Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

“พิพัฒน์” เผย ข่าวดี แรงงานล็อตแรกจากอิสราเอลกลับถึงไทย 12 ต.ค. นี้ พร้อมสั่งการทูตแรงงาน เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องแรงงานชาวไทย ณ ศูนย์อพยพ ณ ประเทศอิสราเอล

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในนาม รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน มีความยินดีที่แจ้งข่าวดีสำหรับพี่น้องแรงงานชาวไทย ที่ภายหลังสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

กระทรวงต่างประเทศ และ กระทรวงแรงงาน ได้ร่วมทำงานอย่างหนักเพื่อดำเนินการอพยพพี่น้องแรงงานไทยไปยังจากพื้นที่สู้รบไปยังพื้นปลอดภัย พร้อมวางแผนในการดำเนินการอพยพพี่น้องแรงงานชาวไทยกลับสู่ประเทศไทย

โดยในวันที่ 9 ตุลาคม ทางรัฐบาลไทยได้รับข่าวดี และ ยืนยันในการนำพี่น้องแรงงานไทยกลุ่มแรก จำนวน 15 คน กลับสู่ประเทศไทยโดยแบ่งเป็น 2 เที่ยวบิน โดยเที่ยวบินแรก LY081 จำนวน 5 คน และ เที่ยวบินที่สอง LY083 จำนวน 10 คน โดยพี่น้องแรงงานชาวไทย จะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 12 ตุลาคม โดยเที่ยวบินแรกจะถึงในเวลา 10.35 น. และ เที่ยวบินที่สองเวลาในเวลา 12.35 น.

และ นายพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมาย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชฑูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ในการเดินทางเยี่ยม และ ให้กำลังใจ พี่น้องแรงงานที่อพยพมาจากเขตสู้รบ มายัง ศูนย์หลบภัยแรงงาน ของประเทศอิสราเอล ซึ่งมีพี่น้องแรงงานไทยที่อพยพมาพำนักประมาณ 256 คน

‘ไทย’ โล่ง!! ผลกระทบการโจมตีอิสราเอลน้อย เชื่อ!! ไม่สะเทือน ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว-แรงงาน’

(9 ต.ค.66) ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประเมินผลกระทบในด้านต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม หลัง ‘อิสราเอล’ และ ‘ปาเลสไตน์’ ได้เปิดฉากการโจมตีใส่กันจนเข้าสู่ภาวะสงคราม โดยระบุว่า…

ประเมินผลกระทบการโจมตีอิสราเอล

หลังจากที่ฮามาสโจมตีอิสราเอล​ และมีการตอบโต้จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก​ อีกทั้งสถานการณ์​ยังเสี่ยงรุนแรงและยืดเยื้อออกไป​ ผมมองว่าผลกระทบต่อไปมีทั้งทางตรงและทางอ้อม

โดยผลกระทบทางตรง ได้แก่
1.) การส่งออก
2.) การท่องเที่ยว
3.) รายได้แรงงาน

ผลกระทบทางตรงน่าจะจำกัด​ อิสราเอลไม่ใช่คู่ค้าหลักของไทย​ (ส่งออกเน้นสินค้าเกษตร/อาหาร)​ ไม่ใช่กลุ่ม​ท่องเที่ยวสำคัญ​ แต่ให้ระวังด้านการขนส่งทางอากาศ ที่อาจต้องเปลี่ยนเส้นทางในตะวันออกกลางจนกระทบการท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ อีกทั้งแรงงานไทยที่ไปทำงานที่อิสราเอลเพื่อส่งรายได้เข้าประเทศ​ ยังมีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 รองจากไต้หวัน​ (ตรงนี้ต้องไปเช็กต่อที่กระทรวง​แรงงาน​กันดูครับ​ ไม่คอนเฟิร์ม) หรืออาจจะต้องขอดูจำนวนเทียบเกาหลีใต้ หรือประเทศในตะวันออกกลางอื่นๆ (และขอแสดงความเสียใจ​กับครอบครัว​แรงงานไทยที่เสียชีวิตด้วยครับ) ส่วนด้านการลงทุนก็ยังไม่มาก

โดยผลกระทบทางอ้อม
1.) ราคาน้ำมันพุ่ง
2.) เงินวิ่งสู่สินทรัพย์​ปลอดภัย​ (ดอลลาร์​สหรัฐฯ)
3.) ราคาทองคำขึ้น

ผมยังมองว่าผลทางอ้อมไม่น่ารุนแรง​ อิสราเอล​ไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมัน​ อีกทั้งประเทศรอบข้าง​อย่างจอร์แดน​ก็ไม่ได้มีน้ำมันมาก​นัก น่าจะห่วงการขยายวงกว้างไป​อิหร่านหรือซาอุดีอาระเบีย​มากกว่า​ (ตอนนี้ยังไม่มีท่าทีไปไกล)​ หรือจะกระทบการขนส่งน้ำมันดิบผ่านทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน​ไปยุโรป​ แต่ก็ทำได้หลายช่องทาง​ (ระวังกระทบการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านช่องแคบเช่นคลอง​ Suez และ​ Supply Chain Disruption กลุ่ม​ยานยนต์​ อิเล็กทรอนิกส์)

ผมจึงมองว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นไม่น่าไปไกล​ เว้นแต่ประเทศอื่นเข้าร่วมสงครามนี้​ ส่วนพอน้ำมันพุ่ง​ ทองก็ขึ้นตาม​ ดอลลาร์​สหรัฐฯ ​กลับมาแข็ง เพราะเป็น​ Safe Haven

ที่ผมกังวลต่อตลาดทุน น่าจะมาจากบอนด์ยิลด์​พันธบัตร​รัฐบาลสหรัฐ​ฯ ที่ยังขึ้น​จนเกิดการเทขายสินทรัพย์​เสี่ยง​ บาทเลยอ่อนได้อีก​ และที่ยิลด์ขึ้นน่าจะมาจากข่าวเมื่อวันศุกร์ (6 ต.ค.) ที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาค​เกษตร​ของ​สหรัฐฯ ยังเพิ่ม​ แม้อัตราว่างงานจะคงที่​ 3.8% และอัตราเพิ่มของค่าจ้างจะเริ่มชะลอที่​ +0.2% จากเดือนก่อน​

แต่ยังห่วงว่า ‘เฟด’ อาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีกในต้นเดือนพฤศจิ​กายนนี้​ CME​ Fedwatch มองโอกาสขึ้นเพิ่มไปมากกว่า​ 20%แล้ว​ และหากราคาน้ำมันเพิ่มยาว​ ความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงก็มี

สรุป​ ผมห่วงปัญหาสงครามในอิสราเอล​จะยืดเยื้อ และลามไปกระทบประเทศอื่นในตะวันออกกลาง​ ที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจนไทยขาดดุลการค้า​ ตลาดการเงินเสียเสถียรภาพ​ บาทอ่อน​ ห่วงการคุมราคาน้ำมันยิ่งทำให้รัฐบาลขาดทุนในกองทุนน้ำมัน​ หนี้เพิ่มไปอีก​ น่าหาทางใช้พลังงาน​ให้มีประสิทธิภาพ​ และอุดหนุนเฉพาะที่จำเป็น​ ผมยังเชื่อว่าสงครามจะจบในไม่ช้า​ แต่ก็ไม่มีใครรู้​ อย่าง ‘สงครามรัสเซีย-ยูเครน’ ที่ลากมาเป็นปีก็ยังทำได้​ เราคงต้องหาทางลดผลกระทบกันดูครับ

เพชรบูรณ์ กองพลทหารม้าที่ 1 โดย กองพันทหารม้าที่ 28 ร่วมบูรณาการ “ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม”

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน กองพลทหารม้าที่ 1 โดย กองพันทหารม้าที่ 28   ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนฯ พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" และยานพาหนะรถบรรทุกขนาดใหญ่ ร่วมบูรณาการกับเทศบาลเมืองหล่มสัก, องค์การบริหารส่วนตำบลตาลเดี่ยว, อาสาสมัครกู้ภัย, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ เข้าช่วยเหลือ รับมือกับสถานการณ์มวลน้ำของแม่น้ำป่าสัก ที่เอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยใช้ยานพาหนะขนาดใหญ่และเรือท้องแบน ในการช่วยขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นที่สูง ขนย้ายกระสอบทราย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางเข้า-ออก ที่พักอาศัย ในพื้นที่ เทศบาลเมืองหล่มสัก ชุมชนศรีสะอาด ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ กองพลทหารม้าที่ 1 ได้จัดเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการช่วยเหลือ และเฝ้าติดตามสถานการณ์มวลน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

‘ส.บ.ม.ท.’ จี้!! ‘ศธ.-กพฐ.’ เร่งแก้ปัญหาขาดครู หลังคืนอัตราเกษียณฯ แนะ พื้นที่ไหนขาดแคลนให้เปิดสอบทันที โดยไม่ต้องรอกำหนดการ

(9 ต.ค.66) นายณรินทร์ ชำนาญดู ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ กำลังประสบปัญหาขาดแคลนครูอย่างหนัก เนื่องจากมีผู้เกษียณอายุราชการกว่า 15,000 อัตรา ซึ่งแม้จะได้รับการคืนอัตราเกษียณมาทั้งหมดแต่กลับไม่มีครูที่พร้อมสำหรับการบรรจุทดแทนอัตราว่าง โดยที่ผ่านมาจะเรียกบรรจุจากบัญชีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ว14) แต่การสอบเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้สอบผ่านน้อย เช่นเดียวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ซึ่งยังมีอัตราว่างเหลืออยู่อีกกว่า 1,200 อัตรา ทำให้เกิดปัญหาเพราะแม้จะมีอัตราและตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถเรียกบรรจุแต่งตั้งได้ เพราะมีผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงอยากให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) คนใหม่ เร่งแก้ปัญหาดังกล่าว

“ปัญหาขาดแคลนครูถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ในฐานะที่กำกับดูแล สพฐ. และว่าที่ร้อยตรีธนุ เร่งหาทางแก้ไข หากเป็นไปได้อยากเสนอให้กระจายอำนาจลงไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สามารถจัดสอบครูผู้ช่วย ว14 และ ว16 ได้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง เช่น หากเขตพื้นที่ใดขาดแคลนครู ก็สามารถเปิดสอบได้ทันที โดยไม่ต้องรอปฏิทินสอบจาก สพฐ. คิดว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครูได้อย่างแน่นอน ส่วนข้อกังวลเรื่องการทุจริตนั้น หาก สพฐ.มีมาตรการลงโทษที่รุนแรง ก็เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าที่จะทำการทุจริต หรือหากมีก็เป็นจำนวนที่น้อยมาก” นายณรินทร์กล่าว

นายณรินทร์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอเร่งรัดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เร่งตรวจผลงานของผู้ที่ยื่นขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์เดิม ว17 ซึ่งยื่นไปตั้งแต่ปี 2564 และยังค้างอยู่กว่า 600 คน และตอนนี้บางคนเกษียณไปแล้วทำให้เสียสิทธิ เพราะไม่สามารถที่จะปรับปรุงผลงานได้ ดังนั้นจึงขอให้ ก.ค.ศ.มีกรอบเวลาการพิจารณาที่ชัดเจน ทั้งนี้ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ ก.ค.ศ.พิจารณาผลงานล่าช้าเป็นเพราะเหตุใด หากเพราะคณะกรรมการประเมินไม่เพียงพอก็อยากให้เพิ่มคณะกรรมการ เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือเกณฑ์ PA (ว 9/2564) ซึ่งมีความล่าช้าในช่วงแรก แต่เมื่อเพิ่มคณะกรรมการประเมินแล้ว ก็ทำให้สามารถพิจารณาได้เร็วขึ้น

ประชุมเตรียมความพร้อมรายงานผลการดำเนินงานและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการแก้ไข ปัญหาการค้ามนุษย์ ระหว่างคณะผู้แทนจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวง การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TIP) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร. โดยมี พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์
พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร., พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท. พร้อมคณะทำงาน
ศพดส.ตร. ได้รับการประสานจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าคณะผู้แทนจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TP) มีเดินทางมา
ประเทศไทย เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการตรวจเรือและการตรวจคัดกรองผู้เสียหายที่ทำงานในเรือประมง ณ ประเทศไทย ในวันที่ 11-12 ต.ค. 66 เพื่อให้การเตรียมความพร้อมในการประชุมร่วมกับคณะทำงานจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TIP) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพจึงกำหนดจัดประชุมเตรียมความพร้อมในการประชุมร่วมกับ คณะทำงาน J/IP โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ผู้แทนสำนักงานคดีค้ามนุษย์, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนกรมประมง, ผู้จัดการโครงการ Spring, ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม., ผู้แทนกรมอเมริกาและแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศ, ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน
ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผย 7 รูปแบบ เพจเฟซบุ๊กปลอม ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงประชาชน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media หรือ Social Network ) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การทำกิจกรรม หรือการทำธุรกรรมต่างๆ แต่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพใช้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย หลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ และแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยจากการตรวจสอบจากศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าสามารถแบ่งรูปแบบของเพจ เฟซบุ๊กปลอมที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงประชาชนได้ จำนวน 7 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

1.เพจหน่วยงานราชการปลอม แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเป็นข้าราชการระดับสูง สามารถช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางคดี ให้บริการรับแจ้งความ หรือร้องทุกข์ออนไลน์ รวมถึงการรับทำเอกสารราชการออนไลน์ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะ บัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น

2.เพจบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวม หุ้นปลอม ชักชวนหลอกลวงให้ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ทองคำ เงินดิจิทัล เงินสกุลต่างประเทศ หุ้นพลังงาน เป็นต้น โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงในเวลาอันรวดเร็ว หรือลงทุนน้อยได้ผลตอบแทนมาก การันตีผลกำไร แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการลงทุน

3.เพจสถาบันการเงิน หรือธนาคารปลอม ชักชวนให้กู้เงิน ปล่อยสินเชื่อ บริการกู้เงินฉุกเฉินในวงเงินสูง โดยอ้างว่า สมัครง่ายอนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่ตรวจสอบเครดิต มีกฎหมาย PDPA คุ้มครอง เป็นต้น มักให้โอนเงินค่ามัดจำ เงินค่าค้ำประกันไปก่อน

4.เพจโรงแรม หรือที่พักปลอมในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลอกลวงให้โอนเงินเป็นค่าจองที่พัก เงินประกันต่างๆ

5.เพจห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าออนไลน์ปลอม หลอกขายสินค้าออนไลน์ โอนเงินแต่ไม่ส่งสินค้า แม้ว่าความเสียหายจะไม่มาก แต่ผู้เสียหายมีจำนวนสูงเป็นอันดับที่ 1

6.เพจหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนปลอม  รับสมัครทำงานออนไลน์ มักเป็นงานง่ายๆ กดไลก์ กดแชร์ รีวิวสินค้า ที่พัก กดออเดอร์สินค้าเป็นต้น โดยจะให้โอนเงินเข้าไปในระบบให้เพียงพอก่อนถึงจะทำกิจกรรม หรือทำภารกิจได้ เริ่มแรกได้เงินคืนจริงภายหลังถอนเงินไม่ได้

7.เพจปลอมแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลธรรมดา โดยใช้เหตุการณ์สำคัญๆ เช่น อุบัติเหตุ ภัยพิบัติธรรมชาติ กิจกรรม โครงการต่างๆ หลอกลวงรับเงินบริจาค หรือเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากประชาชนผู้ใจบุญ

ที่ผ่านมา บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมายังคงตรวจสอบพบเพจเฟซบุ๊กในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในการใช้งาน หรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ ควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สำคัญกว่าการดำเนินการปิดเพจปลอมเหล่านี้ คือ การที่ประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อง่ายๆ แม้ว่ามิจฉาชีพจะเปิดเพจใหม่มาหลอกลวงอย่างไร ถ้ามีประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อ ตรวจสอบอย่างรอบคอบเสียก่อน ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันเพจเฟซบุ๊กปลอม ดังนี้
1.ประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น โดยสามารถโทรสอบถามหรือปรึกษาได้ที่ สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือ 081-866-3000 และไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียงแชทบอท @police1441 ที่เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอยให้บริการตอบคำถามประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
2.โดยปกติหน่วยงานของรัฐจะไม่มีนโยบายในการติดต่อ หรือทำธุรกรรมกับประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบนโยบายของหน่วยงานนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน
3.เพจเฟซบุ๊กปลอมมักมีการซื้อโฆษณาเพื่อการเข้าถึงเหยื่อ และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มักแอบอ้างข้าราชการระดับสูง หรือบุคคลสำคัญๆ และหากตรวจสอบให้ดีจะพบว่ามีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงานที่ไม่สอดคล้องกันกับเพจ
4.เพจเฟซบุ๊กปลอม หากตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ จะพบว่าสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน และอาจเคยเปลี่ยนชื่อมาจากเพจอื่นที่น่าสงสัย หรือมีผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทย
5.เพจเฟซบุ๊กจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
6.เพจเฟซบุ๊กจริง มักจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป
7.ไม่กรอก หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยเด็ดขาด
8.หลีกเลี่ยงการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา เพราะมักจะเป็นบัญชีม้าที่มิจฉาชีพเตรียมเอาไว้
9.ตรวจสอบให้แน่ใจ โดยการติดต่อไปยังหน่วยงานนั้นๆ ผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์โดยตรง เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ทำการตรวจสอบทันที

‘พิงค์ พิชฌามลณ์’ คว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนโลก 2023 ขึ้นแท่นนักกีฬาแบดฯ แชมป์เยาวชนโลกคนที่ 7 ของไทย

(9 ต.ค. 66) แบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก 2023 (2023 BWF World Junior Championships Tournament) ที่เมืองสโปแคน รัฐวอชิงตัน สหรัฐอมเริกา วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประเภทหญิงเดี่ยว ‘พิงค์’ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักตบลูกขนไก่วัย 16 ปีของไทย ลงทำการแข่งขัน

ปรากฎว่า ‘น้องพิงค์’ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นฝ่ายเอาชนะ เชียร่า มาร์เวลลา ฮานโดโย จากอินโดนีเซีย 2-0 เกม 21-11 และ 21-9 ประกาศศักดาคว้าแชมป์ขนไก่เยาวชนโลกมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในชีวิต

จากการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ทำให้ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ เป็นนักกีฬาจากไทยคนที่ 7 ที่สามารถคว้าแชมป์เยาวชนโลก ต่อจาก มณีพงศ์ จงจิตร กับ รจนา จุฑาบัณฑิตกุล (คู่ผสม), รัชนก อินทนนท์ (หญิงเดี่ยว), กิตตินุพงษ์ เกตุเรน กับ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ (ชายคู่) และกุลวุฒิ วิทิตศานต์ (ชายเดี่ยว)

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความยินดีกับ น.ส.พิชฌามลณ์ โอภาสนิพันธ์ หรือ พิงค์ นักกีฬาแบดมินตันหญิงไทย ที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นแชมป์แบดมินตันหญิงเดี่ยวเยาวชนโลก 2023 ในการแข่งขันแบดมินตันรายการ 2023 BWF World Junior Championships Tournament หรือ ศึกเยาวชนโลกที่เมืองสโปแคน (Spokane) รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการแข่งขันแบดมินตันประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ พิงค์ พิชฌามลณ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นมือวางอันดับ 56 ของโลก และมือวางอันดับ 2 ของรายการ ได้เข้าเเข่งขันกับ เคียรา มาร์เวลลา ฮันโดโย (Chiara Marvella HANDOYO) มือวางอันดับ 355 ของโลกจากอินโดนีเซีย โดยผลปรากฏว่า ไทย เอาชนะ อินโดนีเซีย ไป 2-0 เกม ด้วยคะแนน 21-11, 21-9 ใช้เวลาในการแข่งขัน 33 นาที ทำให้ พิงค์ พิชฌามลณ์ เป็นแชมป์เยาวชนโลกสมัยแรก และกลายเป็นนักแบดมินตันไทยคนที่ 2 ที่เป็นแชมป์เยาวชนโลกประเภทหญิงเดี่ยวได้สำเร็จ ต่อจาก เมย์-รัชนก อินทนนท์ ที่เคยทำไว้ระหว่างปี ค.ศ.2009-2011

“นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนักกีฬาในครั้งนี้ ความสามารถของนักกีฬาไทยมีศักยภาพสูง เป็นที่น่าภาคภูมิใจ สะท้อนถึงความมีวินัยในความตั้งใจฝึกฝน และฝ่ายสนับสนุนทุกคนและทุกหน่วยงาน” นายชัยกล่าว

‘แพรวา อาธิตญา’ คว้าแชมป์โลกเจ็ตสกีหญิง ณ สหรัฐฯ ในการแข่งขัน ‘WGP#1 Waterjet World Series 2023’

เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ‘ดับเบิลยู จีพี วัน วอเตอร์เจ็ต เวิลด์ ซีรีส์ 2023’ (WGP#1 Waterjet World Series 2023) ที่เมืองเลค ฮาวาซู ซิตี้ รัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐ ระหว่างวันที่ 4-8 ต.ค. เข้าสู่การแข่งขันวันที่ 7 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทัพเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์โลกรุ่นที่ 4 ของรายการนี้ และเป็นรุ่นแรกจากประเภทหญิง

แชมป์โลกรุ่นที่ 4 ของทีมชาติไทยในรายการนี้มาจาก ‘แพรวา’ อาธิตญา เที่ยงพูนวงศ์ ที่ทำได้ตามเป้าจากรุ่นเรือนั่งสมัครเล่นหญิง 1,100 ซีซี ห้ามแต่งเครื่องยนต์ (Amateur Women Runabout 1100 Stock) ที่ทำการแข่งขัน 3 โมโต โดย แพรวา เครื่องร้อนช้าในโมโตแรกเข้าเป็นที่ 2 รองจาก โซฟี ฟรานซิส สาวอเมริกัน

แต่ในโมโต 2 และ 3 ทุกอย่างลงตัว อาธิตญา สปีดเรือหมายเลย 58 ออกนำพร้อมเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ทั้ง 2 โมโต ขณะที่ ฟรานซิส เกิดความผิดพลาดในโมโตชิงดำที่ทั้งคู่มีคะแนนเท่ากัน ทำให้สาวไทยคว้าแชมป์โลกด้วยคะแนนขาด 173 คะแนน รองแชมป์เป็น อิซซาห์ อาเหม็ด ซูไฮรี่ จากมาเลเซีย ส่วน ฟรานซิส จบอันดับ 3 มี 140 คะแนน

ขณะที่ 2 เยาวชนไทย ‘อ็อตโต้’ ด.ช.ณัฐนันท์ กีนะพันธ์ ในรุ่นเยาวชนเรือยืน 13-15 ปี ห้ามแต่งเครื่องยนต์ (JUNIOR Ski Stock 13-15 Restrictor Plate) กับ ‘ออก้า’ ด.ช.นครา ศิลาชัย ในรุ่นเยาวชนเรือยืนอายุ 10-12 ปี ห้ามแต่งเครื่องยนต์ ใส่แผ่นจำกัดความเร็ว (JUNIOR Ski Stock 10-12 Restrictor Plate) ที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ทั้งคู่ ยังต้องรอลุ้นตำแหน่งแชมป์โลก จากผลการพิจารณาการประท้วงของคู่แข่งว่าความเร็วเรือสูงเกินไป ทำให้ต้องลุ้นกันต่อในวันที่ 8 ต.ค.

นักแข่งไทยยังมี สุภทัต ฟูตระกูล ลงแข่งในรุ่นเรือนั่งอาชีพห้ามแต่งเครื่องยนต์ (Pro-Am Runabout Stock) ซึ่งหลังจบ 2 จาก 3 โมโต มี 65 คะแนนอยู่อันดับ 7 ผู้นำเป็น วาลีด อัล ชาร์ชานี ชาวกาตาร์ กับ ทอรี่ ชไนเดอร์ ของสหรัฐ 113 คะแนนเท่ากัน ก่อนไปลุ้นกันต่อในโมโตสุดท้ายวันที่ 8 ต.ค.

ด้าน ‘ผู้จัดการเขียด’ นางจิราพร กาญจนพิทักษ์ ผู้จัดการสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยที่เดินทางมาร่วมชมการแข่งขันและสัมผัสปัญหาของนักกีฬาด้วยตัวเองกล่าวว่า “ได้มาเห็นนักกีฬาไทยลงสนามจริงที่นี่ หลังจากได้รับตำแหน่งผู้จัดการสมาคมฯเป็นปีแรก ต้องขอยอมรับในความใจสู้ของทีมเจ็ตสกีไทย เพราะนักกีฬาทุกๆชาติที่มากันทั้ง 32 ชาติ ล้วนเป็นยอดฝีมือของโลก ในเกมหากผิดพลาดแค่เสี้ยววินาทีเดียว ก็หมายถึงความพ่ายแพ้

และยิ่งประทับใจที่เห็นถึงความทุ่มเทของนักกีฬา ยามมีปัญหาเรื่องงบประมาณส่งแข่งจากฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ผู้บริหารฝ่ายกีฬาเป็นเลิศฯ ยังพิจารณาไม่ทันการเดินทางมาแข่ง โดยแจ้งว่าเป็นต้นปีงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่รายการที่สำคัญนี้เป็นรายการแข่งที่สำคัญนอกประเทศเพียงรายการเดียวต่อปี และผู้บริหารที่มานั่งตำแหน่งใหม่ตอนนี้ ไม่ได้เคยลงมาดูเรียนรู้ข้อมูลใด ๆ ทางสมาคมขอพบก็ไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขทันที เพื่อไม่ให้เกิดเป็นปัญหาในปีต่อ ๆ ไปอีก

ทีมเจ็ตสกีไทยทุกคนก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ท่านเลขาธิการควักกระเป๋าตัวเองช่วยด้านตั๋วเครื่องบินนักกีฬา ทีมนักกีฬาก็ช่วยกันออกทุนมาเอง นักกีฬารอไม่ได้ ต้องเตรียมตัวหลายอย่าง เรื่องการส่งเรือมาแข่งเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่มีเรือดี ๆ ก็ชนะยาก นักกีฬาต้องออกค่าใช้จ่ายกันเอง น้ำใจนักกีฬาไทย สุดยอดมาก ๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่สมาคมฯ

เมื่อนักกีฬายอมออกทุนตัวเอง เราคงนิ่งเฉยไม่ได้ ถึงจะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ก็คิดว่าเป็นความจำเป็นที่สมาคมกีฬาเจ็ตสกีฯ ต้องมีตัวแทนมายืนเคียงข้างนักกีฬา อย่างน้อยก็มาเป็นกำลังใจให้นักกีฬา และที่สำคัญเพื่อมาเห็นด้วยตาตัวเองจะดีมากกว่าที่มีคนอื่นมาเล่าให้ฟัง ขอชื่นชมนักกีฬาและทีมงานของตัวแทนชาติไทย และทำให้เห็นว่า ทุกคนทำหน้าที่นักกีฬาได้อย่างสุดความสามารถอย่างเต็มกำลังจริง ๆ”

ภรรยา ‘หนุ่มกาฬสินธุ์’ เล่านาทีจุกอก ก่อนสามีถูกสังหารที่อิสราเอล พร้อมวอนรัฐบาลไทยช่วยนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด

(9 ต.ค. 66) ความคืบหน้า กรณีกลุ่มฮามาส ในปาเลสไตน์ บุกจู่โจมประเทศอิสราเอล ทำให้แรงงานไทยส่วนใหญ่ไปทำงานสวนเกษตรในฉนวนกาซา อยู่ตอนใต้ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไร่เกษตรอยู่ติดกับชายแดนปาเลสไตน์

โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต จากข้อมูลของสำนักงานจัดหางานนครพนม พบว่า มีแรงงานไทยชาวนครพนม ไปทำงานฟาร์มเกษตร สูญหายขาดการติดต่อจากญาติ จำนวน 3 ราย และในรายงานมีการยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี ชาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ แต่มาเป็นเขยนครพนม ภรรยาชื่อ นางสาวรุ่งทิวา เรืองฤทธิ์ อายุ 31 ปี เป็นชาวบ้านดงยอ ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ทั้งนี้ ทางญาติ ครอบครัวผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างติดต่อทางกรมการจัดหางาน เพื่อประสานขอความช่วยเหลือ เพื่อนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล

ล่าสุด นางสาวรุ่งทิวา เรืองฤทธิ์ อายุ 31 ปี ออกมาเปิดเผยยืนยันว่า นายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี สามีเสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา หลังจากขาดการติดต่อทางแชทเฟซบุ๊ก ปกติจะพูดคุยไถ่ถามความเป็นอยู่ทุกวัน โดยสามีเพิ่งไปทำงานยังไม่ถึงปี จะครบปีเดือนตุลาคมนี้ เป็นงานฟาร์มเกษตร

ก่อนเกิดเหตุ ตนได้วิดีโอคอลคุยกับสามีในตอนเช้า โดยไม่ได้วางสายและสามียังได้เล่าให้ฟังว่า มีการสู้รบกันเกิดขึ้นแต่ตอนนั้นสามีก็ยังไม่มีท่าทีร้อนรนแต่อย่างใด ยังคงใช้ชีวิตปกติ และก่อนจะวางสายสามีบ่นว่าเหนื่อยอยากนอนพักผ่อน ตนเองจึงให้สามีไปนอนพักผ่อน แต่หลังจากที่วางสายจากสามีได้ไม่นาน เห็นข่าวด่วนในทีวีว่ามีการโจมตีในอิสราเอล จึงรีบส่งแชทไปบอกสามีให้ดูแลตนเองและอย่าออกไปไหน สักพักมีเพื่อนของสามีทักแชทเฟซบุ๊กมาหา แจ้งข่าวร้ายว่าสามีถูกกลุ่มติดอาวุธหนักบุกเข้ามายิง ขณะที่สามีกำลังหลบหนีออกทางหน้าต่าง แต่หนีไม่ทัน จึงถูกกลุ่มติดอาวุธจับตัวไป ก่อนจะรัวยิงจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนคนอื่นต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น

น.ส.รุ่งทิวา น้ำคลอเบ้าเล่าต่อว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้าย สามีมักบ่นว่าลำบากและเหนื่อย แต่เวลาวิดีโอคอลคุยกัน สามีจะไม่ค่อยให้เห็นสภาพความเป็นอยู่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการบ่นให้ฟังมากกว่าว่าเหนื่อย นอกจากนี้ สามีได้สัญญากับตนเองว่าจะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 5 ปี และจะพยายามเก็บเงินกลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดนครพนม โดยนำไปเป็นเงินทุนสร้างอาชีพค้าขาย แต่สุดท้ายก็มาถูกยิงตายอย่างอนาถ นอกจากนี้ นางสาวรุ่งทิวา ยังบอกอีกว่า ตนเองไม่รู้ว่าจะติดต่อขอรับศพสามีได้อย่างไร คงต้องรอทางการไทยเป็นผู้ประสานมา และจะนำศพของสามีกลับมาจัดพิธีตามประเพณีที่บ้านเกิดจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือ ที่จังหวัดนครพนม ต้องรอปรึกษาญาติอีกครั้งก่อน

'เสธ.นุ้ย' นำทีม 'วปอ.66' จับมือ 288 ผู้ทรงคุณค่าแห่ง 'สังคม-ประเทศชาติ' ลั่น!! ขอร่วมมือกันแบบองค์รวม ผนึกทุกภาคส่วนเป็นหนึ่ง หนุนรัฐทุกมิติ

นักศึกษา 'วปอ.66' 288 คน รายงานตัวเข้าเรียน ยก!! 'เสธ.นุ้ย' ตท.29 นั่งแท่น ประธานรุ่น พร้อมรวมมิตรโฆษกเหล่าทัพ-ตำรวจ ชู!! คอนเซปต์ วปอ.กลุ่มบุคคลที่ทรงคุณค่าเพื่อสังคมและประเทศชาติ เน้น!! ร่วมมือแบบองค์รวมของทุกภาคส่วนเป็นหนึ่ง

(9 ต.ค. 66) วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวชื่อดังสายทหาร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Wassana Nanuam' นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 66 รวม 288 คน รายงานตัว ที่ วปอ. สถาบันวิขาการป้องกันประเทศ (สปท.) แล้ว โดยรุ่นนี้ มี 'เสธ.นุ้ย' พล.ท.ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ (ตท.29) (เตรียมทหาร) อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) สมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานรุ่น

รุ่นนี้ ยึด คอนเซปต์ ที่ว่า วปอ.กลุ่มบุคคลที่ทรงคุณค่าเพื่อสังคมและประเทศชาติ ความร่วมมือแบบองค์รวมที่ทุกภาคส่วนจะต้องนำมาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการปรับตัวและกำหนดงานระดับนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมี เป้าหมายสำคัญ คือ จะนำศักยภาพของนักศึกษา วปอ.66 ให้เป็นกลไกความร่วมมือแบบองค์รวมที่ทุกภาคส่วนจะต้องนำมาเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาระดับนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งโดยเฉพาะด้านความมั่นคง, เศรษฐกิจ, สังคม รวมถึงความเหลื่อมล้ำ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทุกมิติ

ในรุ่นนี้ มีนายทหารคนดัง เช่น พล.ท.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล รองเสธ.ทบ เสธ.โอม, พล.ต.ธิติพันธ์ ฐานะจาโร รองเสธ.ปรมน. และ เลขานุการและโฆษกเหล่าทัพ

พลตรี ณรงค์ชัย ไชยชนะ เลขานุการกองทัพไทย เสธ.โต้ง, พลเรือตรี วีรุดม ม่วงจีน เลขานุการกองทัพเรือ และ โฆษกกองทัพเรือ, พลตำรวจโท อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในส่วนข้าราชการฝ่ายพลเรือน มีนายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต, นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, นายฆนัท ครุธกูล กรรมการบริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อย (บสย.), นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ, น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุวิทยา

ส่วนภาคธุรกิจ เช่น นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), นายสมิทธ์ ปราสาททองโอสถ รองประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), 'ดร.เอ้' นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด

และมี นายทหารต่างประเทศ กัมพูชา, มาเลเซีย, เมียนมา, อินโดนีเซีย, อินเดีย ร่วมเรียนด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top