รัฐวางกรอบเป้าหมายบริหารการคลัง 4 ปี จีดีพีโตสูงสุดแค่ 4.2%
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 66 – 69 โดยรัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวผ่านการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน และมีผลต่อเนื่องถึงภาคการคลัง ทำให้เกิดภาระที่สะสมต่อภาคการคลังของไทยได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงได้อีก จนอาจส่งผลกระทบให้ภาครัฐจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบเพิ่มเติมอีกในอนาคต
นอกจากนี้ในการกำหนดเป้าหมายและนโยบายการคลัง ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก หรือเมกะเทรนด์ ที่จะส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ทั้ง การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการจัดเก็บรายได้และการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ
ทั้งนี้ตามแผนฯ กระทรวงการคลังได้กำหนดสถานะและประมาณการเศรษฐกิจในปี 66 คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวอยู่ในช่วง 3.2 – 4.2% ส่วนในปี 67 คาดว่า จีดีพี จะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.9 – 3.9% ขณะที่ในปี 68 - 69 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.8 – 3.8% ส่วนสถานะและประมาณการการคลัง มีการประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิปีงบประมาณ 66 อยู่ที่ 2.49 ล้านล้านบาท, ปี 67 อยู่ที่ 2.56 ล้านล้านบาท, ปี 68 อยู่ที่ 2.64 ล้านล้านบาท และปี 69 อยู่ที่ 2.72 ล้านล้านบาท


















