Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน ปลุกพลังชาวภาคกลาง ลุกขึ้น 'แค่ขยับ โลกก็เปลี่ยน' ป้องกันโรค NCDs 

เมื่อวานนี้ (29 พ.ค.68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานเปิดงาน แค่ขยับ โลกก็เปลี่ยน ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย ภาคกลาง โดยมี นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยทางด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมและป้องกันโรค NCDs ให้กับประชาชน เพื่อลดอัตราป่วย อัตราการเสียชีวิต ลำดับแรกของประชากรไทย คิดเป็นร้อยละ 75 หรือ 320,000 คนต่อปี รวมทั้ง ลดการสูญเสียทรัพยากรของประเทศ ทั้งค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทางมาโรงพยาบาล โรค NCDs เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมถึงสุขภาพจิต เป็นโรคที่สามารถป้องกันแก้ไขได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การกินอาหารไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า มลพิษทางอากาศ และขาดการออกกำลังกาย จากการเปิดตัวกิจกรรม “มหกรรมสุขภาพดี ที่พิษณุโลก” (Good Health @Phitsanulok) ภายใต้โครงการ LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกาย ฟิตใจ 

เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอครั้งแรก ที่ภาคเหนือ สำหรับวันนี้ กระทรวงสาธารณสุข มาปลุกพลังประชาชนภาคกลาง ให้มีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น ในงาน “แค่ขยับ...โลกก็เปลี่ยน : Just Move The World Changes” เพื่อช่วยสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม ทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ห่างไกลโรค NCDs และขอเชิญชวนท่านคน มาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการกินอาหารที่เหมาะสม ลดหวาน มัน เค็ม รู้จักนับคาร์บ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สวย หล่อ อายุยืน 

ด้านแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนภาคกลาง พบว่า ภาคกลางเป็นภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่น มีความเป็นเมืองสูง และมีสถานประกอบการจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนมีพื้นที่และเวลาในการออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมทางกายน้อย มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนลงพุง และโรค NCDs จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 6 ปี 2562 – 2563 พบว่า ความชุกของภาวะอ้วนสูงที่สุดในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รองลงมาคือ ภาคใต้ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเหนือมีความใกล้เคียงกัน ประกอบกับสถานการณ์โรค NCDs ในปี 2562 

พบว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในภาคกลาง มีการบริโภค อาหารที่มีไขมันสูง กินขนมทานเล่น หรือขนมกรุบกรอบ อาหารจานด่วน เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป มากกว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในภาคอื่น สำหรับประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า สาเหตุการตาย 5 ลำดับแรก ในปี 2564 ได้แก่ โรคมะเร็ง รองลงมา คือ ปอดอักเสบและโรคปอดอื่นๆ ความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคไต 

ดังนั้น กิจกรรม "แค่ขยับ...โลกก็เปลี่ยน : Just Move The World Changes” จึงเป็นโครงการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัยภาคกลาง  เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม กระตุ้นให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันการเกิดโรค NCD  แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขจัดกิจกรรม “แค่ขยับ...โลกก็เปลี่ยน : Just Move The World Changes” ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน และนักศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน และมีการนำเสนอนิทรรศการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จาก 12 หน่วยงาน 

ได้แก่ ศูนย์อนามัย ที่ 6 ชลบุรี ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย โรงพยาบาลสมุทรปราการ : อาหารเติมพลังก่อน-หลังออกกำลังกาย โรงพยาบาลบางพลี : คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine Clinic) โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ : การออกกำลังกายผู้สูงอายุ (สูงวัยแข็งแรง) โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 โรงพยาบาลสำโรง ชมรมไม้พลอง ชุมชนเฟื่องฟ้า (รำไม้พลองเพิ่มความแข็งแรงทุกกลุ่มวัย) ชมรมรักษ์สุขภาพ อำเภอบางบ่อ และโรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม รัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้ กรมอนามัย ขอให้ประชาชนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมความพร้อมขยับร่างกาย ในกิจกรรมครั้งที่ 3 ที่จังหวัดขอนแก่นต่อไป  

โซเชียลกัมพูชาผุดแคมเปญ ‘หยุดใช้สินค้าไทย’ เชิญชวนกลับมาสนับสนุนสินค้าชาติให้เติบโต

(30 พ.ค. 68) จากกรณีเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี จนทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย และกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างประเทศ

ล่าสุด บนโลกโซเชียลมีเดียฝั่งกัมพูชากำลังเกิดกระแส เผยแพร่ข้อความเชิญชวนให้ “หยุดใช้สินค้าไทย” โดยระบุว่าเป็นการแสดงจุดยืนทางความเชื่อและทัศนคติทางการเมือง พร้อมย้ำว่าจะเลิกใช้สินค้าจากประเทศไทยทันที โดยข้อความต้นทางระบุว่า 

“นี่คือโอกาสสำคัญที่เราทุกคนจะหันกลับมาสนับสนุนสินค้าในประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพ พัฒนาอุตสาหกรรมและหัตถกรรมของชาติ รวมถึงส่งเสริมการเคลื่อนไหวทางชาตินิยมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

แม้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดถึงกลุ่มผู้ริเริ่มแคมเปญดังกล่าว แต่ข้อความนี้ได้ถูกแชร์ต่อในหลายแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว โดยมีทั้งผู้สนับสนุนที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และผู้คัดค้านที่มองว่าเป็นการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

เติมความรู้จากผู้มีประสบการณ์จริง!!

ฟรี!! เชิญเข้าร่วมฟัง Special Talk โดย นายวิชัย ทองแตง ประธานมูลนิธิหนึ่งน้ำใจ 
ที่จะมาเผย 'แนวทางการปรับตัวของเอสเอ็มอีท่ามกลางวิกฤตโลก' 

ภายในงาน 'มหกรรม SME BEYOND เติมทุนปลุกพลังเติบโตยั่งยืน'  
📌วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นี้  
📍ณ สำนักงานใหญ่ SME D Bank อาคาร SME Bank Tower
📌ลงทะเบียนร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป 

นอกจากนั้น ในงานนี้ พบไฮไลต์อีกมากมาย จบครบเพื่อเอสเอ็มอีไทย 
📌 บริการเติมทุน: สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี เน้นสนับสนุนลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ ช่วยลดต้นทุนพลังงาน และเติมเสริมสภาพคล่อง ยื่นกู้ได้ทันที 
📌 เวทีเสวนาอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจจากกูรูระดับประเทศ 
📌 บริการเสริมแกร่งธุรกิจครบวงจร 
📌 การออกบูธจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เปิดโอกาสเชื่อมโยงขยายเครือข่ายธุรกิจ

แจ้งความประสงค์เข้าร่วม 📌แจ้งความประสงค์เข้าร่วม https://shorturl.asia/ZWvIp
📍สถานที่ อาคาร 310 SME Bank Tower สำนักงานใหญ่ SME D Bank ถ.พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กทม. 10400
https://g.co/kgs/vSyfB2L

สมุทรปราการ-ลพบุรี ส่งเสริมการตลาดเปิดงาน 'ลพบุรี MARKET FEST เทศกาลของดี ของเด็ดจังหวัดลพบุรี'  

                    

เมื่อวันที่ (29 พ.ค.68) นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย และการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ กิจกรรม ส่งเสริมการตลาดและเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ และอาหารปลอดภัยนอกพื้นที่จังหวัดลพบุรี โครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 

ภายใต้ชื่องาน 'ลพบุรี MARKET FEST เทศกาลของดี ของเด็ดจังหวัดลพบุรี' โดยมี นางสาวกษมา สุทธวิชัย พาณิชย์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ คุณโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ณ Big Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยจังหวัดลพบุรี โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริม ด้านการตลาด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัด 

กำหนดจัดกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและการเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจการค้าของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตร เกษตรปลอดภัย สินค้า OTOP/SMEs ตลอดจนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดลพบุรี ได้รับการ สนับสนุนส่งเสริมด้านการตลาดในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง การจัดงาน 'ลพบุรี MARKET FEST : เทศกาลของดี ของเด็ดจังหวัดลพบุรี' จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2568 ณ Big Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เพื่อให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดภัยของจังหวัดลพบุรี มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สินค้าดี สินค้าเด่นของจังหวัดลพบุรี ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ภายในงานได้มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดภัย สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้า OTOP/SMEs ของผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชม กลุ่มสมาชิก MOC BIZ CLUB เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมทั้งสิ้น 50 คูหา
​นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เช่น กิจกรรมนาทีทองที่ทุกท่านจะสามารถซื้อสินค้าภายในงานได้ในราคาถูก , กิจกรรมจับสลากลุ้นรางวัลทุกวัน รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ตลอดการจัดงาน และในทุกวัน เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ​29 พฤษภาคม 2568 พบกับ ก้านตอง ทุ่งเงิน​​ 30 พฤษภาคม 2568 พบกับ ก๊อต สุทธิรักษ์ 31 พฤษภาคม 2568 พบกับ ดอกแค ท็อปไลน์ 1 มิถุนายน 2568 พบกับ ญาณิ ท็อปไลน์ 2 มิถุนายน 2568 พบกับ ไอฟ์ ไหทองคำ

และนอกจากนี้ วันที่ 29 และ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.45 น. จะได้พบกับการรังสรรค์เมนูใหม่ จากของดีเมืองลพบุรี โดย chef owner @chunk’s เชฟบูม กันต์ยรัตน์ เพียรพอดีตน ให้ทุกท่านได้ลิ้มรสความอร่อยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2568 ณ Big Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ร้านยากิโทริในโอซาก้า ติดป้ายห้ามคนจีนเข้า เดือดร้อน บ.แม่แถลงขอโทษ ย้ำไม่สนับสนุนการเลือกปฏิบัติ

(29 พ.ค. 68) ร้านไก่ย่างถ่านชื่อดังในโอซาก้า “Sumibi Yakitori Hayashin” กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อน หลังมีผู้เผยภาพป้ายที่ระบุไม่อนุญาตให้ลูกค้าชาวจีนเข้าร้าน โดยให้เหตุผลว่า “หลายคนไร้มารยาท” จนเกิดเสียงวิจารณ์หนักทั้งในญี่ปุ่นและจีน

แม้ทางร้านยังไม่มีแถลงการณ์ชี้แจง แต่กระแสในโซเชียลหลายคนมองว่าการเหมารวมเช่นนี้เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ ส่วนชาวญี่ปุ่นสายชาตินิยมบางกลุ่มกลับสนับสนุนการกระทำของร้าน ขณะที่ชาวเน็ตจีนส่วนใหญ่แสดงความโกรธและผิดหวัง

SASAYA Holdings บริษัทแม่ของร้าน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ระบุว่าป้ายดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของร้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท พร้อมย้ำจุดยืนในการให้บริการอย่างเท่าเทียมกับลูกค้าทุกเชื้อชาติ

หลังเกิดเหตุ ร้าน Hayashin ได้หยุดให้บริการทันทีในวันเดียวกับการแถลงขอโทษ และชื่อร้านก็ถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของบริษัทแม่แล้ว ขณะเดียวกันประเด็นนี้ยังสะท้อนปัญหาความตึงเครียดระหว่างชาวญี่ปุ่นบางกลุ่มกับนักท่องเที่ยวจีน

แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมาก แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมไร้มารยาทของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มักตกเป็นเป้าในกระแส “มลพิษทางการท่องเที่ยว” หรือ Overtourism ที่กำลังเป็นคำฮิตในสังคมญี่ปุ่นขณะนี้

สื่อนอกชี้! เวียดนามคือจุดหมายใหม่ของนักเดินทาง สวยกว่า ถูกกว่า อาหารอร่อย น่าเที่ยวกว่าไทย

(29 พ.ค. 68) สื่อต่างประเทศรายงานว่า เวียดนามกำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างจากไทย ด้วยธรรมชาติที่หลากหลายและวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนเริ่มยกย่องเวียดนามว่าให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าไทย ทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย

เวียดนามมีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกหลายแห่ง เช่น อ่าวฮาลองที่งดงามด้วยเกาะหินปูนและน้ำสีมรกต, เมืองมรดกโลกฮอยอันที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์, และเกาะฟู้โกว๊กกับหาดทรายขาวสวยสงบ รวมถึงเส้นทางขี่มอเตอร์ไซค์ “Ha Giang Loop” ในภาคเหนือที่โด่งดังในหมู่นักผจญภัย

นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นประเทศที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่สูงเมื่อเทียบกับไทย อาหารเวียดนามทั้งสด อร่อย และดีต่อสุขภาพ เช่น เฝอ บั๋นหมี่ และปอเปี๊ยะ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟไข่ กาแฟมะพร้าว หรือกาแฟเกลือ ที่มีรสเข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์

แม้การท่องเที่ยวในเวียดนามจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่จำนวนยังไม่มากเท่าไทย ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ยังคงมีความสงบและเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘เจ้าคุณโซลาร์เซลล์’ หนุน ‘พีระพันธุ์’ รื้อแผน PDP ชี้ เพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้ากฟผ.ดีกว่าให้เอกชนแบ่งกันรวย

(29 พ.ค.68) พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีลูกศิษย์ตั้งฉายาว่า 'เจ้าคุณโซลาร์เซลล์' ได้โพสต์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก ENERGY guru : รู้ให้จริงเรื่องพลังงาน ที่ระบุข้อความว่า “พีระพันธุ์ สั่งรื้อร่างแผนพีดีพี จัดทำใหม่เพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าของกฟผ.” 

พร้อมโพสต์ข้อความเสริมว่า... 100 เต็ม 100 คะแนน ในเมื่อกฟผ.เป็นของรัฐ ผลิตไฟได้ราคาถูกกว่าเอกชน ที่ผ่านมาเอกชนถือครองการผลิตมาขายให้ กฟผ. กำไรก็เยอะเขาเอาไปแบ่งกันรวยไม่กี่คน

ส่วนกฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจขายถูกกว่าแถมเอากำไรส่งให้รัฐไปบริหารประเทศ และเป็นที่รองรับหลาย ๆ เรื่องราวปัญหาสารพัดที่บางรัฐบาลได้สร้างขึ้น หรือบางครั้งก็ทิ้งทวน

ครั้งนี้ท่านพีถือว่าทำได้ดี แต่ก็ยังต้องรอดูแผนพลังงานของชาติกันต่อไปว่าจะออกมารูปแบบไหน

ส่วนตัวฝากดูเรื่อง SMR ว่าพอจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำได้จะถิ่มโทนให้สองใบเลย

‘สหรัฐ’ เบรกส่งออกเทคโนโลยีเครื่องบิน-ชิปให้ ‘จีน’ ตอบโต้ปักกิ่งจำกัดส่งออกแร่หายาก กระทบซัพพลายเชน

(29 พ.ค. 68) รัฐบาลทรัมป์ออกมาตรการระงับการส่งออกเทคโนโลยีสำคัญ เช่น เครื่องยนต์เจ็ต เซมิคอนดักเตอร์ และซอฟต์แวร์ออกแบบชิปแก่จีน หลังจากทางปักกิ่งจำกัดการส่งออกแร่หายากที่สหรัฐจำเป็นต้องใช้ในการผลิต โดยถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดด้านห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

มาตรการใหม่นี้อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอเมริกันและจีนที่พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอากาศยาน ยานยนต์ หุ่นยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น เครื่องบิน C919 ของบริษัท COMAC ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนจากสหรัฐและยุโรป ยังไม่สามารถผลิตภายในประเทศได้ทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ยังได้ระงับการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบชิปของบริษัทชั้นนำอย่าง Cadence, Synopsys และ Siemens ไปยังจีน เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา AI และชิประดับสูง แม้จีนพยายามเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของตนเองอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐเกิดขึ้นหลังจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากในเดือนเมษายน โดยให้เหตุผลว่ากำลังร่างระเบียบควบคุมใหม่ สร้างความวิตกให้กับบริษัทอเมริกันที่ยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรจากจีน ทั้งนี้การแลกเปลี่ยนมาตรการตอบโต้ระหว่างสองประเทศอาจยิ่งซ้ำเติมความพยายามยุติสงครามการค้า

กระทรวงพาณิชย์จีนได้ตอบโต้ด้วยการแสดงจุดยืนว่าการควบคุมของสหรัฐเป็นการใช้อำนาจฝ่ายเดียว พร้อมประกาศเจรจากับบริษัทชิปจีนและยุโรปเพื่อสร้างความร่วมมือและลดผลกระทบ โดยย้ำว่าความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก “กำลังเผชิญความท้าทายอย่างรุนแรง”

‘ฮุน เซน’ ลั่นอาวุธพร้อม...รอสอยเครื่องบินรบไทย มั่นใจระบบป้องกันภัย KS-1C ยิงไกล 70 กม.

(29 พ.ค. 68) ภายหลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ที่บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี วานนี้ (28 พ.ค.) ล่าสุด สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ให้สัมภาษณ์สื่อยืนยันว่า กัมพูชามีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมยิงตอบโต้เครื่องบินรบหากถูกคุกคาม โดยระบุว่าสามารถสกัดเป้าหมายได้ในระยะหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกันประเทศ

ปัจจุบัน กัมพูชาได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบ Kaishan-1C (KS-1C) จากรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นระบบพื้นสู่อากาศระยะกลางที่มีระยะยิงไกลสุด 70 กิโลเมตร และเพดานยิงสูงสุด 27 กิโลเมตร โดยเป็นหนึ่งในระบบที่สมเด็จฮุน เซนกล่าวถึงในการยืนยันศักยภาพของประเทศด้านการป้องกันภัยทางอากาศ

คำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเพจ “กองทัพอากาศไทย” เผยแพร่ภาพการฝึกยุทธวิธีของฝูงบิน 211 จากกองบิน 21 อุบลราชธานี ซึ่งจำลองการรบทางอากาศและการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของชาติหากเกิดเหตุจำเป็น

MateBook Pro ใหม่จาก Huawei ใช้ชิป 5nm ผลิตโดย SMIC ไม่ง้อสหรัฐ

(29 พ.ค. 68) Huawei และ SMIC สร้างความฮือฮาในวงการเซมิคอนดักเตอร์ หลังมีรายงานว่าชิป Kirin X90 ที่ใช้ใน Huawei MateBook Pro รุ่นใหม่ ผลิตบนกระบวนการ 5nm N+3 node ได้สำเร็จโดยไม่ใช้เทคโนโลยี EUV จาก ASML ที่จีนไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะมาตรการแบนจากสหรัฐและเนเธอร์แลนด์

แม้จะใช้เทคโนโลยี DUV ที่ล้าหลังกว่า แต่ SMIC สามารถพัฒนาเทคนิค multi-patterning เพื่อให้ได้ลวดลายที่เล็กพอสำหรับระดับ 5nm ที่ใช้ต้นทุนสูง อัตราสำเร็จต่ำเพียง 20% แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์จากตะวันตก

ในด้านซอฟต์แวร์ Huawei ยังเดินหน้าทดแทนเทคโนโลยีที่ถูกจำกัดเช่นกัน โดยเปิดตัว HarmonyOS Next ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ไม่พึ่งพาโค้ดโอเพ่นซอร์สของ Android อีกต่อไป ขณะเดียวกันยังได้พัฒนา HarmonyOS 5 สำหรับพีซี โดยมีเป้าหมายแทนที่ระบบ Windows ในอนาคต

ความสำเร็จของ Huawei และ SMIC ในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนกับชาติตะวันตก และสะท้อนถึงความสามารถของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และการเข้าถึงทรัพยากรระดับโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top