Thursday, 6 August 2026
Hard News Team

“อัศวิน” แจงตอบมท. ปมรถไฟฟ้าสีเขียวแล้ว ลั่น! ทำตามคำสั่งครบ โยน ผู้ใหญ่ตัดสินใจ กั๊ก! ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. รอประกาศกฤษฎีกาลต. ลั่น 3 วัน ตัดสินใจได้  

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมศูนย์อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )หรือ ศบค.ชุดใหญ่ถึงความคืบหน้าการหารือกับกระทรวงมหาดไทย เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า เรื่องนี้ต้องถามพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เพราะเราได้ตอบเรื่องที่พรรคภูมิใจไทย สอบถามมา4 ประเด็น ไปแล้วหลายครั้ง จึงหมดหน้าที่เรื่องนี้แล้ว ส่วนการพิจารณาแล้วแต่ผู้ใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาเรื่องรถไฟฟ้าจะจบในสมัยของผู้ว่าฯ อัศวินหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดมานานแล้ว ตั้ง20-30 ปี ไม่ได้เกิดในสมัยตน ฉะนั้นตนอย่างไรก็ได้ เพราะมีหน้าที่เพียงสานต่อและได้หารือกับทุกภาคส่วน ทำให้ถูกต้องตามกระบวนการและกฎหมายแล้ว ผลออกมาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ ตนทำตามคำสั่งอย่างเดียว 

เมื่อถามว่าไม่ตอบคำถามที่คนละมอถามมากลับไปหรือยัง ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ได้ตอบกระทรวงมหาดไทย ตอบแบบนี้ 8 รอบแล้ว 

'แรมโบ้' โชว์ 'อดีตปธ.หมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค' ประกาศ นำสมาชิกกว่า 28,850 หมู่บ้าน สมัครสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติ ตีปี๊บ หนุน บิ๊กตู่ นายกฯอีกสมัย

ที่สำนักงานกพ.เดิม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้ง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้นำอดีตประหมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค ประกอบด้วย นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ นางนิตยา นาโล หรือ “นักสู้ปอสี่” อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง และ นายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ และนายสุพล หมื่นศรีพรม อดีตคอมมิวนิสต์ “สหายธวัชชัย” ในฐานะประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)ยื่นเอกสารสมัครเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” 

นายอานนท์ กล่าวว่า การสมัครเข้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ เพื่อร่วมอุดมการณ์เป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น “นายกรัฐมนตรี” อีกสมัย และต่อเนื่อง เพราะเป็นนายกฯที่เข้าถึงประชาชน ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างถูกต้องและตรงจุด และที่สำคัญในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก นายกฯก็สามารถนำประชาชนชาวไทยฟันฝ่าอุปสรรค และโรคร้ายไปได้ทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด จึงทำให้นานาประเทศยอมรับ เชิญไปร่วมทำการค้าขายฟื้นฟูเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่าง เช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับการเปิดประเทศนำเอาแรงงานไทยไปทำงานยังประเทศซาอุฯอีกครั้งเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา

นายอานนท์ กล่าวว่า ตนได้ประสานงานและทำงานภายใต้สโลแกนที่ว่า “รวมไทยสร้างชาติ” ร่วมกับ นายเสกสกล มาตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2563 และได้ทำเสื้อออกมาให้แกนนำ “อดีตหมู่บ้านเสื้อแดง” สวมใส่กันจนมาก่อตั้งจดทะเบียนเป็น “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ในช่วงเดือน มีนาคม 2564 คำว่า “รวมไทยสร้างชาติ” เป็นคำที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชื่นชอบ และตั้งคำนี้ขึ้นมาเองแต่ทางนายเสกสกลเกรงว่าคนอื่นจะนำชื่อนี้ไปใช้ จึงส่งทีมงานไปจดทะเบียนเป็นชื่อพรรคไว้ก่อน นายกฯจะใช้หรือไม่ก็แล้วแต่นายกฯ

นายอานนท์ กล่าวว่า ตนทราบว่าทาง นายเสกสกลได้แจ้งให้นายกฯประยุทธ์ รับทราบแล้ว ซึ่งนายกฯเองก็ไม่เห็นจะว่าอะไร และในอนาคตถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ก็ไม่แน่ เพราะประชาชนเองก็เรียกร้องมาเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการจะให้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค 

'เกษตรฯ' ดัน1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งมอบพืชให้เกษตรกรแล้ว 90%

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงการดำเนินงานโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ว่า ล่าสุดมีการเบิกจ่ายกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านพืชในภาพรวม จำนวนกว่า 37.8 ล้านบาท คิดเป็น 91.79% ของงบประมาณที่ได้รับ ครอบคลุมจำนวนเกษตรกร 26,040 ราย คิดเป็น 92.97% ของเกษตรกรเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ

โดยอุปสรรคที่สำคัญในส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้ คือ เกษตรกรลาออกจากโครงการ หรือสภาพพื้นที่ของเกษตรกรไม่เหมาะสำหรับการขุดบ่อเก็บน้ำ ส่วนของการดำเนินการที่ยังล่าช้า เนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น รอเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จ พื้นที่ขุดสระไม่เก็บกักน้ำ เป็นต้น

สำหรับด้านกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด พบว่า มีกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลต้นแบบ รวมทั้งสิ้น 106 กลุ่ม ดำเนินการครอบคลุมในพื้นที่ 129 ตำบล แบ่งเป็น ภาคเหนือ 16 จังหวัด จำนวน 22 กลุ่ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด จำนวน 36 กลุ่ม ภาคกลาง 22 จังหวัด จำนวน 25 กลุ่ม และภาคใต้ 14 จังหวัด จำนวน 23 กลุ่ม โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ทั้ง 8 ด้านเสร็จสิ้นแล้วตามระยะเวลาโครงการ

รองพ่อเมือง จังหวัดนนทบุรี ปักหมุดความสำเร็จ  “โคก หนอง นา” แห่งใหม่ ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี มอบหมาย นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี  เป็นประธานในกิจกรรมรวมกลุ่มพัฒนาพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนแรงงาน “เอามื้อสามัคคี”  โดยมีนายกิจจา ทองแดง ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นางรักใจ กาญจนะวีระ พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี  ปลัดอาวุโสอำเภอบางใหญ่ นายกเทศมนตรีเมืองบางแม่นาง  ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบางแม่นาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรชุมชนในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ ทีมงานสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและทีมงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางใหญ่ เข้าร่วมกิจกรรม ณ แปลงโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฏีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของนางสาวเขมจิรา ปานกล่ำ หมู่ที่ 10 ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 

โดยการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นโครงการที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มุ่งขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำ และพื้นที่การเกษตร ประยุกต์สู่การปฏิบัติในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ด้วยการเรียนรู้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับครัวเรือน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นและชุมชน

อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาคนให้มีความรู้พึ่งพาตนเอง มีความเป็นเจ้าของร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านชุมชนให้มีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงและเป็นสังคม “อยู่เย็น เป็นสุข” นอกจากนี้  การพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาพื้นที่ ในการทำแปลงจะใช้หลักการ “เอามื้อสามัคคี” ซึ่งหมายถึงการร่วมช่วยเหลือลงแรงกัน ด้วยการยึดหลักเรียนรู้ ดูให้เห็น  ซึ่งถือเป็นการฝึกปฏิบัติจริง สร้างองค์ความรู้กสิกรรมธรรมชาติ แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติในพื้นที่

ประธานกรรมการ รถเมล์ไฟฟ้า “ไทย สมายล์ บัส” รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ “Friendly Design Awards 2022” มหกรรมอารยสถาปัตย์และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ปีที่ 5 

ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค-บางนา นางสาวกุลพรภัสร์  วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB  ผู้นำระบบแพลตฟอร์มการให้บริการ รถเมล์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ “ไทย สมายล์ บัส ” เข้ารับมอบใบประกาศเกียรติคุณ “Friendly Design Awards 2022 ” จาก ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2002  โดยมี นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ร่วมเป็นเกียรติในการมอบรางวัล

โดยงาน Thailand Friendly Design Expo ในปี2002  เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม คุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้พิการ และธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ( Friendly Design & Tourism for All ) ในแนวความคิดหลักในการจัดงานในครั้งนี้ คือ “Safety ,Health and Accessibility ” สุขภาพ ปลอดภัย มั่นใจ เข้าถึง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในยุควิถีปกติใหม่ ( New Normal) 

ศาลสั่งจำคุก 2 ปี เจ้าของเพจ 'ตาสว่าง' ปมบิดเบือนการเลี้ยงไก่ หมิ่นประมาทซีพี

10 ก.พ. 65 - สำนักยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ออกเอกสารข่าวระบุว่า ตามที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดย บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสถิต โคกศรี สมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อบัญชีผู้ใช้ว่า “ตาสว่าง” ในข้อหา “หมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 61 จากกรณีที่นายสถิต โคกศรี หมิ่นประมาทกล่าวใส่ร้ายบริษัทฯ กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยการโฆษณาคลิปวิดีโอบันทึกภาพ บันทึกเสียง โดยบิดเบือนข้อมูลว่าซีพีได้ใช้อาหารและสารเคมีต้องห้ามตามกฎหมายในการเลี้ยงไก่อย่างไม่ถูกต้อง และเลี้ยงไก่โดยใช้ฮอร์โมนเข้าไปทำให้ไก่โตไวผิดปกติ และกล่าวหาว่าซีพีประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบเกษตรกร โดยจากการสืบพยานของศาลอาญากรุงเทพใต้ พบว่าคำบิดเบือนของเพจตาสว่างไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งพบข้อเท็จจริงอีกว่า การใช้ฮอร์โมนในการเลี้ยงไก่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย และซีพีประกอบธุรกิจตามหลักกฎหมาย และตามหลักธรรมาภิบาลมาโดยตลอด รวมถึงได้ให้การสนับสนุนเกษตรกรเป็นอย่างดี

อียูไฟเขียว รับรอง Thailand Digital Health Pass บน ‘หมอพร้อม’ ใช้เดินทางเข้าออกยุโรปฉลุย 60 ประเทศ

10 ก.พ. 65 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒน์พันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “การใช้ Digital Health Pass บนหมอพร้อม เพื่อการเดินทางในกลุ่มประเทศ EU”

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเปิดให้เดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ Test&Go อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 รวมถึงยังมีการเข้าประเทศผ่านระบบแซนด์บอกซ์และระบบกักตัว จึงต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 สหภาพยุโรป (EU) ได้มีมติยอมรับและขึ้นทะเบียนเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด-19 ของประเทศไทย หรือ Thailand Digital Health Pass บนหมอพร้อม ให้มีความเท่าเทียมกับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป (EU Digital COVID Certificate : EU DCC) ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคนจึงสามารถใช้เอกสารรับรองบน Thailand Digital Health Pass ของหมอพร้อม แสดงสถานะสุขภาพเกี่ยวกับโควิด-19 ก่อนเดินทางสู่ประเทศ/ดินแดนที่เข้าร่วมระบบการตรวจสอบเอกสารรับรองของสหภาพยุโรปนี้กว่า 60 ประเทศ/ดินแดน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565) รวมถึงสามารถใช้แสดงข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในประเทศ/ดินแดน เหล่านั้นได้ด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดให้ประชาชนเริ่มทดสอบใช้งานระบบดังกล่าวได้แล้ว

“ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และผู้บริหารทั้ง 3 กระทรวง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันเรื่องนี้จนประสบความสำเร็จ เชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนจะได้รับความสะดวกจากการใช้งานระบบ Digital Health Pass และสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัย” นายอนุทินกล่าว

ดร.สาธิต กล่าวว่า การเข้าร่วม EU DCC นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ที่ถือเอกสารรับรองฯ ของประเทศไทยแล้ว ยังจะช่วยให้กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามและตรวจสอบสถานะสุขภาพของนักเดินทางจากประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป และประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียน EU DCC ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ของไทย ร้านค้า/หน่วยงานต่างๆ สามารถสแกนคิวอาร์โคดตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวกับโควิด-19 ของนักเดินทางได้เช่นกัน เป็นการยกระดับระบบตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ของประเทศไทย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ จึงยังคงต้องระมัดระวังสูงสุดยึดมาตรการ VUCA คือ การฉีดวัคซีน การป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา COVID Free Setting และการตรวจ ATK เพื่อช่วยป้องกันการแพร่และรับเชื้อ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า เอกสารดิจิทัลเกี่ยวกับโควิด-19 ของ EU DCC ใน Thailand Digital Health Pass จะแสดงข้อมูลสำคัญ 2 ส่วน คือ 1.) ข้อมูลพื้นฐานจำเป็นในการยืนยันตัวตน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก อายุ สัญชาติ และหมายเลขหนังสือเดินทาง (ถ้ามี) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในการเชื่อมโยงข้อมูลชื่อนามสกุลภาษาอังกฤษและหมายเลขหนังสือเดินทาง (passport number) ของผู้ที่ถือหนังสือเดินทางของประเทศไทย 

และ 2.) ข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ประกอบด้วย 1.) ข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีอายุ 180 วัน นับจากวันที่รับเข็มล่าสุด 2.) ข้อมูลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ ATK เฉพาะรุ่นที่ EU รับรอง มีอายุ 7 วัน นับจากวันที่ตรวจล่าสุด และ 3.) ข้อมูลการหายป่วยจากโควิด-19 มีอายุ 180 วัน นับจากวันที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วย โดยแสดงในรูปแบบ QR Code ที่มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) กำกับ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งจะอ่านได้เฉพาะแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาตามมาตรฐานของ EU เท่านั้น

นายธานี กล่าวว่า การที่สหภาพยุโรปรับรอง Thailand Digital Health Pass ให้มีสถานะเทียบเท่า EU Digital COVID Certificate แสดงถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างไทยและยุโรป รวมถึงความสามารถ ความพร้อม และมาตรฐานด้านดิจิทัลของไทย ทำให้ระบบของประเทศไทยเชื่อมโยงกับระบบเอกสารวัคซีน 60 ประเทศ ได้แก่ ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป 27 ประเทศ และประเทศนอกสหภาพยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรอง 33 ประเทศ โดยไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียนที่ได้รับการรับรองระบบนี้ อย่างไรก็ตาม การเดินทางเข้าประเทศต่างๆ จะมีความแตกต่างกันในเงื่อนไข ทั้งชนิดวัคซีนและชุดตรวจ ATK ที่องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปให้การยอมรับ จึงขอให้ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเดินทางทุกครั้ง

'นายกฯ' สั่งไล่เช็คบิลเอสเอ็มอีฮั้วประมูล พบทุจริตเจอโทษหนัก 

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) ว่า การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี จะต้องหาแนวทางให้สามารถดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในระบบให้มากที่สุด เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการช่วยเหลือดูแลของรัฐบาลได้ ซึ่งเรื่องการขึ้นทะเบียนเอสเอ็มอีนั้นพบว่า ตัวเลขจำนวนเอสเอ็มอีของภาครัฐกับภาคธุรกิจเอกชนยังไม่ตรงกัน จึงขอให้ช่วยกันบริหารจัดการข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือระหว่างกันในเรื่องการใช้ฐานข้อมูล และระเบียบต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นเรื่องที่สำคัญต่อการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 

ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้เร่งรัดเรื่องการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการทำให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือมาโดยตลอด สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่ารัฐบาลมีความจริงใจ ขับเคลื่อนทุกอย่างในการยกระดับเอสเอ็มอีให้ดีขึ้น  

คาด! ใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์เงียบเหงา

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติ พฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงวันวาเลนไทน์ พบว่า วัยรุ่นให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากที่สุด 50.3% รองลงมาคือวัยทำงานให้ความสำคัญ 42.2% และคู่สมรสให้ความสำคัญน้อยที่สุด 7.5% ส่วนความเห็นเกี่ยวกับบรรยากาศในวันวาเลนไทน์ในปี 2565 เปรียบเทียบกับปี 2564 พบว่า ปี 2565 จะมีความคึกคักน้อยกว่า ปี 2564 ถึง 51.8% เนื่องจากจากมองว่า เศรษฐกิจแย่ลง ราคาสินค้าแพงขึ้น การแพร่ระบาดของโควิด-19 รายได้ลดลง มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและภาวะตกงาน

สำหรับ คำถามการสำรวจที่ถามว่า ความรักของท่านคืออะไร ผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวม มากที่สุดร้อยละ 26.3% ตอบว่า ความรัก คือ ความรับผิดชอบ และรองลงมา 21.6 % คือ ความเข้าใจ ทั้งนี้ช่องทางการบอกรักและอวยพรในวันวาเลนไทน์ ช่องทาง การบอกต่อหน้า มีมากที่สุด 52.6% และค่าใช้จ่ายเฉพาะซื้อของสำหรับมอบให้คู่รัก เฉลี่ยรวมจะอยู่ที่ 840.25 บาทต่อคน

‘แรมโบ้’ นัด 17 ก.พ. เตรียมหอบล้านรายชื่อ ร้อง ‘กรมการปกครอง-สมช.’ ขับ ‘แอมเนสตี้’ พ้นไทย

‘แรมโบ้’ ลั่นล่ารายชื่อเกินล้านแล้ว เตรียมร้อง ‘มท.-สมช.’ ขับ ‘แอมเนสตี้’ พ้นไทย อ้างทำลายความมั่นคงของประเทศ

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี รับเรื่องพร้อมรายชื่อภาคประชาชนจำนวน 1,200,000 ชื่อ ทั้ง 4 ภาค ที่ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อขับไล่กลุ่มแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จากนายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย และอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง ที่ยื่นเพื่อขอให้นำไปยื่นต่ออธิบดีกรมการปกครอง และพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

นายเสกสกล กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นไปตามที่ตนได้ประกาศไว้ว่าจะขอล่ารายชื่อ 1 ล้านรายชื่อ ซึ่งขณะนี้ได้ครบจำนวนแล้ว เพื่อขับไล่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เนื่องจากจุดประสงค์ของประชาชนที่ได้มายื่นหนังสือต่อตน เพราะไม่ต้องการให้องค์กรชั่วๆ เลวๆ นี้มาทำลายความมั่นคง และทำร้ายสถาบัน ทำให้เกิดความแตกแยกในประเทศ
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top