Saturday, 25 May 2024
POLITICS NEWS

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย 'กวีสองแผ่นดิน' ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติสังคมไทยว่า…

ไม่นานมานี้ นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย 'กวีสองแผ่นดิน' ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือขบวนพยุหยาตราชลมารค ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติสังคมไทยว่า…

เคยไปคุยกับท่านมั่งหรือเปล่า

ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา ผมมีเหตุต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “คำด่าพระเจ้าแผ่นดิน” เนือง ๆ ทำให้เกิดความคิดหลาย ๆ อย่าง

อย่างแรก คิดถึงคำที่คนพูดกันว่า เวลานี้บ้านเราเผด็จการทหารครองเมือง

แต่เวลานี้บ้านเราคนด่าพระเจ้าแผ่นดินกันเป็นว่าเล่น ด่าได้อย่างเสรียิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ในประวัติศาสตร์เสียด้วยกระมัง

อย่างต่อไปที่ผมคิดก็คือ คนที่ด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้น ทั้งหมดไม่เคยรู้จักพระเจ้าแผ่นดินเลย

“รู้จัก” - ขออนุญาตพูดเป็นภาษาสามัญ - ไม่ได้หมายถึงรู้จักชื่อ เคยเห็นในข่าวหรือเคยเห็นตัวจริง ๆ ตอนมีงานที่นั่นที่โน่น รู้จักแบบนั้นใครก็รู้จัก

แต่ “รู้จัก” ที่ว่านี้หมายถึงรู้ความจริงในชีวิตประจำวัน เช่นรู้ว่าพระเจ้าแผ่นดินตื่นนอนกี่โมง เข้านอนกี่ทุ่ม เช้าทำอะไร สายทำอะไร เย็นทำอะไร ตลอดจนพระเจ้าแผ่นดินไปทำอะไรไว้ที่ไหนอย่างไร-รู้เห็นจากของจริงด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่จากชุดข้อมูลที่มีผู้จัดทำขึ้นแล้วเอามาบอกเรา

ทั้งหมดที่ด่าพระเจ้าแผ่นไม่เคยรู้จักพระเจ้าแผ่นดินตามความหมายที่ว่านี้ แต่ด่าพระเจ้าแผ่นดินได้เป็นช่องเป็นฉากเป็นวรรคเป็นเวร ราวกับได้สะกดรอยตามพระเจ้าแผ่นดินตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนทุกวันเวลาจนรู้ความจริงหมดไส้หมดพุง

และถ้าสังเกตสักหน่อยก็จะเห็นว่า คำด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้นเหมือนคนด่าจะไม่ได้คิดเอง แต่ได้ข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกัน คำด่าส่วนมากมีลักษณะเป็น “ข้อกล่าวหา” ซึ่งยังจะต้องพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงกันอีกมาก แต่ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ ผู้ด่าก็เอามาด่าได้เต็มปากเต็มคำ 

และผู้ถูกด่าก็เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้นั่นแหละ

บางเรื่องฟังแล้วก็สังเวชใจ พระเจ้าแผ่นดินทรงเอาพระทัยใส่เรื่องพระพุทธศาสนา แต่คนด่าก็พลิกหาเหลี่ยมขึ้นมาด่าจนได้ 
เอากะพ่อกะแม่มันสิเออ คนจะด่านี่หาเหตุด่าได้ทุกเรื่องจริงๆ 

ในฐานะสมาชิกของสังคมที่จะต้องได้ยินได้ฟังได้รับข้อมูลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมทำอย่างไร 

ผมก็เหมือนคนทั่วไป คือยังมีชอบมีชัง เวลาได้ยินใครด่าใครและผมจำเป็นต้องรับรู้ ผมมีวิธีจัดการของผม นั่นคือ รับรู้ไว้ก่อน แต่ยังไม่ให้ราคา ยังไม่ตัดสินใจว่าจะชอบหรือจะชัง 

รับไว้แล้วก็วางไว้ ไม่ต้องทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง-ไม่เอาไปบอกต่อ

ต่อจากนั้น ถ้าสนใจประเด็นไหน อยากรู้ความจริง ก็ลงมือสืบเสาะ แต่ไม่ใช่ไปรับเอาชุดข้อมูลที่ถูกทำขึ้นมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน

สืบเสาะแล้ว ถ้ายังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่ ก็วางไว้ที่เดิม ไม่ลงมติชอบหรือชัง

ตรงนี้แหละที่คนทั่วไปมักไม่ได้ทำ-คือสืบสวนหาข้อเท็จจริงก่อน

ส่วนมาก พอได้รับข้อมูลมาก็ตัดสินทันที เชื่อทันที ชอบทันที ชังทันที แล้วก็เอาไปขยายต่อทันที ราวกับว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นพิสูจน์ทราบแล้วด้วยตนเองว่า-จริงทั้งหมด-ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว จริงหรือเท็จตัวเองก็รู้ตามที่เขาบอกอีกทีหนึ่งทั้งนั้น

คนที่ผลิตชุดคำด่าพระเจ้าแผ่นดินเขาก็คงใช้หลักความจริงข้อนี้แหละเป็นเหยื่อ คือด่าไปก่อนให้คนฟัง คนส่วนมากฟังแล้วไม่ทันได้คิดที่จะสืบสวนหาข้อเท็จจริง ก็จะเกลียดพระเจ้าแผ่นดินทันทีสมความปรารถนา

ยังมีข้อควรคิดอีก ถ้าสมมุติว่าเรื่องที่ด่าพระเจ้าแผ่นดินนั้นเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ถ้าเรานิ่งเฉย แล้วถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงจะว่าอย่างไร ควรจะทำอย่างไรกัน

ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่จนไม่มีทางไป ถ้าเราห่วงประเทศชาติและประชาชนถึงขนาดนั้น ก็ยังมีวิธีอื่นอีก

วิธีที่ตรงที่สุด ง่ายที่สุด แต่ไม่มีใครกล้าทำ ก็คือ-ก็ถามพระเจ้าแผ่นดินไปตรง ๆ นั่นเลย

สมัยสุโขทัย ใครเจ็บท้องข้องใจก็ไป ... สั่นกระดิ่งที่ปากประตูหั้น ... สมัยนี้ง่ายกว่ากันเยอะเลย ใช้ช่องทางไหนด่าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ใช้ช่องทางนั้นนั่นแหละถามพระเจ้าแผ่นดินได้เลย 

ถามพระเจ้าแผ่นดินง่ายกว่าด่าพระเจ้าแผ่นดินเป็นไหน ๆ ไม่มีกฎหมายฉบับไหนห้ามพสกนิกรถามข้อข้องใจกับพระเจ้าแผ่นดิน เคยเฉลียวใจกันบ้างไหมว่า เราให้ความเป็นธรรมแก่พระเจ้าแผ่นบ้างหรือเปล่า คนด่าพระเจ้าแผ่นดินข้างเดียว แต่พระเจ้าแผ่นดินไม่มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหาเลย ผมว่าการถามพระเจ้าแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมานี่แหละคือการถวายโอกาสให้พระองค์ท่านตอบข้อข้องใจได้อย่างวิเศษที่สุด

หรือถ้าจะให้เจ๋งกว่านั้น ก็เข้าไปคุยกับท่านตัวต่อตัวเลย ท่านประทับอยู่ที่ไหน เราก็รู้ทางไปอยู่แล้ว ยากอะไร ไปขอเข้าเฝ้าทูลถามข้อข้องใจได้เลย 

ผมเชื่อว่าในบรรดาพระเจ้าแผ่นดินเมืองไทยของเรานี้ พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลปัจจุบันเข้าพบหรือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทได้ง่ายที่สุดพระองค์หนึ่ง

ผู้ที่เคยเข้าเฝ้าบอกว่า ในนั้น (คือในวังที่ประทับ) ใครเข้าเฝ้าเวลาไหน มีอาหารพระราชทานเลี้ยงตลอดเวลา ตามคำโบราณว่า “ก้นถึงฟาก ปากถึงน้ำ” - เรื่องเล็ก ๆ (แต่สำคัญมาก) แบบนี้มีใครเคยรู้บ้าง?

ใช้วิธีด่า แต่ไม่กล้าถามเจ้าตัวนี่ ผมนึกถึงพระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ (ไพบูลย์ ชินวํโส ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุราชบุรี หลวงพ่อท่านโดนแบบเดียวกัน คือหลวงพ่อท่านทำโน่นทำนี่ภายในวัดตลอดเวลา งานไม่ว่าง คนที่ตามความคิดท่านไม่ทันก็มักไม่เข้าใจว่าท่านทำอะไรของท่าน เมื่อไม่เข้าใจก็บ่น หนักเข้าก็ด่า 

หลวงพ่อท่านประกาศเสมอว่า ใครสงสัยเรื่องอะไรให้มาถามกับท่านตรงๆ อย่าไปฟังคนอื่น แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไม่เคยมีใครกล้าไปถามท่าน แต่ชอบใช้วิธีฟังจากคนนั้นคนโน้น แล้วก็ด่าท่านต่อไป

ผมว่า ต่อไปนี้ถ้าใครอยากจะด่าพระเจ้าแผ่นดิน ก็ควรจะถูกถามกันมั่งว่า คนที่คุณด่าหรือกำลังคิดจะด่านั่น คุณเคยไปคุยกับท่านมั่งหรือเปล่า

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

รัฐบาลพร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อผู้พิการ 1 มิ.ย. โมเดลระดับภูมิภาค ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ดูแลผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรเพื่อคนพิการ ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงาน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ ก.สาธารณสุข ก.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และก.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยพิการอายุ 15-65ปี ในวันที่ 1 มิ.ย. โดยมี ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกรระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และนายกสมาคมผู้พิการ ร่วมลงพื้นที่ด้วย

รพ.สนามแห่งนี้ถือเป็นโมเดลระดับภูมิภาค ในการดูแลผู้พิการที่ป่วยด้วยโรคไวรัสโควิด19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่มาก สามารถรองรับผู้ป่วยพิการได้จำนวน 224 เตียง และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มีการใช้นวัตกรรมและระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยระหว่างการรักษาตัว อาทิ รถเข็นบังคับระยะไกลส่งของให้ผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีซี เพื่อลดการแพร่เชื้อ ระบบ TTRS (เครื่องช่วยสื่อสารสำหรับคนหูหนวก) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ ทั้งนี้ผู้พิการที่ติดเชื้อโควิด19 สามารถติดต่อรับการดูแลได้หลายช่องทาง กล่าวคือ ผ่านสายด่วนสาธารณสุข 1668 ศูนย์บริการช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 และสายด่วนคนพิการ 1479 รวมถึงแอปพลิเคชั่น TTRS กรณีคนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายจุรินทร์ฯ ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะดูแลกลุ่มคนเปราะบางให้ดีที่สุด และทุกส่วนราชการได้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งผู้พิการเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย โดยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้เห็นชอบมาตรการ อาทิ การขยายเวลาบัตรผู้พิการที่บัตรหมดอายุ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ การขยายเวลาพักหนี้กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การขยายเวลายื่นเรื่องขอกู้ฉุกเฉิน ปลอดดอกเบี้ย ปลอดคนค้ำ จากกองทุนฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเวลาของความยากลำบากนี้

“บิ๊กตู่” ลั่นเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชน รวมกว่า 3 ล้านโดสแล้ว เป็นอันดับต้นของอาเซียน ภูมิใจไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นอันดับ 5 ของอาเซียนแล้ว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมระบุว่าช่วงตั้งแต่เดือน มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งระดมฉีดวัคซีนให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข อสม. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว ตามจำนวนวัคซีนที่เข้ามา

ทั้งนี้ จากรายงานล่าสุดเมื่อ 25 พฤษภาคม 2564 ไทยมีจำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วถึง 3,024,313 โดส เป็นอันดับ 5 ของอาเซียนและจะเลื่อนขึ้นเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ด้วยการระดมฉีดวัคซีนอีก 6-8 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งขณะนี้ มีผู้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมแล้วกว่า 7,931,765 ล้านด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมอำนวยความสะดวกการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทุกคนที่พร้อมฉีดวัคซีนและได้ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามแต่สะดวก เพื่อขอรับวัคซีน ให้เป็นไปอย่างสะดวก เรียบร้อย เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ ควบคู่ไปกับการปฎิบัติตามมาตรการสาธารณสุข สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและควบคุมโรคแก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนในสถานที่พยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน  

ปชป. เสนอ 3 ข้อจัดการวัคซีนภาครัฐอย่างมืออาชีพ พร้อมคำนึงพื้นที่เสี่ยงกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลและ ศบค. ว่า จากการลงพื้นที่ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส. อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในพื้นที่ กทม. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งพบว่ามีประชาชนจำนวนมากเกิดความไม่สบายใจวิตกกังวลถึงการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล และ ศบค. ว่า จะบริหารเรื่องวัคซีนให้มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ เนื่องจากมีข่าวสารไปถึงประชาชนจำนวนมากที่รับรู้ว่า ไม่มีวัคซีนเพียงพอจนมีหลายหน่วยงานประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป ในขณะที่ผู้ลงทะเบียนหมอพร้อมไว้ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ฉีดตามกำหนดเวลาคือ ตั้งแต่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไปหรือไม่ ขณะที่ใน กทม. ก็มีการเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนผ่านเว็บไซต์ ผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มเติมขึ้นมาอีก

นายองอาจ กล่าวว่า นอกจากนั้นมีประชาชนร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมของการฉีดวัคซีนเข้ามาจำนวนมากว่า ทำไมดารานักแสดง และผู้มีชื่อเสียงที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงจึงได้ฉีดวัคซีนก่อนประชาชนทั่วไป ซึ่งจากข้อร้องเรียนของประชาชน เราจึงมีข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดในการแก้ไขการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ ศบค. ดังนี้

1.) การบริหารจัดการวัคซีนควรมีความชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงตามวันเวลาที่ลงทะเบียนไว้ ควรทำให้ได้ตามนัดหมาย ไม่ควรเลื่อนนัดหมายออกไปอย่างไม่มีกำหนดและควรมีช่องทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่หลากหลาย แต่ไม่ควรซ้ำซ้อนกัน อันจะนำไปสู่ความสับสน จนก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐ

2.) การสื่อสารเกี่ยวกับวัคซีน ควรชัดเจนออกมาจากแหล่งข้อมูลเดียว เพื่อลดความสับสนของข้อมูลเนื่องจากขณะนี้มีการสื่อสารข้อมูลวัคซีนจนประชาชนสับสนว่า ควรจะปฏิบัติตามข้อมูลจากแหล่งใดจึงจะได้รับการฉีดวัคซีนที่รวดเร็วและถูกต้องเหมาะสมที่สุด

3.) กระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดและพื้นที่ที่มีความจำเป็นสูงสุดทั้งในแง่ของการควบคุมโรค และการแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจ

หวังว่าข้อเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ศบค. และผู้รับผิดชอบทุกระดับในการกระชับการทำงานให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อเราจะผ่านพ้นห้วงเวลาความเลวร้ายจากโควิด-19 ไปด้วยกันในที่สุด

“บิ๊กตู่” ปลื้ม ทางหลวงสวยหลังปลูกต้นไม้เสริมทัศนียภาพ สั่ง หน่วยราชการ ปลูกเพิ่ม สร้างเอกลักษณ์ ต่อยอดการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามข้อสั่งการในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์บนท้องถนนของกรมทางหลวง ที่ได้ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ในในหลายพื้นที่ พบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ),  ทางหลวงหมายเลข 12 ตอน บ้านฝาง-ขอนแก่, ทางหลวงหมายเลข 1021 สายพะเยา-เชียงคำ, ทางหลวงหมายเลข 33 ตอน คลองยาง-นครนายก ฯลฯ ได้มีการปรับปรุง ปลูกต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม ช่วยให้ทัศนียภาพตลอดสองข้างทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงขอชื่นชม และสนับสนุนให้ดำเนินงานต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการเพิ่มเติมให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งหน่วยงานรัฐ ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและถนนหนทางให้มีความสวยงาม ร่มรื่น โดยเลือกปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพื่อความง่ายในการดูแลรักษา ทั้งยังจะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยการปลูกต้นไม้ที่สร้างความสวยงานให้กับเมืองและท้องถนนนั้น จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน ได้เสนอตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีบางส่วนเสนอโครงการเกี่ยวกับการปรับภูมิทัศน์เมืองด้วยการปลูกต้นไม้ และปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองที่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ นายกรัฐมนตรี กำชับให้มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดแก่พื้นที่ หรือท้องถิ่น และขอให้ทำด้วยความตั้งใจ เพราะการพัฒนาในส่วนนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม แต่จะส่งผลบวกทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามมาด้วย

"นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ ทั้งการปลูกต้นไม้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ สร้างสีสันให้กับเมืองและถนนหนทาง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นแรงดึงดูดส่งเสริมการท่องเที่ยว และต่อยอดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังทำให้เมืองน่าอยู่ ถนนหนทางร่มรื่น สวยงาม จึงขอเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและทัศนียภาพที่น่ามอง" น.ส.ไตรศุลี กล่าว

อนุทิน กล่าวถึงการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าว่า ได้หารือกับตัวแทนบริษัท แอสตร้าเซนเนกาฯ พร้อมผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติแล้ว เพื่อติดตามการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ทันกำหนดเดือน มิ.ย.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าว่า ได้หารือกับตัวแทนบริษัท แอสตร้าเซนเนกาฯ พร้อมผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติแล้ว เพื่อติดตามการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ทันกำหนดเดือน มิ.ย. โดยย้ำให้มีการติดตามกับบริษัท แอสตร้าฯ อย่างต่อเนื่อง และจะหารือเรื่อย ๆ ซึ่งการจัดส่งวัคซีนเป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ผลิต พร้อมเรียกร้องให้ตัวแทนบริษัทออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชน

"เชื่อมั่นส่งวัคซีนแอสตร้าฯ ที่ผลิตในไทยทันตามกำหนด และสามารถฉีดในวันที่ 7 มิ.ย.แน่ เนื่องจากในสัญญาการส่งมอบระบุชัด ครอบคลุม ต้องมีวัคซีนให้ไทย โดยอาจนำวัคซีนแอสตร้าฯ ที่อยู่ในแหล่งผลิตอื่นส่งให้ไทยก็ได้ ดังนั้นใครที่เคยระบุจะกดดันผมให้ลาออกหากไม่มีวัคซีนมาทันตามกำหนด ถ้ามีวัคซีนมาก็ขอให้คนที่ออกมากดดันผมลาออกด้วย ส่วนเงื่อนไขการตรวจสอบรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนแอสตร้าฯ ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนกับวัคซีนตัวอื่น เนื่องจากผลิตในไทย ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว การตรวจสอบใช้เวลาเพียง 3-4 วัน หากมาในเดือน มิ.ย.ก็สามารถฉีดได้ทันตามกำหนด 7 มิ.ย.นี้" นายอนุทินกล่าว

รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ ได้มีการหารือแล้วเช่นกัน อยู่ระหว่างการร่างสัญญาการจัดซื้อ เนื่องจากการจัดซื้อวัคซีนในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ต้องทำอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน และส่งร่างให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา หากสำนักงานอัยการสูงสุดว่าผ่าน ก็เดินหน้าเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดหาได้ ใช้เวลาประมาณอีก 1 เดือน จากนั้นในครึ่งปีหน้าก็สามารถทยอยส่งวัคซีนไฟเซอร์ให้ไทย 20 ล้านโดสได้

"ส่วนวัคซีนของซิโนฟาร์ม อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนของ อย. โดยจะมีการหารือวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.นี้ ส่วนเรื่องข้อกังวลเรื่องเข็มและไซริงฉีดวัคซีนอาจไม่เพียงพอหากมีการปูพรมฉีดเพราะต้องใช้จำนวนมากนั้น เรื่องนี้ทางกรมควบคุมโรค ได้มีการจัดเตรียมสั่งซื้อเข็มฉีดยาแบบ Low Dead Space Syringes ด้วยไซริงพิเศษ ขนาด 0.5 ซีซีไว้แล้ว" รองนายกฯกล่าว


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/104169


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

“บิ๊กบี้” สั่ง ระดมบุคลากรสายแพทย์ช่วย สธ.แก้ปัญหาโควิด พร้อม นำรถครัวสนาม, รถปันสุขส่งมอบอาหาร, ผลผลิตโครงการทหารพันธุ์ดีช่วยเหลือปชช. และช่วยกำจัดเชื้อในรร.รับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ต.หญิงพัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำชับหน่วยทหารดำรงการสนับสนุนภารกิจของ ศบค. ในสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะในส่วนของการรักษาพยาบาล ยังคงสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 5 แห่ง รองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามจำนวน 548 ราย ในพื้นที่ กทม., จ.นนทบุรี, จ.สงขลา และจ.กาญจนบุรี 

นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายกาวิละ และ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เข้าช่วยสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในการบริหารจัดการ ในพื้นที่มีการแพร่ระบาดแบบเฉพาะกลุ่ม (คลัสเตอร์) ที่โรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ รวมทั้งได้สนับสนุนกำลังพลช่วยสำนักอนามัย กทม. อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการตรวจและเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ใน 2 พื้นที่ เขตราชเทวี และเขตบางพลัด กทม.นอกจากนี้ กองทัพบกได้ส่งกำลังพลเหล่าแพทย์สนับสนุนกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขในการบริหารจัดการสายด่วน 1668, 1669 และ 1330  ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. 64 

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำกับหน่วยทหารในการเข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนมากแบบเฉพาะกลุ่ม (คลัสเตอร์) โดยที่ผ่านมากองทัพบกได้ระดมรถครัวสนามร่วมกับทุกภาคส่วนแจกจ่ายอาหารปรุงสุกในชุมชนเขตคลองเตย, เขตดุสิต และกระจายอีกหลายพื้นที่ใน กทม. เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน ตั้งแต่ 1 พ.ค. 64 เป็นต้นมา ได้ดำเนินการแจกจ่ายอาหารปรุงสุกไปแล้วจำนวน 165,660 กล่อง และยังคงจะดำเนินการต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

ในส่วนของหน่วยทหารต่างจังหวัด ได้มีการแจกจ่ายอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรของหน่วยทหารในโครงการทหารพันธุ์ดี, โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผ่าน “รถปันสุข” ส่งถึงที่พักอาศัยโดยเฉพาะพื้นที่มีการระบาด และประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมารับเองได้ เป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการรับซื้อผลผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ ไม่มีตลาดรับซื้อเกิดความล่าช้าในการระบายผลผลิต และการขนส่ง 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังห่วงใยผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณพื้นที่รอบกองบัญชาการกองทัพบก และชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารจากร้านค้ารายย่อย พร้อมนำไปมอบให้กับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ชุมชนรอบพื้นที่ พร้อมมอบหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังได้กำชับหน่วยทหารดำรงการฉีดพ่นล้างฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะโรงเรียน และสถานการศึกษา ซึ่งกำลังจะเปิดภาคเรียนในเดือน มิ.ย. 64 โดยตั้งแต่ ม.ค. 64 จนถึงปัจจุบัน กองทัพบกได้จัดชุดปฏิบัติการฉีดพ่นฆ่าเชื้อล้างสิ่งปนเปื้อน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
 รวม 375 พื้นที่ 167 โรงเรียน หากหน่วยงานใดมีความประสงค์ขอรับการสนับสนุน สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ที่หน่วยทหารใกล้บ้าน

คนไทยก็หนีข้ามมา..!!!! กกล.บูรพา​ จับคนไทยลอบข้ามแดนไปทำงานบ่อน ในกรุงพนมเปญ

กองทัพภาคที่​ 1​ โดยกองกำลังบูรพา​ (​กกล.บูรพา)​ หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ฉก.อรัญประเทศ)​ กองร้อยทหารพรานที่​ 1204 เข้าทำการตรวจพบผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายจำนวน 10 ราย​ (ช.4,ญ.6) ขณะทำการลาดตระเวนในพื้นที่ บ บริเวณ บ.ผ่านศึก ม.5 ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 

ซึ่งจากการซักถามของเจ้าหน้าที่ทราบว่า กลุ่มคนดังกล่าวเป็นคนไทยต้องการไปทำงานบ่อนออนไลน์ในพื้นที่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา​ จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการควบคุมโรคต่อไป

“วิษณุ” เผย กฤษฎีกาการันตี พ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้านถูกต้องตามกฎหมาย ระบุ ศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ เหตุไม่ใช่มติครม. ชี้ เดินหน้าพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ เพราะมีกรอบ 105 วันบังคับไว้ หากไม่เสร็จเท่ากับผ่านอัตโมนัติ เห็นด้วยมาตรการสว.

“วิษณุ” เผย กฤษฎีกาการันตี พ.ร.ก.กู้ 5 แสนล้านถูกต้องตามกฎหมาย ระบุ ศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ เหตุไม่ใช่มติครม. ชี้ เดินหน้าพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ เพราะมีกรอบ 105 วันบังคับไว้ หากไม่เสร็จเท่ากับผ่านอัตโมนัติ เห็นด้วยมาตรการสว. จัดไมค์กลางให้คนอภิปรายเฉพาะ “เหน็บ” ชอบมีวอลเปเปอร์อยากออกทีวีมานั่งรับน้ำลาย “แนะ” อย่าพูดมาก “ขู่” อาจลมจับคาไมค์ได้

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง พร้อมด้วยคณะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชนเพื่อประเทศไทย ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ให้พิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 64 ที่เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ออกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ... วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท และมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 63 ที่มีมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ.2563 หรือ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ว่า เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงแล้วว่าเรื่องนี้ได้ตรวจสอบตั้งแต่ต้นแล้ว และยังคิดไม่ออกว่าเกี่ยวข้องอะไรกับศาลปกครอง เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าจะดำเนินการร้องต้องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ พอรู้เหตุผลที่ผู้ร้องไปร้องต่อศาลปกครอง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีการประกาศออกมาเมื่อไหร่ จึงได้ร้องให้มีการเพิกถอนมติของ ครม. แต่เรื่องมันเกินมติ ครม. ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การยื่นเรื่องต่อศาลปกครองนั้นไม่ได้ถือว่าผิด เพียงแต่เขาต้องการให้มีการเพิกถอน แต่เมื่อเป็นพ.ร.ก.แล้วศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นมติของ ครม. ศาลปกครองถึงจะมีอำนาจเพิกถอนได้ แต่ผู้ร้องคิดว่าเป็นมติ ครม. จึงไปร้องต่อศาลปกครอง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการร้องผิดศาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ผิดถ้าเขาต้องการให้เพิกถอน แต่เมื่อเป็น พ.ร.ก.แล้ว ศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ แต่ถ้าหากเป็นมติ ครม. ศาลปกครองสามารถเพิกถอนได้ เขาคงนึกว่าเป็นมติ ครม. ซึ่งไม่ใช่ เพราะในความเป็นจริงเป็น พ.ร.ก.ไปแล้ว 

“ทั้งนี้ เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงว่ากระบวนการและขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง และที่สำคัญที่มีการร้องว่าไม่มีอำนาจนั้น มีอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีมาตราที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้มีการเช็คและตรวจสอบตั้งแต่ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแล้วที่มีการบอกไว้ชัดเจนว่า มาตรา 53 สามารถกู้เงินได้โดยวิธีการนี้ ทุกอย่างจึงเข้าตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด และทำตามขั้นตอนเช่นเดียวกับกรณีพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาททุกอย่าง” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เรื่องนี้สภาจะพิจารณาหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯนั้นต้องพิจารณาให้เสร็จภายในเวลา 105 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งร่างให้กับสภา ซึ่งรัฐบาลได้ส่งร่างให้กับสภาฯตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. แม้ขณะนั้นสภายังไม่ได้เปิดสมัยประชุมแต่จำนวนวันได้เริ่มนับแล้ว ดังนั้น ถ้ามีการประชุมในวันที่ 31 พ.ค.เท่ากับเราเสียเวลาไปแล้ว 15 วัน จาก 105 วัน ดังนั้น สภาจะเหลือวันพิจารณาน้อยลง เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรไปตัดหน้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อีก หรืออย่างที่ ส.ส. บางคนกลัวการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปนั้น เวลาก็จะหายไป ซึ่งอาจทำให้พิจารณาได้ไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด 105 วัน โดยรัฐธรรมนูญในมาตรา 143 บัญญัติไว้ว่า ถ้าสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วันให้ถือว่าให้ความเห็นชอบและอนุมัติตามร่างทุกประการ แก้ไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว เพราะฉะนั้น จึงต้องพิจารณาให้เสร็จ

นายวิษณุ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในสภา จะส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯหรือไม่ ว่าอย่าพึ่งพูด เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการแพร่ระบาดในสภา เท่าที่ทราบมีการแพร่ระบาดที่แคมป์คนงานต่าง ๆ โดยเฉพาะแคมป์คนงานที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า ส่วนเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่มีข่าวว่าแม่บ้านสภาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องให้ทางสภาเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าเรามีกฎหมายในเรื่องข้อกำหนด 105 วันบังคับอยู่ ทางที่ดีควรพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว โดยใช้วิธีลดความแออัดลง ใครที่ไม่พูดก็ไม่ต้องไปนั่งในห้องประชุม เข้าไปเฉพาะเวลาที่มีการนับองค์ประชุมอย่างนี้น่าจะสบายหน่อย 

“ถึงแม้เวลาพูดหรืออภิปราย ข้อกำหนดของสภาอาจจะมีการให้ผ่อนผันให้สามารถถอดหน้ากากได้หากประธานในที่ประชุมอนุญาต แต่ไม่ควรที่จะถอด ขนาดผมนั่งประชุมยังเกือบเป็นลมคาไมโครโฟน เพราะหายใจไม่ออก ดังนั้น เหลืออยู่คำเดียวคืออย่าพูดมาก อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทางวุฒิสภาเตรียมเสนอให้ตั้งไมโครโฟนไว้ต่างหาก อย่าใช้ไมโครโฟนตรงที่นั่งประจำ ใครที่ต้องการพูดก็ให้ออกมาพูดที่ไมโครโฟน จะได้ไม่มีการแย่งกันพูด และหลังจากคนหนึ่งพูดเสร็จให้มีการฉีดแอลกอฮอล์และเปลี่ยนผ้าคลุมเป็นระยะ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ถือว่าใช้ได้ ผมเห็นด้วย แต่ถ้ายืนพูดอยู่ตรงที่นั่งนั้นถือว่าอันตราย เพราะมีบางคนแม้นั่งอยู่ที่อื่น แต่พอมีคนลุกขึ้นพูดก็ชอบมานั่งใกล้ ๆ เพื่อจะได้ออกทีวี อย่างนั้นรับน้ำลายไปเต็ม ๆ ” นายวิษณุ กล่าว

“ธนกร” โต้ “พิธา” ทำตัวเหมือนเด็กอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ ขยันตั้งคำถามสร้างความสับสน จนผู้ตอบเบื่อ ยันวัคซีนแอสตราเซเนกายังนำเข้าตามกำหนดเดิมในเดือน มิ.ย. “วอน” ทุกฝ่ายเข้าใจ “บิ๊กตู่” ปรับแผนแก้ปัญหาตามสถานการณ์ 

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลคุมเข้มอย่างเต็มที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยืนยันในเรื่องของการกระจายสถานที่ฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง ทั้งของรัฐ เอกชน และภาคธุรกิจ ที่เตรียมพื้นที่ไว้ ทุกพื้นที่จำเป็นต้องมีผู้ฉีดด้วย ซึ่งต้องเป็นแพทย์และบุคคลาการทางการแพทย์ พยาบาล ซึ่งบางแห่งมีมาก บางแห่งมีน้อย และบางแห่งก็ยังไม่มี ซึ่งจะจัดหาเพิ่มเติมให้เท่าที่จะทำได้ และจำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ด้วย บางพื้นที่อันตรายมาก ปานกลาง หรืออันตรายน้อย ฉะนั้นจำเป็นต้องมีการปรับเรื่องวัคซีน แต่ยืนยันว่า ทุกคนได้ฉีดแน่นอน นอกจากนั้นหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง ก็อาจจะต้องมีการปรับแผนบ้างตามที่พล.อ.ประยุทธ์บอกไว้ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน แต่ทุกอย่างจะต้องดำเนินการให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคนภายในปี 64 นี้ จึงไม่อยากเห็นการบิดเบือนข้อมูลสร้างความสับสนให้ประชาชน

นายธนกร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาจี้รัฐบาลเรื่องปมวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาจะมาตามนัดหรือไม่นั้น คิดว่าสมัยเด็กนายพิธาคงอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ จึงตั้งคำถามตลอดจนบางครั้งผู้เกี่ยวข้องก็เบื่อที่จะตอบ เพราะคำถามมักจะมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว  ประชาชนเข้าใจดี แต่นายพิธาแกล้งไม่เข้าใจ ในส่วนของวัคซีนแอสตร้าเซนเนกานั้นยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม ส่วนที่ได้มาก่อนหน้านี้ 117,500 โดส ฉีดเป็นเข็มแรกไปเกือบหมดแล้ว เพื่อปูพรมให้มากที่สุด ส่วนที่นายพิธาถาม ก็มีการส่งตามสัญญาคือเดือน มิ.ย. ซึ่งไม่เห็นว่าจะเข้าใจยากตรงไหน วันนี้คู่สัญญาเขายืนยันตามเดิม และวัคซีนก็ทยอยมา 

“ไม่อยากให้นายพิธาสร้างความสับสนให้กับประชาชน สงสารประเทศบ้าง หยุดพูดบ้างก็ได้ ไม่ตายหรอก อย่าซ้ำเติมประเทศเลย ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ใช่ขัดแข้งขัดขาลูกเดียว บ้านเมืองจะเดินหน้าไม่ได้ วันนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน” นายธนกรกล่าว


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top