Sunday, 9 August 2026
NEWS FEED

‘ดร.เอ้’ วิตก!! วงจรมัวเมาเยาวชนเกลื่อน วอนผู้เกี่ยวข้องจัดการเด็ดขาด หวั่นซ้ำรอยกรณีทลายผับดังย่านรังสิต 'ปล่อยเด็กเที่ยว-ไร้ใบอนุญาต'

'ดร.เอ้' ห่วงเด็กไทย หลัง จนท.ชุดเฉพาะกิจ สนธิกำลังบุกจับผับพบเด็กต่ำ 20 เพียบ แนะต้องควบคุมและจำกัด

(10 ม.ค.67) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ‘ดร.เอ้’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กทม. ห่วงเด็กไทย หลังจากมีข่าวล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการ ‘รังสิตมันร้าย’ ที่สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงานบุกเข้าจับกุมสถานบริการชื่อร้าน 'HEAVEN Rangsit' ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้บริการเกือบ 500 คน 

ดร.เอ้ กล่าวว่า ปัญหาเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการสถานบันเทิง ผับ-บาร์ การเปิดสถานบันเทิงเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด ไปจนถึงการเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต ปัญหาเหล่านี้มีมานานแล้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เกิดเป็นวงจรปัญหาตามมาทั้งเรื่องยาเสพติด ความรุนแรง อุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกวดขันและเข้มงวดในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตของเด็กและเยาวชนไทย 

“ปัญหาสำคัญที่สุดคือ สถานบันเทิงเหล่านี้ปล่อยให้เด็กต่ำกว่ากฎหมายกำหนดเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ข่าวล่าสุดที่ผับดังย่านรังสิตก็ตรวจพบเด็กต่ำกว่าอายุ 20 ปี เกือบ 500 คน ผมถามว่าเราปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง แล้วเด็กไทยเราจะมีคุณภาพได้อย่างไร ผมเป็นห่วงจริงๆ ครับ” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง ยังมีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่เข้มงวด ปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะขณะนี้กฎหมายได้อนุญาตให้ขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงตี 4 แล้ว ส่วนตัวจึงอยากแนะผู้ที่เกี่ยวข้องว่าหากยังไม่มีมาตรการในการจัดการที่เด็ดขาดโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนก็อาจจะต้องทบทวน ถ้าผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า การพัฒนาคน โดยเฉพาะเยาวชนถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น ดังนั้นภาครัฐจะออกนโยบายต่างๆ ต้องประเมินความคุ้มค่าให้รอบด้าน อย่ามองเพียงแค่มิติเดียว โดยเฉพาะนโยบายขยายเวลาเปิดผับ-บาร์ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อเยาวชน และสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของสาธารณชนแน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำคือ การควบคุม จำกัดวันและเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสถานบันเทิง ให้เหมือนในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศเยอรมนีที่รัฐให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคนอย่างมาก ซึ่งการจำกัดหรือควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสถานบันเทิง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความปลอดภัยเท่านั้นแต่คำนึงไปถึงเรื่องสุขภาพของคน กฎหมายที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเน้นเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนหนุ่มสาวเลิกดื่มแอลกอฮอล์อย่างสมบูรณ์ แต่สอนถึงแนวทางที่เหมาะสมในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือในประเทศรัสเซียที่มีการจำกัดเวลาขายช่วงกลางคืน หรือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จำกัดเวลาขายในร้านขายปลีก เป็นต้น

บิ๊กต่อ ผบ.ตร.ส่งตำรวจโคราช จิตอาสา ร่วมกับ สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุข มอบของขวัญวันเด็ก ประจำปี 2567  ให้เด็ก 14 โรงเรียนกว่า 1,500 คน

วันที่ 10 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนนิคมสร้างตนเองลำตะคอง 2 ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พ.ต.อ.ศุภชัย วิบูรณ์สุขสันต์ ผกก.สภ.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จิตอาสา 904 ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมฮักเขาใหญ่ เครือข่ายจิตอาสา นำของขวัญ เดินทางไปมอบให้กับเด็กนักเรียนจำนวน 2 โรงเรียน เนื่องในสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 คือ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองลำตะคอง 2  และโรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน(เขาใหญ่) 

โดยเป็นกิจกรรม จิตอาสาวันเด็กออนทัวร์ 2024 ปีนี้ ผบ.ตร.ได้สนับสนุนของขวัญ อาหาร ขนม ไปร่วมสนับสนุนจัดเลี้ยงในงานวันเด็กใน 10 โรงเรียนของเขาใหญ่ และปากช่อง รวมถึง 4 โรงเรียนในอำเภอวังน้ำเขียว โดยมีนักเรียนกว่า 1,500 คน จะได้รับของขวัญดังกล่าว

ขณะในช่วงนี้ พื้นที่อีสานยังมีอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลงเหลือ 18-19 องศา ประกอบกับหลายโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ธุระกันดาร ผู้ปกครอง และครอบครัวเด็กนักเรียนมีฐานะยากจน ส่วนมากจะมีอาชีพเกษตรกรทำไร่มัน และไร่อ้อย รวมถึงรับจ้างทั่วไป รายได้ในครอบครัวจะน้อย และปัญหาเศรษฐกิจ 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ทีมงานตำรวจจิตอาสา และเครือข่ายจิตอาสา ลงสำรวจพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงฤดูหนาว พร้อมสนับสนุนผ้าห่ม เสื้อกันหนาว ยารักษาโรค เป็นการแสวงหาความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อทำงานร่วมกัน อีกด้วย

“เลิศศักดิ์” บี้ กรมสรรพากร ร้อง “ป.ป.ง.” ฟันคดียักยอกเงินภาษีกว่าสองพันล้านบาท

“เลิศศักดิ์” ป.กมธ.ป.ป.ง. บี้ กรมสรรพากร ส่งคดี ข้าราชการ-จนท. สรรพากรพื้นที่สาขาบางเสาธง จ.สมุทรปราการ ยักยอกเงินคืนภาษีสองพันกว่าล้าน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ชี้ กมธ.ป.ป.ง. สงสัยมีขาใหญ่อยู่เบื้องหลังฮั้วกับผู้ประกอบการหรือไม่

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่รัฐสภาเกียกกาย ห้องประชุมกรรมาธิการ N407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.)สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประชุมคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขาฯ  พิจารณาติดตามความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรร่ำรวยผิดปกติจากการทุจริตยักยอกเงินคืนภาษีอาการในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ กรมสรรพากร เข้าชี้แจงประกอบด้วย นายสุกฤษฎิ์ ผอ.สนง.ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ,นายรัฐพลพนักงานไต่สวนระดับสูง,น.ส.ฐปกรณ์ พนักงานไต่สวนระดับกลาง และ นายพงษ์ศักดิ์  รองอธิบดีกรมสรรพากร,นายอภิชัย นิติกรชำนาญการพิเศษ,นายเสกสรร นิติกรชำนาญการพิเศษ ,นายกาญจน์  นิติกรชำนาญการ

การประชุมมีการโต้ตอบกันระหว่าง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและผู้แทนจากกรมสรรพากร และ คณะกมธ.ป.ป.ง. เป็นไปด้วยความเข้มข้น ในประเด็นผลการตรวจสอบจาก ป.ป.ช. ที่ตรวจพบยอดเงินในบัญชีเงินฝากของข้าราชการและเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่สาขาบางเสาธง จ.สมุทรปราการ ถูกชี้มูลความผิดกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สรรพากร รวม 4 ราย ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฏหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เป็นเงินจำนวนรวมกว่า 2,085,348,581.53 บาท จาก 8 บัญชีที่ถูกตรวจพบ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงในคดีนี้ อาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 160 ล้านบาท ตามที่กรมสรรพากรให้ข้อมูลกับทาง กมธ.ป.ป.ง.ในที่ประชุมนี้ จนมีข้อสงสัยว่าจะมีบุคคลที่สามหรือบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่านี้อยู่เบื้องหลังหรือไม่

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล กล่าวว่า กรณีนี้ กมธ.ป.ป.ง. ได้รับรู้จากข่าวที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชนในหลายแขนง การชี้แจงข้อมูลยังติดขัดหลายประเด็น โดยเฉพาะในส่วนของ กรมสรรพากร ซึ่งสรุปยอดเงินคงค้างผู้ประกอบการที่ขอคืนภาษี เพียง 160 ล้านบาท และการทุจริตจากเจ้าหน้าที่ 4 รายนี้ ก็เป็นลักษณะของการหมุนเงินเท่านั้น ขณะที่ ป.ป.ช. สรุปยอดเงินจาก 8 บัญชี มีความเสียหายรวมกว่าสองพันล้านบาท และผู้ทุจริตก็ยังไม่สามารถชี้แจงเหตุนี้ได้จึงได้ขอให้ทาง กรมสรรพากร ซึ่งถือเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ โดยเฉพาะอธิบดีกรมสรรพากร ร้องไปยัง คณะกรรมการ ป.ป.ง.ให้ตรวจสอบตามกฏหมายฟอกเงิน เพื่อเช็คเส้นทางการเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาทนี้เพราะ กมธ.ป.ป.ง. ไม่เชื่อว่าจะมีแค่เพียงการยักยอกเงินภาษี แต่อาจจะมีการฮั้วกับผู้ประกอบการหรือไม่ที่อาจจะมีบุคคลที่ใหญ่กว่านี้อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ เพื่อให้ชัดแจ้งที่มองไปถึงกระบวนการควบคุมป้องกันความเสียหายต่อไปในอนาคต

“กรณี กมธ.ป.ป.ง.สภาผู้แทนฯ เรียกร้องให้ อธิบดีกรมสรรพากร ส่งเรื่องนี้ไปยัง คณะกรรมการ ป.ป.ง. ก็เพื่อเร่งติดตามเส้นทางการเงิน เพราะเป็นความผิดมูลฐานตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อจะได้รู้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือมีขบวนการเครือข่ายอีกหรือไม่ ที่ถึงแม้ว่าจะมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะชี้มูลและดำเนินคดีไปแล้วอาจจะมีความล่าช้า ซึ่ง กมธ.ป.ป.ง. จะติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อความโปร่งใสและปกป้องเงินภาษีของแผ่นดินต่อไป” นายเลิศศักดิ์ กล่าวในที่สุด 

สวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เด็กเที่ยวชมสวนฟรี

สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา มอบของขวัญในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ เด็กเที่ยวชมสวนฟรีทุกคน แล้วมีจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่  2 วันเต็ม วันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม 2567 และพิเศษสุดสำหรับวันเด็ก เด็กสามารถพาผู้ปกครองเข้าชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณฟรี เฉพาะ2วันนี้เท่านั้น        

เด็กที่มากับผู้ปกครอง มีความสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร เข้าชมสวนสวยฟรีทุกวัน ในส่วนของกิจกรรมทางสวนนงนุชพัทยาได้จัดเวทีการแสดงให้น้องๆ หนูๆ ได้ร่วมสนุก พร้อมรับของรางวัลเตรียมไว้แจกฟรีมากมายและสามารถเข้าชมสวนที่ติด1ใน10 สวนที่สวยที่สุดในโลก มีโซนไดโนเสาร์ที่มีมากกว่า 1,300 ตัว รอให้การต้อนรับเด็กๆ

ส่วนโปรโมชั่นอื่น เดือนมกราคม 2567 สำหรับบัตรผ่านประตูมา 5 ท่าน จ่าย เพียง 4 ท่าน ผู้สูงอายุเข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์ และผู้พิการพร้อมผู้ติดตามเข้าฟรีทุกวัน สวนนงนุชพัทยาเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 น. -18.00 น. สามารถตรวจสอบ รายละเอียดเพิ่มเติมและสอบถามโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

นราธิวาส-กำลังใจคนสู้ชีวิต เสียขา..แต่เข้มแข็ง เหยื่อกับระเบิด 'ปาดี'

มาตามสัญญา... 'พ.ต.อ.ทวี' ไม่ทอดทิ้ง 'ป้านิ่ม' เหยื่อกับระเบิดสุไหงปาดี คนร้ายใจเหี้ยมวางดักในสวนยาง เจ้าตัวกำลังใจดี แม้เสียขาแต่ยังยิ้มได้ ใช้ชีวิตไม่ต่างคนปกติ ทั้งกวาดบ้าน ถูกบ้าน ซื้ออาหาร ทำกับข้าวกินเอง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ไปที่บ้านของ “ป้านิ่ม” นางประทุม นักทอง ที่บ้านโคกโก ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อเยี่ยมอาการคุณป้าวัย 55 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะเหยียบกับระเบิด ต้องถูกตัดขาทั้งสองข้าง 

เรื่องราวสุดเลวร้ายไม่ต่างจากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในชีวิต เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2565 ป้านิ่มไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การออกไปทำงานที่สวนยางพาราตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งเธอทำเป็นปกติทุกเมื่อเชื่อวัน จะทำให้เธอต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างไป 

06.35 น.วันนั้น ป้านิ่มเหยียบกับระเบิดที่คนใจร้ายนำไปวางดักไว้ในสวนยางพารา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าช่วยเหลือและตรวจพื้นที่ คนร้ายที่ซุ่มรออยู่ได้กดระเบิดลูกที่ 2 จนเกิดระเบิดขึ้่นอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่อีโอดีเสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย

ป้านิ่มเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก พ.ต.อ.ทวี เคยไปเยี่ยมให้กำลังใจเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2565 ซึ่งในวันนั้นแทบจะไม่มีบุคคลสำคัญคนใดเคยแวะเวียนไปหา ทำให้ป้านิ่มและครอบครัวมีใจ พ.ต.อ.ทวี รับปากว่าจะกลับมาเยี่ยมอีกครั้ง...

“เราไม่ทิ้งกัน ทางหน่วยราชการก็มาเยี่ยมและดูแลทุกหน่วย ก็เป็นห่วงทุกคน ขอเป็นกำลังใจ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว ณ เวลานั้น ขณะดำรงตำแหน่งเป็น สส.ฝ่ายค้าน และเลขาธิการพรรคประชาชาติ 

ผ่านมา 1 ปี 4 เดือน วันนี้ พ.ต.อ.ทวี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ก็ไม่ลืมคำสัญญา กลับมาเยี่ยมป้านิ่มอีกครั้งจริงๆ 

ปัจจุบัน ป้านิ่มกลับไปอยู่กับครอบครัวที่บ้านโคกโกแล้ว แม้ตนเองจะถูกตัดขาทั้งสองข้าง ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็น ไม่สามารถออกไปกรีดยางได้เหมือนเดิม แต่ป้านิ่มก็ยังสู้ชีวิต ท่ามกลางกำลังใจเต็มเปี่ยมจากครอบครัวและญาติพี่น้อง 

ทันทีที่ พ.ต.อ.ทวี ไปถึงบ้าน ทั้งป้านิ่มและคนในบ้านได้พากันออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุข โดยเฉพาะป้านิ่มที่นั่งรถเข็นออกมาหาด้วยตัวเอง ทำให้ พ.ต.อ.ทวี อาสาเข็นรถเข็นให้ป้านิ่มพาชมรอบบ้าน 

ป้านิ่มเล่าชีวิตประจำวันของเธอให้ฟังว่า การนั่งรถเข็นไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร เธอยังทำกิจวัตรต่างๆ ทุกอย่างได้เหมือนเดิม โดยป้านิ่มเล่าไปยิ้มไป หัวเราะไป แสดงให้เห็นถึงหัวใจอันเข้มแข็งของหญิงวัย 55 ปี แม้สูญเสียขาทั้งสองข้าง แต่กำลังใจไม่เคยเสียไป

“ป้าไปซื้อกับข้าวเอง เวลาไปก็จะนั่งรถเข็นสามล้อไฟฟ้า อยู่ในบ้านก็จะนั่งรถเข็น ใช้ชีวิตประจำวันบนรถเข็นตลอด ครอบครัวได้ปรับพื้นบ้านและอุปกรณ์ทุกอย่างในบ้านให้เหมาะกับการนั่งรถเข็น ป้าก็จะพยายามหาอุปกรณ์หรือตัวช่วยพิเศษเพื่อให้สามารถช่วยตัวเองได้ ทำอะไรเองได้หมด เช่น เวลาจะเปิดน้ำ ก็จะมีท่อพีวีซียาวๆ ไว้ใช้ดันหัวก๊อกน้ำ เพื่อเปิดก๊อก น้ำก็จะไหล ก็สามารถล้างจานเองได้ ในห้องครัวจะปรับเตาแก๊สให้ทำกับข้าวสะดวกขึ้น ทำอะไรเองได้หมดทุกอย่าง” 

คุณป้าวัย 55 ปี บอกอีกว่า ตอนกลางวันจะอยู่บ้านคนเดียวเกือบตลอด เพราะทุกคนจะเข้าสวนยาง ตั้งแต่เช้าประมาณ 6 โมงจะลงไปกวาดขยะ ถูพื้นข้างล้างก่อน แล้วค่อยขึ้นมาทำความสะอาดข้างบน เวลาอาบน้ำก็จะเข็นรถไปห้องน้ำ อาบน้ำเอง หิวก็จะทำอาหารกินเอง

“เราอยู่แบบไหนก็ได้ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ที่สำคัญจะไปวัดตลอด วันนี้ก็ไปวัดโบราณฯ (วัดโบราณสถิตย์) เมื่อวานก็ไปช่วยที่วัดประชุมชลธารา (ใน อ.สุไหงปาดี)” ป้านิ่มเล่าด้วยรอยยิ้ม 

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวกับป้านิ่มว่า “ยังเป็นห่วงตลอด คิดถึงตลอด วันนี้จึงถือโอกาสมาเยี่ยมและมาให้กำลังใจ ได้มาเห็นการใช้ชีวิตแล้ว สามารถทำงานบ้านเหมือนเดิม ทำครัวได้เองทั้งหมดเลย ก็ขอให้มีความสุข สมหวัง และโชคดีตลอดไป” 

นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ท่ามกลางสถานการณ์ร้ายที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใครได้เห็นและรับรู้เรื่องราว ก็จะมีแต่รอยยิ้มเฉกเช่นเดียวกันทุกคน

เพชรบูรณ์ ศูนย์คุณธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนสร้างเครือข่าย “นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่” 6 จังหวัดภาคเหนือ

ที่ ห้องชันไชน์ ฮอลล์ ชั้น 2 โรงแรมเอสอาร์ เรสซิเดนซ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายจีรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ "นักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ "ภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายทางสังคมต่อต้านการทุจริตด้วยมิติทางวัฒนธรรม และมิติด้านสังคม (กลุ่มภาคเหนือ)โดยมีผู้นำศาสนาทุกศาสนา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์/จังหวัดแพร่/จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดลำปาง หัวหน้าหรือผู้แทนส่วนราชการในจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้แทนหน่วยงานองค์กรเครือข่ายทางสังคม สื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 93 คน มีนายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

นางสาวสุขุมาล มลิวัลย์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)กล่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี ในแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น 

มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกัน ด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมคุณธรรมนำสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยมีตัวชี้วัดดัชนีคุณธรรม 5 ประการ "พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู" เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี จากชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ทั่วประเทศ จำนวน 38,102แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2570

ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรมได้ดำเนินการส่งเสริม และขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม จนเกิดเป็นจังหวัดคุณธรรมต้นแบบที่โดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนการอบรมวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมพัฒนาแกนนำเพื่อติดตามเสริมพลัง และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โชว์ แชร์ เชื่อมให้สามารถเป็นกลไกส่งเสริมคุณธรรมในองค์กร และในพื้นที่จังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ) รวม 6 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดลำปาง แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุตรดิตถ์และเพชรบูรณ์ ที่แสดงความพร้อมในการขยายผล และขับเคลื่อนการพัฒนาเป็นจังหวัดคุณธรรม 

เพื่อยกระดับขีดความสามารถกลไกการขับเคลื่อนคุณธรรมของเครือข่ายทางสังคมในจังหวัดคุณธรรมขยายผล ให้เป็นกำลังสำคัญร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ศูนย์คุณธรรม จึงได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมนักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ ภาคเหนือขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจหลักการ แนวทาง วิธีการ ในการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่แบบมีส่วนร่วม และสร้างเครือข่ายนักส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ในจังหวัดคุณธรรมใหม่ในกลุ่มภาคเหนือขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ระหว่างวันที่ 10-11มกราคม2567 

โดยมี รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรมบรรยายพิเศษ เรื่อง Moral Fight Corruption คุณธรรมกับการป้องกันการทุจริตในสังคมไทย นายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช. บรรยายพิเศษเรื่องการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม รวมทั้งการศึกษาฐานเรียนรู้พื้นที่ต้นแบบชุมชนคุณธรรม ชุมชนบ้านนายม ป่าช้าคาเฟ่ องค์กรคุณธรรม รพ.สมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า อำเภอคุณธรรม อำเภอเมืองเพชรบูรณ์และจังหวัดคุณธรรม จังหวัดอุดรธานีโดยผู้เข้ารับการอบรมได้รวมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฐานเรียนรู้ สิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่จะนำไปปฏิบัติได้จริง การขับเคลื่อนคุณธรรมด้วยพลังทางสังคมสู่มิติสมัชชาคุณธรรมจังหวัดและนำไปสู่การปฎิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

พิษณุโลก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เน้นย้ำ ให้หน่วยทหารพัฒนาระบบการส่งกำลังบำรุงให้สามารถตอบสนองภารกิจของกองทัพบก    

วันที่ 10 มกราคม 2567 เวลา 09.30 นาฬิกา พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ  ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปีงบประมาณ 2567 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 โดยมี พลโท ประสาน  แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกและคณะ ได้เข้ารับฟังบรรยายสรุปภารกิจของกองทัพภาคที่ 3 ปัญหาข้อขัดข้องทางการส่งกำลังบำรุงของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 พร้อมกับได้รับทราบความก้าวหน้าของงานด้านการส่งกำลังบำรุง พร้อมกันนี้ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้ขอบคุณกองทัพภาคที่ 3 ที่ได้ดำเนินการในโครงการต่างๆ ที่มีประโยชน์ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้หน่วย ได้ใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า พัฒนาระบบการส่งกำลังบำรุงให้สามารถตอบสนองภารกิจของกองทัพบกได้ รวมทั้งงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล และให้มีการเตรียมความพร้อมด้านการส่งกำลังบำรุงและวิธีการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองงานสำคัญเร่งด่วน ตามนโยบายของหน่วยเหนือต่อไป

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

‘นายกฯ’ ตั้งเป้าลดจำนวนเด็กไทยหลุดออกระบบการศึกษา พร้อมแย้ม!! 13 มกราคมนี้ จะมีข่าวดีสำหรับเด็กไทยทุกคน

(10 ม.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “ผมขับเคลื่อนเรื่องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยตัวเองมาตั้งแต่ก่อนเข้ามารับตำแหน่งนายกฯ หลายปีแล้วครับ เพราะผมปรารถนาที่จะเห็นเด็กไทยได้รับความเท่าเทียมในเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าให้จำนวนเด็กที่ต้องหลุดระบบการศึกษาเป็น ‘ศูนย์’ ครับ

ทันทีที่เข้ารับตำแหน่งผมได้สั่งการทันทีให้ ‘กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ (กสศ.) DES และกระทรวงมหาดไทย บูรณาการรวบรวมข้อมูลนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้เป็นฐานข้อมูล Big Data ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากการศึกษากลางคัน ซึ่งในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.นี้จะมีข่าวดี ที่จะเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งที่ประเทศไทยก้าวไปสู่ Thailand Zero Dropout ครับ”

นครพนม -นบ.ยส.24 แถลงข่าวตรวจยึดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 139 มัด ประมาณ 278,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 1 คน

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 เวลา 15.00 น. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยปัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งตัน และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) มอบหมายให้ พันเอก กันตภณ จันทะนันท์ รองหัวหน้าส่วนส่วนปราบปราม หน่วยปัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งตัน และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  (รอง หน.ปราบปราม นบ.ยส.24)  เป็นประธาน พร้อมด้วย พันเอก พิเชษฐ์   ดาศรี เสนาธิการหน่วยปัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งตัน

และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เสธ.นบ.ยส.24) พันเอก สุริวัชร์  อัครพรเดชาพงษ์  ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21  นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอบ้านแพง, พันตำรวจเอกสุนันท์  สร้อยสุด ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านแพง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม แถลงข่าวตรวจยึดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 139 มัด ประมาณ 278,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 1 คน บริเวณริมถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2390 บ้านอ้วนน้อย หมู่ที่ 9 ตำบลหนองแวง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนมโดยในห้วงที่ผ่านมาหน่วยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไม่ทราบจำนวน จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติล๊อตใหญ่จากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพื่อลำเลียงขนส่งเข้าสู่พื้นที่ตอนในให้กับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดภายในประเทศ จึงสั่งการให้ร้อยโท วันชาติ  เหมือนปืน

ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 บรูณาการกำลังวางแผนร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ทำการลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจตามภาพข่าวที่ได้รับแจ้ง ตรวจสอบพื้นที่เพ่งเล็งคอสะพาน หลักกิโลเมตร ป้ายบอกทาง  บริเวณพื้นที่ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 และทางหลวงชนบทหมายเลข 2390  ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนมาถึงจุดป้ายบอกความเร็ว (75 กม.) บ้านอ้วนน้อย หมู่ที่ 9 ตำบลหนองแวง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ได้ตรวจพบกระสอบสิ่งของต้องสงสัยวางอยู่บริเวณป่าใกล้กับป้ายบอกทาง จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าภายในกระสอบเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายใน จำนวน 1 กระสอบ และอีก จำนวน 1 แพ็คใหญ่ ชุดลาดตระเวนจึงได้ทำการวางแผนซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณใกล้กับจุดที่พบกระสอบยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า)วางอยู่ และในเวลาต่อมาได้ตรวจพบรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็คซ์ สีบรอนซ์เงิน ขับมาจอดยังจุดที่มีการวางตัวกำลังพลชุดซุ่มรออยู่และมีบุคคลต้องสงสัยภายในรถยนต์รีบลงมาจากรถคันดังกล่าว เพื่อจะมาเอากระสอบยาเสพติดฯ(ยาบ้า) เจ้าหน้าที่ที่ทำการซุ่มอยู่จึงได้แสดงตัว และทำการตรวจค้นจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้จำนวน 1 คน ทราบชื่อ นายคนองศักดิ์  วงจันทา อายุ  34 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน บ้านเลขที่ 80/2 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไข่ อำเภอเมือง  จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1 กระสอบ กับอีก จำนวน 1 แพ็คใหญ่ จำนวน 139 มัด ประมาณ 278,000 เม็ด  

ขั้นต้นหน่วยได้ตรวจยึดและควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว มายังกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 เพื่อทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมอย่างละเอียด และดำเนินการประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมตรวจสอบซักถามขยายผล พร้อมส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.บ้านแพง จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

โดยขณะเดียวกันจังหวัดนครพนมได้ประกาศพื้นที่พิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5(10) กำหนดให้จังหวัดนครพนม ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอท่าอุเทน อำเภอเมืองนครพนม อำเภอธาตุพนม และ อำเภอบ้านแพง เป็นพื้นที่พิเศษที่มีความเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) โดยมีที่ตั้งอยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพ/ข่าว พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร 
เดวิท โชคชัย รายงาน 092-5259-777

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชื่นชมตำรวจท่องเที่ยว ร่วมปฎิบัติงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและการจราจรปีใหม่ได้ดี ขอบคุณอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ที่ช่วยเหลือแบ่งเบางานตำรวจไม่ย่อท้อ

วานนี้ (9 ม.ค.67) เวลา 18.00 น. พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี ส.ทท.5 กก.1 บก.ทท.2 จังหวัดอุดรธานี 

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบถุงยังชีพ และนำหน้ากากอนามัย รวมทั้งข้าวสาร  ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในการดูแลสุขภาพตัวเอง ในขณะปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจาก ตำรวจท่องเที่ยวมีหน้าที่หลักในการคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ในที่ชุมชน ซึ่งปัจจุบันยังพบปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการระบาดของไวรัส ทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้กล่าวชื่นชมตำรวจท่องเที่ยวว่าที่ผ่านมาได้มีส่วนร่วมในการปฎิบัติการดูแลนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ และยังร่วมอำนวยการจราจรทำให้สามารถลดอุบัติเหตุและยอดผู้บาดเจ็บเสียชีวิตอย่างได้ผล มีสถิติเสียชีวิตและบาดเจ็บน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี ดังนั้นขอให้ตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน หมั่นพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ความสำเร็จนี้ ส่งผลไปถึงเทศกาลอื่นๆที่กำลังจะมาถึง เป็นเทศกาลถัดไป โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาครั้งใหญ่อีก เพื่อไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว

นอกจากนี้ยังได้กล่าวชื่นชมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งพบว่าที่ผ่านมาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะอาสาสมัครที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะนี่เป็นกลไกสำคัญอีกด้าน ที่จะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวเป็นซอฟพาวเวอร์ เพราะนักท่องเที่ยวจะมีความเชื่อมั่นว่าสามารถพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ เมื่อเกิดปัญหาในการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยและจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยขอให้ทุกคนรักษา ศักยภาพในการปฎิบัติหน้าที่ให้ดี เพื่อเป็นแบบอย่าง ให้ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นและชื่นชม จะได้เลือกไทยเป็นเป้าหมายในการเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากในการจับจ่ายใช้สอยภายในชุมชนที่มีชาวต่างชาติมาเยือน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top