Friday, 31 July 2026
Hard News Team

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมวันพยาบาลสากล ปี 68 เพื่อรำลึกและสดุดี มิสฟลอเรนช์ ไนติงเกล สุภาพสตรี แห่งดวงประทีป ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพพยาบาล 

(8 พ.ค.68) พลเรือตรีพัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมวันพยาบาลสากล ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมคลองไผ่ หอประชุม รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย นาวาเอกหญิง อรัญญา เชยดี รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล รพ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ และในนามคณะกรรมการจัดกิจกรรมวันพยาบาลสากล ประจำปี 2568 นำคณะฝ่ายการพยาบาลและข้าราชการพยาบาลฯ ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีรองผู้อำนวยการ รพ.ฯ พลเรือตรีหญิง อำไพวัลย์ สวยสม และนาวาเอกหญิง เรืองรอง วิยาภรณ์ อดีตข้าราชการพยาบาล รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ ร่วมในพิธี 

นาวาเอกหญิง อรัญญา เชยดี กล่าวรายงานถึงความเป็นมาว่า ตามที่ สภาพยาบาลระหว่างประเทศ ได้กำหนดให้ วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันพยาบาลสากล และเป็นวันเกิดของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพยาบาล และเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ตั้งใจบำเพ็ญ สาธารณประโยชน์ เพื่อมวลมนุษย์อย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ฝ่ายการพยาบาลฯ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อรำลึกและสดุดีคุณงามความดี อีกทั้งเพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติและยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีของพยาบาล ภายใต้คำขวัญวันพยาบาลสากล ปี 2568 ที่ว่า "พยาบาลคืออนาคต ใส่ใจพยาบาล พัฒนาสุขภาพสู่เศรษฐกิจ" หรือ "Our Nurses. Our Future. Care for nurses strengthens economies" ขึ้น ในวันนี้ 8 พ.ค.68 รวมทั้งมอบโล่รางวัลและช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับพยาบาล ผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณต่างๆ สร้างชื่อเสียงให้กับองค์กรพยาบาล และโรงพยาบาลฯ ในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน 

พล.ร.ต.พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ กล่าวว่า ตามที่ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ประกาศเป้าหมายรณรงค์ "พยาบาลคืออนาคต ใส่ใจพยาบาล พัฒนาสุขภาพสู่เศรษฐกิจ" ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของพยาบาล ในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ 

ในทุกๆ วัน พยาบาล เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่รักษาโรค แต่ยังมีส่วนในการสนับสนุนให้ชุมชนมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนเป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน ความใส่ใจต่อพยาบาลนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคปัจจุบัน ที่พยาบาลต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงการแพทย์และสาธารณสุข การสนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับพยาบาล จึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากพวกเขาคือ บุคลากรที่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างอนาคตและระบบสุขภาพ ดังนั้นพยาบาลที่มีความสุขและมีสุขภาพที่ดี จะสามารถให้บริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้แล้ว ยังได้จัดประชุมวิชาการ เรื่อง กฎหมายและจริยธรรมทางการพยาบาล เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรม ที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของพยาบาล รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจในการปฏิบัติงานตามหลักจริยธรรมทางการพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยในระบบสุขภาพ ให้มีประสิทธิภาพ

โดยได้รับเกียรติจาก วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านกฎหมายและ จริยธรรมด้านการพยาบาล มาร่วมแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและจริยธรรม ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568

(8 พ.ค.68) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยมี พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้การรับรอง ณ สนามฝึกยิงอาวุธ เขาลำปี - ท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติจริงของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เพื่อทดสอบความพร้อมขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ทดสอบความพร้อมและขีดความสามารถในการฝึกยิงอาวุธประจำหน่วย ในการป้องกันฝั่งและการป้องกันภัยทางอากาศ ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำที่ รวมถึง เป็นการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีด้วยปืนใหญ่รักษาฝั่ง ปืนต่อสู้อากาศยาน และ อาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S สนับสนุนด้วยการตรวจการณ์จากอากาศยานไร้คนขับ (UAS) และการตรวจการทางเรือ ตลอดจนทดสอบขีดความสามารถในการติดตามภาพสถานการณ์ของหน่วยควบคุมบังคับ รวมถึงความพร้อมในการเตรียมการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบ FK - 3 สำหรับการโจมตีเป้าหมายทางอากาศ  ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ โดยจำลองสถานการณ์ฝึก เป็นการรับมือ ป้องกัน และโจมตี ฝ่ายข้าศึกที่เข้ามารุกล้ำอธิปไตยของชาติทางทะเล และน่านฟ้า ผลการฝึกยิงอาวุธ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  

สำหรับยุทโธปกรณ์ที่นำมาใช้ในการฝึกยิงทางยุทธวิธีนี้ประกอบด้วย ปืนใหญ่กลางกระสุนวิธีราบ ขนาด 130 มิลลิเมตร ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 37 มิลลิเมตร ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40/70 มิลลิเมตร  อาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S โดยทำการยิงจากรถ จำนวน 2 ลูก จากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ATMG จากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

ในส่วนของอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S เป็นอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ มีหลักการจับเป้าหมายโดยอาศัยการตรวจจับ และรับรังสีอินฟราเรดที่แพร่ออกมาจากแหล่งความร้อนของตัวอากาศยาน อาวุธจะล็อคเป้าหมาย และพร้อมให้พลยิงปล่อยตัวจรวดออกมา เพื่อติดตามทำลายเป้าหมาย และเมื่อจรวดแล่นออกจากท่อยิง การทำงานจะเป็นไปในลักษณะ Fire and Forget  โดยเป้าที่ใช้ในการยิงอาวุธครั้งนี้เป็นเป้าฝึก Drone แบบปีกนิ่ง ที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพเรือ

ด้าน อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบ FK-3   เป็นระบบอาวุธป้องกันภัยทางอากาศระยะปานกลาง-ไกล ที่สามารถทำงานได้ทุกสภาพอากาศทั้งกลางวัน และกลางคืน ถูกออกแบบมาให้สกัดกั้นเครื่องบินรบ, เครื่องบินปีกตรึง, อากาศยานปีกหมุน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ, อากาศยานไร้คนขับ, จรวดร่อน, ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ รวมไปถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น สามารถทำงานเป็นระบบ Stand alone เข้าประจำการในหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง  

ทั้งนึ้การฝึกกองทัพเรือประจำปี ถือเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ โดยใช้แนวความคิดในการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” ซึ่งในปีนี้เป็นการฝึกป้องกันประเทศโดยกำหนดสถานการณ์ตั้งแต่ในขั้นปกติสถานการณ์วิกฤตไปถึงขั้นป้องกันประเทศซึ่งมีการทดสอบและสร้างความคุ้นเคยทางด้านแนวความคิดหลักการหลักนิยมไปจนถึงขีดความสามารถของกำลังรบในแต่ละประเภทโดยส่วนต่างๆของกองทัพเรือทั้งในกองอำนวยการฝึกและหน่วยรับการฝึกทุกหน่วยได้มีการเตรียมการ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยนำวัตถุประสงค์การฝึกและหัวข้อการทดสอบที่กองทัพเรือกำหนดไปกำหนดเป็นวัตถุประสงค์เฉพาะ ตามภารกิจของหน่วยและนำไปทดสอบในการฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) และการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายคำสั่งและวัตถุประสงค์การฝึกที่ได้กำหนดไว้ โดยผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการฝึกในครั้งนี้ นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ จะได้ใช้ยุทธวิธีหลักนิยมในการรบร่วม และทดสอบแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือให้เป็นไปตามแผนป้องกันประเทศ เพื่อให้เกิดความรู้ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกจริงแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังพลในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จีน เมียนมา เวียดนาม ลาว และมองโกเลีย จากฝั่งเอเชีย เตรียมเข้าร่วมขบวนพาเหรดใหญ่ ‘วันแห่งชัยชนะ’ ของรัสเซีย

รัสเซียเตรียมจัดงานเฉลิมฉลอง 'วันแห่งชัยชนะ' (Victory Day) อย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ณ กรุงมอสโก โดยมีผู้นำจากหลายทวีปตอบรับเข้าร่วมอย่างคึกคัก รวมถึงประเทศในเอเชียที่เข้าร่วมอย่างโดดเด่น ได้แก่ จีน เวียดนาม เมียนมา มองโกเลีย และลาว สะท้อนทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและภูมิภาคเอเชียที่ใกล้ชิดขึ้นท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน

รายชื่อผู้นำจากเอเชียที่เข้าร่วมมีทั้งระดับประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรค โดย ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนถือเป็นหนึ่งในแขกสำคัญ เช่นเดียวกับ โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม, มิน ออง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา, อุคนากีน คูเรลซูค ประธานาธิบดีมองโกเลีย และ ทองลุน สีสุลิด ผู้นำลาว การเข้าร่วมของผู้นำเหล่านี้มีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์และการทูต ท่ามกลางแรงกดดันจากตะวันตก

ไม่เพียงแค่ในเอเชีย ผู้นำจากประเทศในละตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก เช่น เซอร์เบีย อาร์เมเนีย และเบลารุส ต่างทยอยเข้าร่วมพาเหรดครั้งนี้ รวมถึงประเทศมหาอำนาจจากโลกใต้ เช่น บราซิล และแอฟริกาใต้ ขณะที่อินเดีย แม้ไม่ได้ส่งผู้นำสูงสุด แต่ก็มีตัวแทนระดับสูงเข้าร่วม 

ทั้งนี้ งานวันแห่งชัยชนะถือเป็นเวทีสำคัญที่รัสเซียใช้สื่อสารพลังและพันธมิตรต่อสายตาชาวโลก และปีนี้ยิ่งมีความหมายเป็นพิเศษในยุคที่สงครามยูเครนยังดำเนินอยู่ การรวมตัวของผู้นำโลกตะวันออกและใต้จึงไม่เพียงแค่ 'รำลึกอดีต' แต่ยังสะท้อน 'พันธมิตรโลกใหม่' ที่กำลังก่อตัวอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

จเรตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการปราบปรามการค้ามนุษย์ เดินหน้าร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง กำชับตำรวจทุกหน่วยให้ความสำคัญในการปฏิบัติ

(8 พ.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ โดยมี ดร.รีเบ็คก้า มิลเลอร์ ผู้ประสานงานภูมิภาคของ UNODC , พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ผู้แทนหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง , ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงแรงงาน , กองบัญชาการกองทัพไทย , สำนักงานอัยการสูงสุด , สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน , สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม , ธนาคารแห่งประเทศไทย และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การประชุมในวันนี้เป็นการขับเคลื่อนงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ ของหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฯ โดยการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจนี้ขึ้นมาเพื่อความสะดวกและมีประสิทธิภาพในการประสานงานไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ , การปฏิบัติการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ , การสืบสวนสอบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ , การคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ภายหลังจากการช่วยเหลือออกมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ , การส่งเสริมศักยภาพของเจ้าหน้าที่รัฐในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ และการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน (SOP) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการประสานงานระหว่างประเทศ 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลคือปัจจัยของความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การสืบสวนสอบสวน และการดำเนินคดี อาทิ สถานที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ , ชาวต่างชาติต้องสงสัยที่เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ , การคัดกรองเหยื่อ/ผู้ประสงค์ไปทำงาน ซึ่งในส่วนของ UNODC จะให้การสนับสนุนการทำงานในด้านการช่วยกำหนดทิศทางการทำงานของหน่วยเฉพาะกิจฯ แพลตฟอร์มการประสานงานกับหน่วยงานนานาประเทศ และการฝึกอบรมในการคัดกรองและคัดแยกผู้เสียหายกับผู้กระทำผิด 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมา พูดได้ว่าหากเราไม่สามารถล้มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนได้ การแก้ปัญหาดังกล่าวยากที่จะหมดไป ในส่วนของประเทศไทยพบว่ากลุ่มแก๊งดังกล่าวมักใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการเดินทางไปทำงาน เนื่องจากเดินทางสะดวก ประกอบกับพบว่ามีคนไทยบางคนเกี่ยวข้องทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การสมัครใจเดินทางไปทำงาน หรือการให้บริการรถเช่า ที่พัก เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตำรวจจะต้องสืบสวนจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมกำชับและขอความร่วมมือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบเข้มงวดเรื่องนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังชายแดนในทุกวิธีการ เพื่อเป็นการบล็อค ไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ ทุกหน่วยต้องร่วมกันขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ

จากนั้น เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามผลการปฏิบัติงานศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และผู้แทนหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. อาคาร 1 ชั้้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับผลการปฏิบัติการปราบปรามการค้ามนุษย์ ของ ศคตม.ตร. ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2568  แบ่งเป็น การจับกุมความผิดเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จำนวน 72 คดี , การจับกุมของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (TICAC) ดำเนินคดีรวม 24 คดี ช่วยเหลือเหยื่อ 22 ราย และผลการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ภาคประมง ตรวจแรงงาน การจับกุมเรือประมงผิดกฎหมาย และการจับกุมคดีค้ามนุษย์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 เมษายน 2568 มีการตรวจเรือประมง 1,263 ลำ จับกุมตาม พ.ร.ก.ประมงฯ 22 คดี ผู้ต้องหา 23 คน

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ เป้าหมายยกระดับสู่ Tier 1 ในการจัดระดับในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) อย่างเข้มงวด กำชับอย่าให้มีการใช้กระบวนการ NRM ฟอกขาว อ้างตัวเป็นเหยื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมดำเนินคดี และได้สั่่งการแนวทางและมาตรการในการขับเคลื่อน ศคตม.ตร. ในห้วงถัดไป ย้ำว่าหัวใจอยู่ที่การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะมาตรการ 7 ขั้นตอน ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ทุกหน่วยต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด

‘สี จิ้นผิง’ ถึงมอสโกร่วมเฉลิมฉลอง ‘วันแห่งชัยชนะ’ ครบรอบ 80 ปี ย้ำสัมพันธ์ ‘จีน-รัสเซีย’ คือแบบอย่างเพื่อนบ้านในศตวรรษใหม่

(8 พ.ค. 68) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งจีน เดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่อเข้าร่วมพิธีครบรอบ 80 ปี 'วันแห่งชัยชนะ' ของรัสเซีย โดยออกแถลงการณ์ย้ำว่าจีนและรัสเซียได้ค้นพบแนวทางที่ถูกต้องในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่ที่เป็นเพื่อนบ้าน ผ่านมิตรภาพถาวรและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง

ผู้นำจีนระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียเป็นแบบอย่างของความร่วมมือที่เติบโตอย่างมั่นคงและเป็นอิสระ ซึ่งไม่เพียงนำประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ แต่ยังส่งเสริมเสถียรภาพระดับโลกและระเบียบโลกแบบพหุขั้วที่เท่าเทียม ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสรำลึกถึงชัยชนะสงครามต่อต้านฟาสซิสต์และการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติในปี 1945

จีนและรัสเซียยืนยันจะร่วมกันปกป้องหลักการระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง ต่อต้านการเมืองเชิงอำนาจ และส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรม โดยสีจิ้นผิงเตรียมหารือเชิงลึกกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นทวิภาคีและระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน

การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเข้าร่วมพิธีวันแห่งชัยชนะของรัสเซียในรอบทศวรรษของผู้นำจีน โดยมีพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ท่าอากาศยานวนูโคโวในกรุงมอสโก พร้อมการคุ้มกันทางอากาศโดยกองทัพรัสเซีย แสดงถึงระดับความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ

เวียดนามปฏิวัติการเดินทางและธุรกิจด้วย ‘วีซ่าทองคำ’ 10 ปี เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยว-ดึงดูดนักลงทุน-ตั้งเป้าเป็นจุดหมายถาวรแห่งใหม่

รัฐบาลเวียดนามประกาศแผนเปิดตัวโครงการ 'วีซ่าทองคำ' ระยะเวลา 10 ปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ โดยตั้งเป้าเปลี่ยนประเทศจากจุดหมายปลายทางชั่วคราวให้กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินทางมาเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยสำคัญคือการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากเมืองหลักของอินเดีย เช่น เดลี มุมไบ และเจนไน ส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นปลายทางที่เข้าถึงง่ายและน่าสนใจยิ่งขึ้น

ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตเร็ว ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ และค่าครองชีพที่เหมาะสม เวียดนามกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ได้รับความสนใจจากสตาร์ตอัป นักลงทุนชาวอินเดีย โดยเฉพาะกลุ่มคนดิจิทัลในอุตสาหกรรมไอที พลังงานหมุนเวียน และการท่องเที่ยว

เวียดนามยกระดับกระบวนการขอวีซ่าให้เป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางชาวอินเดีย พร้อมเสนอไลฟ์สไตล์ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและความทันสมัย เมืองใหญ่อย่างโฮจิมินห์ ฮานอย และดานัง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และน่าอยู่อย่างแท้จริง

กกต.สั่งถอนชื่อผู้สมัคร 'สท.ศรีราชา' เหตุเคยต้องโทษจำคุกคดีค้ายาเสพติด

พรรคประชาชนฉาวอีก หลัง กกต. สั่งถอนชื่อ 'สิทธิชัย สัมฤทธิ์' ผู้สมัคร สท.ศรีราชา เหตุขาดคุณสมบัติต้องคำพิพากษาจำคุกคดีค้ายาเสพติด

(8 พ.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีมีการเผยแพร่คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการถอนชื่อนายสิทธิชัย สัมฤทธิ์ สมาชิกพรรคประชาชน ออกจากการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ หมายเลข 13 เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการลงสมัครนั้น น.ส.มนัสนันท์ วิทนา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ยอมรับว่า กกต.มีมติสั่งถอนชื่อนายสิทธิชัย ออกจากการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์จริง และได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์แล้ว

โดยนายสิทธิชัยต้องคำพิพากษาในคดีเก่า ซึ่งเป็นเหตุทำให้ไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัครและเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังมาลงสมัครตามมาตรา 120 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด20 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำวินิจฉัยของ กกต.ระบุว่า นายสิทธิชัยเคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยาซึ่งพิพากษาว่ากระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และสั่งลงโทษจำคุกลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ปรับ 300,000 บาท จะมี พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรม มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2550 ก็ไม่ได้เป็นผลให้การกระทำอันเป็นเหตุให้ถูกลงโทษลบล้างไปด้วยนายสิทธิชัย จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ตามพ.ร.บ.การเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 50 (10)

หมอธีระเตือน! โควิด-19 ระบาดหนักหลังหยุดยาว กรุงเทพฯ พบผู้ป่วยสูงกว่าไข้หวัดใหญ่ 6.7 เท่า เสี่ยงลามรับเปิดเทอม

(8 พ.ค. 68) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า หลังเทศกาลและช่วงหยุดยาว พบผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพฯ สูงกว่าไข้หวัดใหญ่หลายเท่า โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 เม.ย.–3 พ.ค.) มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน รพ. มากถึง 8,446 ราย ซึ่งยังไม่รวมผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้เข้ารักษา

จากข้อมูลล่าสุดในสัปดาห์ที่ 19 ปี 2568 พบว่า ผู้ป่วยโควิด-19 มากกว่าไข้หวัดใหญ่ถึง 6.7 เท่า และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน และเด็กเล็กอายุ 0–4 ปี ที่พบว่าป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากังวล ในขณะที่ช่วง 3 วันที่ผ่านมา อัตราป่วยโควิดสูงกว่าไข้หวัดใหญ่ถึง 2 เท่า และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย

รศ.นพ.ธีระ ย้ำว่า โควิด-19 ยังคงต้องระวัง เพราะติดเชื้อได้ก่อนมีอาการ 2–3 วัน และตรวจหาเชื้อช่วงแรกอาจให้ผลลบ ต้องแยกตัวอย่างน้อย 5–10 วัน และควรใส่หน้ากากเมื่อต้องอยู่ใกล้ผู้อื่น โดยเฉพาะในสถานที่ปิดหรือระบายอากาศไม่ดี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในวงกว้าง

ทั้งนี้ ฝากถึงผู้ปกครองและสถานศึกษาที่กำลังจะเปิดเทอมให้ดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด และขอให้สถานที่ทำงานให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ อย่าเร่งให้ผู้ติดเชื้อกลับมาทำงานโดยไม่ป้องกันอย่างเหมาะสม เพราะอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดซ้ำอีกระลอก

‘เกาหลีเหนือ’ ยิง ‘ขีปนาวุธพิสัยใกล้’ หลายลูกลงทะเลญี่ปุ่น หลังผู้นำ ‘คิม จองอึน’ เยี่ยมโรงงานกระสุนที่เพิ่มกำลังผลิต 4 เท่า

(8 พ.ค. 68) สื่อเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกจากเขตวอนซาน ทางตะวันออกของประเทศ ลงสู่ทะเลญี่ปุ่น โดยยังไม่ระบุพิสัยหรือจำนวนที่แน่ชัด ขณะกองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังวิเคราะห์รายละเอียดเพิ่มเติม

การยิงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 7 พ.ค. คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางเยี่ยมชมโรงงานผลิตกระสุนขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งรายงานว่าได้เพิ่มกำลังการผลิตกระสุนปืนใหญ่ขึ้น 4 เท่าจากระดับเฉลี่ย และเกือบ 2 เท่าของระดับสูงสุดก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน เกาหลีเหนือได้ทดสอบระบบอาวุธบนเรือรบใหม่ พร้อมประกาศแผนส่งมอบเรือพิฆาตหนัก 5,000 ตันให้กับกองทัพเรือต้นปีหน้า โดยคิมย้ำถึงเป้าหมายในการเพิ่มขีดความสามารถนิวเคลียร์ทางทะเลของประเทศ

นอกจากนี้ สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า โรงงานกระสุนดังกล่าวอยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจที่สอง ซึ่งดูแลอุตสาหกรรมทหารโดยตรง ซึ่งผู้นำคิมจองอึนแสดงความหวังว่าการผลิตกระสุนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยขยายกำลังรบของกองทัพ

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากตะวันตกว่า เกาหลีเหนือได้ส่งกระสุนปืนใหญ่ให้รัสเซียระหว่างสงครามในยูเครนแล้วกว่า 4–6 ล้านลูก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณของความร่วมมือทางทหารที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ลงพื้นที่ติดตาม การขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ณ มทร.ธัญบุรี

(8 พ.ค.68) นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อววน. ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ในการนี้มี นายองค์รักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รองศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พร้อมทั้งผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดปทุมธานี อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมต้อนรับและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยในช่วงเช้า เป็นการนำเสนอผลงานการขับเคลื่อนที่สำคัญๆ ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อววน. ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัย ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ผ่านการรายงานและการจัดนิทรรศการภายในหอประชุมใหญ่ และในโอกาสนี้ นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้เกียรติ เยี่ยมชมบูธนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการพัฒนาและยกระดับด้วย อววน. จากมหาวิทยาลัย จำนวน 30 บูธ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายผู้ประกอบการ / วิสาหกิจชุมชน / SME / ภาคเอกชน และหน่วยงานในสังกัด อว. พร้อมทั้งกล่าวมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ให้กับคณะผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้าน อววน. ผ่านการดำเนินงานหลากหลายมิติ ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการนำไปใช้ประโยชน์ ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น การพัฒนางานวิจัย การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการบริการวิชาการในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่ได้อย่างแท้จริง โดยชุมชนสามารถนำงานวิจัยที่ได้พัฒนาร่วมกันกับทางมหาวิทยาลัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ และก่อเกิดรายได้ สร้างงานสร้างอาชีพได้อีกด้วย โดยภายในงานจะมีนิทรรศการหลักๆ ดังนี้

1. ผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ
​2. ผลงานที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตร (IP)
3. ผลงาน Innovative Start Up (UBI RMUTT)
4. Local Life Market – ตลาดวิถีไทย ใจกลางวิทยาศาสตร์ (ผลงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนภายใต้งานบริการวิชาการ และคลินิกเทคโนโลยี)
​5. กิจกรรมตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ สร้างสังคมสุขภาพดี
​6. ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน Human and Business Development
7. นิทรรศการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานการบูรณาการงานด้าน อววน. การแสดงผลงานการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมพัฒนา“ดอกบัว” อัตลักษณ์จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ ต้นน้ำ – ปลายน้ำหลากหลายผลงาน ได้แก่

7.1 ความหลากหลายทางพันธุกรรมของบัวหลวงปัทมา ในจังหวัดปทุมธานี
7.2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากบัว (น้ำพริกผัดแห้งจากเม็ดบัว, ข้าวเกรียบรากบัว)
7.3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยา สมุนไพร และเครื่องสำอางจากบัว (ขนมปังชาดีบัว, ครีมเกสรบัวหลวง)
7.4 การพัฒนาเส้นด้ายบัวหลวงด้วยเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ
7.5 การใช้ประโยชน์จากบัวเพื่อบ่งชี้คุณภาพสิ่งแวดล้อม
7.6 การวิเคราะห์ต้นทุน ผลประโยชน์ และคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เครื่องดื่มไทย จากบัวหลวง

8. นิทรรศการจากเครือข่ายของพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
​8.1 นิทรรศการจากเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
​8.2 นิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัด อว. (วว./NIA/สทน.)
​8.3 นิทรรศการจากสถาบัน Wellness x Academy
​8.4 บริษัท TnK Beauty จำกัด (ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอาง และสกินแคร์)
​8.5 IMI Wellness Clinic สาธิตการฝังเข็มแพทย์แผนจีน

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงรับชมการแสดงศิลปะการแสดงรำไทยประยุกต์ชุดนวัตภูษา (ผ้า) ใยกล้วย โดย คณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยชุดการแสดงจะเป็นการส่งเสริมนวัตกรรมเส้นใยกล้วยจากธรรมชาติสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม ผ่านมิติการแสดงสื่อให้เห็นถึงคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีโดยผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้เศษวัสดุทางด้านการเกษตรมาสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เด่นของ อววน. ผ่านชุดการแสดงแฟชั่นโชว์ โดย คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ โดยชุดการแสดงจะสื่อถึงการนำผลงานวิจัยที่ได้รับการพัฒนา มาใช้ประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์และยังมีกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีเบื้องต้น จากคณะพยาบาล มีกิจกรรมนวดแผนไทยคณะการแพทย์บูรณาการ และการสาธิตวิชาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการทำยาดมสมุนไพรจากเปลือกส้มโออีกด้วย

และในช่วงบ่าย ผู้ช่วยรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บัว แห่งบ้านราชมงคลธัญบุรี โครงการตามแนวพระราดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช เพื่อรับชมนิทรรศการแสดงผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก“ดอกบัว” โดยมีรายละเอียดดังนี้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ การปรับปรุงสายพันธุ์บัว ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสเต็มเซลล์จากบัวฉลองขวัญ เครื่องดื่มบัวเข้มข้นป้องกันอาการสมองเสื่อม เครื่องดื่มชาหมักกลีบบัวสาย / ผลิตภัณฑ์น้ำรากบัวผงเสริมโปรไบโอติคสำเร็จรูปโดยวิธีทำแห้งแบบโฟมแมท โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การสาธิตการทำผ้า Eco Print พิมพ์ลายบัว ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านพรพิมาน การสาธิตวาดภาพโดยใช้สีจากบัว และสาธิตการชงชาจากเกสรบัว  จากนั้นผู้ช่วยรัฐมนตรีและคณะเข้าเยี่ยมชม Aircraft Maintenance Facilities หลักสูตร “อิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน” ภายใต้การบริหารจัดการของ ศูนย์สถาบันการบินแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีกิจกรรมดังนี้ สาธิตภาคปฏิบัติการถอด ประกอบ ตรวจเช็ค ใบพัดเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ สาธิตการสตาร์ทเครื่องยนต์เครื่องบินขนาดเล็ก สาธิตการจำลองการซ่อมบำรุงอากาศยานเครื่องบิน Airbus รับชมต้นแบบห้องเครื่องอากาศยานเสมือนจริงในห้องปฏิบัติการควบคุมจราจรทางอากาศ (Simulation room)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top