Tuesday, 11 August 2026
NEWS FEED

'ปลดเป้ วางปืน คืนสู่สามัญ' 'ทหารปลดประจำการ เป็นทหารกองหนุน'

มณฑลทหารบกที่ 36 จัดพิธีส่งทหารซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ

วันอังคารที่ 31 ตุลาคม 2566 พลตรี วัชรพงศ์  แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 เป็นประธานพิธี มอบประกาศเกียรติคุณ และให้โอวาทแก่ทหารกองประจำการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/62, 2/64, 2/65 และ 1/66 ซึ่งรับราชการจนครบกำหนดตาม พ.ร.บ. รับราชการทหาร ในวันที่ 31 ต.ค. 66 และจะต้องดำเนินการปลดเป็นทหารกองหนุนกลับภูมิลำเนา ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีทหารกองประจำการเข้ากระทำพิธี จำนวน 155 นาย โดยมี ผู้บังคับบัญชาภายในกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 เข้าร่วมพิธี พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณ และวุฒิการศึกษาจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ให้แก่ทหารกองประจำการ ดังกล่าว ณ อาคารอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ปลัดแรงงาน เปิดงานวันนิคม จันทรวิทุร พร้อมปาฐกถาพิเศษ 30 ปี กระทรวงแรงงานกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงานเนื่องในวันนิคม จันทรวิทุร ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “30 ปี กระทรวงแรงงานกับการพัฒนาที่ยั่งยืน : เป้าหมายของสหประชาชาติกับความพยายาม ผลงานที่ผ่านมา และนโยบายของกระทรวงแรงงานในรัฐบาลชุดใหม่” โดยมี นายฐาปบุตร ชมเสวี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นางสาวกรจิรัฏฐ์ พงจันทร์ศธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน    

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษถึงนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงแรงงาน ซึ่งนโยบายของรัฐบาลมีกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน ได้แก่ กรอบระยะสั้น เป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลับมาเติบโต ประกอบกับการเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว กรอบระยะกลางและระยะยาว ด้านการเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน ในส่วนนโยบายของกระทรวงแรงงาน โดยท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้มีนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงแรงงาน 3 ด้าน 8 นโยบาย เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานภายใต้แนวคิด “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”  

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ตลอดห้วงระยะเวลา 30 ปี ของการดำเนินงานของกระทรวงแรงงานได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานของประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย “มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน” และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่กระทรวงแรงงานมีบทบาทเป็นหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาแรงงานในเป้าหมายที่ 8 การส่งเสริมงานที่มีคุณค่า สำหรับทุกคน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2566 มีผลงานสำคัญในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการมีงานทำให้ประชาชนทุกกลุ่มมีรายได้ที่เหมาะสมรฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ป้องกันและแก้ไขการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคม เป็นต้น กระทรวงแรงงานมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแรงงาน เพื่อให้ แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้าน นายฐาปบุตร ชมเสวี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารทุกระดับ ผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านแรงงาน ร่วมกันกำหนดทิศทางและเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนงานด้านแรงงานให้สอดคล้องกับความจำเป็นแห่งยุคสมัยและในอนาคต ตลอดจนสร้างข้อเสนอแนะร่วมกันทั้งในเชิงนโยบายและปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

‘เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ’ ยื่นหนังสือร้องยุติโครงการแลนด์บริดจ์ ชี้!! กังวล ‘ของเสีย-อากาศพิษ’ กระทบการเกษตร-ชีวิต ปชช.

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 66) ที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ได้ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอพะโต๊ะ ผ่านนายเชิงชาย ไพรพฤกษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอพะโต๊ะ เพื่อเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานยุติการจัดเวทีเกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง หรือการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีการเข้ามาชี้แจงข้อสงสัย และหากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ตามข้อเรียกร้องนี้ จะปฏิเสธความร่วมมือและจะร่วมกันคัดค้านการจัดเวทีหรือการทำกิจกรรมอื่นใดของทุกหน่วยงานหลังจากนี้ไปอย่างถึงที่สุด โดยมีการถือแผ่นป้ายระบุข้อความ ‘พะโต๊ะเมืองเกษตร ไม่ใช่เขตอุตสาหกรรม’

นางเฉลิมอุษา สีเขียว เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กล่าวว่า พวกเราทราบว่ามีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอไปแล้วหลายครั้ง และล่าสุดทราบว่าจะมีการจัดเวทีในวันที่ 14 พ.ย.นี้อีกครั้ง กลายเป็นความสับสนและไม่เข้าใจต่อกระบวนการจัดเวทีที่ผ่านไปแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะส่งผลอะไรตามมากับพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ ในขณะที่รัฐบาลประกาศไปแล้วว่าจะดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ให้ได้ พร้อมกับจะมีการเดินสายเพื่อหาผู้ประกอบการจากต่างประเทศมาลงทุนให้ทันภายในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้ยังมีอำนาจบริหารประเทศ จึงยิ่งสร้างความไม่มั่นใจว่า การจัดเวทีทั้งหลายเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปเพื่ออะไร หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะเดินหน้าโครงการ ทั้งที่ผลการศึกษายังไม่แล้วเสร็จ

นายสมโชค จุงจาตุรันต์ เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์กับคนในพื้นที่ แต่ให้ประโยชน์กับกลุ่มทุนใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้จะนำนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตามมา ซึ่งตอนนี้นักการเมืองกำลังผลักดันกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC ที่ให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หลายอำเภอในจังหวัดชุมพรเป็นแหล่งปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะทุเรียน ที่มีมูลค่าสูง ปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท พื้นที่ปลูกทุเรียนโดยส่วนใหญ่อยู่ที่พะโต๊ะและหลังสวน ในอนาคตจะมีการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้น ของเสีย น้ำเสีย ขยะพิษ อากาศพิษ จากนิคมอุตสาหกรรมจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

'คุณย่าขาลุย' บุกครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา แหล่งรวมความอร่อย ฟินได้ทุกวัย กินได้ทุกวัน

คุณย่าทั้งหลายจูงมือกันหาของอร่อยทาน ไม่รู้ติดใจอะไรอะไรนักหนากับครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา
พี่อ๋อยสินาภรณ์ พิไลลักษณ์
พี่แหม่มเทพยุดา ศรียาภัย
คุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์
คุณตุ้มรสริน จันทรา
คุณตุ๋ยนวลปรางค์ ตรีชิต 
คุณจิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา
คุณปิ๋วศากุน บุนนาค

ครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา แหล่งรวมความอร่อย ฟินได้ทุกวัย กินได้ทุกวัน เปิดทุกวัน เริ่ม 3 มิ.ย. 66 นี้

เตรียมปักหมุด…เช็คความฟินที่กินแห่งใหม่ “ครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา” แหล่งรวมความอร่อยทั่วฟ้าเมืองไทย ถูกใจสายกินตัวท็อป นักช้อปตัวแม่แน่นอนจ้า

พบกับ!!! ร้านเด็ด เมนูอร่อยกว่า 60 ร้านค้า การันตีความอร่อยโดยรายการครัวคุณต๋อยมารวมไว้ที่นี่ที่เดียว ทั้งเมนูคาว หวาน ของว่าง และเครื่องดื่มนานาชนิด พร้อมปรุงสด เสิร์ฟใหม่ถึงมือคุณทุกวัน

ขอแนะนำโซนเด็ด “KKT SHOP” ร้านของฝากที่คัดสรรของอร่อย ของดี คุณภาพเยี่ยมทั่วทุกภาค มาไว้บริการให้ลูกค้าเลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นของฝากให้กับคนที่คุณรัก

พิเศษสุด!!! ในทุก ๆ สัปดาห์พบกับอีเว้นท์จากร้านเด็ด ของดี ของอร่อย มาในธีมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันสนุกคึกคัก และร่วมส่งต่อความอร่อยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดทุกสัปดาห์

บรรยากาศภายในตกแต่งด้วยโทนไม้ดูอบอุ่น แอร์เย็นสบาย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้บริการรองรับมากถึง 200 ที่ พร้อมให้เหล่านักกิน ได้มาสัมผัสความฟิน อิ่มเอมกับของอร่อย อย่างสุขใจ

ตั้งอยู่: เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา เดินทางสะดวกสบาย มีที่จอดรถมากมายไว้บริการ เปิดบริการ: จันทร์ - อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 มิ.ย.66 เป็นต้นไป เวลา:10.00 – 20. 30 น.
#ครัวคุณต๋อยเพลส #ครัวคุณต๋อย #ไม่กินถือว่าผิด #เดอะคริสตัลเอกมัยรามอินทรา

'ชาดา' แจงเหตุช่วยหญิงสูงอายุในเหตุไฟไหม้ในอุทัยฯ ไม่กลัว!! รู้วิธีการดับไฟ และวิธีการเข้าไปช่วยผู้สูงอายุ

(31 ต.ค.66) ที่ทำเนียบ นายชาดา​ ไทย​เศรษฐ์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์การช่วยหญิงสูงอายุติดในห้องที่ไฟไหม้ ​กลางเมืองอุทัยธานี​ เมื่อวานนี้ว่า​ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ระหว่างอยู่ในงานตักบาตรเทโว มีคนแจ้งว่าเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ซึ่งตนก็ได้เข้าไป และพบนายเจเศรษฐ์​ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหลานชายอยู่ในที่เกิดเหตุ​ เมื่อตนอยู่ในเหตุการณ์​ พบว่าควันและไฟไหม้มากตนจึงรีบไปนำตัวผู้สูงอายุที่ป่วย​และอาศัยอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร โดยอุ้มลงมาเพื่อไปส่งยังโรงพยาบาล​

"ผมได้เข้าไปโดยไม่เกรงกลัว​ เพราะเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี รู้วิธีการดับไฟ และวิธีการเข้าไปช่วยผู้สูงอายุ และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เพราะเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ในจังหวัดอุทัย ผมก็เข้าไปช่วยอยู่เสมอ" นายชาดา กล่าว

ตำรวจท่องเที่ยวไอเดียเก๋ ออกคลิป 2 ภาษา แนะนำ 5 ข้อแนะนำ การท่องเที่ยวในวันฮาโลวีนให้ปลอดภัย

วันนี้ (31 ต.ค.66) พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและโฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ปี 2566 นั้น วันฮาโลวีน ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งในประเทศไทย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมเที่ยวกันวันฮาโลวีนในลักษณะของงานปาร์ตี้ โดยสถานที่ที่มักนิยมไปเที่ยวกัน มักจะเป็นลักษณะของร้านที่มีการจำหน่ายสุรา ผับ บาร์ เช่น ถนนข้าวสาร เป็นต้น

ด้วยความห่วงใยความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงได้จัดทำคลิป 5 ข้อแนะนำ ในการเที่ยวฮาโลวีนให้ปลอดภัย ได้แก่ 

1. เตรียมแผนเดินทางล่วงหน้า เพื่อจะได้รู้จักเส้นทาง หากเป็นสถานที่ปิด ก็ควรรู้จักทางออกฉุกเฉิน เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

2. ควรมีเพื่อนไปด้วย เพราะในวันฮาโลวีนบางสถานที่ผู้ที่ไปเที่ยวอาจแต่งหน้าแนวแฟนตาซี ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นใครหากพบเจอเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เพื่อนจะจำเราได้ และคอยช่วยเหลือกัน 

3. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพื่อป้องกันเรื่องการล้วงกระเป๋า รวมไปถึงการเบียดเสียดกับคนจำนวนมาก เพื่อเวลาฉุกเฉินจะได้เอาตัวเองออกมาจากสถานที่นั้นได้ง่าย

4. หากจำเป็นต้องดื่ม ให้ดื่มอย่างมีสติ และก็ต้องดื่มแล้วไม่ขับ 

5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือมาตรการการรักษาความปลอดภัยของสถาานที่นั้นๆ เช่น ไม่ทำให้เกิดประกายไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ คลิป 5 ข้อแนะนำ ในการเที่ยวฮาโลวีนให้ปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดทำเป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสามารถชมคลิปนี้ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Tourist Police Bureau กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หรือ www.facebook.com/1155TPB

‘รองฯ กิตติ์รัฐ’ พร้อมคณะ เรียกประชุม ตัดวงจรผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในปี 2567 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 66) เวลา 13.30 น.ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) , พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 2), พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 3), พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 4) และพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 5) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟัง และมอบนโยบายการดำเนินการป้องกันปราบปราม และสกัดกั้นการแพร่ระบาดยาเสพติด ตามภารกิจเร่งด่วน ตัดวงจรผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในปี 2567 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และ ตร.  

โดยมี พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ปส. พร้อมด้วย รอง ผบช.ปส. , ผบก.,รองผบก.และ ผกก.ในสังกัด บช.ปส.เข้าร่วมประชุมและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานสำคัญที่ผ่านมาและแผนที่จะดำเนินการต่อไป ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้อง ในการดำเนินมาตรการลดจำนวนผู้เสพยาเสพติด ,มาตรการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด และมาตรการสกัดกั้นยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไปโดยเสร็จสิ้นการประชุม เวลา 15.30 น.

‘นายกฯ’ ห่วง ‘คนไทย’ ช่วง ‘เทศกาลฮาโลวีน’ ที่ถนนข้าวสาร วอนปชช. ‘มีสติ-ระวังตัว-เลี่ยงที่แออัด’ ป้องกันซ้ำรอยอิแทวอน

(30 ต.ค. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นห่วงคนไทยในทุกพื้นที่ ในช่วงการเฉลิมฉลองเทศกาล Halloween พร้อมเตือนคนไทยหลีกเลี่ยงการเฉลิมฉลองในสถานที่แออัด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด้วยคืนพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) เป็นวัน Halloween สถานบันเทิงจะจัดงานเฉลิมฉลอง หน่วยงานต่างๆ จึงมีมาตรการคำแนะนำป้องกัน ดูแลความปลอดภัยคนไทย ยกตัวอย่าง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว ได้ออกคำแนะนำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้กับนักท่องเที่ยว ดังนี้ 1.วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้รู้ว่าจะเดินทางไปอยู่ตรงไหน จะได้รู้จักเส้นทางก่อน และควรดูพยากรณ์อากาศด้วย 2.หากเป็นสถานที่ปิด ควรดูทางออกฉุกเฉิน และควรมีเพื่อนไปด้วยอย่างน้อย 1 คน

3.หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพื่อป้องกันเรื่องการถูกล้วงกระเป๋าจากมิจฉาชีพ และการเบียดเสียดกับคนอื่น 4.ดื่มอย่างมีสติ อย่าทิ้งตัว และดื่มไม่ขับ 5.อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานที่นั้น ๆ หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน หมายเลข 1155 ตำรวจท่องเที่ยว โดยสถานที่หลัก ๆ ที่มีคนเป็นห่วงมากก็คือ ถนนข้าวสาร เพราะมีลักษณะของพื้นที่คล้ายกับอิแทวอน สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเมื่อปีที่แล้ว

นายชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ออกประกาศ เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับคนไทยในสาธารณรัฐเกาหลี โดยขอให้คนไทยในสาธารณรัฐเกาหลีระมัดระวังการเข้าไปในสถานที่ที่คนพลุกพล่าน พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาล Halloween ที่อาจจัดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ของสาธารณรัฐเกาหลีในปีนี้ หรือหากจะเข้าร่วมงาน ก็ขอให้ระมัดระวังในการไปรวมตัวยังสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หรือมีฝูงชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้ เช่น การล้มทับกันของฝูงชนที่เบียดเสียดกัน

ทั้งนี้ หากรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ก็ขอให้รีบหาทางหลบออกมาจากสถานที่ดังกล่าวโดยเร็ว หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล โทรศัพท์ +82 10-6747-0095 หรือ +82 10-3099-2955

“นายกรัฐมนตรี ห่วงใยคนไทยที่ต้องการเข้าร่วมช่วงการเฉลิมฉลอง ขอให้เที่ยวอย่างมีสติ เตรียมการเดินทาง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณแออัด พื้นที่คนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดฝัน” นายชัย กล่าว

‘ชาดา’ ทิ้งงานตักบาตรเทโว สวมบทฮีโร่บุกช่วยหญิงสูงวัย หลังติดอยู่ในอาคารระหว่างเกิดเหตุไฟไหม้กลางเมืองอุทัยธานี

(30 ต.ค. 66) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองอุทัยธานีพร้อมด้วย ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุไหม้อาคารซึ่งเป็นตึก 3 ชั้น ใจกลางเมืองอุทัยธานี บ้านตั้งอยู่ที่ถนนวงศาโรจน์ เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดยทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองอุทัยธานี ระดมกำลังกว่า 100 นาย และรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าเร่งฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไหม้อาคารข้างเคียง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในบ้านหลังเกิดเหตุนั้น มีผู้ติดอยู่ภายใน 2 ราย เป็นคู่สามีภรรยา ทราบชื่อคือ นายณัฐนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 76 ปี และนางสายใจ (สงวนนามสกุล) ติดอยู่ภายในห้องนอนชั้น 3 โดยระหว่างนั้นได้มี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เขต 1 ซึ่งกำลังต้อนรับนักท่องเที่ยวในงานประเพณีตักบาตรเทโว อยู่ที่บริเวณห้าแยกวิทยุ ซึ่งมีการแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง ได้รีบบุกเข้าไปภายในอาคารหลังดังกล่าวเพื่อเข้าไปช่วยเหลือนำตัวนางสายใจ ที่ยังคงติดอยู่ในห้องนอนชั้น 3 ส่วนนายณัฐนัย ผู้เป็นสามี ได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ จึงทำให้ทั้งคู่ปลอดภัยจากเหตุการณ์นี้

ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้เป็นสามี พร้อมด้วยครอบครัว ญาติ พี่น้อง ของผู้ประสบเหตุการณ์เข้ามาโผกอดกันด้วยความโล่งใจ พร้อมกับขอบคุณนายชาดา และ ส.ส.เจเศรษฐ์ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือโดยไม่กลัวอันตราย

ส่วนเพลิงที่ลุกไหม้นั้น ขณะนี้สงบลงแล้ว และไม่พบการลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุ คาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณชั้น 1 ของอาคาร โดยสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง ต้องขอทางเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการตรวจสอบที่แน่ชัดอีกครั้ง

ศาลฯ พิพากษา ‘เบนจา อะปัญ’ ผิด ‘ม.112 - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ร่วมปราศรัย 10 ส.ค.64 สั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน ปรับ 8 พันบาท

(30 ต.ค. 66) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดี น.ส.เบนจา อะปัญ นักกิจกรรมทางการเมือง ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีที่ น.ส.เบนจาปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ประกาศแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 2 หน้าบริษัทซิโน-ไทย ระหว่างกิจกรรม ‘คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช’ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2564

ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เวลา 10.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก ข้อหา ม.112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับ น.ส.เบนจา กรณีปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ที่หน้าบริษัทซิโน-ไทย ระหว่างกิจกรรม ‘คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช’ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.64

ศาลชี้จำเลยปราศรัยกล่าวถึงสถาบันโดยตรง ชัดว่าเป็นการหมิ่นประมาทล่วงเกิน การเบิกความของจำเลยไม่ได้ทำให้เห็นว่ามีเจตนากล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงรัฐบาลอย่างไร

พิพากษาผิด ม.112 จำคุก 3 ปี ส่วนข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุก 1 ปี และปรับ 12,000 บาท แต่ให้ลดโทษหนึ่งในสาม เพราะจำเลยให้การเป็นประโยชน์ เหลือจำคุกรวมทั้งสิ้น 2 ปี 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท

ศาลเห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และยังอยู่ระหว่างเรียนปริญญาตรี ขณะกระทำผิดมีอายุเพียง 21 ปีเศษ ถือเป็นการกระทำผิดโดยขาดวุฒิภาวะ อยู่ในวิสัยที่จะกลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top