Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

‘ยศชนัน’ กับบทบาทแคนดิเดตนายกฯ พท. ต้องสร้างจุดขาย ‘นายกฯแบบวิศวกร’ บน 3 เงื่อนไขที่ต้องเห็น เพื่อพิสูจน์ว่าต่างจริง กล้าเปิดผลทดลอง – ปฏิรูปรัฐดิจิทัล- หนุนสร้างนวัตกรรม

หลังพรรคเพื่อไทยเปิดตัว “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ศึกเลือกตั้ง 2569 ภาพจำของสื่อจำนวนมากมักพาเราไปจบที่เฟรมเดิม ๆ เรื่องเครือญาติ-ตระกูลการเมือง ซึ่งก็เลี่ยงไม่ได้ในโลกจริงของการเมืองไทย

แต่ถ้าจะ “เชียร์แบบไม่อวย” และเขียนในมุมที่ยังไม่ค่อยมีคนเขียนให้สุด คำถามที่ควรถามคือ: ประเทศไทยต้องการผู้นำที่พูดเก่ง…หรือผู้นำที่ทำงานเป็นระบบแบบวิศวกร จนรัฐขยับได้จริง?

ยศชนัน มีฐานเป็นนักวิศวกรรมชีวการแพทย์ และทำงานด้าน Brain-Computer Interface (BCI) รวมถึงบทบาทบริหารงานวิจัย/นวัตกรรมในแวดวงมหาวิทยาลัย นี่สำคัญไม่ใช่เพราะ “ดูเท่” แต่เพราะมันคือวิธีคิดคนละชุดกับการเมืองที่มักตัดสินจากสโลแกนและแรงเชียร์

สิ่งที่ “นายกฯแบบวิศวกร” อาจทำให้ไทยต่างจากเดิม (ถ้าทำจริง)
หัวใจไม่ใช่แค่ “นโยบายใหม่” แต่คือกระบวนการทำงานแบบ Test → Learn → Scale: ทดลองกับกลุ่มย่อย วัดผล เปิดเผยผล และค่อยขยายผล แทนการประกาศทีเดียวทั้งประเทศแล้วหวังให้คนเชื่อ
แนวคิดนี้มีเคสต่างประเทศที่พิสูจน์แล้วว่า “รัฐที่ยอมทดลองและวัดผล” เดินได้เร็วกว่า “รัฐที่เดาแล้วประกาศ”

เคสต่างประเทศ: บทเรียนที่ไทยควรหยิบมาใช้
1) สหราชอาณาจักร: ใช้ RCT กับนโยบายมากขึ้น—เลิกเถียงด้วยความเชื่อ
อังกฤษมีแนวทางเชิงนโยบายที่ผลักให้รัฐใช้ Randomised Controlled Trials (RCTs) กับมาตรการสาธารณะมากขึ้น แนวคิดเดียวกับงานแพทย์: ทดลองอย่างเป็นระบบ วัดผล และปรับใช้บนหลักฐาน
บทเรียนถึงไทย: ถ้ายศชนันจะขาย “ความเป็นนักวิจัย” ให้มีความหมาย ต้องตั้งระบบให้รัฐยอมทดลอง และยอมรับความล้มเหลวแบบมีข้อมูล ไม่ใช่ทดลองแล้วปิดผลเพราะกลัวเสียหน้า

2) เอสโตเนีย: รัฐดิจิทัลไม่ได้ชนะเพราะมีแอปเยอะ แต่ชนะเพราะ “เชื่อมข้อมูลได้จริง”
เอสโตเนียถูกยกเป็นตัวอย่างรัฐดิจิทัลเพราะมีแกนกลางการแลกเปลี่ยนข้อมูล (interoperability) ที่ทำให้หน่วยงานรัฐเชื่อมข้อมูลกันได้อย่างปลอดภัย ลดเอกสาร ลดการขอสำเนาซ้ำซาก และทำให้บริการรัฐ “เร็วแบบเป็นระบบ”
บทเรียนถึงไทย: ถ้าจะเชียร์นายกฯสายเทค ต้องเชียร์ให้ทำ “รัฐเชื่อมกันได้” มากกว่า “รัฐมีแพลตฟอร์ม/แอปเพิ่ม” และต้องคุยเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยข้อมูลแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ซุกไว้ใต้พรม

3) อิตาลี/กรีซ: เทคโนแครตช่วยคุมไฟระยะสั้นได้ แต่เสี่ยงโดนตีกลับเรื่องความชอบธรรม
ยุโรปมีตัวอย่างรัฐบาลเทคโนแครตในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ-การคลังที่ช่วย “พยุงสถานการณ์” ได้ช่วงหนึ่ง แต่ก็เสี่ยงถูกต่อต้าน หากสังคมรู้สึกว่าเป็น “รัฐบาลผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ยึดโยงประชาชน” หรือสื่อสารไม่เป็น
บทเรียนถึงไทย: ต่อให้คิดเป็นระบบแค่ไหน ถ้าทำการเมืองไม่เป็น สื่อสารไม่เป็น หรือทำให้คนรู้สึกว่า “รัฐฉลาดแต่ไม่เห็นหัวประชาชน” ก็ไปไม่รอด

เชียร์แบบไม่อวย: 3 เงื่อนไขที่ต้องเห็น เพื่อพิสูจน์ว่าต่างจริง
ถ้าจะเชียร์ยศชนันในมุม “นายกฯแบบวิศวกร” ควรเชียร์พร้อมเงื่อนไขชัด ๆ ว่าอย่างน้อยต้องทำให้เห็น 3 เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น
• ตั้งหน่วย “ทดลองนโยบาย” แบบเปิดผลลัพธ์: ทำ pilot ในพื้นที่/กลุ่มเป้าหมายจริง เปิด KPI และผลจริงให้ประชาชนตรวจได้ ก่อนขยายทั้งประเทศ
• ปฏิรูปรัฐดิจิทัลด้วยการเชื่อมข้อมูล (interoperability) ไม่ใช่แค่ทำแพลตฟอร์มใหม่: ลดงานเอกสาร ลดการขอข้อมูลซ้ำ และมีกติกาคุ้มครองข้อมูลที่คนเชื่อได้
• ทำ “จัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้างนวัตกรรม”: ให้รัฐเป็นลูกค้ารายแรกในบางหมวดของไทยที่ผ่านการทดสอบแล้ว โดยเฉพาะสุขภาพ/ผู้สูงวัย/อุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อให้ ‘งานวิจัย’ กลายเป็น ‘อุตสาหกรรม’ ไม่ใช่แค่รางวัล

ประเทศไทยไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่ขาด “ระบบที่ทำให้ความเก่งชนะ”
ยศชนันอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด และไม่ควรถูกเชียร์แบบหลับหูหลับตา แต่เขาเป็น “สัญญาณ” ที่ทำให้สังคมตั้งคำถามใหม่ได้ว่า เราจะเลิกเลือกผู้นำจากความคมบนเวที แล้วหันมาเลือกจากความสามารถในการทำให้รัฐเดินด้วยข้อมูล วัดผล และแก้ซ้ำอย่างมีวินัยได้หรือยัง

ถ้าเขากล้าประกาศเงื่อนไขแบบวิศวกร—กำหนด KPI เปิดผลทดลอง และยอมให้ตรวจสอบ—นั่นแหละถึงจะเป็นความต่างที่จับต้องได้ และเป็นการเชียร์ที่ไม่อวย แต่พาประเทศไปข้างหน้าได้จริง

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงแนวทางการบริหาร (governance approach) ไม่ใช่การชี้ชวนให้เลือกพรรค/บุคคลโดยปราศจากเงื่อนไข

 

รับฟังผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ หวังนำแนวคิดและผลงานนักศึกษาไปต่อยอด เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การขับเคลื่อนสังคมไทย สร้างอนาคตประเทศด้วยนวัตกรรมที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์ ผู้ช่วยอธิการบดี ศาสตราจารย์ นพ.เอกสิทธิ ธราวิจิตรกุล ผู้ช่วยอธิการบดี ให้การต้อนรับ นายวิชัย ทองแตง ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร รพ.พญาไท และ รพ.เปาโล และนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่

ดร.ก้องเกียรติ สุริเย ผู้บริหารบริษัท จีอาร์ดี จำกัด (GRD) และบริษัท กรีน สแตนดาร์ด จำกัด (Green Standard)

นายวรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ ผู้บริหาร TVD Holdings

ดร.สุชาย ธนวเสถียร ผู้บริหารบริษัท AI for Education

นายภัทรภัสสร์ ภัทรศิลป์วีรกุล ผู้บริหาร Fit2Fly

ในโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อรับฟังการนำเสนอผลงานวิจัยและหารือแนวทางการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนร่วมกัน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นำเสนอศักยภาพและความพร้อมของงานวิจัยและนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ แพลตฟอร์มดิจิทัล และอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ ทั้งสิ้น 7 โครงการ ประกอบด้วย

1. U-PIN: University Planet Innovation Network – Blue Economy & Blue Carbon ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สมุทรสาคร)

โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ และ ดร.รัตชยุดา กองบุญ หน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ สถาบันวิจัยพหุศาสตร์

2. แพลตฟอร์มการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในป่าชายเลนด้วยข้อมูลดาวเทียม 100% บนความร่วมมือกับ BCPG (บริษัท บางจาก) ภายใต้โครงการ U-PIN

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลภัทร เหมวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ

3. From Herb to Health and to Wealth

กรณีศึกษา BroccoBaby และ La U-PIN: PM2.5 Protection Skin Mist

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มิ่งขวัญ ณ ตะกั่วทุ่ง คณะแพทยศาสตร์

4. FIN Tech & Ethereum Chiang Mai

โดย อาจารย์ ดร.ณัฐพล อุดมเลิศสกุล วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล

5. Local AI for Local Government

โดย คุณณัฐ วีระวรรณ นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตร Climate Change Management Program (CCM) วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ

6. Nimman Connex & Smart City Solutions

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ หลักสูตรการจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology Management) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี

7. Nutrition for Longevity: นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพชีวิตที่ยืนยาว

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชิตาพัณณ์ ใบงิ้ว ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย “Nimman Connex & Smart City Solutions” โดยทีมวิจัยจากหลักสูตรการจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี เพื่อสะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการพัฒนาโซลูชันเมืองอัจฉริยะร่วมกับภาคเอกชน

นายวิชัย ทองแตง กล่าวตอนหนึ่งว่า การเยือนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมชม แต่เป็นการเปิดพื้นที่เพื่อรับฟังการนำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรม และแนวคิดใหม่ ๆ จากนักวิจัย นักพัฒนา และคนรุ่นใหม่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันมองทิศทางการขับเคลื่อนสังคมไทยในระยะยาว และเชื่อมโยงงานวิจัย แพลตฟอร์ม และนวัตกรรมสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

2 แพนด้าจีน ถูกส่งคืนก่อนกำหนด รัฐบาลโตเกียวขอให้คงอยู่ในสวนสัตว์ จีนไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของญี่ปุ่น สัมพันธ์ทั้งสองประเทศตึงเครียดและแปรปรวน

(16 ธ.ค. 68) ญี่ปุ่นเตรียมส่งแพนด้าคู่แฝด "เล่ยเล่ย" และ "เสี่ยวเสี่ยว" ที่สวนสัตว์อุเอโนะ กรุงโตเกียว กลับประเทศจีนก่อนครบกำหนดสัญญายืมตัวในเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะถึงนี้

รายงานจากสื่อญี่ปุ่นเช่น "อาซาฮี ชิมบุน" ระบุว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวได้พยายามขอให้แพนด้าทั้งสองตัวอยู่ต่อในสวนสัตว์เนื่องจากได้รับความนิยมสูงและดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมาก แต่จีนไม่เห็นด้วยกับคำขอนี้ตามที่หนังสือพิมพ์ธุรกิจ "นิกเคอิ" รายงาน

ขณะที่การติดต่อขอความคิดเห็นจากรัฐบาลกรุงโตเกียวได้รับการปฏิเสธ ทั้งนี้ โตเกียวกำลังพยายามยืมแพนด้าคู่ใหม่มาแทนแต่โอกาสจะเกิดขึ้นก่อนส่งกลับแพนด้าคู่เดิมนั้นต่ำมาก

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดสองแห่งในเอเชียกำลังเผชิญความตึงเครียดหลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ 'ซานาเอะ ทาคาอิจิ' ส่งสัญญาณแทรกแซงทางทหารหากเกิดการโจมตีไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นดินแดนของตน

สวนสัตว์อุเอโนะมีประวัติยาวนานในการใช้ "การทูตแพนด้า" ร่วมมือกับจีนและสหรัฐฯ โดย "เล่ยเล่ย" และ "เสี่ยวเสี่ยว" เกิดเมื่อปี 2021 จากแม่แพนด้า "ชินชิน" ที่ได้มาจากจีนตั้งแต่ปี 2011 และส่งกลับจีนเมื่อปีที่แล้ว
 

ประเทศไทยรำลึกถึง “วันกีฬาแห่งชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านกีฬา ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ เปลี่ยนประวัติศาสตร์กีฬาไทยเป็นวันสำคัญของชาติ

(16 ธ.ค. 68) ทุกวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี ประเทศไทยรำลึกถึง "วันกีฬาแห่งชาติ" ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบและได้คว้าเหรียญทองร่วมกันในการแข่งขันกีฬาแหลมทองเมื่อปี พ.ศ. 2510

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงต่อและดัดแปลงเรือใบ "นวฤกษ์" ด้วยพระหัตถ์ และทรงลงแข่งขันจริงในประเภทโอเค เรือลำนั้นชนะควบคู่กับทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทำให้นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ไม่ลืมเลือนในวงการกีฬาไทย

จากความสำเร็จนี้ กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้วันที่ 16 ธันวาคมเป็นวันกีฬาแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงการออกกำลังกายและค่านิยมกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จำกัดเฉพาะนักกีฬาอาชีพเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันการจัดกิจกรรมกีฬาในวันนี้ยังขยายไปถึงการแข่งขัน อีสปอร์ต และกิจกรรมที่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

นอกจากนี้ กีฬาในวันสำคัญนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของกีฬาในสังคมไทย ทั้งด้านวินัย น้ำใจนักกีฬา การอยู่ร่วมกัน สุขภาพที่ดี และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกีฬาในประเทศ แม้ในยุคที่ผู้คนเสพติดหน้าจอมากกว่าการเล่นกีฬา วันกีฬาแห่งชาติยังคงเป็น "ข้ออ้างดี ๆ" ให้คนไทยลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวและดูแลสุขภาพ

กกต.เคาะแล้ว วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 เปิดรับสมัคร สส. 27-31 ธ.ค.68 เช็กวันเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.68 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดให้กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป นั้น การประชุมกกต.วันนี้ สำนักงานได้เสนอร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กกต.พิจารณา โดยที่ประชุมกกต.พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานเสนอ ดังนี้

1.วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2.วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้งวันลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

3.วันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนี้ วันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประกาศกำหนด

ส่วนวันที่ 28 – 31 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (เฉพาะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วเท่านั้น) และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

4.กำหนดระยะเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขตเลือกตั้ง / นอกเขตเลือกตั้ง / นอกราชอาณาจักร) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569

5.การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569 และ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 

ทั้งนี้ สำนักงานกกต.จะได้ส่งประกาศดังกล่าวให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป

เพื่อไทย เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ 'สุริยะ-ยศชนัน-จุลพันธ์' เตรียมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดนโยบายล็อตแรกของพรรค 16 ธ.ค.นี้

(15 ธ.ค. 2568) - ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 3 คนที่จะเปิดตัววันที่ 16 ธ.ค.ในกิจกรรม "ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้" จะประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เป็นนักวิชาการ เคยทำวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือคนพิการที่ร่างกายขยับไม่ได้ แต่สมองยังทำงานจากเคสคนที่ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์มาแล้ว

อีกสองคน คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ เคยเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายกระทรวง อยู่ในพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย คนในพรรคต่างให้การยอมรับ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองรุ่นกลางที่มีความรู้ความสามารถสามารถ ขึ้นเวทีดีเบตในนามพรรคเพื่อไทยได้ และมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ทั้ง 3 คน จะกล่าวแสดงวิสัยทัศน์และเปิดนโยบายล็อตแรกของพรรคเพื่อไทยในงานวันดังกล่าวด้วย

ปตท. - บางจาก ออกโรงชี้แจง ยันงดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา ตั้งแต่ มิ.ย. 68 ชี้ การส่งน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้านอื่น เป็นไปตามเอกสารทางการค้าเคร่งครัด

(15 ธ.ค. 68) ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ว่าพบการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา นั้น

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่ม ขอยืนยันว่ากลุ่ม ปตท. ไม่มีการส่งออกน้ำมันไปที่ประเทศกัมพูชา โดยมีนโยบายงดส่งออกตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และถือปฏิบัติมาตั้งแต่เกิดสถานการณ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการตระหนักถึงความมั่นคงของประเทศและพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ

กลุ่ม ปตท. ขอเป็นกำลังใจและเคียงข้างทหาร ตำรวจ และประชาชน ในสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ขณะที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงว่า บริษัทฯ ไม่มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศกัมพูชา โดยไม่มีการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งทางรถและทางเรือ

สำหรับการจัดส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการดำเนินการตามคำสั่งซื้อและเอกสารทางการค้าอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยมีจุดหมายปลายทางตามที่ระบุไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของหน่วยงานภาครัฐของประเทศนั้น ๆ ที่กำหนดให้การนำเข้า–ส่งออกและการขนส่งผ่านแดนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นไปตามใบอนุญาตและพิธีการศุลกากรอย่างเคร่งครัด และห้ามการส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติและความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจและผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายในบริเวณพื้นที่ชายแดนท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ และหวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน

Google Translate เปิดตัวฟีเจอร์ 'แปลภาษาผ่านหูฟัง' แบบเรียลไทม์ คุณสมบัติใหม่สุดล้ำแปลได้กว่า 70 ภาษา นำร่องระบบ Android ก่อนเปิดใช้ใน iOS ปีหน้า

(ซินหัว) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 กูเกิล (Google) ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์เวอร์ชันเบตาที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถฟังคำแปลแบบเรียลไทม์ผ่านหูฟังได้ ซึ่งเป็นความพยายามของบริษัทในการปรับปรุงบริการแปลภาษาและการเรียนรู้ภาษาให้ดียิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่นี้ ซึ่งใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันกูเกิล ทรานสเลต (Google Translate) จะให้การแปลแบบเรียลไทม์โดยคงไว้ซึ่งน้ำเสียง การเน้นเสียง และจังหวะการพูดของผู้พูด ทำให้เข้าใจการสนทนาได้ง่ายขึ้น

โรส เหยา รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการค้นหาของกูเกิล โพสต์ข้อความว่าไม่ว่าคุณต้องการสนทนาในภาษาอื่น ฟังการพูดหรือการบรรยายขณะอยู่ต่างประเทศ หรือดูรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ในภาษาอื่น ตอนนี้คุณสามารถใส่หูฟัง เปิดแอปฯ แปลภาษา กดฟังก์ชัน "การแปลสด" และฟังคำแปลแบบเรียลไทม์ในภาษาที่คุณต้องการได้

ขณะนี้ฟีเจอร์เวอร์ชันเบตากำลังทยอยเปิดให้ใช้งานบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ (Android) ในสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย โดยรองรับมากกว่า 70 ภาษา และใช้งานได้กับหูฟังทุกประเภท โดยกูเกิลกล่าวว่ามีแผนจะขยายฟีเจอร์นี้ไปยังอุปกรณ์ไอโอเอส (iOS) และประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมในปี 2026
 

‘สจ.อ้วน - ภาคิน เสือดาว’ กระโดดเข้าสู่สนามระดับชาติ ขอลงบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ หลังคร่ำหวดการเมืองท้องถิ่นจนสุกงอม

‘ภาธิน เสือดาว’ จากคนพื้นที่สุราษฎร์ฯ ผู้ศรัทธาอุดมการณ์ประชาธิปัตย์ สู่เส้นทางการเมืองระดับชาติ

ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยต้องการ “คนทำงานจริง” มากกว่าคำสัญญา ภาพของ นายภาธิน เสือดาว หรือที่หลายคนรู้จักในนาม สจ.อ้วน (ชื่อเดิม เอกพจน์ เสือดาว) กำลังสะท้อนให้เห็นถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่เติบโตจากงานพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่สนามการเมืองระดับประเทศในนามพรรคที่เขาศรัทธามาตลอดชีวิต “พรรคประชาธิปัตย์”

จากลูกหลานสุราษฎร์ฯ สู่บทบาทนักการเมืองท้องถิ่น หลังจบรามคำแหงก็มุ่งหน้ากลับมารับใช้บ้านเกิด

ด้วยรากเหง้าที่ผูกพันแน่นแฟ้นกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาธิน เติบโตจากการทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เขาเคยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) สุราษฎร์ธานี 1 สมัย ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและองค์กรท้องถิ่นในหลากหลายมิติ

ประสบการณ์ที่สั่งสมยังพาเขาไปทำหน้าที่สำคัญในระดับเทศบาล โดยเคยเป็นเลขานุการนายกเทศมนตรี นานถึง 1 สมัย (8 ปีเต็ม) ทำให้เข้าใจการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การพัฒนาพื้นที่ การแก้ปัญหาชุมชน ไปจนถึงการบริหารงบประมาณและบุคลากร

ก้าวผ่านความพ่ายแพ้ เพื่อเติบโต

ในการเลือกตั้ง สจ.ครั้งที่ผ่านมา ภาธินตัดสินใจกลับลงสนามอีกครั้ง แม้ผลการเลือกตั้งจะ “สอบตก” ไม่ได้กลับมารับตำแหน่ง แต่เขามองว่านั่นไม่ใช่จุดจบ หากเป็นบทเรียนที่ผลักดันให้ก้าวต่อไปอย่างแข็งแรงกว่าเดิม

เขามักพูดเสมอว่า
“การเมืองคือการทำงานเพื่อคน ไม่ใช่ตำแหน่ง”

เอกพจน์ หรือ สจ.อ้วน มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้ความรู้ความสามารถเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายด้านเด็ก เยาวชน กิจกรรมสร้างเครือข่ายของพรรค รวมทั้งสะท้อนความต้องการของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งการผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้แนวทาง “ท้องถิ่นจัดการตนเอง“ เกิดขึ้นจริง ให้ท้องถิ่นสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

อันเป็นการช่วยรัฐบาลกลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชน

ก้าวผ่านความพ่ายแพ้ เพื่อเติบโต

สู่การเมืองระดับชาติ บทพิสูจน์ใหม่ของคนทำงานตัวจริง

วันนี้ ภาธิน เสือดาว ตัดสินใจยกระดับเส้นทางชีวิตการเมืองครั้งสำคัญ ด้วยการ เสนอตัวเป็นผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

นี่ไม่ใช่เพียงการก้าวขึ้นสู่การเมืองระดับชาติ แต่คือการประกาศชัดว่า คนทำงานจากพื้นที่ พร้อมนำประสบการณ์ ความเข้าใจประชาชน และอุดมการณ์ที่ยึดมั่น มาร่วมพัฒนาประเทศในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม

ศรัทธาต่อประชาธิปัตย์อุดมการณ์ที่ไม่เปลี่ยน

ภาธินเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ของสุราษฎร์ฯ ที่เติบโตมาพร้อมกับแนวคิด “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ทำงานเพื่อประชาชน” ตามแบบฉบับประชาธิปัตย์ ไม่เคยเปลี่ยนพรรค ไม่เคยเปลี่ยนใจ แม้ช่วงเวลาทางการเมืองจะผันผวนเพียงใด

เส้นทางของ ภาธิน เสือดาว จึงไม่ใช่เพียงการเดินจากตำบล สู่จังหวัด และกำลังก้าวสู่ประเทศ
แต่คือเรื่องราวของคนทำงานตัวจริง ผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ และมีหัวใจอยากรับใช้บ้านเกิดอย่างแท้จริง

การลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ อาจเป็นก้าวสำคัญ ที่เปิดประตูให้เขาได้พิสูจน์บทบาทใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร — พร้อมสะท้อนเสียงประชาชนจากสุราษฎร์ฯ สู่ระดับชาติอย่างเต็มภาคภูมิ

'อรรถวิชช์' นำผู้เสียหายร้อง บก.ปคบ. สอบเจ้าของคอนโดแบรนด์ดัง 5 โครงการ หลังพบปัญหาเก็บเงินดาวน์แต่สร้างไม่เสร็จ ซ้ำ อมเงินกู้ส่วนต่าง - น้ำท่วมตึกเสียหาย

วันที่ 15 ธ.ค. 2568 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ นายชณทัต ปัทะมะภูวดล สมาชิกพรรค นำผู้เสียหาย กว่า 30 คน จาก 5 โครงการคอนโดในเครือ แห่งหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พ.ต.อ.ปริญญา ปาละ ผู้กำกับการสอบสวนกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เป็นผู้รับเรื่อง โดยขอให้มีการตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีประชาชนผู้ซื้ออาคารชุดจากกลุ่มโครงการ ทั้ง 5 โครงการ ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจำนวนมาก

นายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายที่ซื้อคอนโดมิเนียมในโครงการ รวม 5 โครงการ ย่านรัชดา ลาดพร้าว จตุจักร ห้วยขวาง ซึ่งเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน พบพฤติการณ์หลายรูปแบบดังนี้

1. โครงการสร้างเสร็จแต่ไม่ตรงกับที่โฆษณา น้ำท่วมระบบไฟใต้ดินเสียหาย ผู้พักอาศัยต้องย้ายออกชั่วคราว รวมถึงมีผู้ซื้อที่โอนกรรมสิทธิ์แล้วแต่กลับถูกล็อกห้อง ไม่ได้รับกุญแจเข้าห้องพักยาวนานเป็นปี

2. ปัญหาเงินกู้ส่วนต่าง (เงินทอน) พบว่าทางโครงการรับเงินสินเชื่อส่วนต่างสำหรับตกแต่งห้องจากธนาคารไปแล้ว แต่ไม่ยอมโอนคืนให้กับผู้ซื้อตามตกลง

3. โครงการลม-สร้างไม่เสร็จ : ในโครงการ "รัชดา 7", "ลาดพร้าว 20" และ "ลาดพร้าว 1" พบว่ามีการโฆษณาขายและเก็บเงินดาวน์จากประชาชนไปแล้ว แต่การก่อสร้างล่าช้า ไม่แล้วเสร็จ และบางโครงการยังไม่มีการเริ่มก่อสร้างเลย ทั้งที่เปิดขายต่อเนื่องกันมาหลายปี 

"ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนและมูลค่าสูง พฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ จึงต้องขอให้ตำรวจ ปคบ. ใช้ความเชี่ยวชาญในการสืบสวนเส้นทางการเงินและข้อเท็จจริง  คนทำงานกว่าเก็บเงินมาซื้อคอนโดได้แต่กลับมาโดนแบบนี้ น่าเห็นใจมาก“ 

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.สุทธิสาร แล้วเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะรวมตัวกันมาร้องเรียนที่ ปคบ. ในวันนี้ เพื่อให้เร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นี่คือวิกฤตคนทำงาน ตั้งใจผ่อนคอนโดจากเงินเดือน แต่กลับไม่ได้คอนโด น่าเห็นใจมาก

#THESTATESTIMES
#ECONBIZ
#อรรถวิชช์_สุวรรณภักดี
#คอนโดไม่ตรงปก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top