพติดบ้าง สร้างความทุกข์มหันต์ให้พ่อแม่ ในฐานะคนที่เคยเลี้ยงลูกวัยนี้ รู้ว่าพฤติกรรมหลงทางของเด็กเป็นฝันร้ายของพ่อแม่ทุกคน

พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการให้ลูกเป็นนักเรียนชั้นเลิศ ได้เกรด 4 ทุกวิชา แค่ต้องการให้เรียนวิชาพอมีความรู้ประกอบอาชีพ ไม่สร้างปัญหาแก่ใคร ได้เท่านี้ก็ดีใจแล้ว

แต่การเลี้ยงลูกในยุคนี้ยากขึ้นทุกที ทั้งอิทธิพลจากเพื่อนๆ จากสื่อ โลกโซเชียล จากเกม จากหนัง ไปจนถึงการเมือง

เด็กก็คือเด็ก ฉลาดแค่ไหนก็มีวุฒิภาวะแค่ระดับหนึ่ง แต่มักคิดว่าตนเองรู้จักโลกมากพอแล้ว จึงไม่ฟังใคร

วุฒิภาวะต้องใช้เวลาและประสบการณ์ชีวิตด้วย

เมื่อเกิดปัญหา เรามักชี้นิ้วไปที่ปัจเจกไม่กี่คน หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก แต่ความจริงปัญหาของเด็กแต่ละคนที่ทำผิด ก็คือปัญหาของคนทั้งชาติที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน จะชี้นิ้วไปที่คนไม่กี่คนในวงแคบๆ ไม่ได้

ดังที่เคยบอกว่า สิ่งมีค่าที่สุดของชาติคือทรัพยากรคน และการสร้างทรัพยากรคนเริ่มที่เด็ก ต้องปลูกฝังความรู้และจริยธรรมควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง จึงจะได้เด็กที่มีคุณภาพและวุฒิภาวะที่สูงพอ เป็นปัญญา ไม่ใช่ปัญหาของสังคม

จะสร้างความรู้และจริยธรรมได้ เป็นธุระของทุกคนและทุกระบบในประเทศ

แต่ภาพในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม หลายปีนี้เราได้ยินข่าวเด็กถูกผู้ใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเสมอ บางคนบางฝ่ายสามารถล้างสมองเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของพวกเขาได้อย่างเลือดเย็น 

ปัญหาของเด็กคนหนึ่งจึงมักเป็นยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ประกอบด้วยปัญหาอื่นๆ ของคนอื่นๆ คนจำนวนมากไม่ได้อยู่บนยอดของภูเขาน้ำแข็ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งนั้น อาจไม่ใช่ปัญหาโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะทุกอย่างในสังคมดำเนินไปแบบ cause - effect 

cause #1 สร้าง effect #1, effect #1 สร้าง cause #2, cause #2 สร้าง effect #3... ต่อเนื่องกันไปเป็นลูกโซ่

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ใครคนหนึ่งคอมเมนต์ด่าคนอื่น มันจะกลายเป็น cause ที่สร้าง effect ใหม่ จากคนต่อคน จนถึงจุดหนึ่ง effect ก็ไปถึงเด็กที่ยังมีปัญญาและวุฒิภาวะไม่สูงพอ เด็กคนนั้นก็อาจหลงเชื่อว่าตนเองเป็นทางแก้ปัญหา ทั้งที่ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และก่อปัญหาสังคมได้โดยที่เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าตนเองกำลังช่วยสังคม

ดังนั้นปัญหาสังคมจากเด็กก็คือปัญหาของคนทั้งชาติที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งผู้ใหญ่ที่เจตนาปั่นหัวเด็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ไม่แย้งผู้ใหญ่คนนั้น

ท่านพุทธทาสภิกขุเทศน์หัวข้อเรื่อง “ยิ่งจะทำให้ดี, โลกมันยิ่งบ้า” ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2513 ว่า

"เสรีภาพในการเขียน ไม่มีใครว่าใครได้ แล้วก็เขียนเรื่องลามก อนาจาร ลงไปในหนังสือประจําวัน, แพร่หลายทั่วไปหมด ; ย้อมนิสัยเด็กๆ ให้เสียไปโดยไม่รู้สึกตัว, โดยไม่ต้องรู้สึกตัว, เขียนเรื่องอ่านเล่นโดยนามปากกา ที่มีชื่อเสียง นิยมนับถือกันทั้งประเทศ แต่แล้วก็เขียนเรื่องที่ทําให้เด็กมีจิตใจเลวทราม, เสื่อมเสียทางศีลธรรมโดยไม่รู้สึกตัว คุณไปเอาหนังสือพิมพ์มาพิจารณาดูเอาก็แล้วกัน ก็จะมองเห็น...

"ยังมีอะไรอีกมากที่ทําให้เด็กๆ กลายเป็นปีศาจในร่างมนุษย์ คนโตๆ ไม่เป็นไร ไม่กี่ปีก็ตาย แต่ว่าการที่ทําให้เด็กๆ มากลายเป็นอย่างนั้นนั้น มันน่าอันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าเขายังจะอยู่ไปอีกนาน..."

นั่นคือภาพเมืองไทยในปี 2513 เมื่อ 53 ปีก่อน วันนี้ปัญหาเด็กที่เกิดจากปีศาจผู้ใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย และรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นความล้มเหลวที่จะสร้างคนที่มีคุณภาพ ก็คือความล้มเหลวของทั้งสังคม

ทุกคำที่เราพูด ทุกประโยคที่เราด่า ทุกแง่ลบที่เราแสดง เป็นส่วนหนึ่งของ cause - effect ของสังคมรวม

วินทร์ เลียววาริณ
6 ตุลาคม 2566

ตร.ทท.พัทยา ปชส.การท่องเที่ยวและความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่น นทท.จีน ที่เข้ามาท่องเที่ยวพัทยา

พ.ต.ท.พิชญะ เขียวเปลื้อง สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ล่ามแปลภาษาจีน และตำรวจจาก กองกำกับการควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (กก.คธม.) ออกประชาสัมพันธ์ข้อมูล ด้านการท่องเที่ยวและด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวสัญชาติจีน ที่เข้ามาท่องเที่ยวพัทยา  ณ บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ตำรวจท่องเที่ยว พร้อมบริการประชาชน  สามารถแจ้งเหตุผ่าน สายด่วน 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง และแอพพลิเคชัน ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว Tourist police I lert u

Tourist police with public service. You can report the incident via 1155 toll-free 24 hours a day and the Tourist Support Application for Tourist Tourist Police Alert.

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ คนใหม่ฟิต บินขึ้นเหนือ ตรวจเยี่ยมร้านปันรักษ์ เจียงฮาย สนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ จากครอบครัวตำรวจ มุ่งพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้ในครัวเรือน

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปตรวจเยี่ยม ร้าน “ปันรักษ์ เจียงฮาย” เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ จากแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย 

โดยได้รับฟังปัญหา และให้คำแนะนำเพื่อการพัฒนาต่อไป โดยมี คุณเสาวณีย์ สุขวัฒนพันธ์  ผู้แทนประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และคณะแม่บ้านให้การต้อนรับ ซึ่งนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจคนใหม่ มุ่งพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้ในครัวเรือน 

สำหรับแบรนด์ปันรักษ์ สร้างรากฐานยั่งยืน สร้างอาชีพเสริมให้ครอบครัวตำรวจ โดยร้านปันรักษ์ คาเฟ่ มีเครื่องดื่ม กาแฟ ผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์สินค้า ของฝากฝีมือครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า สร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ครอบครัวตำรวจมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นไปตามจุดประสงค์หลักที่เราต้องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ เริ่มจากการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ตำรวจ และครอบครัวตำรวจต่อไป

ผู้ปกครองหวั่นวิตก อัดวิชาการหนัก ส่งผลเสียรุนแรงจริงหรือ?

สถาบัน แคร์โรลล์ เพรพ โดยนางพนิดา  แคร์โรลล์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ฯ ได้ออกมาแสดงความวิตก ถึงสถานการณ์ของระบบการศึกษาไทย โดยระบุถึงสถานการณ์ในช่วงนี้ทำให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาย้อนดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นในชีวิตเด็ก ที่สุดท้ายนำพาให้เขานำตัวเองเข้ามาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าเราจะป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างไรในฐานะผู้ใหญ่ พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก ผู้ที่เป็นสภาพแวดล้อมสำคัญของเด็ก มนุษย์มีความต้องการจำเป็นอยู่ 3 อย่าง 1. ความเป็นอิสระ การได้ตัดสินใจด้วยตนเอง  2. ความรู้สึกว่าตนเองทำได้  3.ความรู้สึกเป็นที่รักเป็นที่ยอมรับ  

เมื่อไหร่ที่ความต้องการ 3 อย่างนี้ได้รับการดูแลตอบสนอง มนุษย์จะมีแรงกระตุ้นให้ทำสิ่งต่างๆ  มีความสุขและทนทานต่อปัญหาทางจิตเวช (Deci, E.L. & Ryan, R.M.2000)
 
แต่ผู้ปกครองจำนวนน้อยนักที่จะตระหนักรู้ถึงความจริงข้อนี้ 

ทั้งนี้ คุณพนิดา แคร์โรลล์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนแคร์โรลล์ เพรพ กล่าวย้ำอีกว่า 

พิมพ์เขียวของชีวิตเด็กเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่วัยอนุบาล โดยพัฒนาตั้งแต่แรกเกิดผ่านการเลี้ยงดู การตอบสนองของพ่อแม่ พ่อแม่จึงเหมือนสถาปนิกสร้างมนุษย์ ถ้าพ่อแม่มีความรู้ความเข้าใจและใส่ใจที่จะออกแบบก่อสร้างตามหลักของความปลอดภัย เด็กๆ เหล่านี้ก็จะตั้งอยู่บนรากฐานที่มั่นคง แต่บ่อยครั้งความเข้าใจยังน้อย บางครั้งเข้าใจแล้ว แต่การสร้างตามหลักมาตรฐานมันยาก มันไม่ใช่แบบที่คุ้นเคยเลยไม่อยากทำ และบางครั้งความรู้สึกไม่มั่นคงในตนเองของพ่อแม่ สุขภาพจิต ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการไม่ดูแลตนเองของพ่อแม่ก็เข้ามาขัดขวาง บางครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อแม่ไม่มีอำนาจในการควบคุม จะเห็นว่ามีอุปสรรคเกิดขึ้นได้นับไม่ถ้วน ดังนั้นไม่ใช่แค่พ่อแม่เท่านั้น สังคมเองก็ต้องทำความเข้าใจและร่วมสนับสนุนเกี่ยวกับการดูแลเลี้ยงดูเด็กในประเทศด้วย

หลายคนสงสัยว่ามันส่งผลรุนแรงได้ขนาดนั้นจริงหรือ? คงระบุไม่ได้ชัดเจน แต่ถ้ามองในมุมทฤษฎีความต้องการจำเป็นของมนุษย์ที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อพ่อแม่บังคับให้เด็กต้องทำสิ่งที่ไม่สมวัย ความจำเป็นข้อแรก คือ ความเป็นอิสระ การได้เลือกตัดสินใจด้วยตนเอง มักไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว 1 อย่าง และเมื่อเด็กไม่ได้เลือกเอง ไม่ได้อิสระ สิ่งที่โดนบังคับทำก็ไม่ได้มาจากแรงผลักดันภายใน หมายความว่าพ่อแม่ก็จะต้องบังคับให้เรียนไปตลอด การที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่ตนเองสนใจ ส่วนใหญ่มักทำออกมาได้ไม่ดีหรอกค่ะ ซึ่งก็เลยตามมาด้วยข้อ 2 ความรู้สึกว่าตนเองทำได้ มีความสามารถ ก็ไม่เกิดขึ้นอีก และข้อ 3 ก็จะตามมาติดๆ เวลาที่เด็กต้องทะเลาะกับพ่อแม่เรื่องการบ้าน เรื่องเรียน เกิดความขัดแย้ง เด็กรู้สึกเหมือนว่าถ้าตัวเองไม่เก่ง ก็ไม่ได้รับการยอมรับ ไม่เป็นที่รัก ดังนั้นเรื่องนี้เรื่องเดียวสามารถที่จะขัดขวางความต้องการจำเป็นของมนุษย์ได้ครบทั้ง 3 อย่างเลยค่ะ

นอกจากนั้นเวลาที่พ่อแม่สุดโต่งพัฒนาในด้านใดด้านหนึ่ง สิ่งนั้นมักจะกินเวลาของการพัฒนาทักษะอื่น เช่น ถ้ามัวแต่เรียนอย่างเดียว ก็ไม่ได้พัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคม ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากในการอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุข ชีวิตคนเราไม่ใช่ว่าต้องราบรื่นและมีความสุขตลอดเวลา แต่เวลาที่เราทุกข์ เรามีคนรับฟังไหม มีเพื่อนที่จะเป็นกำลังใจให้เราไหม ตรงนี้จะพาให้เราผ่านเวลายากลำบากไปได้

แต่ถ้าความสัมพันธ์ของเด็กกับพ่อแม่ไม่ดี อาจจะเพราะความหวังดีต่อลูกทำให้พ่อแม่ต้องบังคับเคี่ยวเข็ญหลายอย่าง หรือบางครั้งก็รักมากจนปกป้องมากเกินไปจนเด็กไม่ได้มีโอกาสทำอะไรเพื่อตนเอง (ทำให้ข้อ 2 ความรู้สึกว่าตนเองทำได้ไม่เกิดขึ้น) เด็กก็จะไม่รู้ว่าจะสร้างสัมพันธ์ดีๆ กับคนอื่นอย่างไร เขาไม่มีแบบ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ไม่เหมาะสม ใช้ความรุนแรง เด็กก็อาจนำไปใช้กับเพื่อน ความสัมพันธ์ก็เกิดขึ้นไม่ได้
 
"โรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญเหมือนกัน"
 
เด็กมีอิสระมากแค่ไหนในโรงเรียน? มีเด็กมากแค่ไหนที่รู้สึกว่าตัวเองมีบทบาทสำคัญ? เด็กได้รับการยอมรับไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามไหม? หรือเราสนใจแต่เด็กเก่งๆ และแทบไม่มีพื้นที่ให้เด็กแบบอื่นเลย
 
บางครั้งโรงเรียนก็รับอิทธิพลมาจากผู้ปกครองมากจนลืมความต้องการของเด็ก ส่วนตัวมองว่ามันมาจากการที่เราทำอาชีพ ทำธุรกิจ ด้วยแรงจูงใจ(Motivation)ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาของแรงงานเกือบทั้งประเทศ เราถูกเลี้ยงมาแบบให้คุณค่าเรื่องเงินเป็นหลัก ปัญหาคือ เมื่อแรงจูงใจ (Motivation) มันมาแบบผิดๆ ความพยายามมันก็ไปลงผิดจุด ผลประโยชน์จึงไม่ได้ไปที่เด็ก แต่อาจจะไปที่ความพึงพอใจ ความสบายใจของผู้ปกครอง ของความต้องการของตลาด แคร์โรลล์ เพรพ เป็นโรงเรียนที่สร้างมาเพื่อลูกของเรา และสิ่งที่เราใส่ใจที่สุดคือการพัฒนาด้านตัวตน อารมณ์ และสังคมของเด็ก ให้อิสระเขาให้มากที่สุดแต่ยังสนับสนุนวินัยตามวัย และเราก็พบว่า เด็กมีแรงจูงใจด้วยตัวเองได้จริงๆ เด็กสามารถบอกเราได้ว่า อยากเรียนภาษาจีนเพิ่ม เหตุผลเพราะอะไร แล้วที่เราต้องทำคือการตอบสนองความต้องการ การตัดสินใจนั้นของเด็ก ถึงแม้บางครั้งจะล้มเหลว ก็ต้องให้เด็กได้เผชิญกับมัน

แน่นอนว่าไม่ง่ายเลยที่จะสนับสนุนเด็กขนาดนี้ บุคลากรในประเทศส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจ และแน่นอนผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็เช่นกัน เราจึงต้องฝึกบุคลากรใหม่หมด และให้ความรู้ผู้ปกครองไปพร้อมๆกัน

"พ่อแม่ควรต้องทำอย่างไรต่อไป?" 

ทำความเข้าใจตัวเอง ตระหนักรู้ในตนเองก่อนค่ะ ใช้เวลา 15 นาทีเช้าเย็นทุกวัน คิด ว่าวันนี้เราทำอะไรไปบ้าง เรารู้สึกอะไรบ้าง เรากำลังกังวลอะไร ทำไมเราถึงเลือกทำสิ่งเหล่านั้น การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ การนอนไม่พอก็ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้เต็มศักยภาพ การไม่มีเวลาพัก สมองก็ไม่ได้จัดข้อมูล เหมือนกับการขึ้นเครื่องบินจริงๆ ที่เมื่อไหร่ที่มีปัญหาคุณต้องใส่หน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน แล้วจึงจะช่วยเด็กข้างๆได้
 
มองสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ระบุว่าสิ่งที่ลูกกำลังทำคือปัญหาของใคร ของเราหรือของลูก ถ้าเป็นของลูก ให้อิสระลูกจัดการเอง พ่อแม่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา พยายามให้อิสระ ให้ตัวเลือกให้มากที่สุด สำหรับเด็กเล็กอิสระคงกว้างมากไม่ได้ สามารถเป็นในรูปแบบของการให้ตัวเลือก 2 แบบ เช่น จะนอนเลยทันที หรือจะฟังนิทานก่อนนอน ส่วนเรื่องการแต่งตัว การกิน จะกินเท่าไหร่ กินน้อยกินมาก ให้เด็กเลือกเองทั้งหมด นี่คือตัวอย่างของอิสระ
 
ให้โอกาสเด็กทำเอง ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด งานไหนยากไป ช่วยแบ่งเป็นขั้นให้เด็กทำเองได้ รองเท้าต้องใส่ง่าย ใส่เองได้ เสื้อผ้า กางเกงถอดง่าย เพื่อจะได้ถอดเข้าห้องน้ำเองได้ การเรียนก็ต้องเรียนตามวัยให้เหมาะสม ไม่ยากเกินจนเด็กมองไม่เห็นทางสำเร็จ ถ้าจำเป็นต้องเรียนยาก ต้องมีกิจกรรมอื่นที่เด็กชอบและทำได้ดีทำประกบไปด้วยกัน เด็กต้องรู้สึกภูมิใจในตนเอง มีคุณค่า
 
ความรู้สึกเป็นที่รักและได้รับการยอมรับเป็นพื้นฐานที่น้อยที่สุดที่พ่อแม่ควรจะให้ได้ ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข อาจแสดงออกด้วยการไม่ทำอะไรเลย เวลาที่ลูกเล่นของเล่นผิดประเภท เขียนผิดแต่ภูมิใจ การปล่อยให้เขาได้ทำโดยไม่เข้าไปสอนก็เป็นการแสดงการยอมรับอย่างหนึ่ง การรับฟังอย่างตั้งใจเวลาลูกมาเล่าสิ่งต่างๆโดยไม่ตอบสนองด้วยความตื่นตระหนก ไม่สั่งสอน ก็ช่วยให้เด็กรู้สึกสบายใจและอยากมาเล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ เมื่อไหร่ที่เด็กยังเล่าให้เราฟัง เราก็ยังมีโอกาสให้คำปรึกษา
 
สุดท้ายอย่าลืมเรื่องการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคม ทักษะนี้สำคัญมากและพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงวัยอนุบาล เมื่อเด็กรู้จักอารมณ์ เด็กจึงจะกำกับควบคุมมันได้ และนำมาซึ่งการตัดสินใจที่รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตลอดชีวิต จะเห็นว่าเราไม่เจาะจง Hard Skills ใดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ เพราะเมื่อเด็กได้รับการตอบสนองความต้องการจำเป็นแล้ว เด็กมีทักษะทางอารมณ์และสังคมที่ดีแล้ว เด็กจะสามารถเรียนรู้อะไรก็ได้ที่ต้องการ ดังนั้นการนำ Hard Skills มาก่อนความต้องการจำเป็นของมนุษย์จึงเหมือนการดันก้นม้าให้ม้าเดินไปข้างหน้า ทั้งที่จริงๆถ้าม้าเห็นหญ้าสวยๆ น่ากินมันก็เดินไปกินเองอยู่แล้ว

สำหรับผู้สนใจข้อมูลของแคร์โรลล์ เพรพ สามารถดูข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ www.carrollprep.ac.th หรือช่องทางเฟสบุ้ค Carroll Preparatory School

‘น้าเน็ก’ สอน!! เงินมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ขอคนยุคนี้ อย่าให้ ‘วัตถุ-เงินทอง’ มีค่าเหนือชีวิต

(6 ต.ค.66) สายสัมภาษณ์หนึ่งที่โทรเข้ามาในรายการอย่าหาว่าน้าสอน ได้สอบถามถึงคุณค่าของเงินในโลกทุนนิยม โดยน้าเน็กได้ให้ข้อคิดส่วนหนึ่งสะท้อนผ่านมุมคิด ‘ความฝันแบบทุนนิยม’ ไว้ในรายการว่า...

“พี่รู้จักคนที่มีมากกว่าหมื่นล้านอีก แต่เขายังต้องทำงานหนัก พี่ก็ได้แต่สงสัยว่าตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะพอ เพราะไปถึงตรงนั้นเขาไม่ได้ต้องการอิสระแล้วครับ เขาต้องใช้ชีวิตทั้งหมดเพื่อดูแลธุรกิจระดับหมื่นล้านของเขาครับ แล้วสิ่งของรอบกายของเขาไม่ว่าจะเป็น แต่ความรับผิดชอบ หรืออะไรบางอย่างที่มันใหญ่โตตามตัว มันก็ไม่ได้ทำให้เขามีอิสระทางการเงินหรอกครับ

“ในความเชื่อของพี่นะครับ พี่มีความรู้สึกว่า พี่ไม่เคยเอาสิ่งของภายนอกมายืนยันตัวตนภายใน สมมุติว่าเราเห็นใครสักคน ไอ้นี่ใครไม่รู้ แต่แม่งใส่นาฬิกาปาเต๊ะด้วย แปลว่าอะไร นาฬิกาใหญ่กว่าคน พี่ไม่มีวันยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตครับ แปลว่าคนต้องใหญ่กว่าของ แต่ในโลกทุนนิยมมันเป็นการยากที่มันจะยืนยันตัวตนภายใน ผู้คนก็เลยใช้วิธีการใช้ของภายนอก ยืนยันตัวตนภายใน

“แล้วคนจำนวนไม่น้อยก็ยึดถือซะด้วย กูไม่รู้หละ ว่ามึงเป็นใคร แต่มึงมีกระเป๋าแบรนด์เนมแปลว่ามึงเจ๋ง มึงดูรวยมึงดูฟู่ฟ่า มึงลงไอจีกินแต่อาหารแพง แปลว่ามึงเป็นคนเจ๋งแน่ โดยไม่มีใครสนว่ามึงรวยมาจากอะไร มึงอาจจะเทาๆ ก็ได้ แต่คนไม่สนขอแค่มึงรวยก็พอ … เต้ (ผู้โทรเข้าสาย) เป็นเด็กอายุ 20 อย่าติดกับดักของทุนนิยม พี่ไม่เถียงว่าเงินก็มีความสำคัญในการมีชีวิต แน่นอนพี่ไม่ได้โลกสวยขนาดนั้น ไม่มีตังกูจะเอาอะไรมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จ้างลูกน้อง แต่ อย่าให้มันเป็นทั้งหมดในชีวิตครับ...”

‘บิ๊กต่อ’ ผุด ‘Quick Win’ มุ่งสร้าง ‘Police’s Home เราดูแลคุณ’ หนุนพัฒนางานตำรวจทุกมิติ ส่งเสริมตำรวจไทยใส่ใจดูแลประชาชน

(6 ต.ค. 66) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมมอบแนวทางการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพให้กับทุกหน่วยทั่วประเทศ โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมาย ในระดับมาตรฐานสากล ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” พร้อมกับกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล 10 ข้อ และแนวทางเน้นหนัก 4 เรื่อง ที่ต้องทำทันที ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลนักท่องเที่ยว การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจ

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแผนปฏิบัติการเร่งรัด หรือ ‘Quick Win 5 ด้าน’ ทำสิ่งที่สามารถทำได้รวดเร็ว สร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ให้เห็นผลชัดเจนมากที่สุด ภายใต้แนวคิด Police’s Home ประกอบด้วย ด้านบุคลากร ระบบ สวัสดิการ ความสามัคคีความเป็นธรรมและช่องทางการสื่อสารในองค์กร และการสร้างภาพลักษณ์ตำรวจที่ดีให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา อาทิ

‘การคืนเวลาให้ตำรวจ’ แก้ไขคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 เพื่อลดภาระของพนักงานสอบสวน และลดเอกสารแบบฟอร์มที่ไม่มีความจำเป็น ให้สำเร็จภายใน 1 เดือน, ลดเวลาการประชุมให้ตำรวจมีเวลาไปดูแลประชาชน, การลดความซ้ำซ้อนของการรายงานเหตุกว่า 20 หน่วย ให้เหลือการรายงานเพียงครั้งเดียว

‘คืนตำรวจให้ประชาชน’ ยกเลิกการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการและให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม ให้ความสำคัญกับสถานีตำรวจ การสั่งช่วยราชการต้องมีความจำเป็นและเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ

‘สวัสดิการตำรวจ’ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับข้าราชการตำรวจจบใหม่และข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ให้ผู้กำกับการหรือหัวหน้าสถานีตำรวจ ตรวจสอบผู้หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารบ้านพักอิสระ และยังไม่ย้ายออก และให้รายงานภายใน 30 วัน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าการติดตามเร่งรัดให้ย้ายออก รายงานความคืบหน้าต่อเนื่องทุกเดือน

‘ความเป็นธรรม ความสามัคคี และสร้างช่องทางการสื่อสารในองค์กร’ สร้างระบบการสื่อสาร 2 Ways Communication ทั้งแบบ Online และ Offline ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งอาจได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียน แจ้งเบาะแส ข้อคิดเห็น ผ่านแอพพลิเคชันแทนใจ โดยจะมีทีมงานของ ผบ.ตร. รับเรื่องตรวจสอบดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นความลับ นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้ส่งข้อมูลทาง ตู้ ปณ.191 รองเมือง 10330 สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตน

‘การสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นศรัทธาแก่ประชาชน’ สานต่อโครงการ ‘ทำดี มีรางวัล’ ของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ อดีต ผบ.ตร. สร้าง Police Hero ต้นกล้าแห่งความดี ให้กับองค์กร

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้สามารถดำเนินการได้ทันที เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยตลอดปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นี้ จะมี Quick Win ลักษณะนี้เป็นระยะ แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่จะเป็นหนึ่งในการเดินทางอันยิ่งใหญ่สู่เป้าหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ท้ายที่สุด ผมขอให้ความเชื่อมั่นว่า จะบริหารราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นที่ตั้ง จะมุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเทในการดำเนินนโยบาย เพื่อให้สามารถดูแลความสงบเรียบร้อย บังคับใช้กฎหมาย อำนวยความยุติธรรม และช่วยเหลือการพัฒนาประเทศ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและสังคม”

ผบ.ตร. แต่งตั้งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่ม เสริมทีมประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพี่น้องประชาชน

วันนี้ (6 ต.ค.66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งแต่งตั้งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่การปฏิบัติหน้าที่ราชการในภาพรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพี่น้องประชาชน

โดยคำสั่ง ผบ.ตร. แต่งตั้ง พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้มีอำนาจหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ ห่วงใยผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงที่สยามพารากอน สร้างขวัญกำลังใจ ย้ำเจ้าหน้าที่ไทย พร้อมดูแลอย่างเต็มที่อำนวยความสะดวก

วันที่ (6 ตุลาคม 2566) เวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่ยังคงรักษาตัวที่ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมมอบเงิน และกระเช้าผลไม้สิ่งของ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สอบถามอาการ และให้กำลังใจ อีกทั้งได้กำชับให้ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ โดยล่าสุดอาการผู้ได้รับบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ผบ.ตร.กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากทีมแพทย์โรงพยาบาลตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกในการส่งกลับถึงที่พักให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ดร.สันติ เปิดงาน Roadshow and Consumer Fair Andaman

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิดงาน Roadshow and Consumer Fair Andaman  โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นางนงคราญ ธรรมเพชร  รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่  นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ท่องเที่ยวและกีฬา กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ผู้ประกอบการร่วมเป็นเกียรติ 

ดร.สันติ กล่าวว่า ตามที่ท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11- 12 ก.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลมีกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศ ตามกรอบความเร่งด่วน ซึ่งนโยบายกรอบเร่งด่วนมีหลายเรื่อง โดยหนึ่งในนั้นคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจจากการผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องดําเนินการในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน เราได้เล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่มีฐานทรัพยากร การท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะทรัพยากรการท่องเที่ยว ทางทะเล ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติอย่างมาก จากตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอันดามันที่ผ่านมา สามารถแบ่งกลุ่มจังหวัดได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า นักท่องเที่ยวไทย ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ส่วนกลุ่มจังหวัดที่นักท่องเที่ยวไทย 

มากกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ จังหวัดระนอง ตรัง และสตูล ด้วยความหลากหลาย และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรม ทําให้กลุ่ม จังหวัดอันดามัน มีเสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ไม่ซ้ํากัน เป็นสินค้าด้านการท่องเที่ยว อันทรงคุณค่า และน่าที่จะนําเสนอให้กับนักท่องเที่ยวได้รับรู้ในวงกว้าง และแพร่หลาย มากยิ่งขึ้น โครงการ Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการ ท่องเที่ยวของเครือข่ายท่องเที่ยวระดับประเทศ ที่จัดขึ้นนี้ ถือเป็นโครงการที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการประชาสัมพันธ์ และการเปิดตลาด สินค้าด้านการท่องเที่ยว สินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดอันดามันสู่สายตาประชาชน และนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ได้เป็นอย่างดี และหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมเยื อน ทั้ง 6 จังหวัด ในกลุ่มจังหวัดอันดามันมากยิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรม “Roadshow and Consumer Fair Andaman มหกรรมจำหน่ายสินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ” จัดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 19 - 22 ตุลาคม 2566 ณ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลอุดร จังหวัดอุดรธานี ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 23 - 26 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 5 - 8 ตุลาคม 2566 ณ เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top