Friday, 7 August 2026
Hard News Team

“นายกฯ” ห่วงปชช.สั่ง ศปม.จัดกำลังพล ช่วยรับโทรศัพท์ สายด่วนสปสช. 1330 บรรเทาความเดือดร้อน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(ศบค.)มีคำสั่งให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)จัดกำลังพลสนับสนุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ปฏิบัติหน้าที่รับสายด่วนของ สปสช. (1330)ซึ่งมีปริมาณผู้โทรเข้ามาจำนวนมาก เพื่อช่วยเร่งนำผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ระบบ ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแล และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายธนกร กล่าวว่า ศปม. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานสายด่วน ศปม.สนับสนุนสปสช. (1330) จำนวน 200 คู่สาย โดยแบ่งเป็น กองบังคับการศปม.40 คู่สาย ศปม.กองทัพบก 80 คู่สาย ศปม. กองทัพเรือ 40 คู่สาย และศปม. กองทัพอากาศ 40 คู่สาย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา สปสช. ได้จัดการอบรมและซักซ้อมการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่สายด่วน และการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ  โดยสปสช. มีแนวทางการปฏิบัติเป็นคู่มือ มีรายละเอียดของหน่วยงานที่จะต้องประสานส่งต่อข้อมูล มีกลุ่มไลน์ของผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ และรับเคสที่มีความซับซ้อนไปดำเนินการต่อ รวมทั้งมีช่องทางประสานส่งต่อเคสด่วนไปยัง 1669 โดยแต่ละเหล่าทัพจัดสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และคอมพิวเตอร์ ให้เพียงพอกับการปฏิบัติภารกิจ

'รัฐบาล' เห็นชอบ ร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านแรงงานรอบอ่าวอาหรับ (ADD) จับมือ พัฒนาขีดความสามารถ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของแรงงาน 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ให้ความ เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 6 (The Joint Declaration of the Abu Dhabi Dialogue Sixth Consultation) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ 

ซึ่งการประชุม ADD นี้ เป็นการประชุมหารือระหว่างประเทศสมาชิกกระบวนการโคลัมโบ (ประเทศผู้ส่งแรงงาน) 12 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม กับกลุ่มประเทศรอบอ่าวอาหรับผู้รับแรงงาน รวม 7 ประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนาขีดความสามารถ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของแรงงาน ณ ประเทศปลายทาง เพื่อให้การเคลื่อนย้ายแรงงานที่ไปทำงานตามสัญญาจ้างชั่วคราวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต้นทางที่ส่งออกและประเทศปลายทางที่รับแรงงาน

ร่างปฏิญญาร่วมฉบับนี้ มีขอบเขตความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.การพัฒนาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราว เช่น  สนับสนุนให้มีโครงการเพื่อแบ่งปันความรู้ระหว่างประเทศสมาชิกเกี่ยวกับการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นระบบการแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างระบบที่เอื้อให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ตลอดจนมีการแบ่งปันบทเรียนทางนโยบายที่ได้รับระหว่างประเทศสมาชิก ADD และอื่นๆ รวมทั้งสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกพิจารณาขยายขอบเขตระบบการคุ้มครองด้านค่าจ้างให้ครอบคลุมแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราว

2.การอำนวยความสะดวกและยกระดับการเคลื่อนย้ายฝีมือแรงงานและการเทียบคุณวุฒิแรงงานระหว่างประเทศผู้รับและประเทศผู้ส่งแรงงาน เพื่อตอบสนองต่อภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของงาน เช่น การศึกษาเพื่อวิเคราะห์บทเรียนที่ได้รับ โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความต้องการทักษะแรงงาน รวมทั้งพัฒนาทักษะที่สอดคล้องในระดับภูมิภาคระหว่างคู่เจรจา เพื่อให้ตรงกับความต้องการและประเด็นที่ให้ความสำคัญของประเทศสมาชิก ADD

“โฆษกรัฐบาล” ซัด “ผู้นำฝ่ายค้าน" เลิกโหมโรงซักฟอก เย้ย แค่พิธีกรรม ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลนัดทานข้าว โชว์เสียงหนุนรัฐบาลมั่นคง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็ก จะเทเสียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อโหวตคว่ำรัฐบาล ว่า ฝ่ายค้านโหมโรงรายวัน เหมือนกลัวว่าจะหายไปจากพื้นที่สื่อ ทั้งที่ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ประเด็นใดบ้าง ควรจะไปตกลงกันให้ชัดเจนก่อนจะดีกว่า ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ อย่าทำเหมือนการอภิปรายเป็นแค่พิธีกรรมที่ต้องทำ แต่ไม่สนใจเนื้อหาข้อเท็จเพราะประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

“เชื่อว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านคงไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก โดยจะกล่าวหาว่ารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด มีการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการแสวงหาผลประโยชน์ เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกล่าวหานั้น มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอะไรมารองรับบ้าง นอกจากใช้โวหารเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดฝ่ายค้านก็ถูกประชาชนไม่ไว้วางใจในการทำหน้าที่เสียเอง” โฆษกรัฐบาล กล่าว
 

ภาวะสงคราม ทำราคาน้ำมันดิบพุ่ง คาดเบนซิน-ดีเซล ส่อทะลุลิตรละ 50 บาท

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 65 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวเพิ่มเติมว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น 0.25 สตางค์/ลิตร ดังนั้น หากราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นจาก 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 150 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อย่างรวดเร็ว ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินของไทยก็มีโอกาสอยู่ที่ 50 บาท/ลิตร ในเร็วๆ นี้แน่นอนเช่นกัน

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีนักวิเคราะห์การออกมาคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้นถึง 200 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดภาวะสงคราม โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐ จะส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 25 สตางค์

สกพอ. จับมือกรมโยธาธิการฯ เดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมประชาชนขับเคลื่อน อีอีซี จัดรับฟังความเห็นต่อแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี แก้ไขเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 1 ถึง 7 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา สกพอ. ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2562 หรือแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี (แก้ไขเพิ่มเติม) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จำนวน 7 ครั้ง แบ่งเป็นระดับจังหวัด 3 ครั้ง และระดับอำเภอ 4 ครั้ง โดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี ประมาณ 1,000 คน ซึ่งการจัดประชุมรับฟังความเห็นในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากในปี 2564 ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เห็นชอบการตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ในอีอีซี เพิ่มเติม 7 แห่ง โดยตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษแห่งใหม่ 6 แห่ง  ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี 3 แห่ง ได้แก่

1) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย คลีน จังหวัดชลบุรี

2) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่

3) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ​

แหลมฉบัง และจังหวัดระยอง 3 แห่ง ได้แก่

1) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท จังหวัดระยอง

2) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโก ระยอง

3) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีชั้นสูงบ้านฉาง

นอกจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงโดยขยายพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจรธรรมศาสตร์ (พัทยา) จังหวัดชลบุรี หรือ EECmd เพื่อเตรียมพร้อมด้านพื้นที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเพียงพอ ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมและการประกอบกิจการเพิ่มขึ้นกว่า 5,919 ไร่ เป้าหมายการลงทุนเพิ่มขึ้น 308,772.23 ล้านบาท ภายใน 10 ปีข้างหน้า (ปี 2564-2573) และสืบเนื่องจากมติการประชุม กบอ. ครั้งที่ 4/2564 วันที่ 21 มิถุนายน 2564 มีมติให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการบังคับใช้โครงการถนนในแผนผังระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีข้อกำหนดการบังคับใช้ที่เข้มงวด ส่งผลให้ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี ที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2562 ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

โดยได้มีการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ต่อประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินฯ เป็นขั้นตอนสำคัญ​ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้สนใจทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นและข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาพื้นที่ อีอีซี และแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินฯ โดยนางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านพื้นที่และชุมชน สกพอ. บรรยายความคืบหน้าการดำเนินโครงการ อีอีซี เหตุผลและความจำเป็นในการแก้ไขแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินฯ และนางสาววิชัญญา บำรุงชล นักผังเมืองชำนาญการพิเศษ และนายนครินทร์ ปลั่งพงษ์พันธ์ วิศวกรชำนาญการพิเศษ กรมโยธาธิการและผังเมือง บรรยายให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี ที่มีการเปลี่ยนแปลง และเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้จัดการประชุมที่หลากหลายช่องทาง ทั้งจัดในห้องประชุมในพื้นที่อำเภอบ้านบึง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อำเภอบ้านค่าย และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา และการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ZOOM) และ Facebook live โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความเห็นทั้ง 7 เวที จากทุกช่องทางรวมประมาณ 1,100 คน

ร้านอาหาร ขานรับนโยบาย ก.พาณิชย์ เปิดเมนู ‘มะขามเปียกโซดา’ ในยุคมะนาวแพง

ปรับตัวตาม ก.พาณิชย์ ภัตตาคาร เปิดเมนู “มะขามเปียกโซดา หมูมะม่วง” ในยุคมะนาวแพง

จากกรณี กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แนะนำประชาชนในช่วงสถานการณ์มะนาวปรับราคาขึ้น จาก 4 บาทต่อลูก เป็น 5-6 บาท โดยให้ประชาชนหันไปบริโภค “มะม่วง มะขามเปียก” แทนก่อนนั้น

ล่าสุด วันที่ 8 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงคำแนะนำดังกล่าว หลายเพจเฟซบุ๊กที่เป็นคนดัง และร้านอาหารต่างออกมาแซว จนเป็นมีมหัวเราะทั้งน้ำตาของวัน

สหรัฐฯ ปรับระดับไทย กลุ่มประเทศเสี่ยงสูงสุดโควิดระบาด แนะ!! ชาวมะกัน เลี่ยงไปเยือน

8 มี.ค. 65 สื่อต่างประเทศรายงานว่า สำนักข่าว CNN สหรัฐอเมริกา เสนอข่าว CDC adds former Covid success stories to its highest-risk category for travel ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2565 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ได้ปรับระดับประเทศไทย, นิวซีแลนด์ และเกาะฮ่องกง ขึ้นไปอยู่ในระดับ 4 หรือระดับสูงที่สุด ด้านความเสี่ยงจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เวียดนามเพิ่มถูกจัดให้อยู่ในระดับ 4 ส่วนประเทศอื่นๆ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ แคนาดา, อียิปต์, ฝรั่งเศส, กรีซ, เปรู และสิงคโปร์ ส่วนสหราชอาณาจักรอยู่ในระดับ 4 มาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2564

อย่างไรก็ตาม ไม่มีสหรัฐฯ อยู่ในรายการคำแนะนำ แต่มีการกำหนดรหัสสีไว้อยู่ในกลุ่มระดับ 4 เช่นกัน ซึ่งประเทศที่อยู่ในระดับ 4 นี้ CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปเยือน

สำหรับฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ก่อนหน้านี้ได้รับการยกย่องเรื่องความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่มากนัก แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเมื่อต้องเผชิญกับไวรัสกลายพันธุ์สายโอมิครอน ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น บนเกาะฮ่องกง ห้องเก็บศพใกล้เต็ม ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล สินค้าอุปโภค-บริโภคถูกซื้อจนแทบเกลี้ยงซูเปอร์มาร์เก็ต และทางการต้องจำกัดการเดินทางรวมถึงเที่ยวบินขาเข้า ส่วนนิวซีแลนด์ มีแผนการเปิดประเทศรับชาวต่างชาติช่วงปลายปี 2565 และยังคงมาตรการกักตัวอย่างเข้มงวดต่อไป

ขณะที่ไทย ประเทศที่เคยทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงที่สุดในทวีปเอเชีย เมื่อปี 2562 กลับมาเริ่มโครงการ Test & Go อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเดินทางได้โดยไม่ต้องกักตัวนาน ทั้งนี้ เกณฑ์การจัดระดับความเสี่ยงจะพิจารณาจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศปลายทางเป็นหลัก เช่น ระดับ 4 หมายถึงมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อมากกว่า 500 คนขึ้นไปต่อประชากร 1 แสนคนในช่วง 28 วันล่าสุด โดยก่อนหน้านี้ ทั้งไทย นิวซีแลนด์ และฮ่องกง อยู่ในกลุ่มระดับ 3 หรือความเสี่ยงสูง

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ประเทศหรือดินแดนที่เพิ่งถูกจัดให้อยู่ในความเสี่ยงระดับ 3 หรือเสี่ยงสูง หมายถึงมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อ 100-500 คนต่อประชากร 1 แสนคนในช่วง 28 วันล่าสุด ในวันที่ 7 มี.ค. 2565 ประกอบด้วย แองกวิลลา เคปเวิร์ด ฟิจิ เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งหมดเคยอยู่ในกลุ่มระดับ 4 มาก่อน อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า เม็กซิโกมีนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่มีเงื่อนไขด้านการตรวจคัดกรองโรคหรือการฉีดวัคซีนโควิด-19

การปรับระดับความเสี่ยงโควิด-19 ของประเทศต่างๆ โดย CDC รอบล่าสุดนี้ หลายประเทศในทวีปแอฟริกาถูกปรับลดความเสี่ยงจากระดับ 3 ลงไปอยู่ที่ระดับ 2 หรือเสี่ยงปานกลาง หมายถึงมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อ 50-99 คนต่อประชากร 1 แสนคนในช่วง 28 วันล่าสุด ได้แก่ แองโกลา จิบูติ อิเควทอเรียลกินี เอธิโอเปีย แกมเบีย มอริทาเนีย โมซัมบิก นามิเบีย และเซเนกัล

‘ธัญวัจน์ ก้าวไกล’ เดินหน้าหารือพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ชี้ ไม่สามารถเอาประกบ พ.ร.บ.คู่ชีวิต เหตุคนละความหมาย

ธัญวัจน์ ก้าวไกล เดินหน้าหารือพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมกับภาครัฐ ย้ำชัดคาดตีกลับเข้าสภา เมษายนนี้ ชี้ชัด สมรสเท่าเทียม ไม่เท่ากับ คู่ชีวิต หลังครม.ถกกว่า 2 เดือนพร้อมเตรียมสอดไส้พรบ.คู่ชีวิต ประกบพิจารณาร่วม 

เมื่อ วันที่ 7 มีนาคม 2565 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ริเริ่มร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ1448 ) #สมรสเท่าเทียม กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติภายหลังจากที่ส่งร่างดังกล่าวไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งระยะเวลา 60 วัน ก่อนนำกลับมาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรนั้น

ธัญวัจน์ กล่าวว่า ตนได้เข้าประชุมทางออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ พ.ศ. … หรือ #สมรสเท่าเทียม โดยมีกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิ์ สำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการสตรี และ สถาบันครอบครัว สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมสวัสดิการ งานเงินเดือน บำเหน็จ บำนาญ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ กฤษฎีกา ธัญได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เพื่อชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมถึงสาระสำคัญ และตอบคำถาม ข้อสงสัยให้กับหน่วยงานต่างๆ 

ในการประชุมครั้งนี้จะมีการสรุปประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่คณะรัฐมนตรีจะมีร่างกฎหมายมาประกบเพื่อพิจารณาในกระบวนการรัฐสภา และในขณะประชุมกรมคุ้มครองสิทธิ์ที่ได้มีการร่างพระราชบัญญัติ #คู่ชีวิต ฉบับที่ พ.ศ. ….  ได้ชี้แจงว่าคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านร่างแล้ว และอาจจะใช้ร่างดังกล่าวมาพิจารณาร่วม

‘สมศักดิ์’ เผย ลาวมีพัฒนาการก้าวกระโดด หลังมีรถไฟความเร็วสูงทำรายได้ 3.66 ล้าน / วัน

‘สมศักดิ์’ เผยลาวมีพัฒนาการก้าวกระโดด ความเป็นอยู่ดีขึ้น หลังสร้างรถไฟความเร็วสูงทำรายได้ 3.66 ล้านต่อวัน ชี้คนไทยบางกลุ่มยังไม่เข้าใจประโยชน์ ต้องอธิบาย-รับฟังความเห็นให้มากขึ้น

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสเดินทางไปปฏิบัติราชการด้านยาเสพติดที่ สปป.ลาว เสร็จเรียบร้อยทางการของสปป.ลาว ได้เชิญคณะไปนั่งรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีระยะทางวิ่ง 420 กิโลเมตร มีสถานีจอด 10 สถานี แต่ในขณะนี้ยังเปิดใช้แค่ 4 สถานี โดยจะวิ่งให้บริการตั้งแต่สถานีต้นทางเมืองเวียงจันทน์ไปจนถึงสถานีปลายทางเมืองบ่อเต็น คิดค่าโดยสาร 1,500 บาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 3.50 บาท รถไฟความเร็วสูงสามารถบรรทุกสินค้าได้บางประเภท บรรทุกผู้โดยสารได้ 700 คนเศษ จะมีการวิ่งทั้งระยะสั้นและยาว โดยแบบสั้นไปกลับ เริ่มตั้งแต่สถานีเวียงจันทน์จนถึงสถานีหลวงพระบาง ค่าโดยสาร 1,000 บาท เมื่อคำนวณไปกลับต่อ 1 เที่ยวจะได้เงิน 1.5 ล้านบาท ส่วนแบบยาวระยะทางไปกลับ จะได้เงิน 2.16 ล้านบาท รวมเป็น 3.66 ล้านบาทต่อวัน นอกจากนี้ยังทราบว่าอีก 6 เดือน จะมีรถไฟความเร็วสูงเพิ่มขึ้นอีก 1 ขบวน ซึ่งคนลาวให้ความสนใจหันมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

เมืองหลวงของยูเครน  ออกเสียงยังไง? 

คุณพัฒนพงศ์ (แพท) แสงธรรม อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ (ภาควิชาภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการเรียกชื่อเมืองหลวงของยูเครนที่ถูกต้อง ว่า... 

Word and War: KYIV & KIEV
สื่อไทย ออกเสียงเมืองหลวงของยูเครน ตามสื่อฝรั่ง สื่อฝรั่ง ยังออกเสียงว่า "เคียฟ" กันอยู่ไม่น้อย

ในปี 2018 รัฐบาลยูเครน เปลี่ยนตัวสะกดชื่อเมืองหลวง จากเดิม Kiev เป็น Kyiv เพราะการสะกดและออกเสียงคำว่า Kiev (เคียฟ) นั้นเป็นการออกเสียงตามแบบรัสเซีย ดังนั้นเพื่อแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และความเป็นยูเครนอย่างแท้จริง ไม่ต้องการอิทธิพลรัสเซีย จึงเปลี่ยนตัวสะกดเป็น Kyiv ซึ่งออกเสียงว่า "ค·ยีฟ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top