Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

‘พีระพันธุ์’ เยือนจีน ลุยขยายความร่วมมือบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก เปิดทางระบบ ‘โซลาร์ราคาถูก’ เพื่อประชาชน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 เพื่อขยายความร่วมมือกับจีนในภารกิจด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมเยี่ยมชมเทคโนโลยีของบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะระบบอินเวอร์เตอร์ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบการจัดการพลังงาน และการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อเร่งพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการลดภาระค่าไฟของประชาชนอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นายพีระพันธุ์และคณะมีกำหนดการเยี่ยมชมและเจรจาความร่วมมือด้านต่าง ๆ กับบริษัทชั้นนำที่มีผลิตภัณฑ์และบริการด้านระบบพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก 6 แห่ง ในมณฑลเจียงซู และนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย บริษัท GoodWe Technologies บริษัท Canadian Solar Inc. (CSI) บริษัท Trina Solar บริษัท Changzhou Almaden บริษัท JinkoSolar และบริษัท Sungrow โดยมีนาย Shi Yonghong รองประธานหอการค้าจีนด้านการส่งออกเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์อิเลคทรอนิกส์ และ นาย Wang Shuzi ผู้ช่วยด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์โซลาร์ เป็นผู้ประสานงานและเดินทางร่วมกับคณะตลอดการเดินทาง

การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นอีกความพยายามของนายพีระพันธุ์ ที่จะเร่งพัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ผ่านการขยายความร่วมมือกับบริษัทด้านพลังงานชั้นนำของจีน เพื่อให้ภาคประชาชนของไทยสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและหาซื้อระบบโซลาร์ในราคาที่ต่ำลง โดยจากการเยี่ยมชมเจรจาหารือกับบริษัทต่าง ๆ ทุกบริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในแนวทางที่นายพีระพันธุ์นำเสนอซึ่งจะมีการประสานงานกันต่อไป

‘ฮุน เซน’ โวยโดนรุกรานซ้ำรอย ‘พระวิหาร’ หนุนส่งกองกำลัง-อาวุธหนักประชิดชายแดน

(29 พ.ค.68) สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา บิดาของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบันโพสต์เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ถึงกรณีทหารกัมพูชา ปะทะทหารไทย บริเวณช่องบก เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 1 นาย โดยระบุว่า...

ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัย กับครอบครัว นาย ปริญบาล เอกส่วน รุ่น เนื่องจากกองทัพบุกรุก ขอบเขตความร่วมมือและการพัฒนามิตรภาพสันติภาพไม่ควรเกิดขึ้น ฉันขอประณามบุคคลหรือบุคคลหรือชนชั้นใดที่ตัดสินใจทําการรุกรานดังกล่าว คล้ายกับการบุกรุกจากปี 2008 ถึง 2011 ที่วัดพระวิหาร

ไม่ต้องการเห็นการต่อสู้เกิดขึ้น แต่สนับสนุนรัฐบาลตัดสินใจส่งทหารและอาวุธหนักไปยังชายแดน เพื่อเตรียมพร้อมโจมตีในกรณีมีการบุกรุกเพิ่มเติม หวังว่าการเจรจาต่อรองที่จะทําในวันพรุ่งนี้ ระหว่าง ผบ. ทหาร ทั้ง 2 ประเทศ จะส่งผลดีนะครับ หวังว่าจะไม่มีความตึงเครียดข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศ จนถึงขนาดปิดกั้นความร่วมมือในส่วนอื่น เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

ฉันขอร้องเพื่อนร่วมชาติ โปรดอย่าทําให้ความขัดแย้งนี้กลายเป็นเหยียดเชื้อชาติ และโปรดเชื่อมั่นในปณิธานของรัฐบาลและกองทัพของทั้งสองประเทศ เราเกลียดสงครามแต่เรายืนยันที่จะทําสงครามต่อต้านการรุกรานต่างประเทศเนื่องจากมันทําในปี 2008 ถึง 2011 โดยใช้ลูกศร 3 ลูก: ทหาร การทูตและกฎหมาย

ก่อนอื่น ขอแสดงความเสียใจและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ สว. ซุน รอน ที่เสียชีวิตจากการทําร้ายร่างกายโดยการบุกรุก สงบสุข เป็นมิตร ร่วมมือ และชายแดนพัฒนาไม่ควรเป็นพยานเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าพเจ้าขอประณามบุคคล นิติบุคคล หรือผู้มีอํานาจใด ๆ ที่ได้ตัดสินใจให้ดําเนินการ การรุกรานดังกล่าวซึ่งคล้ายกับการรุกรานที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2008 ถึง 2011 ณ วัดพระวิหาร

ฉันไม่ต้องการที่จะเห็นความขัดแย้งติดอาวุธใด ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ฉันสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะนํากองกําลังและอาวุธหนักไปยังพื้นที่ชายแดนเพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการป้องกันในกรณีที่มีการรุกรานอย่างต่อเนื่อง หวังว่าการเจรจาสําหรับวันพรุ่งนี้ ระหว่างผู้บัญชาการกองทัพของทั้งสองชาติ จะส่งผลดี ฉันหวังว่าจะไม่มีความตึงเครียดตลอดทั้งเส้นชายแดนที่สามารถขัดขวางความร่วมมือในส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อทั้งสองประเทศ

ฉันขอร้องให้เพื่อนประชาชนของฉันไม่เพิ่มความขัดแย้งนี้ให้เป็นความเกลียดชังชาติพันธุ์และให้ความไว้วางใจในความพยายามทางทหารของรัฐบาลและทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหา เราเกลียดสงคราม แต่เราถูกบังคับให้ใช้มันเมื่อเผชิญหน้ากับความรุกรานต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่เราทําระหว่างปี 2008 ถึง 2011 โดยใช้วิธีการสามง่าม: แนวทางทหาร การทูต และกฎหมาย

พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมงานแถลงข่าวการจัดแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 51 ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมงานแถลงข่าวการจัดแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 51 ประจำปี 2568 พร้อมร่วมมอบเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของสภากาชาดไทย ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวครั้งนี้

ในโอกาสนี้ พันเอกหญิง ขวัญโศภิษฐ์ ชพานนท์ ภริยาผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมภริยาทหารเรือ ได้ร่วมมอบเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของสภากาชาดไทย ในนามของสมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนและสังคม

การจัดแสดงกาชาดคอนเสิร์ตนับเป็นกิจกรรมสำคัญในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทย ซึ่งรายได้จากการแสดงจะนำไปใช้ในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านต่าง ๆ อีกทั้งยังสะท้อนถึงบทบาทของกองทัพเรือในการมีส่วนร่วมสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน

กองทัพเรือร่วมกับสภากาชาดไทย มีกำหนดจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 51 ภายใต้ชื่อชุดการแสดง 'SEA OF LOVE' 🫧 ในวันจันทร์ที่ 9 และวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 19.30 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

29 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 ครบรอบ 40 ปี โศกนาฏกรรมเฮย์เซล หนึ่งในเหตุการณ์สุดเลวร้ายในโลกฟุตบอล

วันนี้เมื่อ 40 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ยากจะลืมเลือน เพราะถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกฟุตบอล ณ เฮย์เซล สเตเดียม (คิง โบดวง สเตเดียม ปัจจุบัน) ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม สังเวียนนัดชิงชนะเลิศระหว่างสโมสรลิเวอร์พูล กับ ยูเวนตุสในศึกฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพ หรือ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปัจจุบัน ในวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 (ค.ศ.1985)

เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นจากแฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นชาวอิตาลีแฟนบอลยูเวนตุส 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน รวมถึงมีบาดเจ็บอีกกว่า 600 คนเลยทีเดียว

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลิเวอร์พูลถูกสั่งห้ามเข้าแข่งขันฟุตบอลยุโรปทุกรายการเป็นเวลา 6 ปี เช่นเดียวกับทุกสโมสรในอังกฤษก็ถูกสั่งห้ามเข้าแข่งขันฟุตบอลยุโรปทุกรายการเป็นเวลา 5 ปี

เกมอำนาจก่อนผลัดแผ่นดินจากรัชกาลที่ ๓ | THE STATES TIMES Story EP.167

หากจะกล่าวถึงการขึ้นครองราชย์ของ ‘พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว’ รัชกาลที่ ๓ ก็กล่าวได้ว่าพระองค์ทรงสืบราชสันตติวงศ์อย่างผิดแผกไปจากธรรมเนียมปกติ โดยพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ด้วยความเห็นพ้องของที่ ‘ประชุมพระราชวงศ์’ และ ‘เสนาบดีชั้นผู้ใหญ่’ ที่ต่อมารู้จักกันภายใต้หลักการ ‘มหาชนนิกรสโมสรสมมุติ’

ซึ่งเมื่อถึงคราวผลัดแผ่นดิน หลักการ ‘มหาชนนิกรสโมสรสมมุติ’ ก็ถูกหยิบยกมือใช้ในการเลือกสรรพระมหากษัตริย์พระองค์ถัดไป ซึ่งในเวลานั้นมีชื่อเข้าเกณฑ์ด้วยกันถึง ๕ พระองค์

วันนี้ THE STATES TIMES Story ได้รวมรวบข้อมูลเพื่อมาเล่าให้ไปฟัง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปฟังกันเลย…

‘ศูนย์คุณธรรม’ ผนึกภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนทั่วปท. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพเสริมบทบาทสื่อสร้างสรรค์

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน จัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายสื่อพลังบวก สร้างสรรค์สังคมไทย” เสริมบทบาทสื่อสร้างสรรค์ สร้างสื่อพลังบวก

(28 พ.ค.68) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน จัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายสื่อพลังบวก สร้างสรรค์สังคมไทย” โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คนจากสื่อส่วนกลาง และสื่อท้องถิ่นจังหวัดต่างๆ จาก 4 ภูมิภาค ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวเปิดอบรมโดยเน้นว่า “สื่อคือพลังเปลี่ยนแปลงสังคม หากสื่อนำเสนอด้วยเจตนาและคุณธรรม สังคมไทยจะแข็งแรงจากภายใน” พร้อมย้ำถึงบทบาทของศูนย์คุณธรรมในการส่งเสริมคุณธรรมผ่านนโยบายและการสร้างเครือข่ายทางสังคม

ขณะเดียวกัน นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ในฐานะประธานเครือข่ายสื่อคุณธรรม ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมว่า “ในยุคที่ข้อมูลล้นทะลัก เราต้องการ ‘สื่อ’ ที่ไม่เพียงแต่มีความไว แต่ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการนำเสนอ” พร้อมเปิดใจว่าการจัดอบรมครั้งนี้คือพื้นที่ในการเชื่อมโยงคนสื่อที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

วัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้ คือการยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านคุณธรรม จริยธรรม และการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างกลไกเครือข่ายสื่อที่มีพลังบวกและมีอุดมการณ์ร่วมในการขับเคลื่อนคุณธรรมในสังคมในประเด็นสำคัญ อาทิ บทบาทของสื่อในยุค AI และออนไลน์ , กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) , จริยธรรมวิชาชีพและแนวทางสร้างสื่อปลอดภัย , การสื่อสารคุณธรรมและความหวังในบริบทสังคมไทย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และกรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ , นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์ Pantip.com , นายโกศล สงเนียม เลขาธิการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และการเสวนธุรกิจกับการอยู่รอดขององค์กรสื่อ เช่น นายสกล ถาวรกาญจน์ สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ. FM 91, นายสัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล บรรณาธิการ ATV,นายวิรุฬ รัตนปริคณน์ สถานีโทรทัศน์ TNN 2 รวมถึงนักวิชาชีพสื่อมวลชนอีกหลายท่าน โดยมีเวิร์กช็อปกลุ่มย่อย การระดมความคิดเห็น และข้อเสนอระดับพื้นที่และเชิงนโยบายด้านสื่อคุณธรรม เพื่อสร้าง “แกนนำสื่อ” ที่มีอุดมการณ์ในการใช้พลังของสื่ออย่างสร้างสรรค์ต่อไป

การอบรมปิดท้ายด้วยการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม พร้อมร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างสื่อเพื่อสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ทหารกัมพูชา ดับ 1 จากการปะทะทหารไทยที่ ‘เขาช่องบก’ โฆษก ‘ทบ.กัมพูชา’ อ้างไทยเริ่มก่อน ทำเหตุการณ์บานปลาย

(28 พ.ค. 68) จากกรณีเหตุยิงปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา บริเวณชายแดนพื้นที่พิพาท เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยโฆษกกองทัพกัมพูชา เหมา พัลลา ระบุว่า ทหารกัมพูชากำลังลาดตระเวนตามปกติ ก่อนถูกฝ่ายไทยเปิดฉากยิง

ด้านกองทัพไทยชี้แจงว่า ทหารกัมพูชาได้เข้ามาในพื้นที่พิพาท จึงส่งกำลังไปเจรจา แต่เกิดความเข้าใจผิด ทำให้ฝั่งกัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อน และไทยจึงตอบโต้ การปะทะยืดเยื้อราว 10 นาที ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาท้องถิ่นจะสื่อสารกันและสั่งหยุดยิง

กัมพูชาระบุว่ามีทหารเสียชีวิต 1 นาย และได้เคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่เพื่อประกอบพิธี ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันว่าไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ไทยและกัมพูชามีประวัติข้อพิพาทเรื่องดินแดนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งได้รับสถานะมรดกโลกเมื่อปี 2551 และศาลโลกตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยในปี 2556 ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ก็เคยเกิดเหตุปะทะเล็กน้อยจากกรณีกำลังพลกัมพูชานำครอบครัวเข้าพื้นที่และร้องเพลงชาติใกล้ชายแดน ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น

‘ม.เจ้อเจียง’ พัฒนาวัสดุล่องหนชนิดใหม่ หลบเรดาร์ได้หมด ท้าทาย ‘Golden Dome’ ของทรัมป์..ที่อาจเป็นแค่ภาพฝัน

(28 พ.ค. 68) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน พัฒนา 'วัสดุพรางตัวขั้นสูง' ชนิดใหม่ ที่สามารถหลบหลีกการตรวจจับด้วยอินฟราเรดและคลื่นไมโครเวฟในระยะไกล อีกทั้งยังทนความร้อนได้สูงถึง 700 องศาเซลเซียส ทำให้มีศักยภาพใช้ในภารกิจทั้งด้านทหารและอวกาศ สร้างความสั่นคลอนให้กับ 'Golden Dome' โครงการโล่ป้องกันขีปนาวุธที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันอย่างหนัก

ระบบ Golden Dome อาศัยเรดาร์และระบบตรวจจับจากภาคพื้นดินและอวกาศเป็นหัวใจหลัก หากถูกตัดหูตาด้วยเทคโนโลยีล่องหนใหม่ของจีน เช่น โดรนก่อกวนสัญญาณไซเบอร์ หรือหัวรบหลอก ระบบดังกล่าวจะกลายเป็นการสร้างที่เสียเปล่าในสถานการณ์จริง นั่นทำให้จึงถูกมองว่าเป็นช่องโหว่ร้ายแรงที่คู่แข่งอาจใช้โจมตีได้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากโครงการ Golden Dome เดินหน้าต่อ จะกระตุ้นให้จีน รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ เร่งพัฒนาอาวุธใหม่ เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หรือระบบโจมตีดาวเทียมเพื่อตอบโต้ สถานการณ์อาจบานปลายเป็นการแข่งขันทางอาวุธครั้งใหม่ คล้ายช่วงสงครามเย็นในยุคอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โรนัลด์ เรแกน

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ ประเมินว่า Golden Dome อาจใช้เงินภาษีถึง 831,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 30.3 ล้านล้านบาท) แต่กลับมีแนวโน้ม 'ใช้ไม่ได้ผลจริง' ขณะที่จีนพัฒนาแนวทางหลบเลี่ยงการตรวจจับอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ทางออกเดียวของสหรัฐฯ อาจเป็นการ 'ไม่เล่นเกมนี้ตั้งแต่ต้น'

เสรีแสงอาทิตย์ช็อตธุรกิจโซลาร์! อุปกรณ์-ค่าติดตั้งถูกลง ประชาชนได้ประโยชน์

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้ยกร่างพรบ. ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยความคืบหน้าของกฎหมายว่า

(28 พ.ค. 68) "บริษัทติดโซลาร์จะเก็บเงินลูกค้าได้น้อยลง เพราะการเปิดเสรีโซลาร์จะทำให้ประชาชนมีทางเลือก เกิดการแข่งขันทางการค้า หาซื้อง่าย อุปกรณ์และบริการติดตั้งจะถูกลงมาก แต่ผมเชื่อว่าปริมาณคนติดโซลาร์จะเพิ่มขึ้นมากขึ้นเช่นกัน บริษัทต้องปรับตัวครั้งสำคัญ

- เสรีโซลาร์คือไม่ต้องขออนุญาตหลายหน่วยงานอีกต่อไป เหลือให้แค่ “แจ้ง” เพราะรัฐจะได้รู้ปริมาณใช้ไฟฟ้าจริง เพื่อลดการผลิต ลดการสำรองไฟ และลดราคาไฟฟ้าหลักได้

-อุปกรณ์ติดตั้งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งก็คือ “ประกาศกระทรวง” ที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่ใช่การเจาะจงแบบการอนุญาตเฉพาะราย โดยการประกาศกระทรวงเราเทียบเคียงจากมาตรฐานของการไฟฟ้าโดยตัดเรื่องอุปสรรคที่กีดกันประชาชนจากการผลิตไฟได้เอง  

ร่าง “พรบ.ส่งเสริมไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” จะได้เข้า ครม.ช่วงปลายเดือน มิ.ย.68 และคาดว่าจะผ่านสภาเป็นกฎหมายปลายปีนี้ครับ"

อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมฯ ม.มหาสารคาม โต้ ‘ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส’ ปมโจมตี ร่าง พ.ร.บ.โซลาร์เซลล์ รวบอำนาจ รมต.พลังงาน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ชี้ เป็นเรื่องปกติของกฎหมายลูกที่ต้องมีรายละเอียด การให้อำนาจสั่งการ เอื้อพวกพ้องตรงไหน

จากกรณีที่นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งปัจจุบันผันตัวเป็น CEO บริษัทโซลาร์ชั้นนำ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเพจ ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส - Treerat Sirichantaropas และแพลตฟอร์มเอ๊กซ์ (X) ส่วนตัว ถึงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ.... โดยกระทรวงพลังงาน โดยมีเนื้อหาว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเจตนารมณ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่กลับเป็นการขยายอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อย่างไม่สมเหตุสมผล จนเสี่ยงกลายเป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองและเครือข่ายธุรกิจใกล้ชิดรัฐบาล

ตามโพสต์ https://www.facebook.com/photo?fbid=1215836123326954&set=a.477905157120058

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ผศ.ดร. พลกฤษณ์ จิตร์โต อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แสดงความคิดเห็นผ่านช่องคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าว โดยระบุว่า กำหนดที่ตั้งโซลาร์ได้ปกตินิ เขาให้ตั้งตามบ้านไง กำหนดวัสดุ ก็ต้องได้ให้ได้มาตรฐานไม่งั้นไฟไหม้ทำไง ให้อำนาจในการตรวจสอบรื้อถอนปกติไหม ถ้าไม่ให้อำนาจเวลามีปัญหา มันไม่มีคนสั่งการแล้วจะเอายังไง พ.ร.บ. นี้แค่ร่างให้เป็นผู้ดำเนินการ โคตรปกติกฎหมายลูก มันจึงมีรายละเอียดว่า กำหนดยังไง ค่อยโวยวายตรงนั้น ผมกลับมองเป็นเรื่องดี เอื้อพวกพ้องตรงไหน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top