คาเฟ่การ์ตูนญี่ปุ่น อ่านฟรี! ร้าน House of Bean Book Cafe
ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นต้องไปแล้วนะ ร้านเปิด 6:30 - 21:00 แวะมาจิบกาแฟ หยิบหนังสือดีๆ แล้วใช้เวลาชิลล์ๆ
ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นต้องไปแล้วนะ ร้านเปิด 6:30 - 21:00 แวะมาจิบกาแฟ หยิบหนังสือดีๆ แล้วใช้เวลาชิลล์ๆ
ข้อมูลล่าสุดจาก Alipay และเครือข่ายพันธมิตร Alipay+ เผยให้เห็นถึงความคึกคักอย่างมากของภาคการท่องเที่ยวจีน ทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศจีนในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและเทศกาล Golden Week ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก Alipay และเครือข่ายพันธมิตร Alipay+ เผยนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางใช้จ่ายในต่างประเทศต่อเนื่องในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและเทศกาล Golden Week โดยไทย ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม
สำหรับ เครือข่าย Alipay+ นับเป็นระบบชำระเงินระดับโลก ช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถใช้แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล ชำระค่าสินค้าและบริการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องแลกเงินสด
ทั้งนี้ ข้อมูลยอดใช้จ่ายผ่าน Alipay ชี้ว่าจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่
* ฮ่องกง
* ญี่ปุ่น
* มาเก๊า
* เกาหลีใต้
* ไทย
* มาเลเซีย
* สิงคโปร์
* ฝรั่งเศส
* แคนาดา
* อิตาลี
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนยังเริ่มมองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยสวิตเซอร์แลนด์มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงสุด และเกาหลีใต้มียอดใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมในการทำศัลยกรรมความงาม
ขณะเดียวกัน ยังพบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังนิยมใช้ระบบขนส่งสาธารณะในต่างประเทศมากขึ้น โดยยอดการทำธุรกรรมผ่าน Alipay เพิ่มขึ้นถึง 53% โดยเฉพาะในฮ่องกงและมาเก๊าที่นิยมใช้จ่ายค่ารถบัสและรถไฟใต้ดินผ่าน Alipay เหมือนกับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ขณะที่ในยุโรปและญี่ปุ่นนิยมใช้ซื้อตั๋วรถไฟและเช่าจักรยาน
ส่วนบริการขอคืนภาษีแบบเรียลไทม์ผ่าน Alipay ก็มียอดคืนเงินเฉลี่ยต่อรายการเพิ่มขึ้น 33% และยอดการใช้โปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ผ่าน Alipay ก็พุ่งขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงหยุดยาวปีใหม่
อย่างไรก็ตาม จากมาตรการยกเว้นวีซ่าและนโยบายการคืนภาษีใหม่ของจีน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศจีนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจำนวนธุรกรรมและมูลค่าการใช้จ่ายรวมในจีนผ่านแอปกระเป๋าเงินดิจิทัลต่างประเทศ 13 แพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแอปที่มีการใช้จ่ายสูงสุดคือ AlipayHK ตามมาด้วย Touch ‘n Go e-Wallet (มาเลเซีย), Kazpi.kz (คาซัคสถาน), MPay (มาเก๊า) และ TrueMoney (ไทย)
(8 พ.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่าน Truth Social ว่าจะมีการแถลงข่าวใหญ่ในเช้าวันพฤหัสบดี (เวลา 23.00 น. ตามเวลาในไทย) เกี่ยวกับข้อตกลงการค้าฉบับสำคัญกับ “ประเทศใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ” ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายภาษีศุลกากรระดับสูงที่เคยสร้างความตึงเครียดในเศรษฐกิจโลก
แม้ทรัมป์จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศ แต่ฝ่ายบริหารชี้ว่าอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายชาติ รวมถึงสหราชอาณาจักร อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยที่ปรึกษาด้านการค้า ปีเตอร์ นาวาร์โร ชี้ว่าสหราชอาณาจักรอาจเป็นชาติแรกที่ลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯ
แหล่งข่าวจาก Financial Times ระบุว่า ข้อตกลงกับสหราชอาณาจักรอาจครอบคลุมถึงการยกเว้นสหรัฐฯ จากภาษีบริการดิจิทัล และในทางกลับกัน สหรัฐฯ อาจลดภาษีนำเข้าเหล็ก อลูมิเนียม และรถยนต์จากอังกฤษ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของการคลี่คลายมาตรการกีดกันทางการค้า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าข้อตกลงที่ทรัมป์จะประกาศอาจยังไม่ใช่ “ข้อตกลงการค้าอย่างเป็นทางการ” แต่เป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ ซึ่งไม่อาจให้ประโยชน์ระยะยาวเทียบเท่าข้อตกลงที่ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายครบถ้วน
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนในเจนีวา โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่าการพบปะครั้งนี้จะช่วยลดความตึงเครียด แม้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีข้อตกลงชัดเจน ขณะที่ทรัมป์ยืนยันจะไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนล่วงหน้า
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย สหรัฐฯ อาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากยังคงอัตราภาษีที่สูงซึ่งกระทบทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลก
(8 พ.ค. 68) องค์การพิทักษ์สัตว์ PETA โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กพร้อมภาพประกอบ ระบุว่า “It's true💔 Some Thai coconut milk brands use forced monkey labor…” กล่าวหาว่าบางแบรนด์ของน้ำกะทิไทยยังคงใช้ 'แรงงานลิง' เพื่อเก็บมะพร้าว แม้จะมีทางเลือกทางจริยธรรมอื่นให้ใช้แทนแล้วก็ตาม
โพสต์ดังกล่าวอ้างว่า ลิงเหล่านี้ถูกพรากจากครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก และถูกฝึกให้ทำงานอย่างหนักเหมือนเครื่องจักรเก็บมะพร้าว เพื่อผลผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ข้อความของ PETA นี้ ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างชัดเจนว่า “พวกมัน (ลิง) ถูกขโมยจากครอบครัว และถูกปฏิบัติเหมือนเป็นเครื่องจักรเก็บมะพร้าว”
ที่ผ่านมา PETA เคยเปิดเผยข้อมูลและทำแคมเปญรณรงค์ในประเด็นนี้หลายครั้ง ส่งผลให้ซูเปอร์มาร์เก็ตและแบรนด์ต่างประเทศหลายแห่งแบนผลิตภัณฑ์จากไทยบางยี่ห้อที่เข้าข่ายใช้แรงงานลิง แม้หน่วยงานในไทยจะเคยออกมาโต้แย้งและยืนยันว่ากรณีดังกล่าวมีเพียงส่วนน้อย
“จนกว่าอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยจะปลอดจากการใช้แรงงานลิงโดยสิ้นเชิง ทาง PETA ขอเรียกร้องให้ผู้บริโภคเลือกซื้อน้ำกะทิจากแบรนด์ที่ได้รับการรับรองจาก PETA เท่านั้น”
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำชี้แจงจากแบรนด์หรือหน่วยงานทางการไทยต่อโพสต์ล่าสุดของ PETA แต่ประเด็นนี้อาจจุดกระแสให้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในตลาดส่งออกสินค้ามะพร้าวของไทยในสหรัฐฯ และยุโรป
(8 พ.ค. 68) เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวยืดเยื้อ โดยได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์ ทำให้เกิดกระแสการอพยพของชาวจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมืองโอซาก้าในญี่ปุ่นที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม
คำแสลง 'จุน' ที่ใช้กันในจีนซึ่งแปลว่า 'หลบหนีออกนอกประเทศ' สะท้อนความรู้สึกของชนชั้นกลางและผู้มีฐานะที่ต้องการหลีกหนีจากความกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม และระบบการศึกษา โดยเฉพาะหลังมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดในช่วงโควิด-19
ญี่ปุ่นกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะมีความใกล้ชิดกับจีน ค่าครองชีพต่ำ ค่าเงินเยนอ่อน และระบบการศึกษาที่ผ่อนคลายกว่าจีนอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ระบบสวัสดิการของญี่ปุ่นก็น่าเชื่อถือมากกว่า ทำให้ผู้อพยพรู้สึกมั่นใจในการตั้งรกรากระยะยาว
รายงานระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับประถมในจีนอาจสูงถึง 12 ล้านเยนต่อปี (ราว 2.7 ล้านบาท) ขณะที่ในญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก ส่งผลให้หลายครอบครัวจีนมองว่าการย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของลูก
ตัวอย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งที่ย้ายมาโอซาก้า ลูกสาวคนโตสามารถปรับตัวกับชีวิตในโรงเรียนญี่ปุ่นได้ดี และรู้สึกว่ามีเวลาสำหรับกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น ผู้ปกครองกล่าวว่า “ในจีนต้องใช้ความพยายาม 100% เพื่อเข้า ม.ดัง แต่ที่ญี่ปุ่น ลูกผมอาจใช้แค่ 70% แล้วใช้ที่เหลือพัฒนาทักษะชีวิต”
เมื่อวันที่ (7 พ.ค.68) นายชูเลิศ จิตเจือจุน อุปนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เพื่อสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเก็บหลักฐาน โดยระบุว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจแนวทางการเก็บหลักฐานในคดีนี้ให้ชัดเจน
นายชูเลิศแสดงความกังวลกรณีที่กรุงเทพมหานครเตรียมส่งมอบพื้นที่คืนให้ สตง. ภายใน 4 วันข้างหน้า อาจทำให้สังคมตั้งคำถามเรื่องความเร่งรีบและความสมบูรณ์ของการเก็บหลักฐาน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากคดีใหญ่เช่นนี้ต้องใช้เวลาต่อสู้ในชั้นศาลยาวนาน อาจเกินกว่า 10 ปี หากไม่มีหลักฐานที่ละเอียดและได้มาตรฐาน อาจทำให้ไม่สามารถเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้
อย่างไรก็ตาม นายชูเลิศระบุว่า ได้รับการยืนยันจากทีมพนักงานสอบสวนแล้วว่า ได้ทำหนังสือถึง สตง. ขออายัดพื้นที่ต่อหลัง กทม. ส่งคืนพื้นที่ เพื่อให้การเก็บหลักฐานเสร็จสมบูรณ์ โดยจะยังไม่คืนพื้นที่จนกว่ากระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จ
อุปนายก TSEA กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่มีเวลาในการตรวจสอบมากขึ้น อาจพบชิ้นส่วนคอนกรีตหรือหลักฐานทางวิศวกรรมอื่นที่สมบูรณ์ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาสาเหตุการถล่มของอาคารและช่วยผลักดันให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้ในอนาคต
Squid Game 3 เตรียมเข้า Netflix

หลวงพ่อพระพรหมบัณฑิต คือ พระมหาเถระที่ยืนหนึ่งบนเวทีระดับโลก สิ่งที่เห็นและเป็นไป ในกิจกรรมเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ณ เมืองโฮจิมินห์ เวียดนาม ครั้งที่ 20 โดยใช้สมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลกบน Platform ในการทำหน้าที่เป็นสะพานในการเชื่อมชาวพุทธนานาชาติ ทั้งสามนิกาย: เถรวาท มหายาน และวัชรยาน เชื่อมทั้งศรีลังกา ไทย พม่า จีน เกาหลี เวียดนาม สู่ภูฏานและอินเดีย ข้ามสู่ยุโรป อเมริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ในขณะที่ประเทศจีน โดยพุทธสมาคมจีน และรัฐบาล ได้เดินทางมาพบทั้งประเทศไทย และเวียดนามในช่วงการจัดงานวิสาขบูชา เพื่อยืนยันถึงความพร้อมของประเทศจีนในการเป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 21

วันวิสาขบูชาโลก มุ่งสู่โอกาส World Wellness Complex: WWC วันวิสาขบูชาโลก เป็นตลาดนัด หรือ Sunday Market ของชาวพุทธ ที่เดินทางมาพบปะแลกเปลี่ยน โดยใช้ความสัมพันธ์ที่ดีงามผ่านการทะลายกำแพง แล้วสร้างสะพานไปสู่ความร่วมมือในระดับพหุภาคี และทวิภาคีไปทำเรื่องอื่นๆ รวมถึงการนำหลักธรรม พลังความเชื่อ วัฒนธรรม วัดวาอาราม และวิถีปฏิบัติแบบสติ และสมาธิไปช่วยเป็นพลังในการเสริมสร้างความสุข สงบร่มเย็นเป็นสุขแก่ชีวิต โดยใช้การศึกษา การเผยแผ่ และสร้างสรรค์พลังร่วมมือและความสุขแก่ชาวโลก เวียดนาม ทุ่มงบ 200 กว่าล้าน ใช้วันวิสาขบูชาโลกเป็น Soft Power ดึงนักท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมและศาสนา
ประเทศไทยในปี 2548 โดยรัฐบาลไทย เคยใช้แนวนโยบายวิสาขบูชาโลกเป็น Soft Power มาก่อน ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้าน ดึงพลังทุกกระทรวง รวมถึงดึงศักยภาพของเอกชนมาสนับสนุนให้ผู้นำศาสนา ทั้งมหาเถรสมาคมและมหาจุฬาฯ โดยหลวงพ่อพระพรหมบัณฑืต เมื่อครั้งเป็นพระเทพโสภณ จัดกิจกรรมยกระดับวิสาขบูชาโลก เปิดประเทศดึงชาวพุทธทั่วโลกมาร่วมกิจกรรม นำสู่การท่องเที่ยวเชิงพุทธ ในขณะที่เวียดนามนั้น คณะสงฆ์และรัฐบาลก็นำใช้โมเดลดังกล่าวมาใช้ยกระดับการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างคุณค่าให้กับประเทศ

ด้านคณะสงฆ์เวียดนาม ใช้วันวิสาขบูชาปลุกพลังศรัทธา ทุ่มพัฒนาการศึกษายกระดับสู่นานาชาติ การจัดพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา ณ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเวียดนาม หรือ Viet Nam Buddhist University ตีความเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากการใช้พิธีนี้ เปิดมหาวิทยาลัยแห่งนี้อย่างเป็นทางการ ชี้นำให้ชาวโลกเห็นความพร้อมของการศึกษาพระพุทธศาสนาสมันใหม่ภายใต้การเชื่อมการศึกษาระดับนานาชาติของรัฐ สร้างความไว้ใจและแสดงความพร้อมสำหรับการศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในระดับโลก

การสร้างชาติให้เติบโตอย่างมั่งคง ต้องไม่หลงลืมพลังศาสนา ไทยเคยแนวนโยบาย 3 พลังในการสร้างชาติไทย คือ การผนึกกำลังชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หลอมรวมให้เป็นหนึ่งจนประเทศไทยเคยสามารถยืนหนึ่งในอาเซียนอย่างมั่นคง ในขณะที่เวียดนามได้รวมพลังสร้างชาติมาตลอด 50 ปี หลัง 30 เมษายน 2518 ที่เป็นวันแห่งการปลอดปล่อยเวียดนามรวมเป็นหนึ่ง แล้วใช้แนวทางชาติกับศาสนาเสริมพลังกัน ตนเห็นชัดเจนในการจับงานฉลอง 50 ปีการสร้างชาติเวียดนามใหม่มารวมกับการจัดพิธีวิสาขบูชาโลกครั้งที่ 20 หลังยื่นขอเป็นเจ้าภาพมาร่วม 5 ปี ทั้งการล๊อบบี้และพูดในเวทีต่างๆ
ทั้งหมดคือสิ่งที่เห็นจากการเข้ามาคลุกคลีและช่วยชาวพุทธเวียดนามเตรียมการจัดงานมาตลอดทั้งปัที่ผ่านมา และขอแสดงความชื่นชม ทั้งพี่น้องชาวพุทธเวียดนามที่มุ่งมั่นนำพุทธศาสนามาปักธงในประเทศนี้ โดยมีท่านติ๊ก กว่าง ดึ๊ก ได้เสียสละเผาตัวตายให้ชาวโลก และชาวเวียดนามได้ลืมตาตื่นขึ้นมารักษาภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่ใหญ่ ทิ้งหัวใจไว้เตือนใจให้ชาวพุทธเวียดนามได้ตระหนัก รักษาพุทธให้คงอยู่คู่กับชาวเวียดนามและชาวโลกตลอดไป




'ธรรมศาสตร์' เปิดวงถกสถานการณ์ปัญหาสังคมสูงวัย นักวิชาการสะท้อนสังคมไทยประสบปัญหา คนแก่เยอะ แก่เร็ว แต่แก่ไม่ดี จี้ภาครัฐผลิตนักจัดการสังคมสูงวัยในชุมชนและให้สิทธิลา Family Caregiver ขณะที่ 'คณบดีสหเวชศาสตร์' ชี้โรค NCDs-พลัดตกหกล้ม-ข้อเสื่อมและสมองเสื่อม เป็นปัญหาสำคัญผู้สูงอายุ พร้อมหนุน อปท.- รพ.สต.ถ่ายโอนฯ ดูแลประชาชน ด้าน 'หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านวิศวะ' นำเสนอซีรีส์นวัตกรรมฟื้นฟูร่างกาย ใช้งานง่าย-ราคาเข้าถึงได้-และมีมาตรฐาน ส่วน 'รองอธิการฯ ฝ่ายวิจัย' ประกาศยุทธศาสตร์ MOU ทำงานร่วม อปท.-กทม.-อบจ.ปทุมธานี ใช้งานวิจัยดูแลสังคม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานแถลงข่าว KICK OFF โครงการ TU Care & Ageing Society ‘ธรรมศาสตร์’ เพื่อนร่วมทางสังคมสูงวัย เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ประกาศความพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชนและรับใช้สังคมท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายสังคมสูงวัย โดยภายในงานมีการจัดเวทีเสวนา Talk & Share: TU Care & Ageing Society ซึ่งมี 4 นักวิชาการธรรมศาสตร์ร่วมให้มุมมองถึงสถานการณ์ และแนวทางที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับสังคมผู้สูงวัยในประเทศไทย
ผศ. ดร.ณัฏฐพัชร สโรบล ภาควิชานโยบายสังคม การพัฒนาสังคมและการพัฒนาชุมชน สาขาเชี่ยวชาญสวัสดิการผู้สูงอายุ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์และปัญหาสุขภาวะของสังคมไทยในปัจจุบัน กำลังประสบกับภาวะ ‘คนแก่เยอะ แก่เร็ว แต่แก่ไม่ดี’ ผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ ‘โคโดกุชิ’ หรือการตายอย่างลำพัง โดยไม่ได้รับความสนใจจากครอบครัว หรือคนรอบข้าง ซึ่งคล้ายคลึงกับประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนั้น ในช่วงขณะที่ยังมีชีวิตก็ประสบกับความว้าเหว่ รู้สึกโดดเดี่ยวจากการที่ลูกหลานต้องออกไปทำงาน อีกทั้ง ยังต้องพบกับสถานการณ์ ‘The Long Goodbye’ ซึ่งผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ตายจากกันไป แต่ก็เสมือนว่าได้จากกันไปแล้วตลอดกาลทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
ผศ. ดร.ณัฏฐพัชร กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ผ่านมาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ได้ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางกับสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาผู้สูงวัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโปรเจกต์ที่ทำงานกับเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ชื่อว่า ‘SMART AND STRONG Project’ ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 39 แห่ง ทั่วประเทศ และตอนนี้ได้ขยายโครงการไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) และหนึ่งในโมเดลที่อยากถอดบทเรียนเพื่อเอามานำเสนอ และสะท้อนไปยังภาครัฐ คือ โครงการ BYT SMART Health City การสร้างศูนย์ผู้สูงอายุ ของเทศบาลเมืองบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี
“ฐานรากของการดูแลดูผู้สูงวัย คือระบบการแพทย์ปฐมภูมิ (Primary Care) กับบริการที่มีอยู่ในชุมชน (Community Care) สิ่งที่รัฐควรลงทุนมากๆ ในเวลานี้คือการผลิตนักจัดการสังคมสูงวัยในชุมชน เพราะที่ผ่านมารัฐผลิตแต่นักปฏิบัติงานสายวิชาชีพ แต่นักปฏิบัติการด้านสังคมสูงวัยมีความเฉพาะทาง และมีปัญหาที่ซับซ้อน จึงจำเป็นต้องยกระดับบุคลากรวิชาชีพให้เป็นนักจัดการสังคมสูงวัย นอกจากนี้ผู้ดูแลครอบครัว (Family Caregiver) หรือคนในครอบครัวที่ต้องมาดูแลผู้สูงวัยที่อาจจะต้องเสียสละตัวเองมาทำหน้าที่นี้ รัฐควรมีสวัสดิการให้ หรือแก้ไขกฎหมายให้ Family Caregiver มีสิทธิ์ลางานเพื่อมาทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการหนุนเสริมกำลังใจให้กับเดอะแบกของครอบครัว” ผศ. ดร.ณัฏฐพัชร กล่าว
รศ. ดร.ไพลวรรณ สัทธานนท์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กลุ่มปัญหาสุขภาพที่สำคัญในประชากรผู้สูงอายุที่ส่งผลกระทบให้ผู้สูงวัยไม่สามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตนเอง และต้องพึ่งพาคนอื่น คือปัญหาเรื่องการพลัดตกหกล้ม ปัญหาสุขภาพกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และที่กำลังมาแรงในระยะหลังๆ คือโรคอ้วนลงพุงที่จะนำไปสู่โรคอื่นๆต่อไป นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกี่ยวกับข้อเสื่อม สมองเสื่อม และโรคทางทันตกรรม
รศ. ดร.ไพลวรรณ กล่าวต่อไปว่า คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือที่ทันสมัย และบุคลากรที่จะเข้าไปหนุนเสริมการแก้ไขปัญหาสุขภาพของคนไทยในมิติต่างๆ เพราะมีหลักสูตร และสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่หลากหลาย มีศูนย์บริการสุขภาพซึ่งให้บริการประชาชน ที่ได้รับการรับรองจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) เป็นอาทิ ความพร้อมต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้คณะสหเวชศาสตร์ สามารถออกไปให้บริการด้านสุขภาพในชุมชนต่าง ๆ
อีกทั้ง ในระยะหลังมานี้ ทางคณะฯ เริ่มมีการขยายไปบริการไปยังหน่วยงาน อปท. เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และปริมณฑล รวมไปถึงเขตสุขภาพที่ 4 ในบางจังหวัด ซึ่งกรณีของปทุมธานี ได้ครอบคลุมการดูแลไปยังหลาย อปท. โดยได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี เพราะมีบริการที่แตกต่างไปจากหน่วยบริการอื่นๆ กล่าวคือ เมื่อศูนย์บริการลงไปตรวจประเมินสุขภาพแล้ว ยังได้มีการวิเคราะห์และรายงานผลสุขภาพเป็นรายบุคคล ที่จะนำไปสู่การปรับพฤติกรรมของผู้ป่วยและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสรุปให้เห็นภาพสุขภาพของชุมชน เพื่อจะนำไปสู่การออกแบบกลไกการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวมให้กับท้องถิ่น
มากไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังมีความพร้อมอีกหลายด้านที่จะให้บริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุในหลายมิติ หนึ่งในนั้นคือสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมีการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่ออบรมและให้ความรู้การดูแลผู้สูงวัย ซึ่งปัจจุบันนี้มีการอบรมเข้าสู่รุ่น ที่ 14 แล้ว นอกจากนี้ยังมีศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้าย และให้บริการดูแลผู้ป่วยติดเตียง การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลาง และการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative care) อย่างครบวงจร
“ทิศทางของคณะสหเวชศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเข้าไปสนับสนุน ส่งเสริมการดูแลระบบสุขภาพผู้สูงวัย ให้กับท้องถิ่นต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้งการให้แนวทางการวางแผนการจัดการบริการสุขภาพ รวมไปถึงการสนับสนุนบุคลากรสายวิชาชีพ ที่ รพ.สต. กำลังขาดแคลน ผ่านการให้โควตาแก่นักเรียนที่อยู่ในท้องถิ่น เพื่อนำความรู้กลับไปทำงานให้กับพื้นที่ของตนเอง นอกจากนี้คือการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในมิติต่าง ๆ เช่น การพัฒนาผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พัฒนาทักษะแรงงานที่อยู่ในวัยเกษียณ รวมถึงการเตรียมความพร้อมประชาชนก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ” รศ. ดร.ไพลวรรณ กล่าว
ผศ. ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ หัวหน้าศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านการออกแบบและพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า แม้หลายท้องถิ่น จะมีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุอยู่ในชุมชน แต่ก็ถือว่าความสำเร็จในการฟื้นฟูยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร นั่นเป็นเพราะความขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และขาดนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับชุมชน ไม่ตอบโจทย์ในแง่ประสิทธิภาพและการใช้งาน
ทั้งนี้ โจทย์การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมฟื้นฟูสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย จะต้องสามารถลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ได้ โดยมีระบบเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต (IOT) สำหรับการประเมินผลทางไกล สิ่งที่สำคัญ คือ สามารถใช้งานและดูแลรักษาง่าย รวมไปถึงมีราคานวัตกรรมที่ไม่แพงมากนัก ทำให้ศักยภาพระดับชุมชนและครัวเรือนเข้าถึงได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ เงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้เป็นฐานคิดในการออกแบบนวัตกรรมให้กับผู้ป่วยและผู้สูงวัย
“ธรรมศาสตร์ มีการพัฒนานวัตกรรมเป็นซีรีส์ ครบวงจรการฟื้นฟู ตั้งแต่การฝึกยืนและฝึกเดิน โดยเริ่มตั้งแต่ ‘รถเข็นปรับยืน’ เพื่อฝึกให้ร่างกายมีความแข็งแรง สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ โดยต่อมามีการพัฒนามาเป็นระบบไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ มีผู้ป่วยคนหนึ่งยอมสั่งซื้อมาจากต่างประเทศ ในราคาที่สูงถึง 2 – 3 แสนบาท แต่เมื่อมองลองใช้ของเรา เขาบอกว่าดีกว่าที่สั่งซื้อเข้ามาเอง จึงนำของเราไปใช้แทน ถัดจากนั้น จะเป็นการฝึกเดินบนเครื่องที่ชื่อว่า ‘I – Walk’ แล้วไปฝึกเดินบนพื้นด้วยเครื่องมือ ‘Space Walker’ และล่าสุดได้ออกนวัตกรรมการพัฒนากำลังแขน ที่ชื่อว่า ‘Arm Booster’ นวัตกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ได้ผ่านมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ซึ่งนำไปสู่การใช้งานจริงในระดับชุมชนผ่านศูนย์สุขภาพต่างๆ และเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งเป็นความพยายามที่ใช้เวลาพัฒนามากว่า 10 ปี กว่าที่จะได้รับการยอมรับเช่นนี้” ผศ. ดร.บรรยงค์ กล่าว
ด้าน รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการสนับสนุนทางด้านวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องสังคมผู้สูงวัย คือการเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ในการเชื่อมโยงทั้งแหล่งทุนภายในและภายนอก ให้กับนักวิจัย ซึ่งจุดเด่นของงานวิชาการในการผลักดันและพัฒนาเรื่องสังคมสูงวัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่างานวิจัยจะมีความเป็นสหศาสตร์เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ เพราะมหาวิทยาลัยฯ มีการออกแบบการสนับสนุนผ่านศูนย์วิจัยที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 80 ศูนย์ และศูนย์แห่งความเป็นเลิศ 20 ศูนย์ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มีศูนย์ที่ดูแลประเด็นเกี่ยวกับสูงวัยเป็นการเฉพาะซึ่งครอบคลุมหลากหลายคณะ โดยมีนักวิจัยซึ่งสามารถผลิตงานวิชาการและนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลมากมาย
“ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานวิจัยด้านสังคมสูงวัย ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การบริหารงานของ ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี สิ่งหนึ่งที่พยายามจะผลักดันให้สำเร็จให้ได้ คือการทำให้งานวิจัยเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง หนึ่งในนั้นคือการทำงานร่วมกับ อปท. และ กทม. ซึ่งได้หารือกันไว้ว่าจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อผลักดันโครงการส่งเสริมสุขภาวะ โครงการหลักสูตรฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ และโครงการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคมผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันที่จะได้ทำงานร่วมกับ อบจ.ปทุมธานี ต่อไปในอนาคตด้วย” รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ กล่าว
อนึ่ง โครงการ TU Care & Ageing Society ‘ธรรมศาสตร์’ เพื่อนร่วมทางสังคมสูงวัย เป็นโครงการภายใต้การดูแลของ รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ที่จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มในการบูรณาการทรัพยากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แบบข้ามศาสตร์ ข้ามคณะ-สาขา ตามค่านิยม ONE TU เพื่อจัดบริการวิชาการและบริการสังคม ตลอดจนการสื่อสารสังคม โดยในปี 2568 ซึ่งเป็นเฟสแรกของการดำเนินโครงการ ธรรมศาสตร์จะทำงานร่วมกับ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

บรรยากาศงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต 'ไตรกาล' เพื่อเชิดชูเกียรติประวัติศาสตร์ครูเพลง สุรพล โทณะวณิก ศิลปินแห่งชาติ จัดโดยสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ ต้อมเรนโบว์ จิ๊บร.ด. นัทเลอทาน่า และ อลิศ ธนัชศลักษณ์ มาร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้
โดยมี คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง7HD ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีในวันนี้อีกด้วย
อนึ่งคือเดิมจะมีการจัดงานในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00-17.00 น. ณ mcc Hall เซ็ลทรัลลาดพร้าว

แต่ด้วยการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว สร้างความตกใจและยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของแฟนเพลง
พี่แจ้-นายดนุพล แก้วกาญจน์ ศิลปินที่รับการดำเนินงานจัดงานครั้งนี้ ได้ประชุมและมีความเห็นว่า ควรต้องเลื่อนการจัดงานออกไป
โดยกำหนดจัดงาน เป็นวันที่ 9สิงหาคม 2568 โดยจัดสถานที่เดิมคือ BccHall เซ็นทรัลลาดพร้าว
ผู้ที่สนใจซื้อบัตรได้ทาง 👉https://m.thaiticketmajor.com/concert/trikarn-gawee-pleng-3-paen-din.html





