Sunday, 8 November 2026
NEWS

“จุรินทร์” ยอมรับความขัดแย้งในรบ. ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ แนะ นายกฯ ต้องเข้าไปจัดการ รวมทั้งปัญหาโหวตในสภาฯ พรรคแกนนำต้องเข้าไปดูให้ลึกเกิดอะไรขึ้น  ยันไม่กังวลซักฟอก ม.152 ยินดีตอบ

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวความขัดแย้งในรัฐบาล จะทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพหรือไม่ว่า เป็นเรื่องที่ตนคิดว่าหลายฝ่ายมีความเป็นห่วง ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดให้เห็นบ่อยนัก แต่คิดว่านายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลกำลังพยายามคลี่คลายปัญหาและแก้ปัญหานี้อยู่ สุดท้ายนายกฯก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าไปดูเพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น เราเป็นพรรคขนาดกลาง เป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนได้เรียนย้ำไปหลายครั้งก็คือ เราก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพราะเมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนก็ต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้า ไม่อย่างนั้นประชาชนก็ไม่รู้จะพึ่งใคร เราก็มีหลักการ หลักเกณฑ์ของเรา ทั้งในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองที่ทำงานร่วมกับรัฐบาล เรามีหน้าที่อะไรเราก็ทำหน้าที่เราให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ให้เต็มที่เหมือนที่ทำอยู่เดี๋ยวนี้ เมื่อมีปัญหาราคาสินค้าเราก็แก้ได้รวดเร็ว เมื่อมีปัญหาอื่นเกิดขึ้นเราก็จับมือกับรัฐบาลแก้ปัญหา อะไรที่เกินอำนาจกระทรวงก็ใช้มติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการตัดสินใจ ส่วนในรัฐสภา เมื่อมีข้อตกลงอะไรร่วมกัน เราก็เคารพข้อตกลงและเดินหน้าไปตามนั้น ในสภาฯก็ต้องใช้กลไกวิปเป็นกลไกหลักในการที่จะเป็นตัวกำหนดว่าจะตัดสินใจลงคะแนนไปทางไหน ซึ่งประชาธิปัตย์ก็ให้ความร่วมมือมาด้วยดีตลอด 

เมื่อถามว่าในระยะหลังเกิดเหตุสภาฯล่มบ่อยครั้ง มีหลายพรรคที่ออกไปตั้งพรรคใหม่มีการโหวตสวนรัฐบาล รวมไปถึงการตั้งกลุ่ม 16 เพื่อโหวตสวนรัฐบาลโดยยึดประโยชน์ประาชนเป็นหลักจนมีหลายฝ่ายมองว่าอาจทำให้ยุบสภาได้ นายจุรนทร์กล่าวว่า ตนยังไม่อยากมองไกลไปถึงขนาดนั้น และคงไม่ไปวิจารณ์พรรคการเมืองอื่น หรือวิจารณ์กลุ่มการเมืองใด ถือว่าเมื่อท่านเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เป็นผู้แทนราษฎรก็มีสิทธิ์ในการที่จะดำเนินทิศทางทางการเมืองตามที่เห็นสมควร ส่วนประชาธิปัตย์ก็มีแนวทางของเรา อย่างน้อยในส่วนของรัฐบาล นายกฯก็อาจจะต้องใช้เวลาในการลงมาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะต้องลงมาดูลึกเป็นพิเศษ เพราะเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่พรรคแกนนำ ไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่น 

"ส่วนของเรา เราก็ให้ความร่วมมือ อันนี้ตัดออกไปได้เลยว่าไม่มีปัญหาอะไร" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

‘อย. พม่า’ เตือน ระวัง ‘ไส้กรอกจากไทย’ หลัง​ 'ชาวสีป้อ'​ กินแล้ว​ถูกหามส่งโรงหมอ!!

สำนักงานอาหารและยาพม่า ออกคำเตือนให้ระวังไส้กรอกแบรนด์ไทย ที่ลักลอบนำเข้าไปตามแนวชายแดน หลังครอบครัวชาวสีป้อ 3 แม่ลูกกินเข้าไปแล้วอาหารเป็นพิษ ต้องรีบหามส่งโรงพยาบาล

(9 ก.พ. 65) สำนักงานอาหารและยา (FDA) กระทรวงสาธารณสุข เมียนมา ได้ออกคำเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ให้ระวังและห้ามบริโภคไส้กรอกที่พิมพ์ฉลากเป็นภาษาไทยว่ายี่ห้อ “ฤทธิ์” พร้อมแนบรูปภาพห่อบรรจุไส้กรอกยี่ห้อนี้ไว้ด้วย

คำเตือนระบุว่าไส้กรอกยี่ห้อถูกนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายตามแนวชายแดน และไม่ได้ถูกรับรองจาก FDA มีผู้ที่ได้ซื้อมาบริโภคแล้วเกิดอันตราย จึงเป็นอาหารที่มีความเสี่ยง

คำเตือนของ FDA เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ เกิดกรณี 3 แม่ลูก ชาวเมืองสีป้อ จังหวัดจ๊อกแม รัฐฉานเหนือ ซื้อไส้กรอกไก่ยี่ห้อ “ฤทธิ์” มาทอดกินกันภายในครอบครัว ปรากฏว่าหลังกินไปได้ไม่นาน ทั้ง 3 เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หายใจติดขัด เพื่อนบ้านต้องแจ้งมูลนิธิการกุศลนำถังออกซิเจนมาให้ และรีบนำตัวทั้ง 3 ส่งไปรักษายังโรงพยาบาลเมืองล่าเสี้ยว

โควิดระลอกใหม่แรงทุบสถิติ ติดเชื้อ 1.3 หมื่น/วัน 'สธ.ไทย' ชี้!! ปลายกุมภาพันธ์ อาจแตะ 3 หมื่น

(9 ก.พ. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากถึง 13,182 ราย ถือเป็นยอดสูงสุดครั้งแรกในระลอกเดือนมกราคม 2565 

>>ติดเชื้อทุบสถิติ13,182-ตาย 24 ราย 

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,182 รายนั้น จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 13,043 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 139 ราย ผู้ป่วยสะสม 307,616 ราย นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 หายป่วยกลับบ้าน 8,571 ราย หายป่วยสะสม 241,383 รายนับตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ผู้ป่วยกำลังรักษา 98,830 ราย เสียชีวิต 24 ราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (เอทีเค) อีก 5,928 ราย อาการหนักใช้ท่อช่วยหายใจ 111 ราย อาการหนัก 547 ราย 

>>กทม.พุ่งพรวด2,757-ปากน้ำ1,133 

ศบค.ระบุด้วยว่าสำหรับ 10 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่สูงสุด 1.) ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) ติดเชื้อใหม่พุ่ง 2,757 ราย 2.) สมุทรปราการ 1,133 ราย 3.) ชลบุรี 641 ราย 4.) นนทบุรี 560 ราย 5.) ภูเก็ต 425 ราย 6.) สมุทรสาคร 366 ราย 7.) นครราชสีมา 306 ราย 8.) ราชบุรี293 ราย 9.) มหาสารคาม277 ราย 10.) เชียงใหม่ 252 ราย ทั้งนี้ในกลุ่ม 10 อันดับ จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดพบว่า กรุงเทพฯ 2,757 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์อยู่ที่ 1,897 ราย ถือเป็นสถิติใหม่ของจำนวนผู้ติดเชื้ออีกครั้ง

>>โควิดเอเชียขาขึ้นเปิดกิจกรรมติดเชื้อขยับ 

ด้านนพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่งสูงขึ้นวันเดียวมากถึง 13,182 ราย และผลตรวจ ATK เข้าข่ายติดเชื้ออีก 5,928 รายว่า การประเมินสถานการณ์โควิดทั่วโลก จะเห็นว่าต่างประเทศอย่างยุโรป อเมริกา อยู่ในช่วงขาลงของการระบาด พบติดเชื้อลดลง แต่ขณะที่ทวีปเอเชียและประเทศไทย อยู่ในช่วงขาขึ้น จึงพบตัวเลขสูงขึ้นได้ ปัจจัยหลักของไทย เกิดจากเราเปิดกิจกรรมกันมากขึ้น กิจกรรมทางสังคมเพิ่มขึ้นมาก จะเหลือเพียงผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ยังไม่ได้เปิดให้บริการ แต่ก็สามารถเปิดในรูปแบบร้านอาหารได้ ฉะนั้น ตอนนี้เราใช้ชีวิตเหมือนปกติแล้ว การติดเชื้อจึงเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ไม่อยากให้กังวลเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อ อยากให้ดูจำนวนผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตเป็นสำคัญ

>>จับตาป่วยหนักไม่ให้เกิน 200 คน/วัน 

ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยากล่าวต่อว่า ข้อมูลล่าสุด มีผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างรักษาทั้งที่โรงพยาบาล (รพ.) และรักษาที่บ้าน (Home Isolation) ประมาณ 90,000 ราย ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งอยู่ใน รพ. และพบว่า ร้อยละ 90 ของคนที่อยู่ในรพ.ไม่มีอาการหรือมีเล็กน้อยมาก ส่วนผู้อาการรุนแรงต้องใส่ช่วยหายใจ มีประมาณ 111 ราย คิดเป็นอัตรา ร้อยละ 0.1 ของผู้ติดเชื้อ ซึ่งเราพยายามประคองให้ไม่เกินวันละ 200 รายจากที่เราเคยพบสูงถึง 1,300 ราย ในช่วงระบาดของเชื้อเดลตา ทำให้ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยโรคอื่น เราไม่อยากให้เกิดภาพนั้น

>>ปลายกพ. จุดพีกยอดอาจแตะ 3 หมื่น

“ขณะนี้ค่อนข้างสบายใจได้กว่ารอบเดลตา ที่ติดเชื้อสูงและมีตัวเลขป่วยหนัก เสียชีวิตตามมา แต่รอบนี้ติดเชื้อสูงแต่อาการหนักยังน้อยอยู่ ทั้งนี้ อีก 2-3 สัปดาห์จะมีตัวเลขป่วยหนัก เสียชีวิตเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะคาดว่าปลายเดือนนี้ ถึงต้นเดือนหน้าจะถึงจุดพีกของการระบาด ตามที่เราคาดการณ์ไว้ในเส้นฉากทัศน์ที่เงื่อนไขว่า หากไม่มีมาตรการอะไรเลย ก็คิดว่าจะถึง 3 หมื่นรายใหม่ต่อวัน และเราจะอยู่ในตัวเลขนั้นนานแค่ไหนขึ้นกับมาตรการที่เราจะใช้ควบคุมสถานการณ์ ถ้าประชาชนช่วยป้องกันจะไม่ยาว” นพ.จักรรัฐ กล่าว

>>ย้ำลดปัจจัยเสี่ยงลดยอดโคมา-ตาย

และว่า ไม่อยากเห็นตัวเลขสูงถึงที่คาดการณ์ไว้ แต่วันนี้ก็เห็นตัวเลขที่ 1.3 หมื่นราย แล้ว ดังนั้น เราต้องช่วยกันลดปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อ เพราะขณะนี้เกิดติดเชื้อในครอบครัวเป็นหลัก ลดรวมตัวของคน เช่น รับประทานอาหาร นักเรียนเล่นกีฬารวมกัน และลดความเสี่ยงในที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม หากจะลดอัตราป่วยหนัก เราต้องลดความเสี่ยงนำเชื้อเข้าไปติดในกลุ่มเสี่ยง 608 และขอให้กลุ่มนี้เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น ตามกำหนด ย้ำว่าตรงนี้จำเป็นมาก ถ้าเราติดเชื้อมากขึ้น แต่ตัวเลขป่วยหนักไม่เพิ่มขึ้น การเสียชีวิตไม่สูงก็จะไม่น่ากังวล เราก็อยู่ร่วมกับโควิดต่อไปได้

>>พีกต่อเนื่องอาจไม่ได้จัดสงกรานต์

“ประเด็นคือ หากติดเชื้อถึงพีกเยอะๆ แล้วคนยังตกใจอยู่ สงกรานต์ปีนี้ เราอาจไม่ได้จัดเทศกาล ฉะนั้น เราต้องช่วยกันสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจว่า ติดเชื้อแล้วอาการรุนแรงมีความสำคัญมาก เราต้องเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นรองรับกลุ่มเสี่ยง” นพ.จักรรัฐ กล่าว และว่า สิ่งสำคัญที่ต้องฝากถึงทุกคน คือ 1.) การปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เลี่ยงเข้าสถานที่แออัด หมั่นล้างมือ ช่วงนี้ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกับคนที่เสี่ยงสูงแม้จะรู้จักกันก็ตาม 2.) หากบ้านที่มีกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็ก ขอให้คนอื่นในบ้านเว้นระยะห่าง เลี่ยงรับประทานอาหารร่วมกัน สวมหน้ากากอนามัย และ 3.) เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น ผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ก็รับเข็มกระตุ้นเป็นแอสตร้าเซนเนก้า ผู้ที่รับซิโนแวค+แอสตร้าฯ ก็รับแอสตร้าฯ และผู้ที่รับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ก็รับไฟเซอร์ เพื่อให้มั่นใจว่า แม้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ผู้ป่วยอาการหนักจะไม่เพิ่มขึ้นตาม

ราชกิจจาฯ ประกาศปลด ‘กัญชา’ พ้นยาเสพติด มีผลบังคับใช้ในอีก 120 วัน!!

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสธ. ปลดล็อก "กัญชา" พ้นยาเสพติดแล้ว มีผลบังคับใช้ในอีก 120 วัน

(9 ก.พ. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 มีรายละเอียดดังนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 วรรค (แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ให้ยาเสพติดให้โทษที่ระบุชื่อดังต่อไปนี้ เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
(1) พืชฝิ่น พืชซึ่งมีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Papaver somniferum L. และ Papaverbracteatum Lindl. หรือที่มีชื่ออื่นในสกุลเดียวกันที่ให้ฝุ่นหรือแอลคาลอยด์ของฝิ่น
(2) เห็ดขี้ควายหรือพืชเห็ดขี้ควาย ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psilocybe cubensis (Earle) Singer หรือที่มีชื่ออื่นในสกุลเดียวกันที่ให้สาร psilocybin หรือ psilocin

(3) สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง ซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis ยกเว้น
(ก) สารสกัดที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 2 โดยน้ำหนัก เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงที่ปลูก
(ข) สารสกัดจากเมล็ดของพืชกัญชาหรือกัญชง ที่ได้จากการปลูกภายในประเทศ

'พงษ์พรหม'​ แนะ!! บังคับกม.ติดตั้ง​ 'กันมุด'​ ท้ายรถบรรทุก ช่วยชีวิตคนได้มา​ก​ หลังเกิดเหตุซ้ำซาก​บนท้องถนน

นายพงศ์พรหม ยามะรัต โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีอุบัติเหตุรถเบนซ์มุดท้ายรถบรรทุก​ ว่า... 

อุบัติเหตุรุนแรงเมื่อเช้า​ (9​ ก.พ.)​ บนถนนเอกมัยมุ่งหน้าพระราม 9 จนมีผู้เสียชีวิตในรถ Mercedes CLS เป็นอีกเหตุการณ์ที่บอกว่าประเทศไทยตามหลังต่างประเทศมากเรื่องงานวิจัยอุบัติเหตุบนท้องถนน

อุบัติเหตุเมื่อเช้า เกิดโดยที่รถยนต์ Mercedes CLS ขับด้วยความเร็วสูงแล้วพุ่งชนท้ายรถบรรทุกจนทำให้รถด้านซ้าย “มุด” เข้าใต้ท้องรถบรรทุกจนเกยเข้าไปชนถึงห้องโดยสารฝั่งผู้นั่งเสียชีวิต (RIP ผู้เสียชีวิตด้วยครับ)

การชนจนมีผู้เสียชีวิตในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ผมจำความได้

มอเตอร์ไซค์มุดท้ายรถเทรลเลอร์เสียชีวิตรายอาทิตย์

3 ปีก่อนก็ Mercedes B-class รถบ้านๆ ก็มุดเทรลเลอร์เสียชีวิตจนเป็นข่าวดัง ตามด้วยเคส SLK ซึ่งก็เสียชีวิตเช่นกัน

จน รวย ชนแบบนี้ ตายหมด... 

มันไม่มีทางแก้เลยเหรอ?

จริงๆ​ แล้วมีครับ... 

หลายๆ​ ประเทศมีกฎหมายบังคับติดตั้ง​ “Underride Quard” ด้านท้ายกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ “ทุกคัน” มิฉะนั้นจะไม่สามารถต่อทะเบียนได้

“Underride Guard” มีไว้เพื่อซับแรงกระแทก ไม่ให้รถเก๋งที่ชนท้ายรถเทรลเลอร์ “มุด” เข้าไปข้างใต้

การทำกันชน “ป้องกันการมุด” นี้ จะทำให้การพังจำกัดอยู่เพียงบริเวณหน้ารถ โดยจะเข้าไปไม่ถึงเสา A แม้จะเกิดการชนที่รุนแรง

‘อ.เจษฎ์’ เตือน!! อย่าใช้ถังดับเพลิงทำเอฟเฟกต์ควัน เหตุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีอันตรายถึงชีวิต

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เตือนผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ‘อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์’ ระบุว่า... 

“เอาถังดับเพลิง มาทำเอฟเฟกต์ ต้องระมัดระวัง อย่างสูง”

วันนี้มีคลิปวิดีโอที่ค่อนข้างเป็นไวรัล ออกมาอันนึง เป็นเหมือนพิธีเปิดงาน ที่ด้านหลังฉากมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิง เตรียมเอา ‘ถังดับเพลิง’ มาฉีด เพื่อทำเอฟเฟกต์หมอกสวยๆ ตอนประธานกล่าวจบ 

ประเด็นคือ คลิปนี้ไม่ได้เขียนให้รายละเอียดเกี่ยวกับถังดับเพลิงที่ใช้ ไม่ได้หันด้านหน้าของถังมาให้ดูว่าเป็นชนิดที่ใส่สารอะไรไว้ จึงต้องระมัดระวังอย่างสูง ถ้าใครดูแล้วคิดจะเอาไปทำตาม

ปกติถังดับเพลิงที่เราใช้กันตามบ้านเรือนนั้นจะมีหลายประเภท ซึ่ง ‘ถังสีแดง’ ที่เราคุ้นเคยกันนั้น ส่วนใหญ่มันจะเป็นชนิด ‘ผงเคมีแห้ง’ สำหรับดับไฟได้หลากหลายที่มา ไม่ว่าจะเป็นเพลิงไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงของแข็ง เพลิงไหม้จากของเหลวติดไฟและก๊าซติดไฟ เพลิงไหม้จากอุปกรณ์ไฟฟ้า เพลิงไหม้จากโลหะไวไฟ เป็นต้น

หรือถ้าเป็น ‘ถังสีเขียว’ ก็มักจะเป็นชนิด ‘น้ำยาเหลวระเหย’ สามารถดับไฟได้หลากหลายที่มาเช่นกัน โดยมีข้อดีที่เมื่อฉีดใช้งาน จะไม่ทิ้งคราบสกปรก ไม่ทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย เหมือนชนิดผงเคมีแห้ง

"วราวุธ" ยัน ที่ดิน อ.คอนสาร ชัยภูมิ บางส่วนรุกป่าสงวนฯ เร่งสอบเอาผิด

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นต่ออธิบดีกรมป่าไม้ ให้เร่งรัดตรวจสอบเอาผิดที่ดินของอดีตพระมหาสมปองและครอบครัว ที่ครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวน อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กว่า 200 ไร่ ว่าได้รับรายงานว่าได้มีการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าพื้นที่บางส่วนอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนและมีพื้นที่บางส่วนถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ส่วนเรื่องเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพื้นที่นั้นหรือชื่อผู้ครอบครองดังกล่าว ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของผู้ใด ฉะนั้น ยังตอบไม่ได้เรื่องชื่อ 

นายวราวุธ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่ คทช. จึงต้องมาดูว่าผู้ใดรับผิดชอบและจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป หากมีการเข้าไปใช้พื้นที่ทำให้ป่าสงวนเสื่อมโทรมโดยไม่ได้รับอนุญาต เดิมพื้นที่ดังกล่าวได้ยกให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แต่ ส.ป.ก. ไม่สามารถนำไปใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรได้ จึงคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ เป็นพื้นที่ป่าสงวน จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หากครอบครองเกิน 25 ไร่ จะเป็นโทษระดับหนึ่ง 

อยากเรียนต่ออเมริกา ห้ามพลาด!! ทุน Fulbright ป.โท-เอก เปิดรับสมัครแล้ว

อยากเรียนต่ออเมริกา ห้ามพลาด!! ทุน Fulbright เรียนต่อระดับ ป.โท-เอก 2023 เปิดรับสมัครแล้ว

รายละเอียดทุน Fulbright Thai Graduate Scholarship Program (TGS) ประจำปี 2023 
- ทุนสนับสนุนระดับ ป.โท และเอก
- เปิดรับทุกสาขาวิชา (จำนวน 7 ทุน) ยกเว้น แพทย์, ทันตแพทย์, พยาบาล, สัตวแพทย์ หรือสาขาที่มีการปฏิบัติการทางคลินิก

การสนับสนุน
- ทุนสนับสนุนสูงสุด 2 ปี ไม่มีข้อผูกมัด 
- ค่าหนังสือ, อุปกรณ์การเรียน, ประกันสุขภาพ
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
- ผู้ถือวีซ่า J-1 Exchange Visitor ฝึกงาน/ทำงานต่อได้ 9-18 เดือน
- ขอวีซ่าทำงานได้หลังกลับไทยแล้วอย่างน้อย 2 ปี

‘วิศวกร MIT’ จดสิทธิบัตรวัสดุคิดค้นใหม่ แข็งแรงกว่าเหล็ก แต่เบาเหมือนพลาสติก

เพจเฟซบุ๊ก ธุรกิจ 4.0 โพสต์ข้อความว่า วิศวกรเคมีจาก MIT จดสิทธิบัตรวัสดุที่คิดค้นขึ้นใหม่ และนำเสนอผลงานการวิจัยใน Nature วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2022

สารที่ใช้สร้างวัสดุเป็นโพลีเมอร์ไรเซชันในสองมิติ มีเมลามีนประกอบเข้าไปด้วย (รายละเอียดเทคนิคตามลิงก์ https://www.nature.com/articles/s41586-021-04296-3) 

กระบวนการโพลิเมอไรเซชันแบบใหม่นี้ ทำให้เกิดวัสดุใหม่ที่แข็งแรงกว่าเหล็กและเบาเหมือนพลาสติก และสามารถผลิตได้ง่ายในปริมาณมาก

สามารถนำไปใช้เป็นโครงสร้างของสิ่งของ หรือเคลือบกับวัสดุอื่นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 

แม้ว่าวัสดุใหม่นี้ จะมีความหนาแน่นประมาณหนึ่งในหกของเหล็กเท่านั้น แต่มันมีความแข็งแรงอย่างมาก หากต้องการทำลาย ต้องใช้แรงที่ใช้ในการทำลายวัสดุมีค่ามากกว่าเหล็กสองเท่า 

'แยม ฐปนีย์' โพสต์!! ลูกฉันเรียนสาธิตมธ. ชี้ เป็นนิเวศน์แห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง

แยม ฐปนีย์ เอียดศรีชัย ผู้สื่อข่าวชื่อดังและผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ The Reporters โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า 

#ลูกฉันเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

4 ปีแล้วที่ทุกเช้าหากไม่ติดงานไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แม่แยม จะมาส่งน้องว่านที่โรงเรียนด้วยตัวเอง

ตอน ม.1-2 ก็จะมารับด้วย แต่ ม.3- ม.4 น้องว่านขอกลับเอง

สำหรับพ่อแม่อย่างพวกเรา เชื่อว่าจะเป็นเหมือนกัน

เวลาของคนทำงานอาจมีน้อย การไปส่งลูกที่ ร.ร.อาจเป็นเวลาสำคัญในแต่ละวัน แม่แยมก็เช่นกัน 

ระหว่างทางไป ร.ร.บางวันเราแทบไม่ได้คุยกัน บางวันก็คุยกันเรื่องกิจกรรม การเรียน และเรื่องราวของเพื่อน แต่ทุกวันมันคือความสุข ที่เห็นลูกอยากไป ร.ร.ทุกวัน มีความสุขที่ได้ฟังเพลงที่ลูกเปิดฟังในรถ เหมือนเราได้อยู่โลกเดียวกับเขา 

ตอนที่ว่านจะจบ ป.6 เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากมาเรียนที่นี่ หลังมีรุ่นพี่ ร.ร.บ้านพลอย สอบติด ว่านและเพื่อน 7 คน จึงสอบติดที่นี่

ตอนสอบเข้า ม.1 เราก็งงว่า ร.ร.อะไร มีสอบผู้ปกครองด้วย 555 วันที่น้องว่านไปสอบเข้า แม่แยมก็ต้องสอบผู้ปกครอง เป็นการทำข้อสอบ ข้อเขียน ในรอบกว่า 10 ปี ก็ตื่นเต้น และสนุก กลัวว่าลูกจะสอบไม่ติดเพราะเรารึเป่า 555 

ร.ร.นี้เขาสอบผู้ปกครองด้วยนะคะ 555

ข้อสอบผู้ปกครองจะเป็นข้อเขียนสอบถามทัศนคติ เช่นคิดอย่างไรถ้าลูกไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน หรือจะทำสีผม หรือคิดอย่างไร ทำอย่างไร หากลูกถูกบุลลี่จากเพื่อน จำได้ว่า ตอบไปยาวมาก ต้องขอกระดาษเพิ่ม

ตอนลูกสอบเข้าได้เราก็ดีใจ เห็นรอยยิ้มของเขา เราก็เชื่อมั่นตลอดว่า ที่นี่เหมาะแล้วกับลูกเรา ท่ามกลางเวลานั้น ระบบการศึกษาที่นี่ยังเป็นเรื่องใหม่ ทั้งเรื่องไม่มีระบบเกรดเป็นตัวชี้วัด

ตอนเข้า ม.1 ลูกต้องไปเข้าค่าย ส่วนผู้ปกครองก็ต้องเข้าค่ายเหมือนกัน ทำให้เราเข้าใจคำว่าระบบนิเวศการเรียนรู้ ที่เด็ก ครู ผู้ปกครอง ร.ร.และชุมชน จะมีส่วนสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 

ตลอดการเรียน ม.3 เด็กผ่านการเรียนที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง ในการไปเรียน การส่งงาน มีวินัยในตัวเอง จนบางครั้งเรายังถูกลูกดุกับการใช้ชีวิตแบบไร้ระเบียบด้วยซ้ำ

‘รุ้ง ปนัสยา’ รับ ‘เสียใจ โกรธ ผิดหวัง’ หลัง ‘นิวมธ’ กระทำความผิดทางเพศ

‘รุ้ง ปนัสยา’ ยอมรับเสียใจ-โกรธ ผิดหวังที่ ‘นิวมธ.’ กลุ่มแนวร่วมฯ กระทำความผิดทางเพศ ขณะที่ ‘พรรคโดมปฏิวัติ’ ออกแถลงการณ์ เผยอดีตหัวหน้าพรรคลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว

9 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” แกนนำกลุ่มราษฎร และกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์เฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul มีเนื้อหาดังนี้...

“สวัสดีค่ะ จากกรณี #แฉนิวมธ รุ้งและเพื่อน ๆ แนวร่วมมธ. ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วนะคะ และในเบื้องต้นทราบว่าข้อเท็จจริงก็เป็นไปตามที่ปรากฏ เราทั้งรู้สึกเสียใจ โกรธ และผิดหวังที่เพื่อนของเราเองไปกระทำความผิดทางเพศกับผู้เสียหาย

รุ้งและเพื่อน ๆ แนวร่วมมธ. ขออภัยต่อผู้เสียหายและต่อสังคมที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นโดยสมาชิกของกลุ่มเราเอง เราขอยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียหาย และพร้อมที่จะสนับสนุนทั้งในเรื่องของกระบวนการทางวินัยนักศึกษา หรือทางกฎหมายหากผู้เสียหายต้องการ รวมถึงการเยียวยาทางจิตใจ หรือทางอื่น ๆ ที่พวกเราสามารถทำได้

ทั้งนี้นอกจากกระบวนการลงโทษ พวกเรายังเชื่อในกระบวนการขัดเกลาทางสังคม ด้วยการเข้ารับการอบรมเรื่องสิทธิเหนือร่างกาย และความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุดที่จะให้นิวเรียนรู้ ปรับทัศนคติ และสร้างความตระหนักรู้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก

รุ้งและเพื่อน ๆ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนิวได้ยุติบทบาทในกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนเราจะได้รับผิดชอบการกระทำของตนเอง และเรียนรู้ให้เข้าใจถึงประเด็นทางเพศ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก”

Meta ออกโรง ขู่ปิด ‘Facebook - IG’ ในยุโรป หากถูกจำกัดด้านกฎหมาย ปิดกั้นโฆษณา

ดูเหมือนว่า Meta บริษัทแม่ของ Facebook สื่อโซเชียล อันดับต้นของโลกกำลังจ่อจะปิดตัวลงในยุโรป เพราะประเด็นข้อมูลกฎหมายความเป็นส่วนตัว General Data Protection Regulation (GDPR) หรือกฎหมายของยุโรปที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแลข้อมูลส่วนตัวของบุคคล ที่จะถูกบริษัทหรือธุรกิจอะไรก็ตามแต่เก็บไป ซึ่งมีผลทำให้ Meta ไม่สามารถนำเข้าข้อมูลต่าง ๆ จากทางยุโรปบนเซิร์ฟเวอร์ของอเมริกาได้

ล่าสุดทาง Meta ออกมากล่าวว่า “หากเราไม่สามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ ข้ามประเทศได้ในประเทศต่าง ๆ ที่เรานั้นให้บริการอยู่ มันอาจส่งผลต่อการให้บริการของเรา รวมถึงส่งผลต่อการยิงโฆษณาต่าง ๆ ที่เป็นไปอยู่” 

Meta บอกว่า ถ้าเค้าไม่สามารถจัดทำข้อตกลงใหม่ได้ภายในปี 2022 อาจเป็นไปได้ว่า จะต้องปิดให้บริการ Facebook และ Instagram ลงในประเทศแถบยุโรปทั้งหมด

London financial ก็มีการติดต่อเข้าไปหา Meta อยู่เหมือนกัน เกี่ยวกับรายงานข้างต้นว่าจริงเท็จแค่ไหน ซึ่งก็ได้คำตอบยืนยันเพิ่มเติมมาจากคุณ นิก เคล็กก์ (Nick Clegg) รองประธานฝ่ายกิจการของ Meta ว่า

“เราพยายามจัดการเรื่องนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจมากมายหลายรายสูญเสียรายได้ไปจากการพึ่งพา Facebook ในการดำเนินกิจการ และให้พวกเขาสามารถแบ่งปันข้อมูลให้กับเราได้อย่างปลอดภัย” 

ซึ่งแน่นอนว่าหาก Facebook และ Instagram ปิดตัวลงไปนั้นจะส่งผลต่อธุรกิจยิบย่อยต่าง ๆ มากมายในยุโรปอย่างแน่นอน ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าทางยุโรปนั้นจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร


ที่มา : www.thebosstimes.com 

‘สวิสโฮเต็ล’ ไล่ออกหนุ่มเทน้ำราดหัวนักมวยสาว ลั่นไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

‘โรงแรมสวิสโฮเต็ล’ ประกาศเลิกจ้างหนุ่มเทน้ำราดหัวนักมวยสาว ลั่นไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งในและนอกเวลาปฏิบัติงาน

จากกรณี น.ส.แพรพลอย แซ่เอี้ย หรือ ‘แพรพลอย ม.กรุงเทพธนบุรี’ ฉายา ‘เพชรพลอย ขวาท่อนซุง’ นักมวยสาว ถูกชายที่ไม่รู้จักราดน้ำใส่ที่หัว หลังจากปฏิเสธที่จะชนแก้วด้วย จึงได้ถีบพร้อมกับออกหมัดใส่ชายคู่กรณี

ต่อมา น.ส.แพรพลอย พร้อมด้วยพี่ชายและครูมวยเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จำลอง เรือนใหม่ สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณี ซึ่งเป็นพนักโรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา ก่อนตำรวจจะสอบปากคำทั้งคู่ โดยแจ้งข้อหาฝ่ายชายฐาน ทำสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนและทะเลาะวิวาท ส่วน น.ส.แพรพลอย ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นและทะเลาะวิวาท ปรับคนละ 1,000 บาท

ล่าสุดทางเพจ Swissôtel Bangkok Ratchada ได้โพสต์ข้อความว่า

‘โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา ขอเรียนชี้แจงกรณีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพนักงาน

คณะผู้บริหารได้ทราบถึงเหตุการณ์ และพิจารณายุติการว่าจ้างตามนโยบายและมาตรฐานของโรงแรมฯ ในการลงโทษขั้นสูงสุด

ทั้งนี้ ทางโรงแรมฯ ไม่สนับสนุนการกระทำความผิด รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งในและนอกเวลาปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน

ทางโรงแรมฯ ขอให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจ ในมาตรฐานการให้บริการ และนโยบายความปลอดภัยสูงสุดของโรงแรมฯ 

คณะผู้บริหารโรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา’

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน 2565 เพื่อตั้งจิตอธิษฐานองค์เทพยดาฟ้าดินและหลวงปู่ไต้ฮง ให้ปวงชนและประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข - ปราศจากโรคภัย - เฮง ๆ ตลอดปีขาล!!

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ (ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง) เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ศิษยานุศิษย์และสาธุชนประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ปวงชนอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮง ๆ ตลอดปีขาล ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นภาษาใดเมื่อเป็นคนจีนแล้ว ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีนแล้ว

โดยในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงได้งดจัดพิธีเวียนธูปรอบนอกศาลเจ้าฯ และปรับเป็นจัดพิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดยกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีตามมาตรการการป้องกันโควิด-19 

ตลอดระยะเวลาจัดงานเทศกาลตรุษจีน นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ได้จัดให้มีมาตรการคุมเข้มทั้งในด้านการตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ที่มีองค์ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน การจัดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่าง ๆ การจัดทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัย สแกน QR Code แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ ทุกครั้งก่อนเข้าศาลเจ้าไต้ฮงกง และฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกจากนี้ยังจัดให้การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ริเริ่มดำเนินการอย่างเคร่งครัดเรื่อยมา เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางร่วมทำบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิฯ โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิฯ จะมีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน

 

หญิงสาวแชร์คลิปถูกแฟนเก่าทำร้ายจนสูญเสียดวงตา แต่อีกฝ่ายรอดคุก แถมเยียวยาไม่นานก็เงียบหาย

เฟซบุ๊ก 'Thanyarat Thamoi' หรือ ธัญญารัตน์ ถาม่อย ผู้สื่อข่าวจากช่อง 8 ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี นางสาวณัฐณิชา ประมูลชัย หรือ 'น้องนัท' หญิงสาววัย 23 ปี ที่ได้โพสต์คลิปการใส่ดวงตาเทียมของตัวเองลงใน TikTok พร้อมเขียนข้อความว่า “ตอนแรกก็อายที่จะลง แต่ว่าคนที่อายไม่ควรเป็นเรา” 

โดย นัท เล่าเหตุการณ์ที่ติดอยู่ในใจของเธอมา 6 ปีเต็ม หลังเธอถูกแฟนเก่าซ้อมจนเกือบตายต้องเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง นัทบอกว่าแม่ของเธอแทบใจสลายเพราะเงินแสนที่อีกฝ่ายต้องให้ เทียบไม่ได้กับอวัยวะที่แม่ให้มาครบ 32 

หลังคลิปนี้เผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาดูมากกว่า 2 ล้านครั้ง ให้กำลังใจและชื่นชมในความเข้มแข็งของเธอ

เรามีโอกาสได้คุยกัน... 

ถ้าไม่รู้เรื่องราวมาก่อน เราแทบไม่สังเกตเห็นร่องรอยความเจ็บปวด นัทไม่ต่างจากเด็กสาววัยรุ่นบุคลิกสดใสคนหนึ่ง 

นัทเล่าว่าเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนฝันร้าย เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ขณะเธออาศัยอยู่ที่บ้านแฟนเก่าที่ #จังหวัดภูเก็ต แล้วเกิดมีปากเสียงกันเรื่องเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายซึ่งมีพฤติกรรมรุนแรงอยู่แล้ว ทำร้ายร่างกายและชกเข้าที่เบ้าตาจนเธอสลบไป 

นัทตื่นมาอีกทีที่โรงพยาบาล... 

แพทย์แจ้งว่าต้องผ่าตัดเอาเนื้อดวงตาของเธอออกหนึ่งข้าง เนื่องจากดวงตาและเบ้าตาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก นัทรักษาตัวอยู่นาน จนถึงวันนี้เธอยังคงต้องใส่ดวงตาเทียมและใช้สายตาได้เพียงแค่ข้างเดียว 

ส่วนผู้ก่อเหตุ... 

ขณะนั้นเขาอายุ 17 ปี ถูกจับขึ้นศาลเยาวชนในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่นานก็ได้รับการประกันตัวออกมา ศาลสั่งให้จ่ายค่าเยียวยา 270,000 บาท โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุเจรจาขอผ่อนจ่ายเดือนละ 5,000 บาท แต่ชดใช้ไม่นานก็หายเงียบ 

นัทกับแม่ก็เลือกที่จะกลับมาใช้ชีวิตและหางานที่กรุงเทพฯ เพราะไม่มีเงินไม่มีเวลาจ้างทนายความไปเดินเรื่องที่ภูเก็ต ตอนนี้เธอใส่ตาเทียม 1 ข้าง และขายของเป็นแชมพูสำหรับหมาแมวทางออนไลน์ มีแฟนที่ดี และมีชีวิตของตัวเองที่เลือกจะสู้ต่อ 

สาเหตุที่นัทตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องของตัวเอง 

นัทเล่าว่าเธอไปเห็นคลิปข่าวต่างประเทศเรื่องการตัดสินคดีที่เยาวชนก่อเหตุรุนแรงและต้องถูกจำคุก จึงนึกย้อนถึงเรื่องของตัวเองที่ติดอยู่ในใจมาโดยตลอด จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายไม่เคยต้องเสียอิสรภาพ และยังใช้ชีวิตดีๆ อยู่ โดยไม่ชดใช้เยียวยาเธอด้วยซ้ำ

นัทอยากให้กำลังใจหญิงสาวคนอื่นๆ ที่ถูกกระทำหรือตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ให้ออกมาพูดและยืนหยัดต่อสู้ นอกจากนั้นคือการภูมิใจในร่างกายของตัวเอง เหมือนที่เธอภูมิใจและมั่นใจ แม้จะไม่มีร่างกายครบ 32  

ไม่จำเป็นต้องอาย เพราะคนที่ควรต้องอายคือผู้กระทำ


ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10220793801343625&id=1495843487


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top