Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

ผลสำรวจชี้ ‘เน็ตช้าลง’ หลังทรูควบรวมดีแทค ผู้บริโภควอน!! ได้เท่าก่อนควบรวมกิจการก็ยังดี

‘มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค’ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน หลัง ‘ทรู’ ควบรวม ‘ดีแทค’ พบว่า ผลกระทบที่ผู้บริโภคสะท้อนเป็นอันดับ 1 คือ ‘อินเทอร์เน็ตลดสปีด’ ผิดเงื่อนไข ร้อยละ 81 ทางมูลนิธิฯ เตรียมนำผลสำรวจนี้เสนอให้ ‘กสทช.’ เร่งดำเนินการตรวจสอบผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหา

(15 ธ.ค. 66) นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นผลกระทบของผู้บริโภค หลังการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมระหว่าง ทรูกับดีแทค (TRUE-DTAC) โดยสำรวจตั้งแต่วันที่ 9-23 พ.ย.2566 มีผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 3,000 คน พบว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 81 คือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตช้า, สัญญาณหลุดบ่อย, โปรโมชันเดิมหมดต้องใช้โปรโมชันที่แพงขึ้น, ค่าแพ็กเกจ ราคาเท่ากันหมดทำให้ไม่มีทางเลือก, และ คอลเซ็นเตอร์โทร.ติดยาก
.
ผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจกลุ่มนี้ มีข้อเสนอแนะไปยังผู้ให้บริหารโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ต้องปรับปรุงคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ดีกว่าเดิม หรือ ดีเท่ากับช่วงก่อนควบรวมกิจการ และสัญญาณความเร็วต้องใช้ได้จริงตามแพ็กเกจที่ลูกค้าซื้อ ส่วนเพดานค่าบริการต้องลดเฉลี่ยลงร้อยละ 12 ทันที รวมทั้งเสาสัญญาณควรนำไปติดตั้งในพื้นที่ห่างไกล เพื่อขยายจุดรับสัญญาณ

จากผลสำรวจนี้ ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะนำไปเสนอต่อผู้ให้บริการและ ‘กสทช.’ ให้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา 

ด้าน ‘นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา’ อดีตกรรมการ กสทช. ระบุว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนปัญหาจากผู้ใช้บริการจริง ทาง กสทช.ควรเร่งตรวจสอบศึกษาผลกระทบ การควบรวมเครือข่ายมือถือ กำหนดบทลงโทษจริงจังกับผู้ประกอบการ รวมทั้งต้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการเอาผิดผู้ประกอบการ

อดีตกรรมการ กสทช. ระบุว่า กรณีมีผู้ร้องเรียนเรื่องการลดจำนวนเสาสัญญาณที่อยู่ใกล้กัน เพื่อบริหารต้นทุน ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ของเสาสัญญาณทรูและดีแทค แต่จำนวนผู้ใช้สัญญาณมาจาก 2 โครงข่ายจึงแย่งกันใช้มากขึ้น ทำให้ความเร็วสัญญาณลดลง ซึ่ง กสทช. ควรเข้าไปตรวจสอบ เพราะการลดจำนวนเสาสัญญาณ ต้องขออนุญาต กสทช. หากไม่ขออนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายระบุว่า การพักหรือหยุดให้บริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจะต้องขอความเห็นชอบก่อน

'เบ๊น อาปาเช่' ให้แง่คิด 'บ่าว-สาว' เล็งจัดงานแต่งแบบหรูหรา ความโก้ที่เกินกำลัง คนพูดถึง 1 วัน แต่ใครกันต้องแบกหนี้ไปอีกนาน

(15 ธ.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก 'Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่' โดย 'อัครเดช โยธาจันทร์' ได้แชร์มุมมองการใช้ชีวิตที่ควรคำนึงถึงตนเองและคนรอบข้างที่รักผ่านการจัดงานแต่งงานไว้ ว่า...

ถ้าย้อนกลับไปได้อยากบอกคนที่กำลังจะแต่งงานว่า?
แต่งเช้าจบเที่ยงดีกว่า
งานกลางคืนนี่ตัวสิ้นเปลืองเลย
จัดแบบใส่ใจแค่คนรอบข้างที่รักและครอบครัวก็พอ
โดยเฉพาะคนข้างกาย 
ที่สำคัญอย่าได้แคร์หน้าตาหรือกลัวปากใคร ๆ 
เพราะคนที่แบกค่าใช้จ่ายมีแค่เรา

สินสอดเอาที่พอใจทั้งสองฝ่าย
คุยให้ลงตัวไม่ต้องไปเช่าใครใด ๆ เพื่อหน้าตา 
อาหารอร่อยหรือไม่อร่อยแขกบ่นแค่วันเดียว
งานดีหรือไม่ดีก็พูดกันแค่วันเดียว
การหรูหราโก้หรูมันแดกไม่ได้เลยถ้าต้องมาใช้หนี้ทีหลัง 

อย่างของผมไม่ได้แบกภาระอะไรนะ 
เพราะวางแผนพอสมควรและใช้เงินตัวเองทั้งหมด 
จบงานหมดไป 1,000,000 ถ้วน 
ตอนนี้แค่มาคุยเล่นกับภรรยาว่า...
จริง ๆ ถ้าแต่งแบบ 2-3 แสน แล้วเอาเงินไปลงทุนหรืออย่างน้อยไปทัวร์ยุโรปกัน น่าจะดีกว่า คุยกันฮา ๆ นะ 555 

เพราะตอนนั้นมันโคตรสนุกเลย แต่คิดแล้วเปลืองชิบหาย 
เลยอยากบอกคนที่ยังไม่แต่งไว้ดีกว่าเผื่อคิดทัน 
ส่วนใหญ่งานแบบนี้จะสิ้นเปลืองเพราะคำว่า...

“ไม่ได้แต่งบ่อย ๆ งานแบบนี้จัดครั้งเดียวเอาให้ดีไปเลย” 

แต่ใครที่รวย ๆ ก็จัดไป เพราะถึงสิ้นเปลืองแต่แม่งก็สนุกจริง ๆ 😅🥃

สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ 'พระองค์ภา' ทรงพระประชวรฉบับที่ 3  แพทย์ยังคงติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

(15 ธ.ค.66) ครบรอบ 1 ปี สำนักพระราชวังประกาศแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565

เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรฉบับที่ 3

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 ความทราบทั่วกันแล้วนั้น

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้สรุปการวินิจฉัยว่าพระอาการประชวรหมดพระสติ เกิดจากการเต้นผิดจังหวะของพระหทัยแบบรุนแรง จากการอักเสบของพระหทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma) ทำให้ทรงพระประชวรหมดพระสติในเวลาต่อมา พระอาการโดยรวมในขณะนี้ยังไม่ทรง รู้พระองค์ คณะแพทย์ยังคงถวายพระโอสถและเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระหทัย พระปัปผาสะ (ปอด) พระวักกะ (ไต) รวมทั้งพระโอสถปฏิชีวนะ และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
7 มกราคม พุทธศักราช 2566

สุดยอดตะกร้าแมวไม้ไผ่ ตอบโจทย์คนรักเหมียว ฝีมือชาวบ้านสวนผึ้ง ดีไซน์น่าทึ่ง ออเดอร์เพียบ 

(15 ธ.ค. 66) ชาวบ้านในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ใช้ไม้ไผ่รวกในท้องถิ่นมาจักสานตะกร้าใส่แมวนอนสวยงามแปลกตา พาสะดวก แมวชอบไปนอนพักผ่อน ลูกค้าชื่นชอบสั่งจองออเดอร์เพียบ

อีกหนึ่งความคิดสร้างสรรค์จากนางพรลภัส ห้วยหงษ์ทอง อายุ 66 ปีอยู่บ้านเลขที่ 129/1-2 หมู่ 6 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ใช้ไม้ไผ่รวกเป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นนำมาจักสานเป็นตะกร้า ที่ใส่ให้น้องแมวได้นอนหลับอย่างสบายใจ ขนาดยังสานไม่เสร็จก็มีน้องแมวสีขาวตัวน้อยพยายามเข้าไปนอนด้วยความสุขแล้ว

โดยที่นี่เป็นการรวมกลุ่มกันจักสานงานไม้ไผ่ และยังเป็นสินค้าโอท็อปของดีในชุมชนตำบลท่าเคย มีชาวบ้านและผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้านจะนำไม้ไผ่มาจักสานงานฝีมือทำเป็นภาชนะ เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ฝาชี ตะกร้าหิ้วใส่ของมีให้เลือกหลายขนาดวางจำหน่ายแก่ผู้ที่ขับรถผ่านเข้าออกไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ใน อ.สวนผึ้ง ถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจที่มีของฝากของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเลือกซื้อกลับไปช่วยสร้างรายได้แก่ชาวบ้านในชุมชนได้เป็นอย่างดี 

นางพรลภัส ห้วยหงส์ทอง ประธานกลุ่มพรลภัสสาน กล่าวว่า ลูกสาวได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านของ ติ๊ก ชีโร่ เนื่องในงานวันคล้ายวันเกิด โดยให้ตนเองช่วยออกแบบตะกร้าใส่แมวนอนให้เป็นของขวัญวันเกิดของติ๊ก ชีโร่ จึงได้ออกแบบตะกร้าแมวไว้ทำขายด้วย ส่วนการทำค่อนข้างจะยาก ทำได้แค่วันละ 2 ลูก โดยไม้ไผ่ส่วนหนึ่งไปซื้อมาจากชุมชน อีกส่วนตัดมาจากในไร่ของตัวเอง ตอนนี้มีออเดอร์สั่งจองเข้ามาเรื่อย ๆ จนทำแทบไม่ทันขาย ราคาลูกละ 350 บาท สังเกตว่าแมวที่บ้านจะชอบไปแอบนอน

แต่ก่อนหน้านี้ที่บ้านจะเคยสานเป้สะพายไม้ไผ่ และยังมีรังไก่โบราณ เปลไม้ไผ่ หลายอย่างขายดีทำให้ไม่ค่อยทัน โดยที่กลุ่มจะมีชาวบ้านช่วยกันผลิต เป็นผู้สูงอายุในชุมชน ช่วยกันสานไม้ไผ่แต่ละแบบ วางขายตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ตลาดมอญห้วยน้ำใส ตลาดโอ๊ป่อย และที่โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอโพธาราม

สำหรับขั้นตอนการทำจะนำไม้ไผ่รวก มาผ่าเป็นซีกแล้วใช้มีดจักออกมาเป็นเส้น ๆ เอาเฉพาะผิวด้านบนให้เป็นเส้นยาว มาจักสานเป็นขึ้นรูป ลักษณะฐานเป็นรูด้านล่าง ใช้ไม้ไผ่ที่เป็นผิวสานวนไปมาจนได้ประมาณ 10 รอบ หรือประมาณ 2 นิ้วเว้นด้านหน้าไว้ แล้วให้สานขึ้นอีกประมาณ 13 นิ้ว ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเมื่อได้ขนาดที่ต้องการ จึงใช้เหล็กปลายแหลมสอดนำเข้าไปหากัน แล้วจึงใช้ปลายตอกสอดตามเข้าไปให้ได้รูปโค้งตามที่ต้องการ

จากนั้นใช้กรรไกรตัดไม้ส่วนที่เป็นด้านหน้าตะกร้าออกไป แล้วใช้หวายมาขนาบขอบให้รอบ ตกแต่งขอบให้สวยงามจะมีหู 2 หู และเชือกผูกสามารถหิ้วพาไปในสถานที่ที่ต้องการได้สะดวก หรือวางให้แมวนอนในบ้านก็ดูดี เคลื่อนที่ไปได้ตามที่ต้องการ แมวสามารถเข้าไปนอนอาศัยได้อย่างสบายใจ จึงเป็นที่สนใจของคนรักสัตว์มาสั่งซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยฝีมือผู้สูงอายุในหมู่บ้าน 

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นางพรลภัส ห้วยหงส์ทอง เบอร์ 080-630-9199

‘พยากรณ์อากาศประเทศไทย’ แย้ม!! ลมหนาวระลอกใหม่กำลังมา คาด!! 21-22 ธ.ค.อีสานเย็นลง 5-10 องศา ส่วน กทม.แตะ 19 องศา

(15 ธ.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก ‘พยากรณ์อากาศประเทศไทย’ ได้โพสต์ข้อความให้เตรียมรับลมหนาว ระบุว่า…

สิ่งที่ทุกท่านรอคอยจะมาถึงแล้ว! เตรียมรับลมหนาวจริงจัง! พีคสุด 21-22 ธ.ค.! อีสานจะเย็นลง 5-10 องศา! กรุงเทพฯ ต่ำสุด 19-20 องศา!

17 ธ.ค. อีสานมีเย็นลงจางๆ, 18 ธ.ค. อีสานเย็นลงชัดเจน, 19 ธ.ค. ลมเย็นจางลงไปหน่อย, 20 ธ.ค. ลมหนาวจริงจังครอบคลุมอีสาน, 21 ธ.ค. ลมหนาวจริงจังทักทายบริเวณกว้าง, 22 ธ.ค. ลมหนาวจริงจังครอบคลุมครึ่งบนของประเทศ!!

กระบี่พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษา แห่งชาติ ครั้งที่ 43 "กระบี่เกมส์" เตรียมสถานศึกษาเป็นที่พักรองรับนักกีฬากว่า 7,000 คน

วันนี้ (14 ธ.ค.66) ณ ห้องประชุมพวงชมพู สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ มอบเงินค่าบำรุงสถานศึกษาที่เป็นที่พักนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ จำนวน 10 เขตจำนวน 1,063,351 บาท เพื่อเตรียมความพร้อมด้านที่พักรองรับนักกีฬากว่า 7 พันคน ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษา แห่งชาติ ครั้งที่ 43 "กระบี่เกมส์" โดยมี นายอาคม สุชาติพงษ์ ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 17 แห่ง ร่วมรับมอบ

โดยการจัดการแข่งขันกีฬา นักเรียน นักศึกษา แห่งชาติ ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ ซึ่งกรมพลศึกษาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งหวังที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการกีฬาและสร้างเสริมประสบการณ์จากการแข่งขันกีฬาในระดับชาติ สำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2567 นี้ จังหวัดกระบี่
เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อ “กระบี่เกมส์” มี “น้องอุดมโชค” เป็นมาสคอต และมีคำขวัญประจำการแข่งขันว่า “กระบี่เกมส์ เกมส์แห่งมิตรภาพ” โดยจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 22-30 มกราคม 2567 ในจำนวน 25 ชนิดกีฬา

ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาดังกล่าว ซึ่งจังหวัดกระบี่ได้รับการจัดตั้งให้เป็นเมืองกีฬา (Sports City) เคยดำเนินการจัดการแข่งขันรายการระดับประเทศมาแล้วหลายรายการ ทั้งกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ กีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการเริ่มจุดประกายและปูพื้นฐานสำหรับกีฬาของประเทศให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เพื่อนสาว 17 แฉวีรกรรม เคยแบล็กเมลผู้ชายคล้ายเคส ‘สมรักษ์’ ซัด!! เต็มใจไปเอง แต่กลับมาโทษว่าถูกสมรักษ์ข่มขืน

เพื่อนสาววัย 17 ปี ยัน!! ผู้เสียหายเต็มใจไปกับ ‘สมรักษ์’ เองตั้งแต่แรก หลังชวนกลับแล้ว แต่โดนชักสีหน้าใส่ พร้อมเผย ผู้เสียหายเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับนายสมรักษ์ เรียกค่าเสียหายที่ จ.กาฬสินธุ์ มาก่อนแล้ว 2-3 ครั้ง 

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 66 ‘ทีมข่าวเวิร์คพอยท์’ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเพื่อนของผู้เสียหายวัย 17 ปี ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับผู้เสียหาย เพราะเป็นเพื่อนของเพื่อนของตนอีกทีนึง ซึ่งครั้งแรกที่เจอกันผู้เสียหายก็ดูเป็นคนเงียบๆ จนพออยู่ในร้านตนกับเพื่อนก็เต้นสนุกกันอยู่ที่โต๊ะ แต่ผู้เสียหายวัย 17 ปี ไม่ได้มาเต้นด้วย ตนจึงไม่สนใจอะไรเพราะไม่ได้สนิทกัน แต่ระหว่างที่ตนไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมา ตนเห็นเพื่อนผู้เสียหายไปนั่งอยู่ที่โต๊ะของสมรักษ์ โดยมีการนั่งข้างกัน และโอบเอวกันอยู่ตลอด ตนจึงเข้าไปถามว่าทำไมมาอยู่ตรงนี้ แต่ผู้เสียหายก็ไม่ได้ตอบอะไร ตนจึงชวนกลับโต๊ะ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่กลับและเลือกที่จะอยู่ต่อ ตนจึงปล่อยไป 

จนมาถึงจังหวะที่พวกเพื่อนๆ จะกลับกัน แต่ผู้เสียหายวัย 17 ปี เลือกที่จะเดินไปหาสมรักษ์ที่รถจักรยานยนต์ เพื่อนจึงตะโกนถามว่า “จะไปกับสมรักษ์เหรอ คิดให้ดีๆ นะ” แต่ผู้เสียหายก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา และเพื่อนผู้ชายก็อาสาจะไปส่งที่บ้าน แต่ผู้เสียหายกลับชักสีหน้าอารมณ์เสียใส่ จนเพื่อนทุกคนงงกันหมด ซึ่งทางเพื่อนยืนยันว่าไม่ได้ทิ้ง และไม่ได้บังคับให้มาด้วยตั้งแต่แรก

อย่างไรก็ตาม พอเกิดเรื่องขึ้น ทางเพื่อนของผู้เสียหายรู้สึกสงสารสมรักษ์มาก เพราะผู้เสียหายเต็มใจไปกับสมรักษ์เอง และการที่ไปด้วยกันแบบนั้นก็ต้องรู้อยู่แล้วว่ามันจะไปจบที่โรงแรม แต่กลับมาโทษว่าถูกสมรักษ์ข่มขืน ทางฝั่งเพื่อนจึงอยากให้ออกมาพูดความจริง เพราะพวกเพื่อนถูกเอารูปไปแชร์จนทำให้เกิดความเสียหาย และยังโดนสังคมต่อว่าอย่างหนัก ตอนนี้ไม่อยากคบและไม่อยากเป็นเพื่อนอีกต่อไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรุ่นน้องบอกว่า ผู้เสียหายเคยทำลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ทางเพื่อนก็ไม่รู้ว่ามีคนยอมจ่ายไปหรือไม่ เพราะไม่ได้เป็นข่าว

เชียงใหม่- ฝนดาวตกเจมินิดส์” 2566 ตื่นตาทั่วไทย ชาวไทยทั่วประเทศไม่ผิดหวัง

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผยฝนดาวตกเจมินิดส์ปีนี้มีปริมาณมากสุดถึง 120 ดวงต่อชั่วโมง บรรยากาศเฝ้าชมปรากฏการณ์คืนวันที่ 14 - รุ่งเช้า 15 ธันวาคม 2566 ชาวไทยทั่วประเทศไม่ผิดหวัง เริ่มเห็นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เนื่องจากไร้แสงจันทร์รบกวน บางดวงมีลักษณะเป็นลูกไฟขนาดใหญ่พาดผ่านฟ้าสวยงามมาก ด้านสื่อสังคมออนไลน์คึกคักขึ้นอันดับเทรนด์ไทยยอดนิยม

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์ฝนดาวตกอย่างมาก เนื่องจากไร้แสงจันทร์รบกวนตลอดคืน ผู้ที่อยู่ในเขตพื้นที่ปราศจากแสงรบกวน มีทัศนวิสัยท้องฟ้าดี ไม่มีเมฆบดบัง สามารถชมความสวยงามของฝนดาวตกกันได้อย่างเต็มตา ซึ่ง สดร. ได้จัดกิจกรรมชมฝนดาวตกเจมินิดส์ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,300 คน ปักหลักชมฝนดาวตกกันเต็มพื้นที่ สามารถสังเกตฝนดาวตกได้หลายดวง และเห็นดาวตกชนิดลูกไฟ (Fireball) หลายสิบดวง เมื่อมีผู้พบเห็นฝนดาวตกก็ต่างส่งเสียงร้องชี้ชวนกันให้ดู สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและน่าประทับใจตลอดคืน

ทั้งนี้ สดร. ยังจัดกิจกรรมที่หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนทั้ง 4 แห่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา นอกเหนือจากการชมฝนดาวตกแล้ว ยังตั้งกล้องส่องวัตถุท้องฟ้าในคืนดังกล่าว อาทิ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี กาแล็กซีแอนโดรเมดา เนบิวลานายพราน เป็นต้น มีผู้สนใจเดินทางเข้าร่วมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พื้นที่บริเวณภาคใต้ของประเทศไทยมีเมฆมากและฝนตก จึงสังเกตการณ์ได้ค่อนข้างยาก 

ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือ ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ จะเกิดในช่วงระหว่างวันที่ 4 - 20 ธันวาคม ของทุกปี มีศูนย์กลางการกระจายบริเวณกลุ่มดาวคนคู่ เกิดจากโลกเคลื่อนผ่านสายธารของเศษหินและฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaethon) หลงเหลือทิ้งไว้เมื่อครั้งเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงดูดเศษหินและฝุ่นเหล่านั้นเข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการเสียดสีและเผาไหม้ ปรากฏให้ผู้สังเกตการณ์บนโลกเห็นเป็นลำแสงคล้ายลูกไฟสว่างวาบเคลื่อนผ่านท้องฟ้า 

สำหรับฝนดาวเจมินิดส์ในครั้งถัดไป คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดในช่วงระหว่างวันที่ 13 - 15 ธันวาคม 2567 อย่างไรก็ตาม ในช่วงดังกล่าวจะมีแสงจันทร์รบกวน จึงไม่เหมาะต่อการสังเกตการณ์ ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลปรากฏการณ์น่าติดตามอื่น ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

พัฒนชัย/เชียงใหม่

กสม. มอบรางวัลบุคคล-องค์กรที่ทำผลงานเด่นด้านสิทธิฯ พร้อมชูปฏิญญาสากล เรื่องศักดิ์ศรี เสรีภาพ และความยุติธรรมสำหรับทุกคน

วันที่ 14 ธันวาคม ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงานวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธันวาคม ประจำปี 2566 ในหัวข้อ 75 ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน “ศักดิ์ศรี เสรีภาพ และความยุติธรรมสำหรับทุกคน”

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงานว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2491 สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights – UDHR) ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 48 ประเทศแรกที่ร่วมรับรองปฏิญญาสากลฉบับนี้ อันถือเป็นเอกสารประวัติศาสตร์สำคัญที่เป็นพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติต่างดำเนินการและผลักดันเพื่อให้สิทธิที่ระบุไว้ในปฏิญญาเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ดี ผ่านไป 75 ปี สิทธิมนุษยชนก็ยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทายอย่างมากในปัจจุบัน ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบอยู่ทั่วไป ซึ่งสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศต่างๆ ล้วนเห็นตรงกันว่า สถานการณ์ในขณะนี้เลวร้ายกว่าเมื่อ 5-10 ปีที่ผ่านมา และนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง มีความเหลื่อมล้ำในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง 

สำหรับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ยังมีปัญหาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ความตระหนักรู้และเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน กสม. จึงได้นำประเด็นที่มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก มากำหนดเป็นนโยบายการขับเคลื่อนงานที่สำคัญสำหรับปี 2567 ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกสม. จะร่วมกับทุกภาคส่วนพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นหลักประกันการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับทุกคนตลอดทั้งกระบวนการ (Access to Justice for All) โดยขับเคลื่อน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และผลักดันร่าง พระราชบัญญัติประวัติอาชญากรรม เพื่อให้มีหน่วยงานกลางและมีการจัดการเรื่องทะเบียนประวัติอาชญากรรมที่ไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชนจนเกินสัดส่วน (2) สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) อันเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่กระทบต่อสิทธิในชีวิตและสุขภาพ และ (3) สิทธิผู้สูงอายุ โดย กสม. จะผลักดันทั้งในระดับประเทศและกลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ให้สิทธิของผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในสิทธิมนุษยชนกระแสหลัก และสร้างหลักประกันว่าผู้สูงอายุจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยังมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างสร้างสรรค์ 

“ในโอกาสครบรอบ 75 ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในปีนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนจะได้ถอดบทเรียนของภารกิจงานส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมา และมองไปข้างหน้าถึงการทำงานเพื่อจัดการกับความท้าทายที่ยังมีอยู่ และปัญหาในอนาคต” นางสาวพรประไพ กล่าว

ด้าน นางเอกสิริ  ปิณฑะรุจิ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงระบุถึงพัฒนาการเชิงบวกด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในช่วงที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งปัจจุบันได้มีการประกาศใช้แผนระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรียังได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือร่างพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ซึ่งเป็นการปูทางสู่กระบวนการพิจารณาและผ่านกฎหมายที่จะมีผลส่งเสริมสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ เห็นความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และนำมาตรฐานระหว่างประเทศมาส่งเสริมการพัฒนาในประเทศ จึงมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ HRC วาระปี ค.ศ. 2025 - 2027 ของไทย เพื่อสานต่อความร่วมมือกับประชาคมโลกในการแสวงหาแนวทางการป้องกันและรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน

จากนั้น กสม. ได้มอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2565 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยผู้รับรางวัลทั้ง 9 รางวัล ได้ขึ้นรับโล่เกียรติยศและกล่าวถึงความรู้สึก และความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในมิติต่าง ๆ ตามลำดับ ดังนี้ (1) โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw  (2) นายอลงกรณ์  เหมือนดาว บรรณาธิการ รายการข่าว 3 มิติ (3) นายเดโช  ไชยทัพ นายกสมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ (4) รองศาสตราจารย์ บุญเลิศ  วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (5) นางสาวรอซิดะห์  ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (N-Wave) (6) นายจำนงค์  จิตรนิรัตน์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาชุมชน/เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล 5 จังหวัดอันดามัน (7) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (8) มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) และ (9) นางสาวธนานุช  สงวนศักดิ์ ผู้สื่อข่าวอิสระ 

ช่วงท้ายของงานยังมีการเสวนา หัวข้อ “ศักดิ์ศรี เสรีภาพ และความยุติธรรมสำหรับทุกคน” ร่วมเสวนาโดย นายพิศาล  มาณวพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา พันตำรวจโท ประวุธ  วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทน อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นางสาวเสาวลักษณ์  ทองก๊วย นายกสมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการ นายสมพงค์  สระแก้ว ผู้อำนวยมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน นายจำนงค์  หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ดำเนินรายการโดย นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

โดยวงเสวนาได้กล่าวถึงหลักการสิทธิมนุษยชนที่เป็นเรื่องของทุกคน เกี่ยวโยงกัน มีผลต่อการยอมรับในระดับสากล และยังมีผลกระทบต่อการค้าการลงทุนด้วย โดยรัฐมีหน้าที่ในการเคารพ ปกป้อง และเติมเต็ม ทำให้สิทธินั้นเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนี้ ผู้ร่วมเสวนายังได้กล่าวถึงประเด็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เช่น สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องเป็นความยุติธรรมสำหรับทุกคน สิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มคนจนเมืองที่พบอุปสรรคและความเหลื่อมล้ำในการพิสูจน์สิทธิหรือไม่ได้รับโอกาสในการจัดสรรที่ดินอย่างเหมาะสม อุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามมาตรฐานขั้นต่ำของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ คนไร้รัฐไร้สัญชาติ คนพิการ และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ทั้งนี้ ในเวทียังได้กล่าวถึงการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ต้องครอบคลุมและคำนึงถึงความต้องการที่แตกต่างกันของประชากรแต่ละกลุ่ม โดยหน่วยงานของรัฐควรมีการทำงานที่เชื่อมประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้คนทุกกลุ่มได้มีสิทธิและศักดิ์ศรีเสมอภาคกัน

สมาคมแม่บ้านทหารบก​ สาขา​ กร.ทบ.​ขอเชิญทุกท่าน​ เที่ยว "งานกาชาด 2566" ชวนนุ่งโจง ห่มสไบ เดินช้อป ณ สวนลุมพินี จัด 11 วัน 11 คืน ตั้งแต่ 8-18 ธ.ค.นี้ พร้อมชมมหรสพสุดรื่นเริง"

สมาคมแม่บ้านทหารบก​ สาขากรมกิจการพลเรือนทหารบก​นำโดย​ คุณ​วรางค์สิริ​ ศิริมณฑล​ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากรมกิจการพลเรือนทหารบก​ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมย้อนวันวานไปกับมหรสพรื่นเริงการกุศลคู่คนไทยที่กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ภายในงานวันกาชาด ปีนี้ พร้อมแต่งตัวด้วยชุดไทยนุ่งโจงห่มสไบสวยงาม​

และร่วมสนุก​ กับ​ การตักไข่​ สอยดาว​ ในซุ้ม​สมาคมแม่บ้านทหารบก​ รับของรางวัล​เดินอมยิ้มกลับบ้าน​ และ​ ร่วมกันลุ้น​การออกรางวัลสลากกาชาด​สมาคมแม่บ้านทหารบก​ ที่ของรางวัล​ สุดอลังการ​

สำหรับงานมหรสพสุดรื่นเริง "งานกาชาด 2566" จะจัดขึ้น​ ณ. สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 8-18 ธ.ค. ปีนี้ รวม 11 วัน 11 คืน และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ www.redcrossfair.com

การตรวจสลาก สมาคมแม่บ้านทหารบก จะประกาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง ๕ (ททบ.) หลังข่าวภาค ๒๐.๐๐ น. ของวันที่ ๑๙ - ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ และทาง Facebook สมาคมแม่บ้านทหารบก  https://www.facebook.com/Thaiarmywives.Th?mibextid=2JQ9oc  หรือที่ www.งานกาซาด.com ติดต่อรับรางวัลได้ที่ สมาคมแม่บ้านทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๗๙๗๖ โทร.ทบ. ๙๗๐๔๔ หมดเขตรับรางวัล วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ พ้นกำหนดนี้แล้ว ถือว่าสละสิทธิ์ในการรับรางวัล และมอบรางวัลนั้นให้กับสภากาชาดไทย เงื่อนไขรางวัล สลากมี ๑ ชุด จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ฉบับ จะจ่ายรางวัลแก่ผู้ที่ถือสลากที่ถูกรางวัลเท่านั้นที่จะมีสิทธิรับรางวัลได้

Cr.สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top