Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ทรงถือไฟฉายขณะพระราชทานโอวาทบัณฑิตจุฬาฯ แก้ไขเหตุเฉพาะหน้า สร้างความตื้นตันใจข้าเฝ้าเหล่าทูลละออง

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปยังหอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2565

ทว่าได้เกิดไฟฟ้าดับระหว่างพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาฯ

อย่างไรก็ตามพระองค์ฯ ทรงแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ง่ายดาย โดย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ศาสตราภิชานประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 'Tongthong Chandransu' เกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า...

"เมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดขัดข้อง
จึงต้องทรงแก้ไขเฉพาะหน้า
เดชะพระเชาวน์ปัญญา
และพระมหากรุณาเป็นเทียนทอง
ทรงไฟฉายไว้ในพระหัตถ์มั่น
พระราโชวาทประสาทสรรมิบกพร่อง
ตื้นตันใจข้าเฝ้าเหล่าทูลละออง
เสมือนต้องมนตราสวามิภักดิ์
เพราะทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง
หน้าที่ไม่ทรงวางแม้เหนื่อยหนัก
เรื่องจริงของแท้แน่ใจนัก
กราบพระบาทพึ่งพำนักเป็นหลักเอย"

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Jessada Denduangboripant' ระบุว่า...

เป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากแต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยครับ เกิดไฟฟ้าดับระหว่างพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาฯ เมื่อวันพฤหัสครับ

ผมก็ไปรับเสด็จอยู่ในห้องรับรองของหอประชุมจุฬาฯ ด้วย ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยจุฬาฯ พอหอประชุมไฟฟ้าดับไฟตกขึ้นมา เราก็ตกใจกันมากเลย ว่าพิธีจะเป็นปัญหายังไงบ้าง

ยังดีว่าไฟฟ้ากลับมาปรกติในเวลาไม่นาน พอเสร็จในส่วนของการพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว ท่านก็ทรงออกมาเล่าให้ฟังว่าทรงต้องแก้สถานการณ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้พิธีดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด .. เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงครับ

ป.ล. มีข้อมูลเพิ่ม (จากคอมเมนต์ด้านล่าง) ดังนี้ครับ "เหตุสุดวิสัยครับ มีนกบินชนตู้ไฟฟ้า แล้วมันมีห้วงที่รอไฟสำรองเซ็ทระบบ ประมาณ 1-2 นาทีครับ แต่บังเอิญมันเกิดช่วงที่พระราชทานพระโอวาทพอดี"

'นายกฯ อุ๊' ยกความจริงตอกหน้า 'นักประวัติศาสตร์-สส.บางพรรค' หลังอ้าง 'อโยธยา' ต้นกำเนิดไทย เพื่อคว่ำสถานีรถไฟอยุธยา

(7 ต.ค.66) นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกฯ อุ๊' นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ. มหาราช จ. พระนครศรีอยุธยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ฉบับเซียนพระเครื่อง ขอสวนนักประวัติศาสตร์ซักตั้ง 

ตอนนี้อยุธยากำลังดรามาเรื่องคัดค้านจากนักวิชาการค่ายศิลปวัฒนธรรม

และ สส.จากเขต 1 พรรคก้าวไกล ให้ย้ายสถานีรถไฟฟ้าจากที่เดิม ด้วยเหตุผลว่าทับเมืองโบราณอโยธยา ที่เกิดก่อนกรุงศรีอยุธยา และอยู่นอกเกาะเมืองที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีการจัดเสวนากันในหมู่คนค้านกันเอง ฝ่ายเดียว 

ล่าสุด สุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์ ถึงกับหัวชนฝา บอกอโยธยา คือ เมืองไทยแห่งแรก ต้นกำเนิดสุโขทัย ไปโน่น รวมถึงภาษาไทยด้วย 

งานนี้ค้านกันสุดตัว 

แต่เสียงคนอยุธยาผ่านโซเชียลต่างๆ มากกว่า 90% สนับสนุนให้สร้างที่เดิมและต้องมีสถานีรถไฟฟ้าที่อยุธยา 

รวมถึงผมก็สนับสนุน เพราะมันจำเป็นและเกิดความเจริญอย่างมาก และรถไฟก็ไม่ได้ผ่ากลางมรดกโลกอย่างที่พวกค้านประดิษฐ์วาทกรรม เขาสร้างแนวเดิมตั้งแต่สมัย ร.5 คนไม่รู้ก็อาจหลง

ระหว่างคำว่า อโยธยา กับ อยุธยา ซึ่งคนละบริเวณกัน 

มาประเด็นที่สุจิตต์ กล่าว ... ผมในฐานะ เซียนพระ นี่แหละ ขอค้านความเห็นสุจิตต์ 

ผมเคยไปที่ เมืองกุ้ยติ้ง มณฑลกุ้ยโจว พบกับนายอำเภอ ซึ่งเป็นคนเผ่าปู้อี ซึ่งคุยภาษาไทยเข้าใจหลายคำเช่น จำนวนนับ เรานับหนึ่ง เขานับเดี่ยว ซึ่งเป็นภาษาไทยโบราณ ที่แปลว่าหนึ่ง จากนั้น สอง สาม สี่ห้า ไปถึงสิบ มีต่างกันสองคำ 

...ผมนับ สามสิบสาม เขาก็นับสามสิบสาม
...เราเรียกกินน้ำ เขาเรียก เกิ่นน้ำ 
...เราเรียกกินข้าว เขาเรียก เกิ่นข้าว 

...เราเรียกสรรพนามแทนตัว ว่า กู เขาก็เรียกว่ากู
...เรียก คู่สนทนา ว่า มึง เขาก็เรียกว่า มึง
...และยังมีอีกหลายคำ แสดงให้เห็นถึง วัฒนธรรมรากของภาษาไทยที่ชัดเจนมาก 

คุยไปคุยมาแทบจะนับญาติกันตั้งแต่ยุคโบราณ รู้สึกได้ถึงรากเดียวกัน

ที่เด็ดกว่า คือ ไปเจอ ขนมบัวลอยไข่หวาน กับแกงส้ม ที่นี่ด้วย แต่รสชาติอ่อนกว่าเรา ... อาหารไทยหรืออาหารจีนดีล่ะแบบนี้?

ชนเผ่าปู้อี้ ผมเชื่อโดยสนิทใจว่า เกี่ยวกับต้นรากคนไทยแน่นอน ... ภาษาพ่อขุนราม มึง กู เขาใช้กันปกติ 

สุจิต วงษ์เทศ บอกว่า ต้นรากของชาติไทยคือ อโยธยา 

แล้ว ทวารวดี ที่พบกระจายไปทั่ว ภาคกลาง อู่ทอง ตะวันตก เมืองกาญจนบุรี นครปฐม อีสาน นาดูน ตะวันออก ก็พนัสนิคม อายุพันกว่าปี ล่าสุด ศรีเทพ ที่เพชรบูรณ์ 

แถมศรีวิชัย ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีที่ไชยา ตามพรลิงค์ที่ นครศรีธรรมราช 

ไปจรดยะลาปัตตานี ไม่ต้องลามไปถึงต้นทางศรีวิชัยที่อินโดนีเซียก็ได้ 

ศรีวิชัยอายุพันกว่าปี หลักฐานคือ พระเครื่องกรุต่างๆ สมัยทวารวดี ศรีวิชัย นี่แหละเพียบ

ยืนยันการมีอยู่ของอาณาจักรก่อนอโยธยาแบบไม่เห็นฝุ่น ในพื้นที่ประเทศไทยปัจจุบัน

ที่โบราณยังไม่เคยมีคำว่าประเทศไทย แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองต่างๆ ต้นรากรวมเลือดเนื้อผสมกันเป็นชาติเชื้อไทย ทุกวันนี้ หาใช่ เพียงแค่ อโยธยา ดังที่สุจิตต์กล่าวอ้างโมเมแต่อย่างใด เพียงเพื่อค้านการสร้างรถไฟฟ้าสถานีอยุธยา 

พระเครื่องคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่บ่งบอกยุคสมัยและความเจริญ ของเมืองได้ อโยธยา ไม่พบพระกรุไหน หรือสิ่งปลูกสร้างไหน อายุเกินกว่าหนึ่งพันปี 

สุโขทัยก็เจ็ดร้อยกว่าปี 
อยุธยานับถึงปัจจุบันก็หกร้อยกว่าปี เท่านั้น 

อโยธยาก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะแก่เก่าถึงพันสามร้อยปีเทียบชั้นกับทวารวดีหรือศรีวิชัยได้ แต่อย่างใด 

เซียนพระขอค้านนักประวัติศาสตร์ ชั้นครู สักหน่อยนะครับ

‘เศรษฐา’ นั่งหัวโต๊ะ เล็งแก้ปัญหายาเสพติดเอง ลั่น!! เน้นบำบัดคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่ ดีกว่าจับแล้วล้นคุก

(7 ต.ค.66) ที่สถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และคณะ ให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดยาเสพติด ที่มีแนวคิดจะให้หัวโทนโมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติด ว่า ใช่ เจ้าหน้าที่รัฐนำโดยสถานีตำรวจภูธรหัวโทนโมเดลเป็นแบบอย่างที่ดี อยากให้หลายท้องที่นำไปคิดว่าควรจะทำอย่างนี้ได้หรือเปล่า แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆ นำไปใส่ท้องที่อื่น ต้องดูความพร้อมและความแข็งแกร่งของชุมชนว่าพร้อมด้วยหรือไม่ ตรงนี้เป็นโมเดลที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทำสำเร็จ มีตัวเลขที่ลดลงอย่างมีนัยและผู้เสพเป็นผู้ป่วยหายคืนสู่อ้อมกอดพ่อแม่พี่น้องได้ และมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งอันนี้น่าชื่นชม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หัวโทนโมเดลไม่ใช่จุดสุดท้ายที่แก้ได้ เพราะบางครั้งเมื่อจับแล้วก็มีการปล่อยออกไปอีก นายเศรษฐา กล่าวว่า หัวโทนโมเดลสรุปไม่ใช่ทางแก้ที่เบ็ดเสร็จอันนี้จริง แต่เป็นส่วนสำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหา ถ้าหากบอกว่าผู้เสพต้องจับไปขังคุก ท่านรู้หรือไม่ว่าคุกไทยกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้เสพยาเสพติด 85% หากเจอนิดเดียวแล้วจะไปเป็นผู้ผิดแล้วติดคุก พวกเราจะเต็มไปด้วยผู้เสพ ซึ่งมันควรจะต้องมีวิธีอื่นเพื่อเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วยดูแลรักษาเขาให้ดีให้มีอาชีพที่มั่นคง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ส่งคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่ได้ เรื่องการเผาทำลายยาเสพติดระยะเวลาจะต้องให้น้อยลงเพื่อสังคมจะได้ไม่มีข้อกังขาระหว่างการโอนก่อนจะปฏิบัติการเผามันมีรั่วไหลหรือไม่ การจ่ายเงินสินบนนำจับให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบางทีบอกว่าช้าไปบางทีนาน 1 - 3 ปี มันช้าเกินไปต้องให้มีวิธีการที่กระชับขึ้น และเรื่องการยึดทรัพย์ก็ยังช้าอยู่ ดังนั้นหัวโทนโมเดลไม่ใช่วิธีเดียวที่สำเร็จแต่เป็นส่วนสำคัญ

นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า ตนได้บอกไว้แล้วว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตนจะนั่งหัวโต๊ะเองเพราะมีหลายหน่วยงานทั้ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สาธารณสุข มหาดไทย ทุกๆ หน่วยงานต้องได้รับการสั่งการที่ชัดเจน มีผู้บริหารสูงสุดของประเทศนั่งหัวโต๊ะบัญชาการเอง

“ยืนยันว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญและยืนยันปัญหายาเสพติดจะต้องน้อยลงไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

‘นายกฯ’ ลุยน้ำท่วมยโสธร มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน ยันรัฐบาลพร้อมดูแล พร้อมให้คำมั่นสัญญาเงินดิจิทัลทำแน่

(7 ต.ค.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่บ้านทรายงาม ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้แม้จะไม่ถูกน้ำท่วมแต่ก็ถูกน้ำจากแม่น้ำชีเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรและถนนเข้าหมู่บ้านประมาณ 30-60 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องใช้รถขนาดใหญ่ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน  

โดยนายกรัฐมนตรีได้นั่งรถยกสูงของ ปภ. หมายเลขทะเบียน 53-7093 กรุงเทพมหานครเข้าพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหมู่บ้าน

เมื่อเดินทางมาถึงมีประชาชนรอต้อนรับผูกผ้าขาวม้าให้กำลังใจ โดยมีชาวบ้านบางคนบอกกับนายกฯ ว่าหล่อมาก 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กราบนมัสการ พระครูเมธีธรรมบัณฑิต เจ้าคณะอำเภอคำเขื่อนแก้ว พร้อมถวายผ้าไตร และจตุปัจจัยไทยธรรม

โดยพระครูฯ ได้มอบพระพุทธบุษยรัตน์จำลอง ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว พระคู่บ้านคู่เมือง จ.ยโสธร พร้อมเหล็กไหลของทางวัด รวมทั้งผูกข้อมือให้พรกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ร่วมคณะ

โดยช่วงหนึ่งพระครูได้สอบถามนายกฯ และฝากเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะชาวบ้านรออยู่ขอให้นายกฯ ทำสำเร็จ

ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวยืนยันว่า “ขณะนี้รัฐบาลทำอยู่ ต้องทำครับ เพราะมีคนมาต่อต้าน แต่ก็ไม่กี่คนหรอกครับ แต่เราก็ต้องทำเพราะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพี่น้องประชาชน ต้องทำครับ”

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินพบปะกับประชาชนที่มารอ ซึ่งได้นั่งลงพูดคุยกับกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ว่าอยู่อย่างไรในช่วงน้ำท่วม พร้อมแสดงความเป็นห่วง โดยระบุจะหาแนวทางช่วยเหลือด้วยการยกระดับความสูงของถนนที่เข้าหมู่บ้าน เพื่อให้เดือดร้อนน้อยลงในช่วงที่น้ำท่วมสูง นอกจากนี้จะมีการสร้างสะพานเพิ่มในบางจุด ทำให้ชาวบ้านยกมือไหว้  ซึ่งนายกฯ ได้ตอบกับชาวบ้านว่าไม่ต้องขอบคุณตนเองเพราะสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

และมีคุณยายวัย 70 ปี บอกกับนายกฯ ว่า ดีใจที่จะได้ใช้เงิน ไม่มีโทรศัพท์ ใช้ไม่เป็นทำไวท่านนายกฯนายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า “ไม่เป็นไรบัตรประชาชนใบเดียวก็พอแล้ว”

ขณะที่บรรดาชาวบ้านโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่านายกฯตัวจริงหล่อ และได้บอกนายกว่า ดีใจหลายๆ นายกฯ ลงมาหา หล่อตัวสูง ก่อนที่จะพูดกระเซ้ากันหลังจับมือนายกฯ ว่า “จับมือได้แต่อย่าบายหรรม” เรียกเสียงฮากระจาย

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุอีกกลุ่มสอบถามเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค ขณะที่นายเกรียงซึ่งอยู่ด้วยกับนายกรัฐมนตรี จึงได้สอบถามผู้สูงอายุว่ายังอยากใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ไหม คุณยายจึงตอบว่า อยากได้ ขณะที่นายกฯย้ำว่าเรื่อง 30 บาทเราจะดูแลให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ต้องดูแลทั้งเรื่องสุขภาพ ดูแลประชาชน ตนไม่อยากให้ลำบาก ตนมาเพราะต้องการลงพื้นที่เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างแท้จริงตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาหาเสียงอยากให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี พร้อมสอบถามเรื่องปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งต้องขอให้ผู้ใหญ่พ่อแม่ดูแลบุตรหลานให้ดีๆ

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชนว่าสวัสดีพี่น้องชาวจังหวัดยโสธรที่รัก เป็นขวัญและกำลังใจ อย่างล้นหลามให้เราทำงาน การเดินทางเข้ามาตรงนี้ ลำบาก ขนาดมาหนเดียวยังลำบาก เพราะเจอแต่ภาวะน้ำท่วม และได้รับการรายงานว่า ท่วมแล้วท่วมอีก ท่วมตลอดเป็นเดือน ตนมีความไม่สบายใจ และเห็นใจทุกท่าน การสัญจรไปมาก็ลำบาก จะไปหาหมอก็ลำบาก พืชผลเสียหาย วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ร่วมมาด้วย เป็นที่บ่งบอกแล้วว่าเราให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ทั้งนี้เรื่องการป้องกันน้ำท่วมทำได้หลายมิติ ในระยะยาวต้องมีการบริหารจัดการน้ำตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เสนอขุดคูคลองเพิ่ม ตรงนี้ถือเป็นแผนระยะยาว แต่ระยะสั้นเรื่องการปล่อยน้ำทางกรมชลประทานรับปากว่าจะไปทบทวนดูแลวิธีกักน้ำปล่อยน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการกันไป หากเกิดภาวะอุทกภัยหรือน้ำท่วมเกิดขึ้นหน่วยงานทุกหน่วยงานพร้อมไม่ว่าจะเป็นของนายเกรียง  รมช.มหาดไทยที่ดูแลด้านป้องกันสาธารณภัยนายสุทิน กระทรวงกลาโหม

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารราบพัฒนาก็มาดูแลช่วยเหลือบำบัดทุกข์ให้พี่น้องประชาชน แต่เราไม่อยากให้ถึงจุดนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมดูแลสร้างถนนหนทางเข้ามาด้วย โดยสัญญาว่า จะทำถนนและสะพานอีก 2 สะพานที่น้ำท่วม ซึ่งจะต้องจัดการโดยเร็ว และระหว่างที่ตนนั่งรถเข้ามาได้คุยกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายท่านบอกว่าที่นี่อำเภอนี้หมู่บ้านนี้มีความผูกพันมาก มีโครงสร้างสถาบันครอบครัวที่แข็งแรง พี่น้องไม่ได้ออกไปทำงานนอกเขตอยากอยู่ในเขตพื้นที่ช่วยเหลือจุนเจือด้วยกัน ดูแลผู้แก่ผู้เฒ่าด้วยกัน ผลดีตรงนี้ไม่มีใครทราบ ตนมาที่นี่ไม่มีใครบ่นเรื่องปัญหายาเสพติด เพราะสถาบันครอบครัวแข็งแรงพี่น้องคนแก่คนเฒ่าดูแลลูกหลานดีมีเวลาพูดคุยกันมีเวลาให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัวตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นสังคมตัวอย่างที่หลายๆ อำเภอหลายๆ จังหวัด ควรที่จะนำไปพัฒนาต่อ วันนี้ดีใจที่ได้มาพบปะพูดคุย แม้มาในสภาพที่น้ำท่วมไม่ค่อยน่ายินดีสักเท่าไหร่ แต่ก็อยากมาในบริบทที่มีรอยยิ้มอย่างจริงจังและวันนี้ก็ยิ้มสุดๆ หน่อย เพราะมาถึงก็เห็นน้ำท่วม ตนมาเพียงวันเดียวยังเศร้าใจ เข้าใจถึงความลำบาก วันนี้ที่มาที่นี่มาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ซึ่งทุกคนเข้าใจและสัญญาจะกลับมาดูแลพี่น้องประชาชน

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน จำนวน 300 ชุม และยังได้มอบถุงยังชีพของเกษตรอำเภอให้กับเกษตรกรจำนวน 300 ชุดรวมถึงมะปรางซึ่งเป็นอาหารของปศุสัตว์ในช่วงที่น้ำท่วมรวมถึงต้นกล้าพันธุ์พืชเช่นมะละกอพริกและมะเขือให้กับประชาชนด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างเดินทางกลับตามเส้นทางซึ่งมีน้ำท่วมสูงเป็นระยะ นายกรัฐมนตรีได้ลงลุยน้ำและนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อนตามรายทาง พร้อมให้กำลังใจว่า ขอให้สู้อดทนอีกหน่อยรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ

เปิดจดหมาย ‘พ่อแม่’ ผู้ก่อเหตุสลดที่สยามพารากอน น้อมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษ-ขอขมาเหยื่อ

เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.66) ครอบครัวของเด็กชายวัย 14 ปี ที่ก่อเหตุสลดในห้างสรรพสินค้าพารากอน เขียนจดหมายแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า…

ผมและครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งและขอโทษอย่างที่สุดกับผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของลูกชายของเราที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนที่ผ่านมา รวมทั้งกับประชาชน นักท่องเที่ยว เจ้าของกิจการ ห้างร้าน และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือบริเวณใกล้เคียงที่ต้องอพยพ หรือเดือดร้อน รวมไปถึงเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งของประเทศไทย จีน เมียนมา ลาว และทุกฝ่าย 1 ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นส่วนรวมของประเทศด้วย

ผมและครอบครัวต้องขออภัยที่ไม่ได้สื่อสารต่อสาธารณะให้เร็วกว่านี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมและครอบครัวอยู่ในระหว่างกระบวนการและขั้นตอนทางกฎหมาย ลูกชายเราถูกควบคุมตัวไว้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามคำสั่งศาลคดีเต็กและเยาวชน โดยผมและครอบครัวไม่ได้ยื่นขอประกันตัว เพราะผมและครอบครัวตั้งใจจะให้ความร่วมมือกับทางการอย่างเต็มที่ ในการค้นหาข้อเท็จจริง และให้เกิดความมั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำขึ้นอีกจากกรณีเดียวกัน

เราเสียใจและตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และน้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่เท่าที่เราสามารถจะกระทำได้ ทั้งขอให้คำมั่นว่า เราจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และทุกหน่วยงาน ในการดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งบรรเทาและเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้ง

ผมและครอบครัวกราบขอโทษและขอขมาต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากเหตุการณ์นี้และทุกคนจากใจด้วยความเคารพครับ

ผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ

ผบ.ตร.ห่วงใยความปลอดภัยเด็กและเยาวชนจมน้ำช่วงปิดเทอม ตำรวจน้ำสานต่อความห่วงใย จัดโครงการสอนน้องว่ายน้ำ หวังลดความสูญเสีย

วันนี้ (7 ตุลาคม 2566) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีความห่วงใยเด็กๆ และเยาวชนที่เล่นน้ำในช่วงปิดภาคเรียนอาจเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตได้ และการจมน้ำเสียชีวิตนั้นนับเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่คร่าชีวิตเด็กและเยาวชนไทย โดยเป็นอุบัติภัยที่สามารถป้องกันด้วยการใช้ความระมัดระวัง

ในช่วงปิดเทอมนี้ กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดฝึกสอนการว่ายน้ำให้กับเด็ก และเยาวชน ในห้วงเดือนตุลาคมนี้ ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ล่าสุด ตำรวจน้ำสมุยได้จัดโครงการตำรวจน้ำสอนน้องว่ายน้ำ ระหว่างวันที่ 5 -7 ต.ค.66 เวลา 16.00 - 18.00 น. ณ โรงแรมราชพฤกษ์ สมุย รีสอร์ท อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี  โดยมีน้องๆ เด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการจมน้ำของเด็ก และมีหัวข้อการสอนดังนี้ ฝึกการลอยตัว แนะนำอุปกรณ์ช่วยชีวิต การใช้งานอุปกรณ์ แนะนำสาธิตการเอาตัวรอดทางน้ำ เมื่อตกน้ำ สาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ/CPR การใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ (ตะโกน โยน ยื่น) และอื่นๆ

‘วิรไท สันติประภพ’ ยกคำกล่าว ‘อาจารย์ป๋วย’ เป็นข้อคิดในการบริหารบ้านเมือง

เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.66) นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ 'การบริหารบ้านเมืองด้วยความรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผู้มีอำนาจรัฐ' ระบุว่า...

อาจารย์ป๋วยเคยกล่าวไว้ทำนองว่า

ถ้าแพทย์รักษาผู้ป่วยผิดพลาด อาจจะสร้างผลกระทบให้กับชีวิตของผู้ป่วยหนึ่งคนและครอบครัว

ถ้าวิศวกรสร้างตึก หรือสะพานผิดพลาด อาจจะหมายถึงชีวิตคนหลายสิบหรือหลายร้อยคนที่ใช้งาน

แต่ถ้านักเศรษฐศาสตร์ทำนโยบายเศรษฐกิจผิดพลาดแล้ว อาจจะกระทบต่อชีวิตของคนหลายสิบล้านคนทั้งประเทศ

วันนี้ ด้วยพลังของตลาดที่รู้ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี แค่ผู้มีอำนาจรัฐเริ่มคิดจะทำนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่รับผิดชอบ ก็ส่งผลเสียต่อชีวิตคนได้ทั้งประเทศแล้ว ผ่านกลไกของตลาดเงินและตลาดทุน

เรามีตัวอย่างนโยบายภาครัฐจากอดีตหลายอันที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสั้นๆ แต่สร้างความบิดเบือนให้กับกลไกตลาด และโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ สร้างภาระทางการคลังแบบได้ไม่คุ้มเสีย และส่งผลกระทบต่อผลิตภาพยาวนานไปอีกหลายปี ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด หรือโครงการรถคันแรก 

ถ้าเริ่มต้นบริหารประเทศด้วยการทำนโยบายที่หวังผลต่อ GDP แค่ช่วงสั้นๆ ผลที่จะเกิดขึ้นกับฐานเสียงในการเลือกตั้งสี่ปีข้างหน้า อาจจะกลับทิศได้อีกด้วย ถึงเวลาใกล้เลือกตั้งรอบหน้าเศรษฐกิจที่โดนกระตุ้นด้วยยาโด๊บเงินดิจิทัล ก็คงหมดพลังลงพอดี นอกจากนี้โครงการภาครัฐดีๆ อีกนับสิบนับร้อยโครงการที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในวันนี้และวันหน้าอาจโดนถูกตัดงบประมาณลง

ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดว่าประชาชนจำนวนมากต้องการ การเปลี่ยนแปลง การปฏิรูป มากกว่านโยบายประชานิยม เชื่อว่าในอีกสี่ปีข้างหน้า กระแสเรียกร้องเรื่องการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปจะยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก ในขณะที่ทรัพยากรด้านการคลังจะยิ่งจำกัดมากขึ้น

นอกจากนี้ ถ้าผู้มีอำนาจรัฐเริ่มต้นบริหารประเทศด้วยนโยบายที่ไม่รับผิดชอบแล้ว ความน่าเชื่อถือจะไหลลงเร็ว ทั้งจากในและต่างประเทศ จะทำอะไรต่อไปก็จะยากไปหมด มีแต่ความไม่เชื่อมั่น ความแคลงใจกัน นโยบายที่จะสนับสนุนการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงสำหรับอนาคตของประเทศจะยิ่งเกิดได้ยากมาก

โจทย์ในวันนี้น่าจะเป็นว่า จะช่วยกันหาทางลงให้กับนโยบายที่หาเสียงไว้แล้ว แต่ไม่ควรทำได้อย่างไร มากกว่าที่จะเดินหน้าต่อ ทั้งที่รู้ว่าจะสร้างปัญหาตามมาอีกมากมาย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่เขตบางกะปิ จัดคาราวาน ปันความสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 3 มอบของรางวัลกว่าร้อยรายการ ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566)  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ จัดคาราวาน “ป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ยกทัพอาสาสมัครศิลปิน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) นางสาววรินดา คุปติธรรมกุล (ปุ๊กกี้) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวอรภัสญาน์ สุกใส (มิ้วส์) นางสาวไดอนา แอน คาฮิลส์ และอาสาสมัครศิลปินอีกหลายท่าน ร่วมกิจกรรมแจกของขวัญ และของรางวัลสุดพิเศษกว่า 100 รายการ พร้อมจัดบริการด้านการแพทย์ฟรีจากหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และกิจกรรมนันทนาการจากหน่วยงานในเครือ 3 สถาบัน ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาทิ กิจกรรม ตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกจ่ายยา นวดทุยหนา ตรวจและแจกแว่นสายตา ตัดผม การบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 การเจาะเลือด เพื่อตรวจการทำงานของตับ ไต ไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด และเก๊าท์เบื้องต้น ฯลฯ รวมทั้งจัดให้มีการแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มให้กับประชาชนภายในเขตบางกะปิ  โดยมี นายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นผู้กกล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายชูชาติ พุ่มน้อย ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ อาสาสมัครมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนจำนวนมาก ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

‘อนุทิน’ นำทีมเบิร์ธเดย์ ‘เนวิน’ ครบ 65 ปี บอกอวยพรตามประเพณีด้วยจิตใจที่รักเคารพ

(7 ต.ค.66) ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย (มท.) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยถึงการอวยพรวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีอายุครบ 65 ปี เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 6 ต.ค. ภายหลังการสัมมนาสส.ของพรรค นายอนุทิน และแกนนำพรรค พร้อมด้วยสส.ของพรรค ได้อวยพรวันเกิดนายเนวิน ว่า เราอวยพรตามประเพณีด้วยจิตใจที่เรารักเคารพ

เมื่อถามว่า นายเนวินฝากอะไรบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้ว ซึ่งการเป็นพรรคการเมือง เราต้องทำงานให้ประชาชน

เมื่อถามว่า นายเนวินได้พูดถึงเป้าหมายจำนวน สส.ของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความขยันของผู้สมัครแต่ละคนด้วย แต่ว่าผู้ปฏิบัติที่บริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องทำงานเต็มที่

‘พ่อเด็ก 14’ โผล่ขอขมาศพผู้เสียชีวิตชาวเมียนมา ยืนยัน พร้อมให้การช่วยเหลือและเยียวยาเต็มที่

(7 ต.ค.66) หลังจากนำร่าง นางสาว Moe Myint หรือ ตะวัน ชาวเมียนมา ผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงที่ห้างสยามพารากอน ยังคงตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 2 วัดผาสุกมณีจักร อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  โดยเมื่อค่ำวันที่ 6 ต.ค. 66 แม่ของนางสาว Moe Myin ได้เดินทางจากเมียนมา มาถึงประเทศไทย เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้มาร่วมงานสวดอภิธรรมศพ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า บิดาของเด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพ โดยนั่งอยู่ด้านนอกศาลาร่วมฟังสวดคนเดียว ก่อนจะเข้าไปพูดคุยกับนายจ้างของ น.ส.ตะวัน พร้อมกับขอโทษนายจ้าง ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เผยเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ 

ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยขอไม่พูดถึงรายละเอียดอื่นๆ ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เพราะพูดไปก็เหมือนเป็นการแก้ตัว ส่วนสาเหตุที่มาร่วมงานศพช้า เพราะต้องจัดการเรื่องคดี

ทั้งนี้ หลังจากพระสงฆ์สวดอภิธรรมเสร็จ บิดาของผู้ก่อเหตุก็ได้เข้าไปกราบขอขมาศพ จากนั้นจึงไปลานายจ้างของผู้เสียชีวิต แล้วเดินทางกลับทันที

สำหรับร่างของนางสาว Moe Myint จะตั้งบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมถึงวันที่ 7 ตุลาคมนี้ และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 8 ตุลาคม 2566 เวลา 13.00 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top