Sunday, 9 August 2026
NEWS FEED

'นายกฯ' สั่งหน่วยงานรัฐจัด 'โครงการ-กิจกรรม' เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.๑๐ กระตุ้นประชาชน 'มีส่วนร่วม-แสดงความจงรักภักดี' โดยทั่วกัน

(9 ม.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้สั่งการในที่ประชุม ครม. เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานตราสัญลักษณ์เนื่องในวโรกาสดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำโครงการหรือกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แสดงความจงรักภักดีโดยทั่วกัน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 23.4 ล้านบาท ส่งความสุข มอบของขวัญให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันนี้ (วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ.2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย  นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กระปุกออมสิน เป็นของขวัญให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ  ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 23,400,000 บาท  (ยี่สิบสามล้านสี่แสนบาทถ้วน) 

และในวันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก สำหรับนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ณ ห้องรับรอง ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 65 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วยเด็กดีในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต รวมทั้งขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง และประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.2567 ที่มอบให้ คือ “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์  เคารพความแตกต่าง  ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย”

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปีที่ผ่านมา ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง 
ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ทาง รวมทั้งด้านส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ”

ภาคีเครือข่าย ’ร่วมขับเคลื่อน’ โครงการอิ่มท้องเพื่อน้องๆ โรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย ส่งต่อคุณภาพชีวิต 'ปลูกฝัง-บ่มเพาะ' วิถีถิ่นตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

(9 ม.ค.67) บ่อปลาแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่าย โดยองค์การบริหารส่วนตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิจังหวัดสงขลา ครู ผู้ปกครอง นักเรียน ลงความเห็นชอบที่จะเลี้ยงปลา ตามโรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย หมู่ที่ 8 บ้านโคกค่าย ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต2

ร่วมภาคีเครือข่าย นักเรียน น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 บูรณาการจัดการเรียนการสอนถึงตัวผู้เรียน รูปแบบ active learning นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง วันนี้กิจกรรมจับปลาในบ่อปลา จากความต้องการของนักเรียนและชุมชน ให้เมนูอาหาร สอดคล้องกับไทยสกูลลั้นวัตถุดิบในท้องถิ่น ได้ทานตามหลักโภชนาการ 

นางกัลยวรรธน์ จันทร์รัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย กล่าวขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน โครงการฯ ที่นอกจากเลี้ยงปลาแล้ว มีปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ เพาะเห็ดนางฟ้า สู่โครงการอาหารกลางวันที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนทุกคนเรียนรู้จากการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 บูรณาการรูปแบบ  active learning ให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีสมรรถนะ สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริงตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเน้น ครู เป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อน มีภาคีเครือข่ายสนับสนุนแรงผลักมีฟันเฟืองอย่างนักเรียน เน้นลงมือทำโครงการการอิ่มท้องเพื่อน้อง  

วันนี้จับปลาจากบ่อ ส่งต่อเมนูอาหารกลางวัน พัฒนาคุณภาพการศึกษา นำความรู้ นำทักษะด้านโภชนาการและการเกษตรแผนใหม่ ไปประกอบอาชีพต่อไป โครงการอาหารกลางวันฯ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เนื้อหา บูรณาการและนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังพระบรมราโชวาท  

โครงการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่ออาหารกลางวันทำให้เด็กอิ่มท้อง เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์  นักเรียน ผู้ปกครองทำการเกษตร ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งเน้นให้เกิด เพื่อพัฒนาจิตและปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม ตามหลักพุทธศาสนาส่งเสริมจิตสำนึกในการรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ,เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของนักเรียนให้มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข, เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านโภชนาการและสุขาภิบาล นักเรียนได้รับการเฝ้าระวังภาวการณ์เจริญเติบโต มีพัฒนาการสมวัย 

นอกจากนี้ ส่งผลให้ โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ ฝึกทักษะด้านการเกษตร ส่งต่อโภชนาการ อาการกลางวัน อิ่มท้อง พร้อมเรียนรู้พัฒนาคุณภาพการศึกษา พัฒนาอาชีพ มีคุณภาพชีวิตและปลูกฝังบ่มเพาะ เป็นคนดีที่สมบูรณ์ทุกด้านตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ในพระองค์ท่าน รัชกาลที่ 9 ที่นี่โรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการรีดน้ำเชื้อสัตว์ป่าหายากที่มีความสำคัญของประเทศไทย

วันที่ 9 มกราคม 2567 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เดินหน้าทำโครงการ เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญและหายาก นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีการลดลงอย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จึงได้ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการรีดน้ำเชื้อสัตว์ป่าหายากที่มีความสำคัญของประเทศไทย ได้แก่ สมเสร็จมลายู (Malayan Tapir) และหมีหมา (Malayan Sun Bear) เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำเชื้อ และทำน้ำเชื้อแช่แข็ง เพื่อนำมาใช้ช่วยในการวางแผนประชากรสมเสร็จมลายูและหมีหมาโดยการผสมเทียมต่อไป 

นอกจากสัตว์ 2 ชนิดนี้แล้ว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังได้ทำการรีดเก็บน้ำเชื้อของสัตว์ป่าอีกหลายชนิดเก็บรักษาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ต่างประเทศ เช่น ไฮยีน่าลายแถบ เสือโคร่งเบงกอล เสือจากัวร์ หรือสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทยเอง เช่น กวางผา เลียงผา เสือไฟ เสือดาว ฯลฯ เป็นต้น โดยเป็นโครงการต่อเนื่องในการวิจัยและอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าหายากของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และเพื่อช่วยอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์เหล่านี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป 

วันเด็กแห่งชาติปี  67 เด็กๆเที่ยวสวนสัตว์ฟรี 6 แห่งทั่วไทย 

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดสวนสัตว์ 6 แห่ง ให้เด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี! พบกิจกรรมและรับรางวัลมากมาย

ในวันที่ 13 มกราคม 2567 นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เผยว่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ เปิดสวนสัตว์ทั่วประเทศทั้ง 6 แห่ง 1 โครงการ ให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี! น้องๆ หนูๆ จะพบกับกิจกรรมสร้างความรู้ภายในสวนสัตว์ กิจกรรมมหาสนุกแฝงสาระความรู้ด้านสัตว์ป่าสนุกสนานได้ตลอดทั้งวัน ได้ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์ขอนแก่น สวนสัตว์อุบลราชธานี และโครงการคชอาณาจักรจังหวัดสุรินทร์ โดยสวนสัตว์แต่ละแห่งมีกิจกรรมสุดพิเศษที่แตกต่างกัน ดังนี้

#สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชมกิจกรรมตลอดงานและขอเชิญบริจาคอุปถัมภ์สัตว์ป่า บูทเกมมหาสนุกพร้อมของรางวัลมากมาย โชว์ความสามารถของเด็กๆร้องเต้นเล่นดนตรี ชมงูสวยงามแห่งบ้านงูยิ้ม และมาสคอตแดนซ์ซิ่ง 

#สวนสัตว์เชียงใหม่ พบกับกิจกรรมต้อนรับเด็กๆ พร้อมแจกของขวัญของรางวัลมากมาย ชมพาเหรดมาสคอตสัตว์ป่านานาชนิด ต้อนรับปีมังกร

#สวนสัตว์นครราชสีมา ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมการแสดงบนเวที พร้อมแจกของขวัญและของรางวัลมากมาย กิจกรรมมาสคอต กิจกรรมวาดภาพระบายสีสัตว์ป่า ดนตรีเพื่อการอนุรักษ์ มาสคอตแดนซ์ 

#สวนสัตว์สงขลา ร่วมเล่นเกมรับของรางวัลมากมาย แฝงสาระความรู้ด้านสัตว์ป่า และพบกับกิจกรรม อัลโหล อัฟริกา ที่สามารถให้อาหารและใกล้ชิดกับยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ    รวมทั้งชมการแสดงความสามารถของสัตว์ป่าที่น่าตื่นเต้น อาทิการแสดงวิถีชีวิตสัตว์ป่า แมวน้ำ เพนกวิน และการให้อาหารเสือ พร้อมร่วมเต้นรำและสนุกสุดเหวี่ยงกับมาสคอตสัตว์ป่าและกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

#สวนสัตว์อุบลราชธานี พบกับเจ้าหญิงเจ้าชายในเทพนิยาย มาสคอตพาม่วน พร้อมแจกของรางวัลมากมาย การแสดงความสามารถเด็กเยาวชนบนเวที กิจกรรมเล่นเกมส์ กิจกรรมชมความสามารถสัตว์ กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ น้องเสือ น้องฮิปโปโปเตมัส 

#สวนสัตว์ขอนแก่น ได้จัดสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจพร้อมของรางวัลมากมาย เช่น กิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัล กิจกรรมชมวิวบนสะพาน Sky walk กิจกรรมเที่ยวชม UNSEEN หินล้านปี กิจกรรมรับชมการแสดงความสามารถพิเศษของแมวน้ำแสนรู้ 

นอกจากนี้ #โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์  ได้เตรียมกิจกรรมสัมผัสใกล้ชิดกับช้างแสนรู้ ชมความน่ารักและความสามารถของช้างแสนรู้ มีการประกวดเต้นจากโรงเรียนต่างๆในพื้นที่ กิจกรรมเกมตอบคำถาม แจกรางวัล ทดลองเป็นหมอรักษาช้าง นิทรรศการเรื่องช้าง สัมผัสมูลช้าง แมสคอต เอนเตอร์เทน ให้เด็กๆให้เรียนรู้วิถีของคนกับช้างได้อีกด้วย

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงขอเชิญชวนน้อง ๆ หนูๆ เข้ามาเที่ยวชมสวนสัตว์ ในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 นี้ ท่ามกิจกรรมสนุกสนานแฝงสาระความรู้มากมาย นายอรรถพรกล่าว…

'นักวิชาการ' ชี้!! แบงก์ไทย กำไรไม่สูงผิดปกติ ระบุ!! หากลดดอกเบี้ยอาจสร้างปัญหาเพิ่ม

จากกรณี นายสรกล อดุลยานนท์ หรือหนุ่มเมืองจันท์ นักเขียนและคอลัมนิสต์ชื่อดัง ตั้งคำถามถึงกำไรของธนาคารไทย ที่พุ่งสูง 2.2 แสนล้าน โดยส่วนใหญ่เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย พร้อมตั้งคำถามถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ว่ารู้สึกถึงความผิดปกติหรือไม่นั้น

(9 ม.ค. 67) สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน โพสต์เฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล ระบุว่า เดี๋ยวจะหาเวลาเขียนอธิบายเป็นซีรีส์บทความนะคะ เพราะ ‘การแข่งขันในภาคธนาคาร’ เป็นประเด็นที่ตัวเองสนใจอยู่แล้ว แต่อยากเขียนอะไรสั้น ๆ ก่อนนะคะ

‘กำไรธนาคาร’ ไม่ได้สูง ‘ผิดปกติ’ ในมุมการเงินทั่ว ๆ ไป เพราะถ้าเทียบกับเงินทุนที่ใช้ไป (อัตราผลตอบแทนต่อส่วนทุนหรือ ROE) หรือตัวชี้วัดในการทำกำไรอย่าง NIM มันก็ไม่ได้สูงขนาดนั้น

แต่ในสายตาประชาชนที่เดือดร้อนจากส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากที่สูงมาก เพราะนี่คือสิ่งที่ตัวเองเจอ หลายคนอาจโวยวายว่า ธนาคารได้กำไรผิดปกติ

ปัญหาจริง ๆ อยู่ตรงไหน สมมุติเราตีความปัญหาว่า ธนาคารได้กำไรผิดปกติ เกิดจากการที่ ธปท. ยอมให้ธนาคารทั้งหลายคิดดอกเบี้ยแพง ดังนั้น ธปท. ควรสั่งให้ธนาคารลดดอกเบี้ยซะ —> แต่ถ้าปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ตรงนี้ แก้แบบนี้แทนที่จะแก้ปัญหาอาจเพิ่มปัญหา เพราะถ้าแบงก์มองว่าลูกหนี้จำนวนมากเสี่ยงเกินกว่าที่เขาจะปล่อยสินเชื่อ ยิ่งให้ลดดอกเบี้ยเขายิ่งไม่ปล่อย ปล่อยแต่ลูกค้าชั้นดีดีกว่า

แล้วปัญหาจริง ๆ อยู่ตรงไหน ส่วนตัวมองว่า น่าจะเป็นส่วนผสมระหว่าง ต้นทุนสูงบางส่วนเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพ (เช่น ทุ่มเงินลงทุนในระบบ IT แต่ล่มแล้วล่มอีก) บวกกับ ทัศนคติอนุรักษนิยมเกินขนาดเวลากลั่นกรองสินเชื่อ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากวิกฤติต้มยำกุ้ง 26 ปีที่แล้ว

ประเด็นความไร้ประสิทธิภาพ แก้ได้ด้วยการให้ ธปท. กำกับอย่างจริงจังในทางที่จูงใจให้ลงทุนในประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น เลิกกฎแย่ ๆ ที่สั่งปรับ 5 แสนบาทเมื่อระบบ e-banking ล่มถึง 8 ชั่วโมง (สิบนาทีก็มากแล้ว) ต้องเพิ่มบทลงโทษให้หนักเหมือนในต่างประเทศ, เพิ่มการกำหนดเกณฑ์ privacy + cybersecurity ที่ได้มาตรฐานสากล, บังคับให้ใช้ตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพ เป็น KPI ในการประเมินผลตอบแทนของผู้บริหารและกรรมการ เป็นต้น

ส่วนประเด็น ทัศนคติอนุรักษนิยมเกินขนาด แก้ได้ด้วยการให้ ธปท. เปิดเสรีการแข่งขันที่เป็นธรรมจากคู่แข่งหน้าใหม่ที่ไม่มี ‘legacy’ นี้ + พัฒนาโครงสร้างที่ช่วยลดต้นทุนความเสี่ยงของลูกหนี้โดยเฉพาะ SME - เช่น ใบอนุญาต virtual bank ห้ามธนาคารเดิมสมัคร, ผลักดันกฎหมาย open data บังคับธนาคารใหญ่เปิดข้อมูล, แก้กฎกติกาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคของฟินเทคหน้าใหม่ (เช่น ให้ บสย ค้ำประกันให้ฟินเทคได้), ปลดล็อกอำนาจผูกขาดในธุรกิจ credit scoring, promptpay และ national digital ID (หรือกำกับให้เป็นธรรมขึ้น), ทำทะเบียนหลักประกันออนไลน์, ฯลฯ

จริง ๆ มีประเด็นอื่นอีกมากที่น่าทำ เช่น มาตรการจูงใจให้คนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยเปิดบัญชีเงินออมระยะยาว คล้าย Individual Retirement Account ในอเมริกา - ไว้จะค่อย ๆ ทยอยเขียนนะคะ

‘ซีอีโอหนุ่ม’ แชร์มุมคิด ไม่มีที่ใดสุขใจเท่าประเทศไทย อาหารไม่แพง จอดรถไม่โดนทุบ ไม่มีใครเดินมาปล้น

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี @ckfastwork หรือ ‘CK Cheong’ CEO แห่งบริษัท Fastwork.co ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย อย่ามองว่าประเทศอื่นดีกว่าเรา โดยระบุว่า…

“ทุกประเทศมีปัญหาของเขาพี่ จริงๆ นะเราชอบมองว่าประเทศอื่นดีกว่าเรา เราลืมมองว่าจริงๆ เราน่ะโชคดีขนาดไหน ผมไม่ค่อยชอบความคิดว่าบ้านอื่นมันดี คุณเคยอยู่หรือ คุณถึงรู้ว่าบ้านอื่นมันดี?”

“รู้ไหมแคลิฟอร์เนียตอนจอดรถ คนเอากระจกรถลงนะ เขาบอกว่าอย่าทุบรถ อยากขโมยก็ขโมยเลย
นี่คือแคลิฟอร์เนีย รู้ไหมว่าตอนอยู่ลอนดอนบ้านเรามีอย่างนี้ไหม ค้นหาใช้มีดแทงที่ลอนดอนสิ
มีคนโดนแทงทุกวัน”

“ก่อนเราจะบอกว่าบ้านอื่นดีขนาดไหนคุณเคยรู้สึกโชคดีไหม ที่เราอยู่แผ่นดินไทย ได้โปรดเถอะ หยุดความอิจฉาที่มันมีไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้”

“ผมเข้าใจประเทศไทยไม่ได้เพอร์เฟกต์แต่ก็ไม่มีบ้านไหนที่เพอร์เฟกต์ ทุกบ้านมีปัญหาหมด แต่วันนี้ผมถามหน่อย
จอดรถมีคนทุบรถคุณไหม วันนี้มีสงครามไหม เดินไปเดินมามีคนปล้นคุณไหม? วันนี้คุณเอื้อมถึงราคาอาหารไหม?”

“คุณรู้ไหมอยู่ที่สหรัฐน่ะ 35 บาท ซื้อได้แค่พิซซ่าที่ไม่มีหน้าเลย แต่วันนี้  35-40 บาท มีตัวเลือก คุณเคยมองถึงจุดนี้บ้างไหม? คุณรู้ไหมคนยากจนที่ยุโรปเขาไม่มีทางเลือกหน้าหนาว เพราะเค้าต้องจ่ายค่าฮีตเตอร์ เขาจ่ายไม่ไหวเขาก็ต้องปล้น แต่บ้านเราไม่มีหน้าหนาว คุณเคยมองจุดนี้บ้างไหม?”

“หยุดมองว่าบ้านอื่นน่าอยู่กว่าบ้านเรา จริงๆ เราเป็นคนโชคดีเว้ย เราเป็นคนโชคดีที่เป็นคนไทย”

ขอนแก่น -"สภากาชาดไทย" จัดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จัดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม  เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า ที่วัดท่าประชุม ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีนายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับ

ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่าสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จัดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรม สภากาชาดไทยในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดำเนินการในเขตพื้นที่อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจรักษาและผ่าตัดตาให้กับพระภิกษุสงฆ์ ผู้นำศาสนาทุกศาสนาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ให้ได้รับการตรวจและรักษาโรคทางตาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ 

โดยจังหวัดขอนแก่น มีวัด/สำนักสงฆ์ จำนวน 1,583 แห่ง พระสงฆ์จำนวน 8,376 รูป ล้วนแต่เป็นพระสงฆ์ที่สูงอายุจำนวนมาก มีมัสยิด 8 แห่ง โบสถ์ 52 แห่ง สำหรับการดำเนินโครงการในวันนี้ มีพระสงฆ์เข้ารับบริการตรวจทั้งสิ้น 298 รูป ส่วนผู้นำในศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาซิกข์ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ยังไม่พบผู้มีปัญหาทางด้านสายตา และภายหลังการตรวจเสร็จสิ้นจะดำเนินการรักษาด้วยการผ่าตัด ต่อไป.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยออนไลน์

พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ. ศปอส.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนโลกออนไลน์อีกทั้งในช่วงนี้คนร้ายยังสร้าง Page Facebook ตำรวจปลอมขึ้นมาแอบอ้างรับแจ้งความออนไลน์ เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ หรือเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินเหยื่อซ้ำเติม

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนถึงข้อสังเกตการแยกแยะ Page Facebook ของตำรวจปลอมและพฤติการณ์ของ Page Facebook ปลอมของตำรวจ ดังนี้

คนร้ายปลอม Page Facebook ตำรวจแอบอ้างรับแจ้งความ คนร้ายสร้าง Page Facebook ปลอมขึ้นมาโดยตั้งชื่อเพจเป็นหน่วยงานตำรวจหรือศูนย์ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และยังได้เผยแพร่โฆษณาผ่านทาง Facebook เพื่อเพิ่มโอกาสให้เหยื่อมองเห็น Page มากขึ้น โดยนำคลิปวิดีโอและเนื้อหาจากเพจตำรวจจริงมาใส่ในโฆษณาเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อซึ่งมีประสงค์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายพบเห็น Page หรือโฆษณาดังกล่าวเข้า เหยื่อได้ติดต่อ Page ปลอมของคนร้ายไปเพื่อจะแจ้งความ คนร้ายจะให้เหยื่อแจ้งข้อมูลส่วนตัว ส่งหลักฐาน แล้วแอบอ้างว่าจะนำเงินที่เหยื่อถูกโกงไปมาคืนเหยื่อ แต่ต้องโอนเงินเป็นค่าดำเนินการ/ค่าล่อซื้อ/ค่าทนาย ฯลฯ ให้แก่คนร้ายที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สุดท้ายเหยื่อไม่ได้เงินที่ถูกหลอกไปคืน แถมยังเสียเงินเพิ่มจากการถูก Page Facebook ปลอมหลอกซ้ำอีก

ตัวอย่าง Page Facebook ปลอมแอบอ้างเป็นตำรวจรับแจ้งความ

จุดสังเกต
1. ชื่อเพจมักเป็นชื่อหน่วยงานที่ไม่มีอยู่จริง หรือชื่อผิด
2. เพจปลอมไม่มีเครื่องหมายยืนยันตัวตนท้ายชื่อเพจ
3. เพจเหล่านี้มักสร้างมาไม่นาน หรืออาจเป็นเพจที่มีการซื้อต่อมาและเปลี่ยนชื่อในภายหลัง
4. คนร้ายพยายามปลอมยอดผู้ติดตามโดยพิมพ์เลขยอดคนกดถูกใจ/ติดตาม ไว้ที่รายละเอียดของเพจ
5. เพจแท้มีเครื่องหมาย blue tick ( ) จะอยู่หลังชื่อเพจ แต่เพจคนร้ายจะนำ blue tick ( )  มาใส่ไว้ที่หน้าภาพหน่วยงาน

วิธีป้องกัน
1. เพจจริงของทางตำรวจมีเครื่องหมายยืนยันตัวตนท้ายชื่อเพจและมีข้อมูลความโปร่งใสเพจครบถ้วน
2. เพจของทางตำรวจไม่มีการรับเรื่องร้องทุกข์/แจ้งความ/ส่งหลักฐานในการดำเนินคดีผ่านทางเพจ
3. แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น
4. หากมีข้อสงสัย/สอบถาม โทรปรึกษาศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับช่องทางรับรู้ข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com Facebook https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.go.th

'นายกฯ' ยินดี 'ตุ๊กๆ ออนทัวร์' ผลงานทีมนักศึกษาอาชีวะไทย คว้าอันดับ 1 การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่จีน

(8 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชื่นชมความสำเร็จของทีมนักศึกษาอาชีวะไทย สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัลที่ 3 จากการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 (The 16th International Collegiate Snow Sculpture Contest (2024)) ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นการนำความรู้และทักษะวิชาชีพมาฝึกประสบการณ์จริงผ่านการแข่งขัน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และแสดงศักยภาพของเยาวชนไทยสู่สายตานานาชาติ 

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษาไทย จำนวน 3 ทีม จาก 3 สถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา, วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติประจำปี 2567 ซึ่งการแข่งขันนี้มีตัวแทนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน, รัสเซีย, อังกฤษ, อิตาลี, ออสเตรเลีย และไทย รวมทั้งหมด 58 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน 

โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมนักศึกษาอาชีวะไทย สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ได้รับรางวัล ดังนี้

- รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ในผลงานชื่อ 'ตุ๊ก ๆ ออนทัวร์' โดยการนำรถตุ๊กๆ มาเป็นสื่อกลาง สะท้อนวัฒนธรรมและประเพณีของไทย ผ่านศิลปะไทยร่วมสมัย

- รางวัลที่ 3 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ในผลงานชื่อ ‘มนุษย์ กับ ธรรมชาติ’ สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติ โดยต้องการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ และการสร้างสมดุล

- รางวัลที่ 3 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ในผลงานชื่อ 'โลกแห่งสันติภาพ' (World of peace) เพื่อให้ทุกคนบนโลก ตระหนักถึงความสำคัญ และงดใช้ความรุนแรง สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น

“นายกรัฐมนตรีชื่นชม และแสดงความยินดีกับทีมนักศึกษาอาชีวะไทยซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างความภาคภูมิใจเเละชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมอาจารย์ที่ฝึกสอน และขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่สนับสนุนให้เยาวชนไทยได้ออกไปหาประสบการณ์จริงในระดับโลก โดยหวังว่าความสำเร็จในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบ จุดประกายให้เด็กและเยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไป มีความพยายาม และกล้าที่จะทำตามความฝันของตัวเองเพื่ออนาคต” นายชัยกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top