Tuesday, 21 May 2024
POLITICS NEWS

'ดร.หิมาลัย' ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงาน 'รทสช.' พิษณุโลก-พิจิตร พร้อมร่วมหารือแนวทางนโยบายการหาเสียง เพื่อเสนอพรรคต่อไป

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.67 เวลา 14.00 น. ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ตรวจเยี่ยม ศูนย์ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติจังหวัดพิษณุโลก ตามนโยบายของท่านหัวหน้าพรรค โดยมี นายพงษ์มนู ทองหนัก สส.พิษณุโลก เขต 3, นายวชิระ พุ่มพฤกษ์ สจ.อ.เนินมะปราง เขต 2 พิษณุโลก/ตัวแทนพรรคฯ และ น.ส.รุ่งวรินทร์ ดำรงค์ธนินท์ชัย ผู้ช่วย สส.พิษณุโลก เขต 3 ร่วมกันหารือแนวทางนโยบายการหาเสียงให้แก่พรรคฯ ได้ข้อสรุปเป็นแนวทางเพื่อนำเสนอให้กับทางพรรคต่อไป

จากนั้นเวลาประมาณ 15.30 น. ดร.หิมาลัย ได้เดินทางไปเยี่ยม ศูนย์ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติจังหวัดพิจิตร โดยมี นายสุรชาติ ศรีบุศกร , นายสมเกียรติ นากเอี่ยม ประธานศูนย์ประสานงานฯ/ตัวแทนพรรคฯ, นายจักรพงษ์ แสงจึ้ง สจ.เขต 1 บางมูลนาก, นายนพดล พึ่งวัฒนะ สจ.เขต 1 โพทะเล, นายจักรัตน์ จันทโรทัย สจ.เขต 2 บึงนาราง, น.ส.ณัฐพัชร์ เลิศวีรศิลป์ ร่วมกันหารือแนวทางนโยบายการหาเสียง ได้ข้อสรุปเป็นแนวทางเพื่อนำเสนอให้กับทางพรรคต่อไป

‘สว. ดิเรกฤทธิ์’ ยันไม่มีใบสั่ง ยื่นศาลรธน. ถอด ‘เศรษฐา-พิชิต’ พ้นตำแหน่ง  แจง!! ไม่เปิดชื่อทั้งหมด เพราะเป็นเอกสิทธิของแต่ละบุคคล รวมทั้งกังวลผลกระทบ

(19 พ.ค.67) นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะ 1 ใน 40 สว. ที่ร่วมลงชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ปฏิเสธการเข้าชื่อเพื่อยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมระบุว่ามีผู้นำเชื่อไปแอบอ้าง ว่า กรณีดังกล่าวไม่มีผลใดๆ ต่อการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีการลงชื่อครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด คือ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกที่มี หรือ 25 คน ซึ่งการลงลายมือชื่อดังกล่าวมี ส.ว. เข้าชื่อ จำนวน 40 คน ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อส.ว. ทั้งหมดที่ร่วมลงนามนั้น เป็นเอกสิทธิของแต่ละบุคคลที่จะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยก็ได้ อีกครั้งบางคนไม่อยากให้เปิดเผย เพราะกังวลว่าจะมีผลกระทบ หรือทำให้เกิดการได้หรือเสียเปรียบต่างๆ

“ส.ว.หลายคนเป็นผู้ใหญ่ไม่อยากออกสื่อ หรือไม่จำเป็นต้องแสดงตัว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตีตราลับและใช้สิทธิยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ทั้งนี้รายชื่อของส.ว.นั้น ถูกเปิดเผยต่อศาลแล้ว หากมีคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยจะเปิดเผยในรายละเอียดอยู่ แต่ในระหว่างการดำเนินการไม่อยากให้เปิดเผย ทั้งนี้ผมในฐานะผู้ร่วมลงชื่อ ยอมรับว่าไม่ได้เห็นรายชื่อทั้งหมด” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวยืนยันด้วยว่าการเข้าชื่อของส.ว. ไม่มีการใช้เครดิตของบุคคลใดเป็นการเฉพาะ เพราะ ส.ว.แต่ละคนมีหน้าที่และมีสิทธิเท่ากัน และเป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนที่หลายฝ่ายถามหาเหตุผลว่าทำไมต้องทำในช่วงที่สว.ปัจจุบันหมดวาระแล้ว นั้นข้อเท็จจริงคือส.ว.ปัจจุบันยังมีเงินเดือนและค่าตอบแทน ยังทำหน้าที่อยู่ ซึ่งส.ว.ปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีส.ว.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องของการทำในระหว่างหมดวาระ

“ผมยืนยันว่าไม่มีใบสั่งหรือรับงานมาจากไหน แต่ยอมรับว่าส.ว.มีความเห็นหลากหลายในแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละคนล้วนมีเหตุผลและการพิจารณาเนื้อหา ส่วนผมนั้นไม่ใช่คนเกเร หรือเห็นแก่ประโยชน์ใด และที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของผมนั้นเป็นไปเพื่อ่ประโยชน์ของประชาชน” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว

‘นิพิฏฐ์’ โพสต์เฟซ ‘ธนาธร-คณะก้าวหน้า’ ฉลองได้ ‘บ้านอองโตนี’ ที่ฝรั่งเศส ในขณะที่งานศพ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เต็มไปด้วยความเศร้า ชี้!! นี่คือพฤติกรรมของฝ่ายปชต

(19 พ.ค. 67) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ภาพคณะก้าวหน้าที่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า , น.ส.พรรณิการ์ วานิช ขณะรับประทานอาหารเที่ยง ระหว่างนายธนาธร รับมอบบ้านอองโตนี กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบ้านเดิมที่นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษอาวุโส และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ อาศัยระหว่างลี้ภัยจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งนายธนาธร ซื้อมาจากเจ้าของชาวเวียดนาม ที่ซื้อต่อจากครอบครัวพนมยงค์ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในราคา 63,788,000 บาท พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยได้ระบุว่า ...

หรือ ‘ก้าวไกล’ จะ ‘ก้าวพลาด’ กรณี ‘บุ้ง เนติพร’

กรณี ‘บุ้ง ทะลุวัง’ นักกิจกรรมเสียชีวิต หลังประกาศอดอาหาร 110 วัน บรรยากาศในงานศพ บุ้ง เนติพร ช่างต่างกับบรรยากาศของแกนนำ “คณะก้าวหน้า” ที่ยกทีมชุดใหญ่ไปนั่งดื่ม-นั่งกิน ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ดินแดนแห่งเสรีภาพ-ภราดรภาพ และ เสมอภาค

บุ้ง ตายเพราะอดอาหาร ตามความเชื่อที่ตรงกับความเชื่อของ ‘คณะก้าวหน้า’ และ ตรงกับความเชื่อของ ‘พรรคก้าวไกล’

คนหนึ่ง ‘ตาย’ เพราะประกาศอดอาหาร อีกกลุ่มหนึ่งกำลัง ‘ดื่ม-กิน’

คณะก้าวหน้า ยังเงียบในการตายของบุ้ง ขณะที่พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ เป็น 4 ข้อ ที่ไม่เข้าท่า ไร้สาระ บนความตายของ บุ้ง ผมค่อยแสดงความเห็นในเรื่องความไร้สาระของทั้ง 4 ข้อในภายหลัง

บุ้ง ตายตามความเชื่อ ความเชื่อของเขาจะผิดหรือถูก เราไม่วิจารณ์ แต่เราเคารพในความเชื่อของเขา

บุ้ง ตายในขณะที่มีรัฐบาล ที่สถาปนาตัวเองว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตยกำลังบริหารประเทศ

บุ้ง ตายในขณะถูกจองจำตามความเชื่อ ตรงข้ามกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นักโทษเด็ดขาดคดีทุจริต ไม่ถูกจำคุกแม้แต่วันเดียว

บุ้ง ตายขณะมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนเดียวกันกับคนที่อนุญาตให้ คุณทักษิณ ชินวัตร นักโทษคดีทุจริต กินดี-อยู่ดี ในห้องพิเศษ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

บุ้ง ตายขณะมีรัฐมนตรียุติธรรม ที่ชื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง คนเดียวกับที่ยินยอมให้ คุณทักษิณ นักโทษคดีทุจริต อยู่ดี-กินดี ในห้องพิเศษ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

พรรคก้าวไกล จึงก้าวพลาด บนความตายของบุ้ง พลาดอย่างไรผมค่อยเขียนก็แล้วกัน รอคณะก้าวหน้า และ พรรคก้าวไกล ออกมาโต้ก่อนก็แล้วกัน

บุ้ง ตายแล้ว นักการเมืองคงกำลังสอดส่ายสายตาหาคนมาตายแทนตนต่อไป
ความตายที่มนุษย์ยอมรับ และ ให้เกียรติกัน คือ “ความตายในสงคราม” หากความตายของบุ้ง เป็นความตายในสงครามแห่งความเชื่อ เราก็ควรเคารพดวงวิญญาณของเธอ

ผมมีความเห็นต่างกับ บุ้ง ในทางการเมือง แต่ผมเคารพและให้เกียรติดวงวิญญาณของเธอ
#เราควรเคารพดวงวิญญาณของบุ้ง แต่ควรรังเกียจนักการเมือง และพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตย

‘ธนกร’ สยบข่าวลือ ‘รทสช.’ รักกันดี สามัคคีทุกคน ไม่มี ‘ตั้งก๊ก-แบ่งก๊วน’ ย้ำ!! ไม่ได้เป็นพรรคเฉพาะกิจ มีอุดมการณ์ ทำงานเพื่อปชช. ขอตามรอย ‘ลุงตู่’

(19 พ.ค.67) นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์หลังมีสมาชิกพรรคหลายคนลาออกทำให้เกิดกระแสข่าวพรรคใกล้แตก โดยยืนยันว่า ก็เป็นแค่ข่าวลือซึ่งในความเป็นจริง สสและสมาชิกพรรคทุกคน มั่นใจและรู้กันดีว่า รวมไทยสร้างชาติเรายังเหนียวแน่น ทำงานเป็นทีม มีการแบ่งหน้าที่กันทำในส่วนต่างๆ ไม่ได้มีการแบ่งก๊ก แบ่งก๊วน แบ่งกลุ่มตามที่มีข่าว

ซึ่งตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดถึงมีข่าวในลักษณะนี้ออกมา โดยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของพรรค การเมืองที่มีคนออก คนเข้า ซึ่ง รทสช.ก็เช่นกัน มีคนทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลางและรุ่นใหม่มีทุกรุ่นขอเข้ามาร่วมงานกับพรรคอีกจำนวนมาก ซึ่งสมาชิกทุกคนมั่นใจในการนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองมาอย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า แกนนำคนสำคัญที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคหลายคน ทั้งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่ถูกมองว่าเป็นคนของกลุ่มทุนของพรรค อาจเป็นสัญญาณเตือนทางการเมืองหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า การบริหารพรรคการเมือง ต้องให้เกียรติหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรคที่จะโบกธงนำพาสมาชิกในการทำงานการเมือง ส่วนการตัดสินใจลาออกถือเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล ยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยังคงเดินหน้าทำงานตามอุดมการณ์ ดั้งเดิม ตั้งแต่สมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อตั้งพรรคไม่เปลี่ยนแปลง คือยึดมั่นการทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง การคงอยู่ของพรรคขึ้นอยู่กับสมาชิกทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง

“ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมีข่าวเรื่องพรรคแตกออกมา เพราะความจริงรทสช.เราเป็นทีมเดียวกันหมด ไม่มีก๊วน โดยเฉพาะเมื่อวันที่12 พฤษภาคมที่ผ่านมาในงานสัมมนา สส.ของพรรค บรรยากาศดีเป็นไปอย่างชื่นมื่น ไม่มีการตั้งก๊ก แบ่งก๊วนอย่างที่ข่าว เพราะมั่นใจในหัวหน้าพีระพันธุ์ กรรมการบริหารและผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณาทุกเรื่องอย่างเหมาะสม” นายธนกร กล่าวทิ้งท้าย

‘หมอเหรียญทอง’ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก จะลงสมัคร ‘สว.’ ชี้!! มีคนจำนวนมาก อยากให้เป็น เพื่อเข้าไป ‘ปกป้องรัฐธรรมนูญ’

(18 พ.ค. 67) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ...

นี่คือคำประกาศของ 'ตาแป๊ะหลักสี่' ทหารหมอผู้ไม่มีวันตายไปจากความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ความสั้น ๆ ว่า ‘ผมจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.ในปี พ.ศ.2567’

ผมขอเรียนว่าผมไม่เคยมีความคิดที่จะลงสมัครเป็น สว. เพราะการเลือกตั้ง สว. นั้นเป็นระบบที่ผู้สมัคร สว. เลือกกันเอง ดังนั้นจะมีการจัดตั้งผู้สมัคร สว. เพื่อเลือกพวกเดียวกัน หากผมสมัครเป็น สว. ผมก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้สมัคร สว. ที่มีการจัดตั้งกันมาล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะสอบตกตั้งแต่การเลือก สว. ในระดับอำเภอ

แต่มีประชาชนจำนวนมากอยากให้ผมเป็น สว. เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ปกป้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 112 , การออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และการร่าง พ.ร.บ. ฯลฯ ทั้งทำหน้าที่ลงมติรับรองผู้มาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , ผู้ตรวจการแผ่นดิน , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) , ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.)

ตลอดจนการมีอำนาจให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ของรัฐ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น อัยการสูงสุด , ตุลาการศาลปกครองสูงสุด , เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแห่งชาติ (ปปง.)

ในการเลือกตั้ง สว.ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า ขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 112 หรือขบวนการสามานย์จึงมีการจัดตั้งผู้สมัคร สว. เพื่อเลือกกันเองให้เข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง สว. มีหลายคนกลัวว่าผมจะสมัครเป็น สว. ถึงกับต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผมต้องถูกคุมขังโดยหมายของศาลจากกรณีตบไอ้กุ๊ยส้นตีนที่สูบบุหรี่ใน รพ.มงกุฎวัฒนะ

ผมขอเรียนว่าจากอดีตที่ผมไม่เคยคิดที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. หรือตำแหน่งในทางการเมืองหรือตำแหน่งใด ๆ แต่สัปดาห์หน้าผมจะไปลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. ถึงแม้จะต้องสอบตก ผมก็ไม่กลัว แต่ถ้าผมได้เป็น สว. ขึ้นมาจริง ๆ สาธารณชนจะได้เห็นสมาชิกวุฒิสภาที่มีความรู้ ความสามารถ ชัดเจน กล้าหาญ เด็ดขาด ยุติธรรม ซื่อสัตย์ และจงรักภักดีในระดับมากที่สุดคนหนึ่งของชาติ

ผมจะใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อให้คนในชาติได้รับประโยชน์สูงสุดในทุกๆสถานการณ์ ผมจะใช้ความรู้ความสามารถในการปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะมาตรา 112 และจะพัฒนากฎหมายในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นความมั่นคงของชาติ

คนอย่างผมไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว การสอบตกเป็นเรื่องปกติของผมมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน แล้วคนอย่างผมจะไปกลัวอะไรกับการสอบตกในการสมัคร สว. กันล่ะครับ

ผมจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.ในสัปดาห์หน้า

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
18 พ.ค.67 เวลา 11.49 น.

‘รทสช.’ ย้ำ!! จุดยืนคัดค้านนิรโทษกรรมคนผิด ‘ม.112’ ยกกรณี ‘บุ้ง’ เกิดจากการฝ่าฝืน กฎหมายไม่ได้เป็นปัญหา

(18 พ.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเรียกร้องให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายมาตรา 112 ภายหลังจากที่มีการเสียชีวิตของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติขอแสดงจุดยืนจะคัดค้านไม่ให้มีการนิรโทษให้กับผู้กระทำในมาตรา112 และคัดค้านไม่ให้มีการแก้มาตรา112 เพราะประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ไม่ได้เป็นปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดจากการกระทำความผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรา112 อีกทั้งมาตรา112ไม่เคยทำให้คนปกติทั่วไปได้รับความเดือดร้อน

นายอัครเดช กล่าวว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 นั้นเป็นกฎหมายที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของรัฐ ดังนั้นกรณีที่เกิดจะต้องไปดูว่าสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากการทำผิดอะไร มีบุคคลใครอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งกระบวนการในการพิจารณาคดีก็เป็นอำนาจศาลที่จะให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งหากได้รับการประกันตัวแล้วก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลสั่ง แต่หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยยกเลิกการประกันตัวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

“ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นประเทศชาติจะเดินต่อไม่ได้ และการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112 นั้นไม่ได้มีเป็นมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่คดีที่มีมูลเหตุทางการเมืองเนื่องจากสถาบันอยู่เหนือการเมือง จึงไม่ควรมีการนิรโทษกรรม และการแก้ไขมาตรา112 ก็จะกระทบความมั่นคงของประเทศ พรรครวมไทยสร้างชาติจึงขอคัดค้าน” โฆษก รทสช. กล่าวทิ้งท้าย

‘บิ๊กโจ๊ก’ ขอเดินหน้าทำเพื่อประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ยัน!! ไม่สมัคร ‘สว.’ เพราะตนเองยังถือว่าเป็น ‘ข้าราชการตำรวจ’ อยู่

(18 พ.ค. 67) ที่จังหวัดสงขลา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เปิดเผยถึง กรณีเปิดรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา ว่าส่วนตัวแล้วยืนยันได้เลยว่า ตนไม่ขอลงสมัคร สว. แต่จะเดินหน้าทำเพื่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ประกาศชัดมีโอกาส จะดูแลประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย สำหรับการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อกล่าวหาถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องสงสัย ทุจริตต่อหน้าที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ภายใต้หัวข้อ ปฏิบัติการกวาดบ้าน ให้ ป.ป.ช. พื้นที่แรกที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา โดยมีประชาชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยต่างนำบัตรประชาชน มาแสดงเจตจำนง เพื่อขอร่วมลงชื่อตามสิทธิ์รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 236 เพื่อขอกล่าวหาตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าตั้งแต่หลังยื่นหนังสือจนถึงวันนี้ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมงมีประชาชนมาร่วมลงชื่อแล้วกว่า 6,000 ราย ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการล่าลายรายชื่อเพื่อกล่าวหาตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการของรัฐ และจากนี้ไปจะไปต่อในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง และ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะไปต่อในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นในช่วงสัปดาห์ต่อไป พื้นที่จังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี และปิดท้ายในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 

ยืนยันว่าปฏิบัติการครั้งนี้ จะใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ ก็จะได้รายชื่อกว่า 20,000 รายชื่อตามเงื่อนไข โดยจะรวบรวมรายชื่อทั้งหมด เพื่อยื่นให้กับประธานรัฐสภา ตามหลักเกณฑ์และหากไต่สวนแล้ว มีเหตุให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาประธานรัฐสภาก็จะส่งเรื่องไปให้ประธานศาลฎีกา เพื่อพิจารณาถอดถอน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดที่จะลงสมัคร สว. เนื่องจากคุณสมบัติยังไม่ครบ เพราะจนถึงวันนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นตำรวจ ถือเป็นข้าราชการของรัฐ ดังนั้นการออกมารณรงค์ครั้งนี้ก็เป็นเพราะ ประชาชนเรียกร้องให้ออกมาในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน 

ที่สำคัญไปกว่านั้นจะเห็นได้ว่าทันทีที่เปิดโครงการปฏิบัติการกวาดบ้านให้  ป.ป.ช. แทบไม่มีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือฝ่ายบริหารของ ป.ป.ช. ออกมาร้องคัดค้านหรือเรียกร้องให้เรายุติ แต่กลับส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับการทำหน้าที่ที่ต้องสงสัยว่า ทุจริตต่อหน้าที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ของกรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวมาเพิ่มเติมให้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนไม่ว่าท่านจะอยู่ภูมิภาคใดของประเทศ  ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ในการช่วยกันปกป้อง ไม่ให้เกิดการกระทำผิด ทุจริตคอรัปชัน ในทุกองค์กรของรัฐ 

เจ้าพ่อเพลงละคร ‘ปิงปอง ศิรศักดิ์’ อด สมัคร ‘สว.’ เผย!! ถูกตัดสิทธิ์ เพราะไม่ได้ไปเลือกตั้งซ่อมฯ

(18 พ.ค. 67) จากกรณี อดีตนักร้องดัง ปิงปอง ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ที่เพิ่งเปิดตัวว่ามีความประสงค์ จะลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดวันนี้ ปิงปอง ศิรศักดิ์ ได้โพสต์แจ้งข่าวร้ายทางเฟซบุ๊ก ‘Sirasak Ittipholpanich’ ว่าตนเองนั้น ไม่สามารถลงสมัคร สว.ได้แล้ว โดยระบุข้อความว่า ...

ผมไม่ได้ลงสมัคร สว. แล้วครับ ต้องขอโทษทุกคนเป็นอย่างยิ่ง สาเหตุที่ไม่สามารถลงสมัครได้ เป็นเพราะว่าผมไม่ได้ไปเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาเทศบาลนนทบุรี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ครับ (ก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ในปีที่แล้วหนึ่งสัปดาห์) ซึ่งผมเพิ่งมารู้นี่แหละครับว่ามันมีการเลือกตั้งในวันนั้น

คงต้องโทษตัวเองครับที่เพิ่งมารู้เรื่องเอาตอนนี้ แม้สัปดาห์ที่แล้วจะมีการเลือกตั้งซ่อมอีกครั้ง (ครั้งนี้ผมได้ไปใช้สิทธิ์) ก็ยังไม่สามารถคืนสิทธิ์การสมัคร สว. กลับมาได้ (ในช่วงที่ผ่านมาได้ตรวจเช็กข้อกฎหมายทุกทางแล้วครับ)

ขอโทษทุกคนที่ฝากความหวังไว้กับผม ขอบคุณหลายคนที่เสียเวลาวิ่งหาข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผมและขอโทษที่ทำให้เสียเวลาเปล่า ฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ผู้สมัคร สว. ที่เหลือด้วยครับ และหลายคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด ลองเช็กดูด้วยนะครับว่า เคยมีการแจ้งอะไรไปที่บ้านหรือเปล่า อาจจะมีหลายคนที่ไม่รู้เรื่องนี้เพราะมันไม่ใช่การเลือกตั้งใหญ่

‘เศรษฐา’ ยัน!! เก็บเก้าอี้ รมต.ไว้ให้ ‘รทสช.’ ส่วนเรื่องกระทรวง เดี๋ยวค่อยคุยกัน ย้ำ!! มีจุดหมายเดียวกัน ทำงานเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ของพี่น้องประชาชน

(18 พ.ค. 67) ที่สาธารณรัฐอิตาลี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่าง ลงในสัดส่วนของ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ว่า ก็เก็บไว้ให้พรรครวมไทยสร้างชาติเขา แต่ถึงวันนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่ได้มีการติดต่อมา หากมีการเสนอก็ต้องมีการพูดคุยกันต่อไป แต่ยืนยันว่าเป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ 

เมื่อถามว่าโควตาดังกล่าวหมายถึงจะยังคงเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิมใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย แต่เราอยู่ด้วยกัน เราต้องรับฟังความคิดเห็นกันก่อน โดยเฉพาะความคิดเห็นจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านอยากได้อะไร หรือมีความคิดอย่างไร 

“ผมเชื่อว่า ทั้งผมและท่านรองนายกฯพีระพันธุ์ ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน หากคิดว่ากระทรวงที่ท่านเสนอมาจะทำงานได้ อย่างเหมาะสมในกระทรวงอะไร คิดว่าเราพูดคุยกันได้ แต่หากไปกระทบกับพรรคอื่นก็ต้องพูดคุยกันในวงกว้างขึ้นก็เท่านั้นเอง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

‘ก้าวไกล’ ออกแถลงการณ์ กรณี ‘บุ้ง’ เสียชีวิต เรียกร้องรัฐบาล 4 ข้อ ย้ำ!! ต้อง ‘ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม-สร้างประชาธิปไตยเข้มแข็ง’ ให้ปชช.

เมื่อวานนี้ (17 พ.ค. 67) พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม (บุ้ง) นักกิจกรรมทางการเมือง เรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีบทบาทในการสร้างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน สร้างหลักประกันในการประกันตัว และคลี่คลายสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ของสังคม

ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ ระบุว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบพบเจอกับการรัฐประหาร อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมไทยแตกแยกอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประชาชนจึงตั้งความหวังว่า การนิรโทษกรรมทางการเมือง ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะเป็นวาระที่สำคัญของรัฐบาลนี้

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ปรากฏ การเสียชีวิตของ เนติพร เสน่ห์สังคม จากการอดอาหารประท้วงต่อการไม่ได้รับประกันตัว ย่อมส่งผลให้ความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมเสียหายเป็นอย่างมาก พรรคก้าวไกลจึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อกระบวนการยุติธรรมอันเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชน

1) ต่อการดำเนินการในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ควรกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาลในการชะลอคดีทางการเมือง เพื่อไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมจนกว่าจะได้ความชัดเจนในการจัดทำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และต้องกำหนดให้สิทธิในการประกันตัว การไม่คัดค้านการประกันตัว หรือมีความเห็นไม่ให้ถอนการประกันตัวของตำรวจในคดีการเมือง ซึ่งสามารถทำได้ทันที เนื่องจากตำรวจอยู่ในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง

2) ข้อเสนอต่อการดำเนินการในอำนาจหน้าที่ขององค์กรอัยการ ให้นายกรัฐมนตรีมีความเห็น หรือรัฐบาลมีมติ ครม. เสนอไปยังอัยการสูงสุด ให้พิจารณาให้สั่งไม่ฟ้องหรือถอนฟ้องได้ตามมาตรา 21 พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ 2553 ประกอบข้อ 7 ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ 2554

ทั้งนี้ ข้อ 7 (4) เหตุผลตามความเห็นของรัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรีถึงผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์สำคัญของประเทศ และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2561, ข้อ 7 (5) เหตุผลตามความเห็นของนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานอื่นถึงผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, ข้อ 7 (6) ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความสามัคคีของคนในชาติ

ซึ่งนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีสามารถดำเนินการให้บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางการเมืองทั้งหลาย ให้คดีเป็นอันยุติลงไป

3) ข้อเสนอต่อคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามมาตรา 108/1 ให้อำนาจศาลยุติธรรมในการใช้ดุลพินิจพิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ทั้งนี้ การประกันตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ การไม่ให้ประกันตัวตามกฎหมายดังกล่าว จะต้องปรากฏว่ามีพฤติการณ์บางอย่าง เช่น มีพฤติกรรมหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ซึ่งรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี สมควรมีการปรึกษากับประธานศาลฎีกา ในฐานะประมุขของศาลยุติธรรม เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ เมื่อรัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองให้กับประชาชน การชะลอคดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องหารือกับทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดการดำเนินคดีที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม

4) การนิรโทษกรรมมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน แม้ว่าปัจจุบันจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ผลการศึกษาดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองของสังคมในตอนนี้ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงสมควรเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างความสมานฉันท์ในสังคมต่อไป

นอกจากการนิรโทษกรรมแล้ว รัฐบาลสามารถเสนอร่างกฎหมายอื่นที่จะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เกิดการปกป้องสิทธิมนุษยชน ตลอดจนให้ความคุ้มครองในการประกันตัวของประชาชนที่จะสามารถต่อสู้คดีปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่ต่อไป

“สุดท้ายนี้ พรรคก้าวไกลตั้งความหวังว่า รัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง เหตุการณ์เสียชีวิตอย่างกรณีคุณเนติพร เสน่ห์สังคม ไม่สมควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทย จะได้กลับมาทบทวน การฟื้นฟูรากฐานกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ตามที่ประชาชนพึงได้รับ” แถลงการณ์พรรคก้าวไกลระบุ


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top