Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

'อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์' เกรงกระทบความน่าเชื่อถือของประเทศ แนะนายกฯ.แก้ไขคำแถลงงบฯ.69 ผิดพลาด ประเด็นตั้งเป้าดัชนีรับรู้ทุจริตเกินจริง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.และอดีตกรรมาธิการงบประมาณแสดงความเห็นวันนี้เกี่ยวกับคำแถลงประกอบงบประมาณของนายกรัฐมนตรีที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า มีประเด็นที่น่าจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index หรือ CPI)เกินจริงโดยปรากฏทั้งในคำแถลงและเอกสารประกอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรี รัฐบาลและประเทศไทย กล่าวคือนายกรัฐมนตรีแถลงในช่วงยุทธศาสตร์ที่ 6 ว่า

“…แนวทางในการป้องกันการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีเป้าหมายค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตอยู่ในอันดับ 1 ใน 45 และ/หรือ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 56
คะแนน…”

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การแถลงตั้งเป้าหมายดังกล่าวภายใน1ปีงบประมาณ2569 เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เหมือนกับการแถลงว่าจะทำให้ประเทศไทยและคนไทยหมดหนี้สินภายใน 1 ปี

“รายงานดัชนีการรับรู้การ ทุจริต (CPI)ขององค์กรเพื่อความ โปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ประจำปี 2567 ล่าสุด ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลกจาก 180 ประเทศโดยได้คะแนน34คะแนนถือเป็นคะแนนต่ำสุดในรอบ 13ปี (ปี2555-2567) 

ซึ่งดัชนีรับรู้การทุจริตตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี2567พบว่าคะแนนและอันดับลดลงต่อเนื่อง กล่าวคือในปี2555ได้คะแนน37อันดับ88ของโลก ปี2567 ได้คะแนน 34 อันดับ 107 โดยมีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของโลกมาโดยตลอด

“สถาบันเอฟเคไอไอ.และเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นเพิ่งเปิดตัว”คอรัปชั่น ฟ้องดู“ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีปราบโกงภายใต้โครงการใยแมงมุมเมื่อวานนี้ควรจะดีใจกับเป้าหมายในคำแถลงของนายกรัฐมนตรีแต่ในทางกลับกันกลับรู้สึกว่า การประกาศเป้าหมายเกินจริงสะท้อนความไม่ใส่ใจและไม่เข้าใจในสถานการณ์คอรัปชั่นของประเทศ

ทั้งนี้ดัชนีนี้เป็นที่รับรู้ทั่วโลกและทราบกันดีว่าประเทศไทยมีดัชนีชี้วัดอยู่ในลำดับใดได้คะแนนเท่าไหร่ เมื่อกำหนดเป้าหมายจะขยับจากอันดับ 107 มาเป็น อันดับไม่ต่ำกว่า 45 และหรือต้องได้คะแนนจาก 34 คะแนนเป็น 56 คะแนนภายในปีงบประมาณ2569 จึงเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แม้เครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นอยากให้เกิดขึ้นจริงก็ตาม 

ซึ่งการแถลงในสภาผู้แทนฯ.จะเป็นบันทึกเป็นทางการ จึงควรที่นายกรัฐมนตรีจะขอแก้ไขคำแถลงที่ผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

สายวิ่งห้ามพลาด! มาร่วมออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ จัดเต็มทุกเดือนทุกโซน จนถึง กรกฎาคม 2568

ตารางกิจกรรม เดือนมิถุนายน
วันที่ 8 มิถุนายน 2568
ณ วชิรพยาบาล -สนามหลวง
เขตพระนคร
โดย วชิรพยาบาล
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/16A4yoRS6b/?mibextid=wwXIfr

วันที่ 15 มิถุนายน 2568
ณ ไอคอนสยาม 
เขตบางกอกน้อย - เขตบางกอกใหญ่
โดย โรงพยาบาลตากสิน
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/1ETJhQmBTe/?mibextid=wwXIfr

วันที่ 22 มิถุนายน 2568 
ณ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 
เขตตลิ่งชัน
โดย โรงพยาบาลราชพิพัฒน์

เปิดรับสมัคร 27 พ.ค.68 เป็นต้นไป 
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/19HjZP7ucP/?mibextid=wwXIfr

วันที่ 29 มิถุนายน 2568
ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 
เขตจตุจักร
โดย โรงพยาบาลกลาง
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/1Bs1bKHvsm/?mibextid=wwXIfr

ตารางกิจกรรม เดือนกรกฎาคม
วันที่ 6 กรกฎาคม 2568
ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด
เขคทุ่งครุ
โดย โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
ข้อมูลเพิ่มเติม : อยู่ระหว่างดำเนินการ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2568
ณ สวนเปรมประชาวนารักษ์
เขตหลักสี่
โดย โรงพยาบาลกลาง
ข้อมูลเพิ่มเติม : อยู่ระหว่างดำเนินการ

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568
ณ ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา
เขตหนองจอก
โดย โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/16ckd86pch/?mibextid=wwXIfr

ผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเท่านั้น ทางพรรคประชาชนจึงไม่มีประเด็นคัดค้าน

เมื่อวันที่ (28 พ.ค.68) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยมีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็น สำนักงานพระคลังข้างที่ โดยระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่ถูกคณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาในวันนี้ (28 พ.ค.2568) เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อ 'สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์' ตามกฎหมายปี 2561 เป็น 'สำนักงานพระคลังข้างที่' เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงไม่มีประเด็นอะไรที่จะคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ณัฐพงษ์ จะกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "สุดท้ายขอยืนยันว่าผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนจะทำหน้าที่พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ Constitutional Monarchy ซึ่งก็คือระบอบประชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธธรรมนูญ เราจะระวังไม่ให้กฎหมายใดถูกติฉินครหาได้ว่ามีใครพยายามทำให้หลุดพ้นไปจากหลักอันเป็นหัวใจของ Constitutional Monarchy นั่นคือการที่พระมหากษัตริย์ทรง 'ปกเกล้าไม่ปกครอง' อันเป็นการรักษาพระราชสถานะของพระประมุขให้ปราศจากการเมืองอย่างแท้จริง"

ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ติดตามเหตุกลุ่มวัยรุ่นบุกรุกทำร้ายนักท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมมอบนโยบาย 4 แนวทางปฏิบัติ กวาดล้างอาชญากร และผู้ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย

(29 พ.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษตามนโยบายเร่งด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศนรด.ตร.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และติดตามความคืบหน้าเหตุกลุ่มวัยรุ่นบุกรุกทำร้ายนักท่องเที่ยวในสถานบริการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) , พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.นฤนาท พุทไธสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา , กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมนันทโชติ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.อ.อัคราเดชฯ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้มาช่วยดูแลและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยวันนี้ได้มาประชุมร่วมกันเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี กรณีวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.30 น. มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 14 ราย ในคราวแรก และตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 1 ราย รวมเป็น 15 ราย ได้กระทำความผิดฝ่าฝืนกฎหมาย ใช้กำลังเข้าไปทำร้ายและพยายามปล้นทรัพย์ ข่มขู่ กระทำการผิดกฎหมายหลายกระทง ต่างกรรมต่างวาระ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนขยายผล รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับทั้งหมดจำนวน 13 หมาย ส่วนอีก 2 รายอยู่ในขั้นตอนที่จะมีการออกหมายเรียก ซึ่งล่าสุดผู้ต้องหาจำนวน 12 ราย ได้เข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ในขั้นตอนต่อไปได้จะนำตัวไปฝากขัง สำหรับการดำเนินคดีถือว่าคืบหน้าไปมาถึง 80% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังคงต้องมีมาตรการต่อไปในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ว่าจะต้องอยู่ดีมีสุข และมีความมั่นใจในความปลอดภัย 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อัคราเดชฯ กล่าวว่า สิ่งที่ได้กำหนดแนวทางในที่ประชุม ที่จะต้องดำเนินการต่อไปมี 4 แนวทาง คือ

1. เตรียมเปิดปฏิบัติการ “ปิดเมืองไล่ล่า อยุธยาต้องผาสุก” โดยจะมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จะมีการปิดเมืองปิดล้อมตรวจค้น จับกุมตัวมาดำเนินคดี อย่างเต็มกำลังความสามารถ

2. การรุกเข้าหาเป้าหมายเพื่อทำลายเครือข่ายต่างๆ เพื่อไม่ให้มีการขยายเครือข่าย หยุดยังไม่ให้มีการเอาเยี่ยงอย่าง

3. เร่งดำเนินการเรื่องคดีค้างเก่าที่มีหมายจับในคดีสำคัญในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐาน 17 ด้าน ในเรื่องของผู้มีอิทธิพล และความผิดคดีพิเศษ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน

4. การจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปพบปะพี่น้องประชาชนเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะไปรับฟัง รับรู้ถึงปัญหา สิ่งต่างๆ ที่ประชาชนรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ เพื่อจะได้เก็บข้อมูลข่าวสารต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะเก็บเป็นความลับ เพื่อจะนำมาขยายผลต่อยอดและวางแผนในการปฏิบัติต่อไป

NETA โต้ลือหนีตลาดไทย หลังผู้บริหารโยกตำแหน่ง ย้ำมุ่งมั่นขยายธุรกิจ ไม่ทิ้งลูกค้า พร้อมเดินหน้าธุรกิจต่อ

(29 พ.ค. 68) NETA ออโต้ (ไทยแลนด์) ออกแถลงการณ์ยืนยันยังคงดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำไม่ทิ้งลูกค้าไทย ท่ามกลางกระแสข่าวลือบนโซเชียลเกี่ยวกับการถอนตัวของผู้บริหารชาวจีนและความไม่ชัดเจนของโครงสร้างบริษัท 

บริษัทชี้แจงว่าการเปลี่ยนชื่อกรรมการเป็นคนไทยในหนังสือรับรองอยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่ โดยมีตัวแทนจากสำนักงานใหญ่ประเทศจีนร่วมดำรงตำแหน่งใน NETA Thailand และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 12 มิ.ย. 2568

ส่วนกรณีผู้บริหารชาวจีน นายซูน เปาหลง ได้รับตำแหน่งใหม่ระดับภูมิภาคในฐานะหัวหน้าธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงดูแลตลาดไทยควบคู่ไปด้วย ขณะที่ประเด็นการเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการและสัญญาเช่าออฟฟิศที่ RSU Tower บริษัทระบุว่ามีการต่อสัญญาเรียบร้อยแล้ว

NETA ย้ำว่าข่าวลือเรื่องการปิดกิจการไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันเดินหน้าพัฒนาบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป

ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย 'AI Police' ชลบุรีนำร่องอบรมต่อเนื่อง ครอบคลุมตำรวจทุกสายงาน พัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ยุคใหม่ ใกล้ชิดประชาชน

ตำรวจภูธรภาค 2 สานต่อนโยบาย 'AI Police' ของ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าพัฒนาและขับเคลื่อนศักยภาพตำรวจทุกจังหวัดในสังกัดก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดนำร่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อตำรวจยุคใหม่ด้วย AI” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ขยายผลครอบคลุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสายงานในสังกัด รวมกว่า 150 นาย สร้าง 'ตำรวจ AI' ที่พร้อมใช้เทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการสื่อสารกับประชาชนอย่างทันสมัย โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นใหม่ให้กับองค์กร

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อตำรวจยุคใหม่ด้วย AI” เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้นโยบายสำคัญของ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 ที่มุ่งเน้นให้ตำรวจทุกจังหวัดในสังกัดพัฒนาเทคโนโลยี AI มาใช้ในการปฏิบัติงาน โดยครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตการฝึกอบรมให้ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสายงาน ทั้งฝ่ายป้องกันปราบปราม สืบสวน สอบสวน จราจร งานธุรการ-อำนวยการ ตลอดจนงานประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข่าวสาร ตอกย้ำความพร้อมของชลบุรีในฐานะจังหวัดต้นแบบของภาค 2

พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยี AI มากยิ่งขึ้น สามารถนำไปใช้ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกด้าน และยกระดับการให้บริการประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์การสื่อสารยุคใหม่ พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและใกล้ชิดประชาชนยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.ยิ่งยศ ผบช.ภ.2 เน้นย้ำว่า AI คือเครื่องมือที่ตำรวจยุคใหม่ต้องรู้จักใช้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นงานสืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปราม งานจราจร งานธุรการ-อำนวยการ รวมถึงงานประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานให้รวดเร็ว ทันสมัย และโปร่งใส พร้อมย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดของงานตำรวจคือ ความจริงใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม การยึดหลักกฎหมาย และจริยธรรม ในการสื่อสารและปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เทคโนโลยีอย่าง AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

“เราต้องใช้ AI เป็นเครื่องมือ แต่หัวใจคืองานตำรวจที่รับผิดชอบต่อประชาชน” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

การอบรมต่อเนื่องในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจภูธรภาค 2 ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคต สร้างตำรวจยุคใหม่ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของประชาชน เปิดกว้างให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของตำรวจอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างความมั่นใจในบทบาทของตำรวจไทยยุคดิจิทัล พร้อมเตรียมขยายผลความสำเร็จนี้ไปยังทุกจังหวัด ในสังกัดต่อไป

‘อาร์ต พศุตม์’ ยังไม่จบง่าย ๆ ฝากถึงทักษิณ - นายกฯ อิงค์ บอกคนอย่างหมอไม่ควรอยู่ข้างๆ จะทำให้เสียชื่อ

‘อาร์ต พศุตม์’ ยังไม่จบง่าย ๆ ฝากถึงทักษิณ - นายกฯ อิงค์ บอกคนอย่างหมอไม่ควรอยู่ข้างๆ จะทำให้เสียชื่อ

‘กรมธุรกิจพลังงาน’ ขันน็อต ออก 4 มาตรการ เฝ้าระวัง - เตรียมความพร้อมขนส่งน้ำมันทางถนน

กรมธุรกิจพลังงาน กำชับผู้ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มมาตรการในการประกอบกิจการรวมถึงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนน ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 

เมื่อวันที่ (27 พ.ค. 68) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาของปี พ.ศ. 2568 กรมฯ ได้รับรายงานการเกิดอุบัติภัยของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นจำนวนกว่า 26 ครั้ง ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยมีฝนตกฟ้าคะนองรุนแรงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงผู้ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 

ดังนั้น เพื่อให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางถนนเป็นไปด้วยความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ กรมฯ จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้        

1. ตรวจสอบและกำชับผู้ขับขี่ หรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเตรียมความพร้อม พักผ่อนอย่างเพียงพอ และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ความเสี่ยงสูง รวมถึงห้ามบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยารักษาโรคที่มีสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและสารเสพติดอื่นโดยเด็ดขาด

2. ตรวจสอบสภาพความพร้อมของยานพาหนะ เช่น ระบบขับเคลื่อน ระบบห้ามล้อ ยางรถ ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบท่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอุปกรณ์สำหรับป้องกันและระงับอัคคีภัย

3. ตรวจสอบเส้นทางและวางแผนเส้นทางการขนส่ง เพื่อกำหนดเส้นทางการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย กำหนดจุดเฝ้าระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัย รวมถึงการตรวจสอบรายงานสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ และประกาศแจ้งเตือนภัยพิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. พิจารณาการประยุกต์ใช้ระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ระบบติดตามภายในรถ (In Vehicle Monitoring System; IVMS) ระบบ GEO Fence ระบบ GPS ตรวจจับตำแหน่งและความเร็วรถ ระบบกล้อง CCTV เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ ระบบแจ้งเตือนความเร็วและระยะเวลาขับขี่เกินกำหนด ระบบป้องกันการหลับใน 

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนา สัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 6)

(29 พ.ค. 68) เวลา 10.45 นาฬิกา พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3  เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 6 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 6) ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 82 คน  ประกอบด้วย  ข้าราชการทหาร  ตำรวจ จำนวน 20  นาย ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ จำนวน 17 คน และนักธุรกิจภาคเอกชน จำนวน 45 คน ณ ห้องคอนเวนชั่น 1 ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์อันจัดส่งผลให้เกิดการสนับสนุน ส่งเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติ และการพัฒนาประเทศ
ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยคุกคาม ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมีเนื้อหาวิชาที่สำคัญ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภาควิชาการ ประกอบด้วย การบรรยายการสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ ภารกิจ และการดำเนินงานของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 ปัญหาภัยคุกคาม ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การเดินตามศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนา ประเทศและความยั่งยืนรวมทั้งการสื่อสารดิจิทัล ภาคปฏิบัติประกอบด้วย การจัดเวทีเสวนา การเสวนาระดมความคิดเห็น การทัศนศึกษา กิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์และการดำเนินงานจิตอาสา ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้ร่วมเป็นเครือข่ายและสนับสนุนงานด้านความ มั่นคงของชาติ และร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างสร้างสรรค์ในนามของ 

สมาชิก พสบ.ทภ.3 ต่อไป

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

เชียงใหม่-วัฒโนทัยฯ จัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568 พร้อมลงนาม MOU เพื่อดูแลนักเรียนร่วมกับภาคีเครือข่าย 

(28 พ.ค. 68) โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก ภายใต้คำขวัญ “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า : นิโคติน เสพติด..จน..ตาย” โดยได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ สายสอน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งรับฟังคำกล่าวรายงานจากนางสาวอรชพร ณ เชียงใหม่ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป จากนั้นเป็นการกล่าวคำปฏิญาณตนของนักเรียน 

พร้อมกับร่วมรับชมการแสดงจากสภานักเรียนร่วมกับชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และการแสดงชุดที่ 2 จากนักเรียนโรงเรียนวัดเสาหิน สพป.ชม.เขต 1 โดยหลังจากการแสดง ได้มีการลงนามข้อตกลงการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจำปี 2568 ระหว่างโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพและภาคีเครือข่าย 

โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน ได้แก่ นายสุรสิทธิ์ เทียมทิพย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
,พญ.เสาวนีย์ วิบุลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ,พ.ต.อ.มนัสชัย อินทร์เถื่อน ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์,รศ.พญ.สุรินทร์พร  ลิขิตเสถียร ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จ.เชียงใหม่,นายวังกวาง หาญชนะสุทธิกุล ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ
และผู้แทนจากโรงพยาบาลสวนปรุง

นอกจากนี้ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ยังได้ต้อนรับ ผศ.ดร.จันทร์ฉาย โยธาใหญ่ รองคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผศ.นพ.สิทธิชา สิริอารีย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ 

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการต่อต้านบุหรี่และยาเสพติดของโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และกิจกรรมซุ้มนิทรรศการจาก โรงเรียนวัดเสาหิน สพป.เชียงใหม่ เขต1,
สถานีตำรวจภูธรภาค 5 ,สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ,ชมรมนักศึกษาพยาบาลเพื่อสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ คณะพยาบาลศาสตร์ มช.,สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จ.เชียงใหม่และ
- บริษัท SUNSWEET สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารและกิจกรรม

ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดนักสูบหน้าใหม่  โดยเฉพาะ "บุหรี่ไฟฟ้า" ที่มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายน่าดึงดูดใจ รวมทั้งทำให้ประชาชนตระหนักและรู้เท่าทันอันตรายจากผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบที่ทำให้เสพติด ตลอดจนเป็นโรคร้ายอันตรายถึงชีวิตได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top