Saturday, 24 May 2025
Hard News Team

เชียงใหม่-คณะพยาบาลศาสตร์  มช. จัดงาน 'บ้านสีแสดขอบคุณ ทุกความทรงจำ นำองค์กรสู่ความสุข'

ที่ประชุมอาจารย์และบุคลากร สมัยที่ 8 ร่วมกับ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักงานคณะพยาบาลศาสตร์ และ ศูนย์บริการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานบ้านสีแสดขอบคุณ ทุกความทรงจำ นำองค์กรสู่ความสุข (Say Love Say Thank You My Dean & Team) ในวาระครบรอบการบริหารงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ (พ.ศ. 2563-2567) ณ ข่วงม่วนใจ๋ อาคาร 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2567

ผลงานแห่งความสำเร็จภายใต้การบริหารงานของท่าน ได้แก่ ในปี พ.ศ. 2564 คณะฯ ผ่านการรับรองหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จากสภาการพยาบาล ระยะเวลาสูงสุด 5 ปีการศึกษา (พ.ศ. 2564-2568) นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้แก่องค์กรอย่างมาก นอกจากนี้ คณะฯ ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class) ประจำปี 2565 รางวัลเกียรติยศแสดงถึงมาตรฐานด้านการบริหารจัดการองค์กรเทียบเท่าระดับมาตรฐานโลก จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม

ในปี พ.ศ. 2566 เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งคณะฯ ผ่านการตรวจรับรองหลักสูตรในระดับนานาชาติ โดยใช้เกณฑ์ International Accreditation: Accreditation Commission for Education in Nursing (ACEN) ประเทศสหรัฐอเมริกา (2022-2028) ประกอบด้วย 2 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปริญญาตรี) และ 10 หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรปริญญาโท) แสดงถึงความมีคุณภาพมาตรฐานสากลที่สามารถส่งมอบคุณค่าแก่ผู้เรียนและผู้ใช้บัณฑิตเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนต่อไป

และ ในปี พ.ศ. 2567 คณะฯ ได้รับการจัดอันดับจาก QS World University Rankings by Subject 2024 (สาขาวิชา Nursing) ให้อยู่ในลำดับที่ 101-150 ของโลก และเป็นสถาบันทางการศึกษาพยาบาลอันดับ 1 ร่วมของประเทศ เป็นต้น

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบพระคุณท่านคณบดีและทีมผู้บริหารทุกท่าน ตลอดทั้ง 4 ปี มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคณะฯ ทุกด้าน ทำให้เจริญรุ่งเรืองแข็งแกร่ง มุ่งสรรค์สร้างให้คณะฯ เป็นแบบอย่างของสถาบันการศึกษาทางการพยาบาลที่มีคุณภาพ มาตรฐานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่ว่า "คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสถาบันชั้นนำระดับสากลด้านการศึกษาและการวิจัย"

สว.'ชี้'คดีตากใบโหมไฟใต้ 23-26 ต.ค. หน่วยความมั่นคงบูรณาการปกครองรับมือ ป้องกันเหตุร้าย สถานที่ราชการ ฐานปฏิบัติการณ์ จุดตรวจ ร้านค้า ปั้มน้ำมัน ชุมชนไทยพุทธ

(25 ต.ค.67) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่าแน่นอนแล้วว่ารัฐไม่สามารถจะนำตัวผู้ต้องหาที่ศาลออกหมายจับคดีตากใบ มาเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมได้แน่นอนแล้ว ทำให้กลุ่มขบวนการ บีอาร์เอ็น. เอากรณีที่รัฐไม่สามารถจับผู้ต้องหาคดีตากใบ มาดำเนินคดี  ซึ่งวันสุดท้ายคดีหมดอายุความในวันนี้ ( 25 ต.ค.) มีการโฆษณาปลุกระดม 

นายไชยยงค์ กล่าวว่า โดยอ้างว่าพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะเอาตัวผู้ต้องหามาเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม มาเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมมวลชน และสร้างสถานการณ์ร้ายในพื้นที่ชายแดนใต้ เช่นคาร์บอมม์ อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี และอีกหลายจุดที่เกิดเหตุร้าย ส่วนรัฐบาลจะออก พรก.ขยายเวลาคดีตากใบนั้นไม่สามารถกระทำได้

นายไชยยงค์ กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภามีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่ได้รับรายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงชายแดนใต้ ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 26 ต.ค.67 จึงขอให้หน่วยงานความมั่นคงบูรณาการกับฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ชายแดนใต้ เข้ามาดูแลเพื่อป้องกันทรัพย์สินของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่  สำนักงาน ฐานปฏิบัติการ จุดตรวจ จุดสกัด ร้านค้า ปั้มน้ำมันและชุมชนคนไทยพุทธ

‘เอกนัฏ’ บุกอยุธยา ลงพื้นที่ 2 สถานที่ลักลอบทิ้งกากสารพิษ ขึงแผนแก้ปัญหาระยะยาว มั่นใจ!! เขตอุตสาหกรรมน้ำไม่ท่วม

(25 ต.ค. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและประเทศ โดยมีนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วม

“การลงพื้นที่วันนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ทางนิคมฯ เขตประกอบการฯ สวนอุตสาหกรรม และโรงงานต่าง ๆ มีการเตรียมความพร้อมที่ดีและเพียงพอต่อการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่มีแนวโน้มว่าจะค่อนข้างรุนแรงกว่าปีก่อน แม้ว่าขณะนี้พื้นที่โดยรอบของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยบ้างแล้ว แต่พื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ยังไม่ได้รับผลกระทบ 

ขอให้เชื่อมั่นว่าเราได้เตรียมการรับมืออย่างเต็มกำลัง มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและประชาชน ด้วย 8 มาตรการหลัก ได้แก่ 

1.จัดการระบบระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 2.เสริมคันกั้นน้ำ 3.ระบบสูบน้ำพร้อมใช้ 4.อุปกรณ์ครบพร้อมช่วยเหลือ 5.ติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง 6.เฝ้าระวังประเมินสถานการณ์ต่อเนื่อง 7.ซ้อมแผนรับมือเป็นประจำ และ 8.สื่อสารแจ้งเตือนผ่านทุกช่องทาง“ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

และช่วงบ่ายนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอภาชีและอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมใน 2 พื้นที่ คือ 

1) โกดังเก็บของเสียและวัตถุอันตราย อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมประมาณ 4,000 ตัน ถูกเททิ้งอยู่โดยรอบอาคารโกดังเก็บของเสียอันตรายจำนวน 5 โกดัง และมีการลอบวางเพลิงเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ทำให้เกิดปัญหาการแพร่กระจายของมลพิษ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจัดทำคันดินป้องกันการรั่วซึมและการชะล้างสารเคมีในช่วงฤดูฝน และได้ว่าจ้างบริษัทผู้รับกำจัดเข้าทำการบำบัดกำจัดกากของเสียและสารอันตรายในระยะเร่งด่วน ด้วยงบประมาณ 6.9 ล้านบาท โดยได้เริ่มเข้าดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2567 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในเบื้องต้น 

2) บริษัท เอกอุทัย จำกัด อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบการเททิ้งของเสียบริเวณหน้าพื้นที่โรงงาน มีร่องรอยการเททิ้งของเหลวที่เป็นวัตถุอันตรายที่มีสภาพเป็นกรดเข้มข้นเต็มพื้นที่บริเวณโรงงาน ซึ่งปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน พร้อมดำเนินคดี และสั่งการให้บริษัทฯ นำกากของเสียและสารอันตรายไปกำจัดและบำบัดให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จึงได้จัดทำคันดินป้องกันการรั่วซึมและการชะล้างสารเคมีในช่วงฤดูฝน และได้ว่าจ้างบริษัทผู้รับกำจัดเข้าทำการบำบัดกำจัดกากของเสียและสารอันตรายในระยะเร่งด่วน ด้วยงบประมาณ 4 ล้านบาท โดยได้เริ่มเข้าดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2567 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในเบื้องต้น

“กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้มีการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว รัดกุม และครอบคลุมถึงการบรรเทาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตลอดจนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันกำลังเร่งดำเนินการยกร่าง กฎหมายเพื่อการจัดการกากอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรม นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะทำการตรวจสอบกำกับดูแล เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาลักลอบทิ้งกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรมเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตรวจกำกับ สั่งการ เพิกถอนใบอนุญาต และขอยืนยันว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดจนถึงที่สุด” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

พล.ต.ท.ประจวบฯ ชื่นชมตำรวจจราจรกระบี่ และตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ช่วยประชาชนพ้นเหตุอันตรายไฟไหม้รถ ดึงผู้บาดเจ็บทั้งสองเหตุ ออกจากรถก่อนไฟลุกไหม้ทั้งคัน

  

วันนี้ (24 ต.ค.67) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการคณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากการเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสนักเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่มีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมในการป้องกันเหตุเพลิงไหม้รถมากขึ้นเป็นอย่างมาก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจจราจร สภ.เมืองกระบี่ ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ และตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่มีน้ำมันรั่วไหล และเป็นเหตุให้เพลิงไหม้ในเวลาต่อมา โดยทั้ง 2 กรณี ผู้บาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือออกมาจากรถคันที่ประสบอุบัติเหตุ อย่างทันเวลาก่อนที่เพลิงจะลุกไหม้ทั้งคัน แล้วส่งต่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย ต้องชมเชยตำรวจจราจร สภ.เมืองกระบี่ และตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ ที่ไปถึงที่เกิดเหตุและเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว  

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ขณะ ร.ต.ต.กฤษณะ บุตรสวัสดิ์ รอง สว.(ป.) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. , ร.ต.ต.สมสมัย เดชยศดี รอง สว.(ป.) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. และ ด.ต.ธีรภัทร์ จันประทักษ์ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 พบอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถ บริเวณ กม.ที่ 67 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร มีน้ำมันรั่วไหลออกมาจากตัวรถ และไฟเริ่มไหม้ จึงเร่งให้การช่วยเหลือโดยนำถังดับเพลิงในรถสายตรวจของตำรวจทางหลวงออกมาทำการฉีดดับไฟ ขณะนั้นเพลิงโหมแรงขึ้น มีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จนท.ตำรวจทางหลวงจึงได้ช่วยกันส่งสัญญาณขอรับการสนับสนุนถังดับเพลิงจากรถบรรทุกพ่วงที่ขับผ่านมา อีก 2 ถัง เพื่อนำมาระดมฉีดดับเพลิง จนสามารถควบคุมเพลิงได้ ก่อนนำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถและปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างอย่างปลอดภัย จากนั้นได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป

เหตุการณ์ที่สอง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 09.45 น. ขณะ ร.ต.อ.พีระยุทธ์ โนวัฒน์ รอง สว.(จร.) สภ.เมืองกระบี่ และ จ.ส.ต.นนทวัช แก่นเมือง ผบ.หมู่ (จร.) สภ.เมืองกระบี่ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนนาเตย ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จึงรีบไปที่เกิดเหตุเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและรักษาความปลอดภัย พบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บหมดสติ จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยกระบี่พิทักษ์ประชา และพลเมืองดีเข้าทำการช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บออกจากรถจักรยานยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุก่อนไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป ส่วนรถจักรยานยนต์สามารถระงับเพลิงได้ในเวลาต่อมา 
 
ทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับการชื่นชมอย่างมากจากประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์และสื่อสังคมออนไลน์       

ในความพร้อม และการเดินทางมาที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้สามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไว้ได้ รวมถึงขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยดูแลประชาชนให้ปลอดภัยอยู่เสมอ  
 
พล.ต.ท.ประจวบ ฯ กล่าวว่า ทั้ง 2 กรณี ต้องขอบคุณและชื่นชมตำรวจจราจร สภ.เมืองกระบี่ ที่เดินทางไปที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และตำรวจทางหลวงที่มีความพร้อมในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ และอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน มีถังดับเพลิงและชุดปฐมพยาบาลติดประจำรถตำรวจทางหลวงทุกคัน ทำให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วและการมีความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง มีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับตำรวจทั่วประเทศ  
 
ทั้งนี้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร คณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แนะนำประชาสัมพันธ์ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือประสบเหตุ สามารถแจ้ง ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่องทาง 
- โทร. 191 จราจรทุก สน./สภ. ทั่วประเทศ  
- โทร. 1197 สายด่วนตำรวจจราจร ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล  
- โทร. 1193 ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ  
- โทร. 1599 สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผอ.โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ภายใต้ปรัชญาการทำงาน 'จะทำสิ่งไรควรทำให้จริง'

พลเรือตรี ชาตรี เปี่ยมสิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียน พระปฐมวิทยาลัย และระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรีแพทย์ศาสตร์ วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า มีความเชี่ยวชาญ ด้านอายุรศาสตร์ โรคข้อ และรูมาติสซั่ม ศึกษาเพิ่มเติม แพทย์เวชศาสตร์การบิน จากโรงเรียนเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ 
การบริหารโรงพยาบาลจากคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ หลักสูตรเวชศาสตร์ใต้น้ำ และความดันบรรยากาศสูงสำหรับผู้บริหาร กรมแพทย์ทหารเรือ

ประวัติการทำงานที่สำคัญ ได้แก่ หัวหน้ากองเวชศาสตร์ใต้น้ำ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ ผู้อำนวยการกองเวชกรรมป้องกันโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาล อาภากรเกียรติวงศ์ฯ และได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เป็น
ผู้อำนวยการโรงพยาบาล อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เมื่อ 1 ตุลาคม 2567 ปรัชญาในการทำงาน 'จะทำสิ่งไรควรทำให้จริง'

‘TSMC’ ผู้ผลิตชิปรายยักษ์ตัดสัมพันธ์ลูกค้า ฝ่าฝืนกฎ หลังพบแอบส่งชิปให้ ‘Huawei’

(25 ต.ค. 67) บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC ค้นพบในเดือนนี้ว่าชิปที่ผลิตให้กับลูกค้ารายหนึ่งนั้นไปลงเอยที่ Huawei Technologies ซึ่งอาจเป็นการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มุ่งหมายจะตัดเส้นทางการผลิตเทคโนโลยีไปยังบริษัทสัญชาติจีน

TSMC ได้ระงับการจัดส่งให้กับลูกค้ารายดังกล่าวในช่วงกลางเดือนตุลาคม หลังจากที่บริษัทได้ตระหนักว่าเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตขึ้นสำหรับบริษัทดังกล่าวได้เข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Huawei บุคคลผู้มีความรู้โดยตรงในเรื่องนี้กล่าว หลังจากนั้น ผู้ผลิตชิปรายดังกล่าวได้แจ้งให้รัฐบาลสหรัฐฯ และไต้หวันทราบแล้ว และกำลังสืบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น โดยบุคคลผู้นี้ขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน

ยังไม่ชัดเจนว่าลูกค้าของ TSMC ดำเนินการในนามของ Huawei หรือไม่ หรือบริษัทตั้งอยู่ที่ใด แต่เหตุการณ์นี้ทำให้รายงานที่เผยแพร่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมทั้งจาก The Information เปิดเผยว่าวอชิงตันได้ติดต่อ TSMC เมื่อไม่นานนี้ว่าบริษัทได้ผลิตชิปให้กับบริษัทจีนที่อยู่ในบัญชีดำหรือไม่

การค้นพบของ TSMC ทำให้เกิดคำถามว่า Huawei ซึ่งถือเป็นความหวังสูงสุดของจีนในการก้าวขึ้นสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ได้ชิปขั้นสูงมาได้อย่างไร บริษัทวิจัย TechInsights ค้นพบเมื่อไม่นานนี้ว่าเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ล่าสุดของ Huawei มีโปรเซสเซอร์ที่ผลิตโดย TSMC ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการผลิตที่สำคัญที่สุดของ Nvidia

Huawei อยู่ในรายชื่อคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2020 และถูกห้ามทำธุรกิจกับ TSMC และบริษัทผู้ผลิตชิปรายอื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา Huawei ได้พึ่งพา Semiconductor Manufacturing International Corp. ซึ่งเป็นพันธมิตรในพื้นที่ในการผลิตชิป ซึ่งรวมถึงชิปขนาด 7 นาโนเมตรที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคมปีที่แล้วในสมาร์ทโฟนของ Huawei

แต่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ได้ตั้งคำถามถึงความสามารถของ SMIC ในการผลิตชิปขนาด 7 นาโนเมตรในปริมาณมาก การที่ Huawei ใช้เอาต์พุตของ TSMC สำหรับชิป AI รุ่นล่าสุดอาจเป็นสัญญาณที่ตอกย้ำเรื่องราวดังกล่าว บริษัทผู้ผลิตชิปสัญชาติไต้หวันได้กล่าวว่าได้หยุดส่งสินค้าทั้งหมดให้กับ Huawei หลังจากวันที่ 15 กันยายน 2020 ซึ่งบริษัทได้ย้ำอีกครั้งเมื่อถูกถามเกี่ยวกับรายงานของ TechInsights

ตัวแทนของ TSMC ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุด โฆษกของ Huawei ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ เมื่อได้รับการติดต่อ โฆษกของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กล่าวว่าสำนักงานอุตสาหกรรมและความปลอดภัยของหน่วยงาน "รับทราบถึงการรายงานที่กล่าวหาว่าอาจละเมิดการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ"

"TSMC เป็นบริษัทที่เคารพกฎหมาย และเรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงการควบคุมการส่งออกที่เกี่ยวข้อง" บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ทางอีเมลเมื่อวันอังคาร "เราได้สื่อสารกับกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ อย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องในรายงาน เราไม่ทราบว่า TSMC ตกเป็นเป้าหมายของการสอบสวนใดๆ ในขณะนี้"

ในแถลงการณ์แยกกัน Huawei กล่าวเมื่อวันอังคารว่า "ไม่ได้ผลิตชิปใด ๆ ผ่าน TSMC หลังจากนำการแก้ไขที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ จัดทำขึ้นใน FDPR ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่ Huawei ในปี 2020 มาใช้" FDPR อ้างถึงกฎสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อจำกัดการค้าของสหรัฐฯ

John Moolenaar สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรจีน กล่าวเมื่อวันพุธว่า รายงานเกี่ยวกับชิปที่ TSMC ผลิตในอุปกรณ์ของ Huawei "แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างร้ายแรงของนโยบายควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ" เขาเรียกร้องให้ "ทั้ง BIS และ TSMC ตอบกลับทันทีเกี่ยวกับขอบเขตและปริมาณของภัยพิบัติครั้งนี้"

ไต้หวันเคารพมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ และจะแจ้งเรื่องนี้ให้ TSMC ทราบโดยสมบูรณ์ J.W. Kuo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจกล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพุธ

เจ้าหน้าที่ BIS ได้พบกับผู้บริหารของ TSMC เมื่อกลางเดือนตุลาคมเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตชิป รวมถึงการที่ผู้จัดจำหน่ายบุคคลที่สามอาจให้เทคโนโลยีที่จำกัดการเข้าถึงจีนได้หรือไม่ ตามคำบอกเล่าของบุคคลอีกคนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ซึ่งอธิบายว่าการประชุมครั้งนั้นเป็นการร่วมมือกัน ไม่ชัดเจนว่าพวกเขาพูดถึงการค้นพบของลูกค้าหรือไม่

ตัวเร่งความเร็ว AI ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ในการพัฒนาโมเดล AI ได้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

Nvidia ซึ่งตั้งอยู่ในซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้ TSMC ในการผลิตเวอร์ชันที่เป็นผู้นำตลาด ซึ่งผลักดันยอดขายและมูลค่าของบริษัทในช่วงสองปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ จำกัดการส่งออกชิป Nvidia ที่ทันสมัยไปยังจีน และ Huawei กำลังเสนอตัวเร่งความเร็วเป็นทางเลือกในประเทศ

910 ของ Huawei ซึ่งเป็นรุ่นก่อน 910B เริ่มผลิตในปี 2019 ก่อนที่ 910B จะออกสู่ตลาด รัฐบาลสหรัฐฯ ขยายมาตรการคว่ำบาตรบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว Huawei ได้จัดเก็บชิ้นส่วนของ TSMC ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้บริษัทสามารถใช้ชิป TSMC ขนาด 5 นาโนเมตร ซึ่งล้ำหน้าชิปขนาด 7 นาโนเมตรถึงเจเนอเรชันในแล็ปท็อปที่วางจำหน่ายเมื่อปลายปีที่แล้ว

มูลนิธิพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 มอบทุนนักเรียนของ กองทัพเรือ ในวันปิยมหาราช

ด้วย ในวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี มูลนิธิพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ได้กำหนดให้มีพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่ บุตรของกำลังพล สังกัดป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ นักเรียนดุริยางค์ นักเรียนจ่าทหารเรือ และทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แก่นักเรียนพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ เพื่อให้บุตรหลานของกำลังพลป้อมพระจุลจอมเกล้าฐานทัพเรือกรุงเทพ มีโอกาสพัฒนาการศึกษา ความรู้ความสามารถ อันจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

สำหรับ ปีพุทธศักราช 2567 นี้ มีผู้ที่สมควรได้รับทุนจากมูลนิธิฯ เป็นทุนเรียนดี และทุนส่งเสริมการศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 45 ทุน โดยมี พลเรือเอก ทวีศักดิ์ โสมาภา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วย พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯพลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ เข้าร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ 

ณ ห้องนิทรรศการใต้ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5  ป้อมพระจุลจอมเกล้า ถ.เพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 

รอง นรม./รมว.กห. ตรวจเยี่ยม ทบ. ชื่นชมการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารที่มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ

รอง นรม./รมว.กห. ตรวจเยี่ยม ทบ. ชื่นชมการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารที่มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ ขอบคุณที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาล การช่วยเหลือประชาชน เน้นย้ำดูแลสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย เดินหน้าการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ควบคู่การลดจำนวนกำลังพลใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทน

พลตรีธนาธิป สวางแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.67 เวลา 13.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะฯ ได้ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบกอย่างเป็นทางการหลังรับตำแหน่ง รมว.กห. 

ซึ่งการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบภารกิจ การดำเนินงานที่สำคัญพร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานของกองทัพบก โดยมี พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาและผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงให้การต้อนรับ ณ ประตูทางเข้า บก.ทบ. พร้อมเรียนเชิญขึ้นรถยนต์เกียรติยศ เพื่อกระทำพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และขึ้นแท่นรับการเคารพ 

จากนั้น ผบ.ทบ. ได้นำคณะฯ ชมนิทรรศการแสดงผลงานที่สำคัญของกองทัพบก อาทิ บทบาทและภารกิจของศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก การช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาภัยพิบัติ การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการด้วยระบบออนไลน์และการเตรียมการรับทหารใหม่ผลัดที่ 2/67 เป็นต้น หลังจากนั้นเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของกองทัพบก ณ ห้อง 241 อาคาร 2

ในโอกาสนี้ รอง นรม./รมว.กห. ได้กล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณ ทบ. ที่ให้การต้อนรับในวันนี้ หลังจากได้รับฟังการบรรยายสรุปจากทุกส่วนทำให้ผมมีความมั่นใจว่า ทบ. จะยังคงเป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงในการขับเคลื่อนและสนับสนุนรัฐบาลในด้านต่าง ๆ อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นความเร่งด่วนสำคัญลำดับแรก ที่ต้องดำเนินการในทุกโอกาส 

ขอชื่นชม ทบ. ในการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารที่มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ การปรับปรุงโครงสร้างให้ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการที่ได้ริเริ่มการคัดเลือกทหารกองประจำการแบบสมัครใจ โดยขอให้พัฒนาไปสู่การสมัครใจแบบเต็มรูปแบบในอนาคต ควบคู่การลดจำนวนกำลังพล  และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาทดแทนอย่างสมดุล แต่ต้องมีจำนวนที่เพียงพอต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศในยามเกิดเหตุการณ์วิกฤต

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถรองรับภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ อาทิ ภัยคอลเซ็นเตอร์ ภัยยาเสพติด และคงความพร้อมในการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ได้เน้นย้ำในการดูแลสิทธิกำลังพลทหารชั้นผู้น้อยในด้านต่างๆ โดยขอให้มีการศึกษาถึงความเหมาะสมและรายละเอียดให้ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม 

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวขอบคุณ ทบ. ในการพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อม ความเสียสละ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยเฉพาะในกรณีอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่ผ่านมา ที่มีการดำเนินการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหลักประกันได้ว่า ทบ. จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

หลังเสร็จสิ้นการประชุม รอง นรม./รมว.กห. ได้ลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม และพบปะสื่อมวลชน และอำลาแถวกองทหารเกียรติยศ ซึ่งหลังจากนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นรม./รมว.กห. จะมีภารกิจตรวจเยี่ยมเหล่าทัพอย่างต่อเนื่อง โดยในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปตรวจเยี่ยม ทร. และทอ. ตามลำดับ ทั้งนี้ เพื่อรับทราบถึงภารกิจการดำเนินงานที่สำคัญของเหล่าทัพ พร้อมมอบนโยบายของ กห. ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อการทำงานอย่างประสานสอดคล้อง มุ่งส่งเสริมความมั่นคงชาติ และสร้างความเชื่อมั่นในการเป็นกองทัพของประชาชนอย่างแท้จริง

พล.ต.อ.เพิ่มพูน เผย เตรียมออกกฎกระทรวงปลดล็อกชุดลูกเสือ เลือกได้ตามความเหมาะสม

(25 ต.ค. 67) วานนี้พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานการแถลงเปิดตัวระบบบริหารกิจการลูกเสือ และโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือในสถานศึกษา ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายสุรศักดิ์​ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ , นายวรัท พฤกษทวีกุล รองปลัดศธ. และเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และผู้บริหารองค์กรหลักศธ. และคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เข้าร่วม

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ภายใต้นโยบาย 'เรียนดี มีความสุข' กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครอง การเปิดตัวระบบบริหารกิจการลูกเสือครั้งนี้จึงเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกระดับ ตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงสถานศึกษา 

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแนวคิด 'ลูกเสือทันสมัย Transform' ภายใต้สโลแกน 'ทำดี ทำได้ ทำทันที' เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้อง รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย 4 ระบบที่สำคัญ ได้แก่

1. ระบบขอจัดตั้งกลุ่มหรือกองลูกเสือ สำหรับสถานศึกษาที่ต้องการจัดตั้งกลุ่มลูกเสือ
2. ระบบขอตำแหน่งทางลูกเสือ สำหรับผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่ต้องการตำแหน่งใหม่
3. ระบบขอมีคุณวุฒิทางลูกเสือ สำหรับการรับรองคุณวุฒิตามระดับต่าง ๆ
4. ระบบขอเปิดการฝึกอบรม ให้บริการแก่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ สำนักงานลูกเสือจังหวัด สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ที่ประสงค์จะขอเปิดฝึกอบรมสำหรับบุคลากรทางลูกเสือในหลักสูตรต่าง ๆ

ทั้งนี้ การเปิดตัวระบบใหม่เหล่านี้จะนำระบบเทคโนโลยี หรือไอทีเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ลดเอกสาร ทำให้ประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลาในการดำเนินงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายตอบสนองต่อนโยบาย 'ลดภาระครู' อย่างแท้จริง

กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้เปิดตัวโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือแบบใหม่ ซึ่งเป็นโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือในสถานศึกษา ที่ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลและทักษะที่จำเป็นในปัจจุบัน โดยแบ่งตามประเภทของลูกเสือ ดังนี้

+ ลูกเสือสำรอง : การเป็นผู้นำ, การออม, Codding, มารยาทไทย และการป้องกันภัยต่าง ๆ
+ ลูกเสือสามัญ : E-sport, Codding, ภัยไซเบอร์, และความรักชาติ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ : SMART SCOUT, การกู้ชีพฉุกเฉิน, Save Bullying และภัยคุกคามทางเพศ
+ ลูกเสือวิสามัญ : การเงินดิจิทัล, ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการช่วยเหลือชุมชน และในอนาคตจะมีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกเสือได้รับทักษะที่ทันสมัยและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าระบบบริหารกิจการลูกเสือและโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือแบบใหม่นี้จะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างทักษะและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยตอบสนองนโยบายการศึกษาสมัยใหม่ในมิติ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime อย่างแท้จริง และการอบรมลูกเสือไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็มีมาตรฐานเดียวกันในการเข้ามาเชื่อมระบบการเรียนรู้  และหวังว่ากิจกรรมลูกเสือจะได้รับการพัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้นและทันต่อกระแสโลก และหวังว่าสถาบันลูกเสือจะเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่จะช่วยทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุดหน้าต่อไป มีประชากรที่รักระเบียบวินัย มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และลูกเสือช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ทำดี ทำได้ ทำทันที” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวเพิ่มเติมถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ว่า ศธ.จะออกกฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับการแต่งกายของลูกเสือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอตามขั้นตอน เพื่อเป็นการปลดล็อกเครื่องแต่งกาย สำหรับการแต่งกายลูกเสือ จะมีเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ชุดปกติ (ชุดลูกเสือเดิม) ชุดปฏิบัติการ และชุดลำลอง โดยให้สถานศึกษาพิจารณาเลือกได้ตามบริบทของสถานศึกษา

“กฎกระทรวงใหม่นี้จะเป็นการปลดล็อก เช่น ชุดลำลองจะใช้เครื่องแบบนักเรียน หรือใส่ชุดตามที่ผู้บังคับบัญชาของสถานศึกษานั้นๆเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะกับบริบทของสถานศึกษา เช่น สถานศึกษานั้นอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ ก็ใช้ชุดชาติพันธุ์เป็นชุดลูกเสือได้ หรือในพื้นที่ใดไม่มีชุดลูกเสือที่พอเพียงก็ไม่ต้องใส่ชุดลูกเสือ จะใส่ชุดอะไรก็ได้ตามบริบทที่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือนั้นพิจารณาว่าเหมาะสม จะมีหมวก หรือมีผ้าพันคอหรือไม่ก็แล้วแต่ฐานลูกเสือนั้นพิจารณา เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและลดภาระต่างๆในการเรียนลูกเสือ เป็นการลดภาระให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง แต่ถ้าเป็นทางการ เช่น วันลูกเสือฯ ก็อาจจะต้องใส่ชุดลูกเสือปกติ” รมว.ศธ. กล่าว

กองทัพเรือ เน้นครูฝึกทหารใหม่ ฝึกน้องเล็ก ต้องมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตามนโยบาย ผบ.ทร. ปี 'NAVY-SAFETY 2025' 

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปิดการฝึกทบทวนผู้ปฏิบัติหน้าที่ครูฝึก เพื่อเตรียมรับพลทหารกองประจำการ ผลัด 3/67 เน้นการเป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ  'NAVY-SAFETY 2025' ให้น้องเล็กของกองทัพเรือ

(24 ต.ค.67) น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เป็นประธานเปิดการฝึกทบทวนผู้ปฏิบัติหน้าที่ครูฝึก โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา และครูฝึก เข้าร่วมพิธี ณ อาคารฝึกอบรมรวม ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การฝึกอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ให้ครูฝึกสามารถถ่ายทอดความรู้วิชาทหารราบ ตามคู่มือแบบฝึกพระราชทาน และอุดมการณ์ความรักชาติและยึดมั่นในสถาบันตามแนวทางโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนความเข้าใจในแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่างๆ ให้แก่ทหารกองประจำการ ผลัด 3/67 ที่จะมารายงานตัวและฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.67 - 1 ม.ค.68 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหัวข้อการฝึกอบรมประกอบด้วย 
- วิชาทหารราบ บุคคลท่ามือเปล่า ท่าอาวุธ 
- การกู้ฟื้นคืนชีพ (CPR)
- การป้องกันโรคลมร้อน (Heat Stroke)
- พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565

ทั้งนี้ การฝึกทบทวนจะเน้นหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องตั้งแต่ขั้นตอนการรับทหารใหม่ ตลอดจนหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในระหว่างการฝึกอบรมทหารใหม่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ การให้ครูฝึกฯ ทุกนายคำนึงอยู่เสมอในการดูแลเอาใจใส่พลทหารกองประจำการ ผลัด 3/67 ว่าเป็นน้องเล็กของกองทัพเรือ เป็นไปตามนโยบาย ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ หรือ 'NAVY-SAFETY 2025' ในทุก ๆ ด้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top